มิมีรักใดเป็นไปมิได้

ตอนที่ 17 : บทที่ 16

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    30 ส.ค. 62

“แม่ลำเพยมิอยู่อีกแล้วรึ?นางไปที่ใดกัน นี่ก็หลายวันแล้วข้ายังมิเห็นหน้านางเลย?” ชายร่างท้วมคนหนึ่งกล่าวถามหญิงสาวด้วยท่าทางที่ไม่พอใจนัก หญิงสาวได้แต่ยิ้มแหยก่อนที่จะหันหน้าไปมองร่างของชายตัวใหญ่คนหนึ่งที่เดินออกมาจากด้านในของโรงชำเราว์

“แม่ลำเพยไปทำธุระอีกหลายเดือนกว่านางจะกลับขอรับ คุณหลวงเชิญเข้าไปด้านในก่อนดีหรือไม่ขอรับ?” เพลิงถามพลางมองหน้าของชายคนนั้น ชายคนนั้นชะงักไปชั่วครู่ก่อนที่จะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์พลางมองใบหน้าและร่างกายอันกำยำของเพลิงด้วยจิตใจสกปรก

“ข้าจะเข้าไปก็ได้ แต่เจ้า...จะต้องเป็นคนปรนนิบัติข้าจนกว่าแม่ลำเพยจะกลับมา ได้หรือไม่?” ชายร่างท้วมคนนั้นพูดพลางเดินเข้ามาเชยคางใบหน้าของเพลิง เพลิงมองหน้าของเขาด้วยแววตาตกตะลึงก่อนที่จะเหลือบตาไปมองหน้าของหญิงสาวที่ยืนมองด้วยความงุนงงเช่นกัน

“เรื่องนั้นเห็นทีจะมิได้หรอกนะเจ้าคะคุณหลวง พี่เพลิงมิใช่-“

“หากกูจะเอากะไรกูก็ต้องได้ ส่วนหนึ่งของที่นี่มันก็สมบัติของกูทั้งนั้น เข้าใจหรือไม่?” เขาบอกพลางเอามือไปบีบแก้มใสของหญิงสาว หญิงสาวน้ำตาคลอเบ้าออกมาเล็กน้อยเพลิงเลยตัดสินใจพูดแทรกขึ้นมา

“ก็ได้ขอรับ งั้นเชิญคุณหลวงขึ้นไปห้องด้านบนได้เลยขอรับ” เพลิงบอกด้วยใบหน้าสิ้นหวังเล็กน้อย ชายร่างท้วมแสยะยิ้มออกมาก่อนที่เขาจะปล่อยมือออกจากแก้มของหญิงสาวแล้วรีบเดินมาโอบเอวของเพลิงแล้วเดินพากันขึ้นไปชั้นบนของโรงชำเราว์ทันทีที่เฉพาะคนในโรงชำเราว์และลูกค้าประจำเท่านั้นที่รู้ดีว่า....ชั้นบนของโรงชำเราว์...มีไว้ทำอะไร...

.

.

“งั้นเดี๋ยวพี่มาหนาเจ้า พอดีพี่ติดราชการนิดหน่อย เจ้าอยู่เฝ้าเรือนไปหนา” สิงห์กล่าวพลางยิ้มเล็กน้อยก่อนที่เขาจะเดินลงจากเรือนไปทันที หญิงสาวที่ในตอนนี้ได้กลายเป็นเมียอย่างเป็นทางการของหลวงสิงห์ไปแล้วได้แต่ยิ้มอย่างเสแสร้งก่อนที่นางจะเดินกระแทกเท้าเสียงดังเข้าห้องของตัวเองไปพลางหันไปมองตัวเองในกระจก

“หญิงในกระจกคนนี้ช่างงดงามยิ่งนัก งดงามเสียยิ่งกว่านางใดในสยามเสียอีก ช่างน่าหลงใหลและน่าทนุถนอม...” นางพูดพลางเอาหวีมาหวีผมของตัวเองก่อนที่นางจะชะงักไปแล้วพูดขึ้นเสียงดัง

“แล้วเหตุใดถึงเลือกอีเฟื่องฟ้ามิใช่กู!!!!!!” นางพูดพลางขว้างปาสิ่งของทุกอย่างจนกระจุยกระจายเต็มห้องไปหมด บ่าวบนเรือนก็เที่ยวพากันซุบซิบนินทากับท่าทางกับนิสัยอันวิปลาสของแม่หญิงคนใหม่ของเรือนที่เหมือนผีร้ายเข้าสิงเข้าไปทุกวัน

“ในเมื่อรักมันมาก...กูจะดูสิ ว่าถ้ามันตาย...หลวงรามจะตายไปพร้อมกับมันมั้ย?!!!” นางพูดพลางเดินไปเปิดหีบสมบัติของนางที่มีปิ่นสีทองอันหนึ่งที่ได้อาบยาพิษของแม่หมอนางหนึ่งเอาไว้ เพียงแตะที่ปลายปิ่นก็สามารถตายได้เลยทันที นางยิ้มอย่างวิปลาสก่อนที่จะหัวเราะออกมาเสียงดัง

“ฮ่าๆๆๆๆๆ อีเฟื่องฟ้า!!!มึงตายแน่!!!ฮ่าๆๆๆๆๆ”

.

.

“เมื่อใดลูกจะมีหลานให้แม่ชื่นชมเสียทีล่ะพ่อราม?” แม่ของรามกล่าวขึ้นพลางมองหน้าของรามกับแฟงสลับกัน แฟงถึงกับสะอึกก่อนที่จะหันไปมองหน้าแม่ของราม

“ลูกว่าให้มันค่อยเป็นค่อยไปเถอะนะขอรับคุณแม่” รามตอบพลางยิ้มอ่อน คนเป็นแม่ทำหน้าเสียเล็กน้อยก่อนที่จะหันมามองหน้าของแฟงแทน

“แม่อยากอุ้มหลานแล้วหนาแม่เฟื่องฟ้า” นางพูดพลางมองตาของแฟง แฟงได้แต่ส่งยิ้มแหยกลับไปก่อนที่จะหลบสายตาของนาง

“คุณแม่ เร่งนางไปเด็กก็ไม่มาเกิดเร็วขึ้นหรอกขอรับ” รามบอกพลางมองหน้าแม่ของเขา

“ทำเป็นพูดไป พ่อรามน่ะหัดทำลูกกับแม่เฟื่องฟ้าบ้างหรือเปล่า?นี่ก็นานพอควรแล้วหนาแม่ว่าหากท้องนางต้องมีอาการแล้วบ้าง หรือว่าที่ผ่านมาลูกทั้งสอง...มิเคยมีกะไรกันเลย?” คำถามนั้นเรียกให้คนทั้งสองถึงกับสะดุ้งพร้อมกันด้วยความตกใจ ทั้งสองหันมามองหน้ากันด้วยใบหน้าที่ไม่ค่อยดีนัก

“เคยสิขอรับคุณแม่ เราสองคนนอนด้วยกันทุกวันเลยนะขอรับ” รามพูดพลางยิ้มแหยออกมา

“นอนด้วยกันก็มิได้แปลว่าจะทำกันทุกวันนี่จริงหรือไม่?งั้นเอาแบบนี้ คืนนี้แม่จะรอฟังพวกเจ้าทั้งสองคนที่หน้าห้องแล้วกัน” คนเป็นแม่บอกพลางลุกขึ้นยืนแล้วกำลังจะเดินหนีไป

“รอฟัง?รอฟังกะไรขอรับคุณแม่?” รามถามพลางลุกขึ้นยืนเช่นกัน

“แม่เป็นหญิงนะพ่อราม เรื่องพวกนี้จะพูดออกไปกลางวันแสกๆอย่างนี้ได้อย่างไรกัน?” นางพูดพลางอมยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะเดินหนีไปทิ้งให้รามและแฟงทำหน้าอึ้งเพราะคิดไม่ตกเรื่องนี้

ตกดึก

“เราจะทำเยี่ยงไรดีเล่าแม่เฟื่องฟ้า....คุณแม่ต้องแอบรอฟังเราอยู่ด้านหน้าประตูเป็นแน่แท้เลย” รามพูดด้วยความกังวลใจที่ยังน้อยกว่าแฟงที่ยังคงนั่งเกร็งอยู่บนที่นอน ทำอย่างไรดีวะ?ถ้าไอ้รามมันแก้ผ้ากูขึ้นมาได้แผนแตกตายกันเจ็ดชั่วโคตรเป็นแน่!!! ตายๆๆๆๆๆๆ

“แม่เฟื่องฟ้า....เจ้า...มิเป็นกะไรใช่หรือไม่?” รามถามพลางทำสีหน้าเป็นห่วงแฟงที่เอาแต่นั่งเงียบไม่ยอมพูดอะไรมาตั้งนานแล้ว

“เจ้าค่ะ...ข้ามิได้เป็นกะไรเจ้าค่ะ” แฟงตอบพลางยิ้มเจื่อนส่งกลับไป รอยยิ้มนั้นทำให้รามถึงกับชะงักไปเล็กน้อยก่อนที่เขาจะลุกขึ้นยืน

“หากน้องลำบากใจที่จะนอนร่วมเตียงเดียวกับพี่....พี่จะออกไปบอกความจริงทั้งหมดให้คุณแม่รู้เอง น้องมิต้องห่วงไปหนา....คุณแม่จะต้องเข้าใจเราเป็นแน่” รามบอกพลางมองหน้าของแฟงด้วยรอยยิ้มติดเศร้าของเขาที่ทำให้แฟงรู้ได้ทันใดว่าสาเหตุมันมาจากอะไร เขาคงจะผิดหวังที่เขาอุตส่าห์ทุ่มเทความรักทั้งหมดให้แม่เฟื่องฟ้าแล้วแต่กลับไม่ได้รับความรักใดๆตอบแทนเลย แฟงได้แต่ทำหน้าเสียพลางก้มหน้ามองต่ำ ข้าจะทำอย่างไรกับความรู้สึกสับสนเช่นนี้ดี

“งั้นเดี๋ยวพี่ออกไปก่อน-“

“พี่รามเจ้าคะที่น้องมีอะไรกับพี่ไม่ได้เพราะว่าน้องมิได้เป็นหญิงเจ้าค่ะ!” แฟงพูดขึ้นพลางหลับตาปี๋ หืม?เมื่อครู่กูพูดอะไรออกไป!!!??? นี่กูบ้าไปแล้วรึ?พูดออกไปแบบนั้นได้ตายโหงกันทั้งเรือนแน่กู ไอ้แฟงมึงทำกะไรลงไป!!!

“...................” รามได้แต่เงียบพลางมองมาที่ร่างของแฟงด้วยดวงตาแสนจะเรียบเฉย แฟงขนลุกซู่ขึ้นมาทันทีก่อนที่เขาจะหลบสายตาของอีกคน มันต้องฆ่ากูแน่...กูไม่น่าพูดออกไปแบบนั้นเลย ก็กูเห็นว่ามันทำหน้าเศร้าก็เลยกะว่าจะพูดอะไรปลอบใจ...ไม่ใช่พูดอะไรที่ทำให้ตัวเองตายแบบนี้....

“พี่รู้อยู่แล้วล่ะ” เขาบอกพลางเดินมานั่งข้างๆร่างของแฟง แฟงหันไปมองทันควันก่อนที่จะทำสีหน้าฉงนอย่างมาก

“รู้อยู่แล้ว?หมายความว่าอะไร?” แฟงถาม รามยื่นมือมาลูบใบหน้าของแฟงก่อนที่จะยิ้มอ่อนออกมา

“ก็พี่รู้แล้วอย่างไรเล่าว่าเจ้ามิใช่แม่เฟื่องฟ้าแต่เป็นแฟง....พี่ชายของนาง”  

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น

  1. #6 YOU-PALMY (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 00:32

    เป็นเคลียดเลยทีนี้

    #6
    0