มิมีรักใดเป็นไปมิได้

ตอนที่ 11 : บทที่ 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 32
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    16 ก.ค. 62

“ข้ามัน...ช่างเป็นหญิงที่มีใบหน้าที่อัปลักษณ์สิ้นดี” หญิงสาวกล่าวกับตัวเองในกระจกพลางทำสีหน้าบิดเบี้ยวขึ้นมา น้ำตาของนางไหลรินอาบทั้งสองแก้ม นางกำมือของตัวเองแน่นพลางกัดริมฝีปากของตัวเองไปด้วย นางเจ็บปวดกับการถูกว่าถูกด่าเรื่องหน้าตามาตลอดทั้งชีวิต เหตุใดหน้าตาของข้าจึงต้องอัปลักษณ์เช่นนี้ด้วย ข้าไปทำกรรมกระไรกับใครไว้มากมายจึงได้มีหน้าตาที่ไม่เหมือนคนในบ้านแบบนี้กัน ทั้งคุณแม่ของข้าก็งดงามเกินกว่าหญิงใดอาจจะเปรียบอีกทั้งพ่อของข้าที่มีหน้าตาหล่อเหลาเกินกว่าชายใดแม้จะอายุมากแล้วก็ตาม และที่สำคัญ...พี่ชายแท้ๆของข้าที่กลับมีใบหน้าสวยเสียยิ่งกว่าหญิงใดในสยาม แล้วข้าเล่า...เหตุใดจึงได้มีหน้าตาเยี่ยงสัตว์ประหลาดเช่นนี้ได้ นางคิดพลางร้องไห้ออกมาอย่างเจ็บปวดก่อนที่นางจะเดินไปที่ประตูแล้วแง้มเปิดประตูห้องดูข้างนอก ภาพที่นางเห็นคือภาพของครอบครัว มีพ่อแม่และลูกชายที่มีใบหน้าและกิริยาสมกับฐานะของตน นางเบะปากด้วยความน้อยใจออกมาก่อนที่จะเดินไปที่หีบของนางแล้วหยิบสไบและเสื้อผ้าอื่นๆของนางมาไว้ข้างนอกพลางพูดพึมพำ

“ข้ามันมิเหมาะสมจะอยู่ในเรือนนี้อีกต่อไปแล้ว...ฮึก...คนอัปลักษณ์เช่นข้า...ฮึก...มีแต่จะทำให้ตระกูลนี้เสื่อมเสียชื่อ..ฮือ...” นางพูดพลางหยิบเสื้อผ้าของนางลงไปในย่าม นางถอดเครื่องประดับของนางทั้งหมดแล้วกำลังจะยัดลงไปในยามแต่จู่ๆนางก็ชะงักไปก่อนที่จะโยนย่ามนั้นทิ้งแล้วพูดขึ้นด้วยเสียงอันสั่นเครือ

“ฮึก...ของพวกนี้มันมิสมควรกับข้า...ฮึก....มันช่างสวยงาม..ฮึก..มันไม่เหมาะกับคนอัปลักษณ์เยี่ยงข้า..” นางพูดพลางเอามือกุมขมับของตัวเองก่อนที่นางจะมองไปที่หน้าต่างห้องของนางที่เปิดเอาไว้ นางเดินไปตรงหน้าต่างห้องนั้นก่อนที่จะหันกลับเข้ามามองภายในห้องแล้วถอนหายใจออกมา

“เฮ้อ......ฮึก...ฮึก....ข้าขอคืนทุกๆอย่างคืนให้” นางบอกก่อนที่จะกระโดดลงมาจากหน้าต่าง ร่างของนางกระแทกเข้ากับพื้นอย่างจังจนเจ็บไปหมดแต่นางก็ได้หาหยุดการหนีครั้งนี้ไม่ นางพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นมาก่อนที่จะวิ่งหนีไปเรื่อยๆโดยไร้ซึ่งจุดหมายใดๆ นางไม่เคยมีเพื่อนเลยสักคนนางเลยไม่มีที่พึ่งได้ให้ไปหา นางเดินร่อนเร่อยู่อย่างนั้นก่อนที่ร่างของนางจะไปชนเข้ากับใครบางคนจนนางล้มไปกับพื้น

“พลั่ก!!!

“โอ๊ย!!!ผู้ใดมาชนกูวะ?” เสียงอันคุ้นเคยนั้นทำให้เฟื่องฟ้ารีบเงยหน้าขึ้นมามองทันที ชายที่ไม่ว่าคราใดที่เจอหน้ากันก็จะต้องด่าและพูดจาดูแคลนนางทุกครั้งร่ำไป ชายที่เขาไม่เคยชอบนางเลยสักครั้ง ชาย....ที่เฟื่องฟ้าแอบมีใจให้หมดทั้งดวงใจ

“กูถามแล้วยังไม่บอ- เฟื่องฟ้างั้นรึ?” เขาพูดขึ้นพลางมองหน้าของหญิงสาว เฟื่องฟ้าก้มหน้าก่อนที่จะลุกขึ้นแล้วกำลังจะเดินผ่านไปแต่ก็ถูกมือหนาของเขาจับเอาไว้เสียก่อน

“หมับ!!!

“อึก...จับข้าทำไม?” นางถามพลางมองหน้าของกล้าที่เลิกคิ้วมองนางอยู่

“เจ้าจะไปไหน?เหตุใดจึงแต่งกายเยี่ยงนี้ออกมาเดินข้างนอกได้?” เขาถามพลางมองเนื้อมองตัวของเฟื่องฟ้าที่มีแค่ผ้ารัดอกกับผ้าถุงเพียงเท่านั้น เครื่องประดับใดๆที่นางเคยใส่กลับไม่มีเลยแม้สักชิ้นเดียวซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กล้าอย่างยิ่ง

“เรื่องของข้า ปล่อยข้านะ” นางบอกพลางสะบัดมือแต่ก็โดนกล้าบีบมือข้างนั้นแน่นเข้าไปอีก

“เจ้าหนีออกจากบ้านมาใช่หรือไม่?” เขาถามพลางมองตาของเฟื่องฟ้า เฟื่องฟ้าชะงักไปก่อนที่จะก้มหน้าลง กล้าเลิกคิ้วมองก่อนที่จะปล่อยมือของนาง เฟื่องฟ้าเงยหน้าขึ้นมามองอย่างงุนงงก่อนที่กล้าจะพูดขึ้น

“ข้าก็หนีออกจากบ้านมาเหมือนกัน” เขาบอกพลางทำสีหน้าไม่ค่อยดีนัก

“...หนีออกจากบ้าน...คนอย่างเจ้าจะหนีออกจากบ้านด้วยเหตุอะไร?” เฟื่องฟ้าถามพลางทำท่าทีไม่เชื่อกับคำพูดของอีกฝ่าย กล้าหันมามองพลางพูดขึ้น

“แล้วทีเจ้าล่ะ หนีออกมาจากบ้านของตัวเองด้วยเหตุใดกัน?พ่อแลแม่ของเจ้าก็ออกจะเป็นคนนิสัยดีแถมเจ้ายังมีพี่ชายที่รักเจ้ามากกว่าใครอีกต่างหาก ข้ายังมิเห็นสาเหตุใดที่จะทำให้เจ้าหนีออกจากบ้านเลยมิแต่น้อย” กล้าบอกพลางยักไหล่เบาๆ เฟื่องฟ้ากำมือแน่นพลางก้มหน้ามองต่ำ สำหรับคนอื่นคงมองแบบนั้นแต่สำหรับเฟื่องฟ้า การที่ต้องอยู่กับคนที่ดูดีไปเสียหมดแบบนั้น....ยิ่งทำให้นางรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงแค่ส่วนเกินเพียงเท่านั้น

“แล้วเจ้ามีที่ไปหรือไม่ล่ะ?” เขาถามขึ้นมา เฟื่องฟ้าเงยหน้ามองก่อนที่จะถามกลับ

“ถามทำไม?” กล้าเลิกคิ้วมองก่อนที่จะพูดตอบ

“ก็เห็นเจ้ามาเดินเร่ร่อนอยู่คนเดียวแบบนี้ข้าก็คิดเอาน่ะสิว่าเจ้าต้องไม่มีที่ไปแน่ๆ ข้าก็เลยถาม แล้วจริงหรือไม่ล่ะ?” เขาถามพลางยิ้มเยาะ เฟื่องฟ้ามองหน้าของเขาชั่วครู่แล้วเดินหนี

“เดี๋ยวๆ เจ้าจะไปไหน ทางนั้นมันทางไปโรงชำเราว์นะ” สิ้นคำเฟื่องฟ้าก็หยุดเดินพลางหันหลังกลับมามองหน้าของกล้า

“โรงชำเราว์?” นางถามพลางทำสีหน้างุนงง สถานที่แห่งนั้นมันคืออะไร? นางไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยไม่เข้าใจ

“เจ้าไม่รู้จักงั้นรึ?” กล้าถามพลางทำหน้าตาไม่เชื่อสักเท่าไหร่

“เรื่องของข้า” เฟื่องฟ้าบอกแล้วกำลังจะเดินต่อแต่กล้าก็เดินมาดักหน้าของนางไว้เสียก่อน

“เดี๋ยวก่อน ข้าขอเตือนเจ้าเอาไว้ก่อนเลยว่าสถานที่ที่เรียกว่าโรงชำเราว์ไม่เหมาะกับหญิงสาวอย่างเจ้าเป็นแน่ ถึงแม้หน้าตาเจ้าอาจจะไม่ได้ไปโดนใจใครแถวนั้นก็เถอะ” เขาบอกพลางยิ้มมุมปากเบาๆ เฟื่องฟ้าเลิกคิ้วแล้วถาม

“จะมายุ่งเรื่องของข้าทำไม เห็นทุกครั้งไม่อยากจะมองหน้าข้าหรือคุยดีกับข้าด้วยซ้ำแล้วนี่จะมาห้ามกันทำไม?ต้องการอะไรจากข้า?” เฟื่องฟ้าถามด้วยอารมณ์สับสนปนโมโหนิดหน่อย กล้ามองเฟื่องฟ้าก่อนที่จะถอนหายใจยาวออกมา

“เฮ้อ.......เอาเป็นว่าเจ้าอย่าไปทางนั้นเลยดีกว่า แทนที่เจ้าจะเดินไปทางนั้นไม่ไปกับข้าจะดีกว่างั้นรึ?” เขาถามพลางมองหน้าของเฟื่องฟ้า

“ไปกับเจ้า?ไปไหน?”

.

.

“นี่น่ะเหรอที่ๆเจ้าบอกว่าเป็นที่พักพิงของเจ้ายามที่เจ้าหนีออกจากบ้าน ในป่านี่น่ะรึ?” เฟื่องฟ้าถามพลางเดินแหวกพงหญ้าออกไปให้พ้นทาง กล้าที่เดินนำหน้าอยู่นั้นหัวเราะออกมาพลางพูด

“ฮ่าๆ ใช่แล้ว มันเป็นที่ๆข้าชอบมาตอนที่ทะเลาะกับพ่อแลแม่ของข้าบ่อยๆ” เขาบอกก่อนที่จะหยุดชะงักไปทันที เฟื่องฟ้ามองแผ่นหลังของเขาชั่วครู่ก่อนที่จะถามขึ้น

“ถึงแล้วงั้นรึ?” เฟื่องฟ้าถามเสร็จก็เดินอ้อมมาอยู่ข้างหน้าของกล้าก่อนที่จะเบิกตาโพลง

“นี่น่ะรึที่พักพิงของเจ้า มันมิได้ต่างจากซากปรักหักพังเลยมิใช่หรืออย่างไร ไม่เอาด้วยแล้ว ทางใครทางมันเถิด” เฟื่องฟ้าบอกพลางเดินหนีไปทันทีหลังจากเห็นบ้านไม้หลังหนึ่งที่เหลือเพียงซากปรักหักพังเท่านั้น สภาพของมันเหมือนกับโดนเผาอย่างไรอย่างนั้น

“เอ่อ...เดี๋ยวๆรอข้าด้วย” กล้าบอกพลางเดินตามหลังเฟื่องฟ้าไปทันทีพลางคิดว่าผู้ใดกันที่ทำกับบ้านพักในป่าของเขาแบบนี้ ทั้งสองเดินในป่าวนไปเรื่อยๆจนกระทั่งเฟื่องฟ้าหยุดยืนนิ่งแล้วมองในป่าไปพักใหญ่

“เป็นอะไรไป?หยุดทำไม?” กล้าถามขึ้นมาพลางมองหลังเล็กของเฟื่องฟ้าก่อนที่นางจะพูดขึ้น

“ข้าว่าเราหลงป่า” สิ้นประโยคนั้นกล้าเบิกตาโพลงทันที

“ฮะ?เจ้าว่าอะไรนะ?หลงป่า?!!!” เขาตะโกนเสียงดังพลางเดินมามองหน้าของเฟื่องฟ้า

“เจ้าหลงได้อย่างไร ป่านี่มันแคบมากเลยนะ เด็กน้อยเดินเข้ามายังหาทางออกกลับไปได้เลย” กล้าบอกพลางเดินไปรอบๆตัวของเฟื่องฟ้า

“งั้นเจ้าก็นำสิ จะได้ออกไปจากป่านี่ได้เสียที” เฟื่องฟ้าบอกพลางเลิกคิ้วมองหน้าของกล้า กล้ายักไหล่พลางเดินนำหน้าเฟื่องฟ้าไป

“ตามมา อีกประเดี๋ยวก็ออกไปได้แล้ว”

.

.

“ไหนเจ้าบอกว่าอีกประเดี๋ยวก็ออกไปได้ไงเล่า?นี่เจ้าพาวนกลับมาที่เดิมเป็นครั้งที่ร้อยแล้วมั้ง” เฟื่องฟ้าบอกพลางมองไปรอบๆ กล้าเหงื่อแตกชุ่มไปทั้งตัวพลางมองซ้ายมองขวา ก่อนที่จะหันไปมองหน้าของเฟื่องฟ้าแล้วหันหน้ากลับมาที่เดิม ระหว่างที่ทั้งสองกำลังเดินไปเรื่อยๆนั่นเองก็ไปเจอกระท่อมหลังหนึ่งที่ตั้งตระหง่านอยู่ เฟื่องฟ้ารีบวิ่งเข้าไปทันทีแล้วกำลังจะเปิดประตูแต่กล้าก็พูดทักขึ้นมาเสียก่อน

“เดี๋ยว!!!เจ้าจะทำอะไร?กระท่อมหลังนี้อาจจะเป็นของคนป่าก็ได้นะ ถ้าโดนจับกินขึ้นมาจะทำอย่างไร?” กล้าบอกแต่เฟื่องฟ้ากลับหาได้ฟังไม่ นางเปิดประตูเข้าไปอย่างทันควัน ด้านในนั้นมันค่อนข้างจะสะอาดมากโขทำให้เฟื่องฟ้าแปลกใจไม่น้อยที่กระท่อมในป่าจะสะอาดขนาดนี้ได้

“สะอาดเยี่ยงนี้ต้องมีคนอยู่เป็นแน่ ต้องเป็นของคนป่าเป็นแน่” กล้าบอกพลางเดินดูรอบๆ

“มิมีดอก มิเห็นจะมีข้าวของที่จะบ่งบอกว่ามีคนเคยอยู่เลยสักนิด นี่อาจจะเป็นกระท่อมร้างก็ได้” เฟื่องฟ้าบอกพลางนั่งลงไป กล้ามองนางชั่วครู่พลางถามขึ้น

“เจ้าทำอะไร?นั่งทำไม?” เฟื่องฟ้าเลิกคิ้วมองก่อนที่จะโน้มตัวลงไปนอน

“ข้าจะอยู่ที่นี่ เจ้าจะเอาอย่างไรมันก็เรื่องของเจ้า จะอยู่ด้วยกันก็ได้แต่ต้องไปนอนไกลๆ” นางบอกก่อนที่จะหลับตาลงแล้วจมสู่ห้วงแห่งความฝันไปทันที ทิ้งให้กล้าต้องอยู่กับบรรยากาศอันวังเวงนั้นเพียงคนเดียวจนในที่สุดกล้าก็ต้องฝืนนั่งหลับอยู่ตรงหน้าประตูจนถึงเช้า

“...อึก...อืม...ปวดหลัง....” เฟื่องฟ้าที่ตื่นขึ้นมาพูดขึ้นพลางบิดขี้เกียจไปมา นางบ่นพึมพำเกี่ยวกับอาการปวดหลังของนางที่น่าจะเป็นเพราะที่นอนแข็งๆในนี้

“งืม...อืม...อืม” เสียงครางทุ้มของอีกคนที่อยู่ใกล้มากทำให้เฟื่องฟ้าเบิกตาโพลงก่อนที่จะค่อยๆหันหน้าไปมองด้านข้างของตน นางเห็นร่างของกล้าที่เปลือยเปล่าอยู่นั้นนอนหลับตาพริ้มอยู่ นางรีบถอยห่างออกมาทันทีพลางมองเนื้อตัวของตัวเอง

“ไม่ๆๆ...มันต้อง...มันต้องไม่ใช่แบบนี้...” เฟื่องฟ้าบอกพลางมองเนื้อตัวที่เปลือยเปล่าของตัวเอง ผ้ารัดอกข้าไปไหน ผ้าถุงอีก? ทำไมเนื้อตัวของข้าจึงมีแต่รอยช้ำพวกนี้ได้ แล้ว....ทำไมเขาถึงได้แก้ผ้าแล้วมานอนข้างๆข้าได้กัน?

“อือ...โอย..เมื่อย..ทำไมปวดหลังจังวะ...” เสียงครางทุ้มของชายหนุ่มดังขึ้นอีกครั้งก่อนที่ร่างของเขาจะลุกขึ้นมาแล้วมองไปรอบๆก่อนที่จะหันมาสบตาของเฟื่องฟ้าที่อยู่ห่างออกไปพอดี เขาเบิกตาโพลงพลางมองเนื้อตัวของนางแล้วถอยหนี

“เจ้าแก้ผ้าทำไม?” เขาถามพลางทำหน้าตกใจ เฟื่องฟ้าทำสีหน้าบิดเบี้ยวก่อนที่จะนั่งกอดเข่าของตัวเองแล้วร้องไห้ออกมา

“ฮือ....ฮึก...ฮือ” นางร้องไห้ออกมาเสียงดังจนทำให้กล้าตกใจไม่น้อย เขารู้สึกได้ว่าร่างกายของเขาเบาแปลกๆและรู้สึกหนาวสะท้านอย่างประหลาด เขาจึงก้มดูเนื้อตัวของเขาที่ไม่มีเสื้อผ้าอาภรชิ้นใดห่มอยู่เลย เขาตกตะลึงก่อนที่จะเงยหน้ามองร่างของหญิงสาวที่เอาแต่นั่งกอดเข่าแล้วร้องไห้ นี่ข้าทำเรื่องแบบนั้นกับแม่เฟื่องฟ้าไปงั้นรึ? เขาถามตัวเองพลางกุมขมับก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาแล้วพูดขึ้น

“ข้าไม่รู้ว่าเรื่องนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร..ข้าขอโทษ” กล้าบอกพลางทำสีหน้าเศร้าเสียใจ เฟื่องฟ้ายังคงนั่งกอดเข่าอยู่อย่างนั้นไม่ยอมพูดหรือตอบอะไรกลับมานอกจากเสียงสะอื้น

“ข้าจะรับผิดชอบเจ้าเอง” กล้าบอกพลางเขยิบร่างเข้าไปใกล้ๆเฟื่องฟ้าที่ยังนั่งตัวสั่นอยู่ หลังจากวันนั้นผ่านไปก็ร่วมหลายวัน ทุกเช้าวันที่ตื่นมาทั้งสองจะต้องเปลือยกายทุกครั้งไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ทั้งๆที่กล้าก็ไม่ได้ดื่มเหล้าหรือเมาอะไรแต่พอถึงเช้าทั้งสองก็จะต้องเปลือยกายนอนเคียงคู่กันอยู่ร่ำไปจนมาถึงวันที่แฟงมาเจอทั้งสองเข้านั่นเอง

.

.

“ฮึก...ฮึก...เรื่องมันก็เป็นแบบนั้นล่ะเจ้าค่ะ..ฮึก....” เฟื่องฟ้าบอกพลางร้องไห้ออกมา แฟงทำสีหน้าไม่ค่อยดีนักแต่ก็ยังไม่ยอมมองหน้าของน้องสาวตนเลยแม้แต่น้อย ก่อนที่ร่างของกล้าจะลุกขึ้นมา เฟื่องฟ้าหันไปมองก่อนที่จะพยุงร่างของกล้าให้นั่ง

“ข้าขอโทษนะแฟง ที่ทำแบบนั้นกับน้องสาวเจ้าไป...ข้าขอโทษ..ข้าผิดเอง ทั้งหมดมันเป็นความผิดของข้าเอง เฟื่องฟ้ามิได้มีส่วนผิดอะไรด้วยเลย ข้าจะรับผิดชอบนางเอง...ข้าเลยมาที่เรือนนี้เพื่อจะมาสู่ขอเฟื่องฟ้า” เขาบอกพลางมองหน้าของแฟงที่ยังไม่ยอมสบตากับใคร คนเป็นแม่ที่ฟังอยู่นานเบิกตากว้างก่อนที่จะถามขึ้น

“สู่ขอ?พ่อกล้า...จะมาสู่ขอแม่เฟื่องฟ้างั้นรึ?” นางถามด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยดีนัก

“ขอรับ ข้าจะรับผิดชอบนางเองขอรับ” กล้าบอกพลางลงไปกราบเท้าของนาง ผู้เป็นแม่ทำสีหน้าเศร้าพลางหันไปมองหน้าของสามีที่ทำสีหน้าไม่ค่อยดีเช่นกัน

“.....แล้วทีนี้เราจะทำอย่างไร?...ต้องโดนกุดหัวเจ็ดชั่วโคตรงั้นรึ?” แฟงพูดขึ้นมาก่อนที่จะมองหน้าของเฟื่องฟ้า

“..เจ้าคะ?...พี่แฟง...หมายถึงกระไรเจ้าคะ?” เฟื่องฟ้าถามพลางมองหน้าของแฟงด้วยใบหน้าที่ยังอาบไปด้วยน้ำตา

“พ่อแฟง...” คนเป็นแม่กล่าวพลางจับมือของแฟงด้วยใบหน้าที่ปวดร้าว

“มันเรื่องกระไรกันเจ้าคะคุณแม่ เหตุใดพี่แฟงจึงพูดแบบนั้นกัน?” เฟื่องฟ้าถามพลางมองหน้าของผู้เป็นแม่ นางร้องไห้ออกมาก่อนที่จะส่ายหน้ารัว ทันใดนั้นเองแฟงก็ลุกขึ้นแล้วเดินไปที่หน้าเรือน

“พ่อแฟง เจ้าจะไปที่ใดลูก?” คนเป็นแม่ถามพลางมองร่างของแฟง แฟงหันหน้ากลับมามองพลางพูดด้วยใบหน้านิ่ง

“ข้าจะรับผิดชอบเรื่องทั้งหมดนี้เองขอรับคุณแม่ ข้าจะไปบอกเรื่องจริงทั้งหมดแล้วให้เขากุดหัวข้าเพื่อเป็นการชดใช้แต่เพียงผู้เดียว”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น