มิมีรักใดเป็นไปมิได้

ตอนที่ 12 : บทที่ 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    16 ก.ค. 62

“แม่มิยอมเด็ดขาด หากใครต้องตายหรือโดนกุดหัวขอให้เป็นแม่แต่เพียงผู้เดียวเถิด มิใช่ลูกของแม่” คนเป็นแม่กล่าวพลางวิ่งเข้าไปกอดร่างของแฟง แฟงทำสีหน้าปวดร้าวพลางร้องไห้ออกมาจนน้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง

“คุณแม่....เหตุใดจึงพูดเช่นนั้นกันเล่า...ฮึก...ข้ามิยอมดอก...ข้ามิยอมให้แม่โดนกุดหัวเป็นอันเด็ดขาด” แฟงพูดพลางกอดร่างของผู้เป็นแม่ คนเป็นพ่อที่มองอยู่ห่างๆนั้นได้แต่กำหมัดของตัวเองแล้วก้มหน้ามองพื้นด้วยความรู้สึกผิด เขาคือคนที่สร้างปัญหาทั้งหมดนี้ขึ้นมา...เขาคือคนที่เอาเงินนั้นมา..เขาต่างหาก...ที่สมควรที่จะโดนกุดหัวมากที่สุด

“มันเรื่องอะไรกันเจ้าคะ?...กุดหัว?...เหตุใดถึงต้องโดนกุดหัวด้วยล่ะเจ้าคะ?” เฟื่องฟ้าถามพลางมองหน้าของคนเป็นพ่อ เขาเงยหน้าขึ้นมาก่อนที่จะทำสีหน้าปวดร้าว

“เรื่องทั้งหมด...มันเป็นเพราะพ่อเอง....”

.

.

หลังจากที่ผู้เป็นพ่อเล่าเรื่องราวการติดหนี้สินที่เกิดขึ้นมาเพราะเขาเป็นผีพนันนั้นจบ ทุกคนได้แต่เงียบ เพราะถึงแม้แฟงและภรรยาของเขาจะรู้ว่าเขาเป็นหนี้แต่ก็ไม่รู้มาก่อนเลยว่าที่ติดหนี้เพราะว่าเขาเป็นพวกผีพนัน

“ทั้งหมดเป็นความผิดของพ่อเอง...คนที่สมควรที่จะต้องโดนกุดหัว...คือพ่อเอง” เขากล่าวพลางทำสีหน้าปวดร้าวมากกว่าเดิม น้ำตาที่เห็นได้ยากจากใบหน้านี้ตอนนี้กลับถูกอาบไปด้วยความโศกเศร้า ทุกคนมองหน้าของเขาด้วยความสงสารก่อนที่ภรรยาของเขาจะเดินเข้าไปกอดร่างของเขาแล้วลูบหลังของเขาไปมา

“อดีต...ก็เป็นแค่อดีตเจ้าค่ะคุณพี่...อย่าไปย้อนมันอีกเลย ตอนนั้นคุณพี่ยังหลงอบายมุขทั้งปวงแต่ตอนนี้มิใช่อีกต่อไปแล้ว ตอนนี้..คุณพี่...คือพ่อแลสามีที่ดีที่สุดในสยามสำหรับข้าแลลูก” นางพูดพลางลูบน้ำตาของชายผู้นั้น ชายผู้นั้นยิ้มออกมาพลางกอดร่างของภรรยาอย่างแนบแน่น

“..ลูกผิดไปแล้วเจ้าค่ะ ลูกผิดเอง...ลูกมันโง่เอง ลูกมัน...เลวสิ้นดี” เฟื่องฟ้าพูดพลางร้องไห้ออกมาอีกครั้ง แฟงมองร่างน้องสาวของตนก่อนที่จะเดินไปหาร่างของพ่อแลแม่ เข้าเข้าไปสวมกอดร่างของทั้งสองก่อนที่จะผละออกมาแล้วมองหน้าของเฟื่องฟ้ากับกล้า

“เรื่องสู่ขอ...คงจะเป็นไปมิได้ในตอนนี้...เพราะหากมีข่าวลือแพร่ออกไป....เราตายกันหมดแน่ แต่มิใช่ว่ากูพูดแบบนี้แล้วมึงจะไม่รับผิดชอบน้องกูนะไอ้กล้า ยังไงเสีย...มึงก็ยังเป็นผัวน้องกู....แล้วก็ยังเป็นพ่อของหลานกู อย่าให้กูเห็นว่ามึงแอบไปโรงชำเราว์เป็นอันเด็ดขาดนะมึง มิเช่นนั้น..หัวมึงมิอยู่บนบ่าเป็นแน่” แฟงบอก ประโยคนั้นทำให้เฟื่องฟ้าเผยรอยยิ้มออกมาก่อนที่จะโผเข้ากอดร่างของผู้เป็นพี่ชาย

“หมับ!!

“แม่เฟื่-“

“ฮึก...พี่แฟง....ฮึก...พี่แฟง...” นางพูดพลางกอดรัดร่างของผู้เป็นพี่แน่น แฟงยิ้มอ่อนออกมาก่อนที่จะลูบหัวของแม่เฟื่องฟ้าเบาๆ ยังไงเสียนางก็เป็นน้องสาวของเขาทั้งคน...จะเกลียดได้นานสักเพียงใดเชียว

“แล้วเจ้าจะทำอย่างไรแฟง แม่เฟื่องฟ้าแต่งกับคุณหลวงนั่นมิได้เป็นแน่....หากแต่ง...เขาต้องรู้แน่ว่านางท้องก่อนแต่ง” กล้าถามพลางมองหน้าของแฟง

“แล้วใครบอกว่ากูจะให้น้องกูไปแต่งกับมัน” แฟงบอกทำให้เฟื่องฟ้าผละออกมาจากร่างของแฟงพลางมองหน้าของเขา

“พี่แฟง...หมายความว่ากระไรเจ้าคะ?” แม่เฟื่องฟ้าถามพลางทำสีหน้างุนงง

“พี่จะเป็นคน...แต่งกับมันเอง”

ทางด้านหลวงราม

“เฮ้อ......” ชายผู้มีใบหน้าหล่อเหลาคนหนึ่งนั่งถอนหายใจยาวพลางมองไปบนท้องฟ้าอย่างเรื่อยเปื่อย

“เดี๋ยวนี้หลวงรามท่านเป็นกระไรวะอีอ้น เอาแต่นั่งใจลอยนั่งมองฟ้าอยู่นั่นทั้งวัน มิออกไปไหนเลยสักแห่ง ข้าล่ะแปลกใจนัก” หญิงสาวผู้เป็นบ่าวคนหนึ่งถามสหายของนางที่ยืนเคียงข้างกันเก็บดอกไม้ในสวนที่เผอิญไปมองเห็นร่างของผู้เป็นนายที่เอาแต่นั่งเหม่อลอยอยู่ตรงนั้นมาหลายวันแล้ว

“อย่าเสือกเรื่องเจ้านายยายเคยบอกไว้มึงจำได้หรือไม่อีอ้าย เก็บดอกไม้ไปเถิดอย่าไปยุ่งกับท่าน” หญิงอีกคนกล่าวพลางก้มหน้าก้มตาเก็บดอกไม้อย่างขยันขันแข็ง

“อ้าวอีนี่ หลอกด่ากูรึ?” นางถามพลางทำสีหน้าไม่พอใจ

“เร็วๆ เดี๋ยวแม่หญิงท่านก็เอ็ดมึงเอาอีกดอก อยากโดนท่านเอ็ดอีกหรืออย่างไร?” อ้นถามพลางมองหน้าของอ้ายครู่หนึ่ง อ้ายสะดุ้งก่อนที่จะก้มหน้าก้มตาเก็บดอกไม้แล้วเอาไปให้คุณหญิงบนเรือน

“เฮ้อ....แม่เฟื่องฟ้า...ข้าอยากเจอหน้าเจ้าเหลือเกิน ข้ารอที่จะได้แต่งกับเจ้าไม่ไหวแล้ว” เขาบอกพลางอมยิ้มคนเดียวจนทำให้บ่าวที่เดินผ่านมาสงสัยกับอาการของเขาเป็นอย่างมาก

“แม่นายท่านเจ้าคะ จะขึ้นเรือนเลยหรือไม่เจ้าคะ?” เสียงของบ่าวนางหนึ่งถามหญิงผู้เป็นนายที่กำลังเดินชมรอบๆเรือนก่อนที่นางจะเหลือบไปเห็นร่างของลูกชายที่เอาแต่นั่งเหม่อลอย

“นั่นพ่อรามใช่หรือไม่อีแตง?” นางถามพลางมองแผ่นหลังของลูกชาย

“เจ้าค่ะแม่นายท่าน”

“มานั่งเหม่อกระไรตรงนี้หนาลูกข้า?หรือว่า...นั่งนึกถึงแม่เฟื่องฟ้าอยู่ล่ะสิท่า” นางพูดพลางยิ้มมุมปากออกมาเล็กน้อย

“คงจะเป็นอย่างนั้นเจ้าค่ะแม่นายท่าน” บ่าวคนสนิทของนางกล่าวพลางยิ้มอ่อนออกมา

“เป็นอย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน ลูกข้าจะได้มิต้องไปที่โรงชำเราว์นั่นอีก ยังไงเสีย...หญิงสาวผู้สูงศักดิ์ก็ต้องดีกว่าอีตัวในโรงชำเราว์นั่นเป็นไหนๆอยู่แล้ว” นางพูดพลางยิ้มมุมปากออกมาก่อนที่จะเดินขึ้นเรือนไปด้วยจิตใจแสนชื่นบาน

“เฮ้อ....แม่เฟื่องฟ้าของพี่”

ที่โรงชำเราว์

“แหม....ไม่เจอหน้าเสียตั้งหลายวันเลยนะแม่ลำเพย ข้าล่ะคิดถึงเจ้ามากเสียเหลือเกิน” ชายร่างท้วมคนหนึ่งพูดขึ้นพลางจับเอวบางของหญิงสาวที่ถึงใบหน้าจะกำลังยิ้มอยู่แต่ภายในใจนั้นกลับเอาแต่กร่นด่าชายตรงหน้าไม่หยุด

“ก็ข้ามีธุระที่จะต้องไปทำนี่เจ้าคะ จะให้ข้าอยู่ได้อย่างไร?” นางพูดพลางยิ้มอ่อน ชายคนนั้นยิ้มหวานพลางดึงแขนของลำเพยจนทำให้นางเสียหลักแล้วมานั่งบนตักของชายร่างท้วมคนนั้นทันที

“หมับ!!

“อึก...แหม..คุณหลวงล่ะก็...” นางพูดกัดฟันพลางฝืนยิ้มให้อีกฝ่าย ชายคนนั้นยิ้มอย่างหิวกระหายก่อนที่จะกระทำการสนองตัณหาของตนบนเรือนร่างของนาง

.

.

“ไอ้อ้วนเอ้ย!!!!เหงื่อก็เยอะ เหม็นก็เหม็น!!ถ้ากูมิเห็นว่ามึงเป็นคุณหลวงแล้วมีเงินเยอะล่ะก็...กูมิยอมให้มึงมาแตะตัวกูดอก!!!” ลำเพยกล่าวตะโกนพลางขว้างปาข้าวของจนกระจายไปทั่วห้องของนาง

“แม่ลำเพย...พี่เข้าไปนะ” เสียงของพี่เพลิงที่ดังขึ้นจากด้านนอกทำลำเพยชะงักไปก่อนที่จะหันไปมอง เพลิงเดินเข้ามาหานางพร้อมกับข้าวในมือ เขาวางมันลงตรงหน้าของลำเพยแล้วมองดูเนื้อตัวที่บอบช้ำไปหมดของนาง

“เจ็บมากหรือไม่?” เขาถามพลางเอื้อมมือจะไปจับ

“เพี๊ยะ!!!” แต่ลำเพยกลับตีมือของอีกฝ่ายทิ้ง นางทำสีหน้าไม่ค่อยดีนักพลางถอยหนีไปอยู่ตรงมุมห้อง เพลิงมองหน้าของน้องสาวด้วยความเป็นห่วงก่อนที่จะพูดขึ้น

“พี่ขอโทษลำเพย พี่เผลอลืมไป...ว่าเจ้า...มิชอบให้ชายใดแตะตัวหลังจาก...ทำเรื่องอย่างว่า...” เขาพูดพลางส่งสายตาเศร้าแล้วกำลังจะเดินออกไป

“พี่เพลิง” นางเรียกชื่อของเขา เขาเลยหันหน้ากลับมาพลางมอง นางส่งสายตาน่าสงสารกลับมาก่อนที่จะวิ่งเข้าไปกอดร่างของพี่ชายอย่างแนบแน่น

“ฮึก...ข้าไม่อยากทำแบบนี้อีกแล้ว...ฮึก....ข้าไม่อยากทำอีกแล้ว....มัน...ฮึก...มันน่ารังเกียจเหลือเกิน” นางพูดพลางร้องไห้ออกมา เพลิงทำใบหน้าเศร้าปนสงสารก่อนที่จะลูบหลังปลอบน้องสาวตนเองอย่างเบามือ

“พี่รู้....พี่รู้” เขาตอบแค่นั้นพลางปลอบประโลมน้องสาวของตนด้วยมือหนาที่คอยลูบหลังของนางด้วยความสงสารที่น้องสาวของเขาต้องมาติดอยู่กับที่แบบนี้ ทั้งๆที่นาง...ไม่ได้อยากจะทำแบบนี้เลยด้วยซ้ำ

“ฮึก...แต่ถ้าหากข้าได้เป็นเมียของหลวงราม...เรื่องพวกนี้ก็จะไม่เกิดขึ้นอีก ข้าจะกลายเป็นเมียของคุณหลวง...ฮึก...ไม่ใช่อีลำเพยที่เป็นแม่เล้าของโรงชำเราว์นี้อีกต่อไป..ฮึก...แลพี่เพลิง...ก็จะกลายเป็นพี่ชายเมียของคุณหลวง พวกเราจะกินดีอยู่ดี...ไม่ต้องมาทนทำงานอันน่าทุเรศแลน่าสมเพชเยี่ยงนี้อีกต่อไป....มันต้องเป็นแบบนั้น...มันจะต้องเป็นแบบนั้น...ถ้ามิมีอีเฟื่องฟ้ามาขัดขวาง....กูจะฆ่ามึงอีเฟื่องฟ้า...กูจะฆ่ามึง...คุณหลวงเป็นของกู...เป็นของกูเพียงผู้เดียว...ตำแหน่งเมียเอกของหลวงราม...มีแต่กูเพียงผู้เดียวเท่านั้น!!!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น

  1. #3 YOU-PALMY (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 00:16

    สงสารน้องงงงhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-10.png

    #3
    0