มิมีรักใดเป็นไปมิได้

ตอนที่ 21 : บทที่ 20

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    12 ก.ย. 62

“พ่อสิงห์ ออกมาหาแม่หน่อย แม่มีเรื่องจะคุยกับเจ้า...เพียงสองคน” เสียงของหญิงคนหนึ่งที่เป็นแม่คนแล้วแต่ใบหน้ายังคงดูสาวสวยสดอยู่ คนเป็นลูกมองแม่ของตนก่อนที่จะเดินออกจากห้องที่มีภรรยาของเขานั่งมองด้วยหางตาอยู่ด้วยคนหนึ่ง

“มีกะไรหรือขอรับคุณแม่?เรียกลูกออกมาคุยเรื่องกะไรหรือขอรับ?” สิงห์ถามพลางมองหน้าของมารดาตนอย่างใคร่รู้

“แม่จะคุยกับเจ้าเรื่องแม่ลีลาวดีเมียเจ้า” นางกล่าวเสียงเข้มพลางมองค้อนลูกของตน สิงห์สะดุ้งเล็กน้อยก่อนที่จะถามต่อ

“แม่ลีลาวดีทำกะไรให้คุณแม่มิพอใจงั้นหรือขอรับ?” สิงห์ถามพลางทำสีหน้าที่ไม่ค่อยดีนักเพราะว่าเขารู้ดีอยู่แก่ใจว่าเมียของเขาเป็นที่เกลียดชังของคนในเรือนมากนัก เพราะว่านางทำกับข้าวก็ไม่เป็น งานบ้านงานเรือนก็หาแตะต้องสิ่งใดไม่ซ้ำยังโมโหร้ายชอบทุบตีบ่าวไพร่อีกต่างหาก หากแม่เขาจะไม่พอใจก็คงจะมิใช่เรื่องแปลก

“เรื่องมิพอใจอะไรนั่นน่ะแม่ชินแล้ว...แต่แม่เพิ่งจะได้ไปรู้อะไรบางอย่างตอนที่แม่ไปเดินตลาดเกี่ยวกับเมียเจ้าเข้า เป็นเรื่องที่ร้ายแรงเสียยิ่งกว่าที่นางทำตอนนี้เสียอีก” นางกล่าวพลางทำใบหน้าตึงเครียดจนทำให้สิงห์ชะงักไปชั่วครู่ก่อนที่จะเอ่ยถามมารดาของตนไปด้วยท่าทางกล้าๆกลัวๆ

“เรื่องกะไรงั้นหรือขอรับ?”

“เมียเจ้าแม่ลีลาวดีหาได้ชื่อลีลาวดีไม่ แท้จริงแล้ว...นางชื่อลำเพย...แม่เล้าของโรงชำเราว์ที่เขาเลื่องลือกัน”

.

.

“เหตุใดจึงกินน้อยกันเพียงนี้เล่า?อาหารมิถูกปากกันหรือลูก?” แม่ของแฟงถามขึ้นมาพลางมองหน้าของรามและแฟงสลับกัน แฟงเงยหน้าขึ้นมามองหน้าแม่ของตนครู่หนึ่งก่อนที่จะส่ายหน้าไปมาเบาๆ

“เปล่าเจ้าค่ะคุณแม่....อร่อยเจ้าค่ะ แต่ข้าแค่อิ่มแล้วเท่านั้นเองเจ้าค่ะ” แฟงบอกพลางยิ้มเจื่อน รามเองก็เงยหน้าขึ้นมาพลางยิ้มเจื่อนด้วยเช่นกัน

“เกิดเรื่องกะไรขึ้นหรือเปล่าลูก?บอกแม่ได้หนา?” คนเป็นแม่ที่รู้สึกไดถึงความผิดปกติกล่าวถามพลางมองหน้าของบุตรของตนที่เอาแต่หลบสายตา

“มิมีกะไรหรอกขอรับคุณแม่ คุณแม่ทานต่อเถิดขอรับ คุณพ่อด้วยนะขอรับ” รามกล่าวพลางยิ้มอ่อนให้กับพ่อและแม่ของแฟง พ่อของแฟงที่กลับมาจากรับราชการนั้นก็ยิ้มตอบก่อนที่จะหยิบข้าวเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย ผ่านไปไม่นานทุกคนก็กินข้าวกันจนอิ่มบ่าวไพร่ก็พากันมาเก็บจานชามไปล้างให้สะอาดส่วนแฟงและรามก็แยกกันเข้าไปอยู่ในห้องเพียงสองคน แฟงนั่งนิ่งเกร็งไปทั้งตัวไม่รู้ว่าจะมองหน้าของอีกคนเยี่ยงไรดี ก็ตอนนั้นเขาดันพูดในสิ่งที่เขาคิดไปเสียได้น่ะสิ ตอนนี้เพียงแค่นั่งห่างกันก็ยังนึกคิดเขินอายเรื่องนั้นอยู่เลย แฟงอยากจะหยิบสไบที่เขาสวมอยู่นั้นมาบังหน้าของตัวเองในตอนนี้เสียจริง

“พ่อแฟง เรื่องเมื่อตอนเย็นน่-“

“ข้านอนก่อนนะ” แฟงเมื่อได้ยินสิ่งที่รามจะพูดก็ชิงตัดบทก่อนที่จะล้มตัวลงไปนอนทันที เขาเอื้อมมือไปดับตะเกียงก่อนที่จะข่มตาหลับอย่างทันควัน รามที่ได้แต่มองก็เผลอหลุดยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูท่าทางของอีกคนที่นับวันจะยิ่งน่ามองเข้าไปทุกที

“หึๆตอนนี้พี่ยังมิถามก็ได้ พี่จะรอ...รอจนกว่าเจ้าจะพร้อมบอกความรู้สึกทั้งหมดที่เจ้ามีให้กับพี่ พี่รอเก่งนะ หึๆ” รามกล่าวก่อนที่จะโน้มตัวลงไปนอนอีกฝั่งหนึ่งของเตียง แฟงที่นอนข่มตาไม่หลับนั้นยิ่งได้ยินประโยคนั้นของรามหัวใจของเขาก็ยิ่งเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆเหมือนกับว่าจะหลุดออกมาเพื่อบอกรักอีกคนจากใจจริงเสียให้ได้ แฟงเอามือมาทาบที่หน้าอกก่อนที่ใบหน้าของเขาจะกลายเป็นสีแดงระเรื่อซ้ำยังร้อนผ่าว

“...นี่กูเป็นกะไรของกูวะเนี่ย?...”

.

.

เช้าวันต่อมา

“พ่อราม พ่อราม!!!!” เสียงทุ้มของชายคนหนึ่งดังขึ้นเรียกให้ทั้งเจ้าของชื่อและอีกคนหนึ่งที่นอนเคียงกันต้องผลุดลุกขึ้นมาด้วยความตกใจ แฟงตื่นขึ้นมาพลางขยี้ตาของตัวเอง รามที่ตื่นมาด้วยท่าทางที่ไม่ค่อยงัวเงียเท่าไหร่นั้นรีบเดินไปเปิดประตูก่อนที่เขาจะผงะไปเพราะเจอคนที่ไม่คาดคิดว่าจะมาเจอที่เรือนนี้ได้

“พ่อสิงห์?เจ้ามาทำกะไรที่นี่?” รามถามพลางเดินออกนอกห้องไปโดยที่ไม่ลืมปิดประตูห้องเพราะว่าแฟงในตอนนี้ยังแต่งตัวไม่เรียบร้อย แฟงเมื่อได้ยินชื่อของสิงห์ก็รีบหยิบสไบมาพันอกของตัวเองพลางจัดแต่งทรงผม(ปลอม)ของเขาให้เรียบร้อยก่อนที่จะเดินออกมาจากในห้อง

“เจ้า...รู้จักผู้หญิงที่ชื่อลำเพยหรือไม่?” สิงห์ถามขึ้นมา แฟงและรามชะงักก่อนที่จะมองตาของกันและกัน

“เหตุใดเจ้าจึงถามเช่นนั้นเล่า?มีเรื่องกะไรงั้นรึ?” รามถามต่อ สิงห์ทำหน้าไม่ค่อยสู้ดีนักก่อนที่จะพูดขึ้นมา

“แม่ลีลาวดี...เมียข้าที่เพิ่งแต่งไป...คือลำเพย...แม่เล้าของโรงชำเราว์” สิงห์พูดพลางทำสีหน้าบูดเบี้ยว

“...เจ้ารู้แล้วงั้นรึ?” รามถามพลางมองหน้าของอีกคน สิงห์มองตาของรามก่อนที่จะเดินเข้ามาจับปกคอเสื้อของราม

“เจ้ารู้มาโดยตลอดใช่หรือไม่ว่านางคือลำเพย เจ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าแท้จริงแล้วนางมิใช่ลูกคุณหนูที่ไหนแต่เป็นผู้หญิงโสโครก!!!” สิงห์กล่าวพลางโยนร่างของรามจนกระเด็น แฟงรีบวิ่งไปหารามทันทีพลางมองมาที่สิงห์ที่ตอนนี้เหมือนจะขาดสติไปเสียแล้ว

“ใจเย็นๆก่อนเถอะเจ้าค่ะ อย่าทำกะไรรุนแรงไปมากกว่านี้เลยเจ้าค่ะ” แฟงบอก ก่อนที่พวกบ่าวจะวิ่งมาล้อมมามุงดูกันด้วยความตื่นตระหนก

“แม่เฟื่องฟ้ามิต้องมาห้าม เจ้าคงจะมิรู้งั้นสินะว่าแท้จริงแล้วผัวเจ้าน่ะมันเที่ยวโรงชำเราว์แล้วก็ได้กับผู้หญิงในนั้นมาแล้วกี่คน ยิ่งเป็นลำเพยที่ได้ชื่อว่างามที่สุดในโรงชำเราว์มีรึมันจะมิรู้จัก คงคิดว่ากูโง่มากใช่หรือไม่ที่คิดว่าอีผู้หญิงต่ำๆอย่างลำเพยเป็นลูกคุณหนู กูได้มันเป็นเมีย...ได้อีตัวอย่างมันมาเป็นเมีย!!!” สิงห์ตะโกนเสียงลั่น ตอนนี้ไม่ว่าอะไรก็คงจะทำอะไรสิงห์ไม่ได้อีกแล้ว แฟงมองสิงห์ด้วยแววตาสมเพชก่อนที่แฟงจะถลกสไบของตัวเองแล้วจ้องหน้าของสิงห์

 

“ถึงผัวข้าจะเคยเที่ยวโรงชำเราว์เป็นว่าเล่นจนมิรู้ว่าเป็นโรคกะไรแล้ว แต่ตอนนี้เขาหาได้ไปอีกไม่ แล้วแม่ลำเพยอะไรนั่นเขาก็ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวอีกแล้วเพราะว่าตอนนี้พี่รามมีเพียงข้าเป็นเมียของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น แล้วเรื่องที่ท่านแต่งกับแม่ลำเพยก็หาได้เป็นความผิดของผัวข้าไม่ ท่านมีตาหามีแววไม่เสียเองมากกว่ากระมังถึงมิรู้ว่าหญิงที่แต่งด้วยเป็นกะไร แล้วอีกอย่าง...หากท่านว่าแม่ลำเพยเป็นผู้หญิงสกปรกแล้วท่านเล่ามิสกปรกยิ่งกว่าหรอกหรือ...ทำร้ายได้แม้กระทั่งจิตใจของเมียตัวเอง ท่านแต่งกับนางเพราะกะไร?เพราะหน้าตาของนางมิใช่รึ แล้วพอมารู้ทีหลังว่านางเป็นแม่เล้าก็มาโวยใส่ผัวข้า อย่างนี้มันถูกแล้วงั้นรึ?” แฟงที่ไม่รู้ว่าจะเดือดดานอะไรนักหนากล่าวว่าอีกคนยาวจนบ่าวที่ฟังอยู่ยังต้องเบิกตากว้าง รามที่นอนอยู่กับพื้นนั้นก็แอบชะงักไปเช่นกันก่อนที่เขาจะลุกขึ้นมาแล้วโอบกอดร่างของแฟงเอาไว้เพราะเขารู้ดีว่าตอนนี้สติของสิงห์แทบจะไม่มี เขาอาจจะเผลอทำร้ายแฟงตอนไหนก็ได้

“..เจ้า....หึ....ก็ใช่สิ ไอ้รามมันได้เมียดีนี่ เมียเป็นถึงบุตรสาวผู้งดงามของผู้มียศศักดิ์...แล้วอย่างไรเล่า ยังไงเสียในอดีตมันก็เคยได้กับอีตัวนั่นมาก่อนแหละวะ ถุ้ย!” สิงห์กล่าวพลางถ่มน้ำลาย แฟงที่กำลังจะพุ่งตัวไปนั้นโดนมือหนาของรามดึงเอาไว้เสียก่อน แฟงทำสีหน้าไม่พอใจก่อนที่จะหันไปสบตาของรามเข้า

“เดี๋ยวข้าจัดการเอง ไปหลบข้างหลังข้าก่อนหนา” รามบอกแต่แฟงน่ะรึจะยอม เขาน่ะสู้กับพวกนักเลงหัวไม้มาหลายคนแล้วกับอีแค่ชายร่างกำยำคนนี้คนเดียวเป็นไรเขาจะเอาชนะมิได้กัน?

“ไม่ข้าจะ-“

“ข้ามิอยากให้คนที่ข้ารักเป็นกะไรไป” รามบอกพลางมองตาของแฟง แฟงนิ่งไปสักพักก่อนที่จะหลบสายตาของราม ยังจะมีหน้ามาพูดหยอดคำหวานเยี่ยงนี้กับกูอีกรึ? มิรู้จักเวล่ำเวลาเลยจริงๆไอ้รามคนนี้!! แฟงคิดก่อนที่จะยอมเดินไปหลบด้านหลังของรามอย่างจำนนกับสายตาและคำหวานเหล่านั้น

“ข้าว่าเจ้ากับข้าในตอนนี้เห็นทีจะคุยกันมิรู้เรื่องแล้ว เจ้ากลับไปเถิด อย่าได้มาสร้างความวุ่นวายในเรือนแห่งนี้เลย” รามบอกเสียงนุ่มพลางจ้องไปที่สิงห์ด้วยดวงตาเข้ม สิงห์มองค้อนก่อนที่จะพูดขึ้นเสียงดัง

“มึงต้องรับผิดชอบ เพราะว่ามึงคนเดียว ทั้งๆที่รู้ว่าลำเพยเป็นแม่เล้าของโรงชำเราว์แต่มึงก็หาบอกกูไม่ กลับให้กูตบแต่งโดยไม่บอกกะไร...ตอนนี้แม่กูทุกข์ใจแลอายชาวบ้านเขาขนาดไหนมึงรู้หรือไม่? แม่กูจะมีหน้าที่ไหนไปเดินจ่ายตลาด พ่อกูอีกเล่า...จะมีหน้าไปรับราชการให้ไอ้พวกนั้นมันข่มหรือไม่ ส่วนกู...จะไปมีหน้าคุยกับผู้ใดได้อีก” สิงห์บอกพลางทำสีหน้าเจ็บปวด รามแอบสงสารเพื่อนของตนที่ไม่รู้อะไรเลยแต่กลับต้องมาเจ็บปวดเช่นนี้

“ข้าขอโทษที่ข้ามิได้บอกเจ้า ข้ามิอยากขัดขวางความรักระหว่างเจ้ากับนาง...” รามบอกพลางทำใบหน้าเศร้า

“ระหว่างกูกับลำเพยมิมีกะไรที่เรียกว่าความรัก...มันเป็นเพียงความใคร่ ความใคร่ที่มันเกิดจากอีนางคนนั้น....นังผู้หญิงโสโครก!!!

“คำก็สกปรก สองคำก็โสโครก แม่ลำเพยเขาไปทำกะไรให้เอ็งนักหนา หากนางเลือกเกิดได้เอ็งคิดรึว่านางจะอยากมาเกิดเป็นแม่เล้าของโรงชำเราว์เช่นนี้ เจ้าเอง...ถ้าหากรักนางจริง หากรู้ความจริงว่านางเป็นกะไร...ก็ควรจะอยู่ข้างนาง...มิใช่เอาแต่ด่าและว่านางเยี่ยงนี้ นี่น่ะรึสิ่งที่คนเป็นผัวเมียเขาทำกัน!!

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น