[End] Stray Romance รักไม่จรจัด (binu)

ตอนที่ 2 : Chapter 2 : First Breakfast

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 465
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    10 พ.ค. 62

Chapter 2: First Breakfast

By Alette


          ตอนนี้ความเงียบเข้าปกคลุมห้องของอึนอู เป็นเวลานาน


         “อะไรนะ?” ในที่สุดอึนอูพูดออกมา หลังจากที่ตกตะลึงกับคำพูดนั้นไปโดยสมบูรณ์ เมื่อกี้เขาพึ่งได้ยินอะไรไปนะ?


         “ผมบอกว่าผมคือแมวของคุณ” ชายแปลกหน้าหน้าตาหล่อเหลาตรงหน้าเขาพูดขึ้นอีกครั้ง “ผมคือมูนเองแหละ” เขายิ้มอย่างเขินอาย


          “ผมได้ยินที่คุณบอกแล้ว” อึนอูกระแทกเสียงตอบกลับไป “ผมพึ่งให้โอกาสคุณอธิบายให้ผมเข้าใจนะ”


          “ไม่ว่ามันจะทำให้คุณเข้าใจหรือไม่เข้าใจ แต่มันคือเรื่องจริง” ชายคนนั้นพูด “ผมคือแมวที่คุณเก็บมาและคุณตั้งชื่อว่ามูน”


          “เป็นไปไม่ได้อ่ะ” อึนอูยังคงยืนกรานอยู่อย่างนั้น “มูนตัวเล็ก สีดำ น่ากอด มีหนวด มีสี่ขา มีหาง มันเป็นแมวนะ”


          “ใช่ ตอนที่ผมอยู่ในร่างแมวไง” ชายหนุ่มแปลกหน้าตอบ “แต่ก็ไม่ใช่ว่าผมเป็นแมวเลยหรอก ผมก็เป็นผมมาตลอดนี่แหละ” เขาพยายามอธิบายพร้อมกับยิ้ม


            มันไม่ได้ทำให้อึนอูอารมณ์ดีขึ้นเลยซักนิด “คุณหยุดทำเป็นไม่รู้เรื่องซักทีได้มั้ย?” อึนอูเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียว “คุณทำอะไรกับแมวของผมกันแน่?


            “ก็ผมบอกไปแล้วไงว่าผมเป็นแมวของคุณอ่ะ” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับทำหน้าบึ้ง “ผมจะแต่งเรื่องขึ้นมาทำไมเล่า?


         “เพราะคุณคือไอโรคจิตที่งัดห้องเข้ามาในห้องผมแล้วยังนอนโป๊บนเตียงผมอีกไง” อึนอูพูดเตือนให้เขาคิดได้จากการกระทำที่เขาทำไป “ลืมไปแล้วหรอ?


           “ผมไม่ใช่พวกบ้ากามวิปริตนะ ต้องให้ผมพูดอีกกี่ครั้งเนี่ย?” ชายที่ยืนยันว่าเขาคือแมวตัวนั้นของอึนอูเอามือทั้งสองข้างทึ้งผมด้วยความขุ่นเคือง จากนั้นจึงเงยหน้ามองอึนอู “คุณช่วยฟังแล้วเปิดใจหน่อยได้มั้ยครับ?


         เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง ทำให้กำแพงความคิดที่ไม่อยากจะเชื่อชายคนนี้ในหัวของอึนอูพังลงมาได้อยู่บ้างเล็กน้อย แต่อีกเหตุผลหนึ่งคือ การที่ชายคนนี้เบะปากเล็กๆ ยื่นริมฝีปากล่างออกมาอย่างไม่ตั้งใจเพื่อรอคำตอบจากอึนอูนั้นทำให้เขาดูน่ารักขึ้นมา อึนอูไม่ฟังเขาได้ยังไงกันล่ะ?


            “โอเค” อึนอูพูดขึ้น “พูดมา ผมฟังอยู่”


          ชายผู้บุกรุกเดินงุ่มง่ามอย่างขัดใจ ยึดผ้าห่มให้แน่นขึ้นพลางเม้มริมฝีปากล่าง จากนั้นในที่สุดจึงพูดออกมา “อ่า.. คือขอยืมเสื้อของคุณใส่ก่อนได้มั้ยครับ?


       ส่วนหนึ่งในความคิดของอึนอูอยากจะตะโกนออกไปว่าไม่ เขาจะให้คนโรคจิตบ้ากามที่เข้ามาละเมิดพื้นที่ส่วนตัวของเขายืมเสื้อผ้าของเขาได้ยังไง แต่ก็มีบางสิ่งที่ชายคนนี้แสดงออกมาว่าเขาหมดหนทางแล้วจริงๆ นั่นทำให้อึนอูไม่กล้าที่จะปฏิเสธเลย มันยิ่งกวนใจหนุ่มเจ้าของห้องมากขึ้นไปอีก


      “ดูในตู้เสื้อผ้า อยากใส่อะไรก็ใส่” อึนอูพูดเชิงบ่นแล้วเดินออกไปจากห้อง ปิดประตูลง เขานั่งรออยู่ข้างนอกพลางคิดว่ามันไม่ใช่ความคิดที่ดีเลยที่ปล่อยให้คนแปลกหน้า(ที่แอบเข้ามาให้ห้องของเขา) อยู่คนเดียวในห้องที่มีแลปทอป แล้วไหนยังมีทางหนีง่ายๆ อีก แต่บางสิ่งในหัวของอึนอูกลับบอกเขาว่ามันไม่มีอะไร มันไม่เสี่ยงหรอก ชายหนุ่มแปลกหน้าหน้าตาดีคนนี้ก็ดูไม่ได้มีพิษมีภัยด้วยถึงแม้ไม่อยากจะเชื่อว่าเขายืนยันว่าเขาคือแมวของอึนอูก็เถอะ


     ในหัวของอึนอูเริ่มเดาไปต่างๆ นานาว่ามูนจะหายไปไหน มูนจะแอบหนีไปข้างนอกหรือว่ายังอยู่ในอพาร์ตเมนท์กันนะ แต่เมื่อประตูห้องเปิดขึ้นทำให้เจ้าของห้องหลุดจากภวังค์ความคิด หนุ่มคนนี้ก้าวเดินออกมาด้วยท่าทางเหนียมอายในชุดเสื้อยืดและกางเกงยีนส์ของอึนอู ทั้งชุดนั้นดูเข้ากันกับเขามากๆ นั่นเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่กวนใจอึนอู


      “ขอบคุณนะครับ” เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูจริงใจ “มันรู้สึกแปลกมากเลยที่นั่งเปลือยแบบเมื่อกี้ มันไม่เหมือนตอนอยู่ในร่างแมวเลยอ่ะ” เขาหัวเราะออกมาเล็กน้อยแล้วจึงหยุดลงเมื่อเห็นว่าอึนอูไม่ได้มีอารมณ์ร่วมกับเขาด้วย แต่เขากลับมาดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเดินเข้ามาที่เคาน์เตอร์ในครัว ชะเง้อหน้าของเขาอยู่เหนือไหล่อึนอู “คุณกำลังจะทำอาหารเช้าหรอครับ?


      “ผมอือใช่” อึนอูตอบแต่หันหลังกลับให้ชายคนนี้อย่างทันทีทันใด แต่สิ่งที่ไอปากไม่รักดีพูดออกมาต่อสวนทางกับสิ่งที่สมองคิดจริงๆ เพราะเขาดันถามออกไปว่า “อยากกินด้วยมั้ย?


            ราวกับมีแสงสว่างส่องออกมาจากหน้าชายหน้าตาหล่อคนนี้ อึนอูไม่เคยเห็นใครดีใจที่จะได้กินมื้อเช้าขนาดนี้มาก่อน


            “จริงหรอ?” เขาถามออกมาด้วยดวงตาเบิกกว้าง “กินได้จริงๆ หรอ?


         ความจริงอึนอูก็ไม่อยากให้เขาเท่าไหร่ แต่ปากมันดันพูดออกไปแล้วนี่ แล้วอึนอูจะกล้าทำให้หน้าตาที่สดใสแบบนั้นผิดหวังได้ยังไง? เขาจึงพูดต่อว่า “ได้สิ กินได้” แล้วบังคับมุมปากให้มันยกยิ้มขึ้นมา


            “ว้าว ขอบคุณนะ” ชายแปลกหน้าพูดขึ้นดูประทับใจจริงๆ


“จริงๆ นะครับ ขอบคุณ ผมไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว”


            คุณหมายถึงตั้งแต่ตอนที่ผมเอาข้าวเย็นให้คุณกินหรอ?  อึนอูเกือบหลุดโพล่งคำพูดเมื่อกี้ออกไปแล้ว ดีนะที่เขายั้งปากของเขาไว้ได้ทัน เขารู้สึกกลัวนิดหน่อยหากคำตอบจากปากชายคนนี้คือ ใช่


           อึนอูเริ่มลงมือทำอาหารเช้าในขณะเดียวกันกับที่ชายหนุ่มในชุดเสื้อผ้าของเขานั่งรออยู่ที่โต๊ะกินข้าวอย่างเงียบๆ อึนอูลอบมองเขาคนนั้น เขานั่งเรียบร้อยมากๆ ทั้งหลังตรง เข่าชิด มือประสานกันอยู่บนตัก การกระทำนั้นทำให้เกิดรอยยิ้มรุกล้ำบนใบหน้าของอึนอูจากนั้นเขาจึงรีบหันหลังกลับไปทำอาหารต่อ เขาไม่คิดเลยว่าชายแปลกหน้าที่เขาเรียกว่าหัวขโมยโรคจิตคนนี้จะน่าเอ็นดูได้ขนาดนี้


          ผักและปลาทูน่าที่เหลืออยู่ในตู้เย็นถูกตักใส่ผสมให้เข้าอย่างรวดเร็วในกระทะที่มีเส้นก๋วยเตี๋ยว อึนอูหยุดการกระทำตรงหน้าไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงตักทูน่าอีกช้อนหนึ่งจากกระป๋องดีบุก บ้าหน่า เขาไม่ได้ตักทูน่าใส่เพิ่มเพราะเชื่อว่าผู้ชายคนนี้เป็นแมวถึงแม้เขาจะมีดวงตาประกายและหน้าตาละม้ายคล้ายแมวก็เถอะ(แน่นอนว่าเขาไม่ใช่มูนแน่ๆ)  ใครๆ ก็ชอบกินปลาทูน่าทั้งนั้นไม่ใช่หรอ?


       น้ำส่วนใหญ่ในกาที่ต้มทิ้งไว้ระเหยไปเกือบหมดแล้ว แต่ก็ยังเพียงพอสำหรับน้ำชาสองถ้วย อึนอูเริ่มเสิร์ฟทั้งอาหารและเครื่องดื่มที่เขาทำไว้ เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จ เขาจึงนั่งลงตรงข้ามกับชายหนุ่มคนนี้ที่รอจนเขาทำทุกอย่างเสร็จ


        “ขอบคุณนะครับ” ชายคนนี้กล่าวขอบคุณอีกครั้ง เขาดูเขินอายแปลกๆ แต่อึนอูคิดว่าตัวเขาเองควรหยุดพิจารณาสถานการณ์ในตอนนี้ได้แล้ว


        “ไม่เป็นไร” แต่อึนอูยังไม่หยุดพูดต่อ “แขกยังไงก็เป็นแขก ถึงผมจะไม่ได้อนุญาตให้เข้ามาก็เถอะ”


        “คุณให้ผมเข้ามาจริงๆ นะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงคร่ำครวญ “คุณเป็นคนอุ้มผมเข้ามาในห้องของคุณเองเลยอ่ะ ถ้าผมไม่ให้คุณอุ้มผมเข้ามา ผมก็คงข่วนหน้าคุณจนตาบอดไปละ”


         “ยังไม่จบกับเรื่องที่คุณเป็นแมวนี่อีกหรอ?” อึนอูถอนหายใจ เขาเสยผมขึ้นเอามือถูหน้าอย่างเหน็ดเหนื่อย


         “โอเค ฟังนะ ผมจะไม่โทรหาตำรวจ ผมจะไม่แม้แต่ไล่เตะคุณออกไป แม้ว่าคุณจะสมควรโดนก็เหอะ แต่ขอร้องนะ บอกผมมาเถอะว่าคุณเข้าอพาร์ตเมนท์ของผมมาได้ยังไง แล้วคุณทำอะไรกับแมวของผม” สุดท้ายอึนอูพูดออกมาทั้งหมด เขาอยากจะเคลียร์เรื่องนี้ให้มันจบๆ ซักที


         “ผมบอกคุณไปแล้วไงว่าผมไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น! ชายแปลกหน้ายืนกรานในคำตอบของเขาและเริ่มที่จะเสียอารมณ์ขึ้นมาแล้วในตอนนี้ “ผมคือแมวของคุณ! คุณอุ้มผมเข้ามา นั่นแหละคือวิธีที่ผมเข้ามาห้องนี้ แล้วทำให้คุณต้องมาเจอผมนอนอยู่บนเตียงในสภาพนี้ไง จริงๆ นะ” เขาทำหน้าบึ้ง หันหน้าหนีคู่บทสนทนาที่อยู่ข้างหน้า


            อึนอูถอนหายใจอีกครั้ง ความจริงคือไม่ได้ดูเหมือนว่าชายคนนี้กำลังโกหกเลย แต่มันเป็นไปไม่ได้จากแมวสามารถเปลี่ยนกลายเป็นคนได้เองเนี่ยนะ? อึนอูตัดสินใจยอมรับไป เขาอยากรู้ว่าจะโกหกไปได้ถึงไหนกัน


            “โอเค” อึนอูพูด “ผมเชื่อคุณก็ได้”


            ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมามองอึนอูอย่างรวดเร็ว “คุณเชื่อผมใข่มั้ย?


            “สมมุติ” เขารีบตอบทันที “สมมุติว่าผมเชื่อคุณ แต่คุณจะเปลี่ยนจากแมวเป็นคนได้ยังไง?” อึนอูหยุดไปทันทีเมื่อที่มีอีกคำถามหนึ่งผุดเข้าในหัว “ทำไมคุณถึงเปลี่ยนกลับมาเป็นมนุษย์ได้ล่ะ?


            “โอเค สมมุติว่าคุณเชื่อผมนะ ผมจะบอกคุณ” เขาพูดประโยคนี้ก่อนจะทำหน้าเหมือนคิดอะไรอยู่ในหัว เขาเงยหน้าขึ้นมาหลังจากสรุปความคิดในหัวของเขาได้ จากนั้นเขาพูดว่า “ผมคือผู้กลายร่าง จากมนุษย์สามารถกลายร่างเป็นแมวได้”


            คิ้วอึนอูขมวดเข้าหากัน อิหยังวะเนี่ย จากนั้นอึนอูพยายามกลับมาทำหน้าให้ปกติที่สุด “แล้ว?


           “ถ้าจะให้พูดง่ายๆ ก็คือ ผมสามารถกลายร่างตัวเองจากที่อยู่ในร่างแมวให้อยู่ในร่างมนุษย์ตอนไหนก็ได้ตามที่ตัวเองต้องการ” เขาพูดต่อ “มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผมใช้ชีวิตเดินร่อนเร่ไปมาริมถนนในโซลในร่างแมว มันก็ดีอยู่ แต่ตอนนี้ผมกำลัง..มีปัญหา”


           “ปัญหาอะไรหรอ?” อึนอูเลิกคิ้วขึ้น


         “เกี่ยวการกลายร่างของตัวเอง” เขาพูดขึ้นเหมือนมันเป็นธรรมชาติทั่วไปที่เกิดขึ้นกับมนุษย์บนโลกอย่างนั้นอ่ะ “มัน...ยากขึ้น บางครั้งก็รู้สึกแปลกๆ ผมกลายร่างเป็นอีกร่างโดยที่ผมไม่รู้ตัว”


            อึนอูพยักหน้า คนแปลกหน้าตรงหน้าเขาพูดสิ่งเหล่านี้ออกมาได้ปกติหน้าตาเฉย เหมือนเขากำลังพูดถึงชีวิตตัวเองตอนเรียนอยู่โรงเรียนมัธยมอะไรแบบนั้น ไม่ได้เหมือนกำลังพูดถึงประสบการณ์แปลงร่างจากแมวเป็นคน จากคนเป็นแมวเลย มันยากมากที่จะไม่คล้อยตามไปกับสิ่งที่เขาพูด


            “ผมเลยคิดว่าผมกำลังป่วย” เขาพูดต่อ นิ้วมือน่ามองนั้นโอบรอบถ้วยชาของเขา “ผมได้ยินว่ามันเคยเกิดขึ้นกับคนที่กลายร่างมาก่อนหน้านี้แล้ว เมื่ออยู่ในร่างใดร่างหนึ่งนานเกินไป มันจะเกิดปัญหาแบบนี้ขึ้น อาการจะชัดขึ้น จะเจ็บปวดมากขึ้น เราจะควบคุมมันไม่ได้ แล้วจะเปลี่ยนเป็นอีกร่างทันทีโดยไม่รู้ตัว” เขายิ้มแต่เป็นยิ้มที่เต็มไปด้วยความอายและรู้สึกขอโทษ “นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องเมื่อคืน”


            อึนอูหายใจเข้าลึก พยายามซึมซับเรื่องราวที่เขาพึ่งได้ฟังเข้าสมอง


           “แล้ว” ในที่สุดอึนอูก็พูดต่อ “ตอนที่แมวตัวนั้นเดินเข้ามานั่งกับผมบนม้านั่งไม้นั่น ไม่ใช่แมว แต่จริงๆ แล้วเป็นคน.. เป็นคุณใช่มั้ย?


           ชายหนุ่มเด้งตัวขึ้นอย่างตื่นเต้น “ใช่แล้ว นั่นแหละ คุณเข้าใจถูกแล้ว”


          “แล้วตอนที่ผมแบ่งอาหารให้มัน” อึนอูพูดต่อด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ “แล้วเอามันกลับบ้านมากับผม ก็คือคุณใช่มั้ย?


          “ใช่” คนแปลกหน้าตอบ แต่ตอนนี้ความตื่นเต้นที่เขามีในตอนแรกหายไปแล้ว


          “แล้วตอนที่ผมเอาแมวมาอยู่บนตักผม” อึนอูพูดต่อในเสียงโทนเดิม “แล้วที่ผมเอามาอุ้มไว้ใกล้ๆปล่อยให้มันนอนบนเตียงกับผม ความจริงแล้วมันคือคุณใช่มั้ย?


       “อ่า..” ชายหนุ่มชำเลืองมองไปรอบๆ อย่างกังวล กลืนน้ำลายอย่างยากลำบากแล้วโพล่งคำพูดออกมา “แล้วจะให้ผมทำยังไงล่ะ? คุณเองนะที่เป็นคนอยากให้ผมนอนบนเตียง”


         “แล้วถ้าคุณไม่ปล่อยให้ผมพาคุณกลับมาที่นี่ล่ะ?” อึนอูระเบิดคำพูดออกไปด้วยความโมโห “คุณหาผลประโยชน์จากความใจดีของผม แล้วตอบแทนผมด้วยการกลายร่างเป็นคนเปลือยกายอยู่บนเตียงในตอนเช้าอ่ะนะ?


         “มันไม่ใข่ความผิดของผมนะ!” ชายหนุ่มตอบกลับ แต่สีหน้าของเขาเริ่มกลายเป็นสีชมพูระเรื่อแล้ว “ผมไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนั้น หยุดขุดเรื่องนี้ขึ้นมาพูดอีกได้มั้ยครับ?


       “อ๋อหรอ? แล้วที่คุณปล่อยให้ผมพามาที่นี่ คุณจะบอกว่ามันเป็นอุบัติเหตุ คุณไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดขึ้นเหมือนกันงั้นหรอ?” อึนอูถามเพราะต้องการรู้คำตอบ “โอ้ ตายแล้ว อยู่ดีๆ ผมก็มาอยู่ในห้องของเด็กมหาลัยคนนี้? เป็นเพราะอาการป่วยของคุณรึเปล่าล่ะที่ทำให้คุณทำแบบนี้?


         “ไม่ใช่อยู่แล้ว” ชายหนุ่มตอบ แต่มันไม่ควรเป็นอย่างนี้สิ ตอนนี้หน้าของเขายิ่งแดงกว่าเดิมมากขึ้นไปอีก ตอนนี้เขาเงียบลงเหมือนกำลังถูกอึนอูลงโทษอยู่ มือสองข้างเขาจับถ้วยน้ำชาที่อยู่ในมือไว้แน่น หน้าตาของเขาที่ก้มอยู่ในตอนนี้ทั้งแดงและตาตกทำให้อึนอูสงบอารมณ์ที่ปะทุอยู่ก่อนหน้าลงได้บ้าง


          "โอเคๆ ทำไมคุณถึงปล่อยให้ผมพากลับมาล่ะ?” อึนอูพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลลง


         “ผมแค่อยากได้ที่นอนอุ่นๆ นอนซักคืนเอง” ชายหนุ่มพูดเสียงอู้อี้ และยังคงก้มหน้าอยู่อย่างนั้น


         อึนอูมองคนแปลกหน้าตรงหน้าที่อยู่ในชุดเสื้อของเขา มือสองข้างถือถ้วยชาที่น่าจะเย็นชืดไปแล้ว เขาเดินเร่ร่อนอยู่บนถนนแบบนั้นมานานแค่ไหนกันนะ? อยู่ริมถนนแบบนั้นผ่านทั้งฤดูหนาวและเวลาฝนตกก็ด้วยหรอ?


       เด็กหนุ่มคิดไว้แล้วว่าที่อึนอูเงียบไปไม่พูดอะไรคงเป็นเพราะต้องโกรธเขาแน่ๆ เขาจึงเงยหน้าแล้วรีบพูดต่อ “ไม่ต้องห่วงนะ ผมจะนอนแค่คืนเดียวเท่านั้นแหละ สาบานเลย เดี๋ยวผมจะรีบออกไปจากที่นี่เลยตอนคุณออกไปเรียนแล้ว”


        “คุณเร่ร่อนนอนอยู่ริมถนนมานานแค่ไหนแล้ว?” อึนอูถามขึ้นมา เมินสิ่งที่ชายหนุ่มพูดไปเมื่อกี้


        “ก็ไม่กี่ปีหรอก ผมว่านะ” เขายักไหล่ “คิดว่าประมาณสามปีมั้ง พอเรียนม.ต้นจบ ผมก็ออกมาเลย”


         อึนอูตกตะลึงกับคำตอบของเขา “แล้วตลอดเวลานั้นคุณก็อยู่ในร่างแมวมาตลอดหรอ? ทำไมต้องทำแบบนั้น?


         “ก็ไม่ใช่ตลอดหรอก” เขาตอบ “ผมพยายามอยู่ในร่างมนุษย์แล้ว แต่มันไม่ได้อยู่ง่ายเหมือนแมวนี่นา คนเราเก็บเงินไว้ซื้อนู่นซื้อนี่มากมาย แต่พวกมนุษย์ก็ยินดีที่จะแบ่งพวกอาหารให้แมวจรจัดมากกว่าคนจรจัดใช่มั้ยล่ะ” เขากระตุกยิ้มหลังพูดจบ


        สิ่งที่เขาพูดไม่ได้ใช้คำพูดที่สวยหรูเลย แต่อึนอูรู้สึกว่ามันกระแทกใจเขามาก สามปีที่ผ่านมาเขาอยู่โดยไร้ที่พักพิงอาศัย


       “คุณไม่ได้อยู่คนเดียวใช่มั้ย?” อึนอูถามออกไป แต่อีกใจหนึ่งก็กลัวว่าสิ่งที่ถามจะไปทำร้ายจิตใจชายคนนี้


       “ตอนแรกก็มีผู้กลายร่างคนอื่นนะ แต่เขาทุกคนจากไปแล้วตัดสินใจใช้ชีวิตอยู่แบบมนุษย์ทั้งหมดเลย” เขาตอบ “บางคนก็กลับไปอยู่กับครอบครัว บางคนก็ย้ายเข้าไปอยู่กับเพื่อนที่เป็นมนุษย์”


       “แล้วคุณล่ะ? คุณไม่อยากใช้ชีวิตแบบมนุษย์หรอ?


        “ทั้งพ่อแม่ หรือเพื่อน” เขายิ้มเจื่อนๆ “ผมก็ไม่ค่อยมีหรอก ก็นะ ฮ่าๆ ไม่เป็นไรหรอก”


       อึนอูทำได้แค่มองไปที่เขา ไม่ว่าอะไรที่ชายตัวคนเดียวน่าสงสารคนนี้ได้ประสบพบเจอมามันผ่านไปแล้ว เขาทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากยอมรับสภาพตัวเองในช่วงเวลาสามปีที่ผ่านมา อึนอูรู้ว่าเขาไม่ควรรู้สึกแบบนี้ แต่อึนอูกลับรู้สึกว่าใจของตัวเขาเองมันแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ แทนชายคนนี้ เด็กชายคนหนึ่งที่ไม่มีแม้แต่จะมีที่ให้นอนพักอาศัย ไม่แม้แต่จะได้ครอบครองเสื้อผ้าซักชุดเดียว


      “แล้วตอนนี้คุณจะทำยังไงต่อไปล่ะ?” อึนอูถามอย่างเงียบๆ


     “ไม่แน่ใจเหมือนกัน” เขาตอบ “ผู้กลายร่างคนอื่นเคยพูดถึงชายคนหนึ่งเดินไปมาในมหาวิทยาลัยชุงแด เขาน่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญอะไรประมาณนั้นแหละ เขาจะช่วยรักษาผู้กลายร่างที่ป่วย ผมคิดว่าผมน่าจะไปหาเขา”


      อึนอูไม่ตอบอะไร มันคือมหาวิทยาลัยที่เขาเรียนอยู่นั่นเอง จู่ๆ อึนอูเกิดสงสัยขึ้นมาว่าเขารู้หรือเปล่าว่าอึนอูเรียนอยู่ที่นี่เลยเป็นสาเหตุที่ชายคนนี้ปล่อยให้อึนอูพากลับมาที่อพาร์ตเมนท์นี้


     แต่อึนอูก็ไม่ได้ถามออกไป แต่กลับเปลี่ยนเรื่องมาถามเกี่ยวกับถ้วยก๋วยเตี๋ยวที่เขายังไม่ได้แตะเลยแม้แต่นิดเดียวแทน “แล้วไม่กินนั่นหรอ?


     เขามองลงไปที่ถ้วยก๋วยเตี๋ยว แล้วอยู่ดีๆ ก็ทำหน้าตาประหลาดใจขึ้นมาเหมือนพึ่งจะเห็นว่ามันอยู่ตรงหน้า


    “โอ้ จริงด้วย” เขาพูดพลางหยิบตะเกียบขึ้นมา “ขอบคุณสำหรับนี่นะครับ ขอบคุณจริงๆ” เขาพูดต่อ มองไปที่อึนอูแล้วยิ้ม อึนอูรีบหันหน้าหนี รู้สึกปั่นป่วนในใจแปลกๆ แฮะ จากนั้นอึนอูจึงเริ่มลงมือกับอาหารเช้าตรงหน้าเขาบ้าง


      เมื่อกินไปได้ซักพักหนึ่ง จนอึนอูสังเกตได้ว่าแขกที่ไม่ได้รับเชิญของเขาไม่กินอาหารตรงหน้าซักที “มีอะไรรึเปล่า?” อึนอูถาม “คุณแพ้อะไรรึเปล่า?


    “อ๋อ เปล่าหรอก” หน้าเขาแดงขึ้นมาอีกครั้ง แก้มทั้งสองข้างแต้มด้วยสีชมพูเต็มไปความอายที่ชัดเจน “อีกแป้บ เดี๋ยวกินครับ”


     อึนอูวางตะเกียบลง “คุณบอกได้นะว่ามีปัญหาอะไรกับอาหารรึป่าว?” อึนอูถามเขา ถามด้วยความเป็นห่วงจากใจจริง


   “ไม่ ไม่ครับ อาหารน่ากินมากเลย” คนแปลกหน้ารีบตอบอย่างรวดเร็วจากนั้นเขาหันหน้าหนีไปทางอื่น “ก็แค่..” เขากระแอมในคอด้วยความตื่นตระหนก จากนั้นพูดออกมาเสียงอู้อี้ “ผมใช้ตะเกียบไม่เป็นอ่ะ”


            “เดี๋ยวนะ ห้ะ?” อึนอูคิดว่าเขาฟังผิด “คุณใช้ตะเกียบไม่เป็นหรอ?


            “ก็ผมไม่ได้ใช้นานแล้วอ่ะ” เขาตอบกลับไปแต่หน้าของเขายังคงขึ้นสีอยู่ “ผมไม่รู้ว่ามันใช้ยังไงแล้ว”


            อึนอูคิดว่ากำลังจะแกล้งเขาว่าเป็นคนเกาหลีจริงๆ หรือเปล่าเนี่ย แต่เหมือนชายน่าสงสารคนนี้ลำบากใจมากพอแล้ว เขาควรได้พักบ้าง อึนอูจึงลุกขึ้นไปหยิบส้อมมาให้เขาจากลิ้นชักแทน


            “ขอบคุณนะ” เขาพูดออกมาเพราะซึ้งใจจริงๆ ถึงจะยังคงมีความเขินอายอยู่บ้าง เขาดูไม่คุ้นเคยกับการใช้ส้อมเช่นกันแต่ก็พอถูไถไปได้บ้าง เมื่อเขากินไปแล้วหนึ่งคำ ตาของเข้าทั้งสองข้างส่องแสงเปล่งประกายออกมา “โอ้โห โครตอร่อยเลย!!” เขาอุทานออกมาเสียงดังจากนั้นจึงก้มหน้าก้มตามีความสุขกับการกินต่อไป


            “ขอบใจนะ” อึนอูพูดออกมาอย่างจริงใจ เขาไม่เคยเห็นใครมีความสุขกับอาหารของเขาขนาดนี้มาก่อนเลย


            ในตอนที่ชายตรงข้ามตั้งหน้าตั้งตากินข้าวเช้าอยู่ อึนอูก็ฉุกคิดได้ว่าเขายังไม่รู้ว่าชายที่อยู่ตรงหน้าเขาชื่ออะไร อึนอูลังเลว่ามันจะดูหยาบคายหรือเปล่าถ้าถามออกไป แมวจรจัดมันก็น่าจะมีชื่อใช่มั้ย?


            เดี๋ยวนะเมื่อกี้เราพึ่งคิดอะไรไป? เขาไม่ใช่แมว แต่เขาเป็นคน


            จากนั้นอึนอูจึงตัดสินใจถามออกไป “นายชื่ออะไรหรอ?


            เขาเงยหน้าขึ้นมา “บิน”


            บิน ชื่อเพราะดีนะ “ฉันชื่ออึนอูนะ” อึนอูตอบ “ชา อึนอู”


            “รู้น่า ก็นายเขียนชื่อจริงลงไปในบล็อกของนายนี่” บินตอบ แต่อยู่ดีๆ อึนอูก็พึ่งนึกได้ว่าบินลืมตอบอะไรไป


            อึนอูถามออกไปโดยไม่ได้คิดมากอะไร ครู่หนึ่งอึนอูจึงถามต่อ “แค่บินหรอ? นามสกุลล่ะ?


            “เราจะมีนามสกุลได้ก็ต่อเมื่อเราได้รับการอุปถัมภ์แล้วเท่านั้นน่ะ” บินตอบแล้วกินก๋วยเตี๋ยวของเขาต่อ ดีที่บินไม่คิดมากอะไร อึนอูคิดว่าเขาจะโดนตะโกนใส่กลับมาตอนที่ถามซะแล้ว


            แสดงว่าเขาเติบโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า อึนอูควรเดาได้ตั้งแต่แรกแล้วแต่มันก็ยังทำให้เขารู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจ อึนอูนั่งมองบินกินข้าวอยู่อย่างนั้น อดคิดไม่ได้เลยว่าครั้งล่าสุดที่บินได้กินอาหารดีๆ สารอาหารครบถ้วนคือเมื่อไหร่ อาจจะไม่ใช่แค่สามปีที่แล้ว แต่ค่อนข้างมั่นใจเลยทีเดียว..ว่ามันคงเป็นก่อนหน้าสามปีที่ผ่านมานั้นอีก


            “นายอยู่ที่นี่ได้นะ”


            บินเงยหน้าขึ้นมารวดเร็ว และมันทำให้อึนอูตระหนักได้ว่าเขาคือคนที่พูดคำนั้นออกมาเอง


            “ฉันอยู่ที่นี่ได้หรอ? จริงๆหรอ?” ตาของบินทั้งสองข้างตอนนี้มันเฉิดฉายเต็มไปด้วยความสุข มันทำให้อึนอูไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่าเขาจะปฏิเสธใบหน้าชายคนนี้ได้ยังไง


            “แค่วันนี้นะ” อึนอูพูดต่อ เขารู้สึกผิดนิดหน่อยที่ทำความหวังของบินปลิวหายไป


            “ไม่เป็นไร” บินตอบ อย่างน้อยมันก็ไม่ได้ทำให้ความสุขลดลงไป “ฉันต้องการชาร์จพลังให้ตัวเองซักหน่อย แค่วันนี้วันดียวเท่านั้นแหละ ฉันโอเค ขอบใจนะ”


            เขาดูมีความสุขมากๆ มันทำให้อึนอูรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาในใจอย่างประหลาด ความอบอุ่นที่แผ่กระจายขึ้นมาถึงใบหน้า เขาพยายามเก็บอารมณ์ที่เขารู้สึกอยู่ตอนนี้แล้วพยักหน้าตอบบินกลับไป


            เมื่อบินเกือบจัดการกับอาหารของเขาเสร็จแล้ว จึงพูดขึ้น “นายไม่มีเรียนหรอ??


            “มีแค่วิชาเดียวน่ะ” อึนอูตอบ “ตอนนี้คลาสเริ่มไปครึ่งคาบแล้ว คงไม่ต้องไปแล้วแหละ”


            “เห็นมั้ย อย่างน้อยฉันก็มีดีอยู่บ้าง” บินพูดออกมาพลางหัวเราะ “นายมีข้ออ้างโดดเรียนเพราะฉันไง ฮ่าๆๆ”


            ความจริงแล้วอึนอูเป็นคนที่ไม่ค่อยเห็นดีเห็นชอบกับการโดดเรียนซักเท่าไหร่แต่เขาก็ไม่ได้พูดตอบอะไรไป บินดูดีมากเลยเวลาเขาหัวเราออกมาแบบนั้น


            หลังจากนั้นบินก็รู้สึกคุ้นเคยบรรยากาศรอบตัวขึ้นมาก นั่นทำให้อึนอูผ่อนคลายลงด้วยเช่นกัน บินดูเป็นคนที่สดใส เฮฮา และเขาดูเป็นคนที่ทำให้คนรอบข้างมีความสุขเวลาที่ได้อยู่ใกล้เขา ถึงแม้ว่าครั้งหนึ่งเขาจะพูดถึงประสบการณ์การเป็นแมวเร่รอนพเนจรไปตามริมถนนในโซลก็เถอะ อึนอูจึงใช้โอกาสวันว่างๆ ที่ไม่ได้ตั้งใจจะว่างในตอนแรกหาพวกละครดูและมันก็ทำให้เขาประหลาดใจเมื่อดูท่าทางเหมือนบินจะดูตื่นเต้นกับพวกละครเช่นกัน


            “ฉันไม่ได้ดูพวกละคร makjang มานานมากๆๆๆ แล้วอ่ะ” บินพูดขึ้นมาขณะที่นั่งอยู่บนโซฟาเล็กๆ ของอึนอู


            “จริงอ่ะ? ละครเรื่องล่าสุดที่นายได้ดูคือเรื่องอะไร?” อึนอูถาม


            บินยิ้มกว้างออกมาก่อนตอบ “The Night Watchman


            สิ่งที่บินตอบทำให้อึนอูระเบิดหัวเราะออกมาอย่างพึงพอใจ และเสียงหัวเราะของอึนอูนั้นทำให้บินยิ่งมีความสุขมากขึ้นไปอีก เขาหันไปตั้งใจดูทีวีทั้งที่ยังคงมีรอยยิ้มประทับบนใบหน้าอยู่อย่างนั้น


            เขาทั้งสองคนได้ใช้เวลาในช่วงเช้าไปกับการดูทีวี และอึนอูรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยว่าเขารู้สึกสบายใจแค่ไหน ตอนแรกเขากลัวว่าบรรยากาศมันจะแปลกๆ แต่ปรากฏว่าไม่เลยซักนิด บินสบถคำด่าทุกครั้งที่มีฉากของตัวร้ายในละครโผล่มาบนจอทีวีแต่อึนอูก็ให้อภัยได้แหละ อีกทั้งบินหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นเวลามีฉากตลก เขามีเสียงหัวเราะที่น่าฟังที่สุดตั้งแต่ที่อึนอูเคยได้ยินมาเลย เสียงหัวเราะของบินช่างสดใสราวกับมีลูกโป่งเล็กๆ น่ารักๆ ลอยออกมารอบๆ ตัวเขา และมันทำให้อึนอูอดยิ้มไม่ได้เลยเวลาเขาได้ยินเสียงนั้น


            เมื่ออึนอูเริ่มลงมือทำมื้อเที่ยง บินเสนอตัวเองเป็นผู้ช่วย แต่ถูกอึนอูส่งเสียงชู่ไล่ตะเพิดกลับไป ผู้ชายคนนี้ยังไม่รู้แม้แต่วิธีจะใช้ตะเกียบเลย อึนอูจะไม่ปล่อยให้เขาเข้าใกล้เตาโดยเด็ดขาด


            ในตอนที่บินกำลังก้มหน้ากินข้าวอย่างมีความสุขอยู่นะ อึนอูคิดถึงเรื่องราวของบินมากและมากขึ้นว่ามันคือเรื่องจริงจริงๆ หรอ? บินไม่มีเสื้อผ้าแม้แต่ตัวเดียว แล้วถ้างั้นเขาอยู่ตามถนนได้ยังไงกันนะ? อีกทั้งเขาเข้าอพาร์ตเมนท์ของอึนอูมาได้ยังไง? ประตูล็อคอยู่แสดงว่าเขาต้องปีนเข้ามาทางหน้าต่าง ใช่มั้ย? แต่อึนอูก็คิดว่ามันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่มีคนเห็นผู้ชายแก้ผ้าตัวสูงขนาดนี้ปีนเข้ามาในอพาร์ตเมนท์ แต่ถ้ามีคนเห็นจริงๆ แสดงว่าพวกเขาต้องไม่ได้โทรแจ้งตำรวจแน่ๆ


            และมูนก็ยังคงหายสาบสูญไปที่ไหนซักที่


            หลังจากทานข้าวเที่ยงเสร็จ อึนอูตัดสินใจแล้วว่าถึงเวลาซักทีที่เขาจะต้องทำสิ่งที่เขาตั้งใจจะทำมาตั้งแต่เมื่อเช้าแต่เขาข้ามมันไปก่อน บินนั่งตัวลงอยู่หน้าทีวีแล้วหยุดไว้ช่องที่มีรายการสดแข่งขันเบสบอลอยู่ ในขณะเดียวกันอึนอูปลีกตัวเงียบๆ เข้าไปในห้องนอนของตัวเองแล้วเปิดหน้าจอโทรศัพท์กดโทรหาใครบางคน


            เขาภาวนาขอให้ปลายสายไม่รับโทรศัพท์ เขาจะได้ส่งข้อความเสียงแทน แต่เพราะชีวิตมันก็มักจะเล่นตลกแบบนี้แหละนะ คนที่เขาโทรหาอยู่กดรับโทรศัพท์อย่างทันทีทันใด “ฮาโหล อึนอู!!!!


            “อ่า หวัดดีครับ มยองจุนฮยอง” อึนอูพูด จากนั้นเขาพูดต่อ “ผมไปทำงานไม่ได้นะวันนี้”


            “อะไรนะ? ทำไมอ่ะ?” เสียงร่าเริงของมยองจุนแผ่วลงไปแทนที่ด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างดูกังวลแทน


            “ผมรู้สึกไม่ค่อยสบายอ่ะครับ” อึนอูตอบ เขาวางแผนหมดแล้วว่าเขาจะพูดอะไรบ้าง “ไม่ได้เป็นหนักมากครับ แค่ปวดหัวแล้วก็มีไข้นิดหน่อย น่าจะติดมาจากมินฮยอกไม่ก็ลูกค้านั่นแหละ ผมว่าผมนอนอยู่ที่ห้องดีกว่า”


            “นายแน่ใจนะว่านายไม่เป็นอะไรอ่ะ?” มยองจุนถาม “เดี๋ยวพี่ไปเยี่ยมได้นะ เดี๋ยวเอาพวกซุปหรืออะไรก็ได้ที่นายอยากกินไปให้ นางพยาบาลมยองจุน ยินดีให้บริการค่ะ!


            อึนอูคิดว่าไว้แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ “ไม่เป็นไรครับๆ อย่างที่ผมบอกไปนั่นแหละ ผมไม่ได้เป็นอะไรมากซักหน่อย นอนตอนบ่ายนี้ซักหน่อยเดี๋ยวก็คงหายแหละ”


            “อ่าๆๆ ถ้างั้นก็โอเคจ้า” มยองจุนตอบ แต่ดูเหมือนเขาไม่ได้เชื่อที่อึนอูพูดเลยซักนิด “ดูแลตัวเองด้วย โอเค๊? ถ้าพรุ่งนี้นายยังไม่หาย เดี๋ยวฉันทำซุปไก่สูตรพิเศษสามแกลลอนไปเยี่ยมนายเลย เข้าใจมั้ย?


            ซุปไก่สูตรพิเศษของมยองจุนในความคิดของอึนอู ทำให้อึนอูต้องทำหน้าบูดออกมา “โอเค โอเค ขอบคุณนะครับฮยอง”


            “ยินดีครับ เจอกันๆ”


            เขาวางสายลง อึนอูถอนหายใจออกมาดังด้วยความโล่งใจ ก่อนหน้านี้เขากังวลว่ามยองจุนจะจี้ถามรายละเอียดหรือยืนกรานที่จะมาเยี่ยมเขาให้ได้ มันออกมาดีกว่าที่อึนอูคาดหวังไว้


            อึนอูเก็บโทรศัพท์แล้วจึงเดินกลับไปยังห้องนั่งเล่น ล้มตัวลงนั่งดูรายการเบสบอลกับบิน อย่างไรก็ตามเขาจะใช้ชีวิตแบบนี้แค่วันนี้วันเดียวเท่านั้นแหละ


            อาหารเย็นในวันนี้คือราเมนที่กำลังต้มอยู่ในหม้อตอนนี้ในจังหวะเดียวกับที่ออดหน้าห้องดัง บินเงยหน้าขึ้นจากที่กำลังตื่นเต้น(ที่ความจริงแล้วโคตรจะน่าเบื่อ)อยู่กับการอ่านหนังสือกฎหมายของอึนอู หันไปมองอึนอูแล้วเลิกคิ้วขึ้น อึนอูกำลังเดินไปที่หน้าประตูห้องแต่เหมือนเขาจะมีความรู้สึกว่าเขารู้ว่าคนที่กดออดคือใคร


            แล้วความรู้สึกของเขาถูกยืนยันชัดเจนว่าถูกต้องจากเสียงดังที่ตะโกนมาผ่านประตูเข้ามา “อึนอูฮยองคร้าบบบ!


            “ไปแอบ เดี๋ยวนี้” อึนอูรีบหันมากระซิบบิน “เร็วสิ!


            บินลุกขึ้นอย่างรวดเร็วทั้งที่ยังงงงวยสับสนอยู่ “อะไรอ่ะ? นายบอกให้เขามาใหม่พรุ่งนี้ไม่ได้หรอ?


            “ไม่ได้ เพราะเขาไม่ได้มาคนเดียวไง!” อึนอูกระซิบตอบไป “ไปได้แล้ว!


            น้ำเสียงของอึนอูจริงจังพอที่ทำให้บินวิ่งพรวดพราดเข้าไปในห้องนอนของอึนอู อึนอูรีบมองสำรวจไปรอบๆ อย่างรวดเร็วเพื่อดูว่ามีหลักฐานอะไรที่อาจทำให้แขกที่พึ่งมาสงสัยว่ามีบุคคลที่สองอยู่ในห้องของเขาหรือเปล่า แล้วตาอึนอูก็ไปสะดุดกับถ้วยสองถ้วยที่เขาวางทิ้งไว้อยู่ เขาจึงรีบโยนถ้วยหนึ่งเข้าไปในตู้ห้องครัว ในขณะอึนอูกำลังรีบเก็บส้อม ก็มีอีกเสียงตะโกนผ่านประตู


            “ย่าห์ ชา อึนอู! พี่รู้ว่านายอยู่ในครัว มาเปิดประตูให้พวกเราได้แล้ว!


            อึนอูหันไปมองรอบๆ ครั้งสุดท้าย หายใจเข้าลึกๆ พยายามทำตัวให้มีพิรุธน้อยที่สุด จากนั้นยกริมฝีปากยิ้มก่อนจะเปิดประตูออกไป


            “อ้าว ฮยอง ซานฮา ไม่เห็นบอกกันเลยว่าจะมาหา”


            และบุคคลที่ยืนอยู่ทางหน้าประตูและกำลังยิ้มอย่างร่าเริงคือมยองจุนและซานฮา มยองจุนอายุมากที่สุดในกลุ่ม ส่วนซานฮาอายุน้อยที่สุด แต่พวกเขาไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดเลย อีกทั้งพวกเขายังเป็นลูกพี่ลูกน้องกันอีกด้วย สองคนนี้อาศัยอยู่ด้วยกันที่ตึกอพาร์ตเมนท์อยู่ถัดไปจากตึกของอึนอู เป็นหนึ่งในเหตุผลว่าทำไมเขาถึงมาหาอึนอูได้โดยไม่จำเป็นต้องบอกก่อน อีกเหตุผลหนึ่งคือทั้งสองคนนี้ทำอาหารได้ห่วยแตกมาก พวกเขากินอาหารสำเร็จรูปทุกๆวันไม่ได้หรอก


            “นายก็รู้ว่าพวกเราก็ไม่เคยบอกก่อนอยู่แล้ว” มยองจุนตอบในขณะที่ซานฮายิ้มกว้างอยู่หลังพี่ของเขา “แล้วนายก็คาดหวังว่าพวกเราจะมาบ้างสิ เห็นพวกเราเป็นคนประเภทไหนกันที่เห็นเพื่อนไม่สบายแล้วจะไม่มาหาอ่ะ?


            มยองจุนพูดถูก อึนอูก็หวังอยู่แล้วว่ามันจะเป็นแบบนี้ เขาแค่โง่เกินไปที่คิดว่าแผนทุกอย่างที่เขาวางไว้มันจะง่ายไปหมด


            “ฮยอง กว่าจะมาเปิดประตูโคตรนานเลย” ซานฮาทำเสียงโอดครวญในขณะที่ทั้งสองเดินเข้ามาในห้องของอึนอู


            “จริง พวกเราได้ยินนายโยนของดังโพล้งเพล้งอยู่ในครัวด้วย” มยองจุนพูดเสริม “เมื่อกี้นายทำอะไรอยู่หรอ?


            “ก็แค่... ทำข้าวเย็นน่ะ” อึนอูพูดออกมาพร้อมกับหัวเราะ หวังว่าเสียงที่ออกมามันจะไม่ดูกังวลเหมือนที่เขากำลังรู้สึกนะ


            หัวของเขาปั่นป่วนไปหมด ถ้าเกิดว่ามยองจุนกับซานฮาเจอบินล่ะ? เขาจะหาข้ออ้างว่าอะไรดี? บอกว่าฉันตื่นขึ้นมาในตอนเช้าแล้วเจอผู้ชายคนนี้นอนโป๊อยู่บนเตียงดูเป็นไปไม่ได้เลยซักนิดสินะ? มันอาจจะเป็นไปได้สำหรับคนอื่น แต่ไม่ใช่อึนอู


            “ฮยองทำอะไรกินอ่ะ? ซานฮาถาม แต่เขาก็ตอบคำถามตัวเองได้เมื่อยกฝาหม้อขึ้นดูสิ่งที่อยู่ข้างใน “ว้าว ราเมนนี่นา! ของโปรดผมด้วยยยย” ซานฮาพูดขึ้นอย่างตื่นเต้น “มันจะเสร็จตอนไหนหรอครับ?


            “อ่า....” ขอร้องเถอะซานฮา อย่าอยู่กินข้าวที่นี่เลย พลีสสส


            “นายทำเยอะจังอึนอู” มยองจุนพูดออกมาอย่างใช้ความคิดพลางมองเข้าไปในหม้อ “อย่างน้อยก็พอกินสองคนอ่ะ”


            อึนอูหัวเราะยิ้มเจื่อนอย่างกังวล อีกประเดี๋ยวมยองจุนต้องรู้แน่ๆ ผู้ชายคนนี้ฉลาดอย่างไม่น่าเชื่อถ้าสิ่งนั้นมันมาในรูปแบบของความลับ และเซนส์ของเขาดีจริงๆ เดี๋ยวมยองจุนจะต้องรู้เรื่องบินแน่ มยองจุนจะต้องรู้แน่ๆ แล้วอย่างนี้อึนอูจะทำยังไงดีล่ะ?


            มยองจุนหันมามองอึนอูแล้วยิ้มกว้าง จากนั้นจึงพูดต่อ “อย่าบอกนะว่าทั้งหมดนี้นายทำให้แมวกินอ่ะ”


            ทันทีทันใดนั้นอึนอูก็สามารถเอาชนะมยองจุนได้ในครั้งนี้ มันทำให้เขาอยากกรีดร้องออกมาดังๆ ทั้งที่ในความจริงเขาทำได้แค่กรี๊ดอยู่ในใจเบื้องหลังรอยยิ้มจางๆนั้น โอ้ มยองจุนฮยอง ครั้งนี้พี่จะไม่มีทางรู้หรอกนะครับ


            “โอ้ ใช่ เจ้ามูน!” ซานฮาอุทานขึ้นมา ความทรงจำเกี่ยวกับเรื่องราเมนที่อยากกินก่อนหน้านี้หายไปแล้ว “ผมอยากเล่นกับมันอ่ะ”


            เลือดทั้งหมดระบายหายออกไปจากหน้าของอึนอู ซานฮาอยากเล่นกับแมว แมวที่ตอนนี้หายไปและแทนที่ด้วยเด็กผู้ชายแทน


            “ฮยองว่าไม่ดีหรอกน้าซานฮา”


            “เจ้ามูนน่ะ.. นายก็รู้ว่ามันเป็นแมวจรจัดใช่มั้ยล่ะ แล้วแล้วมันก็ไม่ค่อยคุ้นเคยกับคนเท่าไหร่ไง”


            “แต่มันก็อยู่กับนายได้นี่” มยองจุนพูดขึ้น “ปล่อยให้ไอเด็กน้อยนี่เล่นแมวเถอะ”


            “แต่มันอาจจะข่วนซานฮานะ” อึนอูพูดตอบ ในขณะเดียวกันซานฮาร้องครวญครางเพราะตัวเองโดนเรียกว่าเด็กน้อย “แถมมันอาจจะมีเชื้อโรคเป็นพันล้านตัวเลย”


            “ถึงโดนข่วนแค่ครั้งเดียวผมก็มีชีวิตต่อไปได้น่า” ซานฮายังคงยืนกรานที่เล่นกับสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ของอึนอู “ผมผ่านการซักผ้าของมยองจุนมาแล้ว ผมมีภูมิคุ้มกัน เชื้อโรคแบบไหนก็ไม่ทำให้ผมกลัวหรอก”


            “ไม่ ไม่ พี่จะไม่ให้นายโดนข่วนเด็ดขาดเลย นายค่อยมาเล่นกับมันวันหลังตอนที่พี่ฝึกมันแล้วแล้วกันนะ” วันหลังอึนอูก็ค่อยแต่งเรื่องขึ้นมาว่าเจ้ามูนของเขาหนีออกจากห้องของเขาไปแล้วละกัน ถือเป็นจุดจบของปัญหานี้


            มยองจุนเลิกคิ้วข้างหนึ่งขึ้นอย่างสงสัย “นายไม่อยากให้พวกเราดูแมวของนายจริงๆ ใช่มั้ยห้ะ?


            เพราะว่าตอนนี้มันไม่แมวอีกแล้ว มันกลายเป็นบินแทนไง!


            ตอนนี้อึนอูกำลังจะพ่ายแพ้แล้ว เหมือนเขายังคงช็อคกับเหตุการณ์ที่พึ่งเกิดขึ้นเมื่อเช้า เขาอดกลั้นความรู้สึกนั้น และเกือบจะพูดคำแก้ตัวที่ดูไม่น่าเชื่อถือ(และไม่รู้ว่าเป็นความจริงหรือไม่)นั้นออกไปแล้วแต่ตอนนี้ซานฮากำลังเดินตรงดิ่งไปยังห้องนอนของเขา “มันอยู่ในนี้ใช่มั้ยครับ?


            “นายเข้าไปไม่ได้นะ” อึนอูเริ่มจะสติแตก เขารีบวิ่งไปรอบโซฟา พยายามห้ามเจ้าเด็กนั่นให้ทันก่อนที่เขาจะเปิดประตู “มัน คือพี่ยังไม่ได้ทำความสะอาดห้องเลยอ่ะ”


            มยองจุนหันไปมองอาการตื่นตระหนกของอึนอูเมื่อครู่ก่อนที่จะเดินตามซานฮาไปอย่างรวดเร็ว อึนอูชนกับหนังสือที่บินอ่านทิ้งไว้ มันหล่นลงมาและทับเท้าของอึนอูเต็มๆ แต่มันสายไปแล้วเพราะซานฮากับมยองจุนเดินไปถึงที่ประตูและเปิดเข้าไปแล้ว


            อึนอูรีบตามเข้าไปอย่างรวดเร็ว เขาไม่รู้เลยว่าถ้าพวกเขาเห็นแล้วจะต้องอธิบายว่าอะไรบ้าง อึนอูรีบชิงพูดก่อน “ผมอธิบายได้นะ คือ

           



“งื้อออออ มันน่ารักมากเลยง่า!

 

            เดี๋ยวนะ.. มันไม่ได้ดูเหมือนเป็นการตอบสนองที่อึนอูคิดไว้ อึนอูผลักซานฮาไปข้างๆ แล้วเขาจึงเห็น


            มีกองเสื้อผ้าอยู่บนพื้น และบนกองนั้นมีแมวตัวเล็กขนสีดำแต้มด้วยขนสีขาว


            อึนอูจ้องมันอยู่แบบนั้นยังคงไม่ขยับตัวไปไหน เสื้อผ้าที่อยู่บนพื้นนั้นคือชุดเดียวกันกับที่บินใส่ก่อหน้านี้ แล้วบิน....


            เจ้าแมวลุกขึ้นเมื่อซานฮาเดินเข้ามาใกล้ จากนั้นเคลื่อนหนีซานฮาอย่างรวดเร็วเมื่อเขากำลังจะเอื้อมมือมาจับ ซานฮาทั้งวิ่งตามทั้งขวางทาง แต่แมวตัวนี้ก็ยังปฏิเสธที่จะให้จับตัวของมัน แถมยังคงวิ่งหนีต่อไปอีกเรื่อยๆ


            “พี่ว่ามันตื่นคนจริงๆแหละ” มยองจุนพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงผิดหวัง เป็นไปได้ว่าเขาคิดว่าจะเจอความลับอะไรของอึนอูที่น่าสนใจกว่านี้ ไม่ใช่มานั่งดูซานฮาวิ่งไล่จับแมว


            “ใช่ เอ่อ ก็ว่างั้นแหละครับ” อึนอูพูดทั้งที่ยังอยู่ในสภาพที่งงงวยอยู่


            ตอนนี้เจ้าแมวไม่สามารถควบคุมการวิ่งของตัวเองได้แล้วอีกทั้งทิศทางที่มันวิ่งนั้นคือทิศทางที่วิ่งตรงไปหามยองจุน เขาใช้โอกาสนี้อุ้มมันขึ้นมา “จับได้แล้ว! เขาได้ตัวเจ้าแมวไปไม่กี่วินาทีก่อนจะร้องเสียงแหลมออกมาด้วยความเจ็บปวด จึงปล่อยตัวมันไป เจ้าขนฟูกระโดดออกจากแขนของมยองจุนไปยังที่แผงอกของอึนอู ซึ่งอึนอูจับมันไว้ก่อนที่เจ้าแมวอาจจะตกลงไปอยู่บนพื้นแทน


            “มันข่วนฉันอ่ะ!!! มยองจุนร้องไห้ออกมาแบบเล่นใหญ่มาก “มันจะถลกหนังแขนฉันไปครึ่งนึงแล้ว! นายไปเจอไอตัวนี้ที่ไหนเนี่ย ริมถนนของนายนี่ที่ไหน ที่นรกหรอห้ะ?!


            อึนอูทำเพียงแค่มองลงไปที่แมวที่ตอนนี้เขาอุ้มอยู่ที่อกของเขา มันมองกลับมาที่เขาเช่นกัน ตากลมโตสีเขียวประกายของมันมองเข้าไปในตาของอึนอู มันดูฉลาดจริงๆ แหละ ฉลาดเกินไป


            “ผมว่าพวกพี่ควรกลับได้แล้ว” ในที่สุดอึนอูก็ได้พูดคำนี้ออกมา “พวกพี่ทำมันอารมณ์เสียแล้วนะ”


            “ทำมันอารมณ์เสียเนี่ยนะ?” มยองจุนพูดอย่างขุ่นเคือง “มันต่างหากที่ทำฉันอารมณ์เสียอ่ะ ไปเหอะซานฮา ไปซักที่ที่เราจะไม่โดนไอกรงเล็บนั้นถลกหนัง” ซานทำหน้าบึ้งและผิดหวัง แต่ก็เดินตามมยองจุนไปอยู่ดี


            อึนอูวางเจ้าเหมียวลงก่อนที่เดินไปส่งสองพี่น้องนี้ที่ประตูห้อง “ขอบคุณที่มาหานะ แต่ผมบอกแล้วว่าผมสบายดี พอได้นอนแล้วรู้สึกเหมือนเกิดใหม่เลย”


            “ถ้างั้นพรุ่งนี้พี่จะต้องเห็นนายที่ร้านนะ” มยองจุนพูด เขาอารมณ์ดีขึ้นกว่าเมื่อกี้แล้ว


            “พี่เป็นเพื่อนนายก็จริง แต่อย่าลืมว่าพี่ก็เป็นหัวหน้าของนายเหมือนกัน”


            “รู้แล้วน่า พี่บอกผมทุกวันแหละ ผมจะลืมได้ยังไง?” อึนอูยิ้ม “แล้วก็จริงๆ นะ ขอบคุณที่เป็นห่วงผม”


            “ยินดีอยู่แล้ว” มยองจุนยิ้มกว้างพลางเดินออกจากประตู “เจอกันพรุ่งนี้”


            “บายครับฮยอง” ซานฮาพูด้วยน้ำเสียงสดใส อึนอูยิ้มตอบและพยักหน้า จากนั้นเขาจึงปิดประตูลง


            เขายืนรอจนกระทั่งแน่ใจแล้วว่าสองคนนั้นเดินจนถึงสุดทางเดินของมุมตึก อึนอูหันกลับมายืนพิงประตูและถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งใจ ภาพในหัวของเขาตัดกลับมาเมื่อเขานึกขึ้นได้ว่าเมื่อกี้แมวนั้นตัวอยู่ในห้องนอนของเขา


            อึนอูเดินเข้าใกล้ประตูที่ปิดสนิทอย่างหวั่นกลัว เขาไม่รู้เลยว่าพอเปิดประตูบานนั้นไปแล้วจะพบกับอะไร เจ้ามูน แมวดำขนฟูที่เขาเก็บมาเลี้ยงหรือเปล่า? หรือจะเจอ บินชายหนุ่มไร้บ้าน? หรืออาจจะไม่เจอทั้งสองอย่างนี้เลย? หรืออาจจะไม่เจอทั้งกองเสื้อผ้าที่อยู่บนพื้น ทั้งแมว แล้วทั้งผู้ชาย ถ้ามันหายไปทั้งหมดล่ะ?


          เขาใช้เวลาทำใจหน้าประตูบานนี้อยู่พักหนึ่ง จนกระทั่งในที่สุดอึนอูสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดและเปิดประตูเข้าไป


            “กลับกันไปหมดแล้วหรอ?


            เขาเจอบิน ที่ตอนนี้กำลังขยับดึงจัดเสื้อยืดบนตัวอยู่ และแมวที่อยู่ในห้องเมื่อหนึ่งนาทีที่ผ่านมาได้หายไปแล้ว


            อึนอูรู้สึกเข่าอ่อนขึ้นมา นี่มันคือความจริงสินะ เรื่องทั้งหมดที่บินเล่าให้เขาฟังเป็นความจริงทั้งหมด บินสามารถกลายร่างเป็นแมวได้จริงๆ


            หนุ่มเจ้าของแมวจ้องมองพื้น พยายามรวมความคิดในหัวของตัวเองแต่เหมือนพยายามเท่าไหร่ก็ยังคงไม่บรรลุสักที โอเค ก็คือผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าของเขาตอนนี้สามารถเปลี่ยนตัวเองกลายเป็นแมวได้ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนี่ เขารับได้น่า


            “อึนอู? นายโอเคหรือเปล่า?


            อึนอูเงยหน้าขึ้นมาจากพื้น เขาพร้อมที่จะพูดโกหกออกไปว่าตัวเองสบายดี สบายดีมาก แต่ก็เหมือนจะมีอะไรบางอย่างตรงหน้าที่สามารถดึงความสนใจอึนอูได้มากกว่าความคิดที่ตีกันในหัวของเขาตอนนี้


            “บิน นายเลือดไหล” อึนอูพูดพร้อมกับรีบพุ่งตัวไปหาบิน


            มีเลือดไหลออกมาจากจมูกของบิน เขาใช้นิ้วแตะเบาๆ ที่จมูกอย่างแปลกใจ “โอ้ ว้าว จริงด้วยแฮะ” เขาพูดพร้อมยิ้มให้อึนอู “อย่ากังวลเลย ไม่มีอะไรหรอก”


            “ไม่มีอะไรไม่ได้ นายเลือดกำเดาไหลนะ” อึนอูไม่รอช้า เขารีบคว้าแขนของบิน ดึงเข้าไปในห้องครัวซึ่งเป็นที่ที่เขาเก็บชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้นไว้


            “ฉันสบายดีน่า” บินพูดต่อทั้งที่เสียงของเขาขึ้นจมูกมากกว่าเดิมที่เคยเป็นเพราะอึนอูใช้มือบีบปิดจมูกของบินไว้ “ฉันอายุสิบแปดปีแล้วนะ แย่กว่าเลือดกำเดาไหลฉันก็รอดมาแล้ว ดูสิ เห็นมั้ย เลือดหยุดไหลแล้ว”


            “เงียบ” อึนอูพูดดุใส่บิน เขาใช้ก้อนสำลีปาดเลือดกำเดาเล็กน้อยออกไป “ในอินเตอร์เน็ตบอกว่าเราต้องปิดไว้แบบนี้สิบนาที เพราะฉะนั้นเราก็จะต้องปิดอยู่แบบนี้สิบนาทีเหมือนกัน”


            “มันก็แค่เลือดไม่กี่หยดเอง” บินพูดเหมือนมันไม่ได้แปลกอะไร “อาจจะเป็นเพราะฉันเปลี่ยนร่างสลับไปมาเร็วไปหน่อย มันไม่มีอะไรจริงๆนะ”


            “นายช่วยหุบปากซักทีได้มั้ย?” อึนอูดันหน้าของบินแรงขึ้นกว่าก่อนหน้านี้ “แค่นั่งอยู่เฉยๆ เงียบๆ ก็พอ”


            บินไม่เถียงอะไรกลับไปอีกแล้ว และทั้งยังนั่งเงียบในท่าที่หัวของเขาโน้มไปด้านหน้า ประมาณหนึ่งหรือสองนาทีเขาจึงพูดขึ้นมา “เอ่อ คือนายรู้ใช่มั้ย ว่าฉันปิดจมูกของฉันเองได้อ่ะ”


            “อ๋อ เอ่อ ได้สิ” อึนเริ่มรู้สึกแปลกขึ้นทันที จึงขยับออกมาจากหน้าบิน บินเงยหน้ามองเขาแล้วยิ้ม และสิ่งที่บินทำอยู่มันยิ่งทำให้อึนอูลุกลี้ลุกลนมากกว่าเดิม เขาลุกขึ้นแล้วไปจัดการล้างมือ เริ่มรู้สึกร้อนขึ้นมาที่ปลายหู


            “อึนอู ขอบใจนะ” บินพูดขึ้นมาทันทีทั้งที่ตัวเขากำลังนั่งอยู่บนพื้น “นายทำอะไรให้ฉันหลายอย่างเลยแล้วก็.. ขอบคุณนะ”


            เสียงของเขาดูจริงใจ จริงใจจนสามารถทำให้อึนอูที่หน้าหูร้อนอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว ร้อนขึ้นไปมากยิ่งกว่าเดิมอีก “ย..ยินดีครับ”


            “ฉันจะย้ายออกไปพรุ่งนี้เช้านะ” บินพูดต่อ “แค่อยากบอกให้นายรู้ไว้ก่อนน่ะ ฉันขอบคุณสำหรับทุกอย่างจริงๆ”


            อึนอูรู้สึกจุกอยู่ในอก เขารู้สึกเหมือนคำพูดตอนนี้มันกำลังขึ้นมาอยู่ที่คอแล้ว คำพูดที่เขารู้ดีว่าไม่ควรจะพูดมันออกไปเลย แต่สภาพของบินที่นั่งขัดสมาธิไขว้ขาอยู่บนพื้นตอนนี้ทั้งยังปิดจมูกตามที่อึนอูสั่งอีก เหมือนมันชะล้างความคิดของเขาบางอย่างออกไป


            “นาย... ไม่ต้องไปก็ได้นะ” สุดท้ายอึนอูก็พูดออกมาจนได้


          บินมองขึ้นมาหาเขา “ห้ะ??


          “นายไม่ต้องย้ายออกก็ได้” อึนอูพูดอีกครั้ง เขาพยายามกลืนน้ำลาย รู้สึกประหม่าขึ้นมา “เช้าพรุ่งนี้หรือวันต่อๆไป นายอยู่ต่อได้นะ จนกว่านายจะหาผู้เชี่ยวชาญคนนั้นเจอ แล้วรักษาจนหาย นายอยู่กับฉันที่นี่ก็ได้”


            บินจ้องมองมาที่อึนอู ตาเปล่งประกายคู่นั้นที่มองมามีทั้งความประหลาดใจและมีความสุข


            “โห อึนอู ขอบคุณมากจริงๆนะ” เสียงของเขายังคงขึ้นจมูกเพราะยังถูกบีบไว้อยู่ “ฉันหมายถึงอย่างนั้นจริงๆ ขอบคุณนะครับ”


            ภาพความจริงใจของบินนั้นทำให้อึนอูรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องขึ้นมานิดหน่อย เขาพยักหน้าตอบกลับไป แล้วหันกลับมาตั้งใจทำราเมนที่ถูกตั้งแช่ไว้อยู่บนเตามาเป็นเวลานานแล้ว ก็แค่ข้ออ้างที่จะไม่มองบินต่อเท่านั้นแหละ เขายังรู้สึกได้ว่าหน้าของเขาแดงขึ้นมานิดหน่อย

 

            อึนอูหวังว่าเขาจะตัดสินใจถูกนะ

 

-----------------------------------------------

หึยยย เขาอยู่ด้วยกันแล้วค่ะแม่ 

สามารถติชมได้เลยนะคะ

มาเม้าท์กันได้ใน สองแฮชแท็กนี้คู่กันนะคะ #StrayRomance #รักไม่จรจัดบีนู 


         

           

 

 

           

           

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

46 ความคิดเห็น

  1. #36 Natt. ;D (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 04:49

    งู้ยยย เดี๋ยวอึนอูจะต้องใจอ่อน อ่อนใจ แพ้ใจให้น้องเร็วๆนี้แน่เบยค่าาา อิอิอิ

    #36
    0
  2. #14 BemyOng (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 13:44
    บินน่าร้ากกกมากก ฮืออ ฟีลกู้ดดด
    #14
    0
  3. #3 Hirotic Kim (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 14:19

    บินขอบคุณอึนอูไปล้านครั้งแล้วมั้ง ลุ้นระทึกมากตอนพี่ใหญ่กับเจ้าเด็กมา โอ้ยยยย เจ้ามูนข่วนให้ตามบทมาก 5555555555555 รออ่านเรื่อยๆนะคะ (เพราะไปอ่านต้นฉบับไม่ไหวจริง แหะ) ขอบคุณค่ะ
    #3
    0