มิมีรักใดเป็นไปมิได้

ตอนที่ 30 : บทที่ 29 (อวสาน)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    31 ธ.ค. 63


“ไว้ข้าจะมาหาใหม่นะขอรับคุณแม่ แม่เฟื่องฟ้า”

แฟงกล่าวพลางลูบหัวลูกชายเพียงคนเดียวของเขาอย่างอ่อนโยน รามเองก็ยกมือขึ้นมาไหว้เพื่ออำลาครอบครัวของภรรยาก่อนที่จะเอื้อมมือไปโอบไหล่บางของแฟงเอาไว้

“ข้ากลับก่อนนะขอรับคุณยาย น้าเฟื่องฟ้า”

“จ้า เดินทางปลอดภัยนะจ๊ะ”

แม่ของแฟงกล่าวก่อนที่จะเดินกลับเข้าไปในเรือน ส่วนแฟง หลวงรามและพ่อทองนั้นก็เดินไปนั่งบนเรือเพื่อที่จะกลับที่เรือนของตน

“..........”

“เป็นกะไร?”

แฟงเอ่ยถามขึ้นมาเมื่อเห็นสีหน้าท่าทางที่ดูตึงเครียดไปของหลวงรามตั้งแต่พูดถึงเรื่องมนตร์ดำของยายตน

“เปล่า พี่ไม่ได้เป็นกะไร”

เขาตอบกลับมาพลางส่งยิ้มที่ทำให้แฟงต้องเอื้อมมือไปสัมผัสแก้มของอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน

“อย่ามาโกหก ข้าเป็นเมียเจ้านะ...เจ้าอยากให้ข้าไม่สบายใจไปด้วยหรืออย่างไร?”

สายตากับคำพูดนั้นของอีกฝ่ายมันทำให้หัวใจของรามอ่อนยวบเขาอิงแก้มเข้ากับฝ่ามือของแฟงก่อนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงติดเศร้า

“พี่แค่สงสารย่าพี่..ที่ต้องมาทำตามสัญญาให้กับคนชะตาอาภัพแบบพี่”

แฟงเลิกคิ้วก่อนที่จะพูดขึ้น

“ชะตาอาภัพที่ว่าคือการมีข้าเป็นคู่ครองน่ะรึ?”

รามรีบส่ายหัวทันใดก่อนที่จะเอื้อมมือมาโอบกอดร่างบางของแฟงเอาไว้แน่นเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะคิดมาก

“มิใช่ๆ พี่แค่สงสารนางที่ต้องมาทำเรื่องที่ไม่ดีแบบนี้ทั้งๆที่นางเลิกเล่นมนตร์ดำไปแล้วต่างหาก อย่าคิดมากนะน้องพี่ พี่มันปากพล่อยไปเอง”

แฟงมองอีกฝ่ายที่มีท่าทีออดอ้อนราวกับพ่อทองก็ไม่ปาน ก่อนที่เขาจะใช้ฝ่ามือบางลูบเส้นผมของอีกฝ่ายเบาๆ

“เจ้านั่นแหละอย่าคิดมาก มีกะไรก็บอกข้าระบายกับข้า..อย่าเก็บเอาไว้คนเดียว”

รามเงยหน้ามองภรรยาตนก่อนที่จะเลื่อนมาหนุนตักของอีกฝ่ายจนทำให้บ่าวที่กำลังพายเรืออยู่นั้นแอบอมยิ้มเบาๆ ส่วนพ่อทองน่ะรึเอาแต่ยิ้มกรุ้มกริ่มตั้งแต่เห็นพ่อและแม่พูดคุยกันแล้ว

“ทำกะไรไม่ได้อายฟ้าอายดินบ้างเลยนะเจ้า”

“ก็พี่รักของพี่...เหตุใดยังจะต้องอายอีกเล่า”

.

.

.

“นางมิใช่แม่เฟื่องฟ้าตัวจริงเจ้าค่ะคุณพี่ นางคือพี่ชายของแม่เฟื่องฟ้าชื่อแฟงเจ้าค่ะ!!!

แม่เลี้ยงของรามตะโกนเสียงดังขึ้นมาหลังจากที่นางให้บ่าวรับใช้ไปสืบข้อมูลของแม่เฟื่องฟ้าและได้รู้ความจริงว่าคนที่ตบแต่งกับพ่อรามหาใช่แม่เฟื่องฟ้าหรือสตรีไม่ แต่กลับเป็นพี่ชายของนางที่หน้าตาสวยสดราวกับสตรีต่างหาก เมื่อนางรู้ข่าวนี้แน่ชัดแล้วนางเลยเอามาบอกกับสามีของตนที่เมื่อได้ยินเรื่องราวจากปากของนางก็ได้แต่ทำใบหน้านิ่งเฉยใส่

“เหตุใดคุณพี่มีท่าทางนิ่งเฉยเช่นนั้นเล่าเจ้าคะ?นี่พ่อรามแต่งกับบุรุษด้วยกันเลยนะเจ้าคะ!ทางเราโดนหลอกนะเจ้าคะคุณพี่!

“เบาเสียงลงหน่อยเถอะ อายบ่าวไพร่ที่มันดูอยู่บ้าง”

เขากล่าวกลับมาเสียงเรียบเฉยนั่นยิ่งทำให้นางโมโหโกรธาเข้าไปใหญ่

“เราจะจัดการกับพวกมันอย่างไรดีเจ้าคะคุณพี่?ให้ประหารเจ็ดชั่วโคตรเลยดีหรือไม่เจ้าคะ?”

นางกล่าวถามด้วยท่าทางที่แอบมีความสะใจเล็กๆ ทันใดนั้นเองร่างของคนทั้งสามก็เดินขึ้นเรือนมาพอดี

“ข้ากลับมาแล้วขอรับคุณพ่อ คุณแม่”

รามกล่าวพลางมองมาที่ทั้งสองคนที่หนึ่งในนั้นหันมามองเขาก่อนจะแสยะยิ้มชั่วร้ายออกมา

“มาก็ดีแล้วพ่อราม เราจะได้คุยเรื่องนี้กันให้กระจ่างกันสักที”

นางกล่าวก่อนที่จะเหลือบมองมาที่แฟง แฟงสะดุ้งเล็กน้อยกับสายตาของอีกฝ่าย แฟงยกมือขึ้นไหว้ก่อนที่จะหันไปคุยกับลูกชายตน

“พ่อทองไปรอแม่กับพ่อในห้องก่อนนะ”

“ขอรับคุณแม่”

พ่อทองกล่าวก่อนที่จะเดินไปที่ห้องของตนพร้อมกับบ่าวที่เดินตามติดไปด้วย พ่อของรามมองมาที่แฟงครู่หนึ่งซึ่งนั่นทำให้แฟงก้าวขาเดินต่อไปไม่ออก รามเมื่อเห็นดังนั้นเลยเดินมาจูงมือของแฟงเอาไว้ก่อนที่จะกุมมืออีกฝ่ายเอาไว้แน่น แม่เลี้ยงของรามมองมือของทั้งสองที่ผสานกันก่อนที่จะเบ้ปากแล้วกล่าวขึ้นมา

“เอาเลยเจ้าค่ะคุณพี่ เล่าให้พ่อรามฟังเลยเจ้าค่ะ...ว่าแท้จริงแล้วคนที่ยืนเคียงพ่อรามน่ะเป็น-”

“เขาจะเป็นกะไรก็เรื่องของเขาหาใช่เรื่องของพ่อแม่เยี่ยงเราไม่”

พ่อของรามกล่าวขึ้นมาทำให้นางถึงกับมองอีกฝ่ายตาถลน

“หมายความว่ากะไรเจ้าคะคุณพี่?มันเป็นผู้ชายนะเจ้าคะ!!มันหลอกเรานะเจ้าคะ!

“ใครกันแน่ที่เป็นคนหลอกลวง มิใช่เจ้าหรอกรึ?”

“หมายความว่ากะไรเจ้าคะ?”

“อย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะว่าเจ้าคิดอย่างไรกับลูกชายข้า”

ประโยคนั้นทำให้ร่างของนางแน่นิ่งไป นางไม่แม้แต่จะสบถคำอะไรออกมาด้วยซ้ำ นางเหลือบไปมองบ่าวของตนที่เริ่มหายไปทีละคนสองคนก่อนที่นางจะกลั้นใจหันมายิ้มใส่อีกฝ่ายเช่นเคย

“คุณพี่กล่าวอะไรออกมานะเจ้าคะ ข้าจะไปคิด-”

“อย่าคิดว่าข้าโง่ ข้ารู้ทุกอย่างเพียงแต่ไม่พูดเท่านั้น แต่วันนี้ที่ข้าต้องพูดก็เพราะเจ้าเป็นคนเริ่มก่อนเอง”

เขาพูดก่อนที่จะลุกขึ้นยืนแล้วเดินมาจับไหล่ของแฟงและราม

“พ่อรู้มาตั้งนานแล้วว่าเจ้ามิใช่แม่เฟื่องฟ้าแต่เป็นพ่อแฟงพี่ชายของนาง”

แฟงเบิกตากว้างก่อนที่จะก้มหน้ามองต่ำไม่กล้าสบตาของอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกผิดที่ท่วมท้น

“แต่ที่พ่อไม่พูดก็เพราะว่าพ่ออยากจะเห็นว่าเจ้ากับพ่อรามจะทนกันไปได้สักแค่ไหน...ตอนแรกพอก็คิดว่าผ่านไปเพียงวันสองวันพ่อรามคงจะทนไม่ได้แล้ว...แต่ที่ไหนได้เล่า...พวกเจ้ารักกันมาสองสามปีแล้วนะ ซ้ำยังมีพ่อทองให้พ่ออุ้มอีก”

เขากล่าวเสียงนุ่มก่อนที่จะจับมือของแฟงขึ้นมา

“หลังจากวันนี้ไป...เจ้ามิต้องแทนตัวเป็นสตรีกับพ่อแล้วหนา เพราะว่าเจ้าคือพ่อแฟง...ลูกสะใภ้ของข้าและเป็นภรรยาที่ลูกชายของข้ารักมากแทน”

แฟงร้องไห้ออกมาทันใดที่อีกฝ่ายกล่าวเช่นนั้นออกมา รามมองบิดาของตนก่อนที่ยิ้มกว้างแล้วยกมือขึ้นมาไหว้อีกฝ่าย

“ขอบพระคุณคุณพ่อที่เข้าใจลูกด้วยขอรับ”

“มิเป็นไรดอก พ่อเข้าใจ”

“วิปลาสกันไปหมดละ อยู่ไม่ได้แล้วกู”

แม่เลี้ยงของรามกล่าวแล้วกำลังจะเดินออกจากเรือนไป

“ไปแล้วอย่าได้กลับมาอีกล่ะ เจ้าจะเอาอะไรติดตัวไปก็ได้หนา..ทิ้งเพียงคำว่า “แม่” อย่างเดียวไว้ก็พอ”

พ่อของรามกล่าวเสียงเรียบอีกครั้ง นางหันมามองก่อนที่จะหยิบปิ่นปักผมที่อยู่บนศีรษะของนางออกแล้วเขวี้ยงทิ้งก่อนที่จะเดินออกจากเรือนไปโดยไม่มีทาสหรือบ่าวคนใดตามไปด้วยสักคน

“เอาล่ะ ทีนี้เราก็เข้าใจกันแล้วนะ พ่อแฟงเรื่องชุดน่ะเดี๋ยวพ่อจะซื้อให้ใหม่หนา เห็นเจ้าใส่ชุดสตรีมาหลายปีแล้วอึดอัดแทน”

เขากล่าวทำให้แฟงยิ้มออกมาก่อนที่จะยกมือขึ้นมาไหว้ขอบคุณ

“ขอบพระคุณขอรับคุณพ่อ”

“ไม่เป็นไรๆ ส่วนเรื่องพ่อทองน่ะเดี๋ยวรอให้โตอีกหน่อยพ่อจะเป็นคนบอกเอง”

“ขอรับคุณพ่อ”

รามกล่าวพลางโอบเอวบางของแฟงเอาไว้

“ไปพักผ่อนกันเถอะไป”

“ขอรับ”

.

.

.

“พ่อเจ้านี่ช่างเป็นคนดีเยี่ยงนัก”

แฟงกล่าวพลางเกาหัวของตัวเองไปมาเพราะรู้สึกคันจากที่ต้องใส่ผมปลอมมาทั้งวี่ทั้งวัน

“ให้พี่เกาให้หรือไม่?”

“ไม่ต้องหรอก สกปรกมือเจ้าเอาเปล่าๆ”

ฟอดดดด

รามเดินมาหอมซอกคอของแฟงก่อนที่จะโอบเอวของอีกฝ่ายด้วยมือหนาจากทางด้านหลัง

“สกปรกกะไรกันเล่า กายเจ้าหอมจะตายไป”

“ปากหวานไปเถอะ อย่าให้รู้แล้วกันว่าไปปากหวานกับหญิงที่ไหน”

แฟงกล่าว รามอมยิ้มก่อนที่จะจูบที่ซอกคอขาวของแฟงอีกครั้งจนมันขึ้นสี

“พี่จะไปปากหวานกับหญิงใดได้เล่าหากพี่ยังหลงบุรุษเยี่ยงเจ้าอยู่เช่นนี้”

แฟงนิ่งไปก่อนที่จะเม้มริมฝีปากของตัวเองแล้วหันมามองหน้าของรามที่อยู่ตรงซอกคอของเขา

“ขอให้หลงแบบนี้ไปจนตายเหอะ”

แฟงพูดก่อนที่จะประกบปากกับเรียวปากของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว รามเบิกตากว้างด้วยความตกใจเพียงชั่วครู่เท่านั้นก่อนที่เขาจะอุ้มร่างของแฟงมาวางไว้บนเตียงอย่างนุ่มนวล

“ตอนนี้พี่ก็หลงเจ้าจะตายอยู่แล้วพ่อแฟงของพี่”

รามพูดก่อนที่จะบรรเลงเพลงรักกับคนรักของตนที่ตอนนี้หาได้ขัดขืนเหมือนครั้งแรกใหม่แต่เขากลับร่วมบรรเลงเพลงรักไปด้วยกันอย่างมีความสุข

 

อวสาน

 

ขอบคุณนักอ่านที่ติดตามกันมาน๊านนนนนนนานด้วยนะคะ ห่างหายกันไปนานจนคิดว่าเรื่องนี้อาจจะไม่ได้อัพเลยด้วยซ้ำแต่ก็กลับมาอัพตอนจบให้แล้วค่ะ อย่าลืมไปติดตามผลงานอื่นๆกันด้วยนะคะ ขอบพระคุณทุกคนมากๆเลยนะคะ รักนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น