[End] Stray Romance รักไม่จรจัด (binu)

ตอนที่ 3 : Chapter 3 : New Journey

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 375
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    11 พ.ค. 62

Chapter 3: New Journey
By Alette

          สิ่งแรกที่อึนอูทำในตอนเช้าวันนี้หลังจากตื่นนอนคือการตกลงบนพื้นเสียงดังตุ้บ!

          เขาร้องครวญครางออกมา พยายามยกเปลือกตาขึ้นมาพบกับขาเก้าอี้ของโต๊ะตรงหน้าของเขา เขาใช้เวลาหลังจากนั้นไม่กี่วินาทีจนรู้ตัวว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน เขาอยู่ในห้องรับแขกและตรงหน้าคือโต๊ะกาแฟ เขาใช้เวลาทั้งคืนนอนอยู่บนโซฟานี้
          
          เขาเอื้อมมือคลำจับสิ่งที่ต่างๆ ที่เขาเดินผ่านไปจนกระทั่งปิดเสียงของนาฬิกาปลุกลง ผ้าห่มบางหลายผืนในสภาพยับบนโซฟาเป็นการยืนยันว่าเขานอนอยู่ตรงนี้เมื่อคืน เขามองลงไปที่ผ้าห่มนั้นทั้งที่ยังคงมึนงงและสับสนจากการตื่นนอน ทำไมเขาถึงต้องมานอนบนโซฟาในห้องอพาร์ตเมนท์ของตัวเองเนี่ย?
          
          เขาเดินเซไปเซมาไปยังห้องนอนของเขา อึนอูเปิดประตูบานนี้เตรียมพร้อมคลานขึ้นไปนอนบนเตียงของเขาก่อนจะรู้สึกได้ว่ามีใครบางคนนอนอยู่บนเตียงนั่นก่อนแล้ว

          ไม่ใช่ใครที่ไหน เขาคนนั้นคือ บิน หนุ่มไร้บ้านที่กลายร่างกลายเป็นแมวได้

          และอึนอูเป็นคนที่พูดออกไปเองว่าเขาสามารถอาศัยอยู่ที่นี่กับอึนอูได้

          เหตุการณ์ในวันก่อนหน้านี้กลับเข้ามาในหัวของอึนอู เขาเจอบินในตอนเช้า ทำมื้อเช้าให้บินกิน ดูทีวีไปเรื่อยๆ กับเขา มยองจุนกับซานฮามาที่นี่และเข้าไปยังห้องนอนของอึนอูเพื่อจะหาเจ้าแมว แล้วเจอบินที่กลายร่างเป็นแมวเพราะบินสามารถกลายร่างเป็นแมวเมื่อไหร่ก็ได้ตามที่เขาต้องการ แล้วอึนอูก็บอกให้บินอาศัยอยู่ที่อพาร์ตเมนท์กับเขานานแค่ไหนก็ได้ เขาพึ่งทำอะไรลงไปวะเนี่ย??

          
          อึนอูพยายามสงบตัวเองลง แต่กลับสวนทางกันกับสมองของเขาที่ตอนนี้ยังคงแล่นไปเรื่อยๆ สมองเขากำลังคิดถึงล้านคูณล้านเหตุผลว่าทำไมเขาถึงไม่ควรชวนบินมาอยู่อพาร์ตเมนท์นี้ นี่เป็นความคิดที่แย่มากๆ มันจะลุกเผาขึ้นที่หน้าของเขาแล้วระเบิดออกมาเป็นความผิดพลาดที่จะทำให้เขาเสียใจไปตลอดชีวิต เขาอยากจะกรีดร้องใส่บินดังๆ ให้ตื่นขึ้นมาแล้วตะโกนให้เขาออกไปจากห้องของตัวเอง ซึ่งเขาก็กำลังจะทำในตอนนี้ แต่แล้วก็ต้องหยุดความคิดนั้นลงเมื่ออึนอูได้เห็นหน้าของบิน

          เขาดูเงียบสงบ ปากของเขาเผยอเปิดขึ้นเล็กน้อย และหน้าของเขาในตอนนี้ที่ดูผ่อนคลาย ร่างกายที่แผ่อยู่บนเตียงถูกคลุมด้วยผ้าห่มอยู่ครึ่งหนึ่ง มันก็เกือบจะดูตลกนะเพราะทั้งแขนทั้งขาของเขากางสะเปะสะปะไปทั่วทั้งเตียงเลย แต่ที่มากกว่าความตลกมันคือ..ความน่ารัก

          มันยิ่งทำอึนอูหัวหมุนกว่าเดิม เขาควรใจเย็นลงก่อนที่เขาจะลงมือตะโกนออกไปแบบตอนแรกจริงๆ

          เขาเดินกลับเข้ามาในห้องนั่งเล่น มุดตัวเองลงในผ้าห่มอีกครั้งแล้วหยิบโทรศัพท์กับเฮดโฟนขึ้นมา เขารู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ภายใต้ผ้าคลุมนั้น อึนอูเสียบเฮดโฟนเข้ากับโทรศัพท์ กดเล่นแทร็คเพลง white noise แล้วปิดตาลง

          ไม่กี่นาทีต่อมา อึนอูรู้สึกใจเย็นมากขึ้น มันเป็นเทคนิคที่เขาค้นพบตอนสมัยที่กำลังเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย เขาฟังมันบ่อยๆ เฉพาะตอนช่วงที่สอบเท่านั้นเพราะการสอบทำให้เขารู้สึกเครียดจนแทบจะหายใจไม่ออก และการยอมให้ผู้ชายที่กลายร่างกลายเป็นแมวได้อาศัยอยู่กับเขาก็เช่นกัน มันมีผลกระทบต่อเขาเหมือนการสอบไฟนอลอย่างชัดเจน

          ในตอนนี้ที่สมองของเขายังทำงานปกติอยู่ อึนอูนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา ใช่ มันเป็นการกระทำที่บ้าและดูไม่มีเหตุผลเลย แต่ความจริงคือเขาบอกกับบินไปแล้วว่าสามารถอยู่ที่นี่ได้และเขาจะไม่ถอนคำพูดนั้น ไม่งั้นบินจะไปอยู่ที่ไหนได้อีกล่ะ? อึนอูจะไม่ปล่อยให้เขาไปอยู่ริมถนนหรอก ไม่ใช่ตอนที่อากาศข้างนอกเริ่มหนาวขึ้นทุกๆ วันแบบนี้ด้วย

               ดังนั้นจึงแก้ปัญหานี้ด้วยการให้บินพักอาศัยอยู่ที่นี่

          อึนอูใช้เวลาอีกนิดหน่อยคิดถึงรายละเอียดที่บินจะอยู่ในห้องนี้ จากนั้นจึงลุกขึ้นออกมาจากกองผ้าห่ม เขายังมีเวลาอยู่บ้างก่อนจะไปเรียนคลาสแรก แต่ก็ไม่ได้มีเวลาเยอะขนาดนั้นหรอก เขายังมีหลายอย่างที่ต้องทำ และมีหนึ่งอย่างที่ต้องทำเป็นสิ่งสำคัญที่สุดบนลิสต์นั้น

          เขากลับไปยังห้องนอน และเอาอีกแล้ว เขายืนมองมุนบินนอนอยู่อย่างนั้นโดยไม่รู้ตัวอีกแล้ว ผมควรหยุด อึนอูคิดขึ้นได้แล้วจึงรีบไปทำธุระของตัวเองต่อ
          
          สุดท้ายเขาตัดสินใจว่าเขาควรหยุดยืนมองบินแบบนี้ซักที แล้วจึงเริ่มเรียกออกไปเบาๆ "บิน ตื่นได้แล้ว"

          ไม่มีการตอบสนองใดๆ ทั้งสิ้น อึนอูลองอีกครั้งด้วยเสียงที่ดังขึ้นกว่าเดิม แต่ร่างบนเตียงยังคงนิ่งอยู่ ครั้งที่สามเมื่ออึนอูพูดกึ่งตะโกนออกไป บินขยับตัวแล้วนิดหน่อยแต่ก็ยังคงไม่ตื่น อึนอูชำเลืองมองนาฬิกาแถวนั้น เขาไม่มีเวลามากพอจะมานั่งปลุกบินแล้ว เขาจึงเดินเข้าไปหาแล้วเริ่มเขย่าตัวบินบอกเจ้าตัวให้ตื่น

          ได้ผล บินส่งเสียงครางออกมา พยายามยกเปลือกตาของตัวเองขึ้นแล้วทำหน้าบึ้งมองมาที่อึนอู เขาลุกขึ้นนั่งขยี้ตาแล้วพูดด้วยเสียงต่ำๆ เพราะคงยังไม่ตื่นดี "เกิดอะไรขึ้นหรอ?"

          "นายควรตื่นได้แล้ว" อึนอูพูด "อีกไม่นานฉันต้องเข้าไปเรียนคลาสแรกแล้ว ฉันต้องเตรียมตัวนะ"

          บินพยักหน้าแม้ว่าดูเหมือนเขาจะไม่เข้าใจสิ่งที่อึนอูพูดอยู่เลยก็ตาม เขาคลานลุกขึ้นมาจากเตียง เสื้อบนตัวยับยู่ยี่ไปหมด แล้วเดินลากเท้าเข้าห้องน้ำไป เขายังอยู่ในสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่น อึนอูอนุญาตให้ตัวเองยิ้มให้กับสิ่งที่ตัวเองพึ่งเห็นไปเมื่อครู่ จากนั้นเขาจึงเริ่มเตรียมตัว

          เมื่ออึนอูเตรียมเสร็จ เขาเดินกลับไปที่ห้องนั่งเล่น เจอบินกำลังนั่งอยู่โซฟาในสภาพที่เกือบจะหลับอีกแล้ว

          "ไปอาบน้ำ" อึนอูพูดด้วยเสียงหนักแน่น แต่เมื่อบินไม่ขยับเขยื้อนตัวเลยแม้แต่นิดเดียว อึนอูจึงพูดต่อ "เดี๋ยวฉันจะทำข้าวเช้า"

          บินรีบลุกขึ้นภายในสามวินาที แถมยังอาบน้ำด้วยความไวแสงขนาดที่ว่าน่าจะเป็นสถิติใหม่ของโลกเลยก็ว่าได้ เขาใช้เวลาน้อยกว่าอึนอูที่กำลังเตรียมขนมปังปิ้งเสียอีก บินนั่งรออย่างอดทนที่โต๊ะกินข้าวในขณะเดียวกันกับอึนอูที่ตอนนี้ชงชาเสร็จแล้วนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับเขา

          "ขอบคุณอีกครั้งนะ" บินพูดขึ้นเมื่อเขาเริ่มลงมือกิน "ฉันไม่เคยคิดว่าจะได้รับอะไรแบบนี้เลยจริงๆ"

          อึนอูก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะเป็นแบบนี้เหมือนกัน เขายิ้มตอบและพยักหน้า จากนั้นรอยยิ้มนั้นก็เปลี่ยนเป็นสีหน้าที่จริงจัง

          "คนที่จะรักษาให้นาย..หายป่วย นายรู้มั้ยว่าจะหาเขาเจอได้ยังไง?" อึนอูถามออกไป

          "ไม่มีใครเคยบอกเป๊ะๆ ขนาดนั้นหรอก" บินพูดแล้วหยุดไปครู่หนึ่ง "รู้แค่ว่าเขาเดินไปเดินมาในมหาลัยชุงแดน่ะ"

          "โอเค แล้วเค้าเป็นนักศึกษาหรอ? หรืออาจารย์? หรือเป็นเจ้าหน้าที่ในมหาลัย?" อึนอูพูดพร้อมวางถ้วยชาในมือลง "นายคงต้องรู้รายละเอียดพวกนี้ก่อนจะออกตามหา"

          บินขยับตัวไปมาอย่างอึดอัด "ฉัน..ฉันไม่รู้จริงๆ" เขาก้มหน้าลงก่อนจะเงยขึ้นมามองอึนอู "ฉันขอโทษนะ"

          ถึงแม้ว่าอึนอูจะรู้สึกรำคาญก่อนหน้านั้น แต่สภาพบินตอนนี้ได้กวาดทิ้งสิ่งที่อึนอูรู้สึกก่อนหน้านี้ไปทั้งหมด "นายไม่จำเป็นต้องขอโทษหรอก ฉันคิดว่าเขาเองก็ไม่อยากให้ตัวเองตกเป็นเป้าสายตาซักเท่าไหร่" เขาหยุดพูดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ "แต่ยังไงนายก็มั่นใจว่าเขาคือผู้ชายใช่มั้ย?"

          "โอ้ อื้อใช่ๆ ฉันมั่นใจ" บินพูดออกมาอย่างตื่นเต้น จากนั้นพูดเบาะแสอีกข้อหนึ่งที่นึกขึ้นได้ "อีกอย่างคือเขาจะอุ้มเพื่อนที่กลายร่างเป็นแมวได้ไปไหนมาไหนกับเขาด้วย"

          อึนอูทำเสียงฮัมอยู่ในคอ คิดใคร่ครวญอย่างละเอียด สิ่งที่บินพูดน่าจะทำให้ตามหาชายคนนี้ได้ง่ายขึ้น เขาต้องเป็นแปลกขนาดไหนถึงเดินไปมาในมหาวิทยาลัยแล้วอุ้มแมวไปด้วย?

          "พรุ่งนี้พวกเราจะเริ่มไปตามหาเขากัน" อึนอูพูด "เช้านี้ตารางเรียนของฉันแน่นมาก จากนั้นฉันต้องไปทำงานต่ออีก" เขาโดดงานอีกวันไม่ได้อีกแล้ว ยิ่งเป็นวันหลังจากมยองจุนย้ำเขาด้วยยิ่งไม่ได้เลย

          "นายไม่ต้องตามหาเขาก็ได้ เดี๋ยวฉันออกไปหาเอง" บินรีบพูดขึ้น "ฉันดูแลตัวเองได้น่า"

          "บิน ไม่ต้องมาเถียงเลย นายไม่มีแม้แต่เสื้อจะใส่ด้วยซ้ำ" อึนอูพูดอย่างอดทน "ผ่านมานานแค่ไหนแล้วที่นายไม่ได้คุยกับคนอื่นในร่างมนุษย์?"

          "ตอนนี้ฉันก็คุยกับนายได้อยู่นี่" บินพูดพร้อมทำปากเบะ

          "ก็ใช่ หลังจากที่ฉันตื่นขึ้นมาแล้วเจอนายนอนอยู่บนเตียงฉันไง"

          หน้าของบินขึ้นสีทันที "นายพูดเรื่องนี้ขึ้นมาอีกแล้วนะ หยุดเลย" เขาพูดพึมพำแล้วรีบยัดขนมปังเข้าปาก

          "โอเค โอเค" อึนอูพยายามกลั้นยิ้มไว้ "ประเด็นคือนายยังไม่คุ้นชินกับคน แล้วมันดูไม่น่าสงสัยหรอถ้านายเดินตามคนๆ นึงในมหาวิทยาลัยทั้งที่ตัวนายเองก็ไม่ใช่นักศึกษาที่นี่ แบบนี้อ่ะดีแล้ว"

          บินบ่นพึมพำแต่ก็ยอมรับว่าอึนอูพูดถูก "แล้วฉันล่ะ?"

          อึนอูยิ้ม "นายก็มากับฉันไง อยู่ในกระเป๋าฉัน"

          "หื้อในกระเป๋าเนี่ยนะ? แต่ฉัน—" บินหยุดพูดจนกระทั่งเข้าใจสิ่งที่อึนอูพูด เขาอ้าปากอึ้งค้างกว้างจนเห็นชิ้นส่วนขนมปังในปากที่ยังไม่ได้เคี้ยว "แล้วนายอยากแบกฉันไปทั้งวันเลยหรอ?"

          "ฉันคิดมาดีแล้ว และตัดสินใจแล้วว่าทำแบบนี้แหละดีที่สุด" อึนอูพูดในขณะที่เขากำลังวุ่นวายกับอาหารเช้าตรงหน้า มีอะไรบางอย่างในคำพูดของบินเมื่อกี้ทำให้ตอนนี้หูทั้งสองข้างของอึนอูร้อนไปหมด "ฉันจะไม่ปล่อยให้นายอยู่คนเดียวในห้องของฉันทั้งวันหรอกนะ"

          "โอ้ย นายยังคิดว่าฉันเป็นโจรอีกหรอ? เจ็บอ่ะ" บินทำท่างเจ็บปวดที่ดูเกินจริงไปมากแล้วหัวเราะออกมา เสียงหัวเราะที่ไพเราะบริสุทธิ์เป็นเอกลักษณ์นั้น "ฉันก็พอเข้าใจ แต่ขอเตือนไว้ก่อนนะว่าฉันไม่ค่อยชินกับการโดนอุ้มไปมาเท่าไหร่"

          ตอนนี้อึนอูมองตาบิน "งั้นนายจะอยู่ได้ใช่มั้ย?"

          "อ่าห้ะ ได้สิ" บินยักไหล่ "ฉันก็ไม่อยากอยู่คนเดียวเหมือนกัน อยู่กับนายคงจะดีกว่า ถึงฉันต้องเข้าคลาสเรียนกฏหมายน่าเบื่อนั้นก็เถอะ"

     อึนอูเมินประโยคสุดท้ายที่บินพูดไป "นายจะโอเคใช่มั้ย?" เขาถาม "ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ นายกลายร่างกลายเป็นมนุษย์บนตักฉันนะ"

     "ไม่อยู่แล้วสิ" บินตอบ ตลกดีที่อยู่ดีๆ ตอนนี้บินก็ทำหน้าเครียดขึ้นมาซะงั้น "ก็ตอนนั้นฉันหลับอยู่นี่ อาการป่วยมันเลยกำเริบขึ้นมา ถ้าฉันตื่นอยู่ฉันก็คุมได้แหละ"

     "งั้นก็ดี ถ้างั้นตอนนี้รีบกินให้เสร็จ เดี๋ยวฉันต้องไปเรียนอีก" อึนอูพูด

     บินกลืนขนมปังลงคอจากนั้นก็นั่งรอให้อึนอูกินเสร็จ เขายังอาสาเป็นคนล้างจานโดยที่ไม่ต้องขออีกด้วย ทำให้อึนอูรู้สึกประทับใจ อึนอูจัดหนังสือในกระเป๋า พยายามให้เหลือช่องว่างพอสำหรับบิน เมื่อเสร็จเขาจึงหันไปหาบิน "เข้ามาสิ"

     "หันหลังไปก่อนสิ เดี๋ยวฉันเข้าไป" บินพูดแล้วเดินออกไป

          ในเวลาต่อมาซึ่งน้อยกว่าที่อึนอูคิดไว้ เขาได้ยินเสียงร้องเมี๊ยวเบาๆ ข้างหลังเขา อึนอูหันหลังกลับไป เจอเสื้อผ้ากองอยู่บนพื้นและเจ้าแมวเหมียวสีดำขาวกำลังปีนเข้าไปในกระเป๋าของเขา อึนอูยังคงอึ้งอยู่เมื่อจินตนาการว่าแมวที่อยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้เป็นคนมาก่อนในไม่กี่นาทีที่ผ่านมา แต่ดีเขาช็อคน้อยกว่าแต่ก่อนแล้ว อึนอูรูดซิปกระเป๋าขึ้นแต่ไม่สนิท ยังเหลือช่องไว้ให้กว้างพอที่เจ้าแมวจะหายใจได้สะดวก จากนั้นสะพายกระเป๋าขึ้นหลังแล้วออกจากอพาร์ตเมนท์

          อึนอูหวาดระแวงตลอด เขาไม่รู้ว่าตอนไหนที่อาจจะมีคนเดินเข้ามาหาเขาแล้วถามว่าทำไมต้องเอาแมวใส่ในกระเป๋าเดินไปเดินมาแบบนี้ เมื่อเขาเดินผ่านประตูมหาวิทยาลัย อยู่ดีๆ ก็นึกถึงสำนวนอังกฤษหนึ่งขึ้นมาได้ 'To let the cat out of the bag' สำนวนนี้เหมือนเป็นตัวแทนของเขาในนี้เลยแฮะ อึนอูเกือบกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่ คิดมากไปก็ไม่ดีต่อสุขภาพจิตเปล่าๆ

          เขาพยายามมองไปรอบๆ เผื่อจะมีนักศึกษาที่อุ้มแมวอยู่ในอ้อมแขนบ้าง แต่ปรากฎว่าไม่มีเลยสักคน ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่มีเวลามากพอที่จะตระเวณไปรอบๆ อยู่แล้ว อึนอูเลยตัดสินใจเดินตรงไปที่ห้องเรียนเลยทันที เขาเลือกที่นั่งที่อยู่ตรงมุมห้องแถวหลังสุดของห้องเลคเชอร์ พอถึงที่โต๊ะ เขาวางกระเป๋าลงที่ชั้นวาง จากนั้นรูดซิปเปิดกระเป๋าลงจนสุด "อย่าออกมาวิ่งเล่นหรือส่งเสียงอะไรออกมานะครับ" อึนอูเอาหัวฟุบลงกระซิบเจ้าแมวใต้โต๊ะ ตอนนั้นมีนักศึกษาเข้ามาในห้องบ้างแล้วแต่ไม่มีใครสนใจอะไร

          เมื่อคลาสเริ่มขึ้น ยิ่งเวลาผ่านไปอึนอูเริ่มกังวลขึ้นมามากขึ้นและมากขึ้น เขากลัวว่าจะมีใครเดินเข้ามา มองในกระเป๋าแล้วเจอบินอยู่ข้างในนั้น เขาเลือกเก้าอี้ที่สภาพแย่ที่สุดแล้วเพื่อจะได้ไม่มีใครมานั่งข้างๆเขา แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังกังวลอยู่ดี เขารู้ตัวดีว่าตอนนี้เขาดูน่าสงสัยแค่ไหน นั่งอยู่แถวหลังสุดแล้วยังดูกระวนกระวายผิดปกติอีก และเพราะอาการของเขาแบบนี้นี่แหละทำให้อึนอูกังวลกว่าเดิมไปอีก

          ผ่านไปครึ่งคาบ มีความกลัวอีกอย่างหนึ่งเริ่มคืบคลานเข้ามาในหัวของอึนอู
บินตายหรือยังนะ? อึนอูไม่ได้ยินเสียงอะไรออกมาจากกระเป๋าของเขานานแล้ว ถ้าเขาเปิดซิปกระเป๋าไม่กว้างพอแล้วบินหายใจไม่ออกขาดใจตายล่ะ? แต่ก็เสี้ยวหนึ่งของสมองของอึนอูบอกว่าถ้าบินต้องการอากาศหายใจ อย่างน้อยเขาก็คงจะร้องออกมาดังๆไม่ก็ข่วนกระเป๋าบ้าง เขาคิดจนสมองจะระเบิดจนอยากจะลุกขึ้นแล้วถีบประตูออกไปจากห้องไปเลย

          ในที่สุดอึนอูทนไม่ไหวอีกแล้ว เขาเอามือซ้ายเอื้อมไปหากระเป๋าแล้วควานหาบิน มือเขาเริ่มรู้สึกกลุ่มก้อนขนๆ จากนั้นเขาจึงวางมือลงบนเจ้าก้อนนั้น บินยังหายใจอยู่ ร่างของบินขยับขึ้นลง อึนอูจึงถอนหายใจอย่างโล่งใจ

          เวลาที่เหลือในคาบหลังจากนั้น มือของอึนอูไม่ขยับไปไหนเลย เขาวางมือลงบนตัวบินเบาๆ เพื่อให้มั่นใจว่าบินโอเคในกระเป๋านั้น เขาทำแบบนี้ในคาบอื่นๆ ด้วยเช่นกัน คอยเกาที่หลังหูให้บิน รู้สึกขอบคุณที่ช่วยอยู่เงียบๆ เพื่อเขา อึนอูสงสัยว่าจะมีสักครั้งบ้างมั้ยนะที่บินแมวที่นอนอยู่ในกระเป๋าตอนนี้นั้นจะรู้สึกอึดอัด แต่บินไม่ยอมบอกเขา บินไม่ดื้อกับอึนอูเลยซักนิดแถมเขายังตัวเล็กขนฟูน่ารักด้วย

          เมื่อคลาสที่สามและคลาสสุดท้ายของวันจบลง อึนอูคิดว่าเขาอาจจะผ่านความรู้สึกไม่สบายใจแบบนี้ไปได้ แต่นั้นแหละนะ โชคชะตาไม่ปล่อยเขาไปง่ายๆ หรอก

          "อึนอูหรอ? ทำอะไรอยู่ข้างหลังอ่ะ?"

          อึนอูสะดุ้งจนเกือบตกเก้าอี้ "อ้าว มินกยู" เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่ปกติที่สุดทั้งที่ในใจมันกังวลจะบ้าตายอยู่แล้ว "แล้วก็จีฮโยด้วย หวัดดีๆ"

          "ทำไมถึงไปนั่งหลังสุดล่ะ?" จีฮโยถามขึ้นจากข้างหลังมินกยูที่บังเธออยู่ครึ่งตัว "เราไม่เห็นนายมาทั้งวัน พึ่งจะมาเห็นคาบนี้เนี่ย"

          "ฉันไปคุยกับจองกุกมา เขาบอกว่าเมื่อวานนายไม่ได้มาเรียนอ่ะ นายไม่สบายหรอ??" มินกยูถาม

          "ห้ะ? อ้อใช่ รู้สึกไม่ค่อยสบายตัวเท่าไหร่" อึนอูตอบพยายามลืมว่าตัวเองมีแมวอยู่ในกระเป๋าเป้ "ตอนนี้ฉันโอเคแล้ว"

          "นายแน่ใจนะ?" จีฮโยถามด้วยความกังวล "นายดูหน้าซีดมากเลยอ่ะ"

          "นายเหงื่อออกด้วย?" มินกยูพูดพร้อมเดินเข้ามาใกล้ "วันนี้ไม่ได้อากาศร้อนเลยนะ ฉันว่านายยังไม่หายดีนะเพื่อน"

          "ฉันสบายดี จริงๆ นะ" อึนอูตอบ ทั้งที่ความจริงไม่ใช่เลย เขาไม่โอเคเลยซักนิด

          จีฮโยกับมินกยูหันมามองหน้ากัน จากนั้นมินกยูยักไหล่ "งั้นก็โอเค้ ไปกินข้าวกัน"

          อึนอูนิ่งไป บางอย่างในตัวเขา(ส่วนที่กังวลจนอยากจะกรีดร้องออกมา) อยากจะหาข้ออ้างแล้วปฏิเสธไป แต่แบบนั้นคงดูไม่ดีไม่เท่าไหร่ แค่อย่าทำตัวให้น่าสงสัยก็พอแต่อยู่แบบนี้อึนอูก็ไม่สบายใจเหมือนกัน แต่ถ้าเขาจะต้องอุ้มบินอยู่แบบนี้ เขาก็ต้องทำตัวให้ชินให้ได้ เขาจำเป็นต้องเรียนรู้ว่าจะคุยกับคนอื่นยังไงให้ดูปกติที่สุด

          "อื้อ ไปสิ" อึนอูยิ้มตอบกลับไป เขาพยาพยามเก็บสมุดโน้ตลงไปในกระเป๋าให้เบาที่สุด ขอบของสมุดพวกนั้นจะได้ไม่กระแทกกับตัวของบิน จากนั้นรูดซิปขึ้นแค่ครึ่งเดียว สะพายขึ้นบนไหล่แล้วเดินตามเพื่อนของเขาออกจากห้องไป

          พวกกินข้าวเที่ยงที่ร้าน Shabby Cafe ร้านประจำที่ไปบ่อยๆ ซึ่งอยู่ที่ข้างนอกมหาวิทยาลัยนี้เอง อึนอูพยายามตามบทสนทนาของเพื่อนทั้งสองของเขาให้ทัน แต่ในใจกลับกังวลอยู่กับกระเป๋าเป้ที่ตอนนี้ตั้งอยู่ใกล้เท้าใต้เก้าอี้ที่เขานั่ง อึนอูตัดสินใจเอาตัวรอดจากบทสนทนานี้โดยหาข้ออ้างว่าวันนี้เขาต้องรีบไปเข้าเวรทำงาน ทั้งมินกยูและจีฮโยไม่ได้ดูสงสัยอะไร ผ่านไปแล้วกับหนึ่งบททดสอบ

          อึนอูซื้อปลาย่างจากแผงขายของแล้วเดินเขาไปในซอยตรอกแคบๆ แถวนั้น "ฉันขอโทษจริงๆ นะ" อึนอูพูดพลางวางกระเป๋าลงแล้วรูดซิปลงจนสุด "นายอยู่ในนั้นโอเคมั้ย?"

          หัวสีดำขาวเล็กๆ โผล่ออกมาแล้วพยักหน้า เจ้าแมว—ไม่ใช่สิ บินต่างหาก อึนอูเตือนตัวเอง—ร้องเมี๊ยวออกมา มองไปที่ปลาย่างโดยไม่ละสายตา อึนอูเข้าใจแล้ว เขาวางถุงกระดาษลงบนพื้น บินกระโดดออกมาจากกระเป๋าจากนั้นจึงเริ่มกิน

          “ฉันหวังว่าจะโอเคนะ” อึนอูพูดด้วยความกังวล “ฉันไม่ค่อยรู้อ่ะว่าอะไรที่แมวควรกิน ไม่ควรกิน นายกินนี่แล้วจะไม่ตายใช่มั้ย?


          บินหยุดกินแล้วเงยหน้าขึ้นมองอึนอูแล้วร้องเมี๊ยวอีกครั้ง อึนอูไม่ค่อยชอบสายตานั้นเท่าไหร่

 

          “ฉันแค่กังวลน่ะ” อึนอูบ่น เขาปล่อยให้บินกินให้เสร็จเงียบๆ จากนั้นจึงพูดขึ้นมา “เดี๋ยวฉันต้องไปทำงานแล้วนะ นั่งอยู่ในนั้นอีกซักหน่อยนึงได้มั้ย?

 

          บินส่งเสียงครวญครางพร้อมทำหน้ามุ่ยออกมาจากหน้าแมวนั้น เขาส่งเสียงเมี๊ยวสูงขึ้นกว่าครั้งที่แล้ว จากนั้นลุกขึ้นนั่งมองหน้าอึนอู

 

          “หยุดเลย” อึนอูยกมือขึ้นกอดอก “วันนี้ฉันโดดไม่ได้แล้ว ฉันบอกมยองจุนฮยองไปว่าฉันหายป่วยแล้ว และฉันก็จะไม่ปล่อยให้นายอยู่ที่อพาร์ตเมนท์คนเดียวด้วย”

 

          คำพูดเมื่อกี้ทำให้บินเขย่าหัวไปมา เดาได้เลยว่าถ้าเขาพูดได้ตอนนี้เขาคงจะบอกว่าเขาไม่เคยขโมยอะไรของอึนอูซักหน่อย แต่อึนอูไม่สนใจแล้วเคลื่อนตัวไปหยิบกระเป๋า บินยอมแพ้แต่โดยดี แต่ก็ไม่วายถลึงตาใส่อึนอู เป็นสายตาที่โกรธที่สุดที่อึนอูเคยเห็นมาไม่ว่าจะจากคนหรือจากแมว บินปีนกลับเข้าไปในกระเป๋า


          “ดีมากบิน” บินโผล่หัวออกมาทำเสียงขู่ฟ่อใส่อึนอูแล้วจึงมุดกลับเข้าไป อึนอูควรจะกลัวนะแต่ทำไมเขากลับคิดว่ามันน่ารักมากกว่า

 

          อึนอูเร่งฝีเท้า เมื่อเขาเลี้ยวซ้ายครั้งสุดท้าย จึงเห็นตึกที่เขาทำงานอยู่ตรงหน้า มันเป็นตึกสีขาวฝุ่นเล็กๆ หนึ่งชั้น มีสัญลักษณ์ใหญ่โตสีส้มเหลืองฉูดฉาดที่เป็นสัญลักษณ์ของร้าน Sunshine  เขายังจำครั้งแรกที่เขาเห็นร้านนี้เมื่อสามปีที่แล้วได้ ตึกมันไม่สวยยังไงในตอนนั้น จนมาจนปัจจุบันมันก็ยังคงไม่สวยอยู่เหมือนเดิม แน่นอนเพราะตอนนี้เขาทำงานอยู่ที่นี่จึงไม่ได้รับอนุญาตให้บ่นอะไรทั้งนั้น มันเป็นกฎเหล็กข้อที่ 36 ของร้าน Sunshine ที่มยองจุนตั้งไว้ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเขาพึ่งเพิ่มกฎข้อที่ 157 ซึ่งกล่าวไว้ว่า ห้ามมีการเต้นเพลงของ PSY ทุกเพลงโดยไม่มีข้อยกเว้น (สาเหตุของกฎนี้มาจากมินฮยอก)

 

          เมื่ออึนอูกำลังจะเข้าตึก สายตาของเขาทอดไปยังฝั่งตรงข้ามของถนน มีร้านสวยหรูชื่อ Cotta ที่พึ่งเปิดใหม่เมื่อไม่นานมานี้ ดึงดูดลูกค้ามาอุดหนุนอย่างไม่ขาดสาย กลายเป็นร้านคู่แข่งของ Sunshine และมยองจุนก็ประกาศชัดเจนว่าร้านนั้นเป็นศัตรูกับเขา อึนอูมองไปที่ร้านอย่างโหยหาจินตนาการถึงเลมอนชีสเค้กที่แสนจะเพอร์เฟคท์ แต่แน่นอนว่าเขาไม่ได้รับการอนุญาตให้เข้าไปร้านนั้นเพราะมันคือกฎข้อที่ 143

 

          อึนอูยังคิดถึงชีสเค้กในร้าน Cotta อยู่ซักพักจากนั้นจึงเดินเข้าร้าน Sunshine

 

          “ชา อึนอูมาแล้ว! คนหล่อของร้านยังมีชีวิตอยู่ครับ!

 

          อึนอูแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนีเมื่อได้ยินเสียงที่ดังทะลุออกมาจากตึก เขารีบเดินไปที่เคาน์เตอร์ ที่ที่มยองจุนกำลังพิงอยู่ด้วยท่าทางร่าเริง “ผมบอกพี่แล้วไงว่าผมไม่เป็นไรแล้ว” อึนอูพูดเสียงต่ำ ยังหน้าร้อนกับความอายเมื่อกี้อยู่

 

          “อ่า รู้แล้วน่า” มยองจุนยิ้มออกมาอย่างสดใส “ตอนนี้คนอื่นก็รู้เหมือนกัน”

 

          อึนอูส่ายหน้าอย่างหัวเสียแต่ก็ยิ้มด้วยอยู่เหมือนกัน เขาเดินไปห้องหลังร้าน วางกระเป๋าลงแล้วเปิดออกมา “อีกแค่ไม่กี่ชั่วโมงแล้วนะ” บินโผล่หัวออกมา “โอเค๊?

 

          เจ้าแมวผงกหัว อึนอูจึงยิ้มออกมา “ขอบใจนะ เดี๋ยวฉันต้องเปลี่ยนเสื้อไปทำงานแล้ว แต่ฉันจะแวะมาหานะ โอเคมั้ย?

 

          บินผงกหัวอีกรอบแล้วมุดกลับลงไปในกระเป๋า อึนอูยิ้มตลอดเวลาที่เขาเปลี่ยนเสื้อ

 

          เมื่อเขาออกมาจากห้องก็เจอมินฮยอกกำลังง่วนกับการรับออเดอร์ลูกค้าอยู่ เด็กมัธยมปลายที่ทำงานพาร์ทไทม์เหมือนคนอื่น(เช่นเดียวกับอึนอู) ด้วยความขยันขันแข็งและบุคลิกเงียบๆ นั้นทำให้เป็นที่ชื่นชอบของลูกค้า รวมไปถึงเขายังมีตาคมสวยและหน้าตาที่ดูมีเสน่ห์

 

          มยองจุนไม่เคยเรียกร้าน Sunshine ว่าเป็นโฮสต์คาเฟ่ (ไม่อนุญาตให้พูดเช่นนั้นตามกฎข้อที่ 23) แต่ชัดเจนว่ามยองจุนเลือกจ้างคนที่จะมาทำงานร้านเขาจากหน้าตาก่อนสิ่งอื่น จอน วอนอูทำมัคคิอาโต้ไม่เป็นด้วยซ้ำแต่เขาโคตรจะดูดีเวลาอยู่กับเครื่องทำชงกาแฟ อึนอูเคยได้ยินมาแต่ไม่มั่นใจเท่าไหร่ว่ามีเงินเข้าร้านมากขึ้นหลังจากที่มยองจุนจ้างให้อึนอูมาทำงาน ถือเป็นความคิดที่ฉลาดของมยองจุน และตัวมยองจุนเองก็มีตาที่เปล่งประกาย รอยยิ้มที่ดูสดใส ผมสีบลอนด์ที่พึ่งย้อมมาใหม่ ถูกต้องตามเกณฑ์ของตัวเอง ดังนั้นเขาเลยไม่ได้บ่นอะไร

 

          อึนอูยกยิ้มขึ้นก่อนจะเดินไปยังโต๊ะที่มีเด็กวัยรุ่นผู้หญิงสองคน “สวัสดีครับ ผมชา อึนอูนะครับ ยินดีต้อนรับสู่ร้าน Sunshine ไม่ทราบว่าจะรับอะไรดีครับ?

 

          จนกระทั่งมาถึงลูกค้าคนล่าสุด กลุ่มนักเรียนหญิงมัธยมปลายที่มาแวะซื้อขนมระหว่างทางกลับบ้าน หลังจากนั้นร้านจึงเงียบลงไปบ้าง อึนอูเสิร์ฟทาร์ตช็อคโกแลตสองชิ้น ก่อนจะเดินกลับมาที่เคาน์เตอร์

 

          มินฮยอกนั่งอยู่บนเคาน์เตอร์แกว่งขาไปมา เขาไม่ชอบให้ตัวเองโดนชมว่าน่ารักซักเท่าไหร่ อึนอูเลยไม่ได้พูดอะไรออกไป “ฮยอง ได้ยินเมื่อวานว่าพี่ไม่สบาย” เขาพูดขึ้นเมื่ออึนอูเดินเข้ามา “พี่โอเคใช่มั้ยครับ?

 

          “อื้อ ไม่ได้เป็นหนักอะไรขนาดนั้น” อึนอูตอบ เขารู้สึกผิดขึ้นมานิดหน่อยที่โกหกว่าตัวเองไม่สบาย

 

          มินฮยอกพยักหน้าพึงพอใจพร้อมกับเสยผมสีน้ำตาลอ่อนนั้น เขาเป็นคนพูดไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ อึนอูพิงตัวลงที่เคาน์เตอร์ รู้สึกดีที่บรรยากาศเงียบลงสักที

 

          ความเงียบถูกทำลายลง “พัง พังมาก พังพินาศที่สุด”  มยองจุนร้องโอดครวญเสียงดังออกมาจากห้องครัว “พรุ่งนี้จุนฮุยมาทำงานไม่ได้เพราะมีเดทเนี่ยนะ” เขามองขึ้นไปบนเพดานแล้วบ่นพึมพำ “ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าไอเด็กนั่นจะมีแฟน ไม่เชื่อๆๆ เด็กที่คิดว่าแซนวิชยัดเยลลี่ใส่เข้าไปอร่อยดีอ่ะนะ” อยู่ดีๆ มยองจุนก็พูดเหมือนพึ่งนึกอะไรขึ้นได้ “แสดงว่าพรุ่งนี้ร้านเราจะมีเด็กเสิร์ฟไม่พอ แล้วเราก็จะทำงานไม่ทัน แล้วเราก็จะล้มละลาย แล้วเราก็จะต้องปิดกิจการ แล้วร้าน Cotta ก็จะชนะ  Cotta!!” เขาไม่เคยพูดคำว่า Cotta มาก่อนเลย แค่ได้ยินก็แทบจะอาเจียนออกมาแล้ว

 

          “ฮยอง มันจะโอเคครับ” อึนอูพูดให้มยองจุนสงบสติลงในขณะเดียวกัน มินฮยอกรีบเดินหนีออกจากเคาน์เตอร์

 

          “เดี๋ยวผมมาทำงานพรุ่งนี้ก็ได้ครับเพราะว่าผมไม่ได้มาทำงานเมื่อวาน”

 

          “แต่ที่นายไม่มาทำงานเพราะนายป่วยไง ไม่ใช่เพราะโดดงานไปเที่ยวกับแฟน”

 

          “ไม่ ผมไม่ทำแบบนั้นอยู่แล้ว” อึนอูแน่ใจว่าเขาหมายถึงอย่างนั้นจริงๆ แต่เเขากลับรู้สึกหน้าร้อนขึ้นมา “ผมมาได้นะครับ จริงๆ นะฮยอง”

 

          “โอ๋ ชา อึนอู นายนี่พ่อเทพบุตรจริงๆ เลย” มยองจุนพูดขึ้นพร้อมกับดึงเขาเข้ามากอด เขาตัวเตี้ยกว่าอึนอูและเป็นความสูงเพอร์เฟคท์สำหรับอ้อมกอด จมูกอึนอูรู้สึกจั๊กจี๊ขึ้นมาเพราะผมบลอนด์นุ่มของเขา เขารีบหมุนหัวหันไปหามินฮยอก “นายควรเรียนรู้อะไรจากเขาบ้างนะมินฮยอก”

 

          มินฮยอก ผู้ที่ยืนอยู่เงียบๆ ตรงนั้น อยู่ดีๆ ก็ถูกโจมตี เขาหันกลับมามองมยองจุนด้วยสายตาที่งงงวย มยองจุนปล่อยอึนอูออกจากอ้อมกอด แล้วรีบเดินไปช่วยวอนอูที่ตอนนี้กำลังมีปัญหากับเครื่องทำกาแฟ  อีกแล้ว

 

          มีลูกค้าคนหนึ่งพึ่งเข้ามาในร้าน มินฮยอกออกไปรับออเดอร์ ทำให้อึนอูมีโอกาสที่แวบไปที่ห้องหลังร้าน เขาเริ่มจะเสียใจกับการที่ตัวเองอาสามาทำงานในวันพรุ่งนี้ บินจะต้องเศร้าแน่ๆ อึนอูจึงตัดสินใจว่าควรบอกเขาให้เร็วที่สุด เขามีอำนาจเหนือกว่าอยู่แล้วเวลาที่คุยกับบินในร่างแมว

 

          เขาเข้าไปในห้อง เดินไปยังกระเป๋าเป้ แล้วเรียกเบาๆ “บิน?

 

          “ฉันอยู่นี่อึนอู”

 

          อึนอูเกือบจะกรี๊ดออกมา เขาหันไปเจอบินอยู่ที่มุมมืดของห้อง

 

          “นายทำอะไรอยู่?” อึนอูกระซิบพลางรีบเดินไปที่ประตูเพื่อดูว่ามันปิดสนิทดีหรือยัง

 

          “ฉันเหนื่อยกับการนั่งอยู่ในนั้นอ่ะ” บินยักไหล่ เขาสวมเสื้ออึนอูเปลี่ยนตั้งทิ้งไว้ในสภาพเท้าเปล่า “ไม่ต้องเครียดหรอก ไม่มีใครเห็นฉัน มยองจุนของนายเข้ามาครั้งหนึ่ง แต่ฉันแอบอยู่หลังกล่อง”

 

          “เขาไม่ใช่มยองจุนของฉันซักหน่อย” อึนอูบ่น เขาอยากจะด่าบินกับการกระทำที่คิดน้อยของเขาแต่เขาก็รู้สึกแย่ การนั่งอยู่กระเป๋านั้นนานๆ ต้องไม่สนุกแน่ๆ แถมอึนอูยังอาสาทำงานเพิ่มอีก “ขอโทษที่ฉันทิ้งนายไว้แบบนี้นะ แต่นายจะโอเคหรือเปล่าถ้าพรุ่งนี้นายต้องอยู่แบบนี้อีก?

 

          “ก็..ถ้านายต้องทำงาน ฉันก็คงต้องทำแหละ” บินยักไหล่ “แต่ถามจริงๆ นะ สัปดาห์หนึ่งนายทำงานกี่วันหรอ?


          “ความจริงปกติฉันไม่ทำงานวันพฤหัสหรอก แต่ว่า..” อึนอูเริ่มพูดไม่ออก “จุนฮุยไม่มาทำงานพรุ่งนี้ มยองจุนฮยองเลยต้องการใครก็ได้มาทำงานแทน แล้วเขาก็จริงจังกับร้านนี้มากๆ คนที่อยู่เวรอีกคนนึงคือบยองชาน เขาพึ่งมาใหม่เลยทำอะไรไม่ค่อยเป็นเท่าไหร่ แล้วฉันก็เลย ฉันเลยอาสาทำงานแทนอ่ะ” อึนอูก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงพูดออกไปหมดเปลือกเลย เขาแค่ไม่อยากบินอารมณ์เสียเพราะเขา “ฉันขอโทษนะ” อึนอูเบือนหน้าหนีรอคำด่าจากบิน

 

          “โห ทำไมนายเป็นคนดีจัง”

 

          อึนอูชำเลืองมอง บินไม่ได้ดูอารมณ์เสียเลย เขาดู...ทึ่งหรอ?

 

          “นายไม่รำคาญเลยหรอ?” อึนอูถาม

 

          บินหัวเราะ เสียงหัวเราะที่อึนอูโปรดปราน “ฉันจะทำแบบนั้นได้ยังไง? เพราะนายดีอย่างนี้ไงฉันถึงมีที่ให้อยู่” บินยิ้มออกมา “แค่อย่าโหมทำงานหนักเกินก็พอแล้ว”

 

          “อะโอเค” อึนอูเริ่มรู้สึกเขินอายขึ้นมา เหมือนมีอะไรออกมาจากรอยยิ้มของบิน ทำไมมันถึงดูน่ามองขนาดนี้นะ “ฉันต้องกลับไปงานแล้ว เดี๋ยวเดี๋ยวเจอกันนะ”

 

          บินพยักหน้าทั้งที่ยังคงยิ้มอยู่ อึนอูเดินออกมาจากห้อง เขาไม่ได้รู้สึกสงบลงเลยแม้ว่าประตูข้างหลังจะปิดสนิทแล้ว

 

          เวลาที่เหลือในวันนี้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว มินฮยอกทำงานเสร็จก่อน ชานเพื่อนของเขามารับเขาออกไปร้านเกม

 

          “นายนี่เป็นเด็กดีจริงๆ เลย ไปเล่นหลังจากที่ประชุมคณะกรรมการนักเรียนเสร็จนะ” มยองจุนพูดกับชานด้วยความเอ็นดู เขาหันหน้าไปหามินฮยอก “นายควรเรียนรู้อะไรจากเขาบ้างนะมินฮยอก”

 

          มินฮยอกอ้าปากค้างในทันที อยู่เฉยๆ ก็โดนด่าอีกแล้ว มินฮยอกทำหน้าเหม็นใส่มยองจุนพร้อมกับดึงชานออกไปจากร้าน อึนอูลอบมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดแล้วยิ้มกับตัวเอง เด็กสองคนนั้นหน้าตาดีทั้งคู่เลย แต่มินฮยอกดูเหมือนไดโนเสาร์ ส่วนชานดูเหมือนแมว

 

          จู่ๆ อึนอูก็นึกถึงคนหน้าแมวของเขาขึ้นมา

 

          หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมงเขาเดินเข้าไปหามยองจุน “ถ้าผมออกก่อนเวลาได้หรือเปล่าครับ?

 

          “ได้ แน่นอนสิ ไปเลยๆ อีกเดี๋ยวซึงชอลกับซึงอูก็มาอยู่แล้ว”

 

          “ขอบคุณครับ” เขาเดินตรงไปยังห้องหลังร้าน เปิดประตูเข้าไปในห้องช้าๆ แอบหวังว่าบินจะไม่พุ่งมาเหมือนในหนังแวมไพร์ยุค 1890s แต่สิ่งที่เขาเจอกลับเป็นเจ้าแมวตัวเล็กขนสีดำแต้มขาวนั่งรออยู่แล้วในกระเป๋าของเขา อึนอูยิ้มให้เขา ก่อนจะหันกลับมาเปลี่ยนเสื้อหลังจากที่บินมุดลงไปในกระเป๋าแล้ว

 

          อึนอูยิ้มและโบกมือให้มยองจุนตอนที่ออกมาจากร้าน Sunshine เขารู้สึกดีแปลกๆ น้ำหนักของบินบนไหล่ที่รู้สึกหนักอึ้งเมื่อเช้า กลับรู้สึกดีในตอนนี้ มันแปลกดี อึนอูคิดว่าคงเป็นเพราะเขาโล่งใจที่สามารถเอาตัวรอดในวันนี้โดยไม่มีใครจับได้

 

          เมื่อเขาเดินออกมาห่างมากพอจากร้าน อึนอูวางกระเป๋าลงแล้วเปิดซิป บินโผล่หัวออกมามองหน้าอึนอูด้วยความสงสัย

 

          “ฉันรู้ว่านายไม่อยากอยู่แต่ในนั้นหรอก” อึนอูพูดพร้อมยิ้มออกมา “ออกมาข้างนอกนี้เร็ว”

 

          บินกระโดดออกไปหาอึนอู อึนอูเกือบจะคว้าตัวบินเอาไว้ไม่ทันจากนั้นเขาปล่อยเสียงหัวเราะออกมา เขาปิดกระเป๋าหยิบขึ้นมาสะพาย แต่บินก็ยังคงเกาะอยู่ที่อกแน่นอยู่อย่างนั้น

 

          “นายนี่มันแมวขี้เกียจจริงๆ เลย” อึนอูยิ้มกว้าง

 

          เขาเดินทางกลับอพาร์ตเมนท์ในความเงียบ โดยอุ้มบินอยู่ในอ้อมแขน เขาถึงอพาร์ตเมนท์หลังจากนั้นในเวลาไม่นาน อึนอูวางบินลงบนพื้นพร้อมกับวางกระเป๋า “ฉันวางเสื้อของนายไว้ที่โซฟานะ” อึนอูพูดพร้อมกับเดินเข้าไปในห้องนอนทำการเปลี่ยนเสื้อและอาบน้ำ เมื่อกลับมายังห้องนั่งเล่นบินอยู่ในร่างมนุษย์เรียบร้อยแล้ว เขาคลี่ผ้าห่มที่อึนอูวางทิ้งไว้บนโซฟาแล้วห่อหุ้มตัวเองอยู่ในนั้น เมื่อเขาเห็นอึนอู เขาจึงเงยหน้าขึ้นแล้วยิ้มให้

 

          “ออกมาจากนั่นเลย” อึนอูเขกหัวบินไปหนึ่งที เขากลั้นยิ้มไว้ไม่ไหว “ไม่อยากกินข้าวเย็นหรอ?

 

          ตาของบินสองข้างส่องแสงระยิบระยับ “แล้วนายจะไม่อยากทำให้ฉันกินหรอ?

 

          “ไม่ นายต้องลุกขึ้นมาตรงนี้ก่อน” อึนอูยิ้มกว้างพร้อมกับผลักและดึงมุนบินที่ห่ออยู่ผ้าห่มไปมา

 

          บินโยนผ้าห่มที่คลุมตัวอยู่ทิ้งแล้วยื่นมือออกไปหาอึนอู “ดึงฉันขึ้นหน่อยสิ”

 

          อึนอูหยิบเบาะที่อยู่ใกล้ตัวมากที่สุดโยนไปกระแทกหัวของบิน “ไม่! ไอแมวบ้า”

 

          ครู่หนึ่งต่อมาอึนอูเริ่มกังวลว่าเขาจะพูดทำร้ายจิตใจบิน แต่บินกลับหัวเราะแล้วลุกขึ้นมา “ไอมนุษย์ใจร้าย” จากนั้นเขาแลบลิ้นใส่อึนอู อึนอูหัวเราะและรู้สึกดีใจขึ้นไปอีกเมื่อบินแกล้งเล่นกับเขาด้วย

 

          ในขณะที่อึนอูกำลังเตรียมวัตถุดิบสำหรับมื้อเย็น บินเป็นคนหยิบหม้อและจานออกมา อึนอูหันหลังกลับไปกำลังจะหยิบเกลือ แต่แล้วก็ต้องหยุด เขาลอบมองบินที่ตอนนี้กำลังก้มหัวลงไปกับพื้นเพื่อหยิบกระทะที่อยู่ในตู้ชั้นล่าง เขาบีบความสูงให้ตัวเองดูตัวเล็กที่สุด เอนตัวลงไปจนจะกลายเป็นลูกบอล แล้วบ่นพึมพำกับตัวเองอย่างน่ารัก เพราะมันมีหม้อเล็กขวางอยู่เต็มไปหมดตอนที่เขาเอื้อมมือเข้าไป อึนอูพูดออกไปเบาๆ โดยที่สมองของเขายังไม่ทันได้คิด “วันนี้ก็ไม่ได้แย่ซักเท่าไหร่เนอะ ว่ามั้ย?


-----------------------------------------------------------------------


   
              *To let the cat out of the bag เป็นสำนวนแปลเป็นไทยได้ว่า การเผยความลับของตัวเองออกมาค่ะ ซึ่งเรื่องเจ้าแมวมูนเป็นเหมือนความลับของคุณชาประมาณนี้มันเลยตรงกับสำนวนตรงตัวพอดี คุณชาเลยหัวเราะออกมาค่ะ* (ตามความคิดเรานะคะ แหะ)

               เลือกไม่ถูกเลยว่าอยากเป็นแมวของอึนอู หรือ เป็นเจ้าของของเจ้าแมวบิน คิคิ

               ไม่แน่ใจว่าตอนต่อไปจะแปลมาอัพวันนี้ทันก่อนไปเที่ยวสงกรานต์มั้ยนะคะ ขอโทษล่วงหน้าก่อนเลยน้า TT

     
     #StrayRomance #รักไม่จรจัดบีนู 
     
     










          

         
         

          
          

   
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

46 ความคิดเห็น

  1. #15 BemyOng (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 14:06
    ชอบบบมากเลยง่ะ ดีมากเลยค่ะ
    #15
    0
  2. #4 kookkaiCS (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 11:48
    มีแต่ความน่ารักเติมไปหมดเลยย เจ้าแมวบิน
    รอตามอยู่นะคะ
    #4
    1
    • #4-1 kookkaiCS(จากตอนที่ 3)
      11 เมษายน 2562 / 11:49
      เต็มสิ55555
      #4-1