[End] Stray Romance รักไม่จรจัด (binu)

ตอนที่ 19 : Chapter 19 : Breathless Confession

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 186
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    10 พ.ค. 62

Chapter 19 : Breathless Confession
Alette


          อึนอูกำลังนั่งอยู่บนม้านั่งริมถนนอย่างใจจดใจจ่อ

 

          เขาก้มมองนาฬิกาข้อมือที่เข็มชี้ว่าได้ล่วงเลยเวลาสี่ทุ่มมาแล้ว มันช่างเป็นคืนฤดูหนาวที่หนาวเย็นบริสุทธิ์ อากาศพัดตีหน้าใบหน้าและผิวสัมผัสอื่นๆ ของร่างกายที่เปิดเผย เขาขยับจัดผ้าพันคอและเสียใจไปในเวลาเดียวกันที่ไม่ได้หยิบหมวกไหมพรมติดมากับตัวด้วย ยิ่งเวลาผ่านไปเท่าไหร่อากาศก็ยิ่งหนาวมากขึ้นเท่านั้น ใบหูของเขาทั้งสองข้างเย็นจนจะกลายเป็นน้ำแข็งได้อยู่แล้ว

 

          เขาตัดสินใจที่จะกลับบ้านในอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า หวังว่าเขาคงไม่ต้องรอไปนานกว่านี้แต่มันก็ยังจมดิ่งว่าความหวังนี้มันคงจะไร้ผล

 

          อึนอูไม่รู้แล้วว่าเขาจะทำอะไรได้นอกจากรอ

 

          เขาไม่รู้ว่าบินอยู่ที่ไหน ไม่รู้ว่าจะหาเขาเจอได้อย่างไร เขารู้แค่ว่าบินชอบมาเดินเล่นตามข้างถนน และสิ่งที่เขาทำได้ในตอนนี้คือหวังว่าเขาคงจะพบเจอบิน ณ ที่นี้

 

          เขาด่าทอกับความโง่ของตัวเอง บินอยู่ที่ตรงนั้นแล้ว บินไปอาศัยอยู่ที่บ้านของมินฮยอกในสองวันแรกหลังจากที่ออกจากอพาร์ตเมนต์ของอึนอู ถ้าอึนอูขับไล่ความโง่ของตัวเองไปได้ตั้งแต่สองวันแรก เขาคงจะเจอบินไปตั้งนานแล้ว เขาคงสามารถพูดคุยกับบินในตอนนั้น บอกกับสิ่งที่เขาควรจะพูดมาตั้งนานแล้วให้เขาได้รับรู้ แต่ตอนนี้เขากลับต้องมานั่งรอที่ม้านั่งอย่างโดดเดี่ยว เฝ้ารอหวังว่าปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้น

 

          ลมเย็นหนาวจัดยังคงพัดผ่านผิวกายของอึนอู สุดท้ายเขาจึงยอมแพ้ให้ไอหูเจ้ากรรมที่มันกำลังจะกลายเป็นน้ำแข็งจริงๆ ในอีกไม่ช้า เขาจึงเอาผ้าพันคอขึ้นมาห่อรอบผ่านใต้คางและศีรษะของเขาด้วย อึนอูรู้ว่าตอนนี้สภาพของเขาดูไม่จืดและเขารู้สึกได้ถึงความหนาวที่มันกำลังโจมตีที่ด้านหลังคอของเขาแทนแต่มันไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว เขายังอยากให้หูของเขายังรับสิ่งสัมผัสได้อยู่เมื่อเขาเจอกับบินอีกครั้ง

 

          เมื่อเขาเจอกับบินอีกครั้ง ไม่มีคำว่า ถ้า นำหน้าประโยคเมื่อกี้ด้วย อึนอูไม่อนุญาตให้ตัวเขาเองคิดว่าถ้ามันเกิดขึ้น มันจะต้องเกิดขึ้นเท่านั้น


          เขาพยายามทำให้ตัวเองอยู่ไม่สุข สายตาพยายามกวาดมองไปทั้งคนและแมวที่เดินผ่าน ถ้าบินเห็นเขา บินจะต้องไม่เดินมาหาเขาแน่ อึนอูรู้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเพื่อให้แน่ใจสายตาของเขาจะต้องจับจ้องเห็นบินก่อนที่เขาจะรู้ตัว


          เสียงริงโทนโทรศัพท์ทำให้อึนอูประหลาดใจเล็กน้อย เขารีบล้วงกระเป๋าเสื้อโค้ทอย่างรวดเร็ว ปลายสายคืนมยองจุน ยิ้มเล็กเปื้อนใบหน้าของอึนอูอัตโนมัติก่อนที่เขาจะกดรับโทรศัพท์ พยายามแนบให้อยู่ในระยะที่ปลอดภัยกับหูของตัวเอง


          "อึนอู!" มยองจุนระเบิดเสียงออกมาโทรศัพท์ "นายทำอะไรอยู่? ยังอยู่ข้างนอกอยู่อีกหรอ?"


          "ใช่ครับฮยอง ผมยังอยู่ข้างนอกอยู่ เดี๋ยวอีกแป้บผมก็กลับบ้านแล้ว ไม่ต้องห่วงนะ"


          เสียงเงียบจากปลายสายทำให้เขารู้ว่ามยองจุนกำลังกังวลอยู่จริงๆ "นี่มันดึกแล้วนะ นายคงไม่คิดว่าเขาคงจะออกมาเดินเล่นตอนเกือบๆ เที่ยงคืนหรอกใช่มั้ย?"


          "ก็เป็นไปได้นะ เราไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน เขาอาจจะออกมาเดินก็ได้ ผมก็ไม่รู้" อึนอูถอนหายใจก่อนจะพูดต่อ "ผมไม่รู้จะทำยังไงแล้วถึงจะหาเขาเจอ"


          "มินฮยอกก็ไม่รู้หรอว่าเขาอยู่ที่ไหน?"


          "ไม่ครับ บินไม่ได้บอกเขา เขาแค่...ออกไปเฉยๆเลย" ภายในร่างกายของเขากำลังบิดเป็นเกลียวเพราะความกังวล บินบอกกับมินฮยอกแค่ว่าเขาไม่อยากเป็นภาระ เขาเลยออกไป อึนอูได้ไปสำรวจหาบางสถานที่มาแล้ว เขารู้ว่าบินทำงานที่ไหนบ้าง แต่เจ้าของร้านทุกร้านที่เขาไปบอกว่าไม่เห็นบินมาสักพักแล้ว บินมอบเงินทั้งหมดของเขาให้กับอึนอูและไม่ได้ไปทำงานเหมือนปกติเช่นกัน ตอนนี้เขาไปอยู่ที่ไหน? เขาปลอดภัยอบอุ่นดีหรือเปล่า? อึนอูพยายามไม่คิดถึงเรื่องพวกนี้มากเกินไปแต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันกำลังฆ่าเขาให้ตายช้าๆ มันเจ็บปวดที่คิดว่าบินอาจจะกลับไปเป็นคนจรจัดอีกครั้ง และเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้เป็นความผิดของอึนอูเพียงคนเดียว


          "ฉันมั่นใจว่านายจะหาเขาเจอเร็วๆ นี้นะ!" เสียงของการมองโลกในแง่ดีของมยองจุนดึงเขาให้หลุดจากความคิด ก่อนจะพูดขึ้นต่อ "หรือว่าบินจะบอกกับมินฮยอกทีหลังรึเปล่า? นายค่อยรอให้ถึงตอนนั้นก่อนก็ได้ ดีกว่ามานั่งหนาวแบบนี้นะ"


          สิ่งที่มยองจุนพูดออกมาทำให้อึนอูมั่นใจว่าคำพูดเมื่อครู่นี้จริงๆ แล้วมันคือความกังวลของจินอูต่างหาก "ผมไม่รู้ ผมรู้แค่ว่าผมรอให้ถึงตอนนั้นไม่ไหวแล้ว ผมแค่รู้สึกว่า.....ผมต้องทำอะไรซักอย่าง มินฮยอกบอกว่าจะโทรมาถ้าเขาติดต่อกับบินได้ ดังนั้นยังไงผมก็มีแผนสำรองอยู่แล้ว"


          "ฉันดีใจนะที่นายกับมินฮยอกกลับมาดีกันเหมือนเดิมได้แล้ว โครตรู้สึกอึดอัดเลยตอนที่จินอูโกรธเขาอ่ะ ฉันต้องออกหน้ามาห้ามแล้วก็ทำตัวให้ดูเป็นผู้ใหญ่เลยแหละ นายเชื่อฉันใช่มั้ย? ฉันนี่แหละที่ห้ามเอง!"


          อึนอูหัวเราะเบาๆ "แต่ที่มินฮยอกโกรธผมก็ไม่ผิดนะ"


          "และแน่นอนอยู่แล้วว่าจินอูอารมณ์เสียตลอดแหละเวลาใครในแก๊งค์เราโกรธกันอ่ะ หวังว่าเขาจะทำตัวแบบนี้กับบินด้วยนะ"


          "ผมก็หวังแบบนั้นเหมือนกัน" สิ่งนี้ทำให้อึนอูรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาในใจ การคิดว่าบินได้เป็นส่วนหนึ่งในกลุ่มเพื่อนของเขา ได้ไปเที่ยวและใช้เวลาอยู่ด้วยกันกับเพื่อนที่เหลือของเขาครบทั้งหกคน เขาไม่คิดว่ามันจะทำให้ใครอึดอัดด้วยเช่นกันถึงแม้ว่าเขากับบินจะคบกันก็ตาม จินอูกับมยองจุนได้พิสูจน์มาแล้ว ดังนั้นบินกับอึนอูก็ด้วยเช่นกัน...


          เมื่ออึนอูเจอเขาอีกครั้ง และถ้าบินตอบรับคำสารภาพของเขา


          "ฉันมั่นใจเลยล่ะ" มยองจุนพูดอย่างมั่นใจ "ฉันไปดูก่อนนะว่าเด็กผมหยอยมันทำข้าวเย็นเสร็จรึยัง นายอย่าอยู่ดึกเกินนะโอเค้? ไม่งั้นฉันลงโทษจินอูเพราะนายแน่!"


          "ไม่ต้องกังวลครับ ไม่ดึกหรอกน่า" อึนอูพูดพร้อมกับหัวเราะ "ขอบคุณที่โทรมาหานะฮยอง เจอกันครับ"


          "ยินดีอึนอู บาย"


          เขากดวางสาย อึนอูมองหน้าจอสี่เหลี่ยมอยู่พักใหญ่ทั้งที่ยังคงมียิ้มบางอยู่บนใบหน้า เขามีช่างเพื่อนที่ดีจริงๆ เขามีเพื่อนที่ห่วงใยเขา ในคลาสเขาก็เรียนได้ดีเช่นกัน เขามีงานพาร์ทไทม์ มีอพาร์ตเมนต์ที่เล็กแต่อยู่สบายจนสามารถเรียกว่าบ้านได้ เขารู้สึกได้รับอะไรดีๆ มากมายในชีวิตของเขา และอีกหลายสิ่งมากมายที่เขาไม่เคยคิดว่าเขาสมควรจะได้รับ


          ตอนนี้เขาแค่ต้องการเพิ่มอีกแค่อย่างเดียว


          อึนอูจัดเสื้อโค้ทให้อบอุ่นกับร่างกายของเขามากขึ้นก่อนจะนั่งรออย่างตั้งใจ




          "อย่าบอกนะว่านายจะไปนั่งตรงนั้นอีกแล้ว"


          อึนอูพยักหน้าทั้งที่ยังไม่เงยหน้าขึ้นจากจานข้าว เขากินข้าวเที่ยงเกือบเสร็จแล้ว หลังจากนั้นเขาก็จะได้ไปนั่งรอที่ม้านั่งที่เขาได้อ้างว่ามันกลายเป็นทรัพย์สินของเขาอีกชิ้นไปแล้ว


          "วันนี้นายจะนั่งรออยู่ตรงนั้นนานแค่ไหน?" จินอูถอนหายใจ "จนถึงตอนกลางคืนเลยรึเปล่า?"


          จินอูได้รับการพยักหน้ากลับมาอีกครั้ง วันนี้อึนอูไม่มีเวรทำงานที่ร้านคาเฟ่ เขาจึงใช้เวลาเกือบทั้งวันทำแบบนั้นได้


          มีเสียงถอนหายใจจากจินอูอีกครั้ง วันนี้พวกเขาทั้งห้าคนทานข้าวเที่ยงด้วยกัน มยองจุนนั่งอยู่ข้างจินอูและกำลังขโมยอาหารเล็กน้อยจากจานของเขา เขาพยายามที่จะแอบแล้วแต่ยังไงจินอูก็ไม่ได้ว่าอะไรเขาอยู่ดี ส่วนซานฮาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก็กำลังกินอย่างมีความสุขในขณะที่มินฮยอกกำลังกลืนข้าวอย่างขมขื่นและโกรธเคืองที่มยองจุนไม่ยอมให้เค้กกับเขา


          ตอนนี้พวกเขามารวมตัวกันอยู่ที่ร้าน Sunshine ที่มีซึงชอลรับหน้าที่ดูแลอยู่ที่เคาน์เตอร์มาสักพักแล้ว มีน้อยครั้งมากที่พวกเขาทั้งห้าคนจะได้มากินข้าวเที่ยงด้วยกันในวันธรรมดาแบบนี้ อึนอูพยายามมีความสุขแต่ชัดเจนเลยว่าที่มันเกิดขึ้นได้เพราะจินอูจัดเตรียมไว้ทุกอย่าง มันจึงกลายเป็นเหมือนกับบอสที่มานั่งกินข้าวกับลูกน้องเพื่อให้ขวัญกำลังใจแทน


          "ฮยอง ฮยองจะนั่งอยู่ข้างถนนแบบนั้นเฉยๆหรอ?" ซานฮาถามขึ้นทั้งที่อาหารยังเต็มปาก "ทำไมอ่ะ?"


          คนอื่นๆ มองหน้าสบตากันก่อนที่มยองจุนจะพูดขึ้น "อย่าพูดตอนที่มีข้าวเต็มปากไอเด็กผี"


          "ใช่เลยครับ" มินฮยอกพูดพลางผลักจานเปล่าสะอาดออกจากตรงหน้า "มันหยาบคายอ่ะ คนที่มีมารยาทเท่านั้นถึงจะได้กินเค้กฟรีเนอะ" เขาหันไปยิ้มกว้างให้มยองจุน


          "มินฮยอกพูดถูก" มยองจุนกล่าว "เพื่อนของนายที่ชานชอบกินเค้กมั้ยอ่ะมินฮยอก?"


          มินฮยอกทำหน้าหงุดหงิดทันที และยังทำเสียงคำรามด้วย ซานฮายิ้มอย่าได้ใจก่อนจะหันกลับไปก้มลงกินข้าวของตัวเองต่อ


          "ฉันพูดจริงจังนะ" จินอูพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบามาจากทางด้านขวาของอึนอู "อย่าอยู่ข้างนอกนั้นนานเกินไป ทุกวันนี้มันเริ่มหนาวขึ้นเรื่อยๆแล้วนะ"


          อึนอูรู้สิ รู้ดีด้วย มันเป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่เขารู้สึกสิ้นหวังที่จะต้องตามหาบิน "ผมไม่เป็นไรหรอก"


          "ให้พวกเราไปนั่งกับนายก็ได้นะ" มยองจุนเสนอ "เดี๋ยวฉันให้ซึงชอลเฝ้าหน้าเคาน์เตอร์ไปก่อนก็ได้ หรือให้มินฮยอกไปกับนายก็ได้ ยังไงตอนบ่ายนี้เขาก็ไม่มีอะไรต้องทำอยู่แล้ว" ประโยคเมื่อกี้ทำให้เขาได้รับสีหน้าเรียบเฉยจากมินฮยอก


          "ผมอยู่คนเดียวได้อยู่แล้ว ผมไม่เป็นไรจริงๆ" อึนอูตอบ เขาเคยชินกับการไปนั่งตามจุดต่างๆ ตัวคนเดียวตั้งแต่สมัยตอนที่ต้องทำตัวเป็นจุดสังเกตให้กิฮยอนเห็นอยู่แล้ว "ผมอยากอยู่คนเดียวมากกว่าถ้าผมได้เจอเขา"


          "ถ้านายว่างั้นก็ตามใจ" ถึงจินอูจะพูดแบบนั้นแต่ก็ไม่ได้ดูพึงพอใจสักเท่าไหร่ มยองจุนพยักหน้าด้วยเช่นกัน


          อึนอูลุกขึ้นพร้อมกับหยิบเสื้อโค้ท "ข้าวอร่อยมากเลยครับ แต่ผมต้องไปแล้ว ไว้เจอกันนะทุกคน"


          มินฮยอกพยักหน้าหนึ่งครั้ง มันทำให้อึนอูรู้สึกมีความสุขมากอย่างแท้จริงทั้งที่ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร เขาเดินออกไปขณะเดียวกันกับที่ซานฮากำลังทำหน้าบึ้ง "แต่ฮยองเขากำลังจะทำอะไรอ่ะ? ไปนั่งอยู่แบบนั้นทำไม? ทำไมไม่มีใครบอกผมเลยอ่ะ?"


          เพียงเวลาสิบนาทีเท่านั้นที่จะพาตัวเองมาถึงที่ม้านั่ง อึนอูหวังว่ามินฮยอกจะบอกชื่อถนนที่บินบอกมาถูกต้อง เพราะไม่อย่างนั้นทุกอย่างที่ทำมาจะเปล่าประโยชน์ไป


          โชคดีที่ม้านั่งประจำของเขายังไม่ได้ถูกจับจองโดยผู้ใด อึนอูจึงล้มตัวนั่งลง วันนี้อากาศหนาวเย็นกว่าวันก่อนๆ แต่คราวนี้ร่างบางได้เตรียมหมวกไหมพรมและผ้าพันคอไว้ในกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว อึนอูก็คิดนะว่าเขาควรเตรียมของพวกนี้มาเพิ่มหรือเปล่าเผื่อว่าบินจะต้องการใช้


          เขาพิงหลังบนพนักม้านั่ง พยายามทำตัวเองให้ตื่นตัวตลอดเวลา แต่เขาก็ยังรู้สึกถึงความคิดในหัวที่กำลังโลดแล่นไปเรื่อยๆ มันหนาวแล้วในตอนนี้แต่ในวันข้างหน้ามันจะยิ่งหนาวขึ้นไปอีก บินจะมีที่ไหนที่อบอุ่นให้อยู่มั้ยนะ? เขากินอิ่มหรือเปล่า? ถ้าเขาอยู่คนเดียวแล้วเขาจะหาอะไรกินเองได้มั้ย? บินใช้เตาไม่เป็นเลย เขาจะทำอาหารให้ตัวเองกินได้หรือเปล่านะ? ถ้าเขาอยู่กับคนที่ทำอาหารเป็นแล้วเขาคนนั้นจะรู้หรือเปล่าว่านิสัยการกินของบินเป็นยังไง?


          มากกว่าหนึ่งชั่วโมงของการรอคอยได้ผ่านพ้นไป ทุกวินาทีที่ผ่านไปมันยิ่งทำให้ความตึงเครียดยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้น อึนอูได้ลุกขึ้นออกไปซื้อคิมบับรูปทรงสามเหลี่ยม เขาไม่ได้หิวหรอก ก็แค่....เผื่อไว้...


          เขาพิงตัวลงพนักอีกครั้ง พยายามไม่ให้ตัวเองกังวล หวังว่าบินจะสบายดีนะ 


          อึนอูตัดสินใจแล้วว่าถ้าถึงแม้บินจะปฏิเสธเขา— บางอย่างที่เขาพิจารณาทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องนี้— แต่เขาก็ไม่สามารถหยุดตัวเองให้กังวลเรื่องบินได้เลย เขาก็จะยังคงซื้ออาหารให้บินอยู่ทุกครั้งที่มีโอกาส เขาจะเอาผ้าพันคอและหมวกมาเผื่อเพราะเขารู้ว่าบางครั้งบินก็ไม่ค่อยจะดูแลสุขภาพตัวเองสักเท่าไหร่ เขาก็จะยังกังวล เขาก็จะยังจู้จี้ เขาก็จะยังคงห่วงใยบินเสมอไม่เคยเปลี่ยน


          บางอย่างดึงให้อึนอูหลุดจากภวังก์ความคิด เขามองไปรอบๆ รู้สึกเหมือนสัมผัสที่หกของตัวเองเริ่มทำงานจากนั้นเขาจึงเห็นสายตาเขียวมรกตเฉียบคมที่กำลังลอบมองเขามาด้วยความเป็นห่วง


          แมวที่มีขนสีดำปกคลุมเป็นส่วนใหญ่และมีกลุ่มก้อนสีขาวแซมอยู่ทั่วๆ ร่าง มันไม่ใช่ลูกแมวน้อยแต่มีบางอย่างในการเคลื่อนตัวของมันที่ดูเป็นผู้ใหญ่ และเสียงร้องเมี๊ยวที่สูงและดูฉลาด


          อึนอูหยุดหายใจไปชั่วขณะ


          แมวตัวนี้คือบิน


          เขาทำเพียงแค่นั่งและมอง และอึนอูก็มองกลับเช่นกัน เขาไม่รู้ว่าเขาต้องพูดอะไรออกไป เขาจะพูดอะไรได้ล่ะ? เขาจินตานาการว่าตัวเองได้เจอบินเป็นล้านครั้งแต่พอถึงเวลากลับพูดอะไรไม่ออกเลย


          อึนอูขยับตัวไปยังริมที่นั่งของม้านั่งอย่างระมัดระวัง "บินนี่..." 


          ทันใดนั้นบินกระโดดเด้งออกจากม้านั่งแล้ววิ่งออกไป "บินนี่ ไม่นะ เดี๋ยวสิ" อึนอูเรียกตามหลังเขาไป ก่อนจะรีบเร่งวิ่งตามไป บินวิ่งเร็วมาก แต่อึนอูจะไม่ปล่อยเขาไปอีกแล้ว


          เขาพยายามให้บินอยู่ในกรอบสายตาของตัวเอง ก่อนจะเห็นเขาวิ่งหลบเข้าไปช่องทางเล็กระหว่างตึกสองตึก อึนอูตามเขาจนเกือบสะดุดเท้าตัวเองเมื่อต้องเปลี่ยนทิศทางหันตัวอย่างรวดเร็ว


          ทางนี้เป็นซอยตัน บินกำลังยืนอยู่ตรงสุดซอยเมื่อเขาตระหนักได้ว่าไม่มีทางไหนให้วิ่งไปอีกแล้ว เขาจึงหันหลังกลับมาแล้วเผชิญหน้ากับอึนอู


          อึนอูยังคงยืนอยู่ที่เดิม พยายามหายใจให้ทันกับพลังงานที่ตัวเองเสียไปเมื่อครู่ สมองของเขากำลังหมุนกลับไปหมด เขาไม่รู้ว่าต้องทำอะไรหรือต้องพูดอะไรออกไปทั้งนั้น ทุกครั้งที่เขาจินตนาการเมื่อถึงช่วงเวลาที่เขาได้เจอบินอีกครั้ง เขาจะจินตนาการว่าบินอยู่ในร่างมนุษย์เสมอ ร่างที่เขาสามารถคุยกับอึนอูได้ ตะโกนใส่อึนอูได้ถ้าเขาต้องการ กลายเป็นร่างที่ใหญ่โตพอที่จะให้อึนอูซบพิง เป็นร่างที่ทำให้เขารับรู้ถึงสัมผัสของแขนทั้งสองข้างที่โอบรอบตัวเขา อึนอูไม่เคยจินตนาการว่ามันจะเป็นแบบนี้

 

          แต่ในเมื่อมันเป็นแบบนี้ไปแล้ว เขาจึงจำเป็นต้องพูดอะไรสักอย่างออกไป


          "ฉันขอโทษนะ" 


          บินทำเพียงนั่งอยู่ตรงนั้นแล้วเอียงศีรษะมองมาที่เขา และอึนอูรับรู้ได้ว่าทุกคำพูดภายในใจมันกำลังจะระเบิดใส่เจ้าแมวที่อยู่ตรงหน้า


          "ฉันขอโทษนะ ขอโทษจริงๆ" อึนอูทรุดเข่านั่งลงกับพื้น "ฉันแค่อยากขอโทษ ฉันมันโง่มาตลอดเลย แล้วฉันก็ทำนายเจ็บด้วย แล้วฉันไม่— ฉันไม่—ฉันแค่อยากจะขอโทษ ฉันไม่ได้—ไม่ได้..." ในตอนนี้เขารู้ตัวแล้วว่าเขากำลังร้องไห้ หยาดน้ำตาไหลรินออกจากดวงตาอาบพวงแก้มทั้งสองข้าง เขาเช็ดมันออกไปแต่ก็ยังมีน้ำตาไหลเพิ่มลงมาแทนที่อยู่ดี เขาหยุดร้องไห้ไม่ได้ เขาหยุดไม่ได้เลยจริงๆ


          อึนอูยังเห็นบินยังนั่งรออยู่ที่ตรงนั้น แต่น้ำตามันยิ่งไหลมากขึ้นเรื่อยๆ ไหลขึ้นมาในคอของอึนอูจนเขาต้องสำลัก เขากลืนลงพยายามหายใจเข้าลึกๆ พยายามคลายความคิดของตัวเองที่มันยุ่งเหยิง "ฉันขอโทษจริงๆ นะ" เขาสะอื้น "ฉันไม่แม้แต่บอกนายได้เลยว่าฉันเสียใจกับทุกอย่างที่เกิดขึ้นมากแค่ไหน ฉันกลัวการที่นายต้องเจ็บปวด ฉัน—ฉันคิดว่าฉันกำลังปกป้องนายแต่มันไม่ใช่ ฉันมันก็แค่คนขี้ขลาด ฉัน" อึนอูหายใจเข้าทางปาก ไม่แม้แต่จะพยายามที่จะเช็ดน้ำตาที่มันอาบแก้มทั้งสองข้างอีกแล้ว เขาพยายามทำให้ตัวเองสงบลงเพื่อแค่พยายามที่จะพูดคำพูดที่อยู่ในใจออกมาให้ชัดเจน เขาจะต้องสงบลง เขาจะต้องบอกบินให้ชัดว่าที่ผ่านมาเขาโง่มากแค่ไหน 


          อึนอูหายใจเข้าลึกแล้วกลืนลมหายใจทั้งหมดลงไป ตลอดเวลานี้บินทำเพียงนั่งลงและรอ ตาคมจับจ้องมาที่เขาอย่างไม่วางตา เมื่อเขารู้สึกว่าเขามีลมหายใจมากพอแล้ว อึนอูจึงลองอีกครั้ง "ฉันคิดว่าฉันกำลังปกป้องนาย แต่ทั้งหมดที่ทำไปมันกลับทำให้นายเจ็บยิ่งขึ้นไปอีก และการทำให้นายเจ็บมันเป็นสิ่งสุดท้ายที่ฉันอยากจะทำ ฉัน—ฉันโกหกนาย ฉันขอโทษ ฉันทำตัวเหมือนฉันไม่...เหมือนฉันไม่ได้ชอบนาย แต่มันไม่จริงนะ นายพูดถูกแล้ว ฉัน—ฉันแค่" เขาหายใจเข้าอีกครั้งก่อนจะพูดต่อ "เป็นฉันเองแหละ ฉันเองแหละที่ไม่เข้าใจเลย ฉันไม่เข้าใจอะไรมากมายเกี่ยวกับตัวฉันเอง ฉันไม่เข้าใจนายว่านายจะรู้สึกยังไง ฉันไม่เข้าใจเองว่าบางทีมันอาจจะเป็นตัวฉันเองที่ผิด..."


          เขาร้องไห้อีกครั้ง แต่หยดน้ำตาที่ไหลครั้งนี้ไม่ได้ติดอยู่ในคอของเขาแล้ว อึนอูไม่รู้เช่นกันว่าเขาจะสามารถร้องไห้ได้มากแค่ไหน น้ำตามากมายเท่าไหร่ที่ยังคงค้างคาอยู่ในตัวเขา


          เขารอการตอบสนองจากบิน แต่สิ่งที่บินทำคือเขาทำเพียงนั่งอยู่อย่างนั้นและมองอึนอูด้วยสายตาที่ว่างเปล่า อึนอูมักจะสามารถอ่านอารมณ์ความรู้สึกของบินได้เสมอถึงแม้จะเขาจะอยู่ในร่างแมวก็ตาม แต่คราวนี้เขากลับไม่เห็นอะไรออกจากใบหน้าแมวนั้นเลย ไม่เห็นความโกรธ ไม่เห็นความผิดหวัง ไม่เห็นความประหลาดใจ ไม่เห็นอะไรเลย


          "ฉันขอโทษที่ฉัน...ทำแบบนี้" 


          "ฉันแค่อยากจะคุยกับนาย ฉันต้องบอกความจริงให้นายรู้ ว่าฉันขอโทษและนายไม่สมควรที่จะได้รับความเจ็บปวดแบบนั้น" เขาหายใจเข้าอีกครั้ง "ฉันชอบนายจริงๆ นะ ชอบมาก ชอบนายมากๆ"


          บินมองเขาด้วยสีหน้าที่ว่างเปล่าเหมือนเดิม อึนอูกลืนกลุ่มน้ำตาลงคอแล้วพูดอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น "ฉันรู้ว่ามัน—มันมากเกินไปที่จะขอแต่ฉัน...ฉันอยากให้นายกลับมา แค่" อึนอูหยุดพูดเพื่อเช็ดน้ำตา เขากลืนน้ำลายลงแล้วพูดต่อ "ฉันคิดถึงนายนะ ฉันอยากให้นายกลับมาหาฉัน กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง ฉันอยากออกไปเที่ยวกับนาย ฉันอยากให้นายกับมานั่งข้างฉันที่โซฟาอีก นั่งดูละครด้วยกันเป็นสิบๆ เรื่อง ฉันอยากให้ทำข้าวเย็นให้นายแล้วเราก็มานั่งกินด้วยกันอีก ฉันอยากกอดนายไว้แล้วก็จูบนาย แล้วก็—แล้วก็" อึนอูไม่สามารถพูดต่อไปได้อีกแล้ว เขาทำได้แค่ก้มหน้าลงแล้วร้องไห้


          เขาทั้งพยายามกลืนน้ำตาและไอออกมา "ฉันขอโทษที่พูดเว่อร์ไปนะ" อึนอูหัวเราะเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยน้ำตา เขาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมา "ฉันขังนายไว้ที่ซอยตันนี้ แล้วฉันก็กำลังร้องไห้ใส่นาย แต่นายก็ไม่พูดอะไรกลับมาหาฉันเลย ฉันขอโทษ ฉันแค่หยุดทำตัวเป็นคนโง่ไม่ได้..."



          "อึนอูหรอ?"


          ศีรษะของอึนอูกระตุกขึ้น เสียงนั้น...


          เจ้าแมวตัวดำขาวยังอยู่นั่งอยู่ตรงหน้าเขา อึนอูจ้องมองด้วยความงุนงงก่อนจะหันหลังกลับไปช้าๆ


          ตรงนั้นมีชายคนหนึ่งที่กำลังยืนอยู่หลังเขา มือทั้งสองข้างเต็มไปด้วยถุงหิ้วจากร้านขายของชำ เขาคนนั้นคือบิน


          อึนอูมอง สมองของเขาหยุดทำงานไปชั่วขณะ คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา ตัวสูง สวมเสื้อโค้ทยาว อยู่ในร่างมนุษย์ เขาคือบินแน่นอน


          "เกิดอะไรขึ้น?" บินถามพร้อมขมวดคิ้วสองข้าง "ทำไมนายถึงมาร้องไห้อยู่หน้า" เขาชะโงกหัวเล็กน้อย "—มินซอกฮยองหรอ?"


          อึนอูหันหน้ากลับไปมองเจ้าแมวขนสีดำขาว ที่ตอนนี้ได้ลุกขึ้นและวิ่งเหยาะๆ ออกไปอย่างใจเย็น สมองของเขากำลังพยายามตามให้ทันเหตุการณ์ตรงหน้า "ฉัน—ว่าไงนะ?


          "เขาทำอะไรนายรึเปล่า? เกิดอะไรขึ้น? ทำไมนายถึงร้องไห้แบบนี้ล่ะ?"


          น้ำเสียงกังวลที่ชัดเจนของบินปลดล็อคบางสิ่งในความคิดอึนอู น้ำตาไหลพรั่งพรูออกมาไม่ขาดสายพร้อมกับเสียงสะอื้นที่ยังอยู่ในอกทำให้บินยิ่งดูกังวลมากกว่าเดิมก่อนเขาจะปล่อยถุงมากมายลง เขาอาจจะไปจากอึนอูอีกแต่ร่างกายของอึนอูจะไม่ปล่อยโอกาสนี้ไปอีกแล้ว ร่างบางขยับไปตามความต้องการของตัวเอง เขาโถมตัวเข้าหาบินแล้วดึงเขาให้มาแนบชิด


          อึนอูสัมผัสได้ถึงร่างหนาที่เกร็งขึ้นด้วยความประหลาดใจ เขาอนุญาตตัวเองให้ตัวเองได้อยู่ใกล้ชิดกับบินสักพักก่อนจะผละออก แต่ยังคงระยะอ้อมกอดไว้ไม่ไปไหน "ฉันตามหานายอยู่นะ" เขาพูดทั้งที่ยังร้องไห้อยู่ "ฉันต้องคุยกับนาย ฉันต้อง—ฉันมีบางอย่างต้องบอกนาย..."


          บินมองเข้าไปนัยน์ตาที่มีน้ำตาเอ่อล้นของอึนอู แต่ดวงตาของเขาเองเต็มไปด้วยความสับสนและประหลาดใจ "อะไรหรออึนอู? เกิดอะไรขึ้นครับ?"


          "นายไปอยู่ที่ไหนมา? นายโอเครึเปล่า? ตอนนี้นายอยู่ที่ไหน?"


          "อยู่กับกิฮยอนฮยอง" เขาพูดทั้งที่ยังสับสนอยู่ "เขาให้ผู้กลายร่างอยู่กับเขาได้ระหว่างที่หาที่อยู่ใหม่อ่ะ แต่ฉันไม่เข้าใจ ทำไมนายถึงร้องไห้? เกิดอะไรขึ้น?"


          "อยู่กับ...กิฮยอนฮยอง..." อึนอูพูดซ้ำอีกครั้ง บินอยู่ที่นั้นมาตลอด อึนอูยังมีเบอร์ของกิฮยอนอยู่ เขาสามารถโทรหาเขาตอนไหนก็ได้เพื่อถามว่าเขาเห็นบินบ้างหรือเปล่า แต่เขากลับนั่งอยู่บนม้านั่งที่สาธารณะแล้วใช้เวลาไปอย่างเปล่าประโยชน์ แค่คิดว่าเขาจะได้เจอบินอีกครั้งเร็วกว่านี้ถ้าเขาฉุกคิดขึ้นมาบ้างมันยิ่งทำให้อึนอูอยากร้องไห้อีกครั้ง


          "หยุดร้องไห้ได้แล้วครับ ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเกิดอะไรขึ้น แต่นายกำลังทำฉันตกใจนะ นายโอเครึเปล่า? อึนอู? นายโอเคมั้ย?"


          "ไม่ ฉันไม่โอเค" อึนอูยังคงสะอื้นระหว่างที่พูดออกมา "มีอะไรหลายอย่างที่ฉันเข้าใจผิดไป ไม่ใช่แค่สิ่งที่ฉันคิดด้วย ฉันไม่รู้ว่าต้องทำอะไร ฉันกลัว แล้วทุกอย่างที่ฉันทำไปมันทำให้นายเจ็บปวด..." อึนอูหยุดไป พยายามที่จะควบคุมลมหายใจตัวเองให้ได้หากเขาต้องการจะพูดต่อ เขาจะต้องพูดต่อ เขาอยากบอกความจริงให้บินรู้


          "หยุดร้องไห้เถอะนะครับ" มือหนาสองข้างวางลงบนไหล่ของอึนอู น้ำหนักจากมือที่ทั้งสบายใจและหนักแน่นในเวลาเดียวกัน "นายไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดเลยนะ ฉันโอเค นายไม่ต้องรู้สึกแย่หรอก ฉันแค่.. ฉันแค่คิดผิด"


          "ไม่!" อึนอูพูดตัดขึ้นมาฉับพลัน "นาย—นายไม่ผิด นายถูกแล้ว ฉัน..ฉันแค่ทำเหมือนว่านายผิด"


          คิ้วของบินขมวดเป็นปมด้วยความสับสน "นายพูดอะไรอยู่อ่ะ?"


          อึนอูหายใจเข้าลึกก่อนจะพูดต่อ "นายคือคนโปรดของฉันนะ"


          ทุกอย่างนิ่งงันไปชั่วขณะก่อนตาของบินจะเบิกกว้าง "ฉัน—อะไรนะ?"


          "ฉันชอบนาย ชอบนายมากกว่าเพื่อน ชอบนายมากกว่าที่ตัวฉันเองคิดว่าจะชอบนายได้อีก ฉันขอโทษที่โกหกนาย ขอโทษที่ทำเหมือนว่าฉันไม่ได้ชอบนายนะ" เขากลืนน้ำลายอีกครั้ง "และฉันรู้ว่าถ้าฉันพูดแบบนี้อาจจะเป็นการขอมากไปแต่.. ฉันอยากให้นายกลับมา กลับมาอยู่กับฉัน ฉันขอโทษ ฉันขอโทษที่ยังกล้าขอนายแบบนี้ ฉัน"


          การพูดของอึนอูต้องหยุดลงเมื่อบินเคลื่อนมือทั้งสองข้างของเขามาช้อนพวงแก้มใสของอึนอูอย่างอ่อนโยน บินมองเข้าไปในตาของอึนอูด้วยสีหน้าจริงจัง


          "อึนอู ตอนนี้ฉันอยากให้นายหยุดพูดก่อน" สายตาของเขากระตุกมองยังริมฝีปากของอึนอูก่อนจะกลับมามองตาอีกครั้ง


          อึนอูรู้สึกเหมือนหัวใจของตัวเองแทบจะระเบิดออกมาจากอก มือของบินที่ช้อนแก้มเปียกของเขามันช่างอบอุ่น เขาอยากจะขอโทษแล้วร้องไห้ออกมาอีกครั้ง แต่บินกำลังมองเขาอยู่ ได้สิ อึนอูเงียบให้เขาก่อนก็ได้


          บินกำลังจูบเขา ริมฝีปากอุ่นกำลังคลอเคลียอยู่บนปากของอึนอู จูบที่ทั้งนุ่มละมุนและอ่อนโยนแต่จริงใจ มันคืออะไรบางสิ่งที่อึนอูอยากได้มานานกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก มันดีกว่าทุกอย่างที่เขาเคยจินตนาการไว้เลย


          เมื่อในที่สุดพวกเขาผละออกจากกัน หัวใจของอึนอูยังคงเต้นระรัวไม่หยุด "ดีกว่าตอนอยู่บนหูเยอะเลย" ร่างบางหายใจติดขัดเล็กน้อย


          บินกระพริบตาให้เขาก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราออกมา การได้เห็นเขาหัวเราะอย่างมีความสุขทำให้อึนอูยิ้มได้ แขนของคนตัวโตโอบรอบอึนอูแล้วดึงเขามาให้ใกล้ชิดแต่ก็ยังคงหัวเราะเบาๆ เล็กน้อย อึนอูมุดเข้าไปในอ้อมกอดอุ่น เขาจะอยู่ได้ยังไงกันถ้าไม่มีอ้อมกอดนี้อยู่กับเขา


          "แล้วตอนนี้โอเคหรือยังครับ?"


          "ก็ดีขึ้นแล้ว" อึนอูขยับม้วนตัวอยู่ในกอดบินอย่างที่เขาต้องการ เขารู้สึกดีกับการได้ฝังหน้าลงไปที่คอของบินด้วยเช่นกัน "ขอโทษสำหรับน้ำตากับน้ำมูกที่ไหลเมื่อกี้ด้วยนะ" เขาพูดเสียงอู้อี้ "แค่กลัวมากไปหน่อยอ่ะ"


          "อื้อ มันก็สกมกอยู่นะ" บินพูดก่อนจะหัวเราะ "มันก็โอเคแหละตราบใดที่ตอนนี้นายไม่ร้องขึ้นมาอีก ฉันบอกนายแล้วไงว่าไม่มีการร้องไห้อยู่ในอ้อมแขนฉันแล้ว เข้าใจมั้ยครับ?"


          อึนอูพยักหน้า เขายังคงรู้สึกหน่วงอยู่เล็กน้อยแต่ตอนนี้ก็เริ่มดีขึ้นมาแล้ว อ้อมกอดอบอุ่นของบินเยียวยาจิตใจของเขาได้มากเลยทีเดียว


          "แล้วคำตอบของคำถามนาย ได้สิ ฉันอยากกลับไปอยู่กับนายอีกนะ"


          มันทำให้อึนอูประหลาดใจมากพอที่จะผละออกจากบินแล้วเงยหน้ามองเข้าไปในดวงตาเรียวรีของเขา "จริงดิ?" เขาถามอย่างมีความหวัง ก็ถูกอยู่ที่เขาตั้งใจจะมาถามบินแต่เขาไม่เคยคิดว่าบินจะยอมกลับไปอยู่ด้วยจริงๆ


          "แน่นอนสิครับ" บินยิ้มกว้างให้เขา "แต่ก็แบบว่า ไม่มีการเอาเปรียบอยู่เฉยๆ แล้วนะ ฉันจะเป็นรูมเมทที่ดี จะจ่ายค่าเช่าห้อง ค่าอาหารสด แล้วก็อย่างอื่นด้วย"


          "แต่เรามีแค่ห้องเดียวเองนะ" อึนอูถามไปโดยไม่ทันได้คิด


          ความเงียบเริ่มมาเยือนอีกครั้ง แปลกประหลาดยิ่งกว่าเดิม "เดี๋ยว...ปัญหานั้นเราค่อยแก้กันทีหลังเนอะ" บินพูดขึ้นหลังจากผ่านไปสักพัก หน้าของเขากลายเป็นสีชมพูระเรื่อเล็กน้อย


          อึนอูมองเขาอย่างประหลาดใจ "นายโอเคได้ยังไงอ่ะ? ฉันพึ่งมาเจอนายอีกครั้งในซอยนี้ ร้องห่มร้องไห้ใส่นาย แล้วขอให้นายกลับไปอยู่ด้วยกัน แล้ว..นายโอเคจริงๆ หรอ?"


          "ก็ ใช่สิ" บินยักไหล่เล็กน้อย "ฉันรู้มาตลอดอยู่แล้วว่านายชอบฉันจริงๆ แต่นายคงต้องใช้เวลาบ้างแหละ ฉันเลยคิดว่าควรให้เวลาให้นายได้คิดทบทวนตัวเองดูก่อน ฉันรู้อยู่แล้วว่ายังไงเดี๋ยวตอนจบพวกเราก็จะได้มาอยู่ด้วยกันแบบนี้อยู่ดี" เขาหยุดก่อนจะพูดต่อ "เอ่อ หมายถึงที่ฉันหวังไว้น่ะ"


          ตลอดเวลาที่ผ่านมาอึนอูชอบคิดว่าบินชอบทำตัวเป็นเด็ก แต่ตอนนี้เขากลับเติบโตและเข้าใจอะไรหลายๆ อย่างได้ดีกว่าที่อึนอูเป็นเสียอีก เขารับรู้ได้ถึงน้ำตาที่รื้นพร้อมจะไหลออกมาอีกครั้ง แต่เขาก็เช็ดออกก่อนที่มันจะทันได้ไหลรินออกมา "ขอบคุณนะ" เขาพูดเสียงพึมพำ


          "ยินดีครับ" เสียงหัวเราะคิกคักของบินทำให้อึนอูอารมณ์ดีราวกับล่องลอยอยู่บนท้องฟ้า "แล้วนายได้คิดทบทวนแล้วยัง?"


          "ก็กำลังอยู่ อาจจะยังไม่ถึงสุดปลายทาง แต่ฉันก็อยู่ระหว่างทางแล้วนะ"


          "ดีครับ" บินพูดอย่างจริงใจ เขาเม้มริมฝีปากก่อนจะพูดออกมาต่อ "จริงๆ แล้วฉันมีคำถามอ่ะ"


          "ได้สิ ว่ามาเลย" อึนอูพูดพลางโน้มตัวลงไปหยิบถุงจากร้านขายของชำของบินทำหล่นกองอยู่บนพื้น  ดีนะที่ไม่มีอะไรในถุงหกหรือแตกออกมา


          "ทำไมถึงต้อนมินซอกฮยองจนมุมเลยล่ะ?"


          อึนอูชะงักไป เขาอ้าปากก่อนจะปิดลงอีกครั้ง "ฉันแค่คิดว่านายอาจจะอยู่ที่นี่น่ะ" หวังว่าความอับอายที่อยู่บนสีหน้าของเขาจะไม่เด่นชัดเกินไปนะ


          "จริงหรอ?" บินยิ้มเจ้าเล่ห์ "เพราะฉันคิดว่ามันดูเหมือนนายจะคิดว่าเขาเป็นฉันมากกว่านะ"


          "อย่ามาเล่นตลกน่า" จากการที่บินแสดงอารมณ์ออกมาแบบเมื่อครู่ทำให้เขารู้เลยว่าแก้มใสของเขาที่เขินอายนั้นแสดงออกมาอย่างชัดเจน "กลับบ้านกันเถอะ เดี๋ยวฉันทำอะไรให้นายกินนะ"


          "นายนี่รู้ใจฉันจังเลย" บินพูดอย่างมีความสุข "แต่ก่อนอื่นเลยนะครับ ยังไงเราก็ต้องไปวางถุงพวกนี้ที่บ้านของกิฮยอนฮยองก่อน เอามาให้ฉันถือบ้างเร็ว" เขาแย่งถุงจากอึนอูมาถือประมาณครึ่งหนึ่ง ก่อนที่พวกเขาทั้งสองจะเดินอยู่ข้างกันและกันออกจากซอยแห่งนี้ออกไป


          อึนอูรู้สึกยิ่งกว่าดีใจที่ได้เดินเงียบๆ อยู่ข้างบินแบบนี้ เขาไม่ได้ต้องการให้บินพูดหรือทำอะไรทั้งนั้น แค่คอยอยู่ตรงนั้นข้างๆ เขาก็พอ หลังจากที่การใช้ชีวิตของเขาไม่มีบินอยู่ด้วยเป็นเวลานาน แค่ได้บินกลับมาเดินอยู่ข้างๆ เขาแบบนี้ก็เพียงพอแล้ว


          นี่คือเหตุผลที่ทำให้หัวใจของแขาแทบเต้นออกมาจากอกเมื่อบินคว้ามือของเขาไปก่อนจะประสานนิ้วมือไว้ด้วยกัน


          เขามองไปที่บินอย่างประหลาดใจ กลับกันกับบินที่ทำเพียงแค่ยิ้มกลับมาให้เขา ดวงตาเรียวรีของเขาเปล่งประกายเต็มไปด้วยความสุขและจมูกที่รั้นขึ้นไปแบบที่อึนอูรักตลอดเสมอมา ก่อนที่เขาจะพูดขึ้น "คุณคือคนโปรดของผมนะครับชา อึนอู"


          และอึนอูไม่ได้คิดเลยว่าเขาจะรู้สึกมีความสุขได้มากขนาดนี้ "นายเป็นของฉันนะ"



—————————————


ซักทีค่ะซักที!!! ดีใจด้วยนะบินอึนอู

แต่เหนือสิ่งอื่นใดรักเพื่อนแบบแก๊งค์ของอึนอูมากเลย น่ารัก

#StrayRomance #รักไม่จรจัดบีนู ❤️







 






 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

46 ความคิดเห็น

  1. #44 Happy 24 hr (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2563 / 15:00
    สงสารก็สงสาร ขำก็ขำ ร้องไห้ใส่แมวนี่ไม่เท่าไหร่ แต่ว่าดันผิดตัวเนี่ยสิ🤣🤣
    #44
    0
  2. #29 Hirotic Kim (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 00:10

    แงงงงงง บินน่ารักมากๆๆๆๆ คือเป็นคนที่ไม่คิดมาก ไม่ขี้งอน ไม่เล่นตัวด้วย ดีมากค่ะ สมกับเป็นพระเอก !!! ตลกที่อึนอูไปต้อนมินซอก ฝ่ายนั้นคงงงน่าดู (ตูทำไรให้เขาwa งงมากๆ) 555555555555555 สักทีอะอึนอู๊ววว นายทำดีมาก ร้องไห้ใส่แมว 555555555555555 รอนะค้าาา คงใกล้จบแล้ว(มั้ยนะ?!) ขอบคุณค่าา รัก <3
    #29
    1
    • #29-1 Moon🌜(จากตอนที่ 19)
      11 พฤษภาคม 2562 / 14:33
      อหหหหห สิ่งที่รอมาเนิ่นนาน ในที่สุดก็พูดออกมาซักที!!!
      #29-1