คัดลอกลิงก์เเล้ว

My Wings #SinUm #Umb

โดย Billy J.

เด็กที่ไม่ต้องการที่จะอยู่บนโลกนี้อีกต่อไป ได้ยกชีวิตของเธอให้กลับสิ่งที่มาปรากฏต่อหน้าเธอวันนั้น

ยอดวิวรวม

168

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


168

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


1
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  20 ต.ค. 61 / 00:40 น.
My Wings #SinUm #Umb | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

   เด็กที่ไม่ต้องการที่จะอยู่บนโลกนี้อีกต่อไป ได้ยกชีวิตของเธอให้กลับสิ่งที่มาปรากฏต่อหน้าเธอวันนั้น




"ชีวิตของเจ้าเป็นของเราได้ไหม"


ลองแต่งนิยายครั้งแรก ดีไม่ดียังช่วยติชมด้วยนะคะ =)

เนื้อเรื่อง อัปเดต 20 ต.ค. 61 / 00:40

บันทึกเป็น Favorite


         ยัยเด็กปีศาจ…



แกน่าจะตายไปซะพร้อมกับแม่ของแกซะ! ฉันไม่น่าเอาแกมาเลี้ยงเลย! ให้ตายสิ..



อย่าเข้าไปใกล้สิ เดี๋ยวก็โดนสาปหรอก…


        ยัยนั่นชอบยืนคุยคนเดียวบ่อยๆท่าจะบ้า อย่ามองมันสิ



ออกไปนะ.. อย่าเข้ามาใกล้ เธอมันน่ารังเกียจ!



ลมแรงที่กำลังปะทะเข้ามาที่หน้าเด็กสาวที่นั่งอยู่บนรั้วของดาดฟ้านั้น ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกถึงความหนาวเย็นเลย ความสูงของตึกราวสิบชั้นตรงหน้าก็ไม่ได้มีผลกับความรู้สึกของเธอตอนนี้เช่นกัน ในหัวของเด็กสาวคนนี้เต็มไปด้วยภาพในอดีตที่คอยตามมาหลอกหลอนเธอ เสียงคนที่ค่อยเอานิ้วชี้ด่าถอเธอ เมื่อหลายปีก่อนเธอคงกำลังนั่งร้องให้อยู่ แต่ตอนนี้ไม่มีน้ำตาแม้แต่หยอดเดียว สายตาทอดมองยาวออกไปไม่มีที่สิ้นสุด พร้อมกับหัวใจกำลังดำดิ่งลงไปเรื่อยๆ


เธอกำลังคิดที่จะจบชิวิตอันน่าสมเพศของเธอ ชีวิตที่ไม่มีใครต้องการแม้แต่ตัวเธอเองก็ไม่ต้องการมัน


แม่คะ… หนูกำลังจะไปอยู่กับแม่แล้วนะคะ..


ฟรึ่บ!..

แสงของอาทิตย์ยามเย็นที่กำลังฉายอยู่นั้น อยู่ๆก็ถูกบดบังด้วยปีกสีดำขนาดใหญ่ ปีกสีดำที่ดูแข็งแกร่ง มาพร้อมกับผู้หญิงในชุดเดรสสีดำ เธอมองไม่เห็นหน้าของสิ่งนั้นเพราะแสง กำลังส่องมาจากข้างหลังของสิ่งนั้น


“ชิวิต… ชีวิตที่เจ้าไม่ต้องการเราขอได้หรือไม่”


สิ่งตรงหน้าพูดขึ้นพร้อนกับปีกที่กำลังกระพือต้านลมอยู่ทำให้สิ่งนั้นดูน่ากลัวในสายตาบางคน แต่ต่างกับเด็กหญิงตรงหน้าที่ไม่ได้ดูตกใจและเหลี่ยวแล กับสิ่งตรงหน้าที่กำลังพูดกับตน เธอเฉยชินกับสิ่งที่เห็นตรงหน้าราวกับเธอเห็นสิ่งแบบนี้มาทั้งชีวิต


“เราขอได้หรือไม่..”


เมื่อเจ้าของปีกดำนั้นพูดขึ้นอีกครั้ง เด็กสาวจึงมองไปที่คนตรงหน้าพร้อมกับสายตาที่ว่างเปล่า


“คุณเป็นใคร”


“ตอบคำถามเรามาก่อน.. ว่าชีวิตนั้นที่เจ้าไม่ต้องการยกให้เราได้หรือไม่..”


เด็กสาวมองคนตรงหน้าด้วยสายตาที่เหมือนกำลังเหม่อลอย แล้วค่อยๆพยักหน้าตอบตกลงที่จะยกชิวิตของตนให้ ทั้งๆที่ไม่รู้เลยว่าสิ่งติดปีกอยู่ข้างหน้านั้นจะทำอะไรกับตน แต่ต่อให้สิ่งข้างหน้านี้จะทำอะไรกับเธอ หรือแม้แต่ “กิน” เธอเข้าไป เธอก็ไม่สนใจอะไรอีกแล้ว ในเมื่อเธอต้องการที่จะจบชีวิตของตนอยู่แล้ว เธอจึงคิดว่าไม่ต่างอะไรถ้าจะยกชีวิตของตนให้ใครหรืออะไร


“เจ้าชื่ออะไร เด็กน้อย”


สิ่งข้างหน้าเธอถามขึ้น ทั้งๆที่ดูจากหน้าตาแล้วอายุไม่น่าจะต่างกันขนาดนั้นแต่กลับเรียกเธอว่าเด็กน้อย


“เยวอน… คิม เยวอน”


“เยวอนอา.. ต่อไปนี้ชีวิตของเจ้าเป็นของเราแล้ว”


สิ่งที่ติดปีกขยับเข้ามาใกล้เยวอนมากขึ้น จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจเย็นๆที่ต่างจากมนุษย์ทั่วๆไป เมื่อเข้ามาประชิดตัวเธอแล้วสิ่งนั้นก็ก้มลงไปที่คอของเยวอน แล้วค่อยๆจุมพิศลงเบาๆ ที่คอขาวนั่น ภาพในหัวของเยวอนค่อยๆเบลอขึ้นเรื่อยๆจนภาพนั้นตัดไปพร้อมกับเสียงสิ่งข้างหน้า


“ต่อไปนี้ทั้งตัวและหัวใจของเจ้าจะเป็นของเรา..​ เยวอนอา..”

.

.

.

.

.

ฮือออ….


เยวอนที่อยู่ใต้ผ้าห่มค่อยๆขยับตัวเมื่อแสงแดดจากหน้าต่างส่องลงมาบนหน้าของเธอ เธอค่อยๆลืมตาขึ้นพร้อมกับความปวดเมื่อยไปทั้งตัว ค่อยๆมองสิ่งแวดล้อมแปลกปลอมของห้องนอนที่ดูแตกต่างจากสิ่งที่เธอเคยชิน


แอ๊ดดดด…


เสียงประตูที่ดังขึ้นทำให้คนที่อยู่บนเตียงหลุดจากห้วงความคิดและ หันไปให้ความสนใจกับสิ่งแปลกปลอกอีกอย่างหนึ่งที่กำลังก้าวเข้ามาในห้อง


“เด็กน้อย.. ไม่สิ..

เยวอนอา~ เจ้าตื่นก็ดีแล้วเราทำข้าวต้มมาให้หวังว่าเจ้าจะชอบนะ”


ห้องตกอยู่ในความเงียบไปสักพักหนึ่ง เด็กสาวบนเตียงกำลังเรียบเรียงความคิดทั้งหมดก่อนที่เธอจะตื่นมาที่นี่ เธอคิดว่าเธอควรจะตายไปแล้วสิทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่กัน


“คุณ?... เรา.. เราเจอกันได้ยังไงหรอคะ”


“เจ้ากับเราหรอ? เราบอกเจ้าแล้วไง ว่าเราขอชีวิตของเจ้า.. แล้วเจ้าก็ยกให้เราแล้วนะ”


เอ๋?? เธอนึกว่าเขาจะต้องการที่จะกินเธอเข้าไปซะอีก เพราะตั้งแต่เกิดมาเมื่อเจอพวกตัวประหลาดแบบนั้นก็ล้วนแต่จะจ้องกินเธอทั้งนั้น ทำไมหละ? เด็กสาวครุ่นคิดอยู่สักพัก


“ดูถ้าเจ้าคงมีคำถามมากมายเลยสินะ”


“..ค่ะ”


“งั้นเจ้ากินข้าวต้มที่เราทำมาให้ก่อนนะ แล้วจะถามอะไรก็ถามมาเลย เรามีเวลาให้เจ้าทั้งวันทั้งคืน.. ให้เราป้อนไหม”


“ไม่เป็นไรค่ะ!”


“ฮ่าๆ ไม่เห็นต้องเสียงดังเลย เยวอนอาา~”


แก้มของเยวอนแดงระเรื่อขึ้นนิดๆ จากการพูดจาของคนตรงหน้า คนอะไรพูดจาหยอดตั้งแต่เจอกันไม่ถึงสิบนาที ยิ่งเวลาถูกเรียกชื่อแบบนั้น ทั้งที่ถูกเรียกชื่อนี้มาตั้งแต่เกิดทำไม่เวลาคนๆนี้เรียกกลับให้ความรู้สึกที่ไม่เคยเป็นมาก่อนแบบนี้ ยิ่งรอยยิ้มที่อ่อนโยนนั่นอีก รอยยิ้มที่เธอไม่เคยได้รับจากใครมาก่อนตั้งแต่เปิดตามองโลก เยวอนก้มลงตั้งหน้าตั้งตากินข้าวต้มที่คนตรงหน้ายกมาให้


“เจ้าร้อนเหรอ หน้าแดงเชียว” ไม่พูดเปล่า แต่ยื่นหน้าเข้าไปใกล้พร้อมกลับจับหน้าของเด็กตรงหน้าเบาๆ


“ปะ..เปล่าค่ะ” ได้แค่ตอบไปแค่นั้นแล้วรีบกินข้าวต้มจนหมด


“รีบกินเชียวเดียวก็สำลักหรอก.. เจ้ากินหมดแล้วอยากถามอะไรก็ถามมาเลย” พูดพร้อมกับเก็ดถาดตรงหน้าไปวางไว้บนโต๊ะหนังสือ


“ทำไม.. ทำไมฉันถึงยังมีชีวิตอยู่คะ”


“เราบอกเจ้าแล้วไงว่าชีวิตของเจ้า เราขอ แล้วมันก็เป็นของเราแล้ว” เมื่อวางจาดเสร็จก็เดินเข้ามาหาเยวอนบนเตียงแล้วหย่อนตัวนั่งลงข้างๆ


“ไม่ใช่ค่ะ ฉันหมายถึงไม่ใช่ว่าคุณจะกินฉันเข้าไปหรอคะ”


“หือ? กินหรอ.. ก็ไม่แน่นะ เราอาจจะ ‘กิน’ เจ้าก็ได้เมื่อถึงเวลาแล้วเจ้ายอมอะนะ” สายตาเจ้าเล่ห์ที่จองมองเยวอนทำให้เธอหน้าแดงอีกครั้งแล้วหันหน้าหนี พร้อกกับเอาผ้าขึ้นมาปิดถึงคอ


“ฉะ ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นนะ! ถ้าไม่ใช่แบบนั้นคุณเอาฉันมาทำอะไรเล่า”


“เราต้องการเจ้า” ร่างสูงกว่าค่อยขยับเข้าใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ จนรู้สึกได้ถึงลมหายใจที่เย็นเฉียบบนแก้มของเธอ จนเยวอนได้แต่หลับตาปี๋


แปะ~

“อ๊ะ” เสียงมือตีลงบนหน้าผากของเยวอน


“ยัยเด็กหื่น คิดอะไรอยู่กันแน่นะในหัวเนี่ย” เยวอนลูบหน้าผากของเธอปอยๆ พร้อมกับหันควับมาที่คนตรงหน้าด้วยสายตาเอาเรื่อง “หึ~ แต่เราต้องการเจ้าจริงๆนะ”


เมื่อคนตรงหน้าตอบวนไปมาเยวอนเลยเปลี่ยนคำถามซะเลย ไม่งั้นคงวนอยู่อย่างงี้แหละ


“งั้นคุณคือใครกัน.. แล้วเป็นอะไรกันแน่”


“หวายๆๆ นี่เราสนิทกันขึ้นแล้วหรอหางเสียงหายไปไหนหมด” ร่างสูงกว่าพูดทีเล่นทีจริง


“ขะ ขอโทษค่ะ..” เยวอมก้มหน้าลงไม่กล้าที่จะเงยหน้าสบตาคนตรงหน้า


“หงอยเลย ล้อเล่นหนะ เยวอนต้องอยู่กับเรา พูดแบบที่สบายใจเถอะนะ แค่ไม่หยาบคายก็น่าจะไม่เป็นไรจริงไหม” พูดพร้องเอามือไปยีผมเด็กตรงหน้าเบาๆ


“เราเป็นสิ่งที่คาบเกี่ยวละหว่างสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิต พวกมนุษย์อย่างเจ้าคงเรียกเราว่าภูตละมั้ง เราอยู่มาบนโลกนี้มานานเกินกว่าจะจำได้ เราเลิกนับวันปีไปนานแล้วหละนะ”


“คุณ.. มีชื่อไหม”


“จริงๆก็ไม่มีหรอก เจ้าอยากให้ชื่อกับเราไหม” เยวอนนั่งขมวดคิ้วมองคนตรงหน้าอยู่สักพักแต่ก็ไม่พูดอะไรสักที ภูตตนนั้นจึกลุกขึ้นไปยกถาดข้าวขึ้นมาและ เดินไปทางประตู “ยังไม่ต้องคิดออกตอนนี้ก็ได้ เจ้าไปอาบน้ำให้สบายตัวก่อนแล้วค่องลงไปหาเราข้างล่างแล้วค่อยคุยกันต่อ เราบอกแล้วไงว่าเรามีเวลาให้เจ้าทั้งวันทั้งคืน”


“ชินบี.. ชื่อของคุณ.. ชอบไหม” เยวอนพูดออกมาอย่างเบาหวิวอย่างกับเสียงของเธอนั้นหายไปกับสายลม


“ชินบี.. ความลึกลับงั้นหรอ เข้าใจคิดนี่เด็กน้อย” คนที่พึ่งได้ชื่อมาหมาดๆวางถาดข้างลงที่เดิมแล้วเดินกลับเข้าไปหาเยวอน พร้อมยื่นมืออกไปหาเยวอนที่นั่งอยู่บนเตียง “ยื่นมือเจ้ามาสิ”


เยวอนยื่นมือออกไปจับมือของชินบี แล้วลุกขึ้นออกจากเตียง ชินบีลากออมจีมายื่นอยู่อยู่ตรงกลางห้องแล้วคุกเข่าลงพร้อมเอามือของเยวองมาวางนาบกับหน้าผาก


“เราภูตที่ถูกผูดมัดไว้ ณ ที่แห่งนี้เพื่อรอจนกว่าจะได้พบคนรักของเราอีกครั้ง คนรักของเราได้มาปรากฏตรงหน้าเราอีกครั้งแล้ว” ปีกของชินบีงอกออกมา ปีกที่ดำขลับค่อยๆเปลี่ยนสี พร้อมกับแสงที่สว่างวาบไปทั่งห้อง “เยวอนอา~ เรียกชื่อเราอีกครั้งหนึงได้ไหม”


“ชินบี.. ชินบี!” แสงสว่างวาบไปทั่วจนเยวอนต้องหลับตาปี๋


เมื่อแสงนั้นดับลงคนตรงหน้าเยวอนก็ยืนพร้อมกับปีกสีขาวที่ดูใหญ่ยิ่งและแกร่งกว่าอันเก่าเสียอีก สภาพแวดล้อมของห้องนี้ดูแปลกตาไป ทุกอย่างดูสะอาดสะอ้านขึ้นและใหม่ขึ้น


“ยินดีต้อนรับกลับสู่บ้านของเรา เยวอนอา~”




+จบ+

เรื่องนี้สองneed ตัวเองล้วนๆเลย อยากอ่านแฟนตาซี และ อยากเห็นบี๋อ่อนโยนนนน

หวังว่าจะชอบกันนะคะ เขียนฟิคครั้งแรกเลย

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Billy J. จากทั้งหมด 1 บทความ

  • เรื่อง

    หมวด

    ตอน

    คนเข้าชม

    โพสท์

    คะแนน

    อัปเดต

  • รักแฟนตาซี

    เรื่องสั้น

    0/167

    0

    0%

    20 ต.ค. 61

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น