มิมีรักใดเป็นไปมิได้

ตอนที่ 3 : บทที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 87
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    18 เม.ย. 62

ณ โรงชำเราว์

“คุณหลวงรามเจ้าขา!!!” เสียงเล็กแหลมของหญิงร่างบางคนหนึ่งกล่าวพลางวิ่งเข้ามากอดรัดร่างของชายหนุ่มผู้มีรูปโฉมงดงามอย่างแนบแน่นเสียกิริยาหญิงเสียหมดสิ้น

“ว่าอย่างไรเจ้า?คิดถึงข้างั้นรึ?” ชายหนุ่มถามพลางยิ้มอ่อน ทันใดที่เขายิ้มหญิงผู้นั้นก็ทำท่าทีอ่อนระทวยแล้วยิ่งกอดรัดร่างของชายหนุ่มผู้นั้นแน่นขึ้นไปอีก

“เจ้าค่ะคุณหลว-“

“ประเดี๋ยวเถอะแม่เดือน ไปเกาะแข้งเกาะข้าคุณหลวงท่านเป็นปลิงเสียอย่างนั้นมันมิงามเอาเลยหนา” เสียงของหญิงอีกคนหนึ่งดังขึ้นก่อนที่ชายหนุ่มจะยิ้มกว้างออกมาพลางแหงนมองขึ้นไปบนบันไดที่มีร่างของหญิงสาวยืนและกำลังเดินลงมาหาเขา

“เชอะ!...เจ้างามตายงั้นล่ะ” หญิงที่ยืนอยู่ข้างของชายหนุ่มบ่นพึมพำพลางเบะปาก

“เจ้าว่ากระไรนะแม่เดือน?” ชายหนุ่มถามพลางยิ้ม

“มิมีกระไรเจ้าค่ะ ข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ พอดีว่ามีแขกมา” นางกล่าวพลางปล่อยมือออกจากแขนของชายหนุ่มแล้วเดินไปทางที่หญิงอีกคนกำลังเดินมาหาคุณหลวง นางทั้งสองได้เดินสวนกันพอดีและมีหนึ่งในนั้นพูดเสียงเยือกเย็นขึ้นมา

“คุณหลวงกลับไปเมื่อใด...มึงโดนเลาะฟันจนหมดปากเป็นแน่ อีเดือน” เสียงนั้นกล่าวอย่างเยือกเย็นจนทำให้คนฟังถึงกับต้องหยุดชะงักไปแลหันไปมองแผ่นหลังของหญิงผู้นั้นอย่างหวาดหวั่นก่อนที่นางจะรีบวิ่งหนีไป

“เหตุใดจึงมาช้านักเล่า แม่ลำเพย?” คุณหลวงถามพลางเดินไปจับมือของหญิงสาวสวยสดนั้น

“ข้ามีแขกต้องไปดูน่ะเจ้าค่ะ แต่พอข้าได้ยินว่าคุณหลวงมาข้าก็รีบมาเลยนะเจ้าคะ แต่คงไม่ทันแม่เดือนที่ออกมาต้อนรับคุณหลวงก่อนหรอกเจ้าค่ะ” นางบอกพลางทำหน้าไม่ค่อยดี

“นางก็เพียงมาต้อนรับข้าไปหาเจ้าเท่านั้นเองล่ะหนาแม่ลำเพย อย่างไรเสีย..ดวงใจของข้าก็มีเพียงเจ้าแต่เพียงผู้เดียว” เขาบอกพลางหอมมือบางของลำเพย ลำเพยแอบแสยะยิ้มพลางคิดในใจ คราวนี้ล่ะวะ...อีลำเพยจะได้มีหน้ามีตาเหมือนคุณหญิงทั้งหลายที่มันเอาแต่ดูถูกกูกันแล้ว หากกูได้คุณหลวงรามเป็นผัว...มีรึจะมีผู้ใดไม่เคารพกู...หึๆๆ

“แม่ลำเพย?” คุณหลวงเรียกชื่อพลางมองหน้าของหญิงสาว

“เจ้าคะ?.ข้าว่า..เราเข้าไปกินน้ำชาข้างในก่อนดีหรือไม่เจ้าคะคุณหลวง?” นางถามพลางยิ้มอ่อน

“จ้ะ”

.

.

.

“นี่มึงพากูมาที่ใดวะไอ้ม่วง?” เสียงของชายหน้าสวยกล่าวถามชายอีกคนที่กำลังจ้องมองหญิงสาวไปเรื่อย

“........................”

“ไอ้ม่วง”

“..................”

“ไอ้ม่วง!!!” เขาตระโกนพลางมองหน้าของม่วงที่สะดุ้งตัวด้วยความตกใจเสียงของแฟง

“ขอรับ?” ม่วงหันมาถามพลางมองหน้าของแฟง

“กูถามว่ามึงพากูมาที่ใด?” แฟงถามพลางเลิกคิ้วข้างหนึ่ง

“โรงชำเราว์ขอรับพี่แฟง” ม่วงบอก

“แล้วพากูมาทำกระไร?” แฟงถามต่อพลางมองไปรอบๆ

“ก็พี่แฟงบอกว่าอยากรู้เรื่องของคุณหลวงรามเขามากกว่าที่ไอ้เขียวมันรู้มาข้าก็เลยพาพี่แฟงมาที่โรงชำเราว์นี่แหละขอรับ เพื่อนข้าที่ทำงานที่นี่มันบอกมาว่าหากมาที่โรงลำเราว์คืนนี้จะได้พบกับคุณหลวงรามแน่นอนขอรับ” ม่วงบอกพลางมองหน้าของแฟง แฟงขมวดคิ้วพลางหันมองไปทางซ้ายทีขวาทีเพื่อหาร่างของชายผู้ที่แม่จะให้ออกเรือนกับน้องสาวของเขา

“หน้าตามันเป็นเยี่ยงไรวะไอ้ม่วง?กูล่ะอยากจะรู้นักว่าคนมักมากอย่างมันจะมีหน้าตาหล่อเหลาเพียงใด?” แฟงถามพลางหันหน้ามาหาม่วง

“...นั่นไงขอรับพี่แฟง นั่นแหละคือคุณหลวงรามขอรับ” ม่วงมองไปรอบๆก่อนที่เขาจะไปสะดุดตาเข้ากับร่างของคุณหลวงที่เดินควงร่างของหญิงคนหนึ่งอยู่

“หนอยมึง จะออกเรือนกับน้องกูอีกมิกี่วันยังจะมีหน้ามาเดินควงหญิงร่อนเร่เยี่ยงนี้อีกงั้นรึ มันน่าสอยให้ฟันหมดปากเสียจริง!” แฟงบอกแล้วกำลังจะเดินไปหาชายคนนั้นแต่มือของเขาก็ถูกใครดึงเอาไว้เสียก่อน

“พี่แฟง...” ม่วงนั่นเองที่เป็นคนดึงแขนของแฟงเอาไว้ เขากระซิบเรียกชื่อของแฟง แฟงมองหน้าของม่วงพลางเลิกคิ้ว

“มึงจะดึงกูไว้ทำกระไร?กูจะไปต่อยหน้ามันให้เสียโฉมจนเจ้าชู้กับผู้ใดมิได้อีกเลย” แฟงบอกแล้วกำลังจะเดินไปหาร่างของคุณหลวงอีกครั้ง

“ประเดี๋ยวก่อนเถอะขอรับพี่แฟง ข้าว่าถ้ามีคนเห็นพี่แฟงมาก่อกวนที่นี่ล่ะก็...มีหวังเรื่องได้ถึงหูพ่อท่านของพี่แฟงเป็นแน่เลยขอรับ” ม่วงบอกพลางทำสีหน้าวิตก

“....ก็จริงอย่างที่เอ็งว่า....แต่จะให้ข้ามิทำกระไรมันเลยก็เป็นไปมิได้ดอก เห็นมันควงหญิงต่อหน้าต่อตาข้าเยี่ยงนี้....ข้ายิ่งอยากจะฆ่ามันให้ตายไปเสียเลย” แฟงบอกพลางกำหมัดของตัวเอง

“ข้ามีวิธีขอรับพี่แฟง” ม่วงบอกพลางมองหน้าของแฟง

“วิธี?วิธีกระไรของเอ็งวะไอ้ม่วง?”

.

.

.

“กลิ่นกายเจ้าช่างหอมยิ่งนักแม่ลำเพย เจ้าใส่น้ำอบที่ข้าให้เจ้าไปใช่หรือไม่?” คุณหลวงถามในขณะที่เขากำลังใช้จมูกของเขาดอมดมกลิ่นกายของลำเพยบริเวณไหล่ของนาง

“เจ้าค่ะ ก็คุณหลวงอุตส่าห์ให้ข้ามานี่เจ้าคะ ข้าจะมิใช่มันได้อย่างไรกันล่ะเจ้าคะ?” ลำเพยถามพลางยิ้มอ่อน

“ฮ่าๆ ข้าล่ะดีใจเหลือ-“

“โป๊ก!!!” และแล้วมือของใครคนหนึ่งก็มาทุบที่หัวของคุณหลวงอย่างแรงจนหัวของเขาทิ่มลงไปกับพื้น ลำเพยถึงกับเบิกตาโพลงพลางมองร่างของชายผู้นั้นที่ทำร้ายคุณหลวง นางเห็นเป็นร่างของคนๆหนึ่งที่มีผ้าคลุมหน้าเอาไว้ทำให้นางมองไม่เห็นใบหน้าของเขา

“เจ้าทำกระไรลงไป?แล้วเจ้าเป็นผู้ใดจึงได้กล้าทำเยี่ยงนี้กับคุณหลวงราม?” นางถามพลางจะใช้มือของนางดึงผ้าคลุมนั้นออก แต่คนใส่ผ้าคลุมนั้นก็จับมือของนางเอาไว้เสียก่อน

“หมับ”

“เจ้าจะทำกระไรข้า?เจ้ามิรู้งั้นรึว่าข้าเป็นผู้ใด?ข้าน่ะเป็นถึงหญิงที่กำลังจะได้เป็นเมียของคุณหลวงรามนะ!” นางบอกเสียงแข็งทำให้มือนั้นที่จับข้อมือของนางเอาไว้อยู่บีบแน่นขึ้นจนนางทำสีหน้าเจ็บปวด

“โอ๊ย!!เจ็บ ปล่อยข้านะ มิได้ยินที่ข้าพูด-“

“หญิงอย่างเจ้ามิมีชายใดเขาอยากได้เป็นเมียดอก!” เสียงนั้นบอกพลางสะบัดมือทิ้งจากข้อมือของนางจนนางล้มไปนั่งกับพื้น

“ตุบ”

“อึก...ช่วยด้วยเจ้าค่ะ มีคนทำร้ายข้าเจ้าค่ะ!!!” นางตระโกนก่อนที่จะมีชายฉกรรจ์วิ่งเข้ามาหาร่างของชายมีผ้าคลุม แต่ชายมีผ้าคลุมนั้นกลับวิ่งหนีออกไปเสียก่อน แต่ชายฉกรรจ์พวกนั้นก็หาได้ละความพยายามไม่ พวกมันวิ่งตามร่างของชายมีผ้าคลุมนั้นไปปล่อยให้ร่างของลำเพยและคุณหลวงรามนอนอยู่กับพื้นด้วยความงุนงง

“...ไอ้นั่นมันเป็นผู้ใด...กล้าดียังไงถึงมาเหยียดกู!” ลำเพยกล่าวพลางกำมือแน่น

“อึก...โอย...” เสียงครวญของคุณหลวงดังขึ้นทำให้ลำเพยต้องหยุดกัดฟันแล้วหันมาช่วยพยุงร่างของคุณหลวงแทน

“เป็นกระไรบ้างเจ้าคะคุณหลวง เจ็บมากหรือไม่เจ้าคะ?” นางถามพลางแสร้งทำสีหน้าเป็นห่วงเป็นใย

“...ข้ามิเป็นไรดอก...ว่าแต่...คนที่มันทำร้ายข้า...มันเป็นผู้ใดงั้นรึ?เจ้าเห็นมันหรือไม่?” คุณหลวงถามพลางกุมขมับของตัวเอง

“มันใส่ผ้าคลุมปิดบังใบหน้าเจ้าค่ะ ข้าเลยมิเห็นว่ามันเป็นผู้ใด แต่พวกพี่ๆของข้าวิ่งไล่ตามมันไปแล้วเจ้าค่ะ อีกมินานก็คงจะรู้ตัวคนทำเจ้าค่ะ” นางบอกพลางยิ้มอ่อนแล้วใช้มือของนางมาลูบที่ใบหน้าของคุณหลวง

“...ข้ากลัวว่าคนที่ทำนั่นจะเป็นลูกน้องของพ่อข้าที่จ้างมาน่ะสิแม่ลำเพย” คุณหลวงกล่าวมือของลำเพยชะงักทันทีเมื่อฟังจบ

“พ่อของคุณหลวงหรือเจ้าคะ?...ท่านจะทำเพื่อสิ่งใดล่ะเจ้าคะ?..คุณหลวงเป็นลูกของท่านเขานะเจ้าคะ?” นางถามพลางมองหน้าของคุณหลวงไปด้วย

“......หากข้าบอกเจ้า..เจ้าอย่าโกรธข้านะแม่ลำเพย?” คุณหลวงถามเกริ่นก่อนทำให้ลำเพยถึงกับเบิกตาโพลงแล้วแสร้งยิ้ม

“ข้าจะไปโกรธคุณหลวงที่ข้ารักได้เยี่ยงไรกันเล่าเจ้าคะ” นางบอกทำให้คุณหลวงมีสีหน้าที่ดีขึ้นมานิดหน่อย

“ความจริงแล้ว....พ่อของข้ามิอยากให้ข้ามาเที่ยวสถานที่แห่งนี้อีกแล้วล่ะหนาเพราะว่า-“

“เหตุใดล่ะเจ้าคะ เหตุใดจึงจึงจะมิให้คุณหลวงมาที่นี่ล่ะเจ้าคะ?” แล้วจู่ๆลำเพยก็ถามแทรกขึ้นมาทั้งๆที่คุณหลวงยังพูดยังไม่ทันจบประโยคเลยด้วยซ้ำ

“...เจ้า..โกรธข้างั้นรึแม่ลำเพย?” คุณหลวงถามพลางมองหน้าของนางด้วยความฉงน นางนึกขึ้นได้ว่านางมิควรจะทำกิริยาเช่นนี้ต่อหน้าคุณหลวงนางจึงเปลี่ยนสีหน้า

“เปล่าเจ้าค่ะ เล่าต่อเลยเจ้าค่ะ” นางบอกพลางยิ้มอ่อน ที่ตอนนี้มันแสดงให้เห็นถึงความเสแสร้งเหลือเกิน

“คือพ่อข้ามิอยากให้ข้ามาเที่ยวที่นี่อีกก็เพราะว่า....ข้ากำลังจะออกเรือน”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น