มิมีรักใดเป็นไปมิได้

ตอนที่ 9 : บทที่ 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    19 มิ.ย. 62

“วันนี้แม่ลำเพยอยู่หรือไม่?” เสียงทุ้มของชายร่างท้วมคนหนึ่งถามขึ้นพลางมองเข้าไปข้างในโรงชำเราว์ หญิงที่ยืนอยู่ด้านหน้าส่ายหน้าพลางบอก

“วันนี้แม่หญิงลำเพยออกไปทำธุระสำคัญข้างนอกเจ้าค่ะ มีกระไรจะฝากให้นางหรือเจ้าคะ?” นางถามพลางยิ้มอ่อน

“ข้าเอาขนมที่ไปซื้อมาเมื่อวันก่อนมาให้นาง ข้าฝากเจ้าเอาให้นางด้วยแล้วกัน แล้วบอกนางด้วยหนาว่า..ให้มาหาข้าที่เรือนใหญ่ด้วย” เขาบอกพลางยื่นซองขนมมากมายให้หญิงคนนั้น หญิงคนนั้นรับมาพลางยิ้ม

“เจ้าค่ะ ข้าจะบอกนางให้” นางกล่าวก่อนที่ชายคนนั้นจะเดินหายไป

“อีลำเพยมันมีกระไรดีนักหนาถึงได้มีแต่พวกคุณหลวงมาติดพันกัน ข้างามกว่ามันตั้งเยอะยังมิมีคุณหลวงใดมาคอยเลี้ยงดูข้าเลย หึ....ช่างน่าหมั่นไส้เสียจริง” นางพูดพลางเบะปากก่อนที่จะมองขนมเยอะแยะที่มือของนาง

“งั้นถือเสียว่าขนมพวกนี้เป็นค่าจ้างของกูที่มาเฝ้าหน้าโรงชำเราว์แทนมึงแล้วกัน อีลำเพย” นางบอกพลางแกะซองขนมเหล่านั้นพลางหยิบมากินอย่างหิวกระหายจนคนที่เดินผ่านถึงกับมองด้วยความตกตะลึงกับกิริยาท่าทางของนาง

ทางด้านลำเพย

“เรือนนี้น่ะรึคือเรือนของอีหน้าปลาบู่นั่น” หญิงสาวผู้งดงามถามพลางมองเรือนใหญ่ที่มีผู้คนเดินพลุกพล่านไปมา ชายที่ยืนอยู่ด้านข้างพยักหน้าพลางมองไปรอบๆ

“พี่เป็นกระไร ทำท่าทางหยุกหยิกอยู่ได้” นางถามพลางมองหน้าของพี่เพลิงพี่ชายของนาง

“พี่ว่าเรากลับกันเถิดหนาเดี๋ยวก็มีคนสงสัยดอกว่าเรามาทำกระไรลับๆล่อๆกันที่นี่” เขาบอกพลางทำท่าทางวิตกกังวล

“ข้าไม่กลับ ข้าล่ะอยากจะเห็นหน้าอีหน้าปลาบู่นั่นเสียจริงว่าเพราะเหตุใดหลวงรามจึงได้หลงใหลจนอยากจะแต่งงานกับมันนัก!!!” นางบอกพลางกำมือแน่นพร้อมส่งสายตาแรงแค้นไปถึงบนเรือน จนนางมองเห็นร่างของใครคนหนึ่งเดินลงมาจากบนเรือนนางเลยหลบหลังต้นไม้ทันที นางมองสอดส่องก่อนที่จะหันไปมองหน้าของพี่เพลิงที่ยังไม่ยอมหลบ

“พี่เพลิง!!” นางบอกพลางส่งสายตา เพลิงสะดุ้งก่อนที่จะวิ่งไปหลบหลังต้นไม้

“พี่แฟง!!!” เสียงของชายคนหนึ่งดังขึ้นเรียกชายคนที่เดินลงมาจากเรือน ลำเพยลอดมองหน้าของชายคนนั้นที่ค่อยๆเดินใกล้เข้ามา

“ว่าอย่างไรไอ้เขียว...มีเรื่องอะไรคืบหน้าบ้างหรือไม่?” เสียงนุ่มของชายคนนั้นถาม ลำเพยพยายามที่จะมองหน้าของชายคนนั้นให้ชัดแต่ก็เพราะกิ่งก้านใบของใบไม้ทำให้นางมองไม่เห็นหน้าของชายคนนั้นเลยแม้แต่น้อย

“ไอ้ม่วงมันบอกว่ามีคนพบนางในป่าขอรับ” ชายอีกคนบอก

“งั้นพาข้าไปเลย” สิ้นประโยคนั้นทั้งสองก็เดินจากไป ลำเพยเดินออกมาจากต้นไม้หลังจากที่ทั้งสองคนนั้นได้เดินหายไปแล้ว นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะหันไปมองเพลิงที่ยังหลบอยู่หลังต้นไม้อยู่

“พี่เพลิง ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร?เหตุใดจึงลงมาจากเรือนของอีหน้าปลาบู่?” นางถาม เพลิงเดินออกมาจากต้นไม้พลางมองหน้าของน้องสาว

“ข้าได้ข่าวมาว่าแม่เฟื่องฟ้ามีพี่ชายอยู่คนหนึ่ง ข้าเดาว่า...ชายคนนั้นน่าจะเป็นพี่ชายของนาง” เพลิงบอกพลางมองไปที่ทางที่ชายสองคนนั้นเดินหายไป

“พี่ชายงั้นรึ?” ลำเพยพูดพลางหันไปมองที่บนเรือนก่อนที่จะเดินกลับจนทำให้พี่ชายของนางต้องทักถามขึ้นมา

“จะกลับแล้วงั้นรึ?” ลำเพยหยุดนิ่งก่อนที่จะหันหน้ากลับมาหาเพลิง

“ข้าเปลี่ยนใจแล้ว ข้าไม่อยากจะเห็นหน้าอันทุเรศของอีปลาบู่นั่นตอนนี้ดอกเดี๋ยวจะกินข้าวไม่ลงเสียก่อน เอาไว้วันที่มันแต่งกับหลวงรามข้าจะมาใหม่...ไม่ได้มาร่วมปิติยินดีแต่จะมาทวงของๆข้าคืน!” นางบอกพลางเดินจนสไบพริ้วไหวไปกับลม เพลิงเดินตามหลังไปติดๆพลางหันไปมองที่ด้านหลังเป็นครั้งคราวเพราะว่ากลัวจะมีคนเดินตามมา

ทางด้านแฟงที่เดินเข้าไปในป่ากับเขียว

“อีกไกลหรือไม่ไอ้เขียว?” แฟงถามขึ้นพลางเดินตามหลังของเขียวที่ยังเดินไม่หยุดตั้งแต่เข้าป่ามา

“อีกนิดเดียวขอรับพี่แฟง ใกล้จะถึงแล้วขอรับ” เขาบอกพลางเดินเร็ว แฟงหอบหายใจแรงก่อนที่จะเดินตามไปติดๆ ทันใดนั้นเองเขียวก็หยุดชะงักจนทำให้แฟงที่เดินแบบไม่ได้มองทางชนหลังของเขาเข้าเต็มๆ

“พลั่ก!!

“โอย...เอ็งหยุดทำไมวะไอ้เขียว?” แฟงถามพลางยืนมองแผ่นหลังของเขียวนิ่งก่อนที่เขียวจะหันหน้ากลับมาด้วยใบหน้าซีดเซียวพลางชี้นิ้วไปที่ทางข้างหน้า

“ผีป่าขอรับพี่แฟง...นั่นมัน...ผีป่าใช่หรือไม่ขอรับพี่แฟง!!??” เขียวตะโกนขึ้นพลางเดินเข้ามากอดร่างของแฟงแน่น แฟงทำหน้างงก่อนที่จะเพ่งมองเข้าไปที่ร่างของหญิงแก่คนหนึ่งที่มีผมยาวปรกหน้าปรกตา ก่อนที่นางจะเงยหน้ามองตาของแฟง แฟงจึงได้รู้ว่านางไม่ใช่ผีแต่เป็นแค่คนแก่ที่อาศัยอยู่ในป่าเท่านั้นเอง

“ไอ้เขียว เอ็งมองดีๆนั่นคนมิใช่ผี” แฟงบอกพลางสะบัดร่างของเขียวที่เกาะอยู่ออกก่อนที่จะเดินไปหาร่างของหญิงชราคนนั้นที่นั่งตัวสั่นอยู่

“ยายจ๊ะ?” แฟงพูดพลางเดินเข้าไปหานาง นางเงยหน้าขึ้นมาพลางมองหน้าของแฟง

“...มาหาน้องสาวรึพ่อหนุ่ม?” นางถามขึ้นมาทำให้แฟงเบิกตาโพลงก่อนที่จะหันหน้าไปมองเขียวที่ยืนอยู่ห่างๆ

“ยายรู้ได้อย่างไรจ๊ะ...ว่าข้าตามหาน้องสาวอยู่?” แฟงถามพลางมองหน้าของหญิงชราอย่างมีความหวัง

“ข้ารู้ ข้าเห็น....แล้วเจ้าอยากรู้หรือไม่ว่านางอยู่ที่ใด?” นางถามขึ้นพลางก้มหน้าก้มตาไม่สบตาของแฟง แฟงพยักหน้าพลางพูด

“จ้ะ ข้าอยากรู้จ้ะ” แฟงพูดอย่างมีความหวังก่อนที่หญิงชรานางนั้นจะชี้นิ้วไปทางกระท่อมอีกหลังหนึ่งที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

“นางอยู่ที่นั่น” สิ้นประโยคแฟงหันไปมองเขียวพลางพยักหน้าเบาๆ

“ไอ้เขียว ไปกันเถิด ขอบใจนะจ๊ะยาย งั้นข้าไปก่อ-“

“พ่อหนุ่ม” หญิงชรากล่าวทักก่อนทำให้แฟงต้องหยุดชะงักไป แฟงมองพลางถามขึ้น

“มีกระไรหรือจ๊ะยาย?” ยายเงยหน้าขึ้นมามองหน้าของแฟงพลางจับมือของเขาลูบไปมา

“หากไปแล้วเจอสิ่งใดห้ามโมโหโกรธาจนขาดสติเป็นอันเด็ดขาดหนา มิว่ามันจะเกิดกระไรขึ้นในนั้น....มันล้วนแล้วแต่เป็นชะตากรรมที่สวรรค์ลิขิตมาให้แล้ว รวมถึงเรื่องของเจ้าด้วย” นางบอกด้วยดวงตาสีขาวของนางซึ่งบ่งบอกได้ว่านางผู้นี้ตาบอด แฟงมองหน้าของนางอย่างงุนงงก่อนที่จะพูดขึ้น

“ยายหมายความว่ากระไรเหรอจ๊ะ?” หญิงชราคนนั้นก้มหน้าลงก่อนที่จะเงยหน้ามองแฟงอีกครั้ง

“เดี๋ยวเจ้าก็รู้เอง ไปเถิด เข้าไปหาน้องสาวของเจ้าได้แล้ว” นางบอกพลางปล่อยมือของแฟง แฟงเลิกคิ้วมองนางชั่วครู่ก่อนที่จะรีบวิ่งไปกระท่อมฝั่งตรงข้าม พอมาถึงเขายืนนิ่งไปชั่วครู่พลางสูดหายใจเข้าไปลึกๆแล้วเปิดประตูเข้าไป

“แม่เฟื่อง....ฟ้า?” เขาพูดเสียงเบาพลางมองภาพตรงหน้า ร่างเปลือยเปล่าของน้องสาวของเขาที่กำลังนอนกับชายคนหนึ่งที่ไร้ซึ่งเสื้อผ้าหรืออาภรใดๆเช่นกัน แฟงเบิกตาโพลงพลางเดินเข้าไปใกล้ๆร่างที่หลับนิ่งทั้งสองนั้นด้วยจิตใจที่สับสน เขาเดินไปดูหน้าของหญิงสาวให้แน่ใจว่าใช่น้องสาวของเขาแน่หรือไม่ซึ่งคำตอบคือใช่ เขาทำหน้าเสียใจก่อนที่จะเดินไปมองร่างของชายที่นอนข้างๆนาง เมื่อได้มองหน้าของชายคนนั้นอย่างชัดเจนทำให้แฟงถึงกับต้องกำหมัดแน่นและพยายามอดกลั้นความรู้สึกไม่ให้ทำร้ายคนตรงหน้า

“ไอ้กล้า” แฟงพูดพลางทำสีหน้าบูดเบี้ยว เขียวที่ยืนมองอยู่ด้านหลังทำสีหน้าตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนที่แฟงจะใช้มือของเขาไปเขย่าร่างของแม่เฟื่องฟ้าเบาๆจนนางค่อยๆขยับร่างกายขึ้นมาพลางพูด

“อืม...มีกระไรหรือจ๊ะพี่กล้า?..งืม...” นางพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงีย คำพูดนั้นของเฟื่องฟ้าเปรียบเสมือนชนวนที่ทำให้จิตใจของแฟงลุกโชตช่วง

“พี่กล้างั้นรึ?” เสียงของแฟงที่พูดออกมานั้นทำให้แม่เฟื่องฟ้าเบิกตาโพลงแล้วรีบลุกขึ้นมาทันที นางมองพี่ชายของนางที่ทำสีหน้าโกรธปนเสียใจอยู่ตรงหน้า มือไม้ของนางสั่นไปหมดพลางมองไปที่ร่างของกล้าที่ยังนอนนิ่งอยู่แล้วหันหน้ากลับมามองร่างของพี่ชายของตน

“พี่แฟง...พี่มาทำกระไรที่นี่?” นางถามพลางทำสีหน้าไม่ค่อยดีนัก แฟงไม่พูดอะไรพลางเดินออกมาจากตรงนั้นมายืนข้างๆเขียวที่ยืนมองนิ่งด้วยความตกตะลึง

“พี่แฟง...ที่พี่เห็น-“

“เจ้า...มาทำอะไรที่นี่..แม่เฟื่องฟ้า เจ้าหนีออกจากบ้านมาเพื่อมาพลอดรักกับมันงั้นรึ!!!!!!” แฟงตะโกนเสียงดังทำให้เฟื่องฟ้าสะดุ้งพร้อมๆกับร่างของกล้าที่สะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย

“โอย!!!ใครมันมาตะโกนแต่เช้าวะ?!!” เขาพูดพลางขยี้ตาไปมาแล้วมองไปข้างหน้าก่อนที่เขาจะเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ

“...แฟง?...มาทำกระไรที่นี่?” กล้าพูดก่อนที่จะหันหน้าไปมองหน้าของหญิงสาวที่ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองพี่ชายของตนที่โกรธและโมโหอย่างมาก แฟงกำหมัดแน่นพยายามกลั้นความรู้สึกไม่ให้ต่อยหรือทำร้ายใครในนี้ตามคำเตือนของยายคนนั้น

“พี่อุตส่าห์เป็นห่วงว่าเจ้าจะตายหรือว่าเป็นอันตรายอะไรจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ!!!พยายามหาเจ้า ถามคนนู้นคนนี้ทั้งวันทั้งคืนเพื่อจะหาเบาะแสว่าเจ้าอยู่ที่ไหน!!! แล้วนี่อะไร...แล้วนี่อะไรกันแม่เฟื่องฟ้า!!!!” แฟงตะโกนสุดเสียงจนเขียวต้องจับมือของอีกคนไม่ให้เผลอพลั้งมือทำร้ายใครไป

“พี่แฟง...ใจเย็นก่อนเถิดพี่” เขียวบอกพลางมองหน้าของแฟงที่มีสีแดงด้วยความโกรธ

“ข้ารักแลห่วงเจ้าที่สุด กลัวว่าเจ้าจะเป็นกระไรไป...แล้วเจ้าตอบแทนความรักของพี่ด้วยการมานอนกกกับไอ้กล้าแบบนี้งั้นรึ!!!” แฟงตะโกนอีกครั้งจนเอ็นขึ้นคออย่างเห็นได้ชัด เฟื่องฟ้าตัวสั่นพลางร้องไห้ออกมา

“ฮึก...ฮึก...ข้าขอโทษพี่แฟง...ข้าขอโทษ...ข้าไม่ได้ตั้งใจ..ฮึก...ให้เรื่องมันกลายเป็นแบบนี้..ฮึก...ข้าขอโทษ...ข้าขอโทษ...” นางพูดพลางยกมือขึ้นมาไหว้พร้อมกับใบหน้าที่บิดเบี้ยวไม่ได้แพ้พี่ชายของนางที่มีน้ำตาไหลอาบแก้มอยู่ตลอดเวลา

“แฟง นี่ไม่ใช่ความผิดของเฟื่องฟ้า...แต่เป็นความผิดของข้าเอง อย่าไปโทษเฟื่องฟ้าเลย...ข้าเป็นคนผิดเอง” กล้าพูดพลางมองหน้าของแฟงที่ไม่แม้แต่จะเหลือบมองกล้าเลยแม้แต่น้อย

“แล้วทีนี้จะเอายังไง...มาทำเรื่องบัดสีแบบนี้พ่อแลแม่จะเป็นอย่างไร!!!! เจ้าไม่คิดเลยใช่มั้ย?....น้องสาวที่แสนดีของข้า...น้องสาวที่เชื่อฟังข้า น้องสาวที่ข้ารัก...มันตายไปจากเจ้าแล้วใช่หรือไม่...” แฟงพูดพลางสะบัดมือของเขียวออกแล้วเดินออกมาจากในกระท่อมนั้นทันที

“พี่แฟง!!!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น