เวียงวัง

ตอนที่ 161 : ล่วงละเมิดพระราชอาญา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 583
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    12 เม.ย. 53

  อีจั่นแสดงตนเป็นรูปของพระองค์เจ้าเกษรอยู่ที่บ้านอีนวล ชาวบ้านก็พากันมาหามาดูมากมายจนเรื่องราวรู้ไปถึงพระยาเพชรบุรี เจ้าเมืองเพชรบุรี (ในจดหมายเหตุ เรียกพญาเพชญบุรี พระญาเพชบุรีบ้าง) พระยาเพชรบุรี จึงมีหมายให้กำนันพาตัวอีนวล อีจั่น และอีเลีย ซึ่งเป็นคนรู้จักพวกในรั้วในวังสมรู้กับอีนวลไปพบที่บ้านพระยาเพชรบุรี

            อีนวลก็บอกอย่างที่บอกกับทุกคนว่า อีจั่นตายแล้วฟื้นขึ้นมา กลับพูดจาไม่เหมือนอีจั่น บอกว่าชื่อแม่ทองคำ ออกฝีตาย แต่ยังไม่ทันไปนรกไปสวรรค์ แม่พราหมณ์เขาตะเครา ก็ไปชิงเอาตัวมาเกิดในรูปอีจั่น แต่แม่ทองคำนี้ พูดจาเหมือนเป็นเจ้าเป็นนาย (คืออุบายต่อไปว่า ตัวแม่ทองคำนั้น เจ้านายพระนามว่า พระองค์เจ้าเกษรพระธิดาเจ้าจอมมารดาปิ่น สิ้นพระชนม์แล้วมาเกิดเป็นแม่ทองคำ แล้วก็ออกฝีตายไปอีก (พระองค์เจ้าเกษรก็ประชวรพระยอด คือออกฝีสิ้นพระชนม์ พอมาเข้ารูปอีจั่น จึงจำได้ว่าเป็นพระองค์เจ้าเกษร

            พระยาเพชรบุรี จึงให้กรมการเมืองสอบสวน บางคนก็เชื่อ บางคนก็ไม่เชื่อ มีกรมการผู้หนึ่งในจดหมายเหตุเรียกว่า รองสุพมาตรา ไม่ทราบว่าเป็นตำแหน่งอะไร เป็นชื่อหรือบรรดาศักดิ์ หากผู้อ่านท่านใดทราบ ช่วยกรุณาเขียนมาเป็นความรู้บ้างก็จะเป็นพระคุณ

            รองสุพมาตรานี้ เมื่ออีนวลให้ดูแขนที่มีรอยแผลของอีจั่น บอกว่าแม่ทองคำ (และพระองค์เจ้าเกษร) ออกฝีตาย มาปรากฏเป็นรอยขึ้นที่แขน ทั้งๆ ที่อีจั่นไม่เคยออกฝี (ทำนองว่า เป็นมหัศจรรย์)

            รองสุพมาตราดูแล้วก็ว่า

             “เหนแผลเหมือนเปนหิด”

            อย่างไรก็ตาม พระยาเพชรบุรีออกปากเพียงแต่ว่า อีจั่นเห็นจะเป็นบ้า แล้วก็ปล่อยตัวให้ไปอยู่บ้านขุนจ่าเมือง ลุงเขยของอีจั่น

            อีนวลเกรงว่าพระยาเพชรบุรีจะเอาอีจั่นเป็นเมีย จึงชวนอีเลียซึ่งรู้จักกับเจ้าจอมมารดาฉิม ตำแหน่งเฝ้าที่ในกรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพ (วังหน้าในขณะเกิดเรื่อง คือวังหน้าในรัชกาลที่ ๓)

            เจ้าจอมมารดาฉิม เชื่ออีนวลอีเลีย ก็พาอีนวล อีเลียไปหาเจ้าจอมมารดาปิ่น เจ้าจอมมารดาของพระองค์เจ้าเกษร บอกเล่าเรื่องราวอีจั่นว่าเป็นพระองค์เจ้าเกษรมาเข้ารูปอีจั่น ร้องไห้คิดถึงเจ้าจอมมารดา

หญิงผู้ดี

            เจ้าจอมมารดาปิ่นจึงใช้ให้พระนม หรือแม่นมสองคนของพระองค์เจ้าเกษรออกไปดูก่อน ตัวเจ้าจอมมารดาปิ่นตามไปภายหลัง พระนมทั้งสองไปดูอีจั่นที่บ้านขุนจ่าเมืองแล้วก็กลับ พบเรือเจ้าจอมมารดาปิ่นที่ปากคลองมหาชัยตามไปกับอีนวล อีเลีย พระนมแจ้งแก่เจ้าจอมมารดาปิ่นว่า ไม่จริง ยืนยันว่า หากพระองค์เกษรไปเกิดเป็นรูปอีจั่นจริง จะยอมให้เจ้าจอมมารดาเฆี่ยนคนละ ๕๐ ที เจ้าจอมมารดาปิ่นจึงคืนกลับกรุงเทพฯ

            แต่แล้วก็กลับให้ข้าหลวง ๓ คน รวมทั้งเจ้าจอมมารดาฉิม นำของแต่งองค์พระองค์เจ้าเกษร มาให้อีจั่นดู พวกข้าหลวงคือ เปี่ยม เพียน และขำ กลับไปบอกแก่เจ้าจอมมารดาปิ่นว่า อีจั่นหยิบไว้แต่แหวนสองวง แล้วร้องไห้ถึงเจ้าจอมมารดา ว่าพวกข้าหลวงเชื่อว่าเป็นเจ้านายของตน ถึงลงหมอบคลานเฝ้าอีจั่น

            เจ้าจอมมารดาปิ่นจึงลงเรือไปรับอีจั่นเข้าวัง อีนวล อีเลีย ก็เสี้ยมสอนอีจั่นให้พูดจาเป็นเจ้าล่อลวงเจ้าจอมมารดาปิ่น พระองค์เจ้าอำพันพี่ของพระองค์เจ้าเกษร และบรรดาพวกข้าหลวง

            เมื่อคณะลูกขุนสอบสวนทวนพยานเสร็จแล้ว ลงความเห็นว่า ทั้งหมดมีความผิดล่วงพระราชอาชญา

            จึงปรึกษากันกราบบังคมทูล สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สรุปว่า

            ๑. อีนวล อีเลีย อีจั่น สมคบกันล่อลวง หมายเอาประโยชน์ตน แต่จะให้แผ่นดินสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว แปรปรวนวิปริต มีความผิดขั้นครุโทษ

            ๒. ขุนจ่าเมือง ลุงเขยอีจั่นเป็นผู้ใหญ่ แทนที่จะทัดทาน กลับพลอยประสมประสงค์ให้อีจั่นเข้ามาแอบแฝงในพระราชวงศานุวงศ์ มีความผิด มหันตโทษ

            ๓. เจ้าจอมมารดาฉิม เปี่ยม เพียน ขำ ยุให้เจ้าจอมมารดาปิ่นออกไปรับอีจั่น ทั้งยังไปหมอบคลานกับอีจั่นจนชาวบ้านนับถือเลื่องลือกันมากขึ้น มีความผิด

            ๔. พวกพลอยประสม คือ ทองดี อำแดงเงิน อำแดงอยู่ อำแดงหุ่น อำแดงเปี่ยม นายมูน มีความผิด ส่วนพวกที่ ๕ คือ พระยาเพชรบุรี หลวงปลัด หลวงยกกระบัตร นั้น มีความผิด คือน่าที่จะจับตัวอีจั่นกับพวกมาพิจารณาเฆี่ยนตีให้เข็ดหลาบ อย่าให้ไพร่บ้านพลเมืองนับถือเลื่องลือไปต่างๆ ก็มิได้ทำ และมิได้บอกข้อความส่งตัวอีจั่น อีนวลเข้ามาให้กราบบังคมทูลพระกรุณาให้ทรงทราบใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท กลับปล่อยตัวอีจั่นให้เข้ามากับเจ้าจอมมารดา จนเกิดความเคืองขายใต้ฝ่าละอองฯ เป็นการล่วงพระราชอาชญา ผิดอยู่ด้วยกัน

            ตามบทพระอัยการ ว่าด้วยการลงโทษนั้นตราไว้ว่า

หญิงชาวบ้านคนนั่งเข้าใจว่าเพิ่งรุ่นสาว มีผ้าปิดอกเหมือนเอี๊ยม

             “ผู้ใดโลภนักมักทำใจใหญ่ ใฝ่สูงให้เกินศักดิ์ และกระทำให้ล้นพ้นล้ำเหลือบรรดาศักดิ์ตน ถ้อยคำมิควรเจรจาเอามาเจรจาเข้าในระวางราชาศัพท์ (คือใช้ราชาศัพท์เทียมเท่าพระเจ้าแผ่นดิน หรือพูดจาตีเสมอ-จุลลดาฯ) แลสิ่งของมิควรประดับเอามาเป็นเครื่องประดับตน (เช่นมงกุฎสังวาล ฯลฯ อันเป็นเครื่องทรง-จุลลดาฯ)

            ท่านว่าผู้นั้นทนงองอาจเข้าในอุบาทว์ขาดเหลือให้ลงโทษ ๘ สถาน สถานหนึ่งให้บั่นคอริบเรือน ๑ เอามะพร้าวห้าวยัดปาก ๑ รับราชบาตรเอาตัวลงหญ้าช้าง ๑ (ปรับ) ไหมจตุรคูณแล้วเอาตัวออกจากราชการ ๑ (ปรับ) ไหมทวีคูณทวนด้วยลวดหนัง ๒๕ ที ๕๐ ที ใส่ตรุไว้ ๑ จำไว้แล้วถอดเสียเป็นไพร่ ๑ ภาคฑันท์ไว้ ๑ จะควรสถานใดให้เอาแต่สถานหนึ่ง

            อนึ่งผู้ใดรู้ว่า ผู้ใดคิดร้ายต่อแผ่นดิน และผู้รู้นั้นชอบใจกันกับคนร้ายปกปิดเสียก็ดี แลเอามาผิดทูลว่า ผู้ร้ายนั้นเป็นคนดี จะให้ท่านเลี้ยงดู ท่านว่าผู้นั้นละเมิดพระราชอาชญา ให้ลงโทษตามหนักแลเบา”

            คณะลูกขุนจึงตัดสินให้ลงโทษบุคคลทั้งหมดดังนี้

            ๑. อีจั่น อีนวล อีเลีย ให้รับราชบาตร เอาทรัพย์สินเป็นของหลวง แล้วให้เฆี่ยนคนละ ๓ ยก ตระเวนบก ๓ วัน เรือ ๓ วัน จึงเอาไปประหารชีวิต

            ๒. เฆี่ยนขุนจ่าเมือง ๕๐ ที แล้วเอาไปจำคุก

            ๓. เฆี่ยนเจ้าจอมมารดาฉิม ๕๐ ที เจ้าจอมมารดาปิ่น ๕๐ ที

            ๔. เฆี่ยน เปี่ยม เพียน ขำ คนละ ๕๐ ที แล้วส่งไปเป็นวิเสทคนหลวง

            ๕. เฆี่ยน พระยาเพชรบุรี หลวงยกกระบัตร หลวงปลัดคนละ ๓๐ ที

            พระราชอาชญาครั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานอภัยโทษจากสถานหนัก เป็นสถานเบา

            ๑.อีจั่น อีเลีย อีนวล ไม่ต้องรับราชบาตร โทษประหารชีวิต ก็ให้ยกเสีย ให้เฆี่ยน ๓ ยก แล้วตระเวนบก ๓ วัน เรือ ๓ วัน ส่งไปเป็นตะพุ่มหญ้าช้าง คือเกี่ยวหญ้าให้ช้างหลวง

            ๒. ขุนจ่าเมืองให้เฆี่ยน ๕๐ ที เพิ่มโทษ เพราะเป็นกรมการรู้ผิดชอบ มิได้ห้ามปรามกลับพลอยประสม ให้ตระเวนบก ๓ วัน เรือ ๓ วัน แล้วส่งไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง

            ๓. เจ้าจอมมารดาปิ่น พระยาเพชรบุรี หลวงปลัด หลวงยกกระบัตร ทรงพระมหากรุณายกโทษเฆี่ยน เพียงแต่ภาคทัณฑ์ไว้ครั้งหนึ่ง

            ๔. ขำ เพียน เปี่ยม ให้เฆี่ยน ๕๐ ที แล้วส่งให้นายคือเจ้าจอมมารดาปิ่นรับไป

            ๕. เจ้าจอมมารดาฉิม เฆี่ยน ๕๐ ที ทองดี นายมูล อำแดงเปี่ยม อำแดงหุ่น อำแดงเงิน อำแดงอยู่ เฆี่ยนคนละ ๓๐ ที แล้วปล่อยให้พ้นโทษไป

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

34 ความคิดเห็น