คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เวียงวัง

ตอนที่ 181 : เจ้าจอมมารดาฉิม


     อัพเดท 15 เม.ย. 53
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/เกร็ดประวัติศาสตร์
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : Little Bow-wow ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Little  Bow-wow
My.iD: https://my.dek-d.com/bird711
< Review/Vote > Rating : 82% [ 4 mem(s) ]
This month views : 215 Overall : 44,200
32 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 194 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เวียงวัง ตอนที่ 181 : เจ้าจอมมารดาฉิม , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2431 , โพส : 1 , Rating : 70% / 2 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


ในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช มีเจ้าจอมมารดาชื่อ ‘ฉิม’ สองท่าน

            เจ้าจอมมารดาฉิมท่านหนึ่งเป็นธิดาของสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก เห็นจะถวายตัวเมื่อสมเด็จพระราชบิดาทรงเป็นสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกแล้ว เพราะปรากฏว่าท่านเพิ่งจะทรงพระครรภ์พระหน่อพระองค์แรกและประสูติระหว่างที่สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกเป็นแม่ทัพไปเวียงจันทน์ เวลานั้นอายุของท่านเห็นจะประมาณไม่เกิน ๑๖-๑๗

            ที่สันนิษฐานดังนี้ เนื่องด้วยท่านเป็นเชษฐภคินีต่อขึ้นไปจากพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี จึงมีพระนามเรียกกันในหมู่พระญาติพระวงศ์ ว่า ‘ฉิมใหญ่’ ส่วนพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าฯ ทรงเป็นพระราชโอรสพระองค์ใหญ่ จึงเรียกขานพระนามว่า ‘ฉิม’ เช่นกัน พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าฯ ทรงพระราชสมภพ เมื่อ พ.ศ.๒๓๑๐ เจ้าจอมมารดาฉิมจึงน่าจะสูงชันษากว่าไม่เกิน ๓ ปี ในต้นรัชสมัยกรุงธนบุรีชนมายุ จึงยังน้อยอยู่ ต่อเมื่อปลายรัชสมัยจึงได้ถวายตัว

พระเจดีย์บรรจุพระอัฐิของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และพระอัครมเหสี หน้าพระอุโบสถเก่าวัดอินทาราม หรือวัดบางยี่เรือนอก

            แม้สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ยังมิได้ทรงยกย่องขึ้นเป็นพระมเหสีดังเจ้าจอมมารดาฉิม ธิดาเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช ทว่าก็ทรงแสดงว่าทรงตั้งพระราชหฤทัยจะยกย่อง เมื่อประสูติพระราชโอรส ก็โปรดให้เป็นเจ้าฟ้าเช่นสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ อันประสูติแต่พระมเหสี โปรดให้ประโคมแตรสังข์ ลั่นฆ้องชัย พระราชทานพระนามว่า สมเด็จเจ้าฟ้าสุพันธวงศ์ (ต่อมาคือกรมขุนกษัตรานุชิตในรัชกาลที่ ๑ กรุงรัตนโกสินทร์) ส่วนการพระเมรุเจ้าจอมมารดาฉิมนั้น ก็ทรงมีหมายรับสั่งลงมาว่า ให้ทำอย่างการพระเมรุเจ้าฟ้าทุกอย่างทุกประการ เช่นเดียวกับการพระเมรุ พระเจ้านราสุริยวงศ์ พระเจ้าหลานเธอ ซึ่งโปรดให้ครองเมืองนครศรีธรรมราชอยู่ ๗ ปี จนกระทั่งสิ้นพระชนม์

            ทั้งนี้ก็เท่ากับทรงยกย่องเจ้าจอมมารดาฉิมเป็นพระมเหสีอีกองค์หนึ่งนั่นเอง

            ในบางจดหมายเหตุ จดไว้ว่า ท่านชื่อ ‘หวาน’ แต่เรียกกันว่า ‘ฉิมใหญ่’ โดยเหตุที่ท่านเป็นธิดาคนใหญ่ดังกล่าว

            พระโกศทรงพระอัฐิของท่าน จารึกพระนามของท่านไว้ว่า ‘เจ้าครอกฉิมใหญ่’

            คำว่า ‘เจ้าครอก’ แต่โบราณมา เป็นคำเรียกเจ้านาย ตั้งแต่ชั้นเจ้าฟ้า ดังเช่นเจ้าจอมแว่นในรัชกาลที่ ๑ ที่เรียกกันว่า คุณเสือ เรียกสมเด็จเจ้าฟ้ากุณฑลทิพยวดีว่า ‘ครอกฟ้ากุณฑล’ เป็นต้น

            ส่วนเจ้าจอมมารดาฉิมแผ่นดินธนบุรีอีกท่านหนึ่งนั้น

            เป็นธิดาของเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช คนเก่าเมื่อปลายกรุงศรีอยุธยา ดังได้เล่ามาแล้วว่า เมื่อกรุงศรีอยุธยาแตก หลวงสิทธินายเวร (หนู) พระปลัดเมืองนครฯได้ตั้งตัวขึ้นเป็นเจ้าที่เรียกกันว่า “ก๊กเจ้าพระยานครฯ”

            เจ้าพระยานครฯ (หนู) มีธิดา ๓ คน เมื่อตั้งตัวเป็นเจ้า และต่อมาหลังจากสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงปราบปรามราบคาบแล้ว โปรดให้พระเจ้าหลานเธอเจ้านราสุริยวงศ์ ครองเมืองนครฯ ได้ ๗ ปี ทิวงคต จึงโปรดให้เจ้าพระยานครฯ (หนู) กลับลงไปครองเมืองนครฯ และทรงยกขึ้นเป็นเจ้าประเทศราช

            ดังนั้น ชาวเมืองนครฯ จึงพากันเรียก ธิดาของพระเจ้านครฯ ซึ่งชื่อ ชุ่ม ฉิม และปราง ว่าทูลกระหม่อมหญิงใหญ่ ทูลกระหม่อมหญิงกลาง และทูลกระหม่อมหญิงเล็ก ตามลำดับ

            คุณฉิมหรือทูลกระหม่อมหญิงกลาง ได้ถวายตัวในสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช แต่ต้นรัชสมัย เป็นที่โปรดปรานมาก ทรงตั้งเป็นกรมหลวงบริจาภักดีศรีสุดารักษ์ที่มเหสีฝ่ายซ้าย มีพระราชโอรสถึง ๓ องค์ และพระราชธิดาอีก ๑ องค์ คือ สมเด็จเจ้าฟ้าชายทัศพงศ์ (ในรัชกาลที่ ๑ โปรดฯให้เป็น ‘พระพงศ์นรินทร์’ ราชนิกุล) สมเด็จเจ้าฟ้าชายทัศไพ (ในรัชกาลที่ ๑ โปรดฯให้เป็นพระอินทรอภัยราชนิกุล เช่นกัน) และสมเด็จเจ้าฟ้าชายนเรนทร (ในรัชกาลที่ ๑ โปรดฯให้เป็น พระนเรนทราชาราชนิกุลเช่นเดียวกัน)

            ส่วนพระราชธิดาสุดท้าย สมเด็จเจ้าฟ้าหญิงปัญจปาปีนั้น สมเด็จเจ้าฟ้า กรมขุนอิศรานุรักษ์ ทรงรับเป็นชายา

            (สมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนอิศรานุรักษ์ เป็นพระอนุชา ใน สมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี ในรัชกาลที่ ๒

            ในเรื่อง ‘บุญบรรพ์’ ปรากฏว่า สมเด็จเจ้าฟ้าชายทัศพงศ์ เป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เพียงผู้เดียวที่เข้าไปติดอยู่ในพระอุโบสถวัดแจ้ง หรือวัดอรุณราชวราราม ซึ่งเป็นที่คุมขังสมเด็จพระราชบิดา เรื่องราวตอนนี้ เป็นจินตนาการของผู้เขียนผสมผสานกับความจริงจากพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๕ เรื่องพระราชวิจารณ์จดหมายเหตุความทรงจำของกรมหลวงนรินทรเทวี และจากคำบอกเล่ากันต่อๆมาในหมู่วงศ์ญาติของผู้เขียน ซึ่งบรรพสตรีผู้หนึ่งเป็นธิดาของพระพงศ์นรินทร์

            ในพระราชนิพนธ์ตอนนั้น ทรงว่า

            “...คุณปลัดเสงี่ยมเล่าว่า พระพงษ์นรินทร์อายุได้ ๑๒ ปี เข้าไปติดอยู่ในโบสถ์วัดแจ้งที่ขังเจ้ากรุงธนนั้นด้วย...ได้ให้ประคำสายหนึ่งที่ติดตัวไปแก่พระพงษ์นรินทร์ในเวลานั้น พระพงษ์นรินทร์ยังได้รักษาประคำนั้นไว้ได้ เป็นประคำกระดาษเลขยันต์ ลงรักปิดทองทั้ง ๑๐๘ เม็ด...”

            (สะกดตามต้นฉบับเดิม)

            ‘คุณปลัดเสงี่ยม’ นี้ ในรัชกาลที่ ๔ ทรงตั้งเป็นปลัดเจ้าคุณตำหนักเดิม (คือเจ้าคุณหญิงนุ่ม ธิดาของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิไชยญาติ) จึงเรียกกันว่า ‘คุณปลัดเสงี่ยม’

            คุณปลัดเสงี่ยมเป็นธิดาของพระพงษ์นรินทร์ลำดับที่ ๓ คุณหญิงพลับ หรือหม่อมพลับ หม่อมห้ามในกรมหมื่นภูมินทรภักดี (พระองค์เจ้าลดาวัลย์) เป็นธิดาลำดับที่ ๑๑ คุณพระนมจั่น พระนมพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง เป็นธิดาลำดับที่ ๑๒

            กรมหลวงบริจาภักดีศรีสุดารักษ์ ชนนีของพระพงศ์นรินทร์ เป็นมเหสีฝ่ายในสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช สำหรับพระอัครมเหสีนั้น คือพระชายาเดิม ทรงตั้งเป็นกรมหลวงบาทบริจา เรียกกันว่า พระอัครมเหสีหอกลางบ้าง เจ้าหอกลางบ้าง หนังสือหลายฉบับเรียกว่า ‘เจ้าส่อนหอกลาง’ นัยว่าพระนามเดิม ชื่อ ‘ส่อน’

            ชื่อพระอัครเหสีในสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชนี้ ใคร่จะสันนิษฐานว่า น่าจะเป็น ‘สอน’ มากกว่า ‘ส่อน’ เหตุที่กลายเป็น ‘ส่อน’ ไป อาจเป็นด้วยคนโบราณมักเขียนหนังสือ เติมวรรณยุกต์โดยเฉพาะ ‘ไม้เอก’ ลงไปโดยบางทีก็ปราศจากความหมาย ทั้งนี้เคยเห็นคุณย่าเขียนจดหมายเติมไม้เอกพร่ำเพรื่อดังกล่าว ที่ควรเติมไม่เติมไปเติมเอาที่ไม่ต้องเติม

            พระอัครมเหสีกรมหลวงบาทบริจา มีพระราชโอรสสององค์ องค์แรก เดิมมีพระนามว่า ‘จุ้ย’ เมื่อสมเด็จพระราชบิดาเสด็จปราบดาภิเษก โปรดสถาปนาเป็นสมเด็จพระมหาอุปราชเจ้าฟ้ากรมขุนอินทรพิทักษ์

            กรมขุนอินทรพิทักษ์ หรือซึ่งต่อมาเรียกกันว่า ‘เจ้าจุ้ย’ นี้ มักมีผู้เข้าใจกันว่า เป็นคนอ่อนแอ ถึงวิจารณ์กันว่า การที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงพระเมตตาจะเลี้ยงไว้ให้ทำราชการด้วย เพราะทรงเห็นว่าเป็นคนอ่อนแอไม่มีพิษมีภัย

            แต่ที่จริงแล้ว หากพิจารณาอย่างให้ความเป็นธรรม เจ้าจุ้ยหาใช่คนอ่อนแอไม่ ถ้าจะว่าเป็นคนใจอ่อนเห็นจะถูกต้องกว่า ใจอ่อนกับอ่อนแอนั้นผิดกันความใจอ่อนมีเมตตาของเจ้าจุ้ย ปรากฏอยู่ในจดหมายเหตุความทรงจำของกรมหลวงนรินทรเทวี เมื่อเกิดกบฏมหาดา ซึ่งอ้างว่าเป็นผู้มีบุญ มีชาวบ้านหลงงมงายเชื่อถือศรัทธาเป็นอันมากสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีจึงโปรดให้เจ้าจุ้ยเสด็จขึ้นไปจับกรมหลวงนรินทรเทวีทรงจดเอาไว้ว่า

            “จึงรับสั่งให้เจ้าลูกเธอ กรมอินทรพิทักษ์ขึ้นไปจับเธอ เมตตาสัตว์ที่หลงทำบุญเชื่อถือมหาดา ให้ฝีพายกระทุ้งโห่ร้องขึ้นไป ที่ได้ยินเสียงอื้ออึง (จึง) หนีได้มากที่ยังอยู่ในบริเวณวัดนั้น จับส่งลงมา”

            แต่ครั้นเมื่อสิ้นพระราชวงศ์กรุงธนบุรี และเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ ทรงพระเมตตาจะให้รับราชการเจ้าจุ้ย ก็แสดงความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวโดยขอตายตามพระราชบิดาไม่ขอมีชีวิตอยู่

            พระราชโอรสของกรมหลวงบาทบริจาอีกองค์หนึ่งคือ สมเด็จเจ้าฟ้าชายน้อย ก็ว่ากันว่า ขอตายตามไปด้วยในครั้งนั้น

            ส่วนกรมหลวงบาทบริจา และน้องนางซึ่งในรัชสมัยกรุงธนบุรี ดำรงพระยศเป็นพระเจ้าน้านางเธอ กรมหลวงเทวินทรสุดา นั้น ว่ากันว่าท่านมีชีวิตอยู่กันเงียบๆ ณ เคหสถานฟากธนบุรีนั้นเอง กรมหลวงบาทบริจา จะสิ้นชนม์เมื่อใดไม่ปรากฏ แต่อัฐิของท่านได้รับการบรรจุในพระเจดีย์ เคียงคู่กันกับพระเจดีย์ที่ว่าบรรจุพระอัฐิสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หน้าพระอุโบสถเก่า วัดอินทารามหรือวัดบางยี่เรือนอก ธนบุรี อันเป็นวัดสำคัญในสมัยกรุงธนบุรีเป็นราชธานี



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เวียงวัง ตอนที่ 181 : เจ้าจอมมารดาฉิม , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2431 , โพส : 1 , Rating : 70% / 2 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 1 : ความคิดเห็นที่ 27
มีหนังสือประวัติท้องถิ่นว่าหม่อมสอนเป็นบุตรนายมั่นเจ้าเมืองชุมพร
Name : แดง สำราน [ IP : 118.174.132.29 ]

วันที่: 21 พฤษภาคม 2556 / 17:17

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android