[End] Stray Romance รักไม่จรจัด (binu)

ตอนที่ 20 : Chapter 20 : Little Nibbles

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 211
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    13 พ.ค. 62

*** Notes : ในตอนนี้และตอนต่อๆ ไปจะเป็นการรวมรวมฉากน่ารักกรุบกริบหลังจากบินกับอึนอูตกลงคบกันค่ะ 
                    Hope you guys enjoy 




Chapter 20 : Little Nibbles
Alette

          "อันนี้คือการก้าวก่ายรึเปล่า?"

          อึนอูยิ้มขึ้นทันทีหลังจากคำถามนี้ "ไม่นะ นี่ไม่ใช่การก้าวก่ายซักหน่อย"

          ซานฮาไม่ได้พูดอะไรต่อแต่ก็ยังคงดูสงสัยอยู่ เขาเป็นแค่คนเดียวที่สงสัย มินฮยอกกำลังนั่งพิงหลังยิ้มมุมปากอยู่ทางด้านขวาของซานฮา จินอูยิ้มบางๆ โดยที่ข้างๆ เขามีมยองจุนที่กำลังนั่งกระโดดเด้งดึ๋งไปมาด้วยความตื่นเต้น เป็นไปได้ว่าตอนนี้เขาคงจะกำลังบีบขาของจินอูอยู่ใต้โต๊ะ ถัดมาทางขวามือของอึนอูคือบินที่กำลังนั่งอย่างสงบและผ่อนคลายในรัศมีแห่งความสุข

          เขาทั้งหกคนรวมตัวกันอยู่ที่โต๊ะกินข้าวในอพาร์ตเมนต์ของอึนอู ซึ่งเขาจำเป็นต้องไปหาเก้าอี้มาเพิ่มเติมจากห้องนอนของตัวเอง มันก็ดูค่อนข้างเบียดกันไปหน่อยสำหรับเก้าอี้หกตัวรอบๆ โต๊ะเล็ก แต่อึนอูไม่ได้ถือสาอะไร ตอนนี้เค้าไม่แคร์อะไรกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตแล้ว

          "แล้วถ้างั้นมันคืออะไรล่ะ?" ซานฮาถาม

          "อย่าโง่ได้มั้ยเด็ก" มยองจุนเอ่ยขึ้น "มันคือการเปิดตัวยังไงล่ะ"

          อึนอูทำหน้าใส่มยองจุนที่ขโมยซีนเขาไปก่อนจะหันไปยิ้มให้เพื่อนที่เหลืออีกสี่คน "ใช่แล้ว ฉันเรียกทุกคนมาที่นี่เพราะอยากจะประกาศอะไรหน่อย" เขาหยุดเพื่อดูการตอบสนองจากซานฮาที่ตอนนี้ดวงตากลมโตกำลังเบิกกว้างรอคอยอย่างคาดหวัง ก่อนจะพูดขึ้นเสียงใส "ฉันกับบินกำลังคบกันอยู่นะ"

          "ใช่" เสียงบินพูดขึ้นจากด้านข้างอึนอู อึนอูสบตาเขาก่อนจะยิ้มให้ คนเรามันจะน่ารักอะไรได้ขนาดนี้นะ?

          ซานฮาตัวฟีบลงชัดเจน "แค่นั้นหรอ? พวกฮยองก็คบกันมาตั้งนานแล้วนี่"

          "ก็ตอนนี้เปิดตัวแบบทางการไง" จินอูพูดขึ้น แล้วหันไปยิ้มให้กับอึนอู "ยินดีด้วยนะ"

          อึนอูรู้ตัวว่าตอนนี้เขากำลังหน้าแดงเพราะคำพูดของจินอู แต่ก็ไม่เท่าเพราะการที่มือของบินกำลังประสานกับมือของเขาอยู่ใต้โต๊ะหรอก

          "คิดว่าจะมีอะไรตื่นเต้นกว่านี้ซะอีก" เจ้ามักเน่ทำปากเบะยื่น "น่าเบื่อชะมัดเลย"

          "เอ่อ ความจริงฉันก็มีอะไรอยากจะบอกให้รู้เหมือนกัน" บินพูดขึ้นบ้างพร้อมกับยิ้มกว้าง "ฉันว่าอันนี้ก็น่าตื่นเต้นอยู่นะ" อึนอูยิ้มด้วยเช่นกัน นิ้วโป้งของเขากำลังเกลี่ยไปมาอยู่บนมือของบิน

          มินฮยอกทำเป็นแกล้งหาวก่อนจะพูดขึ้น "สงสัยจังเลย"

          "ฉันคุยกับซานฮาเว้ย" บินมองแรงใส่มินฮยอก ก่อนจะหันกลับไปหาซานฮา "พร้อมมั้ย?"

          ซานฮาพยักหน้าพร้อมกับนัยน์ตาที่เปล่งประกายขึ้นมา

          "ฉันสามารถกลายร่างกลายเป็นแมวได้" บินพูดออกมาอย่างภูมิใจ

          สถานการณ์นิ่งงันไปเป็นเวลานาน จากนั้นซานฮาทำหน้าบูดออกมาแล้วพูดขึ้น "ผมคิดว่าฮยองจะจริงจังซะอีกอ่ะ"

          "ฉันพูดจริงนะ" บินยืนกราน ในขณะเดียวกันกับมยองจุนที่ระเบิดเสียงหัวเราะและมินฮยอกทำเสียงพ่นออกทางจมูก "นายรู้จักมูน แมวของอึนอูใช่มั้ย? นั่นฉันเองแหละ"

          "อ่า ก็คล้ายดี" ซานฮาตอบ คราวนี้จินอูก็อดขำด้วยไม่ได้เช่นกัน

          "ก็แน่อยู่แล้วสิ" น้ำเสียงของบินขุ่นเคือง "ทุกคนหลับตาสิ เดี๋ยวฉันพิสูจน์ให้ดู"

          ซานฮาไม่เชื่อเขาอย่างชัดเจนแต่อย่างไรก็ตามเขาก็ปิดตาอยู่ดี มินฮยอกทำด้วยเช่นกันทั้งที่ยังคงหัวเราะคิกคักอยู่ มยองจุนยกมือขึ้นไปปิดตาของจินอูขณะที่ตัวเองปิดตาปี๋ "ฉันสงสัยมาตลอดเลย ทำไมพวกเราถึงดูไม่ได้ล่ะ?"

          "เพราะผมน่าเกลียดไง" บินปล่อยมืออึนอู แต่ก็ไม่ลืมที่จะโน้มตัวไปจุมพิตเบาๆ ที่ริมฝีปากของเขา หน้าของอึนอูแดงขึ้นอีกครั้ง อึนอูรู้สึกยินดีที่ทุกคนหลับตาสนิทกันหมดแล้ว ก่อนเขาจะปิดตาของตัวเองแล้วนั่งรอ

          ไม่ถึงหนึ่งนาทีต่อมาอึนอูสัมผัสได้ถึงน้ำหนักเบาๆ บนต้นขา อึนอูลืมตาขึ้นก่อนจะเจอบินนั่งอยู่บนกองเสื้อผ้าในร่างแมวแล้ว

          "ทุกคนลืมตาได้ครับ" อึนอูพูดพร้อมกับยกตัวของบินขึ้นมาวางบนโต๊ะ แล้วหันไปพับเสื้อผ้าที่อยู่บนเก้าอี้

          "นั่นก็แมวฮยองไง" ซานฮาทำหน้าบึ้ง "บินฮยองก็คงแอบอยู่ในห้องน้ำไม่ก็ห้องอื่นๆ แน่ๆ"

          บินตอบสนองด้วยการส่ายหัวไปมา อย่างน้อยนั่นก็ทำให้ซานฮาดูประทับใจ

          "ว้าว ฮยองฝึกมันมาดีจังเลยฮะ เหมือนมันเข้าใจเลยว่าผมพูดอะไรอยู่"

          บินกลอกตาอย่างเห็นได้ชัด อึนอูอดที่จะกลั้นขำไม่ได้ มยองจุนโน้มตัวไปข้างหน้าอย่างสนอกสนใจ "เขาเหมือนกับแมวธรรมดาจริงๆ เลยอ่ะ"

          "ก็นะ เขาก็เหมือนคนเวลาเป็นคนเหมือนกัน" มินฮยอกพูดขึ้น

          "ในร่างมนุษย์ต่างหาก" อึนอูแก้คำพูดของเขาอัตโนมัติ บินหันไปมองหน้าเขาก่อนจะทำท่าทางโค้งคำนับเพื่อขอบคุณ มันช่างเป็นสิ่งที่น่าเอ็นดูที่สุดในโลกเลย

          "พวกฮยองเชื่อเขาไม่ได้นะครับ" ซานฮาอึ้งกับการตอบสนองของทุกคน เขามองไปหาจินอูเพื่อหาคนสนับสนุน "ฮยอง?"

          จินอูทำเพียงยักไหล่ตอบกลับไป ซานฮาอ้าปากค้าง

          บินเดินไปแล้วยื่นอุ้งมือไปหาซานฮา เจ้าเด็กน้อยยื่นหน้ามาทันที เขากำลังตกใจเกินกว่าจะปฏิเสธ บินช้อนหน้าซานฮาด้วยอุ้งเท้าหน้าทั้งสองข้างก่อนจะจ้องเข้าไปที่เขา นัยน์ตาสีเขียวประสานกับกับนัยน์ตาสีน้ำตาล เขายังคงทำค้างไว้อยู่อย่างนั้น จ้องมองเขาอย่างมีไหวพริบเพื่อให้เขารู้ว่าสายตาแบบนี้ไม่ได้เป็นสายตาของแมวธรรมดา

          ในเวลาไม่กี่วินาทีที่ซานฮาใช้เวลาเข้าใจ เขาผละออกพร้อมกับเบิกตากว้าง เห็นได้ชัดเจนเลยว่าในที่สุดเขาก็เชื่อบินแล้ว

          ซานฮากรี๊ดเสียงแหลม

          เสียงมันช่างสูงปรี๊ดและดังมาก มินฮยอกผู้ที่นั่งอยู่ข้างเขาคงเกือบตกเก้าอี้หงายหลังหากอึนอูไม่ได้จับเก้าอี้ไว้ ทางอีกฝั่งหนึ่งของซานฮา จินอูที่ปกติก็แทบหูดับจากการคุยโทรศัพท์กับมยองจุนเป็นประจำอยู่แล้วก็หดตัวหนีจากต้นเสียงเช่นกัน

          "ไม่อยากจะเชื่อ!" ซานฮากรีดร้องออกมา เขายังคงอยู่ในสภาวะช็อคอยู่ "เขาเป็นแมว! เป็นแมวเลยนะ! ตอนแรกเขายังเป็นคนอยู่เลยแล้วตอนนี้เป็นแมวแล้วอ่ะ"

          "บ้ามากเลยใช่มั้ยล่ะ?" มินฮยอกกึ่งพูดกึ่งตะโกน เขาพยายามปรับตัวให้เข้ากับสภาวะเดิมหลังจากได้ยินเสียงกรี๊ดของซานฮาเมื่อครู่

          บินเดินไปหาอึนอูที่ได้รับข้อความทางสายตา เขาช้อนตัวเจ้าเหมียวขึ้นพร้อมกับเสื้อผ้าแล้วเดินไปยังห้องนอน "ฉันว่าตอนนั้นฉันก็คุมอารมณ์ได้ดีอยู่นะ" เขาพูดพร้อมกับยิ้มก่อนจะวางบินและชุดเสื้อผ้าลงบนเตียง บินพยักหน้าหนึ่งครั้ง หลังจากนั้นอึนอูเกาที่หลังหูให้เขาแล้วเดินออกไปจากห้องทั้งใบหน้ายังเปื้อนยิ้มอยู่พร้อมกับตรวจดูว่าประตูบานด้านหลังเขาปิดลงสนิทแล้ว

          เมื่อเขาเดินกลับมายังโต๊ะกินข้าว ซานฮาก็กำลังคุยจ้ออย่างตื่นเต้น "ซึงจุนฮยองเคยบอกผมแล้ว เขาบอกผมว่ามีเพื่อนสมัยเด็กคนนึงของเขากลายร่างเป็นแมวได้ แต่ตอนนั้นผมไม่เชื่ออ่ะ ผมคิดว่าเขาแค่ล้อผมเล่นเฉยๆ" ดวงตาใสเบิกกว้าง "โห! ฮยองเขาพูดจริงหรอเนี่ย"

          "ใช่ เขาพูดจริง" อึนอูตอบ "ตอนแรกฉันก็ตกใจเหมือนกัน จริงๆ แล้วตอนแรกฉันก็เจอกับบินในร่างแมวนั่นแหละ"

          "แสดงว่าเขาก็คือมูนมาตลอด" น้ำเสียงของซานฮาเต็มไปด้วยความสงสัย ก่อนจะกระซิบถามอึนอู "ฮยองกับเขาอยู่บ้านเดียวกันมาตลอดสินะ" ทันทีที่ซานฮาพูดจบ หน้าของเจ้าของห้องก็ขึ้นริ้วแดงในทันที

          อึนอูพยายามทำตัวให้ดูนิ่งสง่างามแต่มันยากเหลือเกินในเมื่อเขายังรู้สึกได้ว่าใบหน้าของตัวเองร้อนขนาดไหน บินเดินเข้ามาได้อย่างถูกเวลาแล้วนั่งลงข้างๆ เขาอีกครั้ง จากนั้นจึงยิ้มกว้าง "คราวนี้เชื่อฉันหรือยัง?"

          ซานฮาพยักหน้าอย่างรุนแรง "คือโคตรเจ๋งเลยฮะ" น้ำเสียงของเขาเอาจริงเอาจัง หลังจากนั้นก็เปลี่ยนเป็นหน้าบึ้งฉับพลันแล้วมองไปยังรอบๆ โต๊ะ "พวกฮยองรู้กันอยู่แล้วหรอ? พวกฮยองทุกคนเลย?"

          "ก็รู้มาบ้าง" จินอูพูดเชิงขออภัย

          "แล้วฮยองไม่บอกผมได้ยังไง? ซักคนเลย? ไม่มีใครบอกผมเลยอ่ะ"

          "เพราะว่านายยังเป็นเด็กไง" มินฮยอกพูดอย่างยิ่งกว่าสบายใจ เขาไม่ชอบให้โดนจัดว่าตัวเองเป็นเด็กเหมือนกับซานฮา ดังนั้นเขาจึงพอใจเสมอในทุกครั้งที่เขาได้ทำอะไรหรือรับรู้เหมือนกันกับพวกฮยอง

          "ก็ตอนนี้บอกแล้วไง" อึนอูรู้สึกผิดที่ทำให้ซานฮาเหมือนเป็นคนนอกถึงแม้ว่าจะไม่ได้ตั้งใจก็ตาม

          "ก็เพราะพี่อยากเรียกรวมตัวประชุมอะไรไม่รู้ต่างหากล่ะ" ซานฮาครวญครางอย่างไม่สบอารมณ์

          จินอูกระแอมทันทีทันใด เขามองไปรอบโต๊ะพร้อมกับยิ้มบางเพื่อให้แน่ใจว่าทุกๆ คนกำลังสนใจอยู่ "ไหนๆ เราก็เรียกรวมตัวเปิดตัวแบบนี้แล้ว" เขาเริ่มพูดก่อนที่จะถูกมยองจุนตะปบเข้าที่แขนเขาอย่างเสียงดังแล้วตัดบทขึ้นมา "เราคบกันอยู่!"

          "โอเค ดีแล้ว" มินฮยอกเอ่ย "ฮยองคบกับใครล่ะ?"

          "ก็กันและกันไง" จินอูพูดอย่างใจเย็น "มยองจุนกับฉันคบกันและกันไง"

          บรรยากาศหยุดนิ่งเป็นเวลานาน ก่อนที่ซานฮาจะกรี๊ดในเวลาเดียวกันกับที่มินฮยอกตะโกนออกมา "อะไรนะ?"

          "เซอร์ไพรส์" จินอูพูดอย่างเขินอาย

          "ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ?" มินฮยอกถามอย่างกระตือรือร้น "ตั้งแต่ฮยองเจอกันเลยหรือตอนไหน?"

          "ก็คบกันมาเจ็ดแปดเดือนแล้วมั้ง? ไม่ใช่ตั้งแต่เราเจอกันแน่ๆ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าความรู้สึกนี้มันเกิดขึ้นมาได้ยังไง วันนึงจินอูก็เป็นแค่เพื่อน แต่ต่อจากนั้นฉันทำคัพเค้กสตรอว์เบอร์รี่เลอะหน้าเขา รู้ตัวอีกทีฉันก็จูบเขาผ่านครีมที่เลอะนั้นแล้วอ่ะ" มยองจุนยกยิ้มกว้าง

          "หยุดเหอะขอร้อง" ภายนอกของมินฮยอกดูจะเหม็นความรักอย่างทนไม่ไหว อึนอูสังเกตได้ว่าหน้าของบินกำลังขึ้นเป็นริ้วสีชมพู (เขากำลังเก็บข้อมูลนี้เผื่อไปใช้กับอึนอูทีหลัง)

          "คือพวกฮยองรู้กันหมดแล้ว?" ซานฮาถาม

          "ฉันไม่รู้แน่นอน" มินฮยอกตอบแล้วหันไปหาบิน "นายรู้หรอ?"

          "อึนอูบอกฉันอ่ะ" บินพูดอย่างสบายอกสบายใจ "เวลาคนเราคบกันก็แบบนี้แหละ นายจะเล่าเรื่องต่างๆ ให้แฟนนายฟัง" ยิ้มกว้างพอใจปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา ราวกับก่อนหน้านี้ไม่กี่นาทีที่ผ่านมาเขาไม่ได้หน้าขึ้นสีอยู่เลย

          "ผมไม่อยากจะเชื่อเลย" มินฮยอกพูดพร้อมกับทำตัวไหลลงจมไปในเก้าอี้

          "ฮยองไม่อยากจะเชื่อหรอ? ผมนี่สิไม่อยากจะเชื่อเลย!" ซานฮาคร่ำครวญไม่พอใจ "พวกฮยองไม่บอกอะไรผมซักอย่างเลยอ่ะ มีใครปิดบังอะไรผมอีกมั้ย? ทุกคนเลยมีอะไรจะบอกอีกมั้ย?"

          อึนอูยิ้ม "ที่จริงแล้ว..."

          เขายังไม่ทันใดพูดต่อเพราะซานฮาได้ตะโกนแทรกขึ้น "ผมทนไม่ไหวแล้ววววว!" แล้วกระโดดออกมาจากเก้าอี้ของเขา

          "ฮยองแค่ล้อเล่นน้า" อึนอูพูดขณะที่บินหัวเราะเบาๆ อยู่ข้างเขา เขาสบตากับจินอูที่กำลังหัวเราะคิกคักแล้วยิ้มกว้างยิ่งกว่าเดิม มยองจุนตอนนี้กำลังงอตัวหัวเราะท้องแข็งไปเรียบร้อย

          ซานฮานั่งกลับลงไปยังที่นั่งในเวลาเดียวกันกับที่มินฮยอกมองคนอื่นๆ อย่างไม่สบอารมณ์ "ไม่ตลก" เขายังคงอารมณ์เสียกับการเปิดตัวของจินอูและมยองจุนอย่างชัดเจน "ไม่เห็นมีอะไรน่าตลกเลย"

          แต่นั่นมันก็ทำให้อึนอูหัวเราะโดยที่มือของเขาถูบนเข่าของบินไปมาในเวลาเดียวกัน  บินหัวเราะร่าเริงละยิ้มกว้างหันไปมองเขา

          สำหรับอึนอู ทุกอย่างในช่วงเวลานี้มันกำลังเข้าที่เข้าทางแล้ว



               *****************************


          ท่าทางของบินที่ตาลุกวาวขึ้นเมื่อเห็นแซนด์วิชวางอยู่บนจานตรงหน้าเป็นสิ่งที่อึนอูจะไม่ลืมเลย

          "นายทำให้ฉันกินจริงๆ ด้วยอ่ะ" บินกระซิบกระซาบขึ้นเมื่อเอื้อมมือไปหยิบจาน "นายทำจริงๆ ด้วยอ่ะ"

          "ก็นายขอให้ฉันทำนี่ แล้วฉันก็อยู่ในห้องครัวอยู่แล้ว ไม่เห็นจะเป็นเรื่องหนักหนาอะไรเลย"

          "ฉันไม่รู้ว่านายจะทำให้กินจริงๆ อ่ะ" บินพูดพร้อมสอดส่องสายตาไปยังทุกซอกทุกมุมของแซนด์วิช "ฉันหมายถึง ก็ใช่ ฉันก็ขอจริงๆ นั่นแหละ แต่ฉันไม่คิดว่านายจะทำให้" เขาเงยหน้าขึ้น ดวงตาเรียวรีเปล่งประกาย "ขอบคุณนะครับ"

          "อื้อ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว" อึนอูอดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างสดใสให้กับคนตรงหน้า "อย่าทำให้เลอะโซฟาละกันนะ"

          "สัญญาครับ" เขาหยิบแซนด์วิชขึ้นมาแล้วค่อยๆ กัดกินอย่างมีความสุข อึนอูยิ้มเอ็นดูให้กับแฟนหนุ่มก่อนจะเดินไปที่ชั้นหนังสือเพื่อหาอะไรอ่าน

          จังหวะพอดีกับที่อึนอูได้เจอหนังสือเล่มหนึ่งที่เข้ากันกับอารมณ์ของเขาในตอนนั้น เขาก็ได้ยินเสียงอุทานแผ่วเบาแทบจะเป็นเสียงกระซิบจากด้านหลัง "โอ้ ไม่นะ"

          อย่างไรก็ตามอึนอูก็ไม่ได้แแปลกใจสักเท่าไหร่ เขากลั้นลมหายใจและพยายามทำให้ใบหน้าของตัวเองสงบที่สุดก่อนจะหันไปแล้วถาม "เกิดอะไรขึ้นรึเปล่า?"

          อย่างน้อยมันก็ดีกว่าสิ่งที่อึนอูคิดไว้ เขานึกว่าเขาจะได้เห็นรอยเปื้อนซอสเลอะบนที่นั่งของโซฟาที่ผ่านการสู้รบกับผงซักฟอกมานับไม่ถ้วน แต่รอยซอสนั้นกลับเปรอะเปื้อนอยู่บนกลางเสื้อของบินแทน

          "ฉันพยายามไม่ทำหกแล้วจริงๆ นะ" บินพูดด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด "มันเป็นความคิดของนายนั่นแหละที่ใส่ซอสเยอะเกินไป"

          อึนอูถอนหายใจและพยายามไม่ทำตัวเป็นแม่บ้านที่มีท่าทางผิดหวัง "ก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยนายก็ไม่ได้ทำหกใส่โซฟา" เขาเดินไปหาบินแล้วยื่นมือออกไป "เอาเสื้อนายมา"

          บินกระพริบตาด้วยความสับสน "อะไรนะ?"

          "เสื้อนายไง ถอดมาให้ฉัน ฉันไม่ให้นายเดินไปมาทั้งที่เสื้อเลอะแบบนั้นหรอกนะ เดี๋ยวฉันเอาไปซักแล้วเอาเสื้อตัวใหม่มาให้"

          เขาคาดหวังว่าบินจะขอบคุณและถอดเสื้อออกมาให้เขา แต่กลับกัน ตาของบินสองข้างเบิกกว้างแล้วเอนหลังติดจนแทบจะหายเข้าไปในพนังพิงหลังของโซฟา "ถอดหรอ? ตรงนี้เลยหรอ?"

          "หือ ก็ใช่สิ?" อึนอูสับสน ไม่งั้นจะถอดที่ไหนอีกล่ะ? "นายไม่ต้องลุกขึ้นก็ได้ แค่ยื่นมาให้ฉันก็พอ ฉันไม่ว่าอะไร"

          "แต่ถ้าฉันถอดออก" ดวงตาของเขากลมโต เสียงเบาลงในทันที "อย่างนั้นฉันก็ไม่มีเสื้อใส่สิ"

          "อื้อ ก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้วสิถ้านายถอดเสื้ออ่ะ" อึนอูไม่เข้าใจ นี่บินกำลังพูดเรื่องอะไรเนี่ย?

          "ฉันก็โป๊ ต่อหน้านาย ในห้องของนายน่ะสิ"

          หนุ่มเจ้าของห้องมองคนตรงหน้า สมองกำลังประมวลผลช้าๆ ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นห้อง

          "นายหัวเราะทำไมอ่ะ?" หน้าของคนที่ถูกขอให้ถอดเสื้อกำลังแดงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

          "ฉันขอโทษ" อึนอูพยายามควบคุมตัวเอง "ฉันแค่— ฉันแปลกใจเฉยๆ" เขายังคงยิ้มกว้างอยู่แต่ก็พยายามไม่หัวเราะคิกคักออกมาเช่นกัน "ทำไมนายถึงอายล่ะ?"

          "แล้วทำไมฉันต้องไม่อายอ่ะ?" ริ้วแดงบนใบหน้าของคนหน้าแมวได้ลามขึ้นไปถึงหูทั้งสองข้าง "นายกำลังขอให้ฉันถอดเสื้อตัวเองต่อหน้านายอยู่นะ! นายไม่อายหรอ?"

          อึนอูพยายามอย่างหนักเพื่อมองดูว่าสถานการณ์ตรงหน้ามันจริงจังแค่ไหนให้เท่าที่บินกำลังทำอยู่ เขาพยายามแล้วจริงๆ นะ แต่เขาต้านทานแรงกระตุ้นที่อยากจะหัวเราะออกมาไม่ได้เลย "ฉันขอโทษ" เขาพูดขณะที่บินจ้องมองที่เขา "มันแค่กระทันหันไปน่ะ ฉันไม่เห็นรู้เลยว่านายจะขี้อายขนาดนี้" แต่เขาก็ไม่เคยขอให้บินถอดเสื้อมาก่อนเช่นกัน แต่บินก็ไม่เคยอายกับอะไรเลยนอกจากการกลายร่างของเขา ที่อึนอูยอมแพ้กับการขอดูแล้ว

          "ก็ตอนนั้นมันก่อนที่เราจะคบกันนี่ ตอนนี้..ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว"

          "โอเค" เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมบินถึงอาจจะเขินอายกับเรื่องนี้ แต่อึนอูก็ไม่ได้คิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่อะไร เขาหายใจเข้าเต็มปอดแต่แก้มทั้งสองข้างก็ยังคงเจ็บปวดจากการหัวเราะอยู่ "บินนี่ พวกเรากำลังอยู่ด้วยกันจริงๆ แล้วนะ"

          "ก็แค่ตอนนี้" บินพูดแทรกขึ้นมา แผนที่เขาวางไว้คือเขาจะย้ายออกเมื่อเขาสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้แล้ว

          "ใช่ก็แค่ตอนนี้ แต่ที่ฉันหมายถึงคือ มันปกติที่ผู้ชายสองคนที่อยู่ด้วยกันจะเห็นอีกคนถอดเสื้ออยู่ในห้องบ้างบางครั้ง ลองคิดว่าถ้าอยู่ด้วยกันแบบรูมเมทสิ นายคงไม่อะไรกับการที่จะถอดเสื้อต่อหน้ารูมเมทของนายใช่มั้ยล่ะ?"

          "แต่ฉันไม่ได้จะคบกับรูมเมทของตัวเองนี่" บินตอบ ตอนนี้เขาแทบจะม้วนกลมอยู่บนโซฟาแล้ว แถมยังยกแขนขึ้นมาป้องกันร่างกายท่อนบนของตัวเองราวกับว่าอึนอูกำลังจะเผาเสื้อของเขาทิ้งด้วยสายตา "มันต่างกัน"

          อึนูเม้มริมฝีปาก พยายามที่จะไม่หัวเราะอีกครั้ง เอาจริงๆเลย ท่าทางของบินตอนนี้มันน่ารักจนใจของเขาแทบจะทนไม่ไหว เขาคิดมาตลอดว่าในความสัมพันธ์นี้ เขาจะเป็นคนที่เขินอายมากกว่า พอได้พบว่ามันกลับเป็นบินก็ประหลาดใจดี

          "ดูนะ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย" อึนอูพูดขึ้นก่อนจะเลื่อนมือไปถอดเสื้อที่ตัวเองใส่อยู่ออก "เห็นมั้ย?"

          บินร้องเสียงสูงแล้วปิดตาลงทันทีอย่างรวดเร็ว "ไม่ ฉันไม่เห็นอะไรนะ" เขารีบหันหน้าหนี "ฉันไม่เห็นอะไรเลยจริงๆ นะ"

          อึนอูอยากจะวิ่งออกไปอีกห้องแล้วหยิบโทรศัพท์จริงๆ เขาอยากเก็บภาพบินที่นอนคุดคู้อยู่บนโซฟาที่ปิดตาสองปี๋ข้างแล้วหันหน้าหนี แถมใบหน้ากำลังขึ้นสีอย่างรุนแรง "แสดงว่าเราก็ไปทะเลด้วยกันไม่ได้เลยสินะ?" อึนอูพยายามทำน้ำเสียงให้จริงจังทั้งที่ในความจริงตัวเขากำลังยิ้มปากฉีกถึงหูจนแทบจะเป็นบ้าแล้ว "ฉันหุ่นไม่ดีขนาดนั้นเลยหรอ?"

          "ไม่ใช่อยู่แล้ว" บินพูดขึ้นทันที เขาลืมปิดตาไปชั่วขณะ "ฉันแค่คิดเองเฉยๆ ความจริงแล้วฉันมองไม่เห็นอะไรเลยนะ"

          "โอเค เราคุยเรื่องนี้กันมานานพอแล้ว" อึนอูยกมือท้าวสะเอว "ส่งเสื้อนายมาให้ฉันซักที ไม่งั้นฉันจะไม่ทำแซนด์วิชให้นายกินอีกแล้วนะ"

          บินอ้าปากค้าง "นายไม่ได้พูดจริงใช่มั้ย"

          "ฉันพูดจริง" น่าแปลกใจที่น้ำเสียงของอึนอูดูจริงจังจริงๆ "นายจะนั่งอยู่แบบนั้นเฉยๆ ใช่มั้ย? ถ้างั้นก็กินแซนด์วิชให้อร่อยซะนะ เพราะชิ้นนั้นเป็นชิ้นสุดท้ายที่ฉันจะทำให้นายกิน"

          มันก็ดูจะอึดอัดนิดหน่อย แต่อึนอูรู้ว่าเขาชนะแล้ว แล้วเพื่อให้มั่นใจขึ้นไปอีก บินเคลื่อนตัวออกจากเสื้อที่ใส่อยู่แล้วยื่นให้เขาด้วยมือเดียว เขานำแขนอีกข้างปกปิดหน้าอกตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ "นายมันโรคจิต" เขาเบะปากทั้งที่ตายังคงปิดอยู่

          "ฉันโรคจิตยังไง?" อึนอูประหลาดใจแต่ก็ยังเห็นว่ามันก็น่ารักอยู่ดี เขารับเสื้อมาแล้วสำรวจดูรอยเปื้อน มันก็ไม่ได้ดูแย่เท่าไหร่

          "นายขู่ฉันเรื่องอาหารเพื่อให้ฉันถอดเสื้อ ตอนนี้ฉันนั่งโป๊อยู่ครึ่งตัวเพราะนาย คนโรคจิต"

          อึนอูเม้มริมฝีปาก พยายามกลืนเสียงหัวเราะลงไป เขาคิดว่าคงไม่ใช่ความคิดที่ดีที่จะพูดเรื่องที่เขาเคยเห็นบินไม่ใส่เสื้อมาแล้ว ตอนครั้งแรกที่เขาเห็นบินในร่างมนุษย์ เรียกได้ว่าตอนนั้นเขาเปลือยทั้งร่างกายเลยล่ะ เขากลับกระแอมแล้วพูดอย่างอื่นขึ้นมาแทน "ยังไงก็ขอบคุณนะ ฉันว่านี่มันก็ช่วยให้ความสัมพันธ์ของเราเติบโตขึ้นนะ"

          ในตอนนั้น บินลืมตาแล้วหันมามองอึนอู "จริงหรอ?"

          "ใช่สิ" อึนอูพูดก่อนจะยื่นมือออกไปหาบิน

          น่าประหลาดใจที่บินยื่นมือออกไปจับมือขาวแล้วลุกขึ้น "ซักวันนึงฉันก็อยากไปทะเลด้วยกันกับนายนะ" พวงแก้มของเขายังคงขึ้นสีชมพูอยู่ "ทุกครั้งที่เราสามารถไปได้เลย"

          "พออากาศเริ่มอุ่นขึ้น เราก็ไปเลยนะ" อึนอูพูดพร้อมกับยิ้ม

          บินยิ้มกลับให้ อึนอูพยายามมั่นใจว่าเขามองแค่ใบหน้าของบินเท่านั้น เขาก็แปลกใจเช่นกันว่าเขาทำสำเร็จได้ยังไง บินตอนนี้มีร่างกายแบบนักเต้น ทั้งผอมจนเห็นสัดส่วนกล้ามเนื้อแน่นชัดเจน อึนอูสารภาพอย่างใจจริงว่าเขาอดใจรอไม่ไหวที่จะได้อวดแฟนหนุ่มของตัวเองต่อหน้าทุกคนที่ชายหาดแล้ว

          เขาโน้มตัวไปเพื่อมอบจูบ ซึ่งบินก็ตอบสนองเช่นกัน อึนอูชอบเมื่อได้พบว่าในตอนนี้ระหว่างเขาสองคนมันง่ายดายและสบายใจแค่ไหนที่จะจูบกันแบบนี้ ผีเสื้อในท้องของเขาโบยบินในทุกครั้งริมฝีปากของเขาสองคนสัมผัสกัน

          แขนของบินโอบรอบเอวบางเปลือยเปล่าแล้วดึงให้เข้ามาแนบชิดโดยสัญชาตญาณ และนั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ทุกอย่างพังทลายลง

          บินกระโดดผละออกในทันที แล้วตะโกน "ฉันทำแบบนี้ไม่ได้!" ใส่หน้าอึนอู จากนั้นหันหลังแล้วเดินออกจากประตูห้องของอพาร์ตเมนต์ไป

          อึนอูกระพริบตาด้วยความประหลาดใจก่อนจะยิ้มแล้วนับเลขในใจ

          เมื่อนับได้ถึงหก บินก็ได้เดินกระทืบเท้ากลับเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าที่เห่อแดง เขาคว้าเสื้อของตัวเองมาจากมืออึนอูแล้วหันหลังกลับไป เดินกระทืบเท้าออกไปจากห้องอีกครั้ง

          ในที่สุดอึนอูก็ได้ปล่อยเสียงหัวเราะที่ตัวเองอดกลั้นไว้เป็นเวลานานสักที เขาสวมเสื้อกลับเข้าไปทั้งที่ยังหัวเราะอยู่เบาๆ ก่อนจะนั่งลงบนโซฟากับหนังสือที่หยิบออกมาและแซนด์วิชที่เขาเป็นคนทำเองกับมือ



               *****************************


          "ไม่อยากจะเชื่อเลยว่านายเรียกให้พวกเรามานั่งดูบินอ่านหนังสือสอบเนี่ยนะ"

          "ก็ผมบอกแล้วว่าอาทิตย์นี้มาห้องผมไม่ได้" อึนอูกล่าว "แต่พวกนายก็เป็นคนยืนยันที่จะมาเอง"

          "ก็เพราะพวกเราไม่รู้ไงว่าพวกนายจะอ่านหนังสือสอบจริงๆ อ่ะ" มยองจุนพูด "นี่ วันนี้มันวันอาทิตย์นะ" เขาเตะอึนอูด้วยเท้าจากตำแหน่งที่นั่งอยู่บนโซฟา

          "ขอโทษทีครับ แต่พวกเรามีตารางอ่านหนังสือแล้ว" อึนอูพูดพร้อมกับหันไปมองมยองจุน "การสอบเข้ามหาลัยเกือบใกล้เข้ามาแล้ว บินจะพลาดไม่ได้"

          "แต่วันนี้มันวันอาทิตย์นะครับ" เจ้าน้องน้อยที่กำลังนอนเหยียดแขนเหยียดขาอยู่บนพื้นที่บินและอึนอูวางสมุดและชีทกระดาษไว้กระจัดกระจายพูดขึ้น "พักก่อนวันนึงก็ได้นี่นา"

          "แต่เรามีตารางอ่านหนังสือแล้ว" อึนอูพูดย้ำอย่างหนักแน่น "อีกอย่าง บินก็ไม่อยากพักวันนี้ด้วย ใช่มั้ยบินนี่?"

          เขามองไปหาบินด้วยรอยยิ้มที่สดใสแผ่กระจายทั่วใบหน้า แต่อีกด้านหนึ่งสีหน้าของบินกลับดูลำบากทุกข์ยาก 

          "ใช่มั้ยครับ?" อึนอูเค้นยิ้มอีกครั้ง บินตาเบิกกว้างและพยักหน้าทันที

          "นายกำลังขู่เขานี่นา" จินอูพูดจากด้านหลังอึนอู "ให้เด็กคนนี้เขาพักบ้างเหอะ"

          "ตาราง" อึนอูกำลังจะเริ่มพูดอีกครั้ง แต่ก็ต้องชะงักไปเพราะสัมผัสบนมือของเขา บินกำลังทำตาโตพร้อมส่งสายตาออดอ้อน "เราจะวอกแวกจากตารางที่ตั้งไว้ไม่ได้นะ" อึนอูยืนยัน แต่บินก็ยังคงไม่หยุดออดอ้อนเขา

          "จริงจังเลยนะอึนอู ถ้านายพูดคำว่า 'ตารางอ่านหนังสือ' อีกครั้งนึง ฉันจะเตะนายออกจากห้องจริงด้วย" มยองจุนอดสงสารบินไม่ได้

          จินอูพูดเสริมมาจากอีกทางหนึ่ง "แค่หนึ่งวันมันไม่เป็นไรหรอก"

          "แค่หนึ่งวันก็ทำทุกอย่างให้เสียสมดุลได้นะ ถ้าพวกนายจะยังกวนอยู่แบบนี้ งั้นผมกับบินย้ายไปที่ห้องนอนแทนนะ บิน?"

          มินฮยอกผิวปากแผ่วเบา แต่อึนอูไม่ได้สนใจ เขากลายไปคนที่ไม่ค่อยใส่ใจอะไรรอบตัวแล้วช่วงนี้

          "โอเคครับ" บินถอนหายใจ "แต่ให้อะไรผมก่อนได้มั้ยครับอึนอู?"

          "นายอยากได้อะไรหรอ?" อึนอูถาม ประหลาดใจอย่างเหลือเชื่อที่บินยอมฟังอย่างว่าง่ายแบบนี้

          บินยิ้มน้อยๆ ให้เขาก่อนจะพูดขึ้น "ไม่รู้สิครับ อาจจะเป็นแครอทก็ได้นะ"

          หน้าของอึนอูขึ้นสีในทันที "บินนี่"

          "ผมจะไม่อารมณ์เสียเลยอึนอู ผมแค่อยากได้แครอท" บินยิ้มออกมาเมื่อได้รับการตอบสนองจากร่างบางตามที่ตัวเองหวังไว้ "ให้แครอทผมหน่อยได้มั้ยครับ?"

          ทุกอย่างจบลงก่อนที่มันจะชัดเจนไปมากกว่านี้ แต่อึนอูก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าในท้องของเขามันบิดเป็นเกลียวไปหมด "โอเค พวกเราพักกันก่อนก็ได้" เขาพูดน้ำเสียงแข็งทื่อพร้อมกับปิดสมุดตรงหน้าลง "แค่ตอนนี้นะ"

          "พวกนายเป็นอะไรกับแครอทเนี่ย?" จินอูสงสัย "มันเหมือนเป็นคำวิเศษอะไรซักอย่าง พอบินพูดคำว่าแครอทขึ้น เขาก็บังคับให้อึนอูทำอะไรก็ได้เลยอ่ะ"

          "คู่รักนี่ประหลาดจริงๆ เลย" ซานฮาเอ่ย "มีโค้ดลับกัน มีชื่อเล่นเรียกแทนกันสองคน... ดีใจจริงๆ เลยที่ผมไม่มีแฟน"

          "อย่างกับว่านายหล่อเลือกได้งั้นแหละ" มยองจุนพูดยอกย้อนลูกพี่ลูกน้องตัวเอง ยิ่งตอนที่ไอเด็กคนนี้พูดถึงการเรียกชื่อเล่นนี่แหละ กวนใจเขาที่สุดเลย

          "ขอบคุณครับ" บินพูดกับอึนอู แล้วโน้มตัวไปกดจูบที่แก้มใส

          "เปิดห้องเหอะ" มินฮยอกทำหน้าเหม็นใส่คู่รักตรงหน้า

          "นายก็ไปหาห้องนายเองดิ" บินพูดพร้อมโยกปากกาไปที่หัวมินฮยอกที่หลบอย่างราบรื่น บินบ่นหมั่นไส้เล็กน้อยกับความอ่อนตัวของหนุ่มนักเต้น ก่อนจะกลับมานั่งพื้นพิงลงกับเท้าโซฟา

          "โอเค งั้นนายอยากทำอะไรช่วงพักล่ะ?" อึนอูถามขณะกำลังรวบรวมหนังสือและชีทกระดาษต่างๆ มินฮยอกและซานฮาก้มตัวลงนั่งกับพื้นแล้วเริ่มช่วยเก็บโดยไม่ต้องขอ

          สุดท้ายพวกเขาตัดสินใจเลือกที่จะดูหนังกัน ใช้เวลาสักพักกับการจัดการและตะโกนใส่กันและกันก่อนที่ทุกคนจะได้ที่นั่งที่ตัวเองพอใจ ปกติที่นั่งจะพอดีกับห้าคนเสมอ แต่พอมีกันหกคนเลยเป็นปัญหา

          ครั้งแรกหลังจากที่อึนอูไม่ได้ใช้เวลานั่งดูหนังบนพื้นมานาน จินอูและมยองจุนเรียกร้องที่จะนั่งบนโซฟา และไม่มีใครอยากนั่งด้วยกันกับพวกเขาหลังจากที่มยองจุนยืนยันอย่างไม่อายว่าเขากับจินอูจะจู๋จี๋กันระหว่างซีนโรแมนติก

          "พวกฮยองทำตัวน่าไม่อายขนาดนี้ได้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?" มินฮยอกถามขณะนั่งอยู่บนพนักวางแขน

          "พวกเราก็น่าไม่อายแบบนี้มาตลอดนั่นแหละ แต่แค่พวกเราแอบทำลับหลังไม่ให้พวกนายรู้ไง พวกนายจะได้ไม่รู้สึกแปลกๆ" จินอูตอบ

          "แล้วตอนนี้ ผมก็ไม่เห็นว่าพวกฮยองจะแคร์อีกแล้วนะ" จินอูยิ้มให้มินฮยอก รอยยิ้มที่บ่งบอกว่าสิ่งที่มินฮยอกพูดมันถูกเผง

          "ก็ดีนะครับ ไม่ต้องไปแคร์มากหรอกว่าคนอื่นเขาจะคิดยังไง" บินพูดขึ้น เขานั่งอยู่บนพื้นติดกับอึนอู โต๊ะเล็กหน้าทีวีถูกเลื่อนออกไปเพื่อที่ซานฮาจะได้นั่งกับพวกเขาได้ด้วย ซึ่งซานฮาจัดการด้วยตัวเองเสร็จสรรพหลังจากที่รู้ว่าหากเขาไม่ทำ อีกทางเลือกหนึ่งคือเขาจะต้องนั่งร่วมกันกับจินอูและมยองจุน

          วันนี้เป็นตาที่มินฮยอกจะได้เลือกหนัง และเขาเลือกหนังคู่หูตำรวจ— เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุดเมื่อพิจารณาจากรสนิยมการดูหนังที่กว้างขวางของตัวเองแล้ว เรื่องนี้น่าสนใจและอึนอูชอบด้วยเช่นกัน ที่พิเศษไปกว่านั้นคือความรู้สึกอบอุ่นจากแขนของบินที่อยู่บนแขนของเขา

          การที่พวกเขาทั้งหกคนได้ใช้เวลาร่วมกันแบบนี้เป็นอะไรที่สมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว

          เมื่อถึงกลางเรื่อง บินจิ้มแก้มของอึนอูเบาๆ อึนอูหันกลับมามองบินอย่างประหลาดใจว่าเขาต้องการอะไร บินใช้โอกาสนี้จูบที่ริมฝีปากนุ่ม อึนอูยิ้มก่อนจะจูบเขากลับ

          "โอ้โห อี๋— อุตส่าห์ไม่นั่งด้านล่างแล้วยังต้องมาเห็นอะไรแบบนี้อีก!"

          บินกับอึนอูผละออกทันที ซานฮาทำหน้าบึ้งพร้อมกับปิดตาแล้วกระเถิบตัวหนี ขณะเดียวกันกับที่จินอูและมยองจุนหัวเราะด้วยกันอยู่บนโซฟา หน้าของอึนอูกลายเป็นสีแดงระเรื่อ จากนั้นจึงได้ยินเสียงพึมพำเบาๆ จากเจ้าตัว "ขอโทษที" จากนั้นเขาจึงพยายามหันไปโฟกัสกับหนังอีกครั้ง

          แต่เขาทำไม่ได้อีกแล้ว ในหัวของเขาตอนนี้มีแค่บิน การสอบเข้ามหาวิทยาลัย และตารางอ่านหนังสือ

          ทันทีที่หนังจบลง และจินอูก็ได้ปาดน้ำตาจากใบหน้าอย่างระมัดระวังเรียบร้อยแล้ว อึนอูกระโดดลุกขึ้นก่อนจะปรบมือหนึ่งที "โอเค เอาล่ะ คราวนี้เราต้องกลับไปอ่านหนังสือต่อแล้วนะ"

          มีเสียงครวญครางมากกว่าหนึ่งเสียงดังขึ้นทั่วห้องนั่งเล่น "ฮยอง ทำไมเร็วนักล่ะ?" ซานฮาเอ่ย "เขาพึ่งดูหนังไปเรื่องเดียวเองนะ" จินอูพยักหน้าเห็นด้วย

          มันช่างน่ารักจริงๆ ที่ทุกคนเข้าใจความเจ็บปวดของบิน แต่เขาจะไม่ปล่อยให้ตัวเองไขว้เขวตามเด็ดขาด "เขาต้องเตรียมตัวสอบเข้ามหาลัยนะ เขาจะขี้เกียจไม่ได้"

          "ฮยอง จริงจังเลยนะ ใจเย็นก่อน" มินฮยอกแกว่งขาไปมาอยู่บนพนักวางแขน "ยังมีเวลาอีกเยอะแยะกว่าจะสอบเข้า ผมก็ต้องอ่านเหมือนกัน แม่ผมบ่นจะตายกับเรื่องนี้"

          "เพราะนายได้เตรียมตอนอยู่โรงเรียนมาเยอะแล้วไง แต่บินเริ่มจากศูนย์ แล้วเขาก็มีแค่ฉันเดียวที่จะช่วยได้ เราต้องอ่านเยอะหน่อยเขาถึงจะสอบเข้าได้"

          เขารู้สึกถึงแรงกระตุกที่ปลายขากางเกงเมื่อก้มมองลงไปก็เห็นบินกำลังขยับเพื่อให้เขานั่งลง อึนอูจึงนั่งลงบนพื้นอีกครั้งแต่ไม่ได้รู้สึกสบายใจ ทำไมถึงไม่มีใครเห็นความจริงจังในสถานการณ์นี้เลยนะ?

          "ใจเย็นลงก่อนนะครับ" บินปลอบโยน "น่านะ วันนี้ฉันพักก่อนวันนึงก็ได้ หรือไม่ก็ค่อยเริ่มอ่านพร้อมกับมินฮยอกก็ได้นะ คงไม่มีอะไรแย่ๆ เกิดขึ้นหรอกใช่มั้ยครับ?"

          "ไม่มีอะไรแย่ๆ เกิดขึ้นหรอ?" อึนอูไม่อยากจะเชื่อเลยว่าบินจะถามออกมาอย่างนั้นได้ "นายจะสอบไม่ติด นั่นแหละคือสิ่งที่จะเกิดขึ้น!"

          "เดี๋ยวฉันก็ค่อยสอบใหม่อีกปีไง มันไม่ทำให้โลกแตกหรอก"

          ดวงตาอึนอูเบิกกว้าง เขาอดกลั้นเสียงกรีดร้องไว้ในลำคอ "ค่อบสอบใหม่อีกปีงั้นหรอ?"

          "อื้อ ใช่" บินตอบ แต่คราวนี้เหมือนเขาจะไม่มั่นใจในคำตอบเท่าไหร่

          "ตอนนี้นายก็สอบช้ามาปีนึงแล้วนะ! แค่นี้ก็แย่พอแล้วที่นายต้องมาสอบเข้าปีเดียวกันกับมินฮยอกอ่ะ!" มีน้ำเสียงไม่พอใจจากเขาชัดเจน นั่นทำให้มินฮยอกไม่พอใจเช่นกัน "ย่าห์!" อึนอูเพิกเฉยเขาไป ดวงตากลมโตยังคงจ้องหน้าบินอยู่ "นายรู้มั้ยว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้านายสอบไม่ติดอีก?" บินอ้าปากกำลังจะตอบแต่ดูเหมือนจะไม่จำเป็น เพราะอึนอูได้พูดแทรกขึ้นมาแทนแล้ว "นายต้องไปอยู่ปีเดียวกับซานฮาไง"

          "ทำไมพี่ดูรังเกียจขนาดนั้นเวลาพูดชื่อพวกเราด้วยอ่ะ?" ซานฮาบ่น

          "ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมนายต้องเครียดขนาดนั้น" บินดูไม่แน่ใจมากกว่าเดิม

          "เพราะว่านายจะต้องไปอยู่ปีเดียวกันกับซานฮาไง ซานฮาเลยนะบินนี่ นายจะต้องอยู่ปีเดียวกันกับเจ้าเด็กน้อย"

          "ย่าห์!"

          "—และฉันรับไม่ได้" อึนอูพูดต่อโดยไม่สนใจเสียงรบกวน "นายกับซานฮาจะอยู่ปีเดียวกัน แต่ฉันยังอยากจับมือนาย จูบนาย แต่ฉันทำแบบนั้นไม่ได้! ถ้านายอยู่ปีเดียวกัน! กับซานฮา!" เขาหยุดพูดเมื่อตระหนักได้แล้วว่าเสียงของตัวเองดังมากแค่ไหน ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกแล้วพูดต่อ "มันจะแปลกเกินไป" 

          บินหน้าบึ้งขณะที่สมองเขากำลังประมวลผมทุกอย่างเข้าด้วยกัน "งั้นถ้าฉันสอบมหาลัยไม่ติด นายก็จะไม่จูบฉันอีกแล้วหรอ?"

          "ฉันไม่รู้ แต่มันแปลก" อึนอูทำหน้าบูด "เพราะฉันเห็นซานฮาเป็นเด็กมาตลอด แต่พอกลายเป็นว่าแฟนฉันอยู่ปีเดียวกับเขาล่ะ? มัน...ไม่ถูกต้อง"

          "ถ้าฉันสอบไม่ติด ก็ไม่มีการจูบกันอีกแล้ว" บินพูดช้าๆ "แต่ถ้าฉันสอบติด ทุกอย่างก็จะเหมือนเดิมใช่มั้ย?"

          ไม่ใช่ว่าจะไม่มีการจูบอีกแล้วหรอก เพราะอึนอูก็ไม่คิดว่าตัวเขาเองจะสามารถทำแบบนั้นได้ถึงแม้ว่าจะพยายามแล้วก็ตาม แต่ก็รู้สึกว่ามันประหลาดอยู่ดี เขายักไหล่อย่างเขินอาย

          ความเงียบมาเยือนอีกครั้ง แต่โดยไร้สัญญาณเตือน บินลุกขึ้นเต็มความสูงก่อนจะคว้ามืออึนอูบังคับให้เขาลุกขึ้นด้วยเช่นกัน "ตอนนี้พวกเราต้องไปอ่านหนังสือแล้ว ขอโทษด้วย" บินพูดในเสียงจริงจัง "ไว้ค่อยมาเจอกันใหม่ตอนที่ผมสอบได้แล้วนะ"

          "บิน อ๊าคเรียล" มินฮยอกพูดอย่างไม่อยากจะเชื่อ

          "พูดจริง" บินได้ดึงอึนอูไปทางห้องนอนแล้ว ซึ่งเป็นห้องที่พวกเขาวางอุปกรณ์การเรียนทั้งหมดไว้ "ไว้เจอกันครับ"

          อึนอูไม่อยากจะเชื่อว่าบินจะเปลี่ยนความคิดได้ในทันที แต่เขาก็ไม่คิดจะบ่นอะไร เขาไม่ได้แม้แต่จะพยายามซ่อนรอยยิ้มของตัวเองไว้ขณะที่ถูกลากเข้าห้องนอนไป "เดี๋ยวพวกเราออกมาทีเดียวตอนกินข้าวเที่ยงนะ"

          ก่อนที่เขาและบินเข้าห้องนอน อึนอูหันมามองสีหน้าประหลาดใจของเพื่อนๆ เดอะแก๊งค์ครั้งสุดท้าย ซานฮาบ่นอุบอิบขึ้น "คนมีแฟนนี่เขาประหลาดกันจริงๆ เลย"

          พวกเขาอ่านหนังสือกันอยู่สักพักโดยบินเชื่อฟังคำสอนของอึนอูเป็นอย่างดี และถ้าพวกเขาจะจูบกันบ้างระหว่างนั้นล่ะก็... ก็นะ มันก็เป็นส่วนหนึ่งของตารางอ่านหนังสือเหมือนกัน




—————————————
ตอนนี้หวานกันจนเบาหวานขึ้นเลยจ้า5555 ต้อนรับบินสู่สมาคมพ่อบ้านใจกล้ามือใหม่
และใช่ค่ะ ตอนนี้ใกล้มาถึงตอนจบแล้ว เรื่องนี้มีทั้งหมด 23 ตอนค่ะ
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ กดให้กำลังใจและคอมเม้นท์ หรือให้ฟีดแบ็คได้นะฮับ ❤️
 #StrayRomance #รักไม่จรจัดบีนู 























ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

46 ความคิดเห็น

  1. #32 Moon🌜 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 14:06
    เขินนนน จะจบแล้ว ขอบคุณไรท์มากๆนะคะที่แปลมาให้คนที่ไม่เก่งอิ้งอย่างเราอ่าน

    รู้สึกรักไรท์มากๆเลยค่ะ รักนะคะ
    #32
    0
  2. #31 Zeuu (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 22:34
    รักไรท์มากๆเลย ภาษาเขียนดีอ่านลื่นเพลินตามากกกกกกกกก จะติดตามเรื่อยๆนะคะ
    #31
    0