วุ่นเรื่องรัก พลพรรคนักเรียน

ตอนที่ 5 : หน้าจริงของสาวเซ็กซี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    14 ต.ค. 58

ตอนที่5 หน้าจริงของสาวเซ็กซี่

นานา... “ฮัลโหลครับ”

“ฮึกๆแฮป”

“พี่พิ้งค์..เป็นอะไร?”

“พี่หินแอบมีคนอื่น...”

“ใครกัน?”

“เป็นผู้หญิงที่เรียนที่เดียวกับเธอและ...อยู่หอในหญิง..ห้อง445

อึกนี่มันห้องของ...ซีว่า

“แค่นี้ก่อนนะแฮปพี่แค่โทรมาเพื่อขอคำแนะนำเท่านั้น..บายจ้ะ”

พี่พิ้งค์...ซีว่า...คนไหนกัน..ที่สำคัญ

“แฮปๆนายไปต่อยรุ่นพี่หินเขาทำไมกัน?”

“ก็หมอนั่นเป็นแฟนพี่สาวชั้นอยู่นี่”

“ฮะ...งั้นคุณซีว่าก็..”

“ไม่มีทางอย่างซีว่าน่ะ...ไม่ทำอย่างนั้นหรอก”

“นายรู้ได้ไง?”

“ก็....”

“ความรู้สึกงั้นเหรอ?”

“...”

“ความรู้สึกของนายในตอนนี้น่ะคงเหมือนกับชั้นตอนที่เจอกับคุณซีว่าเป็นครั้งแรก..รู้สึกใจเต้น..และรู้สึกวูบวาบไปทั้งตัว...แต่พอนานวันเข้าเมื่อชั้นรู้ว่า..คุณซีว่าเขาไม่ได้ใส่ใจชั้นคงเพราะว่าเราเป็นญาติกัน..ชั้นก็...”

“ก็อะไร?”

“ปล่อยเขาไปไงล่ะ”

“แต่ว่าชั้นไม่ได้...”

“อย่าหลอกตัวเองเลยนะเพื่อน..อย่างนายน่ะทั้งคุณแตงไทยคุณเอโกะก็มาห้อมล้อมพร้อมไปด้วยหญิงสาวดีออกไม่ใช่เหรอ?”

“แต่ว่า....”

“รักมันก็อย่างนี้แหละ”

 แล้วอยู่ๆหมิงที่พูดกับผมตั้งนานก็มีน้ำสีใสบริสุทธิ์ไหลออกมาจากดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่แสนอบอุ่นของเขา

“นายเป็นอะไรหรือเปล่า?”

“ขอชั้นอยู่คนเดียวซักพักนะ”

“อื้อ...” เมื่อหมิงเดินออกจากผมไปได้ซักพักอิเกียร์ก็เดินเข้ามาหาผมที่กำลังยืนพิงกำแพงสีเขียวอ่อนอยู่

“นายคงสงสัยสินะว่าทำไมหมิงดูแปลกๆไป”

“ก็นิดหน่อย”

“นายจำผู้หญิงที่เป็นบรรณาลักษณ์ในห้องสมุดของโรงเรียนเราได้มั้ย?”

“ใช่คนที่หมิงแอบชอบอยู่รึเปล่า?”

“ใช่คนนั้นแหละ”

“แล้วไง?”

“เมื่อกี๊นี้รุ่นพี่แวกส์ที่หมิงรู้จักและเป็นพ่อสื่อของหมิงและผู้หญิงคนนั้นโทรมาแล้วบอกกับหมิงว่า “เรื่องผู้หญิงคนนั้นน่ะ...อย่าเสียใจไปนะหมิงเธอคนนั้นมีเสี่ยเลี้ยงมารับเช้าเย็นเลยล่ะและพอตกดึกผู้หญิงคนนั้นก็จะไปเต้นโคโยตี้และ...ขายตัวด้วยล่ะ” แค่นั้นหมิงก็ช็อคไปแล้ววางสายทันที..แต่เขาก็พยายามไม่เครียดแต่เขาดันมาเจอนายที่กำลังช็อคเหมือนกับเขาอยู่...”

“รู้สึกเหมือนกันงั้นเหรอ?แต่ว่าชั้นน่ะ...ไม่ได้...ชอบซีว่า...ซักหน่อย”

“กลับกันเหอะตอนนี้คงต้องหาหมิงก่อนไม่งั้นอาจหายไปเหมือนตอนป.5ก็ได้”

“อะไรเหรอ?”

“มันเป็นคืนเดือนมืดที่ไม่มีแม้แต่แสงใดๆในยามค่ำคืนหมิงออกไปจากห้องพอเช้าของอีกวัน...เขาก็หายไปจนไปเจอที่หลังเหวลึกเป็นเมตร”

“งั้นชั้นว่าเรารีบไปหาหมิงกันเถอะ”

“อื้อ..” ไม่นานนักชั้นกับอิเกียร์ก็ไปเจอหมิงที่ร้านราเม็งที่เพิ่งมาเปิดใหม่

“นายมาทำอะไรอยู่ตรงนี้?”

“มากินราเม็งไง”

“เจ้าบ้าทำให้พวกชั้นเป็นห่วงได้”

“มาๆนั่งกินราเม็งร้านนี้กันเหอะคนขายเป็นครึ่งจีนครึ่งไทยด้วยล่ะ เท่จัง”

“งั้นชั้นเอาราเม็งพิเศษขอเนื้อหมูเน้นๆ”

“ชั้นขอเป็นราเม็งน้ำซุปสูตรหวานน้อยไอโอดีนต่ำแล้วกันนะ”

“ล่ายๆเดี๋ยวอั๊วจัดให้”

“เฮียเข้าพูดว่าอะไรวะแฮป?”

“บอกว่าได้ๆเดี๋ยวชั้นจัดให้”

“แค่นี้นายก็ไม่รู้เหรออิเกียร์?”

“ชั้นมันครึ่งสวิตซ์ครึ่งไทยนี่หว่า..จะไปรู้ภาษาจีนแบบนี้ได้ไงเล่า”

“แต่ชั้นก็ไม่ได้เป็นคนจีนแถมยังเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นครึ่งไทยยังรู้เลยนะ” ผมพูด

“เออ...พ่อคนเก่ง”อิเกียร์ทำท่าทางไม่ค่อยพอใจ

“แล้วไอเรื่องที่หมิงหายตัวไปแล้วไปเจอที่เหวนั่นน่ะมันยังไงเหรอ?”

“ไอ้สี่ตาบอกมาใช่มั้ย?”หมิงถาม

“เออ”ผมตอบ

“ไอ้นี่มันโกหกและโกหกมาหลายครั้งหลายหนหลายคนแล้วด้วย”

“อ้าว”ผมผิดหวังนิดหน่อย

“ล่าย..แล้วครับ”

“เซี่ย เซี่ย”ผมกล่าวขอบคุณ

“เซี่ย เซี่ย”เขากล่าวขอบคุณกลับ

“สองคนนี้เขาพูดอะไรกันวะหมิง?”

“แฮปบอกว่าขอบคุณส่วนเฮียเขาขอบคุณกลับเป็นมารยาท”

“เก่งกันจังนะพวกนายเนี่ย”

“ถ้าพวกชั้นโง่กว่านายก็ไปตายได้แล้วล่ะ”

“เชอะ!!แต่ยังไงซะความหล่อของชั้นก็คงชนะพวกนายขาดลอยเลยล่ะขอบอก”

“เออๆเชิญเถอะพ่อเทพบุตรวานรลงมาเกิด”ผมพูด

“เฮ้ย..ชั้นไม่ใช่ตือโป๊ยก่ายนะเว้ย!!”อิเกียร์ทำท่าทางเหมือนลิงโง่เข้าไปทุกที

“ตือโป๊ยก่ายบ้านเตี่ยแกดิไอเทพบุตรวานรที่แฮปบอกน่ะมันชื่อซุนหงอคงเว้ย”หมิงตระโกนใส่อิเกียร์

“ซุนหงอคงงั้นเหรอ?”อิเกียร์เลิกโวยวายแล้วงงต่อ

“นี่นายจบอนุบาลมาได้ยังไงเนี่ย”ผมบอก

“ตอนเด็กๆชั้นเรียนที่สวิตส์เลยเรียนแต่ประวัติศาสตร์ของชาวยุโรป”

“น่าสงสารจริ๊ง!!”หมิงพูดเหมือนประชด

“เออชั้นมันน่าสงสารและน่าใส่ใจและให้ความรัก”อิเกียร์โต้กลับ

“ถุ๊ย!!!อย่างแกเนี่ยนะน่าสงสารและน่าเอาใจใส่อยากจะบ้าตาย”หมิงฟิวล์ขาดแล้วพูดกับอิเกียร์ด้วยท่าทางกวนสุดๆ

“ทำไม?หน้าอย่างชั้นมันไม่น่าถนุถนอมเหรอ?”อิเกียร์ถามผมและหมิง

“ก็ถ้าสำหรับชั้นมันน่ากระทืบมากกว่าว่ะ”หมิงโต้คืนแบบเจ็บแสบ

“แล้วนายล่ะแฮป?”อิเกียร์หันมาถามผมที่นั่งกินราเม็งอยู่

“ก็คงมีส่วนที่น่าถนุถนอมอยู่นิดหน่อยล่ะมั้ง...”ผมตอบไปแบบไม่ค่อยแน่ใจ

“เห็นมั้ยหมิงเพื่อนกันมันต้องถนอมน้ำใจกันอย่างนี้”อิเกียร์ทำท่าทางภาคภูมิใจ

“แต่ก็มีส่วนที่น่ากระทืบอยู่เหมือนกันนะ”ผมบอกก่อนที่อิเกียร์จะหลงตัวเองไปมากกว่านี้

“เฮ้ย!!เมื่อกี๊ยังเป็นเพื่อนที่ดีอยู่แท้ๆเลยเชียว”แล้วอิเกียร์ก็ทำหน้าเหมือนหมาหงอย

“เออ..ว่าแต่คอนเสิร์ตของวงวอนท์ยูเลิฟน่ะจะมีเมื่อไหร่เห็นพลัดวันมาหลายอาทิตย์แล้วนะเนี่ย”หมิงหันมาถามเจาะจงเฉพาะผม

“ไม่รู้สิวันนี้ชั้นก็ว่าจะไปหาพวกวอนท์ยูเลิฟสามคนที่แยกออกมานั่นที่คอนโดอยู่เหมือนกันพอดีชั้นไปค้นที่อยู่ของสามคนนั้นในเน็ตมาแล้วพวกนายจะไปกับชั้นด้วยมั้ยล่ะ?”ผมถามทั้งสองคน

“อื้อ...ต้องไปอยู่แล้วแต่กินๆให้มันเสร็จแล้วกลับกันเหอะ”หมิงพูดแล้วก้มหน้าก้มตากินราเม็ง

“ได้เลยครับท่านหมิง”ผมพูด

“แต่ชั้นว่าต้องรอหน่อยนะเพราะว่าอิเกียร์กว่าจะกินเสร็จก็ชั่วโมงเศษๆเลยล่ะ”หมิงพูดโดยที่ตัวเองไม่หันไปมองอิเกียร์เลย

“แต่เท่าที่ชั้นเห็นอิเกียร์กินเสร็จไปตั้งนานแล้วนะก็เหลือแต่นายที่เอาแต่คุยจนยังกินไม่หมดเลยแม้แต่นิดเดียว”ผมพูดพร้อมหันหน้าไปมองชามราเม็งของหมิง

“โทษทีเดี๋ยวจะกินให้เหมือนยาจกเลย”หมิงพูดแล้วเริ่มกินเหมือนยาจกทันที

“เออ...เร็วๆเหอะ”ผมพูดเมื่อหมิงกินเสร็จเราสามคนก็จ่ายค่าอาหารแล้วตรงไปที่ป้ายรถเมล์เพื่อไปหานักร้องสาวจอมเอาแต่ใจทั้งสามคนที่คอนโด

“รถเมล์มาแล้ว” อิเกียร์พูดแล้วพวกผมก็ขึ้นรถเมล์ไม่นานพวกผมก็ถึงคอนโดของวงวอนท์ยูเลิฟที่แยกออกมาสามคนแล้วผมก็ขึ้นไปที่ห้อง4557ซึ่งผมถามเขามาอีกทีหนึ่ง

ก๊อก ก๊อก “เอ่อ...ผมเองนะแฮปคนที่เคยเจอกันที่ห้างฯ...”ผมเคาะประตูแล้วพูด

“ว่าไงสุดหล่อ”สาวน้อยคนหนึ่งเดินมาเปิดประตูแล้วทักทายพวกผม(หรือแค่ผมคนเดียว?)

“ทำไมเธอแต่งตัวอย่างนี้ล่ะ?” สิ่งที่ผมเห็นคือสาวน้อยไอดอลสุดสวย(ในโทรทัศน์)แต่ตอนนี้กลับกันเธอใส่เสื้อกล้ามคอกว้างแต่ไม่ว่าจะมองเจาะจงยังไงก็ไม่ยักมีหน้าอกหน้าใจให้เห็นเลยแม้แต่น้อย

“เธอคือ....”ผมถามเพราะไม่รู้จริงๆว่าเธอเป็นใคร

“ชั้นคิสมีไง”เธอบอกผม

“เธอเนี่ยนะบ้าไปแล้วคุณคิสมีน่ะหน้าอกหน้าใจใหญ่มากก้นก็ใหญ่มหึมาอีกต่างหากแต่เธอ...นั่นหน้าอกหรือลูกมะนาวจิ๋วน่ะ?”หมิงที่มองเธอมานานพูดขึ้น

“หมิงให้เกียรติผู้หญิงหน่อย”ผมหันไปแล้วตักเตือนหมิง

“ใช่เพราะนี่ล่ะคือตัวจริงของชั้น...พวกนายคงผิดหวังสินะที่ไอดอลที่สวยและน่ารักที่ชื่อคิสมีกลับเป็นแค่สาวผอมแห้งหน้าอกเท่าลูกมะนาวจิ๋วเท่านั้น”เธอพูดพร้อมทำเสียงกระแทกกระทั้น

“ไม่นี่”ผมส่ายหน้า

“ทำไม?”เธอถามผม

“ก็ชั้นชอบพวกเธอที่นิสัยไม่ใช่ความสวยหรือน่ารักหรอก”ผมบอกเหมือนพระเอกในละคร

“จริงเหรอ?”เธอถาม

“ก็เรื่องความสวยและน่ารักก็มีนิดหน่อยนะ”แต่สุดท้ายผมก็บอกความจริงไปจนได้

“เห็นมั้ยผู้ชายก็เป็นแบบนี้กันทุกคนแหละ”เธอทำหน้าเซ็ง

“ไม่จริงหรอกน่า.....”ผมพยายามให้กำลังใจ

“กลับไปกันเถอะ”เธอเปิดประตูและจะเดินเข้าไปในห้องและไล่พวกผม

“แล้วเรื่องคอนเสิร์ตล่ะ?”ผมถาม

“อ๋อ....ถ้าเรื่องนั้นล่ะก็วันมะรืนนี้ก็จะมีแล้วล่ะ”เธอหันหน้ามาแล้วตอบ

“อ๋องั้นเหรองั้นพวกเราไปก่อนนะครับ”ผมบอกลา

“บายจ้ะ”เธอโบกมือลา

“เป็นไงเห็นธาตุแท้ของไอดอลที่นายหลงใหลแล้วเป็นไงบ้าง?”อิเกียร์ถามหมิงที่นิ่งไปตั้งนาน

“ก็เฉยๆนะเพราะไอเรื่องสะเทือนใจน่ะชั้นเจอมาเยอะแล้ว....”แล้วหมิงก็ทำหน้าเศร้า

“เอาเหอะน่า....อย่าทำหน้าเศร้าไปเลยกลับหอกันเหอะเนอะแฮป?”อิเกียร์ถามผม

“โอ้!!!!”ผมตระโกนแล้วเดินต่อ แล้วพวกเราก็เดินทางกลับหอเพื่อ.... ดูหนัง ฟังเพลง เล่นกีตาร์ เล่นเกม ตามประสาของวัยรุ่นชายที่โสดแต่ไม่ทุกคน....เพราะรู้สึกว่าในกลุ่มของพวกผมมีแต่อิเกียร์เท่านั้นที่ตอนนี้ยังคงซาบซ่านไปกับความรักของยัยจอมโหดแต่ชื่อหวานเกินหน้าเกินตาส่วนผมก็ยังคงอึ้งเล็กน้อยที่พี่หินคนที่ผมเคารพพอๆกับพี่พิ้งค์พี่สาวแสนดีของผมกลับมาหักหลังพี่สาวผม....แต่ข้างในใจผมไม่ได้คิดเพียงแค่นั้นเพราะข้างในใจผมคิดว่า “ทำไมซีว่าถึงทำอย่างนี้” ผมรู้สึกเจ็บที่พี่หินหักหลังพี่สาวผมก็จริงอยู่....แต่ว่าผมจะรู้สึกเจ็บมากถ้าเห็นซีว่าอยู่กับพี่หิน....แล้วนี่มันคืออะไรกัน?อารมณ์แบบนี้.....

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น