มิมีรักใดเป็นไปมิได้

ตอนที่ 15 : บทที่ 14

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    24 ส.ค. 62

“ฟุดฟิด อีน้ำ มึงได้กลิ่นกะไรหรือไม่วะ?” เต่าถามสหายของนางที่เดินเคียงคู่กันขึ้นมาบนเรือนด้วยความสงสัยกับกลิ่นหอมบางอย่างที่ลอยคละคลุ้งไปทั่วเรือน

“ก็กลิ่นอาหารที่แม่หญิงเฟื่องฟ้าท่านทำอย่างไรเล่า หอมดีใช่หรือไม่?” น้ำถามพลางหันมามองหน้าเต่าด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“แน่ล่ะสิ กลิ่นช่างยั่วน้ำลายกูเสียเหลือเกิน กูชักจะหิวข้าวขึ้นมาเสียแล้วสิอีน้ำ เราไปหากะไรกินกันดีกว่า” เต่าบอกพลางเอามือมาลูบท้องของตัวเองไปมา น้ำเลิกคิ้วมองก่อนที่จะหัวเราะออกมาเบาๆ

“หึๆ เออ รอให้ข้าเอาของพวกนี้ไปเก็บก่อนแล้วกันแล้วเดี๋ยวเราไปหาข้าวกินกัน” น้ำบอกพลางเดินเอาของที่ไปจ่ายตลาดไปเก็บ ส่วนเต่าก็เดินตามหลังสหายของนางไปติดๆเลยทีเดียว

.

.

“แหม..ไม่คิดเลยนะเจ้าคะว่าแม่หญิงจะรสมือดีเสียขนาดนี้” ฝนกล่าวพลางมองหน้าของแฟงไปด้วยความภูมิใจกับรสชาติอาหารที่อร่อยเสียอยากจะกินแกงนี้ให้หมดหม้อ

“ก็ไม่ได้ขนาดนั้นหรอกจ้ะ ก็รสมืออาหารทั่วๆไปนี่แหละจ้ะ” แฟงบอกพลางยิ้มอ่อนพลางก้มตักน้ำแกงขึ้นมากิน

“ที่เรือนของแม่หญิงคงจะอบรมสั่งสอนเรื่องงานบ้านงานเรือนมาอย่างดีเลยใช่หรือไม่เจ้าคะ จึงได้ชำนาญเสียขนาดนี้?” ฝนถามต่อด้วยความสงสัย แฟงยิ้มแหยออกมาก่อนที่จะยิ้มอ่อนให้ฝนเบาๆ

“ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกจ้ะ...ฮ่ะๆๆ” ความจริงแล้วที่แฟงทำอาหารเก่งไม่ใช่เพราะอะไรแต่เพราะว่าแฟงต้องคอยดูแลแม่เฟื่องฟ้ามาตั้งแต่ยังน้อยๆ ทั้งพ่อแลแม่ของทั้งสองมักจะไม่อยู่ที่เรือนสักเท่าไหร่ มิหนำซ้ำแม่เฟื่องฟ้ายังมิยอมกินอาหารฝีมือผู้ใดนอกเสียจากแม่ของนางเพียงคนเดียวเท่านั้น แฟงที่เป็นพี่ชายจึงต้องจำใจเรียนการทำอาหารและงานบ้านงานเรือนอื่นๆกับแม่ของเขาจนทำให้ติดเป็นนิสัยพอมาอยู่ที่นี่เลยกลายเป็นแม่ศรีเรือนที่แสนเพียบพร้อมไปเสียซะอย่างนั้น

“อีฝนมัวแต่นั่งทำกะไรอยู่กงนี้กันวะ?แม่นายหญิงเขาเรียกมึงอยู่มิรู้รึ?!!!” บ่าวนางหนึ่งที่วิ่งมาด้วยใบหน้าตื่นตระหนกกล่าวพลางมองหน้าของฝนที่กำลังนั่งคุยกับแฟงอยู่ ฝนสะดุ้งตัวโหยงก่อนที่จะไหว้แฟง

“งั้นเดี๋ยวข้าไปรับใช้แม่นายท่านก่อนนะเจ้าคะแม่หญิงเฟื่องฟ้า รสชาติอาหารของแม่หญิงมิมีที่ติใดๆจริงๆเจ้าค่ะ!!” นางบอกก่อนที่จะรีบวิ่งออกจากห้องครัวไปอย่างรวดเร็ว แฟงได้แต่มองก่อนที่จะจัดการตักแกงพะแนงหมูแสนอร่อยนั้นลงชามแล้วเอาไปวางไว้ที่สำรับเตรียมจะเอาไปให้พวกผู้ใหญ่เขาได้ชิมได้กินกัน

“แม่หญิงเจ้าคะไม่ต้องเจ้าค่ะ เดี๋ยวบ่าวทำเองเจ้าค่ะ” บ่าวนางเดิมที่วิ่งมาเรียกฝนไปเมื่อครู่นี้กล่าวพลางคลานเข่าเข้ามาเพื่อจะรับสำรับนั่นไปแทน

“ไม่เป็นไร ข้ายกเองได้ เจ้าไปทำงานอย่างอื่นเถอะไม่ต้องเป็นห่วง” แฟงบอกพลางยิ้มก่อนที่จะยกสำรับนั้นแล้วเดินออกจากครัวไป

“อึก...เหตุใดกูจึงใจเต้นกับแม่หญิงเฟื่องฟ้าได้กันวะ?นี่กูวิปริตไปแล้วงั้นรึ?”

.

.

“รสแกงฝีมือแม่เฟื่องฟ้านี่ช่างไร้ที่ติเสียจริงเลยหนา” ชายชรากล่าวพลางยิ้มเล็กยิ้มน้อยกับรสชาติอาหารฝีมือสะใภ้ของเขา

“ขอบคุณเจ้าค่ะคุณพ่อ” แฟงพูดพลางไหว้

“แต่น่าเสียดายที่พ่อรามมิได้ลองกินดู” เขากล่าวพลางทำสีหน้าไม่ค่อยดีนัก

“พี่รามไปไหนหรือเจ้าคะ?” แฟงถามพลางทำหน้าสงสัย เพราะว่าเขาเองก็ไม่เจอรามมาตั้งแต่เช้ามืดแล้ว

“เห็นว่าวันนี้พ่อสิงห์สหายคนสนิทของพ่อรามเพิ่งจะกลับมาจากต่างประเทศ พ่อรามก็เลยไปหาน่ะเจ้า” เขากล่าวพลางมองหน้าของแฟง

“อย่างนี้นี่เอง” แฟงพูดพลางยิ้มออกมา

“นี่เจ้ามิรู้เรื่องนี้งั้นรึแม่เฟื่องฟ้า?หรือว่า...พ่อรามมิได้บอกเจ้า?” เขาถามพลางมองหน้าของแฟงอย่างเค้นหาคำตอบ

“....ก็.....เจ้าค่ะ พี่รามมิได้บอกข้าเรื่องนี้เจ้าค่ะ” แฟงพูดพลางยิ้มแหยออกมาเบาๆ

“น่าแปลกเสียจริง เห็นทุกทีมิเคยปิดบังกะไรเจ้าเลยแถมตั้งแต่เขาตบแต่งกับเจ้าก็มิเคยไปสังสรรค์กับสหายคนใดเลย แล้วเหตุใดวันนี้จึงได้ออกไปกัน?” เขาพูดพลางยกชาขึ้นมาดื่มก่อนที่จะลุกขึ้นยืน

“งั้นเดี๋ยวพ่อต้องออกไปรับราชการแล้ว ฝากเจ้าดูแลเรือนนี้ด้วยแล้วกันหนา” เขาบอกพลางยิ้มแล้วเดินลงจากเรือนไป

“เจ้าค่ะ” แฟงตอบกลับก่อนที่จะนั่งมองกับข้าวในสำรับที่มันเยอะเกินพอที่จะเหลือให้ใครอีกคนได้กิน

“นึกว่าอยู่เสียอีกเลยทำเผื่อไว้เสียเยอะเลย ไอ้บ้า” แฟงพูดพลางทำหน้าเซ็งๆก่อนที่จะหยิบสำรับพวกนั้นไปเก็บในห้องครัวแล้วทำการล้างถ้วยล้างชามจนสะอาด

“เฮ้อ....แล้วไปไหนทำไมไม่บอกวะ?เห็นเป็นหัวหลักหัวตอหรือไง?ไหนบอกว่าจะไม่มีความลับอะไรปิดบังกันไง?สุดท้ายก็ลายออกจนได้ ไอ้คนโกหก!” แฟงพูดพลางทำหน้ามุ่ยก่อนที่จะเดินกระฟัดกระเฟียดเข้าห้องของตัวเองไป

.

.

“เอิ๊ก...เอิ๊ก...เอิ๊ก...แม่...เฟื่องฟ้า...ของพี่!!!!” เสียงตะโกนอันดังลั่นนั้นของรามเรียกแฟงที่กำลังหลับพริ้มอยู่สะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ แฟงรีบแต่งตัวใส่ผมปลอมของตัวเองอย่างว่องไวก่อนที่จะรีบวิ่งไปหารามที่ถูกบ่าวชายหามปีกทั้งสองข้างมา และดูท่าว่าจะดื่มมาหนักพอสมควรเลยด้วย

“พี่ราม?เหตุใดจึงได้เมากลับมาเสียขนาดนี้ล่ะเจ้าคะ?” แฟงถามพลางเข้าไปจับร่างของรามที่มีแต่กลิ่นเหล้าคละคลุ้งไปหมด

“แม่..เฟื่องฟ้า..ของพี่..เอิ๊ก...” เขาพูดพลางโผเข้ามากอดร่างของแฟง

“เห็นว่าแข่งกินเหล้ากับหลวงสิงห์น่ะขอรับ ก็เลยเป็นเช่นนี้แหละขอรับ” บ่าวคนหนึ่งกล่าวพลางมองหน้าของแฟง แฟงมองร่างของรามครู่หนึ่งก่อนที่จะหันมามองบ่าวทั้งสอง

“เดี๋ยวข้าพาหลวงรามไปนอนพักผ่อนเอง พวกเจ้าก็กลับไปพักผ่อนเสียเถอะ ขอบใจที่พาเขามาส่งนะ” แฟงบอกพลางยิ้มอ่อนแล้วค่อยพยุงร่างของรามเข้าห้องของแฟงไป

“ฮึบ!!...โอย...ทำไมตัวหนักอย่างนี้นะ!” แฟงพูดพลางวางร่างของรามลงกับที่นอนก่อนที่เขาจะมานั่งหอบเสียงดังแล้วเดินไปปิดประตูห้องเบาๆ

“กินเหล้าไปไม่ได้ดูสังขารตัวเองเล้ย!!เมาแอ๋กลับมาเยี่ยงนี้บ่าวที่ไหนมันจะเคารพกันเล่า?” แฟงบ่นพลางหันไปมองร่างของรามที่นอนนิ่งไป

“หลับไปแล้วเหรอวะ?” แฟงพูดพลางเดินไปหาร่างของรามพลางเอามือไปแนบที่หน้าผาก

“ตัวร้อนอยู่เหมือนกันนะ แต่ช่างเถอะ..เดี๋ยวพอสร่างก็หายเองแหละ” แฟงบอกพลางยักไหล่เบาๆแล้วกำลังจะเดินออกไป

“งั้นข้าไปก่อนแล้วกัน เจ้านอนนี่ส่วนข้าก็นอนห้องเจ้าแทน” แฟงพูดพลางเดินไปเปิดประตู

“อย่าทิ้งข้าไปไหนเลยนะ...ขอร้อง” แต่เสียงนั้นกลับทำให้ฝีเท้าของแฟงหยุดชะงักไปทันที ไม่ใช่ว่าคุยเรื่องนี้กันรู้เรื่องแล้วหรอกงั้นรึ? เหตุใดจึงยังละเมอเพ้อภพเรื่องนี้อีก?

“เฮ้อ....อะไรของเจ้าอีกเนี่-“

“ข้ารักเจ้าเพียงคนเดียวแล้ว...แล้วทำไม...เจ้าจึงไม่รักพี่เพียงคนเดียวบ้าง...แฟ....ง...” พอประโยคพูดของรามจบแฟงได้แต่ยืนมองนิ่งด้วยดวงตาที่เบิกโพลง เมื่อครู่นี้คำสุดท้ายที่เขาได้ยิน...มันคือชื่อของเขาใช่มั้ย? เขาไม่ได้หูฝาดไปใช่มั้ย? เขาคิดพลางเดินเข้ามาใกล้ๆร่างของราม

“เมื่อครู่นี้...เจ้าเรียกชื่อใคร?” แฟงถามด้วยความสงสัยพลางมองหน้าของรามด้วยดวงใจที่สับสนไปหมด หรือว่าเขาจะรู้แล้วว่าเรามิใช่แม่เฟื่องฟ้า? แล้วเขารู้ชื่อของเราได้อย่างไร? ใคร?....ทำไมถึงรู้ได้?

“งืม...อือ....อึก...จะ...จะ...” รามพูดขึ้นมาพลางลุกขึ้นนั่ง

“หรือว่าเจ้า...รู้มาโดยตลอดเลยงั้นรึ?” แฟงถามด้วยใบหน้าที่วิตกกังวล หากรามรู้แล้วครอบครัวของเขาได้ถูกประหารเจ็ดชั่วโคตรเป็นแน่

“เจ้ารู้แล้วใช่หรือไม่...เจ้า..รู้มาตลอดเลยใช่หรือไม่?” แฟงถามต่อพลางเขย่าไหล่ของรามอย่างแรง

“เจ้ารู้แล้วใช่มั้ย?เจ้ารู้-“

“อุแหวะ!!!!!!

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น