[End] Stray Romance รักไม่จรจัด (binu)

ตอนที่ 7 : Chapter 7 : Urgent Outfit

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 264
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    10 พ.ค. 62

Chapter 7 : Urgent Outfit
By Alette

          ในตอนนี้อึนอูรู้สึกกังวล

 

          เขาตั้งใจจะตะโกนใส่บินเมื่อพวกเขากลับมาถึงอพาร์ตเมนต์แล้ว เขาคิดว่าทำแบบนี้แหละถึงจะยุติธรรม เห็นได้ชัดเจนเลยว่าอึนอูไม่ต้องการพูดเกี่ยวกับเรื่องของโรอุนต่อหน้าบิน แล้วทำไมบินต้องกระโดดขึ้นไปบนโต๊ะแล้วขู่ใส่เขาแบบนั้นด้วยล่ะ? อึนอูตัดสินใจแล้วว่าพอพวกเขาถึงที่พักแล้วบินกลายร่างกลับเป็นคนแล้ว อึนอูจะต้องทำการเลคเชอร์บทเรียนสำหรับบินแล้วล่ะว่าชีวิตใครชีวิตมัน บินไม่มีสิทธิที่จะมาอยากรู้เรื่องอื่นๆในชีวิตเขาที่เขาอยากให้เฉพาะเพื่อนสนิทของเขารับรู้เท่านั้น อึนอูเตรียมบทเทศน์บินไว้หมดแล้ว ทั้งบทนั้นเต็มไปด้วยความโกรธอย่างชอบธรรม

 

          แต่พอถึงเวลาจริงๆ เมื่อกลับถึงอพาร์ตเมนต์ อึนอูกลับไม่รู้สึกโกรธอีกแล้ว แต่เขากลับกังวลขึ้นมาแทน

 

          เขาไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น มีเหตุผลบางอย่างที่มีผลต่อใจอึนอูมาก บินจะคิดยังไงที่อึนอูชอบผู้ชาย ไม่ใช่เขาคิดว่าบินหัวดื้อหรอกอึนอูชอบคิดว่าเขารู้จักบินดีกว่านั้นแต่เขารู้ตัวว่าตัวเองกังวลแค่ไหนว่าบินจะพูดกับเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่าอะไร เขาจะถามอึนอูแบบรุกล้ำเกินไปหรือเปล่า? หรือเขาจะถามในเชิงติดตลกแทน? อึนอูหวังว่าจะไม่เป็นแบบนั้นนะ..

 

          แล้วจริงๆแล้วอึนอูคาดหวังอะไรอยู่?

 

          อึนอูก็ไม่รู้ ในตอนนี้เขารู้แค่เขารู้สึกประหม่า

 

          อยู่ดีๆก็มีอะไรบางอย่างผุดขึ้นมาอย่างไม่ถูกเวลา สองอาทิตย์ผ่านมาแล้วที่อึนอูได้พาแมวตัวหนึ่งกลับมาที่อพาร์ตเมนต์และความรู้สึกที่ว่าบินบุกรุกห้องของเขาในตอนแรกได้หายหมดไป เขาไม่เคยทำตัวแปลกๆตั้งแต่แรกแล้ว แถมเขายังพยายามช่วยเหลืออึนอูกับเรื่องๆเล็กในห้องพัก อย่างการคลี่ผ้าห่ม หรือเปิดหน้าต่าง เขาคอยอาสาช่วยงานบ้านอึนอูเสมอทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้ถนัด เพียงไม่กี่วันผ่านไปที่บินไม่ยอมพับเสื้อที่ตัวเองใส่อีกแล้วเพราะเขารู้ว่าอึนอูชอบทำให้เขามากกว่า และที่แย่ที่สุดเลยคือเขาคิดถูก อึนอูไม่เคยว่าอะไรและยอมทำให้เขาอย่างเต็มใจ อึนอูชอบให้บินทำตัวว่างๆ เพื่ออยู่กับเขามากกว่า อีกอย่างแค่บินก็ไม่ได้พับเสื้อผ้าเพื่อช่วยชีวิตเขาเสียหน่อย

 

          และจากนั้นมันจะต้องเกิดขึ้น

 

          เขาควรจะปิดปากเขาไว้ให้สนิทจะดีกว่า อึนอูคิดแบบนั้นกับตัวเองตลอดทางกลับอพาร์ตเมนต์ ถูกแล้วที่เขาไม่ควรพูดถึงโรอุนขึ้นมา แต่ทำไมมันออกมาเป็นแบบนี้ล่ะ?

 

          พวกเขากินข้าวเย็นด้วยกัน บินยังคงพูดคุยเจ้าะแจ้ะเหมือนเดิมเหมือนทุกๆวัน แต่แค่ไม่พูดถึงเรื่องแฟนเก่าหรือรสนิยมความชอบของอึนอูขึ้นมา แน่นอนว่าอึนอูก็ไม่ได้พูดเรื่องพวกนั้นขึ้นมาเช่นกัน แต่คำพูดต่างๆที่เขากังวลมันแทบจะพร้อมระเบิดออกมาจากอกทุกเมื่อ หลักจากทานข้าวเสร็จพวกเขานั่งดูละครด้วยกัน แล้วบินถึงไปเข้านอนท่าทางสบายใจผิดกับอึนอูที่ตอนนี้ความรู้สึกตึงเครียดกำลังทำให้เขาหายใจไม่ออก

 

          เช้าวันถัดมาเป็นอย่างเช่นเคย บินยังคงดูสบายๆ และสงบเสงี่ยมเหมือนทุกวัน แต่อึนอูรับสิ่งที่ตัวเองอึดอัดไม่ได้อีกแล้ว เขาแทบจะไม่ได้นอนเลยเมื่อคืนก่อนหน้าและเขาก็ไม่ต้องการให้ความวิตกกังวลจุกอยู่ในอกของเขาอีกต่อไปแล้ว เมื่อถึงเวลาที่เขาสองคนเผชิญหน้ากันเพื่อลงมือทานอาหารเช้าซีเรียล อึนอูกลืนน้ำลายลงคอแล้วตัดสินใจพูดออกไป “บิน?”

 

          “ว่าไงอึนอู?

 

          ครึ่งของปากบินเต็มไปด้วยอาหาร เขาไม่ควรจะดูน่ารักน่าเอ็นดูตอนนี้แต่เขาเป็นแบบนั้นจริงๆ มันทำให้อึนอูกังวลมากขึ้นกว่าเดิมอีก อึนอูกลืนอาหาร เลียริมฝีปากล่าง แล้วถามออกมาช้าๆ “นายมีอะไรอยากพูดกับฉันหรือเปล่า?

 

          “ห้ะ? นายหมายความว่าไงอ่ะ?

 

          “นายมีอะไรอยากถามฉันมั้ย?” อึนอูยังคงเลี่ยงไม่ถามไปตรงๆ แต่เพราะเขาไม่อยากให้บทสนทนามันยืดเยื้อไปมากกว่านี้อีกแล้ว เขาจึงพูดขึ้นต่อ “เรื่อง..ที่พวกเพื่อนๆกับฉันคุยกันที่คาเฟ่เมื่อวานอ่ะ”

 

          “โอ้ อันนั้นนี่เอง” เขาหยุดไปอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงยักไหล่ “ก็ไม่อยากเท่าไหร่”

 

          อึนอูกระพริบตาด้วยความประหลาดใจ “นายแน่ใจนะ?

 

          “ที่จริงแล้วฉันเปลี่ยนใจอ่ะ ฉันมีคำถามแล้ว ทำไมก่อนหน้านี้นายถึงไม่บอกฉัน?

 

          คำถามที่ไม่คาดคิดเริ่มทำให้อึนอูหนักใจซะแล้ว “ก็มันไม่ใช่เรื่องที่จะไปเล่าให้กับใครที่พึ่งเจอกันนี่ ไม่งั้นฉันควรจะเริ่มบทสนทนายังไงล่ะ? ‘ฉันชื่อชา อึนอูและฉันชอบผู้ชายงี้หรอ? อีกอย่างมันไม่ได้เกี่ยวกับนายซักหน่อย”

 

          “มันเกี่ยวอยู่แล้วสิ ฉันเป็นผู้ชายไง!

 

          “แล้วมันทำให้นายอึดอัดหรือเปล่า?

 

          “ไม่อึดอัดซักหน่อย ไม่แน่นอน” บินรีบพูดขึ้นทันทีก่อนที่อึนอูอาจจะรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมา “ฉันไม่เคยอึดอัดกับเรื่องแบบนั้น หรือเรื่องของนายเลย” บินพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและดูจริงใจ

 

          “แล้วทำไมมันถึงเกี่ยวกับนายล่ะ?” อึนอูสับสน

 

          บินบ่นอู้อี้พึมพำอะไรสักอย่างก่อนจะก้มหัวลงไปกินมื้อเช้าตรงหน้าต่อ อึนอูจึงเริ่มกินข้าวของเขาต่อเช่นกัน เขารู้สึกดีขึ้นมากกว่าก่อนหน้าแต่ก็ผิดหวังแปลกๆในเวลาเดียวกัน เขาไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองกำลังคาดหวังอะไรอยู่

 

          บินพูดขึ้นอีกครั้งหลังจากที่พวกเขากินข้าวเช้าเสร็จในขณะที่กำลังล้างถ้วย “เดี๋ยวตอนบ่ายนี้พวกเราอยู่ชุงแดต่อใช่มั้ย?” วันนี้เป็นวันศุกร์ อึนอูจึงไม่ต้องไปทำงานที่ Sunshine คาเฟ่

 

          “ใช่ จนเย็นนู่นเลย” อึนอูตอบ เขารู้สึกไม่สบายใจก่อนหน้านั้นที่บทสนทนาบนโต๊ะกินข้าวเงียบไปดื้อๆ แบบนั้น แต่ตอนนี้เขารู้สึกดีขึ้นมาหน่อยที่ได้คุยกัน “ฉันมั่นใจว่าเราจะหาเขาเจอเร็วๆนี้แหละ”

 

          บินละออกมาจากอ่างน้ำแล้วมาเช็ดมือที่ผ้าเช็ดตัว “นายนั่งอยู่คนเดียวแบบนั้นตลอดได้ใช่มั้ย?” เขาทำหน้าบึ้ง

 

          “ฉันอยู่ได้อยู่แล้ว” อึนอูพูดพร้อมกับใบหน้าเปื้อนยิ้ม

 

          เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา อึนอูคิดว่าพวกเขาคงจะไม่เจอผู้เชี่ยวชาญการกลายร่างหรอกถ้าเดินตามหาไปทั่วเพียงอย่างเดียว และเขาตัดสินใจว่าควรเปลี่ยนวิธี แทนที่จะมองหาบุคคลปริศนานี้ พวกเขาจะนั่งรอให้เขามาหาแทน หลังจากเรียนเสร็จ อึนอูนั่งลงบนม้านั่งตรงบริเวณพื้นที่ที่มีคนพลุกพล่านที่สุดในมหาวิทยาลัย บินในร่างแมวก็ค่อยนอนม้วนตัวอยู่บนตักของเขา อึนอูหวังว่าจะมีข่าวลือแพร่ออกไปบ้างว่ามีผู้ชายอีกคนหนึ่งที่อุ้มแมวไปมาในมหาวิทยาลัยเหมือนกันแล้วเดี๋ยวท่านผู้เชี่ยวชาญที่ยากจะหาเจอจะมาหาเขาเอง ถ้าวิธีนี้ไม่ได้ผล อึนอูก็ยังสามารถใช้ที่นั่งดีๆนี้มองหาเขาได้อีกเช่นกัน ไม่มีผลเสียใดๆเกิดขึ้นอยู่แล้ว

 

          เว้นแต่ว่าอึนอูจะต้องนั่งอยู่ตรงนี้เป็นชั่วโมงกับบินแค่ตัวเดียวที่อยู่เป็นเพื่อนเขา แน่นอนว่าบินพยายามแล้ว พยายามแล้วจริงๆ แต่มันน่าเบื่อที่คู่สนทนาของคุณตอบอะไรไม่ได้นอกจากร้องเมี๊ยวใส่เท่านั้น

 

          “นายควรมีเพื่อนมานั่งกับนายซักคนอ่ะ” บินพูด “ซานฮา หรือใครก็ได้”

 

          “ซานฮายังอยู่ม.ปลายอยู่เลยนะ” อึนอูหัวเราะ “ฉันไม่โทรหาเขาให้เขามาที่ชุงแดเพื่อมานั่งเล่นกับฉันหรอก” อึนอูดูสีหน้าบินก่อนซักพัก ก่อนจะแกล้งพูดอะไรไม่เข้าหูบินออกมา “ฉันว่าจินอูฮยองน่าจะมานั่งได้”

 

          “อะไรนะ? ทำไมต้องเป็นเขาด้วยอ่ะ?” บินประหลาดใจจากนั้นเขาจึงหรี่ตาลง “ไม่ใช่ว่าเขาคนนั้นมีอย่างอื่นต้องทำหรอ?

 

          “เขาอยู่ชุงแดอยู่แล้ว และเขาก็เป็นเพื่อนสนิทฉัน ฉันเชื่อว่าจินอูฮยองมาแน่ถ้าฉันถามเขา” อึนอูตีหน้าซื่อ

 

          “งั้นก็ไม่ต้อง” บินพูดขึ้นมาทันที “นายมีฉันแล้ว นายไม่จำเป็นต้องไปหาคนอื่นอีก”

 

          “โอเค ถ้านายยืนยันแบบนั้น” อึนอูพูด พยายามกลั้นยิ้ม “งั้นไปเตรียมตัวเข้ากระเป๋าเร็ว”

 

          บินพยักหน้าด้วยความพอใจ แม้ตอนที่อึนอูออกไปหยิบสมุดเล่มสุดท้ายเข้ากระเป๋าเขาก็ยังคงยิ้มอยู่ ความจริงอึนอูก็ไม่ได้อยากให้ใครมาอยู่กับเขาอยู่แล้วเพราะนั่งคนเดียวมันดึงความสนใจได้มากกว่า แต่เขาอดที่จะแกล้งบินไม่ได้

 

          เมื่ออึนอูกลับไปยังห้องนั่งเล่น เขาเห็นเจ้าแมวนั่งรอกระโดดเข้ากระเป๋าอยู่แล้ว อึนอูยิ้มให้บินไป เขาสาบานว่าเขาเห็นอะไรบางอย่างคล้ายกับรอยยิ้มออกมาจากหน้าแมวๆนั่นด้วยก่อนที่มันจะหายเข้าไปอยู่ในกระเป๋า อึนอูยังคงยิ้มกับตัวเองอยู่ขณะที่กำลังวางสมุดลงในกระเป๋าอย่างระมัดระวัง แล้วจึงรูดซิปปิดแค่ครึ่งเดียว ทำไมเมื่อก่อนเขาต้องกังวลขนาดนั้นด้วยนะ?


          อึนอูเดินอย่างกระฉับกระเฉงไปยังชุงแด น้ำหนักของบินในกระเป๋าไม่ทำให้อึนอูกังวลอีกต่อไปและอึนอูมั่นใจมากขึ้นแล้วในตอนนี้ เขาไม่สนแม้ว่ามันอาจจะทำให้ยุ่งยากบ้าง ยังไงอึนอูก็ต้องระวังไม่ให้ใครมายกกระเป๋าเขาขึ้นมาเช่นกัน อีกทั้งเขายังต้องเข้าเรียนให้เร็วขึ้นเพื่อจะได้มาจองที่นั่งข้างหลังสุดและหาที่วางกระเป๋าที่ปลอดภัย


          ครึ่งห้องเรียนเต็มไปด้วยที่ว่างเมื่ออึนอูเข้าเรียนคาบแรก และเขาก็นั่งที่หลังสุดที่เดิมเหมือนทุกๆครั้ง บินโผล่หัวออกมาจากกระเป๋าแล้วกระโดดมุดเข้าไปในชั้นวางใต้โต๊ะ อึนอูยิ้มพร้อมกับเกาที่หลังหูของบินเช่นเคย บินเอาหัวของเขามาถูไถอย่างออดอ้อนที่ปลายนิ้วของอึนอูก่อนจะหายเข้าไปในกระเป๋าอีกครั้ง ตามด้วยมือของอึนอูที่ตามเข้าไปลูบเขาด้วย


          คลาสแรกเริ่มเลทไปนิดหน่อย สิบนาทีหลังจากนั้นจอน จองกุกก็วิ่งพรวดพราดเข้ามาในห้อง เขากล่าวขออภัยต่ออาจารย์ผู้สอนด้วยน้ำเสียงกระหืดกระหอบ ดีที่อาจารย์ของพวกเขาไม่ว่าอะไรอีกทั้งยิ้มและโบกมือเบาๆให้เขาไปนั่งเรียน จองกุกสาวเท้าขึ้นบันไดจนกระทั่งมานั่งข้างอึนอู


          “นอนเยอะไปหน่อยหรอ?” อึนอูพูดเบาๆพร้อมกับรอยยิ้ม


          “นอนน้อยไปต่างหากเล่า” จองกุกตอบเสียงครวญครางก่อนจะจมลงไปบนโต๊ะ “อีกสิบนาทีปลุกฉันด้วยนะ”


          อึนอูหัวเราะเบาๆขณะที่เพื่อนของเขากำลังนอนพักผ่อนกลางวัน เขารู้ดีว่าไม่มีทางที่จะสามารถปลุกจองกุกให้ตื่นขึ้นมาภายในสิบนาทีข้างหน้าแน่ๆ เขาระวังบินที่ดูเหมือนจะกังวลเพราะเขาขยับไปมาอย่างอยากรู้อยากเห็นในกระเป๋า อึนอูจึงลูบแตะหัวเบาๆให้เขามั่นใจว่าทุกอย่างข้างนอกโอเคดี


          ช่วงเวลาผ่านไปช้าเหลือเกิน อึนอูพยายามที่จะโฟกัสกับบทเรียน ชัดเจนเลยว่าบินกำลังเบื่อเต็มทนแล้ว เขาเหยียดตัวหลังจากที่ไม่ได้เหยียดมานาน และนั่นทำให้อึนอูรู้สึกแย่ บางครั้งอึนอูก็รู้สึกว่าวิชาที่เขาเรียนอยู่มันก็น่าเบื่อแต่ทำยังไงได้ในเมื่อเขาเลือกลงเรียนไปแล้ว บินคงจะลำบากมากที่จะต้องมานั่งเรียนวิชานี้ ไม่สิ คงหนักกว่านั้นอีก เพราะบินจะต้องนั่งอยู่กระเป๋าเขาเพื่อเรียนวิชานี้


          อึนอูได้พิจารณารอบคอบแล้วก่อนที่จะยอมให้บินมาอยู่อพาร์ตเมนต์ เมื่อก่อนความคิดที่ว่าบินอาจจะขโมยของในห้องของเขา กลายเป็นสิ่งที่ดูไม่เชื่อถือไปเลย เขารู้อยู่แล้วว่าบินจะไม่มีทางขโมยของของเขาแน่นอน อย่างเดียวที่บินจะขโมยคงเป็นอาหารซะมากกว่า เขาคงจะขโมยซึ่งๆหน้าพร้อมกับมอบรอยยิ้มน่าเอ็นดูให้กับอึนอู


          ในความเป็นจริงคือการพาบินไปมหาวิทยาลัย และไปที่ทำงานกับตัวเองเป็นสิ่งที่อึนอูชอบ เขาชอบที่จะลูบหัวบินเวลาเขาอยู่ในร่างแมว เขาชอบที่เดินไปไหนมาไหนกับบินเวลาเขาอยู่ในร่างมนุษย์ เขาชอบเวลาแอบแวะมาดูบินหลังห้องที่ร้านคาเฟ่แล้วเห็นบินโผล่ออกมาจากที่ซ่อนในชุดเสื้อผ้าของเขาแล้วยิ้มหัวเราะกว้างให้เขา อึนอูชอบทั้งหมดนี้เลย เขารู้ว่าเขากำลังเห็นแก่ตัวแต่เขาหยุดไม่ได้จริงๆ เขารู้สึกกลัวขึ้นมาว่าทางเดียวที่เขาจะได้ใช้เวลาร่วมกับบินคือการต้องบีบบังคับ


          ล่วงเลยมาจนถึงคลาสที่สองของวันนี้ อยู่ดีๆเขาก็นึกถึงโรอุนขึ้นมา มันเป็นความต้องการของทั้งสองฝ่ายที่ต่างคนต่างอยากเลิกก็จริงแต่มันก็รู้สึกเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน อึนอูรู้ตัวดีว่าเขาทำอะไรผิดแต่เขายังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงข้อเสียของตัวเองข้อนี้ได้ เขาแค่ยึดติดมากเกินไป อึนอูสัญญากับตัวเองว่าเขาจะไม่ปล่อยให้ตัวเองทำแบบนั้นอีก 


          บินหลับเกือบทั้งคลาสสุดท้าย อึนอูจึงสะกิดไปหนึ่งทีเพื่อปลุกให้เขาตื่น เจ้าแมวร้องเสียงครางแหลมนิดหน่อยแต่ดีที่นักศึกษาคนอื่นๆเริ่มทยอยออกจากห้องกับไปหมดแล้ว อึนอูหัวเราะเล็กๆกับภาพตรงหน้า จากนั้นจึงสะพายกระเป๋าแล้วออกจากห้องไป


          เขาเดินออกมาจากอาคารแล้วตรงมายังม้านั่งที่เขาได้เล็งไว้ตามแผน บินยังคงนอนนิ่งอยู่ในกระเป๋าของอึนอู เขาเลยไม่ได้รู้สึกหนักอะไรมาก เขาไม่ได้ใช้กระเป๋าใบที่ใหญ่กว่าอีกแล้วเพราะบินไม่ได้อยากจะเปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์เลยทำให้อึนอูสบายขึ้นมาหน่อย


          ระหว่างที่เขากำลังนึกบทสนทนาที่เขาคุยกับบินตอนที่ทานข้าวเช้า เขาก็ได้ยินเสียงร้องแหลมมาจากในกระเป๋า อึนอูยิ้มแล้วถอนหายใจหนึ่งที บินดูจะทนไม่ไหวซะแล้ว—แถมยังพยายามขยับตัวไปมาแล้วส่งเสียงร้องเจี๊ยวจ๊าวอีกต่างหาก


          “อีกแค่หนึ่งนาทีนะบิน ไม่ต้องรีบนะ” อึนอูพูดพร้อมกับหัวเราะเบาๆ


          อึนอูเพิกเฉยกับเสียงร้องเมี๊ยวไปซักพักจนกระทั่งบินร้องเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ


          เสียงร้องนี้ไม่ได้ดูเหมือนเสียงแมวอีกแล้ว


          และในขณะเดียวกันอึนอูรู้สึกไว้กระเป๋าบนตักของเขาหนักขึ้นเรื่อยๆ


          ปฏิกิริยาแรกของอึนอูคือการไม่ยอมรับ มันไม่มีทางเกิดขึ้นได้ มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน บินบอกเองว่าเขายังควบคุมตัวเองได้ในตอนที่เขาตื่นอยู่ แน่นอนว่าเวลาเขาอยู่ข้างนอกด้วย เขาแค่ไม่—


          ทันใดนั้นอึนอูเริ่มตื่นตระหนก มันกำลังเกิดขึ้นแล้ว เขาสัมผัสได้ว่าตอนนี้กระเป๋ามันเริ่มหนักขึ้นไปอีกและเขาไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรต่อ บางส่วนในความคิดของอึนอูคืออยากจะทิ้งกระเป๋านี่แล้ววิ่งหนีเผ่นไปเลย แต่อึนอูบดสลายความคิดนี้ทิ้งไปทันที เขาจะไม่ทิ้งบินไปไหนเด็ดขาด


          อึนอูรีบวิ่งเข้าไปยังอาคารที่ใกล้ที่สุด และเมื่อเขาเข้ามาด้านในก็พึ่งนึกได้ว่านี่คือตึกที่มีแต่ห้องแล็บเต็มไปหมดและไม่ค่อยมีคน อึนอูคงจะโล่งใจอยู่หรอก แต่เขาทำไม่ได้ ในเมื่อกระเป๋าของเขามันเริ่มหนักขึ้น หนักขึ้นเรื่อยๆไปอีก


          เขาเจอห้องน้ำอยู่ที่ชั้นล่างสุด อึนอูรีบวิ่งเต็มฝีเท้าเข้าไปข้างในก่อนจะรีบเปิดประตูอย่างเสียงดัง ไม่มีคนอยู่ ขอบคุณพระเจ้า อึนอูรีบเปิดประตูห้องเล็กๆแล้วดันกระเป๋าเข้าไป เขาพยายามโฟกัสสายตาตัวเองให้มองไปด้านหน้า เขาไม่อยากเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นในนั้น


          หนุ่มผมดำขลับออกมาจากห้องน้ำเล็กๆนั้นทั้งที่หัวใจยังคงเต้นระรัวอยู่ อึนอูใช้เวลาครู่หนึ่งสำรวจห้องอื่นๆ แล้วรู้สึกโล่งอกที่ไม่มีใครอยู่ในนั้นเลยซักห้อง จากนั้นเขาจึงหายใจเข้าลึกๆ แล้วจึงเริ่มถามด้วยความระมัดระวัง “บิน? นายโอเคมั้ย?”


          ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ แต่เมื่ออึนอูกำลังจะถามอีกครั้ง เขาก็ได้ยินเสียงครวญคราง “อึนอู..”


          “บิน นายโอเคมั้ย?” อึนอูอยากจะตีตัวเองให้ตายจริงๆเลย มันใช่เรื่องจะถามคำถามแบบนั้นมั้ยเนี่ย?


          คงไม่เป็นไรหรอกเพราะดูเหมือนบินจะไม่ได้ยินด้วยซ้ำ “อึนอู ฉันขอโทษ ขอโทษจริงๆนะ ขอโทษ ขอโทษจริงๆ ฉันไม่คิดว่ามันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น”


          “ไม่เป็นไรนะ” อึนอูตอบไปทั้งที่ไม่รู้ว่าเป็นความจริงหรือเปล่า “นายโอเคมั้ย? เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?”


          “ฉันขอโทษ ฉันเคยบอกนายว่ามันจะไม่เกิดขึ้นแต่มันก็เกิดขึ้น แล้วฉันก็ไม่รู้จริงๆ ฉันขอ—“


          “บิน ฉันไม่สนหรอก แค่บอกฉันมาก็พอว่านายโอเคดี” อึนอูรีบตัดบทขึ้นมา เขารู้แล้วว่าบินพูดความจริง


          ครู่หนึ่งจึงมีเสียงเบาพูดออกมา “ฉันโอเค”


          “นายแน่ใจนะ? ไม่ได้เลือดกำเดาไหลใช่มั้ย?” เขานึกถึงวันที่ซานฮากับมยองจุนมาที่ห้องของเขาโดยไม่บอกกล่าว ทำให้บินเลือดกำเดาไหลเพราะการกลายร่างในเวลาเร็วไป


          “ไม่ ฉันสบายดี ฉันขอโทษนะ”


          “ไม่เป็นไร มันไม่ใช่ความผิดของนายนะ” อึนอูช่วยพูดให้บินสงบ เขาได้ยินเสียงของบินเริ่มสะอื้นแล้ว อึนอูอยากดึงเขาเข้ามากอดแล้วปลอบโยน แต่เขาก็นึกขึ้นได้ว่าคงไม่ใช่ความคิดที่ดีที่จะกอดในตอนนี้ เขาจึงพูดอย่างอื่นแทน “แค่นายไม่เป็นอะไรก็พอแล้ว นายสบายดีจริงๆใช่มั้ย?”


          “ก็ไม่ค่อยอ่ะ” เสียงของบินดูเหมือนกำลังสะอื้นร้องไห้อยู่ “มันสกปรกอ่ะ ฉันอยู่ในห้องน้ำแถมฉันไม่มีเสื้อผ้าใส่ด้วย”


          “โอเค นั่งรอตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวฉันไปหาอะไรมาให้นายใส่”


          “นายทิ้งฉันแบบนี้ไม่ได้นะ! อึนอู อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียวที่นี่เลยนะ ขอร้อง อย่าไป—”


          “โอเค โอเค ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้นแหละ” อึนอูเดินเข้าไปที่ใกล้ประตูห้องน้ำ เขารอซักพักหนึ่งให้บินเริ่มสงบลง “แต่ยังไงนายก็ต้องมีเสื้อใส่นะบิน”


          “แค่อย่าทิ้งฉันไปไหนก็พอ สัญญานะ”


          “ฉันสัญญา” อึนอูพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ให้เวลาฉันคิดหน่อยนะว่าจะทำยังไงดี”


          “โอเค”


          อึนอูเงียบไปประมาณสิบวินาทีก่อนจะได้ยินบินเรียกเขาเบาๆ “ว่าไงบิน?”


          “ฉันขอใส่รองเท้านายได้มั้ย?”


          “อะไรนะ? รองเท้าฉันหรอ?” 


          “ได้มั้ยอ่ะ? พื้นมันแฉะอ่ะ ยังไงนายก็ยังมีถุงเท้าใส่อยู่ นะ ได้มั้ย?” บินทำเสียงครวญคราง


          ที่นี่นับได้ว่าเป็นห้องน้ำที่สะอาดที่สุดในมหาวิทยาลัยแล้วนะ แต่อึนอูก็เข้าใจ ตอนนี้บินกำลังลำบากยิ่งทำให้เขาปฏิเสธไม่ลงจริงๆ


          “ได้สิ เดี๋ยวฉันสไลด์เข้าไปข้างใต้นี้นะ” อึนอูนั่งลงแล้วคลายปมเชือกรองเท้าข้างหนึ่ง จากนั้นอีกข้างหนึ่ง เขานึกอะไรออกแล้ว


          เขาสไลด์รองเท้าทั้งสองข้างของเขาไปใต้ประตู แล้วได้รางวัลเป็นเสียงเบาๆ น่าเอ็นดูกลับมา “ขอบคุณนะ”


          “ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันจะโทรหาจินอูฮยอง”


          “เดี๋ยว ว่าไงนะ?” มีเสียงขยับไปมาหลังประตูนั่น จากนั้นจึงปรากฎเป็นหัวของบินโผล่ขึ้นมาระหว่างเหนือประตูห้องกับเพดาน เป็นไปได้ว่าเขาน่าจะยืนบนโถส้วม “ทำไมต้องเขาด้วยล่ะ?”


          “เขาอยู่หอแล้วก็ไม่มีเรียนตอนนี้ แปลว่าเขาอยู่ใกล้ที่นี่แล้วก็มีเสื้อผ้าด้วย” อึนอูพูดด้วยความใจเย็น


          บินดูไม่ได้พอใจซักเท่าไหร่ “แล้วนายจะบอกเขายังไงถ้าเขาถามว่าจะเอาไปทำไมอ่ะ?”


          “นั่นแหละนิสัยอย่างนึงของจินอูฮยอง เวลามีคนขอความช่วยเหลือ เขาจะช่วยทันทีโดยที่ไม่ถามเหตุผล” อึนอูกดโทรหาเขาทันที


          บินพยักหน้าแล้วบ่นอู้อี้อะไรบางอย่าง แต่อึนอูไม่ได้ตั้งใจฟัง


          “อึนอูหรอ? หวัดดี”


          “โอ้จินอูฮยอง ฮยองอยู่ที่หอหรือเปล่า?”


          “ใช่ ทำไมหรอ?” เสียงของจินอูดูขี้เกียจมาก เขาคงจะพึ่งตื่นเมื่อไม่นานมานี้


          “ผมขอช่วยอะไรหน่อยสิ” อึนอูหันไปมองตาบิน แต่บินกลับหันหนี “พี่เอาเสื้อผ้าชุดนึงมาให้ที่ชุงแดหน่อยได้มั้ยครับ?”


“ตอนนี้เลยหรอ?”


          “ครับ ทันทีที่พี่เอามาได้เลย เสื้อผ้าทั้งชุดเลยนะครับ ขออันที่ใหญ่ที่สุดเลย” อึนอูพูดเพิ่มเติม เนื่องจากบินสูงกว่าจินอูอยู่มาก


          “ได้เลย กำลังไปละ นายอยู่ไหนตอนนี้?” อึนอูได้ยินเสียงจินอูเริ่มขยับไปมาจากสายโทรศัพท์


          “พี่น่าจะรู้จักตึกที่มีห้องแล็บทั้งตึกใช่มั้ย? ในห้องน้ำชั้นล่างสุดนะ”


          “โอเค ขอเวลาห้านาที เดี๋ยวฉันไปนะ”


          “ขอบคุณครับฮยอง รีบหน่อยนะครับ”


          “ครับ”


          จินอูวางสายลง อึนอูถอนหายใจอย่างโล่งใจ “เขากำลังมาแล้ว”


          บินพยักหน้าอีกครั้ง ตอนนี้เขาดูรู้สึกผิดมากเลย


          “นี่ ทุกอย่างโอเคน่า เรื่องนี้มันเกิดขึ้นได้ ฉันคิดว่านะ นายก็รู้แบบ ถ้านายเป็นคนที่กลายร่างได้แบบนี้อ่ะ”


          ดูเหมือนการพูดแบบนั้นจะไม่ได้ผล บินยังคงดูซึมเศร้าเหมือนเดิม อึนอูกำลังจะลองพูดอีกครั้งแต่บินกลับมุดหัวแอบซ่อนใบหน้าของเขาหลังประตูไปแล้ว อึนอูพอเข้าใจแล้ว เขาจึงไม่เริ่มบทสนทนาขึ้นมาอีก


          เสียงเงียบครองพื้นที่ยาวนานราวกับผ่านไปหลายชั่วโมงจนกระทั่งประตูห้องน้ำเปิดขึ้น พร้อมกับจินอูที่โผล่หัวเข้ามาอย่างระแวดระวัง


          “ฮยอง! ฮยองมาจริงๆด้วย ขอบคุณมากๆๆนะครับ” 


          “นายโอเคมั้ยอึนอู?” จินอูถามขึ้นเมื่อเขาเดินเข้ามาในห้องน้ำ เขายังไม่แม้แต่จะเปลี่ยนกางเกงขาสั้นกับเสื้อตัวใหญ่ป่องๆที่เขาใส่นอนประจำ ทำให้อึนอูรู้สึกผิดอย่างเต็มเปา


          “ผมไม่เป็นไรครับฮยอง ขอบคุณที่ช่วยนะครับ ผมขอบคุณจริงๆ”


          “ได้เสมอ” จินอูยักไหล่พร้อมกับยื่นเสื้อผ้าให้ “นายแน่ใจนะว่าไม่อยากให้ช่วยอะไรแล้ว?”


          “ฮยอง ฮยองช่วยผมไปแล้วครับ” อึนอูตอบอย่างใจ งั้นฮยองไปซักทีสิ เขาพูดประโยคนี้ในใจเงียบๆ


          แต่จินอูยังไม่ไป “ก็ดี เพราะว่าฉันมีอะไรจะคุยกับนายหน่อยอ่ะ”


          “ตอนนี้เลยหรอ?” อึนอูหวังว่าจะเป็นเรื่องสั้นๆนะ บินกำลังยืนแก้ผ้าอยู่หลังประตูนี้นะฮยอง


          “ใช่ เกี่ยวกับนายกับบิน ตกลงนายกับบินนี่ยังไงกันแน่?”


          อึนอูแทบจะสำลักอากาศออกมา “อะไรนะ?”


          “ไม่ต้องมาพูดเลยว่านายสองคนเป็นแค่เพื่อนกัน โคตรจะชัดเจนเลยว่าเขาหึงเวลาเราสองคนคุยกันอ่ะ แล้วนาย—“


          “โอ้โหฮยอง ฮยองจะพูดเรื่องนี้ตอนนี้เนี่ยนะ?” อึนอูเกือบจะกรีดร้องออกมาแล้ว โลกเกลียดเขาขนาดนี้เลยหรอ? บินอยู่แค่ตรงนี้ ที่หลังประตูห้องน้ำนี้ และเขาต้องได้ยินทุกอย่างที่จินอูพูดชัดเจนแน่ๆ


          “เพราะนายจะเลี่ยงไม่ยอมพูดเรื่องนี้ไปเรื่อยๆไง”


          เขาพูดถูกแต่นั่นมันไม่สำคัญ “โอเค ผมสัญญาว่าจะคุยแน่ๆ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ งั้นตอนนี้ฮยองช่วยออก—“


          “นายหยุดดื้อซักทีได้มั้ย” จินอูยังคงไม่ขยับ “ฉันไม่เข้าใจเลยว่านายจะไม่มั่นใจอะไรขนาดนั้น ดูก็ออกว่าเขาชอบนายมากพอๆกับที่นาย—“


          “ฮยอง!!” คราวนี้อึนอูตะโกนทำให้จินอูอึ้งนิ่งไป อึนอูหายใจเข้าแล้วพยายามพูดต่อด้วยน้ำเสียงปกติ “พวกเราคุยเรื่องนี้กันได้ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ครับ ตอนนี้ผมอยากให้ฮยองออกไปก่อน”


          เสียงตะโกนนั่นได้ผล จินอูปล่อยให้ตัวเองเดินไปยังประตูทางออกทั้งที่ยังคงอึ้งอยู่แบบนั้น “เดี๋ยวไว้ค่อยคุยกันทีหลัง” เขาพูดตอนที่เขาออกนอกประตูไปแล้ว แต่อยู่ดีๆเขาก็หยุดแล้วหันมาทำหน้าสงสัย “รองเท้านายหายไปไหนอ่ะ?”


          อึนอูมองไปที่เท้าของตัวเองที่ตอนนี้มีแค่ถุงเท้าปกคลุมเท่านั้น จากนั้นจึงเงยขึ้นมามองหน้าจินอู “มัน...ผมทำข้างหนึ่งตกลงท่อระบายอ่ะ” ช่างเป็นการโกหกที่ดูเป็นธรรมชาติจริงๆ “ผมก็เลยโยนอีกข้างนึงลงไปด้วย”


          “ฉันไม่ได้เอารองเท้ามาให้นายอ่ะ” จินอูทำหน้าบึ้ง “นายอยากให้ฉันกลับไปเอาให้มั้ย? แต่มันอาจจะเล็กไปสำหรับนายนะ”


          “ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมค่อยซื้อตอนระหว่างทางกลับอพาร์ตเมนต์เอา” เขาไม่อยากให้จินอูกลับมาแล้วพูดถึงเรื่องบินอีก “ขอบคุณนะฮยอง จริงจังเลย รักฮยองนะครับ บ๊ายบาย”


          อึนอูปิดประตูและหวังว่าจะมีทางไหนที่จะสามารถล็อคประตูนี้ได้บ้าง แต่โชคดีที่จินอูไม่ได้กลับเข้ามาในห้องน้ำอีกครั้ง อึนอูถอนหายใจอย่างโล่งใจเมื่อมั่นใจแน่นอนแล้วว่าจินอูจะไม่กลับมาอีก จากนั้นจึงตะโกนขึ้นมา “เขาไปแล้ว”

 

          อีกครั้งหนึ่งที่บินโผล่หัวขึ้นมาจากประตูห้องนั้น “เขาไม่ถามนายจริงๆด้วยว่าจะเอาไปทำไม” บินพูดด้วยความทึ่ง

 

          “บอกแล้วไงว่าเขาไม่ถามหรอก” อึนอูพูดไปแต่พยายามหลบตา บินได้ยินทุกอย่างที่จินอูพูดแน่ๆ และมันทำให้อึนอูรู้สึกอาย เขาไม่ได้คิดกับบินแบบนั้นซักหน่อยไม่แน่นอนแต่เขาก็ยังรู้สึกอายอยู่ดีนั่นแหละ

 

          เขาค่อยๆโยนเสื้อผ้าทีละชิ้นไปให้บินที่กำลังยืดแขนเพื่อมารับเสื้อผ้าเหล่านั้นด้วยมือข้างเดียว อึนอูเหลือบมองแขนข้างเดียวที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อนั้นก่อนที่บินจะก้าวเท้าลงหายไป อึนอูพยายามไม่คิดถึงร่างกายโป๊เปลือยของบินด้านหลังประตูง่อนแง่นนั่น หรือตอนที่อึนอูเคยเห็นร่างกายของบินที่ไม่ใส่เสื้อมาก่อนแล้ว หรือตอนที่บินเปลือยอยู่ตลอดเวลาอยู่ในร่างแมวแล้วอึนอูโอบกอดเขาในร่างนั้น แล้ว โอ้ นี่เขากำลังคิดอะไรอยู่เนี่ย

 

          ขอบคุณเสียงเปิดประตูที่ทำให้อึนอูหลุดออกจากภวังค์ความคิดได้ บินก้าวออกมาในชุดเสื้อแขนยาวพองๆ กับกางเกงวอร์มที่ดูเหมือนจะสั้นไปสำหรับเขาเล็กน้อยและรองเท้าของอึนอู สีหน้าเขาดูเลยคำว่าอายไปไกลแล้ว

 

          “ได้อยู่น่า มาเร็ว ไปกันเถอะ”

 

          บินงอตัวลงเพื่อถอดรองเท้าของอึนอูออก แต่อึนอูได้หยุดการกระทำนั้นไว้ “นายใส่ไว้แบบนั้นแหละ เหมือนที่นายบอกไง ยังไงฉันก็มีถุงเท้าอยู่แล้ว”

 

          “ฉันไม่อยากให้นายกลับบ้านโดยไม่ใส่รองเท้าตัวเองหรอกนะ ถ้านายเหยียบอะไรคมๆ หรืออะไรที่มันสกปรกล่ะ?” บินพูดค้าน

 

          “ฉันโอเคน่า และฉันก็จะไม่ให้นายเดินเท้าเปล่าด้วย” อึนอูตอบแล้วยิ้มเพื่อให้บินแน่ใจ

 

          บินยังดูเหมือนจะเตรียมคัดค้านออกไปอีกครั้ง แต่ก็ได้รับสายตาจากอึนอูว่าเขาไม่ยอมเด็ดขาด ทำให้บินยอมแพ้ เขาทำหน้าบูดบึ้งไปครู่หนึ่งก่อนที่จะมองอึนอูอีกครั้ง แล้วพูดอย่างมุ่งมั่น “ถ้างั้นให้ฉันอุ้มนายนะ”

 

          อึนอูหัวเราะด้วยความประหลาดใจ “ว่าไงนะ?

 

          “ให้ฉันอุ้มนายนะ” บินพูดซ้ำอีกครั้ง “นายจะได้ไม่เหยียบหิน หรือแอ่งน้ำ หรืออะไรแบบนั้นอ่ะ”

 

          “บิน ตอนนี้ฤดูใบไม้ร่วงนะ ไม่มีแอ่งน้ำหรอก” อึนอูพูดด้วยความใจเย็น “ฉันไม่เป็นไรน่า ฉันจะไม่เหยียบหินด้วย ฉันสัญญา”

 

          “แล้วถ้ามันมีตะปู

 

          “ฉันไม่เป็นไรน่า เราจะไปกันได้ยัง?” อึนอูยืนยันอีกครั้ง เขาไม่อยากยืนอยู่ในห้องน้ำของมหาวิทยาลัยด้วยถุงเท้าเปล่าอีกแล้วถึงแม้ก่อนหน้ามันจะจำเป็นก็ตาม

 

          สีหน้าของบินเปลี่ยนเป็นความผิดหวังและความรู้สึกผิด บินไม่ได้เงยหน้าขึ้นและเห็นได้ชัดเจนเลยว่าเขารู้สึกแย่ เขาชำเลืองไปทางอึนอู แล้วอ้าปากพะงาบเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายเขาตัดสินใจหันไปอีกทางแทน จนกระทั่งพวกเขาได้เดินออกมาจากประตูของมหาวิทยาลัย อึนอูทนความรู้สึกนี้ไม่ไหวอีกแล้ว

 

          “มันไม่ใช่ความผิดของนายนะบิน นายไม่รู้นี่นาว่ามันจะเกิดขึ้น” อึนอูพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

 

          “ฉันขอโทษ” น่าจะเป็นครั้งที่หนึ่งร้อยแล้วมั้งที่เขาพูดคำนี้ เขายังคงหลบตาอึนอูอยู่

 

          อึนอูวางมือเบาๆ บนหลังของบิน “มันไม่เป็นไรจริงๆนะ ฉันดีใจที่นายผ่านมันมาได้โดยไม่มีใครรู้มากกว่า”

 

          “เพราะนายนั่นแหละ” สุดท้ายเขาก็เงยหน้ามองตากับอึนอู “ขอบคุณนะอึนอู”

 

          “ไม่มีปัญหา” เขารู้สึกหน้าเขาร้อนผ่าวขึ้นด้วยความดีใจ เขากลืนน้ำลายก่อนจะพูดต่อ “แล้วก็ไม่ใช่เพราะฉันหรอกนะ เป็นเพราะจินอูฮยองช่วยไว้มากกว่า”

 

          “ก็ใช่” บินบ่นอุบอิบและหันหน้าหนีอีกครั้ง

 

          อึนอูไม่ได้ตอบอะไรแต่ก็ยังไม่ได้เอามือที่วางไว้บนหลังบินออกด้วย บินดูเหมือนจะไม่ค่อยชอบจินอูตั้งแต่วันแรกที่ทั้งสองคนนี้เจอกันเลย ทำให้อึนอูรู้สึกสงสัยว่าเพราะอะไร

 

          “จินอูดูค่อนข้างจะเป็นคนที่พึ่งพาได้ ใช่มั้ย?

 

          คำพูดนั้นเบามากจนอึนอูเกือบจะไม่ได้ยิน เขามองไปหาบินที่กำลังเม้มริมฝีปากล่างและไม่สบตากับเขา

 

          “ก็คิดว่างั้นนะ” อึนอูตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

 

          ความเงียบมาเยือนอีกครั้ง เงียบกว่าครั้งที่แล้ว อึนอูกำลังจะพูดเพื่อให้บรรยากาศนี้อีกไป แต่ก็ต้องชะงักเมื่อบินพูดขึ้นมาอีกครั้ง

 

          “ฉันหมายถึง เขาช่วยนายได้หลายอย่างเลย” น้ำเสียงของเขาดูทั้งเป็นกังวลและเป็นทุกข์ “แบบ เขาดูช่วยเหลือนายได้เสมอ”

 

          “แต่ฉันชอบช่วยคนอื่นมากกว่าให้คนอื่นช่วยฉันอยู่แล้ว” อึนอูไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงพูดออกไปแบบนั้นแต่มันคือเรื่องจริง เขาชอบเวลาตัวเองเป็นที่ต้องการ

 

          บินยักไหล่เหมือนยังไม่เชื่อ เห็นได้ชัดว่ามันกวนใจเขามากๆ และอึนอูไม่รู้เช่นกันว่าจะพูดอะไรที่ทำให้บินเชื่อเขา แต่อึนอูไม่ถือสาอะไรจริงๆ ซึ่งมันก็เป็นความจริงที่บินเป็นคนที่พึ่งพาไม่ได้ เขาเป็นตัวก่อกวน เป็นใครคนหนึ่งที่อยู่ดีๆ ก็เข้ามาในชีวิตของอึนอู แล้วทลายแผนอนาคตอันเพอร์เฟคที่เขาเคยตั้งไว้ลง บินทำอาหารไม่เป็น ทำความสะอาดหรือทำงานบ้านอะไรในอพาร์ตเมนต์ไม่ได้สักอย่าง เขากินเยอะและไม่ยอมเชื่อฟังที่อึนอูสอน เขาทำตัวเป็นเด็กๆ แถมยังไม่มีทักษะการสื่อสารกับคนอื่นด้วย

 

          และทั้งหมดนี้ อึนอูไม่ได้ถือสาเลยจริงๆ

 

          แต่มันก็ไม่ใช่อะไรที่อึนอูจะสามารถพูดออไปได้ เขาเลยหยุดเดิน แล้วเอื้อมแขนทั้งสองข้างไปโอบรอบด้านหลังของบินแทน

 

          “ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ฉันอยากขี่หลังนาย”

 

          เหมือนเวลาหยุดไปซักพักหนึ่ง นานพอที่จะทำให้อึนอูกังวลว่าเขาทำอะไรผิดไปหรือเปล่า จากนั้นบินหันกลับมายิ้มกว้างให้กับเขา “งั้นขึ้นมาเลยครับ”

 

          ฉันจะต้องเสียใจแน่ๆ อึนอูบอกกับตัวเองเมื่อกำลังปีนขึ้นหลังบิน แต่ไม่ใช่ตอนนี้หรอกนะ

 

          “นายโอเคมั้ย?” อึนอูถามบินในตอนเดียวกับที่บินกำลังเอาแขนมาเกี่ยวที่ใต้หัวเข่าของอึนอู “ถ้าฉันหนักไปเดี๋ยวฉันลงก็ได้นะ”

 

          “นายล้อเล่นมั้ยเนี่ย? ตัวนายเบาเหมือนนุ่นเลย” บินพูดอย่างสบายๆ “แค่อย่าดิ้นไปมาก็พอ ไม่งั้นฉันปล่อยนายลงแน่”

 

          “นี่นายกำลังขู่ฉันหรอ?” อึนอูพูด เขาไม่สามารถหยุดยิ้มได้เลย “ทั้งที่นายขโมยรองเท้าฉันไปเนี่ยนะ?

 

          บินหัวเราะพร้อมกับขยับตัวไปมาแกล้งขู่จะทิ้งอึนอูลง ทำให้อึนอูหัวเราะตาม หลังจากนั้นพวกเขาก็เข้าสู่ภวังค์ความเงียบแต่กลับสบายใจโดยที่แขนของอึนอูทั้งสองข้างโอบรอบคอของบินและอกของเขาอยู่บนหลังของบินแบบนั้น เขาเห็นสายตาบางคนที่เดินผ่านไปมามองมาที่พวกเขา ทำให้อดไม่ได้ที่อึนอูจะต้องมุดหน้าเพื่อหลบสายตาเหล่านั้นจนกระทั่งเขาตระหนักได้ว่าบินไม่ได้เดินก้มหน้าแต่อย่างใดแถมเดินอย่างมั่นใจ ไม่ได้สนใจสิ่งรบกวนรอบข้างแม้แต่นิดเดียว คนต่อไปที่เดินสวนแล้วมองพวกเขาเป็นผู้หญิงวัยกลางคนพร้อมกับถือถุงจากร้านขายของชำ อึนอูสบตาเธอแล้วยิ้มให้ ผู้หญิงคนนั้นกระพริบตาหลายครั้งด้วยความประหลาดใจจากนั้นจึงยิ้มให้กลับ

 

          ตอนนี้พวกเขาอยู่ใกล้กับอพาร์ตเมนต์ของอึนอูแล้ว บินพูดขึ้น “อึนอู ฉันเปลี่ยนใจแล้วเหมือนกัน”

 

          “นายอยากให้ฉันลงแล้วหรอ?” อึนอูพูดพร้อมขยับตัวออกจากบิน ความจริงแล้วเขาก็ไม่เต็มใจหรอก แต่เขาก็กลัวว่าบินจะเหนื่อยแล้วเหมือนกัน

 

          “ไม่ใช่ ไม่ใช่เรื่องนั้นน่ะ” บินทิ้งตัวไปข้างหน้าเพื่อให้อึนอูโอบเขาแน่นอีกครั้ง “ตอนเมื่อเช้า ที่นายถามฉันว่ามีอะไรจะถามหรือเปล่า แล้วฉันตอบว่าไม่มี”

 

          “โอ้” อึนอูไม่รู้ว่าจะต้องพูดอะไรออกไป “ว่ามาเลย” เขารู้สึกได้ถึงความกังวลกำลังเลื้อยไปมาในท้องของเขาอีกครั้งและเขาพยายามเมินมันไป

 

          บินหยุดไปซักพักเหมือนกำลังจะกลั่นกรองความคิดอยู่จากนั้นจึงพูดขึ้น “ผู้ชายคนนั้นที่นายเคยคบ.. นายเลิกกับเขาเพราะเขาไม่สนใจนายใช่มั้ย?

 

          “ไม่ใช่แบบนั้นหรอก” อึนอูหันหน้าไปอีกทางเผื่อถ้าบินหันกลับมาจะได้ไม่เห็นสีหน้าของเขา “โรอุนฮยองไม่ได้ไม่สนใจฉัน ฉันแค่ต้องการเขามากไป ยังไงเราก็อยากเลิกทั้งคู่อยู่แล้ว ไม่เป็นไรหรอก”

 

          “โง่อ่ะ” บินพูดน้ำเสียงเรียบๆ “เขาโคตรโง่เลย”

 

          “ไม่ มันไม่ใช่ความผิดเขาหรอก” อึนอูพูดออกไป เขาไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงปกป้องโรอุน ยิ่งต่อหน้าบินอีก เขาแค่ไม่อยากให้บินคิดว่าเขาเพอร์เฟคท์ไปหมดทุกอย่างทั้งที่ความจริงตัวเขาห่างไกลจากคำนั้นมาก “ฉันแค่..ทำตัวติดเขาเกินไป แค่นั้นแหละ”

 

          บินเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วเขาจึงพูดขึ้น “ยังไงไอผู้ชายคนนั้นปัญญาอ่อนอยู่ดี ฉันเห็นด้วยกับมินฮยอก ใครซักคนควรจะต่อยเขาไปซักหมัดนึง”

 

          “อย่ามาตลกน่า” ถึงจะพูดแบบนั้นไปแต่อึนอูก็หัวเราะออกมาเบาๆ

 

          “ฉันไม่ได้ต่อยใครมานานละ ฉันทำให้นายได้นะถ้านายต้องการ”

 

          “ไม่ บิน หยุดเลย” อึนอูหัวเราะแล้วตบลงไปที่อกของบินเบาๆ “ฉันลืมไปหมดแล้ว แถมการต่อยจะทำให้นายโดนจับเข้าคุกนะ”

 

          “ฉันแอบออกมาจากคุกตอนกลางคืนได้อยู่แล้ว นายก็รู้” บินพูดพร้อมกับปากที่มอบรอยยิ้มซนๆออกมา “ฉันแค่กลายร่างกลายเป็นแมว แล้วแทรกตัวผ่านซี่ลูกกรงออกมา หรืออาจจะตั้งแต่ก่อนเข้าคุกอีก ฉันคงเอาตัวรอดออกมาจากกุญแจมือแบบนั้นก็ได้ ช่างเป็นการหนีที่เพอร์เฟคท์จริงๆเลย”

 

          “หยุดวางแผนหนีคุกซักทีน่า!” อึนอูตบบินเข้าให้อีกครั้งแต่หัวเราะหนักมากกว่าเดิม บินหันไปทำหน้าทำตาใส่เขาจากนั้นหัวเราะตาม

 

          อึนอูยิ้มกับตัวเองเมื่อเขาเดินมาถึงที่มุมอาคารแล้ว เขากำลังจะบอกให้บินวางเขาลง แต่อยู่ดีๆ บินก็หยุดเดินอย่างฉับพลัน ก่อนอึนอูจะอ้าปากถามว่าเกิดอะไรขึ้น บินก็หันหน้ามามองเขาก่อนแล้ว

 

          “ฉันคิดว่านายพูดถูกนะ ไม่เป็นไรหรอก” บินพูดพร้อมกับยิ้มออกมา “เหมือนที่เขาพูดๆกัน คนเรามักจะสูญเสียสิ่งที่ไม่คู่ควรกับเรา”

 

          อึนอูกระพริบตาด้วยความงุนงงแต่แล้วเขาก็เข้าใจ

 

          และตอนนี้หัวใจของเขากำลังพองโตจนพร้อมที่จะระเบิดออกมาแล้ว มันเป็นแค่คำพูดธรรมดาๆ แต่สำหรับอึนอูแล้วมันมีความหมายมากเมื่อคนที่พูดประโยคนี้คือบิน

 

          เขาไม่สามารถพูดอะไรออกไปได้ เขาจึงทำได้แค่ค่อยๆเคลื่อนตัวลงบนพื้น บินยิ้มด้วยรอยยิ้มน่ารักๆ “ไม่ให้ลง” เขาพูดพร้อมกับกระชับแขนให้แน่นกว่าเดิมเมื่อเริ่มเดินอีกครั้งด้วยความเร็วที่เร็วขึ้น

 

          อึนอูหัวเราะแล้วตีบินไปอีกหนึ่งที แต่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร


—————————————

#StrayRomance #รักไม่จรจัดบีนู ❤️













ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

46 ความคิดเห็น

  1. #8 HVBTS (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 19:27
    โอ๊ยเขินนนนนนนน
    #8
    0