คัดลอกลิงก์เเล้ว

ความรักครั้งนี้ไม่มีความโรแมนติก

โดย M 4Z

โจรสาว:ไฮ๊ไฮ่ไฮ!!! สวัสดีค่ะทุกคนนนนน ฉันคือ...โจรสาว โจร...ที่มีจิตไม่ปกติ โจร...ที่ชอบพูดกวนบาทาคนอื่นไปทั่ว และกำลังจะได้เป็นโจร...ที่ได้ครองหัวใจของคิงในไม่ช้าาาาา พระราชา:ไม่มีทาง!!

ยอดวิวรวม

29

ยอดวิวเดือนนี้

5

ยอดวิวรวม


29

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  1 พ.ค. 62 / 21:57 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
คนเราเนี่ย...ดูจากภายนอกอย่างเดียวไม่ได้หรอกนะคะ เพราะว่าคนเรา...ไม่ได้ดีเหมือนหน้าตาเสมอไป เหมือนกับโจรสาวคนนี้ที่มีจิตไม่ปกติเอาเสียเลย แต่คนที่วิกลจริตอย่างเธอกลับได้ไปเจอกับพระราชาอันสูงส่ง เรื่องราวความรักที่แสนจะแบดนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป ไปอ่านกันเลยจ้าาาา

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 1 พ.ค. 62 / 21:57

บันทึกเป็น Favorite


“เจ้าต้องการอะไรจากเมืองของเรางั้นรึ?....โจรสาว?” ชายผู้มีสิริโฉมงดงามคนหนึ่งกล่าวถามพลางร่างเล็กของหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยใบหน้าที่ก้มลงมองพื้นเสียจนเส้นผมมาบังใบหน้าของเธอจนเขามองไม่เห็นใบหน้าของเธอเลยแม้แต่น้อย ก่อนที่เธอคนนั้นจะเงยหน้าขึ้นมาพลางแสยะยิ้มที่ทำให้ชายที่ตั้งคำถามกับเธออยู่นั้นถึงกับต้องชะงักและค่อยๆเดินถอยห่างออกมาจากเธอคนนั้นเรื่อยๆ

“..ข้า..ข้าถามว่าเจ้าต้องการอะไรจากเมืองของเรางั้นรึ..จ..โจรสาว?” เขาถามด้วยน้ำเสียงอันสั่นเครือที่ทำให้รอยยิ้มนั้นกว้างกว่าเดิม เธอคนนั้นมองจ้องมาที่ใบหน้าของชายหนุ่มพลางแลบลิ้นออกมาก่อนที่เธอจะเริ่มบทสนทนากับชายหนุ่มผู้หวาดกลัว

“แล้วท่านคิดว่าในเมืองนี้มีอะไรดีขนาดที่ข้าต้องมาขโมยกันล่ะ..องค์ชาย?” เธอถามกลับพลางยื่นหน้าออกมาด้วย ชายหนุ่มกลืนน้ำลายเสียงดังก่อนที่จะเดินก้าวเข้าไปใกล้เธอคนนั้นอย่างกล้าๆกลัวๆ

“เราไม่ใช่เจ้าชายแต่เป็น..พระราชาของที่นี่ต่างหากโจรสาว เจ้านี่ช่าง...ตาต่ำเสียจริง” ชายหนุ่มกล่าวพลางมองตาของหญิงสาว เธอคนนั้นมองค้อนก่อนที่จะสะบัดผมของตัวเองให้ไปด้านหลังเผยให้ชายหนุ่มได้เห็นใบหน้าแสนสวยของเธอที่ซ่อนอยู่ใต้เส้นผมสีเทาหม่นนั้นมานานพอสมควร เธอแสยะยิ้มอีกครั้งพลางหัวเราะในลำคออย่างสยดสยอง

“หึๆๆๆๆๆ ใช่...ข้ามันตาต่ำ...แต่ก็ใช่ว่าท่าน...จะดีไปกว่าข้านี่ ใช่หรือไม่เพคะ...คิง?” เธอพูดจายียวนพลางหัวเราะอย่างคนวิกลจริต ชายหนุ่มทำสีหน้าไม่ค่อยดีนักเพราะคำพูดของเธอคนนั้นทำให้ชายหนุ่มหัวเสีย เขากำหมัดของตัวเองแน่นก่อนที่จะเดินมาหน้ากรงขังของหญิงสาวคนนั้น

“อย่ามาปากดีนะโจรสาว คนอย่างเจ้า...ไม่มีสิทธิมาพูดกับข้าแบบนี้ แล้วตกลงเมื่อไหร่เจ้าจะตอบข้ามาเสียทีว่าสิ่งที่เจ้าต้องการจากเมืองของข้าคืออะไรกันแน่?” เขาถามต่อพลางมองหน้าของหญิงสาว หญิงสาวขมวดคิ้วก่อนที่จะถอนหายใจเสียงดังออกมา

“เฮ้อ....พวกผู้ดีนี่พูดมากเหมือนกันทุกคนแบบนี้เลยเหรอ?ชักจะเริ่มรำคาญแล้วนะเนี่ย?” เธอกล่าวพลางทำสีหน้าเซ็งๆ

ข้าถามว่าเจ้าต้องการอะ-

หมับ!!

“อึก..เจ้าจะทำอะ-“

“ข้า...ต้องการชีวิตของเจ้า” เธอกล่าวในขณะที่มือของเธอกำลังดึงคอเสื้อของชายหนุ่มคนนั้นแน่น ชายหนุ่มทำสีหน้าหวาดกลัวพลางดิ้นไปมาแต่ก็ไม่หลุด เขาเริ่มทำสีหน้าไม่ค่อยดีนักก่อนที่เธอคนนั้นจะแสยะยิ้มออกมาให้เขาได้หวาดกลัวเข้าไปอีก

“หึๆนึกว่าจะทำเป็นแต่หน้าหยิ่งยโสโอหังแบบนั้นเสียอีก ทำหน้าน่ารักแบบนี้ก็เป็นด้วยนี่นา ข้าชักจะ...ชอบเจ้าขึ้นมาเสียแล้วสิ คิง” เธอกล่าวก่อนที่จะปล่อยมือออกจากคอเสื้อของเขา

“อืก....แฮ่ก แฮ่แ...ทหาร...คอยเฝ้านางเอาไว้...ข้า..ข้าจะไปพักผ่อน..แล้วข้าจะกลับมาสอบสวนนางใหม่อีกครั้งในรุ่งเช้าของวันพรุ่งนี้” เขาบอกแล้วรีบเดินหนีไปทันทีแต่ถึงกระนั้นหญิงสาวก็ได้ทิ้งท้ายประโยคเอาไว้ก่อนที่ชายคนนั้นจะกลับห้องของเขาไป

“...ที่ข้าตอบคำถามเจ้าไปก่อนหน้านี้น่ะ...เรื่องจริงนะ...ไม่ได้ล้อเล่น” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงอันราบเรียบที่ทำให้ผู้ฟังเสียวสันหลังวาบ เขารีบเร่งฝีเท้าขึ้นไปบนห้องของเขาทันทีโดยเอาแต่ภาวนาว่าขอให้บิดาและมารดาที่จากไปของเขามอบพรให้กับเขาด้วย โจรสาวผู้นี้ช่างเป็นคนที่เข้าใจได้ยากนักซ้ำยังมีจิตที่วิกลจริตอีกต่างหาก  เขาคิดพลางทำสีหน้าเครียดก่อนที่เขาจะหลับตาลงและจมสู่ห้วงนิทราไปในที่สุด

เช้าวันต่อมาพระราชาหนุ่มที่ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความสดใสก็ยิ้มแย้มอย่างเริงร่าและเตรียมการสำหรับการจัดการกับจมอโจรสาวแสนเข้าใจยากคนนั้นเป็นอย่างดี ไม่มีอะไรที่เขาจัดการไม่ได้ เขาคิดพลางเดินลงไปที่ชั้นใต้ดินเพื่อไปหาหญิงสาวคนนั้น เธอคนนั้นนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิมแต่ดูเงียบสงบมากกว่าปกติ เขาจึงตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้ๆกรงนั้นเพื่อมองเธอ เขาค่อยๆย่างเท้าเข้าไปก่อนที่เท้าของเขาจะหยุดชะงักเมื่อเขาสังเกตเห็นถึงดวงตาสีม่วงอันทรงเสน่ห์ของเธอคนนั้นจ้องมาที่ตาของเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย เขารีบถอยห่างออกมาแล้วมองหน้าของเธอคนนั้น เธอคนนั้นมองหน้าของเขาชั่วครู่ก่อนที่จะหาวออกมาเสียงดัง

“มาแอบดูหน้าคนอื่นตอนนอนมันไม่ใช่นิสัยที่ดีของคิงเลยนะเพคะ” เธอกล่าวพลางแสยะยิ้มอีกครั้งชายหนุ่มสะดุ้งก่อนที่จะกระแอมเสียงดังแล้วเดินเข้าไปที่หน้ากรงนั้นอย่างหาญกล้า

“วันนี้อุบายใดๆของเจ้าก็ใช้กับข้าไม่ได้หรอกโจรสาว เพราะว่าข้าได้ไปเตรียมตัวรับมือเจ้ามาแล้ว ข้าจะไม่หลงกลลิ้นสาลิกาของเจ้าอีกแล้ว” เขาบอกเสียงแข็งที่ทำให้หญิงสาวเบิกตาโพลงก่อนที่เธอจะหัวเราะออกมาเสียงดังเช่นกัน

“ฮ่าๆๆๆๆๆ นี่เจ้า..ฮ่าๆ..เป็นพระราชาหรือตลกกันแน่ ฮ่าๆ มุกที่เจ้าเล่นมา..ฮาดีนะ ฮ่าๆๆๆ” เธอหัวเราะลั่นทำให้พระราชาหนุ่มได้แต่ทำใบหน้างุนงงกับกิริยาของเธอ

“เจ้า...หัวเราะเยาะข้าอยู่งั้นเหรอ?” เขาถามด้วยน้ำเสียงสงสัย

“...ถ้าเจ้าคิดอย่างนั้น...ก็คงใช่” เธอบอกพลางยิ้มมุมปาก ชายหนุ่มมองหน้าของเธออย่างหลงใหลก่อนที่เขาจะส่ายหน้าไปมาเพื่อให้ตัวเองหลุดจากภวังค์

“อย่าได้หวังเลยว่ามารยาของเจ้าจะทำให้ข้า-“

“อเล็กซ์” เสียงหวานนั้นดังขึ้นทำให้การสนทนาที่ดูสนุกลิ้นของทั้งสองจบลง ชายหนุ่มหันไปมองทางต้นเสียงก่อนที่จะเบิกตาโพลงใบหน้าของเขาบ่งบอกได้ถึงความตกใจแบบขั้นสุด หญิงสาวที่นั่งอยู่ในห้องขังได้แต่มองสีหน้าของชายคนนั้นด้วยความงุนงงพลางเหล่สายตาไปยังทางที่ชายคนนี้กำลังมองไปอยู่

“เจ้ามาทำอะไรที่นี่...สเตฟิน่า?” เขาถามด้วยสีหน้าและท่าทางที่ไม่สู้ดีนัก หญิงสาวเจ้าของชื่อสเตฟิน่าค่อยๆเดินเข้าไปหาร่างของชายหนุ่มด้วยใบหน้านิ่งก่อนที่จะเธอจะหยุดยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าของราชาหนุ่มที่มีพระนามว่า อเล็กซ์

“แล้วท่านล่ะ..มาทำอะไรที่นี่กับหญิงสาวเพียงสองคน?” เธอคนนั้นถามพลางมองหน้าของอเล็กซ์อย่างต้องการคำตอบที่ทำให้เธอยิ้มได้

“คือว่าข้า-“

“ฮ่าๆๆๆๆพวกเจ้า...ฮ่าๆๆ พวกเจ้าสองคนน่าจะไปเป็นตลกนะ เล่นมุกให้ข้าขำท้องแข็งไปหมดเลย โอย...ปวดท้องชะมัดเลย ฮ่าๆๆ” หญิงสาวที่อยู่ในคุกกล่าวพลางหัวเราะเสียงดันลั่นไปด้วย สเตฟิน่าทำสีหน้าไม่ดีนักก่อนที่จะเดินมาจ้องหน้าของหญิงสาวในกรงด้วยความไม่พอใจ

“เจ้าหัวเราะอะไรข้ามิทราบ?” นางถามพลางมองค้อนร่างของหญิงสาวอีกคน เธอที่อยู่ในกรงได้แต่แสยะยิ้มที่ทำให้สเตฟิน่าโมโหโกรธาเป็นอย่างมาก

“อย่าไปพูดกับนางเลยสเตฟิน่า นางเป็นโจรที่หวังจะมาขโมยอะไรบางอย่างจากเมืองของข้าเพียงเท่านั้น” เขาบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพลางใช้มือของเขาไปโอบไหล่เล็กของสเตฟิน่า เธอสะบัดไหล่หนีก่อนที่จะยืนจ้องหน้าของอเล็กซ์

“หากนางเป็นจอมโจรจริงท่านคงไม่ขังนางเอาไว้นายเพียงนี้หรอกเพคะ ข้าเห็นคราก่อนที่ท่านจับโจรได้เพียงไม่กี่ชั่วโมงท่านก็ตัดสินให้เขาโดนเนรเทศไปอยู่ที่อื่นแล้ว แล้วนางเป็นใคร?มีดีอะไรถึงได้มีลมหายใจอยู่ถึงสองวันในห้องขังนี้...หรือว่าท่าน..จะหลงรักนางเข้าแล้วงั้นหรือเพคะ?” เธอถามด้วยท่าทางโมโหมากกว่าเดิม สายตาของเธอมันบ่งบอกว่าเธอไม่ชอบหญิงสาวในกรงนั้นมากแค่ไหน อเล็กซ์ได้แต่ทำสีหน้ามีนงงเพราะว่าปกติแล้วคู่หมั้นของเขาคนนี้หรือก็คือสเตฟิน่าไม่ได้มีนิสัยหึงหวงมากขนาดนี้ทำให้เขางงใจเป็นยิ่งนัก

“สเตฟิน่าเจ้าเป็นอะไรไป?” เขาถามด้วยความเป็นห่วงพลางเดินเข้าไปหาร่างของนางเพื่อจะทำให้นางใจเย็น แต่นางกลับปัดมือของเขาทิ้งแล้วจ้องหน้าของเขาด้วยใบหน้าที่นางไม่ค่อยได้ทำบ่อยนัก

“ท่านเลือกนางแทนที่จะเป็นข้าใช่หรือไม่?!!ข้าไม่นึกเลยว่าท่านจะตาต่ำเพียงนี้..อเล็กซ์” เธอบอกแล้ววิ่งหนีไปทันที อเล็กซ์พยายามที่จะวิ่งไปแต่สเตฟิน่าก็หยิบของแถวนั้นมาโยนขวางทางเขาเสียก่อน อเล็กซ์งงไปหมเด เขาเอามือมากุมขมับของตัวเองพลางคิดทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนที่เขาจะเดินกลับไปหาหญิงสาวในกรงที่ยังคงนั่งแสยะยิ้มอยู่คนเดียว

“นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น?...ข้าคงไม่ได้บ้าไปใช่มั้ยที่คิดว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี่...เป็นฝีมือของเจ้า” เขาถาม หญิงสาวคนนั้นเลิกแสยะยิ้มแล้วก้มหน้าลงไปมองพื้นจนเส้นผมของเธอปรกลงมาบังใบหน้าของเธอจนมองไม่เห็นใบหน้าของเธอเลย อเล็กซ์มองเธอด้วยความหวาดกลัวก่อนที่เธอคนนั้นจะเงยหน้าขึ้นมาแล้วมองหน้าของอเล็กซ์ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป

“นี่คิง...ท่านรู้จักดอกซาเลเทียร์หรือเปล่า?” เธอถามขึ้นมาทำให้อเล็กซ์ถึงกับสะดุ้งตัวโหยง

“...ดอกไม้ของ...แม่มดนั่นน่ะเหรอ?” เขาถามกลับด้วยเสียงสั่นๆ เธอคนนั้นพยักหน้าก่อนที่เธอจะแสยะยิ้มอีกครั้ง

“ใช่...แล้วท่านรู้หรือเปล่า...ว่าฤทธิ์ของมันน่ะ...สามารถเอามาทำยาเผยความจริงได้ล่ะ หึๆ” เธอบอกพลางหัวเราะอย่างวิกลจริตเช่นเคย

“ยา..ยาเผยความจริง?..เจ้า..เจ้าหมายความว่าอะไรกันแน่?” เขาถามพลางทำสีหน้าไม่ค่อยดีนัก

“ก็ตามชื่อมันนั่นแหละ...หากใครที่ได้ดอมดมกลิ่นของยาเผยความจริงที่ทำมาจากดอกซาลาเทียร์แล้วล่ะก็...ความจริงจะเปิดเผยออกมา..ทั้งหมดเลยล่ะ ไม่ว่าตอนนั้นจะคิดอะไรอยู่ รู้สึกอะไรอยู่...ก็จะโผล่งบอกออกมาแบบที่เราไม่ต้องถามเพื่อให้ได้คำตอบเลยล่ะ หึๆ” เธอบอกพลางโยกซ้ายโยกขวาไปด้วย อเล็กซ์รวบรวมข้อมูลทั้งหมดก่อนที่เขาจะคิดได้ ว่าที่สเตฟิน่าเป็นทั้งหมดนั่นก็เพราะยาเผยความจริงอะไรนั่นของเธอคนนี้ เขาขมวดคิ้วมองหญิงสาวพลางคิดในใจว่าเธอคนนี้...ต้องการอะไรจากเขากันแน่?

“ทำไมมองกันอย่างนั้นล่ะเพคะคิง?รู้สึกไม่สบายใจกับสิ่งที่ข้าทำไปงั้นเหรอเพคะ?” เธอถามพลางยิ้มกว้าง

“....................” เขาเอาแต่เงียบและพยายามที่จะไม่ขยับร่างไปไหนซึ่งนั้นทำให้ร่างเล็กของหญิงสาวที่อยู่ในกรงถึงกับต้องเบิกตาโพลงและนึกสงสัยกับท่าทางของชายหนุ่ม ปกติเขาจะต้องเถียงหรือไม่ก็ทำท่าทางหวาดกลัวสิ...แล้วทำไมตอนนี้ถึงไม่ตอบโต้ได้แต่เงียบเฉยได้ เธอคิดพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย

“นี่ข้าเล่นแรงไปงั้นเหรอเพคะคิง?ไม่ปลิ้มขนาดนั้นเลยงั้นเหรอเพคะ?” เธอถามพลางทำท่าทางยียวนกวนประสารทแต่อเล็กซ์ก็หาจะได้ไหวติงไม่ เขาเอาแต่มองหญิงสาวด้วยใบหน้าและดวงตาที่นิ่งเหมือนเดิมที่มันยิ่งทำให้ร่างเล็กของหญิงสาวรู้สึกอึดอัดมากขึ้น เธอมองหน้าของอเล็กซ์พลางขมวดคิ้วจนหน้าผากย่น

“ท่านเป็นอะไร?จะมาเป็นเล่นสงครามประสาทกับข้างั้นรึ?เหอะ! ข้าไม่สนุกด้วยหรอกนะขอบอก” เธอบอกพลางหัวหน้าหนีแต่ก็ไม่มีเสียงใดตอบกลับมาอีก เธอทำสีหน้าไม่พอใจอย่างมากก่อนที่จะจ้องหน้าของอเล็กซ์

“เห้ย!!เป็นบ้าอะไรวะ?ทำไมไม่พูด?!!!” เธอตระโกนเสียงดังทำให้อเล็กซ์ที่ยืนนิ่งเฉยมานานยังต้องสะดุ้งตัวและทำให้เขาได้รู้ว่าเธอคนนี้มีจุดอ่อนอยู่ตรงไหน เขาเผลอยิ้มมุมปากออกมาทำให้ร่างของหญิงสาวถึงกับต้องถามในทันใด

“ยิ้มอะไรของท่าน?ข้าไม่ได้เล่นตลกให้ดูนะ!” เธอบอกเสียงแข็งพลางจ้องหน้าของเขาอีกครั้ง ในใจของทั้งสองต่างไม่พอใจต่อการกระทำและการพูดที่เอาแต่กวนประสาทซึ่งกันและกัน แต่ทำไมกันเล่า...ความสัมพันธ์อันแสนประหลาดนี้มันกลับเป็นจุดเริ่มต้นของความรักที่ยากจะทำความเข้าใจได้ง่ายๆเสียอย่างนั้น ความรักระหว่างโจรสาวที่จิตไม่ค่อยจะคงที่สักเท่าไหร่ กับพระราชาหนุ่มที่ยังอ่อนต่อโลกและมารยาของหญิงสาวลิ้นสาลิกาผู้นี้

 

 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ M 4Z จากทั้งหมด 29 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น