[End] Stray Romance รักไม่จรจัด (binu)

ตอนที่ 8 : Chapter 8 : Unexpected Meeting

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 214
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    10 พ.ค. 62

Chapter 8 : Unexpected Meeting 

By Alette



          ฉันเอาข้าวใส่กล่องใส่ในตู้เย็นไว้แล้วนะ แล้วก็พวกกับข้าวอยู่ข้างๆนั่นแหละ ก่อนกินอย่าลืมเอาไปอุ่นก่อนนะ ถ้านายกินแบบเย็นๆ มันจะไม่อร่อย ส่วนนมก็อยู่ในตู้เย็นเหมือนกัน ถ้าอยากกินน้ำผลไม้ก็มีนะ มีคุกกี้อยู่ที่ชั้นวางชั้นสอง แล้วก็น้ำตาลวางอยู่บนชั้นแรกในโถกลมๆ— อันที่สูงๆหน่อยนั้นคือเกลือ นายอย่าเอามันมาผสมกันนะ แล้วก็มีแป้งอบขนมอยู่ข้างๆด้วย—”


          ใจเย็นอึนอู ฉันไม่ตายหรอกน่า


          อึนอูหายใจเข้าพยายามทำใจให้สงบลง นายแน่ใจนะว่าโอเคนายอยู่คนเดียวได้ใช่มั้ย?”


          บินยิ้มขณะที่ตอบ ฉันไม่ใช่เด็กน้อยแล้วนะ


          คำพูดของบินไม่ได้ทำให้อึนอูรู้สึกดีขึ้นเลย บินยังไม่ชินกับการใช้อะไรเหล่านี้ ถ้าเกิดอะไรขึ้นแล้วอึนอูมาช่วยเขาไม่ทันล่ะ?


          หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ที่ชุงแดเมื่อวันศุกร์ อึนอูตัดสินใจว่ามันเสี่ยงเกินไปที่จะอุ้มบินในร่างแมวไปไหนมาไหนกับตัวเอง ตอนแรกบินบ่นนิดหน่อย แต่สุดท้ายเขาก็เห็นด้วยกับอึนอู ไม่มีทางเลือกไหนแล้ว นอกจากทิ้งบินไว้ที่ห้องระหว่างที่เขาออกไปเรียนและทำงาน


          ถึงแม้ว่าบินจะเป็นคนที่บ่นว่าไม่อยากอยู่คนเดียว แต่กลับเป็นอึนอูซะเองที่ไม่อยากให้วันจันทร์นี้มาถึง แค่คิดว่าบินต้องอยู่คนเดียวทั้งวันก็ทำให้อึนอูเจ็บปวดขึ้นมา บินใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวมามากพอแล้วเมื่อสามปีที่ผ่านมา


          อีกทั้งถ้ามันเกิดอะไรไม่ดีขึ้นล่ะถ้าไมโครเวฟทำงานผิดปกติแล้วระเบิดขึ้นมาล่ะถ้าเกิดแผ่นดินไหวขึ้นมาแล้วตู้เย็นโค่นลงมาทับบินล่ะแล้วถ้าน้ำในอ่างมันล้นจนเข้าเครื่องปิ้งขนมปังแล้วไฟไหม้ล่ะความจริงอึนอูก็ไม่มีเครื่องปิ้งขนมปังหรอกแต่ถ้าเขามีล่ะ?


          ฉันแค่อยากแน่ใจว่านายจะอยู่ได้ นายไม่รู้หรอกว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง แล้วนายก็ไม่มีทางที่จะติดต่อฉันได้ด้วย..”


          อึนอู ไม่เป็นไรน่าก็แค่ชั่วโมงสองชั่วโมงเอง”  บินคว้าแขนเจ้าของห้อง ฉันว่าฉันเอาตัวรอดในสองชั่วโมงนี้อยู่แล้ว


          แต่ก็ยัง..” อึนอูยังรู้สึกไม่สบายใจ เขาไม่อยากออกจากห้องนี้เลย เขาคิดว่าเขาอาจจะโดดเรียนหรือโดดงานที่คาเฟ่ แต่เขาทำไม่ได้จริงๆ


          ฉันอยู่ได้น่า” บินช่วยพูดให้เขาสงบลง แต่เขาก็ยิ้มกว้างออกมาด้วยเช่นกัน ฉันยังอยู่รอดข้างถนนมาสามปีได้เลยจำไม่ได้หรอฉันอยู่ได้อยู่แล้วในห้องนี้แค่หนึ่งวันเอง


          ฉันก็แค่กังวลอ่ะ” อึนอูถอนหายใจ


          อย่ารู้สึกแบบนั้นเลยนะ” แขนของบินโอบรอบตัวอึนอู หรือว่านายยังกังวลว่าฉันจะขโมยของนายอยู่อีกหรอ?”


          ไม่อยู่แล้วน่า” อึนอูตอบทันที


          ฉันแค่ล้อเล่นเอง” บินหัวเราะ เสียงหัวเราะของบินทำให้อึนอูรู้สึกดีขึ้นทันควัน อย่างน้อยมันก็ทำให้อึนอูยิ้มได้


          แค่อย่าพยายามเปิดเตาอบก็พอ” อึนอูบ่นอู้อี้ในลำคอทั้งที่ยังอยู่ในอ้อมแขนอบอุ่นของบิน สัญญากับฉันว่านายจะไม่ทำนะ


          บินหัวเราะอีกครั้ง ฉันไม่ทำครัวนายระเบิ—“


          สัญญามั้ย?”


          โอเคโอเค สัญญาครับ ฉันสัญญาว่าจะไม่เปิดเตาอบ” บินตอบแถมยังหัวเราะหนักยิ่งกว่าเดิม แต่ฉันไม่สัญญานะว่าจะไม่แตะของกิน แล้วกินจนหมดอ่ะ


          อันนั้นไม่เป็นไร” อึนอูหัวเราะเบาๆ นายจับเตาได้แต่แค่อย่าเปิดมันก็พอ” เขากำลังจะไปเข้าคลาสไม่ทันแล้ว อึนอูจึงพยายามออกจากอ้อมแขนของบินทั้งที่ยังไม่ค่อยอยากทำซักเท่าไหร่ ฉันจะพยายามขอเลิกงานเร็วนะ เพราะฉะนั้นนายไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องข้าวเย็น

     

          ยังไงฉันก็อยู่ที่นี่ทั้งวันอยู่แล้ว นายมีอะไรอยากให้ฉันทำมั้ย?”


          ฉันก็กำลังคิดอยู่ว่าอยากย้ายเตียงไปไว้ติดกับหน้าต่างซักหน่อย..” อึนอูทำท่าตรึกตรองก่อนจะที่ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาหลังจากเห็นบินพยักหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง ฉันแค่ล้อเล่นน้า ยังไงนายทำคนเดียวก็ไม่ไหวอยู่แล้ว


          ฉันทำได้นะ” บินพูดขึ้นมาทันที ฉันทำได้แน่นอน” 


          อย่าคิดแม้แต่จะพยายามนะ” อึนอูพูดพร้อมผลักบินเบาๆ ฉันพูดจริงจังนะเดี๋ยวก็หลังหักหรอก


          ฉันไม่ใช่ผู้เฒ่าผู้แก่นะไม่มีส่วนไหนของร่างกายฉันหักหรอก” บินพูดพร้อมกับเดินตามอึนอูไปยังประตูห้อง พอนายกลับมานายจะเห็นเตียงของนายอยู่ติดหน้าต่างสมใจแน่


          ฉันหวังว่าไม่ดีกว่า” อึนอูพยายามทำเสียงดุ แต่มันยากในเมื่อเขาแทบจะยิ้มออกมาเกือบทุกวินาที ฉันอยากกลับเข้ามาในอพาร์ตเมนต์แล้วเห็นทุกอย่างในห้องเป็นเหมือนเดิมเหมือนก่อนที่ฉันจะออกจากห้องไป เข้าใจ๊?”


          เข้าใจแล้ว” บินถอนหายใจอย่างยอมแพ้ จากนั้นก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาแล้วยิ้มให้อึนอู กลับมาเร็วๆนะ


          อื้อ” อึนอูยิ้มกลับไปให้อัตโนมัติ บินทำให้เขายิ้มได้เสมอ เจอกันคืนนี้นะ” 


          คำพูดนั้นทำให้บินยิ้มกว้างมากขึ้นกว่าเดิมพร้อมกับจมูกที่บี้ขึ้นไปแบบที่อึนอูชอบ  จากนั้นประตูจึงปิดลง




          มันก็รู้สึกแปลกนิดหน่อยกับการเดินไปชุงแดโดยไม่มีน้ำหนักที่คุ้นเคยของบินอยู่ในกระเป๋าเป้ เขาต่อสู้กับแรงกระตุ้นความอยากนั่งแถวข้างหลังสุดโดยมานั่งลงตรงที่แถวเกือบกลางห้องแทน แต่เขาก็ยังคงวางกระเป๋าลงบนชั้นวางอย่างระมัดระวัง


          นายไม่ทำตัวเป็นผู้สันโดษแล้วหรอ?” มินกยูถามขึ้นเมื่อกำลังทิ้งตัวลงมานั่งข้างอึนอู


          ผู้สันโดษ?” อึนอูไม่เข้าใจที่เขาพูด


          พวกเรารู้นะว่านายนั่งข้างหลังนั้นเพราะไม่ค่อยอยากยุ่งกับใครอ่ะ” จีฮโยพูดขึ้นขณะเลื่อนตัวมานั่งถัดจากมินกยู


          พวกเราไม่ค่อยได้คุยกันเลยอ่ะ


          อึนอูกระพริบตาด้วยความแปลกใจ จากนั้นจึงหัวเราะออกมา ใช่ฉันไม่ทำตัวเป็นคนสันโดษแล้วล่ะ” เขาประหลาดใจที่เพื่อนของเขารู้ว่าเขาอยากนั่งข้างหลังคนเดียว เขารู้สึกซาบซึ้งเช่นกันที่เพื่อนของเขาไม่ได้ละเลยเขาไป


          ดีมาก” มินกยูยิ้มซึ่งเป็นรอยยิ้มที่ทำให้ผู้หญิงมากมายตกหลุมรัก ทำไมนายถึงมีอารมณ์แบบนั้นขึ้นมาล่ะนายมีปัญหาเรื่องผู้หญิงหรอ?”


          หรือนายมีปัญหาเรื่องผู้ชาย?” จีฮโยพูดเสริมพร้อมเลิกคิ้วขึ้น


          ปัญหาเรื่องผู้ชายกลายร่างเป็นแมวต่างหาก ไม่มีอะไรหรอก” อึนอูเลี่ยงไม่พูด มันจบไปแล้วล่ะ


          มินกยูกับจีฮโยหันมามองหน้ากัน แต่ก็ขอบคุณที่พวกเขาไม่ถามอะไรต่อ อึนอูไม่เคยดีใจขนาดนี้มาก่อน อึนอูไม่อยากให้พวกเขาถามเรื่องบิน โดยเฉพาะตอนที่อึนอูยังไม่สามารถผ่านปัญหานี้ไปได้


          คลาสเริ่มไปอย่างเชื่องช้า เมื่อไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมาอึนอูไม่สามารถตั้งใจเรียนในห้องได้เลยเนื่องจากการมีบินอยู่ในกระเป๋า และในตอนนี้เขาก็ไม่สามารถตั้งใจเรียนได้เพราะไม่มีบินอยู่ในกระเป๋าเขาแทน อึนอูเคยชินกับการเอื้อมมือลงไปในกระเป๋าของตัวเองแล้วสัมผัสขนนุ่มๆ แต่ที่มากกว่านั้นคือเขารู้สึกวิตกกังวล


          อึนอูยอมรับว่าเขาเว่อร์ไปหน่อยกับเรื่องขนมปังปิ้งและการจินตนาการถึงความหายนะของห้องตัวเอง แต่เขาก็ยังคงกังวลเกี่ยวกับเรื่องบินอยู่ดี การอยู่ในห้องว่างเปล่าเป็นหลายๆ ชั่วโมงตอนที่อึนอูไปเรียนหรือทำงาน.. บินจะต้องเหงาแน่เลย ใช่มั้ยนะ? และอึนอูรู้ดีว่าบินเคยต้องโดดเดี่ยวมาก่อน เขาเอาตัวรอดมาได้แล้วตัวคนเดียวถึงสามปี แต่มันยิ่งทำให้อึนอูรู้สึกไม่สบายใจที่จะต้องปล่อยให้เขาอยู่คนเดียวอยู่ดี สามปีก่อนนั้นคือก่อนที่บินจะมาพบเจอกับอึนอู อึนอูจะไม่ปล่อยให้บินต้องเหงาอีกแล้ว

 

          ขาต้องใช้พลังงานมากมายในเวลาที่เหลือของคลาสเรียน เมื่อคลาสสุดท้ายกำลังจะจบลง อึนอูได้คิดไว้แล้วว่าเขาจะทำอะไรเมื่อกลับถึงบ้านตอนเย็น เขาจะบอกให้ซึงอูมาเข้างานเร็วเพื่อที่ตัวเขาเองจะได้กลับบ้านเร็วขึ้นและไปซื้อของที่ร้านขายของชำระหว่างทางกลับบ้าน บินกับเขาจะได้ทำมื้อเย็นด้วยกัน บินไม่ได้รับการอนุญาตให้ถือมีดเลยซักครั้ง แต่ครั้งนี้อึนอูจะลองให้เขาลองใช้ดู เขาได้ทำการจดเพิ่มลิสต์ในใจว่าต้องซื้อพลาสเตอร์ปิดแผลระหว่างทางกลับบ้านด้วย เผื่อไว้เฉยๆ น่ะ

 

          “เฮ้ อึนอู ไปกินข้าวเที่ยวด้วยกันมั้ย?” จีฮโยถามขึ้น หลังจากที่ในที่สุดคลาสสุดท้ายของพวกเขาจบสักที “พวกเราจะไปร้านเล็กๆ ที่ด้านนอกมหาลัยนี้ล่ะ”

 

          “วันนี้ฉันไม่ว่างอ่ะ” อึนอูพูดพลางหยิบสมุดใส่ลงกระเป๋า เขาอยากพยายามมองหาผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยบิน การไปนั่งในร้านคาเฟ่เล็กๆ คงจะไม่ได้เพิ่มโอกาสที่จะเจอมากขึ้น “ฉันบอกมยองจุนฮยองไว้ว่าฉันจะไปกินข้าวกับเขาน่ะ”

 

          อึนอูกลายมาเป็นคนโกหกเก่งขึ้นตั้งแต่บินได้ก้าวเข้ามาในชีวิตของเขา จีฮโยจึงทำได้แค่ยักไหล่และกล่าวลา ไม่ได้ดูสงสัยอะไรแม้แต่เล็กน้อย มินกยูได้ออกไปกินข้าวกับเพื่อนปีสามที่อยู่ชมรมฟุตบอลเดียวกันก่อนหน้านั้นแล้ว ดังนั้นอึนอูจึงไม่ต้องประสบกับคำถามอะไรอีก จากนั้นเขาจึงออกไปยังโรงอาหารหลักของมหาวิทยาลัย

 

          มีจำนวนนักศึกษามากมายทำให้อึนอูเสียสมาธิไปเรื่อยๆ เขายังคงพยายามเพ่งมองไปยังนักศึกษาผู้ชายที่เดินผ่าน แต่อึนอูได้จินตนาการไปแล้วว่าบินจะมีปฏิกิริยาอย่างไรถ้าอึนอูกลับไปบอกเขาว่าเจอผู้เชี่ยวชาญคนนั้นแล้ว บินจะต้องประทับใจมากแน่นอน เขาคงจะโอบกอดขอบคุณอึนอูซึ่งอึนอูไม่ว่าอะไรเลยถ้าเขาทำแบบนั้นจริงๆ

 

          หลังจากที่ไม่กี่นาทีผ่านไปอย่างไร้ประโยชน์ในการหาโต๊ะว่าง อึนอูยอมแพ้แล้วออกไปนั่งม้านั่งที่ด้านนอกโรงอาหารแทน เขามีแค่คิมบับชิ้นเล็กเท่านั้นสำหรับมื้อเที่ยง แล้วเริ่มลงมือกินด้วยความเบื่อหน่าย อึนอูไม่ชินกับการอยู่คนเดียว ไม่ชินตั้งแต่มีบินเข้ามาในชีวิต ถึงแม้จะอยู่ในร่างแมว แต่บินก็สามารถนั่งอยู่กับเขาได้เสมอ

 

          อึนอูเกือบจะยอมแพ้แล้วเดินลุกไป แต่ก็ชะงักเมื่อเห็นสายตาคู่หนึ่งจับจ้องมาที่เขา

 

          ตรงนั้นไง ไม่กี่ฟุตห่างออกไป และกำลังนั่งลงอย่างอดทนอดกลั้น มันคือแมวนั่นเอง แมวที่มีขนสีเทาเงิน มีขนสีขาวแซมอยู่บ้าง ตัวเล็กดูนุ่มนิ่ม และมีตาคมเฉียบสีทองกำลังมองมาที่อึนอู

 

          อึนอูยิ้มเอ็นดูนึกถึงครั้งแรกที่เขาเจอกับบิน เขาดึงกระดาษหนึ่งแผ่นออกมาจากกระเป๋า วางคิมบับชิ้นเล็กๆ ลง แล้วตั้งไว้ที่ข้างขาเก้าอี้ของม้านั่ง ไม่ถึงนาทีต่อจากนั้นเจ้าแมวขนเทาก็เริ่มจัดการกับอาหาร

 

          “อันนี้คือเล่ห์เหลี่ยมของแมวธรรมดาใช่มั้ยเนี่ย?” อึนอูตรึกตรองแต่เหมือนจะคิดดังไปหน่อย “ฉันคิดว่าตอนนั้นบินหลอกฉันซะอีก”

 

          อึนอูเอื้อมมือออกไปเพื่อจะลูบหัวมัน แมวขนเทาเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้สบตากับอึนอู อึนอูรีบชักมือกลับทันที “ขอโทษนะ นายคงไม่ชอบให้คนมาจับนายเท่าไหร่ล่ะสิ”

 

          เมื่อเจ้าแมวดูพึงพอใจและไม่ได้ดูอันตรายที่จะเข้าไปเล่นกับมัน มันจึงก้มลงไปกินคิมบับต่อ อึนอูยังคงมองแล้วรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด บินน่ะกินเยอะ ไม่ว่าจะอยู่ในร่างมนุษย์หรือร่างแมวก็ตาม แถมเป็นแมวที่ดูฉลาดกว่ามนุษย์เสียอีก หรือแมวตัวนี้อาจจะเป็นแมวธรรมดาที่ดูมีไหวพริบเฉยๆล่ะมั้ง? ถ้าเกิดเจ้าตัวเล็กตัวนี้เป็นแบบนั้นจริงๆ ก็ดูเหมือนที่จริงแล้วแมวทุกตัวก็คงฉลาดมากๆ อยู่แล้ว

 

          อึนอูลุกขึ้นนั่ง หรือที่จริงแล้วแมวตัวเล็กตัวนี้อาจจะไม่ใช่แมวตัวเล็กธรรมดาทั่วไป

 

          อึนอูลอบมองมันอย่างระมัดระวัง แต่ดูเหมือนมันจะจดจ่ออยู่กับอาหารอย่างเดียว เจ้าแมวตัวนี้ดูฉลากมากไปที่จะเป็นแมวธรรมดา มันทำให้อึนอูรู้สึกว่ามันเหมือนบินมากๆ เหมือนอย่างการที่เขาทำตัวต่อหน้าเพื่อนๆ ของอึนอูด้วยเกือบจะข้ามเส้นระดับไหวพริบแมวไปหน่อย จริงๆ ก็ไม่หน่อยหรอก

 

          เหมือนเป็นผู้กลายร่างปลอมตัวมาเลย

 

          เขาลังเล แล้วจึงลุยออกไป “เฮ้ เอ่อ หวัดดี” อึนอูพูดด้วยน้ำเสียงแปลกประหลาด เขากลืนน้ำลายเหนียวลงในคอก่อนจะพูดต่อ “คุณคุณคงไม่ใช่ผู้กลายร่างได้หรอกใช่มั้ย?

 

          เจ้าแมวไม่มีการตอบสนองใดๆ ทั้งสิ้น แถมยังก้มหน้าก้มตากินต่อไป อึนอูจึงลองอีกครั้ง

 

          “ก็แค่ ผมมีเพื่อนที่กลายร่างได้ครับ ผมไม่รู้ว่าคุณรู้จักเขามั้ย? เขาชื่อว่าบิน”

 

          จ้าตัวเล็กยังคงนิ่งอยู่อย่างนั้น ในเวลานั้นอาหารของแมวตรงหน้าเขาเริ่มหายไปเกือบหมดแล้ว อึนอูรีบเพิ่มให้มันอีก “คุณไม่ต้องกลัวผม ไม่ต้องหลบซ่อนเรื่องนี้จากผมหรอกนะ” อึนอูพยายามพูดกันเอง มันเหมือนเขาไม่ได้คุยกับคนที่กลายร่างเป็นแมวได้หรือแมวปกติอยู่เลย “ผมไม่ตกใจหรอกนะ วันก่อนผมตื่นขึ้นมาในตอนเช้าแล้วแมวที่ผมเก็บมากลายร่างเป็นคน ไม่มีอะไรให้ผมต้องตกใจแล้วตอนนี้”

 

          เขาหวังว่าแมวขนเทาจะมีปฏิกิริยาอะไรบ้าง แต่ก็ยังว่างเปล่า อาหารเริ่มจะหมดลงไปทุกทีแล้ว แถมอึนอูไม่มีให้มันอีกแล้ว เป็นไปได้ว่าเดี๋ยวมันก็คงเดินออกไปเร็วๆ นี้ อึนอูรีบพูดขึ้นมาอย่างรวดเร็วต่อทันที อึนอูไม่รู้ว่าจะมีวิธีไหนแล้วที่จะทำให้มันอยู่ต่อ

 

          “ผมกำลังตามหาใครบางคนอยู่” เขาพูดด้วยความสิ้นหวัง “ผมไม่รู้ว่าเขาคือใครหรือหน้าตาแบบไหน แต่คุณคงรู้จักใช่มั้ยครับ? เขาน่าจะช่วยรักษาอาการการกลายร่างได้ บินได้ยินเรื่องของเขามาบ้างแต่ไม่ได้รู้อะไรมากเท่าไหร่ แต่เขาต้องการรักษาจริงๆ ผมก็ไม่รู้ด้วยว่าผมต้องพาเขาไปที่ไหน? ผมก็เลยอยากถามดูเผื่อคุณอาจจะรู้จัเฮ้!

 

          บทสนทนาของอึนอูแตกสลายไม่มีชิ้นดีเมื่อเจ้าแมวกินอาหารของมันเสร็จแล้วเดินสะบัดตูดจากไป อึนอูคว้ากระเป๋ามาสะพายแล้วเดินตามไป มีโอกาสที่แมวตัวนี้จะเป็นคนที่กลายร่างได้และเขาจะไม่ปล่อยมันไป มันอาจจะเป็นแมวตัวที่ผู้เชี่ยวชาญอุ้มไปมาก็ได้ เขาพยายามไม่ละสายตาจากแมวขนสีเทาเงินแต่มันเร็วเกินไป และเมื่อเข้าเอื้อมมือไปเปิดประตูของโรงอาหาร มันก็หายเข้าไปในดงของนักศึกษาซะแล้ว

 

          อึนอูอยากจะเตะอะไรซักอย่างเพื่อระบายอารมณ์ เขากำลังจะได้ข้อมูลของบุคคลลึกลับคนนั้นแล้วแต่เขากลับทำมันหลุดมือไป ถึงแม้เขาจะรู้ว่าแมวตัวเมื่อกี้อาจจะเป็นแค่แมวธรรมดาก็ตามแต่เขาก็คลางแคลงใจอยู่ดี มันดูเหมือนผู้กลายร่างเกือบทุกอย่างและหากเขาไม่ได้รู้จักผู้เชี่ยวชาญแต่เขาก็คงอาจจะให้ข้อมูลได้อยู่บ้าง และอึนอูทำหลุดมือไป เขาเริ่มคิดย้อนไปว่าตอนนั้นเขาควรจะอุ้มแมวตัวนั้นขึ้นมาแล้วโอบมันไว้

 

          เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นทำให้อึนอูเลิกคิดถึงความผิดพลาดของตัวเอง เขาดึงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วดูชื่อเจ้าของสาย มยองจุน เป็นสายที่ไม่คาดคิด มีเหตุผลอะไรนะที่มยองจุนจะโทรมาหาเขา ในเมื่ออีกไม่ถึงสองชั่วโมงข้างหน้าพวกเขาก็ต้องเจอกันอยู่แล้ว แต่เขาคิดว่ามันต้องมีอะไรบางอย่างที่สำคัญแน่ๆ

          อึนอูกดรับสาย “มยองจุนฮยอง หวัดดีครับ มีอะไรหรือเปล่า?





          มยองจุนดีใจมากที่ที่เขาอาศัยอยู่ติดกับอึนอู

 

          ก็ไม่ได้ติดกันถึงขนาดนั้น หมายถึงอาคารของเขาทั้งสองอยู่ถดจากกัน แต่มันก็ใกล้กันอยู่พอสมควร ดังนั้นมยองจุนจึงสามารถเดินไปหาอึนอูได้สบายๆ การพักอาศัยอยู่ใกล้กับอึนอูเปรียบเสมือนได้รับพรจากฟ้า โดยเฉพาะอย่างถ้าเป็นคนแบบมยองจุน

 

          คนแบบมยองจุนในที่นี้หมายถึงคนที่มีความสุขกับการทำอาหารเมื่อเอาราเมนสามรสชาติมาผสมปนเปเข้าด้วยกันแล้วกลายเป็นรสชาติใหม่ในแบบฉบับของเขาเอง คนที่คิดว่าเค้กหนึ่งชิ้นเป็นอาหารเช้าได้ตราบใดที่ใส่ผลไม้เข้าไปด้านบนด้วย (ผลไม้มันสำคัญนะ) คนที่สั่งห้ามไม่ให้มีผักโขมอยู่ในอพาร์ตเมนต์ของเขาเลยเพราะเขาเคยกินแล้วติดคอในขณะที่หัวเราะตอนกินมื้อเย็นและประกาศให้มันเป็นผักแห่งปีศาจ

 

          และอย่างที่คิดไว้ คนที่ชอบลืมสิ่งที่ต้องซื้อในร้านขายของชำประมาณครึ่งหนึ่งของลิสต์รวมไปถึงของสำคัญที่ตอนแรกตัวเองตั้งใจจะไปซื้อแท้ๆ สิ่งที่พูดถึงอยู่ตอนนี้คือ เกลือ

 

          มยองจุนปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าเขาไม่สามารถอยู่รอดบนโลกนี้ได้ถ้าไม่มีอึนอู และแน่นอนว่าจินอูด้วย ผู้ที่มีความรับผิดชอบสูงแต่ดันอาศัยอยู่ที่ที่ไกลเกินไปที่จะมาช่วยเหลือเขาได้ จินอูดุด่ามยองจุนไปหนึ่งพันล้านครั้งแล้วว่าเขาควรจะเขียนลิสต์สิ่งของที่ต้องซื้อก่อนที่จะไปร้านขายของแต่มยองจุนก็คิดว่ามันไม่จำเป็น เขาเป็นโปรในการช้อปปิ้งเสื้อผ้า มันจะต่างซักแค่ไหนกับการไปซื้อที่ร้านขายของชำล่ะ? ผลออกมาในความเป็นจริงคือมันต่างกันมาก มยองจุนสามารถจินตนาการถึงหน้าจินอูได้เลยว่าตอนที่เขาบอกว่าภารกิจที่ไปซื้อของที่ร้านมันพังไม่เป็นท่าและทำเสียงคร่ำครวญใส่ จินอูจะทำสีหน้าออกมาอย่างไร

 

          เขากำลังขึ้นลิฟต์ขึ้นไปยังอพาร์ตเมนต์ของอึนอู ก่อนหน้านี้มยองจุนได้วางถุงของที่เขาซื้อไปแล้วที่ห้องของเขา ในนั้นมีแม่พิมพ์คุกกี้ (มยองจุนอบขนมไม่เป็น แต่แม่พิมพ์รูปผึ้งน้อยมันน่ารักจนอดใจไม่ไหว) และชาสามรสชาติ (ในกรณีที่มยองจุนไม่ชอบรสน้ำผึ้ง เขาก็มีอีกรสชาติหนึ่งสำรองไว้ อีกอย่างคือแพ็กเกจของชาลาเวนเดอร์มันสวยดี) แต่เขาลืมเกลือไปได้ยังไง?

 

          อึนอูไม่อยู่ที่ห้องแต่มยองจุนมีกุญแจอยู่ อึนอูได้ให้มยองจุนเมื่อนานมากแล้ว เขาบอกให้เก็บไว้เผื่อมีเหตุฉุกเฉิน มยองจุนมั่นใจว่าการที่ชั้นวางในครัวของเขาไม่มีเกลือก็นับเป็นเหตุฉุกเฉินได้เหมือนกัน เขาจึงพาตัวเองมาที่นี่

 

          อพาร์ตเมนต์มันดูเงียบและดูว่างเปล่า มยองจุนคิดว่ามูนคงจะอยู่ในห้องนอนของอึนอูและตัดสินใจที่จะไม่ไปรบกวนมัน เจ้าแมวดูเป็นมิตรแล้วในตอนนี้แต่มยองจุนก็ไม่อยากทำให้มันตกใจอยู่ดี

 

          เขาทำการหยิบขวดโหลเกลือของอึนอูออกจากชั้นวาง (ผู้ชายคนนี้ได้เก็บขวดน้ำตาลที่แทบจะเหมือนกันไว้เพราะเหตุผลบางอย่าง) จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงบางอย่าง คงเป็นเสียงของแมว มยองจุนเลยเพิกเฉยไป แต่แล้วเขาก็ได้ยินเสียงอีกเสียงหนึ่ง ดังขึ้นและหนักหน่วงขึ้น มาจากห้องนอนของอึนอู

 

          ตอนนี้มยองจุนตั้งท่าเตรียมพร้อมต่อสู้ เสียงนั้นมันดังเกินไปที่แมวจะทำได้ มันเหมือนกับเป็นเสียงคนกำลังเคลื่อนอะไรบางอย่างที่มีน้ำหนักมาก

 

          อึนอูไม่ได้อยู่ที่นี่ นี่คือสิ่งที่มยองจุนมั่นใจและเขาก็ไม่ได้มีรูมเมทเช่นกัน ซานฮากับมินฮยอกคงจะอยู่ที่โรงเรียน และจินอูคงจะไม่มาแถวบริเวณนี้โดยไม่โทรหามยองจุน

 

          หมายความว่ามีคนงัดประตูเข้ามา

 

          มยองจุนมองไปรอบๆ เพื่อหาอะไรที่สามารถนำมาเป็นอาวุธได้ เขาเจอกระทะวางอยู่ข้างอ่างน้ำ (ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้มยองจุนประหลาดใจ ทำไมอึนอูถึงวางกระทะทิ้งไว้ข้างนอก?) หนุ่มเจ้าของร้านคาเฟ่หยิบมันขึ้นมาและยกขึ้นอย่างเบามือ แล้วค่อยๆ คลานไปยังห้องนอน

 

          เขาแค่ปลดล็อคประตูให้เสียงดังแกร๊ก มยองจุนลอบมองผ่านเข้าไปในห้อง เวลาผ่านไปครู่หนึ่งเขาไม่เห็นอะไรผิดไปจากปกติ แต่ทันใดนั้นมีใครบางคนเดินผ่านหน้าประตูไป

 

          มยองจุนหายใจเข้าลึกเต็มปอด มีคนแอบเข้ามาในห้องนี้จริงๆ ด้วย

 

          เขารีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วส่งข้อความหาจินอู เผื่อถ้ามยองจุนถูกฆาตกรรมโดยผู้ร้ายย่องเบาคนนี้ เขาไม่อยากให้จินอูสงสัยกับการหายตัวไปของเขา เขากำลังจะโทรหาตำรวจไม่ก็อึนอู แต่ตัดสินใจว่าไม่ดีกว่า เขารับมือสถานการณ์ตรงหน้าได้

 

          มยองจุนผลักประตูเปิดไปอย่างเชื่องช้า ตอนนี้หัวขโมยกำลังหันหลังให้ประตูและบ่นพึมพำกับตัวเองอยู่ เขาดูสุขสบาย เขาดูไม่ระมัดระวังตัวเองเลย ประหนึ่งว่าตัวเขาอาศัยอยู่ที่นี่ ผู้ชายคนนี้ย้ายเตียงของอึนอูด้วย! ช่างเป็นคนประหลาดอะไรแบบนี้

 

          เมื่อเขาเริ่มเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้มากขึ้น มยองจุนมองดูผู้บุกรุกอย่างละเอียด เขาสูง ร่างกำยำ แข็งแรง ดูกระฉับกระเฉง ผิดกับมยองจุนที่ตัวเล็กแถมตัวของเขายังดูนุ่มนิ่มเหมือนมาร์ชเมลโล่ เขาตัวสั่นเทาเต็มไปด้วยความไม่มั่นใจ เขาเริ่มเอาแขนที่มีกระทะอยู่ในมือลง แต่หลังจากนั้นเขายกขึ้นมาใหม่ เขาทำได้ มยองจุนหายใจเข้าอย่างเงียบๆ จากนั้นเขาฉวยโอกาสและยกกระทะของเขาขึ้น

 

          ก่อนที่เขาจะฟาดลงไป หัวขโมยก็ได้หันมาก่อนแล้ว มยองจุนลังเลไปเสี้ยววินาที จากนั้นจึงเหวี่ยงใหม่ แต่ชายหนุ่มคนนี้เร็วมาก เขายกแขนขึ้นมาป้องกันตัวเองก่อนแล้ว “โอ๊ย!” เขากรีดร้องเมื่อกระทะกระทบลงไปบนแขนของเขา “อะไรเนี่โอ๊ยย!

 

          มยองจุนฟาดลงไปอีกครั้ง แล้วได้ผลลัพธ์แบบเดิมเหมือนครั้งก่อนหน้า หัวขโมยรีบเคลื่อนตัวหนีก่อนที่มยองจุนจะตีเขาได้อีกครั้ง เขากำลังควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ “คุณมาตีผมทำไมเนี่ย?

 

          “เพราะนายบุกเข้ามาในห้องเพื่อนฉันไง!” มยองจุนตามเขาไป เขาจะไม่ปล่อยผู้ชายคนนี้หนีไปเด็ดขาด

 

          “ผมไม่ได้โอ๊ย!

 

          ผู้บุกรุกไม่ได้เคลื่อนที่เร็วพอในเวลานั้นและยังคงโดนมยองจุนตีอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า “เหอะ! นายสมควรโดนแล้ว” มยองจุนกล่าวขึ้นอย่างผู้ชนะ “จะยอมหรืออยากให้ตีแรงกว่านี้อีกล่ะ”

 

          “โอเค โอเค ผมยอมแล้ว” ผู้ชายคนนี้พูดขึ้นอย่างรวดเร็ว “คุณจะหยุดตีผมได้หรือยัง?

 

          “ล้อเล่นป้ะเนี่ย? นายบุกเข้ามาในห้องเพื่อนฉันนะ ฉันไม่ปล่อยนายไปง่ายๆ หรอก”

 

          เขาโจมตีอีกครั้ง แต่หนนี้ชายหนุ่มได้เตรียมพร้อมแล้ว เขาหลบหลีกอย่างง่ายดายราวกับน้ำไหลไปตามสายน้ำ เมื่อครั้งหนึ่งที่หัวขโมยคนนี้หันกลับไป มยองจุนก็ได้เข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น กระทะที่เขาถืออยู่ได้หลุดไปจากมือของเขาแล้ว

 

          “โอเค ไม่มีการตีอีกแล้วนะครับ” เขาพูดอย่างหนักแน่น “โอเค้?

 

          ในตอนนี้มยองจุนไม่มีอาวุธและไม่มีทางสู้ไอหัวขโมยที่อยู่ข้างหน้าเขาได้ เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพยักหน้าเงียบๆ เขาหวังว่าในตอนนั้นเขาน่าจะโทรหาจินอูแทนที่จะส่งข้อความ

 

          “ดีมากครับ” เขาหายใจเข้าลึกก่อนจะพูดต่อ “โอเค ผมไม่ได้งัดประตูเข้ามา คุณโทรหาอึนอูแล้วถามเขาได้เลย”

 

          เขารู้จักชื่ออึนอู แต่นั่นไม่ได้พิสูจน์อะไรได้เลย ผู้ชายคนนี้คงจะรื้อของของอึนอูและเห็นชื่อเขาแล้ว หรืออาจจะทำการค้นหาชื่อของเป้าหมายก่อนจะมาขโมย “แล้วถ้างั้นนายเป็นใครล่ะ?” มยองจุนถามด้วยความสงสัย

 

          “ผม.. ผมเป็นเพื่อนอึนอูครับ” คนแปลกหน้าตอบ “ถ้าคุณโทรหาเขา เขาคงจะบอกคุณแหละ แค่บอกไปว่าตอนนี้คุณอยู่กับบิน”

 

          มยองจุนมองหน้าหัวขโมยที่ชื่อบิน  เขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เขาพิจารณาว่าควรโทรหาจินอูหรือตำรวจดี แต่บินกำลังดูเขาอยู่ ดังนั้นเขาเลยเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์ลงแล้วกดที่ชื่อของอึนอูแทน

 

          ปลายสายถูกรับเมื่อเสียงกริ่งดังครั้งที่สอง “มยองจุนฮยอง หวัดดีครับ มีอะไรหรือเปล่า?

 

          “อึนอู” มยองจุนพูดทั้งที่ยังสบตาบินอยู่ “ฉันอยู่ที่อพาร์ตเมนต์ของนาย”

 

          เสียงเงียบไปครู่หนึ่ง “จริงหรอ?

 

          “จริง แล้วก็มีคนอยู่ที่นี่ด้วย”

 

          ปลายสายเงียบไปนาน มยองจุนรออยู่ซักพัก จากนั้นลองเสี่ยงเรียกอีกครั้ง “อึนอู?

 

          “โอ้ ฮยอง ครับ” เสียงของเขาดูสั่นเครือเล็กน้อย “ใช่ นั้น.. เพื่อนผมเองครับ”

 

          “งั้นนายมานี่หน่อยได้มั้ย ให้แน่ใจว่าเขาเป็นเพื่อนของนายจริงๆ? เผื่อไว้น่ะ”

 

          “ได้แน่นอนครับฮยอง” อึนอูขานรับทันที “เดี๋ยวผมไป บอกเขาหน่อยว่าผมกำลังไปแล้วตอนนี้”

 

          อึนอูตัดสายไปก่อนที่มยองจุนจะพูดคำสุดท้าย 


          “เขากำลังมาแล้ว” มยองจุนหันไปพูดกับบิน

 

          บินพยักหน้า สีหน้าของเขาดูรู้สึกผิด แต่ไม่ใช่ความผิดเพราะ ผม-งัด-เข้า-ไป-ใน-บ้าน-ของ-เขา แต่เป็นความผิดเพราะ เขา-กำ-ลัง-ลำบาก-เพราะ-ผม มยองจุนมองเขาอย่างระมัดระวัง บินวางกระทะเข้าไปในตู้ลิ้นชักแต่มยองจุนยังไม่ไว้ใจ เขายกแขนขึ้นมาเตรียมสู้อีก

 

          บินไม่ได้ดูกังวลกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเลย ทันใดนั้นเขาถามขึ้น “หน้าผมเหมือนโจรหรอ?

 

          มยองจุนกำลังคิดคำตอบ แต่เขาไม่รู้จักหรือเชื่อใจผู้ชายคนนี้ และเขาจะไม่เป็นมิตรกับผู้ชายคนนี้จนกว่าจะมั่นใจว่าเขาไม่ใช่ขโมย ชัดเจนว่าบินดูไม่ได้สนใจคำตอบเพราะเขาพูดขึ้นต่อ “คนชอบคิดว่าผมเป็นขโมยตลอดเลย หน้าผมมันร้องออกมาหรอว่าแบบ ผมจะขโมยของคุณให้หมดบ้านเลยหน้าผมมันบอกแบบนี้หรอ?

 

          “ใช่” มยองจุนตอบ

 

          มื่อกี้เขาแค่ตอบออกไปอัตโนมัติ แต่มันเรียกสีหน้าบูดและเจ็บปวดจากบินได้ ความจริงก็ไม่ได้ขนาดหน้าบึ้งหรอก คงจะเป็นการทำปากเบะยื่นริมฝีปากล่างออกมามากกว่า และมยองจุนก็ยอมรับเขาก็ดูน่ารักดี

 

          เมื่อมยองจุนตรวจดูทุกส่วนประกอบบนใบหน้าของบินแล้ว เขาเป็นคนหล่อด้วยหน้าตาที่เหมือนแมว ตาคมกริบ และมีปากบางแต่ได้รูปสวย บวกกับความสูง ร่างกายที่มีมัดกล้ามเนื้อ และผมนุ่มสีมืดที่ปรกลงมาที่หน้าผาก ทำให้เขายิ่งน่ามองมากขึ้นไปอีก

 

          มยองจุนค่อนข้างประหลาดใจที่ไม่เคยเห็นเขาคนนี้มาก่อน เขารู้จักเพื่อนของอึนอูทุกคน ถึงไม่รู้จักหน้าแต่อย่างน้อยก็ได้ยินชื่อมาบ้าง แต่เขาไม่เคยได้ยินเพื่อนอึนอูที่ชื่อบินมาก่อนเลย แล้วเขาก็มีกุญแจของอพาร์ตเมนต์อึนอูหรอ? ยิ่งมยองจุนคิดมากเท่าไหร่ ความสงสัยเริ่มมีมากขึ้นเท่านั้น เขาคงจะต้องรอจนกว่าอึนอูจะมานั่นแหละ

 

          ในเวลาไม่นานมาก ไม่กี่นาทีต่อมา มยองจุนได้ยินเสียงประตูหน้าเปิดขึ้น เขาจึงเดินออกมาจากห้องนอน แต่เขาไม่หันหลังให้บินเลยสักนิด อึนอูเดินเข้ามาในห้อง เขาไม่ได้หายใจหอบหรืออะไรทั้งสิ้น แต่สีหน้าที่แดงของอึนอูบอกมยองจุนได้ว่าเขาวิ่งมาที่นี่

 

          อึนอูดูสับสนวุ่นวายและกังวล ที่มากกว่าทุกสิ่งเลยคือสีหน้าของเขาดูขอโทษขอโพย “มยองจุนฮยอง ขอโทษที่ทำให้กังวลนะครับ” เขาพูดพร้อมกับทิ้งกระเป๋าลงบนพื้น “เขาเป็นเพื่อนผมเอง เขาไม่ได้เป็นขโมย”

 

          “ทำไมนายต้องขอโทษเขาด้วย? ฉันเป็นคนที่ถูกเขาเอากระทะฟาดนะ!” บินพึ่งเดินออกมาจากห้องนอนของอึนอูพร้อมกับสีหน้าบูดบึ้ง

 

          “ก็ฉันคิดว่าเขาเป็นโจรนี่นา” มยองจุนรีบพูดค้าน เมื่ออึนอูทำหน้าเหมือนมีคำถามใส่เขา “อะไร? แล้วจะให้ฉันคิดว่ายังไงล่ะ? ฉันไม่รู้จักเขาแล้วเขาก็อยู่ในห้องของนาย..”

 

          “งั้นพี่ก็ไม่ต้องกลัวแล้ว บินเป็นเพื่อนผมคนนึงครับ” อึนอูเดินไปหาเขา “ยังไงขอบคุณที่พยายามดูของให้ผมนะ”

 

          “เขาเอากระทะฟาดฉันนะ!” บินพูดด้วยความโกรธเคือง “ทำไมนายต้องขอบคุณเขาด้วย?

 

          “ก็เขาคิดว่านายเป็นโจรไงบิน” อึนอูพยายามพูดด้วยความใจเย็น “ที่จริงเขาก็กล้านะที่ไปเผชิญหน้ากับนายแบบนั้นอ่ะ เพราะนายก็ตัวใหญ่กว่าเขาเยอะอยู่”

 

          “เขาไม่ได้แค่เผชิญหน้าฉันน่ะสิ เขาพยายามตีให้ฉันสลบเลย!” ชัดเจนเลยว่าบินไม่ได้คาดหวังว่าอึนอูจะมีปฏิกิริยาแบบนี้กับเขา

 

          “แล้วเขามาทำอะไรที่อพาร์ตเมนต์ของนายหรอ?” มยองจุนถาม สัมผัสที่หกของเขาเริ่มทำงานแล้ว มันกำลังบอกเขาว่ามีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น

 

          “ผมให้เขามาช่วยย้ายเฟอร์นิเจอร์ให้หน่อยอ่ะ เขาไม่มีเรียนวันจันทร์เช้าก็เลยว่าง”

 

          “ผมเสนอตัวเองแหละ” บินรีบพูดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “อึนอูเลยให้ผมยืมกุญแจเข้ามา”

 

          มยองจุนหรี่ตาลง มันก็เข้าใจได้แหละ แต่ตอนนี้เขาสัมผัสได้เลยจริงๆ ว่ามันอะไรต้องมีอะไรมากกว่านันแน่ๆ

 

          แต่ ณ ตอนนั้น เขาไม่มีวิธีที่จะหาว่ามันคืออะไร และอึนอูก็ยืนยันแล้วด้วยว่าบินไม่ได้อันตรายอะไรก็ไม่มีอะไรที่เขาต้องกังวล “งั้นก็โอเค ขอโทษที่รบกวนนะอึนอู”

 

          “ไม่เป็นไรเลยครับฮยอง” อึนอูตอบพร้อมกับยิ้มที่งดงามเปล่งประกายชักชวนให้ใจเต้นแรงเมื่อได้เห็น “เอาจริงๆ แล้ว ผมค่อนข้างซึ้งใจเลยแหละ”

 

          “ฉันเป็นเกราะป้องกันความชั่วร้ายให้นายไง” มยองจุนพูดพร้อมกับยิ้มกว้าง เขาสูดหายใจเข้าก่อนจะพูดประโยคต่อมา “นายจะติดรถกับฉันไปที่ร้านมั้ย?

 

          “มันยังเร็วไปอ่ะฮยอง เดี๋ยวผมค่อยตามไปละกันนะ ฮยองไปก่อนเลย”

 

          มยองจุนระมัดระวังบินที่ตอนนี้เหมือนอึนอูกำลังดึงดูดให้เขาเดินไปหาช้าๆ จากนั้นมยองจุนจึงพยักหน้า พวกเขามีอะไรต้องคุยกันแหงๆ เช่นบินคงเล่าว่ามยองจุนพยายามจะตีเขาด้วยเครื่องครัวยังไงอะไรประมาณนั้น

 

          “โอเค ไว้เจอกัน” มยองจุนเดินไปยังประตูก่อนจะหยุดแล้วหันมาหาที่ที่อึนอูยืนอยู่ แล้วเอียงหัวไปมองบิน “ขอโทษที่ตีนายกับกระทะนะ”

 

          บินโกรธเคือง แต่หลังจากนั้นเขาก็ยิ้มแล้วยักไหล่ให้มยองจุนไป มยองจุนรู้สึกพึงพอใจกับการกระทำนั้น เขากล่าวลาอึนอูแล้วเดินออกไปทั้งที่ยังยิ้มกับตัวเอง นั่นมันน่าสนใจดีแฮะ

 

          เขากำลังลงไปชั้นล่างด้วยลิฟต์ ในเวลาเดียวกันเขาได้รับสายจากจินอู มยองจุนหัวเราะออกมาเสียงดัง เขามั่นใจมากว่าเขาจะได้ยินคำพูดอะไรจากปลายสายนั้น แล้วจึงกดรับสาย “ฮัลโหล?

 

          “ฮยองโอเคมั้ย?” จินอูพูดด้วยถ้อยคำกระชับและจริงจัง เสียงของเขาดูกังวลแต่ปนไปด้วยความโกรธหน่อยๆ

 

          มยองจุนอดที่จะหัวเราะไม่ได้อีกครั้ง “ฉันโอเคดี เขาไม่ใช่โจร เขาเป็นเพื่อนอึนอูน่ะ”

 

          “แสดงว่าฮยองโอเคใช่มั้ย?” จินอูถามย้ำให้แน่ใจอีกครั้ง

 

          “ฉันไม่เป็นไร แต่แค่สงสัยน่ะ.. ฉันไม่เคยเจอเพื่อนคนนี้ของอึนอูมาก่อนเลย”

 

          “โอ้ เขาเป็นไงอ่ะ?

 

          “ก็น่าสนใจดี” มยองจุนตอบ ระหว่างที่เดินกลับไปยังอพาร์ตเมนต์ของตัวเอง เขาก็ได้เล่าเรื่องทุกอย่างเกี่ยวกับบินให้จินอูฟัง รวมถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่อพาร์ตเมนต์ของอึนอูด้วย โดยไม่มีขาดตกรายละเอียดซักนิดเดียวว่าตัวเองกล้าหาญแค่ไหนที่ใช้กระทะจัดการอย่างง่ายดาย เพราะเขาคือจินอูไง เขาจะต้องชื่นชมมากแน่ๆ ที่มยองจุนทำแบบนี้ ซึ่งทำให้เขารู้สึกเหมือนว่ามันอาจจะเป็นเหตุการณ์แปลกๆ เหตุการณ์หนึ่งในชีวิตเขา ที่ทำให้ดูน่านับถือและจดจำ

 

          ถึงตอนนี้มยองจุนได้กลับไปที่อพาร์ตเมนต์ของเขาแล้ว ว่าแต่... เขาได้เกลือมาหรือยังนะ?




—————————————

พี่มยองจุนต้องเป็นเจ้าหญิงดิสนีย์ปลอมตัวมาแน่ๆ (อย่าตบเรานะ55555)

คอมเมนท์ติชมได้เลยนะคะ หรือสามารถเล่นแฮชแท็กนี้ในทวิตเตอร์ได้เล้ยย (ขออนุญาตเปลี่ยนแท็กภาษาไทยหน่อยนะคะ แหะ)

#StrayRomance #รักไม่จรจัดบีนู ❤️





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

46 ความคิดเห็น

  1. #9 Moon🌜 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 22:33
    มยองจุนคนกล้าหาร เอากระทะตีบินได้ไง บินไม่ใช่โจรนะ แง่งงง
    #9
    0