มิมีรักใดเป็นไปมิได้

ตอนที่ 2 : บทที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 127
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    2 เม.ย. 62

“หน้าตาเยี่ยงนี้น่ะรึเป็นถึงบุตรสาวของท่านโหราธิบดี พ่อแม่ก็หน้าตาดีแล้วเหตุใด..บุตรสาวจึงมีหน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่เยี่ยงปล่าบู่ก็ไม่ปานกันเล่า?” เสียงทุ้มของชายคนหนึ่งพูดจากระแนะกระแหนพลางมองร่างของหญิงสาวตัวบางคนนั้นด้วยสายตาอันเหยียดหยาม นางผู้นั้นตัวสั่นเทาในขณะที่นางเอาแต่ก้มหน้ามิยอมสบตากับผู้ใดเลย

“นังปลาบู่!” ชายผู้นั้นบอกเสียงแข็งกระด้างทำให้ร่างบางของหญิงสาวสะดุ้งโหยง นางพยายามจะก้าวเท้านี้แต่ก็มิสามารถจะทำได้ในตอนนี้

“นังปลาบู่ นังปลาบู่ นังปลา-“

“หยุดบัดเดี๋ยวนี้เลยนะ!!” นางตระโกนขึ้นมาเสียงดังลั่นทำให้ชายผู้นั้นตกใจแล้วหยุดพูดไปสักพักก่อนที่เขาจะแสยะยิ้มมุมปากแล้วมองร่างของหญิงสาว

“เจ้ากล้าตะคอกใส่ข้างั้นรึ...นังขี้เหร่?” เขาพูดพลางกระชากแขนของร่างบางไปอย่างแรง

“อึก..ปล่อยข้านะ เจ้าจะทำกระไร?” นางถามพลางทำท่าทีหวาดกลัว

“ข้าก็จะสั่งสอนนังขี้เหร่อย่างเจ้าเยี่ยงไรเล่า ว่าคนหน้าตาอย่างเจ้ามิมีเหตุผลไดให้มาตะคอกข้าเยี่ยงนี้!!!” เขา  ตระโกนแล้วง้างมือจะตบหน้าของนาง นางมองมือของเขาก่อนที่จะหลับตา

“เห้ย!!มึงจะทำอะไรน้องกูงั้นเหรอวะ...ไอ้กล้า?” เสียงนั้นดังขึ้นมาทำให้ชายผู้นั้นหยุดการกระทำนั้นลง เขามองไปตามต้นเสียงก่อนที่จะพบเข้ากับร่างของชายคนหนึ่งที่กำลังจ้องหน้าของเขาอยู่ ชายผู้นั้นเป็นชายร่างเล็กที่มีผิวขาวนวลดั่งเช่นหญิงสาวงาม แลยังมีใบหน้าที่สวยกว่าน้องสาวของเขาเป็นไหนๆ เขาเดินเข้ามาหาชายที่กำลังจับต้นแขนของน้องสาวเขาอย่างดุดันก่อนที่จะหันมามองหน้าของชายผู้นั้น

“ปล่อยมือโสโครกของมึงออกจากเนื้อตัวน้องกูบัดเดี๋ยวนี้ไอ้กล้า” เขาบอกพลางจ้องหน้าของกล้า

“พี่น้องคู่นี้มันกระไรกันหนา น้องสาวหน้าตาขี้เหร่มิสมเป็นหญิงเลยแม้แต่น้อย แต่กลับกัน..พี่ชายของนางกลับมีใบหน้าสวยเกินกว่าบุรุษหรือหญิงใดอาจจะเทียบ” เขาบอกพลางเอื้อมมือมาจะจับใบหน้าของพี่ชายของร่างบาง ชายผู้นั้นจับมือของกล้าเอาไว้พลางบีบมันอย่างแรง

“ตัณหาของเอ็งมันมิเว้นแม้แต่กับชายด้วยกันเลยงั้นรึไอ้กล้า ไอ้วิปริต” ชายผู้นั้นบอกพลางบีบมือของกล้าแรงขึ้น

“โอ๊ย!!!” เขาร้องลั่น ชายผู้นั้นจึงได้ปล่อยมือแล้วหันมาจับมือของน้องสาวของเขาแทน

“หากต่อจากนี้กูยังเห็นมึงมารังควานน้องสาวกูอีก มึงอย่าได้หวังว่าจะได้มีมือไว้เปิบข้าวกินอีกเลย” เขาบอกแล้วเดินจากไปพร้อมกับน้องสาวของเขาทันที

“...กูเห็นว่าใบหน้าของมึงสวยหรอกหนากูถึงได้มิอยากทำกระไรมึง...ไอ้แฟง”

ณ เรือนของหลวงเอกนาถโหราธิบดี

“ฮึก...ฮึก...คุณแม่” เสียงร้องสะอึกสะอื้นของหญิงร่างบางนั้นดังขึ้น ร่างของนางกำลังกอดร่างของหญิงวัยกลางคนอีกคนที่กำลังใช้มือลูบหัวของนางอยู่

“มิเป็นไรแล้วหนาแม่เฟื่องฟ้า แม่อยู่นี่แล้ว” เสียงของคนเป็นแม่ปลอบบุตรสาวของตน นางค่อยๆผละออกจากร่างของบุตรสาวแล้วหันมาจ้องหน้าของนางแทน

“ร่ำไห้เช่นนี้ประเดี๋ยวก็มิงามหรอกหนาเจ้า” นางบอกพลางยิ้มอ่อนแล้วใช้มือของนางเช็ดน้ำตาที่ออกมาจากดวงตาใสของเฟื่องฟ้า

“แม้ข้าจะมิร่ำไห้....ข้าก็มิงามอยู่แล้วล่ะเจ้าค่ะคุณแม่” นางบอกพลางมองต่ำก่อนที่นางจะสัมผัสได้ถึงความอุ่นบนหัว นางเงยหน้าขึ้นมองแล้วเห็นหน้าของพี่ชายที่กำลังลูบหัวของนางอยู่

“..พี่แฟง...” นางเรียกพลางมองหน้าของพี่ชาย

“ไอ้คนพวกนั้นมันตาถั่วตาบอดกันทั้งนั้นแหละหนาแม่เฟื่องฟ้าน้องพี่ ข้ามิเห็นว่าน้องสาวของข้าจะมิงามตรงไหนเลย ว่าเช่นนั้นหรือไม่ขอรับคุณแม่?” เขาบอกพลางหันมาถามแม่ของเขา

“นั่นน่ะสิ ลูกสาวข้างามกว่าหญิงใดจะเทียบ” นางบอกพลางยิ้มอ่อน

“อย่าพูดจาเหมือนปลอบข้าเช่นนั้นเลยเจ้าค่ะ พี่แฟง คุณแม่ ข้ารู้ตัวดี...ว่าหน้าตาของข้ามันขี้เหร่เพียงใด ที่พี่กล้าเขาพูดทั้งหมดนั้น...ข้าก็เห็นว่ามันจะเป็นเรื่องจริงเจ้าค่ะ” นางบอกพลางทำหน้าเศร้า แฟงเมื่อได้เห็นท่าทีอันเศร้าหมองของน้องสาวก็หันไปมองหน้าของแม่ แม่ของเขาทำสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีสักเท่าไหร่

“น้องก็รู้มิใช่รึแม่เฟื่องฟ้าว่าไอ้กล้าน่ะมันปากหมาเพียงใด หากเจ้าไปคิดเล็กคิดน้อยกับคำพูดหมาๆของมันจะไม่เสียเวลาไปเปล่าๆงั้นรึ?” แฟงถามพลางมองหน้าของเฟื่องฟ้า

“.....เจ้าค่ะ...พี่แฟง” นางบอกพลางยิ้มติดเศร้า

“ข้าขอไปนอนก่อนนะเจ้าคะคุณแม่ พี่แฟง” เฟื่องฟ้าบอกพลางยกมือขึ้นไหว้ก่อนที่นางจะเดินเข้าไปในหอนอนของนาง

ปึง!

“คุณแม่ ข้าจะมิไหวแล้วนะขอรับ ไอ้กล้ามันชอบมารังควานแม่เฟื่องฟ้าเหลือเกิน แลทุกคราที่มันมารังควานแม่เฟื่องฟ้าก็จะต้องเป็นอันเศร้าหมองเช่นนี้ทุกคราไป” แฟงบอกพลางทำสีหน้าจริงจังกับแม่

“แล้วเจ้าจะให้แม่ทำเยี่ยงไรได้เล่าพ่อแฟง เขามิได้ฆ่าผู้ใดตายจะได้ให้ขุนหลวงเขาตัดสินเสียหน่อยหนา” แม่บอกพลางใช้พัดของนางพัดโบกตัวเองไปมา

“แต่หากยังเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆแม่เฟื่องฟ้าคงจะมิอยากออกไปพบเจอผู้ใดอีกแล้วนะขอรับคุณแม่” แฟงบอกพลางเดินมานั่งข้างล่างข้างๆกับแม่ของเขา

“เฮ้อ....แม่ก็คิดเหมือนเจ้าเช่นกันหนาพ่อแฟง แม่จึงได้คุยปรึกษาหารือกับพ่อของเจ้า” นางบอกทำให้แฟงเลิกคิ้วด้วยความสงสัย

“ปรึกษากระไรกันหรือขอรับคุณแม่?” แฟงถามพลางมองหน้าของแม่ของเขาด้วยความงุนงง

“เรื่องที่จะให้แม่เฟื่องฟ้าออกเรือนน่ะสิเจ้า” เมื่อสิ้นประโยคแฟงก็เบิกตาโพลงด้วยความตกใจพลางลุกขึ้นยืน

“ว่ากระไรนะขอรับคุณแม่?ออกเรือน?แม่เฟื่องฟ้าน่ะรึ?” เขาถามพลางทำท่าทีร้อนรน

“ก็ใช่น่ะสิ หากนางมีออกเรือนพ่อกล้าก็คงจะมากลั่นแกล้งแล้วก็คอยรังควานนางร่ำไป พ่อกับแม่จึงจะให้แม่เฟื่องฟ้าออกเรือนกับคุณหลวงรามเขาไงล่ะ” แม่บอก แฟงทำหน้าสีหน้าไม่พอใจพลางถามต่อ

“คุณหลวงราม?ผู้ใดกันหรือขอรับคุณแม่?”

“ก็บุตรชายคนโตของพระยาสุริศัลฑการณ์ไงเล่า เพื่อนสมัยเด็กของแม่เฟื่องฟ้ากับเจ้าเยี่ยงไรล่ะ”

ณ เรือนของพระยาสุริศัลฑการณ์

“ออกเรือนงั้นหรือขอรับคุณพ่อ?กับผู้ใดกันงั้นหรือขอรับ?” เสียงทุ้มของชายผู้มีรูปโฉมงดงามกล่าวถามพ่อของเขาที่กำลังนั่งมองหน้าของเขาอยู่

“บุตรสาวของเพื่อนรักข้า เอกนาถโหราธิบดี” ชายชราที่ใบหน้าดุกล่าวบอกลูกชาย

“บุตรสาวงั้นเหรอขอรับ?ชื่อกระไรงั้นหรือขอรับ?” บุตรชายของเขาถามต่อพลางทำสีหน้าไม่สู้ดีนัก

“แม่เฟื่องฟ้าไงเล่า ตอนเด็กๆเจ้ายังเคยเล่นกับนางมาก่อนเลยหนา” พระยาสุริศัลฑการณ์บอก

“.....นางคือคนที่ชาวบ้านบอกว่าหน้าตาเหมือนปลาบู่นั่นใช่หรือไม่ขอรับคุณพ่อ?” เมื่อสิ้นประโยคคนเป็นพ่อถึงกับมองค้อนลูกชายพลางทำสีหน้าดุกว่าเดิม

“เจ้าจะไปเชื่ออีพวกชาวบ้านปากหอยปากปูนั่นให้ได้กระไร พวกมันก็เพียงแค่สนุกปากกับการว่าคนอื่นเขาเท่านั้นแหละหนา แลถ้าหากเป็นเรื่องจริง เจ้าก็มิควรตัดสินผู้ใดจากหน้าตาเพียงอย่างเดียว” เขาบอกแล้วลุกขึ้นยืนก่อนที่จะเดินจากไป

“แล้วเหตุใดข้าจะต้องมาออกเรือนกับหญิงที่หน้าตาเหมือนปลาบู่กันด้วยเล่าคุณพ่อ ข้าเองก็มิอยากได้เมียขี้เหร่หรอกนะขอรับ”

ณ ตลาดนัดแถวๆเรือนของหลวงเอกนาถโหราธิบดี

“หลบหน่อย หลบหน่อยจ้า!!” เสียงของชายหนุ่มกล่าวในขณะที่เขานั้นกำลังวิ่งโฉบเฉี่ยวไปมาจนกระทั่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าของชายหน้าสวยคนหนึ่งที่ไม่ใช่ใครอื่น

“เป็นเยี่ยงไร เจ้ารู้กระไรมาบ้างไอ้เขียว?” แฟงถามพลางมองหน้าของชายหนุ่มคนนั้น

“ขอรับ ข้าไปถามพวกคนที่รู้จักกับคุณหลวงรามมาแล้วขอรับ” เขียวบอกพลางยิ้มให้เห็นฟันสีดำของเขา

“ว่าอย่างไร?” แฟงถามต่อ

“คุณหลวงรามเป็นบุตรชายคนโตของพระยาสุริศัลฑการณ์ขอรับ มีนิสัยเจ้าชู้ขอรับ มีเมียเล็กเมียน้อยทั่วสาละทิศเลยขอรับ ทั้งยังไปเที่ยวที่โรงชำเราว์ทุกคืนด้วยขอรับ อ้อใช่ขอรับคุณหลวงรามปีนี้ท่านเขาอายุเท่ากับพี่แฟงเลยขอรับ” เขียวบอก แฟงคิ้วขมวดพลางเดินไปเรื่อยๆและบ่นงึมงำ

“เจ้าชู้?มีเมียน้อย?เที่ยวโรงชำเราว์?นี่น่ะหรือจะมาเป็นผัวของน้องกู อย่าได้หวังเลยมึง เพียงแค่มองกูก็จะมิให้เห็นเลย” แฟงบอกพลางกัดฟันของตัวเองส่วนเขียวก็เดินตามหลังแฟงมาอย่างเงียบๆ

“กูขอสาบานต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายเลยหนาว่ากูจะมิมีวันให้น้องสาวของกูได้ออกเรือนกับไอ้คนมักมากนั่นเป็นอันขาด มึงจำคำของกูไว้ให้ดีไอ้เขียว กูจะมิมีวันผิดสัญญาเป็นแน่” เขาบอกพลางหันมามองหน้าของเขียวที่กระพริบตารัว

“ขอรับพี่แฟง” เขียวบอก

“ไอ้เขียว แล้วเรื่องไอ้กล้าล่ะว่าอย่างไรบ้าง?” แฟงถามเขียวด้วยน้ำเสียงที่ดูสงบขึ้น

“พวกไอ้ม่วงไปจัดการแล้วขอรับ ป่านนี้คงจะคันคะเยอไปทั้งตัวเป็นแน่แท้เลยขอรับ” เขียวบอกพลางเดินตามไปอย่างเงียบๆ

“ดี สมน้ำหน้ามัน ชอบแกว่งปากหาเสี้ยนดีนัก แค่หมามุ่ยใส่ในตุ่มอาบน้ำน่ะกูว่ามันยังน้อยเกินไปสำหรับคนอย่างมันเลยเสียด้วยซ้ำ มาบอกว่าน้องกูหน้าตาขี้เหร่ได้เยี่ยงไร ทำอย่างกับมึงหล่อเหลามากเสียงั้นแหละไอ้กล้า” แฟงบ่นพึมพำ

“แล้วนี่แม่มึงเป็นกระไรบ้าง หายป่วยแล้วหรือยัง?” แฟงหันหน้ามาถามเขียวที่สะดุ้งตัวด้วยความตกใจ

“ขอรับ ตอนนี้แม่กระผมดีขึ้นมากเลยขอรับ ต้องขอบคุณพี่แฟงจริงๆเลยขอรับที่ช่วยออกค่ายาค่ารักษาให้กับแม่ของกระผม” เขียวบอกพลางยกมือไหว้

“เอ็งก็เหมือนน้องชายข้าอีกคน แล้วข้าจะปล่อยให้แม่ของเอ็งทรมานได้เยี่ยงไรกันเล่าจริงหรือไม่เล่าไอ้เขียว” แฟงบอกพลางยิ้มอ่อน เขียวมองใบหน้านั้นอย่างจดจ้องและนิ่งไปชั่วขณะ ใบหน้าสวยนั้นตราตรึงใจเขาเป็นเวลานานก่อนที่เขาจะตื่นจากภวังค์เพราะเสียงของเจ้าของใบหน้าสวยนั้น

“ยืนทำกระไรของเอ็งวะไอ้เขียว กลับเรือนกันได้แล้วหนา ข้าหิวข้าวจนแสบท้องไปหมดแล้ว”  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น