มิมีรักใดเป็นไปมิได้

ตอนที่ 6 : บทที่ 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 54
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    30 พ.ค. 62

“ลูกว่ากระไรนะพ่อราม?จะถอนหมั้นงั้นรึ?เหตุผลเล่า?” ชายชรากล่าวถามบุตรชายของตนที่มานั่งพูดเสวนาเกี่ยวกับการถอนหมั้นแม่เฟื่องฟ้าอย่างสงสัยและตกใจเป็นอย่างมาก แต่คนเป็นบุตรกลับเพียงแค่ทำท่ายกมือขึ้นมาไหว้พ่อของตนพลางกล่าวขอร้อง

“ได้โปรดเถิดขอรับท่านพ่อ หากข้าหมั้นกับนางข้าต้องตายเป็นแน่แท้ขอรับ” รามบอกพลางส่งสายตาอ้อนวอนพ่อของตน คนเป็นพ่อทำสีหน้าไม่ค่อยดีก่อนที่จะเอามือมากุมขมับของตัวเอง

“ท่านเจ้าคะ ท่านโหราธิบดีกับแม่หญิงเฟื่องฟ้ามาหาเจ้าค่ะ” เสียงใสนั้นของบ่าวหญิงคนหนึ่งกล่าวเสียงดังทำให้ชายชราถึงกับตกใจก่อนที่จะหันมามองหน้าบุตรชายของตนที่ทำสีหน้าตกใจไม่แพ้กัน

“ท่านพ่อ” รามพูดพลางส่งสายตาอ้อนวอนแต่คนเป็นพ่อก็หาได้สนใจไม่ เขาส่งสายตาดุดันกลับไปทำให้บุตรชายต้องเดินตามหลังเขามาติดๆ

“ข้ารู้หนาว่าเจ้ามิอยากแต่งกับแม่เฟื่องฟ้าเพราะว่าได้ยินข่าวลือมาว่านางมิงาม เจ้าจะตัดสินคนแต่เพียงภายนอกอย่างเดียวเยี่ยงนี้มิได้หรอกนะพ่อราม พ่อมิยอมดอก เสียหน้าเขาตาย” ชายชราบอกก่อนที่จะเดินไปที่หน้าประตูเพื่อเป็นการต้อนรับคนทั้งสอง รามที่เดินตามมาทางด้านหลังนั้นได้แต่ทำหน้าเสียที่พ่อของตนไม่ยอมให้ถอนหมั้น เหตุใดต้องให้ข้าแต่งกับหญิงที่หน้าเหมือนปลาบู่อะไรนั่นด้วยเล่า?มิใช่เรื่องเลยเสียด้วยซ้ำ รามคิดพลางเดินไปยืนข้างๆร่างของพ่อเขา

“ว่าอย่างไร?มากันพร้อมหน้าพร้อมตาเชียว?” ชายชรากล่าวทักทายคนทั้งสองที่กำลังเดินขึ้นมาบนเรือนของตน รามได้แต่หลบหน้าเพราะไม่อยากเห็นใบหน้าอันไม่น่ามองของคู่หมั้นของเขา

“เอ๊ะ?....นั่นแม่เฟื่องฟ้างั้นรึ?งามเสียจริง” พ่อของรามกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงดีใจแต่มันกลับไม่ได้ทำให้รามเงยหน้าขึ้นมามองเลยแม้แต่น้อย ถึงท่านพ่อชมไปข้าก็มิเชื่อดอก ว่าคนที่เขาลือว่าหน้าเหมือนปลาบู่จะงามได้ รามคิด

“ข้าไหว้เจ้าค่ะ พี่ราม” เสียงหวานนั้นทำให้รามชะงักแล้วค่อยๆเงยหน้าขึ้นมามองก่อนที่จะเบิกตาโพลง ใบหน้าสวยพร้อมรอยยิ้มที่งดงามนั้นที่ส่งมาให้กับเขาทำให้รามไม่สามารถที่จะละสายตาไปที่ใดได้เลย รามมองตาค้างก่อนที่จะถูกพ่อของเขาแซว

“อย่าจ้องน้องขนาดนั้นสิพ่อราม เดี๋ยวน้องก็เขินกันพอดี” คนเป็นพ่อบอกพลางยิ้มที่เหมือนว่าบุตรชายของเขาจะถูกใจคู่หมั้นคนนี้เข้าเสียแล้ว

“ท่านโหรา บุตรสาวท่านช่างงามเสียจริง งามหยดย้อยเหลือเกิน งามจนมิอาจจะมีผู้ใดเทียบเทียมได้เลย” ชายชรากล่าวชมพลางมองหญิงสาวที่ยิ้มมุมปากอย่างงดงาม

“วันนี้ข้าพานางมาทักทายประเดี๋ยวเดียวเดี๋ยวก็กลับแล้วล่ะ นางอยู่แต่บนเรือนมิได้ออกไปไหน เดี๋ยวจะเป็นลมแดดเข้า” ชายชราอีกคนผู้เป็นพ่อของหญิงสาวกล่าวพลางมองหน้าของคนทั้งสองตรงหน้า

“ขอข้าไปส่งน้องได้มั้ยขอรับท่านพ่อ?” รามหันไปถามพ่อของตนทำให้พ่อของเขายิ้มกว้างออกมา

“เอาสิ-“

“มิเป็นไรหรอกเจ้าค่ะพี่ราม ข้าว่าข้าเดินไปเองดีกว่าเจ้าค่ะ เดี๋ยวพี่รามจะร้อน” เฟื่องฟ้าบอกพลางยิ้มมุมปากทำให้รามยิ้มอย่างมีความสุข เขาเอาแต่พยักหน้าก่อนที่เฟื่องฟ้าจะลากลับเรือนพร้อมกับพ่อของนาง

.

.

“เหอะ!!...ยิ้มปากบานเชียวนะมึง เห็นสวยเลยยิ้มแบบนั้นน่ะสิ ตอนแรกที่ได้ยินว่าเฟื่องฟ้ามายังก้มหน้าก้มตาไม่อยากมองอยู่เลย ไอ้เลว!!!” แฟงพูดขึ้นพลางเดินโครมครามบนเรือนจนทำให้บ่าวหลายคนหันมามองเขาเป็นตาเดียว

“ใจเย็นหนา ยังไงเสียเขาก็ไม่รู้...ซ้ำยังเหมือนเขาจะตกหลุมรักเจ้าอีกด้วยนะ พ่อแฟง” คนเป็นพ่อกล่าวพลางมองหน้าลูกของเขาด้วยความดีใจ

“ตกหลุมรัก?คนอย่างมันน่ะรึจะตกหลุมรักใครเป็น เหอะ...ดีแต่เอาคนเป็นสิไม่ว่า” แฟงบอกพลางทำท่าทางไม่พอใจ

“เหตุใดเจ้าจึงเกลียดเขานักเล่าพ่อแฟง เขาไปทำกระไรให้เจ้างั้นรึ?” พ่อถามพลางมองหน้าของแฟงอย่างสงสัย

“มันเจ้าชู้ขอรับท่านพ่อ ข้ามิชอบ...คนอย่างมันมิสมควรมาเป็นผัวของน้องสาวข้าหรอกขอรับ!!!” แฟงบอกแล้วเดินตึงตังเข้าไปในห้องของเขาทันที

“ขอข้าไปส่งน้องได้มั้ยขอรับท่านพ่อ? แหมๆมาทำเป็นใจดี เหอะ!!ดีกับผีน่ะสิ เห็นหน้าดีหน่อยมึงใจดีเลยนะ ไอ้หน้า....หึ้ย!!!กูล่ะเกลียดมึงจริงๆเลยไอ้ราม!!!” แฟงตะโกนพลางกำหมัดของตัวเองด้วยความโกรธก่อนที่เขาจะต่อยหมอนจนมันยับยู่ยี่ไปหมด ก่อนที่เขาจะชะงักไปเพราะว่าคิดถึงน้องสาวของเขาขึ้นมา เขานิ่งไปสักพักก่อนที่จะพูดขึ้น

“ตอนนี้เจ้าไปอยู่ที่ใดกันนะแม่เฟื่องฟ้า หนีไปที่แห่งหนใด...แลเจ้าหนีไปเพื่อเหตุใดกันน้องพี่” แฟงกล่าวถามกับสายลมและความว่างเปล่าก่อนที่จะนั่งมองทอดยาวออกไปจากนอกหน้าต่างด้วยสายตาและจิตใจที่เศร้าหมอง ก่อนที่เขาจะนึกแผนขึ้นได้

“ต้องให้ไอ้เขียวมันสืบให้ได้...ว่าน้องข้าไปอยู่ที่ใด...ระหว่างนี้ข้าก็คงต้องทำตัวเป็นคู่หมั้นที่ดีของไอ้รามมันไปก่อน รอจนกว่าแม่เฟื่องฟ้ามา...แล้วเรื่องหลังจากนั้นค่อยว่ากัน อย่างไรเสีย...กูก็ไม่ยอมให้มึงได้แต่งกับน้องกูดอก...ไอ้คนเจ้าชู้!!” แฟงพูดพลางทำสีหน้าโกรธก่อนที่จะล้มตัวลงไปนอนและหลับไปในที่สุด

ณ เรือนของพระยาสุริศัลฑการณ์

“เป็นไรหรือเจ้า...เอาแต่ยิ้มอยู่เพียงผู้เดียวอยู่นั่นล่ะ?” เสียงของคนเป็นพ่อถามพลางมองหน้าของลูกชายเขาที่เอาแต่ยิ้มไปมาอย่างคนเพ้อฝันมาตั้งแต่ที่แม่เฟื่องฟ้าคู่หมั้นที่ลูกชายของเขาอยากให้ถอนหมั้นนักถอนหมั้นหนากลับไปเรือนของนาง

“ข้าว่า...ข้ากำลังตกหลุมรักขอรับท่านพ่อ” รามพูดพลางยิ้มกว้าง คนเป็นพ่อส่งยิ้มกลับก่อนที่จะเดินไปจับไหล่ของลูกชายก่อนที่จะเข้าห้องของเขาเพื่อนอนและพักผ่อนกายา

“งั้นก็เลิกล้มความคิดที่จะถอนหมั้นเสีย การโกหกใจตัวเองมันมิดี” หลังจากที่พ่อของเขากล่าวและเข้าห้องนอนไป รามก็เดินไปดูดาวและยิ้มกับตัวเองอย่างกับคนบ้า

“ไหนชาวบ้านเขาลือกันว่าหน้าตาเจ้าเหมือนปลาบู่ ปลาบู่กระไรจะงดงามเช่นนี้กัน หากข้าเจอชาวบ้านที่ว่าร้ายเจ้าอีกเมื่อใด..ข้าจะจัดการให้น้องเอง แม่เฟื่องฟ้าของพี่ ข้ารอวันที่จะได้แต่งกับเจ้ามิไหวแล้ว” เขากล่าวพลางทำท่าทางมีความสุขซึ่งแตกต่างจากหญิงสาวอีกคนที่รักในตัวเขาและสมบัติของเขามากเหลือเกินจะบรรยาย หญิงที่มีอารมณ์ร้ายกว่าสัตว์ร้ายใดๆและเป็นแม่เล้าของหญิงสาวบำเรอทุกนาง

“มึงว่ากระไรนะ?..หลวงรามจะแต่งงาน ไหนมึงบอกว่าจัดการเรื่องแพร่ข่าวเรื่องอีคู่หมั้นเขาไปแล้วมิใช่รึ? แล้วเหตุใดหลวงรามที่ชื่นชอบหน้าตาของหญิงสาวที่งดงามอย่างเขาถึงยังดึงดันที่จะแต่งงานกับอีปลาบู่อะไรนั่นอีก!!!” ลำเพยกล่าวพลางโยนแก้วและขวดเหล้าทั้งหลายลงไปกับพื้นด้วยความโมโหที่แผนในการขัดขวางงานแต่งงานของตนไม่สำเร็จ นางกำมือทั้งสองข้างพลางมองไปที่บ่าวของนางที่นางใช้ให้ไปแพร่ข่าวและสืบข่าวเกี่ยวกับคู่หมั้นของหลวงราม

“เพล้ง!!!!

“ข้า..ข้าแพร่ข่าวเรื่องหน้าตาอันอัปลักษณ์ของนางแล้วจริงๆนะเจ้าคะ แล้วก็ได้ข่าวมาว่าหลวงรามเชื่อแล้วก็กำลังจะถอนหมั้น...แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด..เขาถึงไม่ถอนหมั้นซ้ำยังอยากจะเร่งให้วันแต่งมาเร็วๆอีกด้วยเจ้าค่ะ-“

“เพี๊ยะ!!

“โอ๊ย!!....แม่หญิงลำเพย...ตบหน้าข้าทำไมเจ้าคะ?” คนเป็นบ่าวถามพลางทำสีหน้าไม่ค่อยดีนัก

“ออกไป...ออกไป๊!!!!!” ลำเพยตะโกนเสียงลั่นเหมือนดั่งมีผีสางอันชั่วร้ายเข้า บ่าวคนนั้นจึงรีบวิ่งหนีไปทันทีก่อนที่จะโดนอะไรที่หนักกว่านี้ ลำเพยที่โกรธอย่างมากอยู่นั้นเดินกระวนกระวายไปมาพลางบ่นพึมพำอย่างคนวิปลาส

“เหตุใด...เหตุใดจึงมิใช่กู..กูทั้งงาม...ทั้งมีกลิ่นกายหอมชวนฝัน...มิว่าชายใดที่ได้กูก็ต้องหลงหัวปักหัวปำด้วยกันทั้งนั้น...แล้วอีนั่นมันเป็นใคร...เป็นแค่หญิงชนชั้นสูงแต่มีหน้าตาเยี่ยงปลาบู่แล้วเหตุใด!!!เหตุใดหลวงรามจึงเลือกมันมิใช่กู!!!!!” ลำเพยตะโกนพลางหยิบสิ่งของทุกอย่างที่อยู่รอบๆมาโยนไปมาจนห้องนั้นเละเทะไปหมด ก่อนที่นางจะนิ่งไปแล้วพูดขึ้น

“พี่เพลิง” นางกล่าวก่อนที่ชายร่างใหญ่พี่ชายของนางที่ยืนมองพฤติกรรมอันน่ากลัวของนางมานานแสนนานนั้นจะเข้ามาในห้องอย่างกล้าๆกลัว

“อะไรเหรอจ๊ะแม่ลำเพย?” เขาถามน้องสาวของตัวเองด้วยเสียงอันสั่นเครือจากความกลัวก่อนที่นางจะหันหน้าไปมองพี่ชายของนางด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป

“ไปสืบมาว่าหลวงรามกับอีปลาบู่นั่นหมั้นกันวันใดแล้วมาบอกข้า” นางบอก เพลิงทำสีหน้างงพลางถามกลับ

“เจ้าจะรู้ไปเพื่ออะไรเล่าน้องพี่ เจ้ามิกลัวเสียใจหรืออย่างไร?” เพลิงถามพลางมองหน้าน้องสาวของตนอย่างเป็นห่วงก่อนที่นางจะแสยะยิ้มแล้วมองหน้าของเพลิง

“พวกมันต่างหากที่จะต้องเป็นฝ่ายเสียใจ เพราะว่าอีลำเพยคนนี้...จะไปพังงานหมั้นให้วอดวายเสียให้หมด แลทีนี้หลวงรามก็จะเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว....หึๆๆๆ ฮ่าๆๆๆๆ” 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น

  1. #2 YOU-PALMY (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 23:57

    ร้ายนักนะอีลำเพยยยยhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-big-02.png

    #2
    0