มิมีรักใดเป็นไปมิได้

ตอนที่ 28 : บทที่ 27

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    22 ธ.ค. 62

“ยายจ๋า!!!” เสียงตะโกนของเด็กน้อยนั้นดังลั่นไปถึงหูของหญิงชราคนหนึ่งที่กำลังนั่งขูดมะพร้าวเตรียมจะทำแกงกินค่ำนี้ นางหันไปมองตามต้นเสียงก่อนที่จะเบิกตากว้างเมื่อเห็นร่างของหลานชายของนางที่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำต่างๆมากมาย

“พ่อราม เกิดกะไรขึ้น?” นางถามพลางวิ่งมาลูบหัวของเด็กน้อยเบาๆอย่างอ่อนโยน

“ฮึก...ฮึก...ยายจ๋า...ฮึก...” เด็กน้อยได้แต่ร่ำไห้ เขาไม่พูดอะไรออกมาเลยสักคำ หญิงชราได้แต่ทำใบหน้าไม่ค่อยสู้ดีนักก่อนที่จะจับมือน้อยๆของหลานชายแล้วพากันขึ้นไปบนเรือน

“นี่มันเกิดเรื่องกะไรขึ้น พ่อรามไปโดนกะไรมา?” หญิงชรากล่าวถามบ่าวไพร่ที่มักจะไปเล่นกับรามบ่อยๆ ไพร่เด็กเหล่านั้นได้แต่ทำใบหน้าไม่ค่อยสู้ดีนักก่อนที่จะมีเด็กคนหนึ่งพูดขึ้นมาเสียงดัง

“หมอผีเจ้าค่ะ หอมผีเป็นคนทำเจ้าค่ะ!!!” เสียงอันสั่นเครือนั้นของเด็กสาวทำให้หญิงชราใจไม่ค่อยดีเท่าไหร่

“หมอผีงั้นรึ?...หน้าตามันเป็นเช่นไรเจ้าจำได้หรือไม่? นางถามพลางมองตาของเด็กสาว เด็กสาวพยักหน้าพลางพูด

“เขามีเส้นผมสีขาวยาวถึงหลังเจ้าค่ะ แถมเขายัง...ไม่มีดวงตาทั้งสองข้างด้วยเจ้าค่ะ” สิ้นประโยคหญิงชราก็เดินไปหารามที่กำลังนั่งอยู่ในห้องทันที รามทำใบหน้าตกใจพลางถามนางทั้งน้ำตา

“ยายจะพาข้าไปไหนหรือจ๊ะ?” หญิงชรานิ่งไปสักพักก่อนที่จะมองหน้าของราม

“ยายจะมิยอมให้ใครมาทำร้ายเจ้าได้ทั้งนั้น ยายจะไปเอาเรื่องมันให้ถึงที่สุด...ไอ้หมอผีอาจนั่น”

.

.

“ยายจ๊ะ ข้าว่าเรากลับเรือนกันก่อนเถิดจ้ะ นี่ก็ค่ำมืดแล้วนะจ๊ะ ....ข้ากลัว-“

“ตอนนี้ยังกลับมิได้ จนกว่าไอ้หมอผีนั่นจะรับผิดชอบที่มันทำร้ายเจ้า” นางกล่าวพลางจับข้อมือของรามแน่น

“อึก...หมอผีคนนั้นมิได้เป็นคนทำข้าหรอกจ้ะยาย” รามพูดขึ้นมา หญิงชราหยุดยืนนิ่งก่อนที่นางจะหันไปมองหลานชายของตน

“เจ้าหมายความว่ากะไรพ่อราม?ก็อีกระถินมันบอกยายว่-“

“ข้าเป็นคนทำเอง” รามกล่าวพลางกำมือของตัวเองแน่น

“ข้าเข้ามาเล่นในป่าคนเดียว...โดยที่ทิ้งพวกบ่าวเอาไว้..ข้าเดินเข้ามาในป่าเรื่อยๆแล้วก็เจอเข้ากับกระท่อมของชายคนหนึ่งเข้า...ข้าก็เลยเข้าไป...ข้าเจอกับชายแก่คนหนึ่ง...เขา..เป็นคนดีมากเลยนะจ๊ะยาย เขาเอาน้ำมาให้ข้าดื่มด้วยจ้ะ แถมยังเอาขนมให้ข้ากินด้วย อร่อยมากเลยล่ะจ้ะยาย เด็กน้อยกล่าวพลางยิ้มหวาน หญิงชรามองหน้าของเด็กชายก่อนที่จะถามขึ้นมา

“ขนมนั่นเป็นขนมกะไรรึ?” เด็กน้อยทำท่าครุ่นคิดก่อนที่จะส่ายหน้าไปมา

“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันจ้ะ แต่มันเหมือนดอกบัวเลยจ้ะยาย” สิ้นประโยคหญิงชราก็เบิกตากว้างก่อนที่จะรีบเร่งฝีเท้าไปหาชายแก่ที่ว่านั่น

“เหตุใดยายจึงต้องรีบขนาดนี้ด้วยเล่าจ๊ะยาย?”

“ขนมที่เอ็งกินมันคือขนมบัวทอง เป็นขนมที่มีรสชาติหวานอร่อยแต่ฤทธิ์ของมันช่างร้ายแรงยิ่งนัก” นางกล่าวพลางเดินไปข้างหน้าอย่างไม่ลดละ

“ฤทธิ์ของมันคือกะไรงั้นหรือจ๊ะ?”

“...คนที่กินมัน..จะกลายเป็นหมัน มิสามารถจะมีลูกได้” นางกล่าวพลางทำหน้าเศร้าก่อนที่ทั้งสองจะมาถึงที่กระท่อมของชายแก่คนนั้น นางเปิดประตูเข้าไปพลางพุ่งตรงเข้าไปหาร่างของชายแก่

“มึงทำกะไรลงไปกับหลานกู!!!” นางกล่าวด้วยอารมณ์โกรธ ชายแก่เหลือบมามองนางเล็กน้อยก่อนที่จะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ่มต่ำ

“มึงก็รู้อยู่แก่ใจอีแสงจันทร์ มึงรู้ มึงแค่ไม่ยอมรับมันเท่านั้นเอง” ชายแก่คนนั้นกล่าวเสียงเรียบ ยายของรามได้แต่เบิกตากว้างพลางหันมามองหน้าของหลานชายเพียงคนเดียวของนาง

“แล้วมึงเอาขนมบัวทองให้หลานกูกินเพื่อเหตุใด?” นางถามต่อพลางเกร็งมือตัวเองระงับความรู้สึกเอาไว้

“ก็อย่างที่กูพูดไปตอนแรก หลานมึงมิได้มีชะตาคู่ครองเหมือนคนทั่วไป นี่กูทำก็เพื่อช่วยหลานมึง” เขากล่าวพลางจ้องตาของนาง

“ช่วย?ทำให้หลานกูเป็นหมันนี่มันเรียกว่าช่วยงั้นรึ?” นางถามพลางจ้องตาของชยแก่ปานจะเชือดทิ้ง

“มันเป็นหมันก็เฉพาะกับสตรีแต่หาเป็นกับบุรุษไม่” เขากล่าวก่อนที่จะเดินไปหยิบของบางอย่างขึ้นมา

“มึงกำลังจะพูดกะไรกันแน่?” นางถามต่อด้วยท่าทางหวาดๆเล็กน้อย

“มึงต้องใช้มนต์ดำหากอยากให้หลานของมึงได้อุ้มหลาน” เขากล่าวพลางยื่นนกสีดำตัวหนึ่งมาให้นาง

“....ยังไง?” นางถามต่อ

“มนต์สลับเด็ก ที่มีอยู่ในตำราต้องห้าม มึง...จะใช้มันได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น...จะพลาดไม่ได้ และมึงจะรู้เอง..ว่าใครคือคนที่เหมาะสมกับหลานของมึงมากที่สุด” ชายแก่กล่าวพลางชี้หน้าของนางแสงจันทร์ นางแสงจันทร์ทำสีหน้าไม่ค่อยดีนักก่อนที่จะจูงมือของรามออกมาที่ด้านนอกของกระท่อม

“เหตุใดยายจึงทำหน้าเช่นนั้นล่ะจ๊ะ?” รามถามพลางมองหน้าของยายของเขาด้วยความสงสัยใคร่รู้

“....ช่างน่าสงสารเหลือเกินพ่อรามหลานยาย เหตุใดจึงต้องมาเจอชะตากรรมเช่นนี้ด้วยหนา” นางกล่าวพลางลูบแก้มน้อยๆของรามเบาๆ

“แต่มิเป็นไร หากสวรรค์ลิขิตให้เจ้าต้องมีคู่ครองเป็นชายด้วยกัน...ยายก็จะขอสัญญา..ว่าชายผู้นั้น..จะต้องอุ้มท้องให้เจ้าได้ ยายสัญญา”

.

.

“อ่อ....เหมือนนิทานที่พวกลุงแก่ๆเล่าให้ฟังตอนข้าเด็กๆเลย” แฟงกล่าวหลังจากที่นั่งฟังรามพูดมานานแสนนาน

“ดังนั้นเรื่องที่เจ้าท้อง...คงจะเป็นเพราะยายของพี่...นางทำไปก็เพราะสัญญาที่ให้กับพี่ไว้” รามกล่าว แฟงมองที่ท้องของตัวเองที่ตอนนี้มันยังไม่โตสักเท่าไหร่แต่ก็สัมผัสได้ว่ามันโตขึ้นเล็กน้อย

“แล้วทำไมต้องเป็นข้าด้วย?ข้าเหมาะสมกับเจ้าตรงไหนกัน?” แฟงถามพลางมองตัวเองก่อนที่รามจะยื่นหน้าเข้ามาหาเขาโดยแฟงไม่ทันได้ตั้งตัว

“ต้องถามว่าส่วนไหนของเจ้าที่ไม่เหมาะสมกับพี่มากกว่า”  รามกล่าวถามพลางทำใบหน้าติดทะเล้นจนทำให้แฟงอยากจะเอื้อมมือไปตบหน้าให้คว่ำลงไปคุยกับปลาในสระเสียจริง

“อย่ามาทำเป็นเล่น ข้ายังไม่หายเศร้าเรื่องหลานข้าที่ตายไปหรอกนะ” แฟงกล่าวพลางทำหน้ามุ่ย รามมองหน้าของแฟงก่อนที่จะเอื้อมมือไปลูบไหล่ของแฟงเบาๆ

“พี่ขอโทษ” รามกล่าวพลางทำใบหน้าสำนึกผิด

“เจ้าจะขอโทษทำไม เจ้าไม่ได้ทำให้น้องข้าแท้งเสียหน่อย” แฟงพูดพลางเลิกคิ้วมอง

“แต่เพราะยายพี่-“

“พอๆข้าไม่อยากฟังแล้ว ตอนนี้ข้าท้อง ข้าไม่อยากเครียดเรื่องอะไรทั้งนั้น” แฟงพูดพลางลุกขึ้นยืนอย่างฉับพลันจนรามแทบจะพยุงไม่ทัน

“ไม่ต้องมาพยุง ข้าแค่ท้องไม่ได้ขาขาด” แฟงพูดก่อนที่จะเดินไปจากสระพร้อมกับรามที่เดินตามหลังมาติดๆ

.

.

“พี่เพลิง...พี่เพลิงเป็นเช่นไรบ้างจ๊ะ?” ลำเพยในชุดที่ขาดวิ่นและเป็นสีดำเก่ากล่าวถามชายหนุ่มที่นอนซมอยู่บนแคร่ไม้ที่จะพังแหล่ไม่พังแหล่ ลำเพยมองสภาพพี่ชายของตนด้วยใบหน้าติดเศร้า ตั้งแต่ที่นางลงมือปลิดชีวิตของชายชั่วนั่นที่ทำให้เกียรติของพี่ชายของนางต้องเสื่อมเสีย ลำเพยกับเพลิงก็ต้องหนีหัวซุกหัวซุนมายังอีกเมืองเพื่อหนีคดี พวกเขาไม่ได้กินข้าวมาหลายอาทิตย์แล้วแม้กระทั่งน้ำดื่มพวกเขายังต้องกินตามหนองน้ำสีขุ่น ไม่นานหลังจากนั้นเพลิงก็ล้มป่วยหนักจนตอนนี้ไม่มีแรงแม้แต่จะลุกขึ้นมานั่งเลยด้วยซ้ำ

“...แม่...ลำ...เพย....” เสียงอันแหบพร่านั้นของเพลิงทำให้ลำเพยที่ทำสีหน้าเศร้านั้นยิ้มออกมาได้ นางจับมือของเพลิงมาแนบที่แก้มของนางพลางมองไปที่เพลิง

“อะไรจ๊ะพี่?พี่อยากได้อะไรจ๊ะเดี๋ยวข้าไปหามาให้?” นางถามแต่เพลิงกลับเงียบเสียงไปครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะขยับมือข้างหนึ่งมาลูบที่หัวของลำเพย ลำเพยชะงักไปก่อนที่จะพูด

“อะไรเหรอจ๊ะพี่?พี่จะเอาอะไร?”

“...ขอโทษนะลำเพย...ที่พี่ทำให้เจ้าต้องลำบาก ทั้งๆที่พี่เป็นพี่..แต่กลับดูแลน้องสาวของตัวเองไม่ได้” เพลิงบอกก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมา ลำเพยที่มองอยู่ก็ร้องไห้ตามทันทีก่อนที่จะพูดพร้อมเสียงสะอื้น

“พี่ไม่ต้องขอโทษหรอกจ้ะ...ฮึก...ทั้งหมดมันเป็นเพราะข้าเอง...ฮึก...ฮึก...ข้าผิดเอง..ที่พาพี่มาลำบากที่นี่..ฮึก...ข้าผิดเองจ้ะ...ข้าผิดเอง..มิใช่พี่ดอก...ฮึก..ฮึก” ลำเพยกล่าวพลางคลอเคลียมือของเพลิง เพลิงเหลือบมองน้องสาวของตัวเองด้วยภาพตรงหน้าอันแสนเลือนราง ก่อนที่คำพูดประโยคสุดท้ายของเขาจะออกมาจากปากอันแสนซีดเซียว

“...พี่ขอโทษนะ...”

“ฮึก...ฮึก...สำหรับอะไรจ๊ะ?” ลำเพยถามก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมามองเพลิงที่หลับตาสนิทไปแล้ว เธอนิ่งไปสักพักก่อนที่มือของเพลิงที่เธอจับเอาไว้นั้นจะร่วงหล่นตามแรงโน้มถ่วงของโลก ใบหน้าแสนสวยถูกแต่งแต้มไปด้วยน้ำตาที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน เธอกอดร่างอันแน่นิ่งของพี่ชายพลางสะอื้นไห้ โลกของลำเพยพังลงแล้ว เธอไม่เหลือใครที่รักเธออีกต่อไปแล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น