วุ่นเรื่องรัก พลพรรคนักเรียน

ตอนที่ 1 : มาแล้วนักเรียนใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    14 ต.ค. 58

ตอนที่1มาแล้ว..นักเรียนใหม่

“เอาล่ะจ้ะเดินทางโดยสวัสดิภาพนะจ๊ะลูกรัก”หญิงสาววัยกลางคนกล่าวขึ้นก่อนที่จะมองลูกชาย “ครับแม่”ชายหนุ่มพูด

“บายจ้ะ”หญิงผู้เป็นแม่พูดแล้วโบกมือลาลูกชายของตัวเอง  สวัสดีครับผมชื่อณฤเทศ นันทนินทร์ เป็นลูกคนเล็กของครอบครัวครับวันนี้ผมต้องไปเรียนวันนี้เป็นวันแรกที่ผมจะต้องย้ายไปอยู่ในโรงเรียนพลพรรณแล้ววันนี้ผมก็ต้องไปอยู่ที่หอพักของที่นั่น“อือจะต้องขึ้นรถเมล์สายนี้ไปสินะ”ผมพึมพำอยู่คนเดียวพรางมองไปซ้ายขวา“แฮปๆพี่มารับแล้ว”

“มารับงั้นเหรอแล้ววันนี้พี่หินไม่ไปส่งพี่พิ้งค์ที่มหาลัยเหรอครับ?” นี่รุ่นพี่หินเแฟนเขาเป็นพี่คนโตของครอบครัวผมเอง

“วันนี้พิ้งค์ต้องไปทำรายงานบ้านอาจารย์น่ะเลยไม่ต้องไปส่งแล้วเริ่มเรียนวันนี้เลยรึเปล่า?” “ยังหรอกครับพี่คือว่าวันนี้ก็แค่ไปดูที่พักกับสถานที่รอบๆโรงเรียนน่ะครับ” “งั้นเหรองั้นไปกันเถอะ”

“ครับ”ขับรถมาได้ซักพักพี่หินก็หยุดรถแล้วก็รับโทรศัพท์แล้วออกไปคุยข้างนอกแล้วเขาก็เข้ามาในรถแล้วพูดว่า

“คือว่าแฮปพี่คงไปส่งแกที่โรงเรียนไม่ได้แล้วว่ะ” “ทำไมล่ะ?” “แม่พี่โทรมาเขาไม่ค่อยสบายน่ะพี่จะไปดูหน่อย” “งั้นไม่เป็นไรครับเดี๋ยวผมเดินไปเองก็ได้เพราะตอนนี้อยู่หน้าโรงเรียนแล้วน่ะ” “งั้นพี่ไปนะรักษาตัวด้วยล่ะแล้วเจอกันตอนปิดเทอมใหญ่นะแฮป” “ครับบายครับพี่หิน” แล้วผมก็เดินเข้าไปในโรงเรียนแล้วไปถามยามว่าตึก25อยู่ที่ไหน แล้วยามก็ชี้ไปทางขวามือสุด “โอ้ตายล่ะนี่มันโรงเรียนมัธยมหรือมหาลัยเนี่ย” แล้วผมก็เดินไปที่ตึก25แล้วก็ขึ้นไปที่ชั้น25แล้วก็เปิดห้องที่25ทำไมมีแต่เลข25หว่า... “เอ่อขอรบกวนด้วยครับ” ไม่มีเสียงขานรับเลยแฮะผมเลยขอตัวเดินเข้าไปในห้องแล้วเลือกเตียงนอนที่ไม่มีใครใช้เพราะว่ามีคนลาออกไปผมเริ่มจัดของต่างๆมากมายผมรู้สึกรำคาญตัวไปหมดเลยจะไปอาบน้ำแต่กลับเจอกับร่างชายหนุ่มตัวใหญ่นอนแช่อยู่ในน้ำอุ่น “น่าเกลียดว่ะนี่ห้องอาบน้ำนะไม่ใช่ห้องนอนเฮ้อเดี๋ยวค่อยอาบแล้วกัน” แล้วผมก็เข้าไปที่ห้องครัวก็เช่นกันมีชายหนุ่มร่างผอมสูงผิวขาวใส่แว่นผมย้อมสีน้ำเงินนอนอยู่ที่พื้นครัว “คนพวกนี้คงเป็นพวกเด็กแว้นสิท่าแรงกันจริง”   ก๊อก ก๊อก “อะไรอีกหว่า...มาแล้วครับ” เมื่อผมเปิดไปก็เจอกับหญิงสาวตัวเล็กผมสีน้ำตาลเข้มผิวขาวหน้าตาหน้ารักแล้วเธอก็พูดขึ้นมาว่า “เอ่อคุณคงเป็นรูมเมตของพวกหมิงสินะคะ”เธอถาม “หมิงงั้นเหรอใครกันเหรอครับ?”ผมสงสัย “ยังไม่รู้จักกันเหรอคะ?”เธอถามอีกครั้ง “พอดีเขาหลับกันอยู่น่ะ”ผมตอบไปเหมือนคนไร้เดียงสา(มั้ง?) “งั้นชั้นขอเข้าไปในห้องได้มั้ยคะ?”เธอถามอีกครั้งหนึ่ง “เอ่อเชิญเลยครับ”ผมถอยห่างจากประตูแล้วให้เธอเข้า เมื่อเธอเข้าไปเธอก็ตระโกนเสียงลั่นว่า “ตื่นได้แล้วนะชาหมิงอิเกียร์”!!!!! “ครับพ้ม!!!”ทั้งสองคนที่เมื่อกี๊นอนตายไปก็ลุกขึ้นมาทันที “ตื่นทันทีเลยแฮะ”ผมพึมพำ “ครับมีอะไรให้รับใช้เหรอครับท่านซีว่า?”ชายผมแดงถาม “ครับมีอะไรให้รับใช้เหรอครับ?”ชายผมสีน้ำเงินใส่แว่นถาม  “ท่านซีว่าเหรอ?”ผมถามด้วยความสงสัยว่าใครคือซีว่า “อุ๊ย!!ขอโทษทีนะคะที่ไม่ได้แนะนำตัวก่อนน่ะค่ะชั้นชื่อซีว่านางสาวนิมิตราโคโรสทีตันส์ค่ะ” นั่นนามสกุลหรือชื่อปราสาทราชวังวะนั่น “แล้วนายเป็นใคร?”ชายผมแดงถามผม

 “ชั้นชื่อแฮปปี้หรือแฮปชื่อจริงชื่อนายณฤเทศนันทนินทร์ยินดีที่ได้รู้จัก” “เขาเป็นรูมเมตใหม่ของพวกเธอนะ”ซีว่าบอกต่อ

“งั้นเหรอ แล้ววันนี้คุณซีว่ามาทำอะไรเหรอครับ?”เขาหันมาทางผมแล้วหันไปทางผู้หญิงที่ชื่อซีว่าทันที “ชั้นเอาแซนวิชผักชีสมาให้รูมเมตของพวกเธอไง”แล้วเธอก็ยื่นกล่องแซนวิชมาให้ผม “โอ้ขอบคุณครับ”ผมหยิบมาพร้อมกล่าวขอบคุณ “เอามาให้ชั้นนะชั้นจะกินเอง”ชายผมแดงเตรียมจะแย่งกล่องแซนวิช “แต่ว่านี่มัน”ผมพยายามยื้อไม่ให้ “เอามานะ”ชายผมแดง     หรือหมิงมั้ง?ยังแย่งต่อ “แต่...”ผมยังยื้อไม่เลิก “เอามา”หมิงยังไม่เลิกแย่ง “นี่เงียบเดี๋ยวนี้เลยนะ!!!!! ของพวกเธอก็มีนะไม่ต้องแย่งกันหรอกเข้าใจมั้ย!!!!?” “ครับพ้ม....”ทั้งสองคนยืนตรง เชื่อฟังกันง่ายดีแฮะพวกนี้(เคารพเหมือนแม่เลยแฮะ) “งั้นต่อจากนี้ก็ขอรบกวนด้วยนะ”ผมพูดกับทั้งสามคน “งั้นเราไปทานข้าวกันเถอะนะครับคุณซีว่า”หมิงพูด ไอ้หมอนี่มันไม่สนใจชั้นเลยแฮะ “จะดีเหรอคะ?”ซีว่าถามหมิง “ดีสิครับเดี๋ยวให้เจ้าอิเกียร์มันจ่ายก็ได้นะครับ”หมิงพูดพร้อมชี้นิ้วไปทางอิเกียร์(ชายผมสีน้ำเงินใส่แว่น) “ว่าไงนะไอ้ตาตี่?”อิเกียร์ถาม “ทำไมวะไอ้4ตา?”หมิงถามกลับ “หยุดเถอะค่ะเดี๋ยวชั้นจะเป็นคนจ่ายเองเพราะว่าวันนี้ชั้นก็จะมาเลี้ยงต้อนรับรูมเมตของพวกหมิงอยู่ด้วยน่ะ”ซีว่าผู้เสียสละพูดขึ้นมา “จะดีเหรอครับ?”หมิงถาม

“ก็บอกว่าเดี๋ยวจ่ายเองไง!!” “ครับๆ...”ทั้งสองคนพูดพร้อมกัน “คิก คิก”ผมแอบหัวเราะ “หัวเราะไรวะไอ้หน้าหล่อ?”        หมิงถามผมที่กำลังขำอยู่ “ผมชื่อแฮปนะครับไม่ได้ชื่อหน้าหล่อแต่ถ้าเป็นคำชมก็ขอรับไว้แล้วกัน”ผมตอบกลับ “หนอย!!”ดูเหมือนหมิงจะโกรธ “หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะคะ!!”ซีว่าตระโกนอีกครั้ง “ครับ”ทั้งสองพูดพร้อมกันอีกครั้ง “ไปกันเถอะค่ะคุณแฮป”ซีว่าหันมาทางผมแล้วพูด “ครับ”ผมตอบ แล้วซีว่าก็เดินมาจูงมือผมออกไปจากห้องสองคนนั้นเลยยิ่งเดือดเข้าไปใหญ่

“หนอยหมอนั่นมันริอาจแย่งคุณซีว่าไปจากชั้นงั้นเหรอไอ้สี่ตาตามชั้นมา”หมิงโกรธ “ใครจะตามแกกันเล่าแล้วใครบอกว่าคุณซีว่าเป็นของแกฮะไอ้ตาตี่” แล้วอิเกียร์ก็หันหน้ามาเพื่อที่จะถามหมิงแต่ว่า...... “อ้าว!!!!!ไปแล้วทำไมไม่บอกชั้นวะ?” แล้วอิเกียร์ก็รีบวิ่งไปหาหมิงทันที  แล้วผมก็มาถึงร้านข้าวแกงร้านหนึ่งชื่อร้านว่า “ข้าวแกงพี่พิณ” “เชิญเลยจ้ะอ้าว!!ยัยซีมานี่แล้วเหรอ?”หญิงสาวหน้าตาสวยพูดกับซีว่า “ค่ะกลับมาจากฝรั่งเศสแล้วล่ะค่ะงั้นหนูขอเป็นแกงแพนงเนื้อนะคะแล้วเธอล่ะแฮป?” “งั้นร้านนี้อะไรเด็ดที่สุดล่ะครับ?”ผมถามทั้งสองคนไป “แหมนี่เธออยากลองจริงๆเหรอ?”พี่พิณถามผม “ครับ”ผมตอบ “งั้นต้องแกงสารพัดพริกแล้วกันนะ” “ฮะว่าไงนะ!?”ผมตกใจกับชื่อของมันนิดหน่อย “กลัวเหรอจ๊ะ?”พี่พิณถาม “เปล่าๆไม่ได้กลัวแค่ไม่เคยได้ยินเท่านั้น” “ก็เพราะว่าเธอเพิ่งย้ายมาน่ะสิคนแถวนี้เขาไม่สั่งกันหรอกนะรู้รึเปล่าล่ะ?” “ทำไม?”ผมสงสัย “เดี๋ยวได้ลองก็รู้เองแหละ” อึกรู้สึกเหมือนกลืนน้ำลายไม่ค่อยลงเลยแฮะตาข้างขวาไม่กระตุกแต่ข้างซ้ายดันกระตุกทั้งๆที่ตอนนี้มันซวยของแท้ชัดๆ “นายตายแน่ไอ้หน้าหล่อเพราะข้าวแกงสารพัดพริกของเจ๊แกน่ะชั้นกับไอ้สี่ตาเคยลองมาแล้วท้องเสียเป็นอาทิตย์เลยนะเว้ย”หมิงพูด “จริงเหรอ?”ผมถาม “จริงดิ”หมิงตอบ เฮือกเอาแล้วไงซวยแล้วมั้ยเล่าแฮปแกได้ไปนอนที่โรงพยาบาลไม่ก็ยมบาลแน่ๆ “อ่ะได้แล้ว”พี่พิณหยิบข้าวที่ผมสั่งมาให้จึ๋ยแค่สีก็หน้ากลัวแล้ว “งั้นกินล่ะนะครับ ง่ำ!เอ๊ะ!!ไม่เห็นเป็นอะไรเลยอร่อยดีออกนี่”จริงๆนะอร่อยมากๆเลยล่ะเผ็ดน้อยกว่าที่แม่ทำให้อีก “จริงๆเหรอ?”พี่พิณถาม “อื้ออร่อยดีนะครับ”ผมตอบไปทั้งที่ยังกินข้าวอยู่ “เฮ้ยนายกินเข้าไปได้ไงเนี่ย?”หมิงถาม “ทำไมอ่ะ?”ผมถามทั้งที่ยังเคี้ยวอยู่เลย “นั่นน่ะใส่พริกไปตั้ง35เม็ดเลยนะ” “แค่นี้สบายมากเพราะตอนที่ชั้นอยู่บ้านน่ะพริก100เม็ดน่ะยังไม่ระคายกระเพาะชั้นเลยนะ” “นายนี่มันยอดมนุษย์ชัดๆ” “แหมกินได้ด้วยเหรอหล่อแถมน่ารักเจ้รักเธอจังเลย”แล้วเจ๊ก็เดินเข้ามาแล้วหอมแก้มของผม “เอ๊ะ!”ผมตกใจ “รางวัลจ้ะ”แล้วเธอก็ส่งยิ้มให้ “เอ่อครับ” “เจ้ครับผมเพิ่งจะรู้สึกว่าแกงสารพัดพริกของเจ้น่ะอร่อยมากๆเลยนะครับงั้นผมขอรางวัลมั่งสิ” “ได้เลยจ้ะหมิง” แล้วเจ๊เขาก็บิดหูของหมิงแล้วตะโกนใส่หูไปว่า “เมื่อกี๊ยังว่ามันไม่อร่อยอยู่เลยนะยะ” “ขอโทษครับ” แล้วมื้อเย็นวันนี้ก็จบลงไปอย่างรวดเร็ว เมื่อผมมาถึงผมก็เดินเข้าไปอาบน้ำทันที

“เฮ้อสบายแท้อุ๊นอุ่น” แกร๊ก “เฮ้ยนั่นใคร?”ผมได้ยินเสียงคนเปิดประตูห้องน้ำเข้ามาในขณะที่ผมกำลังอาบอยู่ “ชั้นเองหมิง”

“ชั้นอิเกียร์” “นายสองคนเข้ามาทำไม?” “เราจะมาคุยกับนายเรื่องของคุณซีว่า” “ซีว่าทำไม?” แล้วหมิงกับอิเกียร์ก็ลงมาในอ่างที่ผมกำลังแช่อยู่ “เฮ้ยมันอึดอัดนะเว้ย”อึดอัดมากเลยล่ะครับก็อ่างมันเล็กแค่นี้เองแค่แช่คนเดียวก็จะตายอยู่แล้ว “โทษที” ทำไมท่าทีมันแปลกๆวะ? “คือว่าเรื่องคุณซีว่าน่ะชั้นกับอิเกียร์ขอเถอะนะอย่ายุ่งกับเธออีกเลย”หมิงพูด “ยุ่งอะไรเธอมายุ่งกับชั้นเองต่างหาก” “นั่นแหละนายช่วยออกห่างจากเธอได้มั้ย?”อิเกียร์ถาม “ออกห่างงั้นเหรอทำไมเพราะพวกนายก็ยังไม่ได้เป็นแฟนของเธอซะหน่อย” “ไม่ใช่พวกชั้นแต่เป็นรุ่นพี่ของพวกชั้นที่ชื่อหินน่ะ” “ฮะหินงั้นเหรอ?”ผมตกใจกับชื่อนี้นิดหน่อย “นายรู้จักเหรอ?”หมิงถาม “เปล่าไม่รู้จักหรอกไหนลองบอกลักษณะของรุ่นพี่คนนั้นให้ฟังหน่อยสิ” “ได้เดี๋ยวชั้นจะเป็นคนเล่าเอง” แล้วอิเกียร์ก็ขยับแว่นแล้วเริ่มเล่า “เขาไว้ผมยาวถึงบ่าสีน้ำตาลอ่อนๆแต่มีผมอยู่ส่วนหนึ่งเป็นชอบใส่แว่นกันแดดไปส่งสาวที่มหาลัยชื่อจริงของเขาชื่อนายพารตะวสันต์สถานนท์” เป๊ะเลยแฮะพี่หินจริงๆด้วยแฮะไหงเป็นงี้อ่ะ “เป็นอะไรรึเปล่า?”อิเกียร์ถาม “เปล่านี่” “แน่นะบอกมาเถอะน่า” แล้วหมิงก็กระโจนมาหาผมแล้วก็กดหน้าอกผมไว้ “ทำอะไรของนายเนี่ย!?”ผมตกใจพร้อมถามหมิง “ชั้นไม่คิดอกุศลกับนายหรอกน่า” แล้วอิเกียร์ก็เข้ามาหาผมแล้วพูดว่า “นายนี่ผิวข๊าวขาวเนอะ” “ก็ไม่ค่อยได้ออกจากบ้านน่ะ” “งั้นเหรองั้นเราก็ไปกันเถอะ” “โอ้!!” ถึงจะบอกไปอย่างนั้นก็เถอะเรื่องจริงน่ะมันทรมานกว่าที่นายคิดมากเลยนะรู้รึเปล่าล่ะพวกบื้อ แล้วผมก็ออกมาพวกนั้นก็ทำตาโตแล้วพูดว่า “โอ้โห!!”หมิงตระโกน

“อะไร?” “ใหญ่จัง”อิเกียร์พูด “อะไรใหญ่?” “ใหญ้ใหญ่ว่ะ”หมิงพูด “แล้วมันอะไรเล่า?”ผมเริ่มโมโห “ลูกบิดประตูน่ะ”อิเกียร์พูดทำให้ผมเกือบหงายเงิบ “นี่กวนอย่างนี้เคยโดนคนอื่นซัดมั้ย?”ผมถาม “ไม่เคยนะ”อิเกียร์พูด “จริงเหรอ?”ผมถาม “อื้อเพราะหนีทันน่ะงั้นก็นอนกันเถอะเจอกันวันพรุ่งนี้นะแฮปปี้”แล้วอิเกียร์ก็นอนทันที “เช่นกันนะแฮปปี้”หมิงก็นอนทันที

“อื้อ” เมื่อเขาสองคนหลับไปผมก็มานั่งข้างๆหน้าต่างแล้วมองดาวและดวงจันทร์แล้วพูดไปว่า “ขอให้พรุ่งนี้อย่าได้เจอวอฟเฟิลเลยเถอะ”แล้วผมก็หลับไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น