[End] Stray Romance รักไม่จรจัด (binu)

ตอนที่ 18 : Chapter 18 : Cold Rooms

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 184
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    10 พ.ค. 62

Chapter 18 : Cold Rooms
Alette


Eunwoo:

ทุกคน ขอโทษทีนะ แค่จะบอกว่า พรุ่งนี้มารวมตัวกันที่บ้านผมไม่ได้นะครับ

MJ:

ทำไมอ่ะ? เกิดอะไรขึ้น

Eunwoo:

เปล่า ไม่มีอะไรหรอก

ผมแค่รู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่

Sanha :

โอ้ ฮยองไม่สบายอีกแล้วหรอครับ?  :((

Eunwoo:

ไม่ต้องกังวลนะ ฉันไม่ได้เป็นอะไร

Jinjin:

แน่ใจ?

MJ:

ให้พวกเราไปดูแลนายดีมั้ย?

ถ้านายต้องการ ฉันไปตอนนี้เลยก็ได้นะ

Eunwoo:

ไม่ได้หนักอะไรขนาดนั้นจริงๆ นะครับ

ผมว่าผมอยู่คนเดียวได้

MJ:

อ๋ออออออออออออออออออ ;)

อยาก อยู่คนเดียวนี่เอง ;)

ขอให้อยู่คนเดียวให้สนุกน้า ;)

Sanha:

ห้ะ?? ฮยองหมายถึงอะไรเนี่ย? o.O

MJ:

ไม่มีอะไรหรอกเด็ก

ให้อึนอูอยู่คนเดียวดีกว่าเนอะ ;)

Sanha:

ทำไมฮยองเอาแต่ส่งแต่รูปอิโมจิวิ้งค์ตาอ่ะ :[

Eunwoo:

ขอบคุณที่เข้าใจนะครับ ผมขอโทษจริงๆ

Jinjin:

ไม่เป็นไร

หายไวๆ นะ



          "ฮยองครับ"


          "อ้าว ว่าไง เป็นไงบ้าง?"


          "เอ่อ ผมขอโทษนะ แต่ผมคิดว่าผมคงไปทำงานไม่ได้วันนี้ ผมยัง..ยังรู้สึกไม่ค่อยดีขึ้นเท่าไหร่"


          "นายยังไม่สบายอยู่อีกหรอ? นายแน่ใจนะว่าไม่อยากให้ฉันไปหาอ่ะ?"


          "ไม่ครับฮยอง ไม่เป็นไร ผมขอโทษที่ขาดงาน อีกแล้วนะครับ"


          "นี่ ถ้าเพราะนายป่วยอ่ะไม่เป็นไรอยู่แล้ว! ถ้าพรุ่งนี้นายยังไม่ดีขึ้นเดี๋ยวฉันเอาซุปไปให้นะ โอเคมั้ย?"


          "...โอเค ขอบคุณนะครับฮยอง ผมขอโทษจริงๆ นะ"


          "ไม่เป็นไรจริงๆ พักผ่อนเถอะ ขอให้หายไวๆ นะ"





          "อ้าว ซานฮา"


          "หวัดดีครับฮยอง วันนี้ผมแวะที่คาเฟ่มาแล้วฮยองก็ดูเหมือนจะ....ไม่รู้สิ ฮยองโอเคนะครับ?"


          "ไม่ต้องกังวลนะ ฉันสบายดี ขอโทษที่ทำให้นายกังวลนะ"


          "ไม่ครับ ไม่เลย ผมแค่รู้ว่าพี่ป่วยเมื่อวาน ผมแค่โทรมาถามดูว่าพี่เป็นอะไรมากรึเปล่า"


          "ฉันไม่เป็นไรจริงๆ ขอบคุณที่โทรมานะ"


          "อ่า.. เคครับ บายครับฮยอง"


          "บาย"





          "ฮยอง"


          "เฮ้ชา เป็นไงแล้วบ้าง?"


          "ผมโอเคครับ มีเหตุผลอะไรที่ฮยองโทรมารึเปล่า?"


          "ก็นะ เหตุผลคือวันนี้เห็นฉันนายเดินอยู่ที่มหาลัยแล้วให้อาหารแมวจรจัด?"


          "โอเค ก็—ไม่เชิง แค่..อยากทำ"


          "จริงนะ มีอะไรเกี่ยวกับมุน บิน รึเปล่า?"


          "ไม่ฮยอง ทำไมคิดแบบนั้นล่ะ?"


          "ว้าว ทำดีนะ ฉันเกือบจะเชื่อนายแล้ว เกิดอะไรขึ้น?"


          "ไม่มีอะไร ขอโทษนะครับ ผมต้องไปแล้ว"


          "ได้สิ เดี๋ยวไว้คุยเรื่องนี้กันทีหลังนะอึนอู"


          "บายครับฮยอง"





          "โอเค ถึงเวลาสอดแนมแล้ว"


          จินอูมองรอบไปรอบวงสนทนาที่ก๊วนของเขาทั้งสี่คนรวมตัวกันอยู่ในอพาร์ตเมนต์ของมยองจุน ซานฮานั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยดวงตาเบิกกว้าง โดยมีมยองจุนเอนตัวพิงโต๊ะอยู่ข้างๆ เขา มินฮยอกนอนกางแขนกางขาอยู่บนโซฟา นั่งกดโทรศัพท์อย่างไม่ค่อยสบอารมณ์


          "เรียกว่าสอดแนมก็ดูเว่อร์ไปนิดเนอะ" มยองจุนพูดขึ้น "เรียกว่าเราจะไปคุยกับเขากันดีกว่า"


          "ไม่ครับ ไม่เว่อร์ไป" ซานฮาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ผมไปที่อพาร์ตเมนต์ของฮยองเขาแล้ว แต่เขาไม่ให้ผมเข้าไปในห้อง"


          "จริงหรอ?" จินอูพูดอย่างประหลาดใจ "เขาก็ปล่อยให้นายยืนอยู่ข้างนอกแบบนั้นอ่ะนะ?"


          "เขาแง้มประตูนิดนึงแล้วคุยกับผม แต่พอผมจะขอเข้าไปได้ด้านใน เขาก็ทำเป็นไม่ได้ยินแล้วปิดประตูใส่หน้าผมเลย" เจ้าน้องน้อยทำหน้าบึ้ง ตาหลุบต่ำลง


          "โอเค จริงจังละ" มยองจุนเริ่มพูดขึ้น อึนอูเอ็นดูซานฮาหนักหนา ไม่มีทางที่เขาจะทำท่าทางแบบนั้นใส่ซานฮาแน่นอน "ต้องมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นแน่ๆ"


          จินอูมีความรู้สึกเหมือนรู้ว่ามันคือเรื่องอะไร "ช่วงนี้มีใครเห็นมุน บินบ้างมั้ย?"


          "อาทิตย์ที่ผ่านมาเขาไม่ได้เข้ามาที่คาเฟ่เลยอ่ะ นายคิดว่ามีอะไรเกิดขึ้นระหว่างเขากับอึนอูหรอ?"


          "ใช่ แต่ผมก็คิดว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเหมือนกัน"


          "หือ? ฮยองหมายความว่ายังไงอ่ะ?" ซานฮาถามด้วยความสับสน แต่มยองจุนเข้าใจในทันที


          "ไม่มีทาง มันชัดเจนมากนะ แม้แต่อึนอูก็คงไม่ได้โง่ขนาดนั้นหรอก"


          "ผมว่าฮยองประเมินเขาต่ำไปนะ ไม่งั้นจะเรื่องอะไรอีก"


          "ไม่ แต่คิดดูสิ ทุกคนรู้แล้ว บวกกับอึนอูก็ชอบเขาเหมือนกัน ฉันไม่เข้าใจว่ามันจะออกมาไม่ดีได้ยังไง อึนอูน่าจะได้คบกับเขาออกไปเดทกันแบบน่ารักๆ ไปแล้วตอนนี้ ไม่ใช่มาขังตัวเองอยู่คนเดียวในห้องแบบนั้น" มยองจุนหยุดพูดก่อนจะพูดต่อ "เขาอยู่คนเดียวใช่มั้ย?"


          "ก็คงแบบนั้นแหละ" ถ้าบินสารภาพรับกับเขาแล้วถูกปฏิเสธน่ะสิ จินอูคิดว่าไม่งั้นเขาคงอยู่ในอพาร์ตเมนต์ของอึนอูต่อแล้ว "นี่คือเหตุผลที่ผมถามไงว่ามีใครเห็นบินบ้างมั้ยช่วงนี้"


          "แต่พวกเราไม่ได้สนิทไง มินฮยอกเป็นเพื่อนกับเขานะ"


          สามหน่อหันไปมองมินฮยอกพร้อมกัน มินฮยอกกำลังจิ้มโทรศัพท์มือถือเหมือนเขาไม่ได้รู้ว่าตัวเองกำลังถูกพูดถึงอยู่เลย จนในที่สุดมยองจุนหมดความอดทนแล้วพูดขึ้น "ว่าไง? ช่วงนี้นายเจอบินมัั้ยมินฮยอก?"


          "ไม่" เขาตอบห้วน และไม่แม้แต่ละสายตาจากมือถือเลย


          "ยุ่งขนาดว่าเงยหน้าขึ้นมามองพวกเราไม่ได้เลยรึไง?" น้ำเสียงของมยองจุนขุ่นเคือง จินอูรับรู้ได้ว่าเขาเริ่มรำคาญแล้วจึงก้าวเท้าเข้าไปหาเขาด้วยความสุขุมรอบคอบ


          มินฮยอกวางโทรศัพท์ลงบนแผงอกก่อนจะหันหน้าไม่หามยองจุนด้วยสายตาที่ว่างเปล่า "ไม่ฮะ" เขาพูดย้ำอีกครั้งด้วยเสียงเรียบๆ "ผมไม่เห็นบินมาซักพักแล้ว" จากนั้นจึงเล่นโทรศัพท์ต่อ


          มยองจุนส่งเสียงรำคาญและกลอกตาก่อนจะหันหน้ากลับไปหาจินอู "ก็คงเป็นเพราะบินแหละถ้างั้น ยิ่งเป็นเรื่องที่นายเล่าให้ฉันฟังว่าเขามาคุยกับนายเมื่อวันพฤหัสนั่นอีก"


          "เรื่องเขาแน่ๆ ครับ พวกเราต้องไปคุยกับอึนอู เราทำอะไม่ได้ถ้าไม่ได้คุยกับเขาก่อน"


          "พวกเราต้องทำให้ฮยองเค้าออกมาจากห้องให้ได้" ซานฮาพูดเสริม เขาดูดีใจที่เขาก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของวงสนทนาที่เขาเข้าใจสักที "ผมไม่ชอบเลยที่ฮยองเขาไม่ให้ผมเข้าห้องแบบนั้น"


          "เห็นด้วย" จินอูกล่าว มากกว่าทุกสิ่งเลยคือเขาไม่ชอบให้อึนอูอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ นั้นคนเดียวจริงๆ เขายังคงแคลงใจกับเรื่องการกลายร่างเป็นแมวอะไรนั่นอยู่ แต่ความจริงที่เขารู้คือบินอาศัยอยู่กับอึนอูมาโดยตลอดจริงๆ การอยู่คนเดียวโดยเฉพาะยิ่งหลังจากผ่านเหตุการณ์ร้ายๆมา มันต้องทำให้อึนอูรู้สึกแย่มากแน่ๆ


          "เราน่าจะหาข้ออ้างแล้วเข้าไปด้านในนะครับ" ซานฮาลุกขึ้นนั่งตัวตรง ตอนนี้เขากำลังตื่นเต้นและเริ่มคิดแผน "น่าจะเป็นเหตุผลที่ดีที่จะทำให้เขาออกมาจากห้องใช่มั้ย?"


          "คิดดี" มยองจุนตบมือหนึ่งที "มีใครมีไอเดียอีกมั้ย?" สายตากวาดมองไปยังเด็กที่ก่ายแขนขาบนโซฟา "มินฮยอก?"


          "ผมไม่รู้" เขาพูดเชิงบ่นทั้งที่ตายังอยู่บนหน้าจอ "ถ้าอึนอูฮยองอยากอยู่ในห้องนั้นก็ให้เขาอยู่ไปดิ ก็แล้วแต่"


          "'ก็แล้วแต่' หรอ นายรู้ตัวมั้ยว่าพึ่งพูดอะไรออกมา? หนึ่งในเพื่อนของเรากำลังลำบากนะ ชัดเจนว่าเขากำลังเจ็บปวดมาก แล้วนายก็พูดแบบนั้นหรอ?"


          "เขาไม่ใช่แค่คนเดียวที่เจ็บ" มินฮยอกตวัดสายตากลับทันที โยนโทรศัพท์ทิ้งไปข้างๆ ก่อนจะลุกขึ้นนั่ง "อึนอูฮยองทำบินเจ็บมาก ขอโทษละกันที่ผมไม่ได้รู้สึกเห็นใจเหมือนที่พวกฮยองเป็น"


          มยองจุนเคลื่อนที่ไปหามินฮยอกแล้วแต่จินอูได้คว้าแขนห้ามเขาไว้ "นายหมายความว่ายังไง?" จินอูถามอย่างใจเย็น "นายคุยกับบินมาหรอ?"


          "ใช่ ผมคุยกับบินมา" มินฮยอกกำลังโกรธจัด นี่เป็นครั้งแรกหลังจากเวลาผ่านมานานที่จินอูเห็นเขาพูดอะไรออกมาบ้าง "เขามาหาผมเมื่อวันเสาร์แล้วเล่าว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง สุดท้ายเขาก็ได้บอกชอบกับอึนอูฮยองซักที แล้วก็ว้าวเป็นไงล่ะ อึนอูฮยองทำเป็นไม่ได้ยินที่เขาพูดเหมือนกับที่เขาทำประจำเวลาคนอื่นพูดอะไรที่เขาไม่อยากจะฟัง"


          จินอูไม่ได้แปลกใจเลยสักนิดแต่มยองจุนกลับอ้าปากค้าง "อะไรนะ? ทำไมอ่ะ? แต่เขาชอบบินจริงๆ นะ ใครๆก็ดูออกอ่ะ"


          "แต่เขาไม่ได้บอกบินแบบนั้นหนิ" มินฮยอกทิ้งตัวกลับลงไปบนโซฟา สายตาแหงนมองไปบนเพดาน


          "ฉันไม่เข้าใจอ่ะจินจิน" มยองจุนหันหน้าไปหาจินอู ชื่อเล่นนี้มักจะหลุดออกมาเสมอเวลาที่เขาตกใจหรือกำลังสับสน แต่ทั้งซานฮาและมินฮยอกไม่ได้เอะใจ "เขาชอบบินจริงๆ ฉันหมายถึง มันก็ชัดเจนอะ ทำไมเขาถึงบอกว่าไม่ชอบอ่ะ?"


          "ฮยองก็รู้ว่าอึนอูเป็นยังไง" จินอูพยายามพูดให้คนเป็นพี่กว่าสงบลง ก่อนจะหันกลับไปหามินฮยอก "แสดงว่านายไปเจอบินมาแล้ว" 


          "ใช่" เขาดึงโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น สายตาจ้องอยู่บนหน้าจอสี่เหลี่ยมอีกครั้ง


          "งั้นนายก็รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน" นี่ไม่ใช่คำถาม จินอูรู้ว่ามินฮยอกรู้


          "ถ้าผมรู้ล่ะ?"


          ซานฮากลืนน้ำลายดังพอที่จินอูจะได้ยิน คำตอบแบบนี้จากมินฮยอกแตกต่างกับบุคลิกที่เขาเป็นอย่างสิ้นเชิง แต่จินอูไม่ว่าอะไร "งั้นนายก็บอกพวกเรามาสิ" 


          "ผมจะไม่บอกใครซักคน" มินฮยอกละสายตาจากโทรศัพท์ก่อนจะหันมาตวัดตาคมใส่จินอู "ถ้าอึนอูฮยองอยากเจอเขา ก็ให้เขามาถามผมเอง"


          จินอูอ้าปากเตรียมพร้อมที่จะพูดยอกย้อนแต่ก็ได้รับสัมผัสเบาๆ บนฝ่ามือ "ทำแบบนั้นเถอะ" มยองจุนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน


          "อะไรนะ?" จินอูอึ้ง "ฮยองพูดเรื่องอะไรอ่ะ? อึนอู"


          "อึนอูควรจะถามเขาด้วยตัวเอง" มยองจุนวางมือบนแขนของจินอูก่อนจะกระชับให้แน่น "คิดดูนะ ถ้าฉันทำนายเจ็บ นายคงอยากให้ฉันตามหานายด้วยตัวเองใช่มั้ย? ไม่ใช่เพราะเพื่อนหลอกให้เรามาเจอกันอะไรแบบนั้น"


          "เข้าใจแล้ว" จินอูพูดพึมพำ เป็นอะไรที่มีเหตุผลถ่องแท้เลย มีเหตุผลกว่าการบังคับให้บินกับอึนอูมาเจอกัน


          "ใช่มั้ยล่ะ" มยองจุนยิ้มสว่างสดใสที่เป็นเอกลักษณ์ของเจ้าตัวให้เขา "ฉันว่าเราไปสนใจเรื่องที่ให้อึนอูออกมาเจอโลกภายนอกบ้างดีกว่า"


          "จริงครับ" จินอูตอบ มยองจุนพูดถูก และยังไงเขาก็ไม่มีอำนาจเหนือไปกว่ารอยยิ้มน่ารักนั้นอยู่แล้ว


          "ทำไมต้องเป็นพี่ที่จะทำจินอูฮยองเจ็บด้วยล่ะครับ?" อยู่ดีๆ ซานฮาก็ถามขึ้นมา


          มยองจุนกลอกตาใส่ "ฉันแค่ยกตัวอย่างไอเด็กหัวมาม่า กลับมาสนใจเรื่องตรงหน้าก่อน โอเค้?"


          "ฉันว่าเราน่าจะไปหาอึนอู ไปกันมั้ย?" มยองจุนกับซานฮาพยักหน้าทันที จินอูละความสนใจหันไปหามินฮยอกที่นอนเหยียดตัวอยู่บนโซฟา "มินฮยอกล่ะ?"


          "พวกฮยองไปเลยถ้าอยากไป" อีกครั้งที่มินฮยอกไม่ละสายตาจากมือถือ


          "นายจริงจังมั้ยเนี่ย อึนอูกำลังลำบากนะแล้วนาย" อีกสัมผัสหนึ่งจากมยองจุนที่ต้องทำให้จินอูปิดปากลง


          มินฮยอกวางโทรศัพท์ลงก่อนจะหันมาหาจินอูด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ "อึนอูฮยองหักอกบิน ถ้าเขากำลังลำบากก็เพราะเขาเลือกแบบนี้เอง"


          สิ่งเดียวที่ทำให้จินอูไม่อ้าปากตะโกนด่ากลับไปคือมือของมยองจุนที่วางอยู่บนต้นแขนของเขาอย่างมั่นคงและใจเย็น ที่มินฮยอกพูดก็ถูก เขาสนิทกับบิน เขาก็มีเหตุผลที่จะโกรธถ้ามีใครมาทำให้เพื่อนเขาเจ็บ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้จินอูหลุดพ้นจากความโกรธเช่นกัน เขาหายใจเข้าลึก "ก็ได้ นายไม่ต้องมาถ้านายไม่อยากมา"


          ไม่มีการตอบรับจากมินฮยอกซึ่งจินอูคิดว่าเขาตัดสินใจถูกต้องแล้ว เขาก็ไม่อยากตะโกนใส่มินฮยอกโดยเฉพาะยิ่งเขารู้ว่าเจ้าเด็กคนนี้ก็มีสิทธิที่จะโกรธเหมือนกัน เขาสบตากับมยองจุนพร้อมส่งสัญญาณว่าเขาโอเค จากนั้นมยองจุนตบมือเสียงดัง "โอเไปกันเถอะ" เขาพูดแล้วเตะไปที่ขาเก้าอี้ที่ซานฮานั่งอยู่ "เดี๋ยวให้มินฮยอกเฝ้าห้องละกันนะ"


          ซานฮาคลานออกมาจากเก้าอี้ก่อนจะยิ้มแหยๆ ให้มินฮยอกที่สีหน้ายังคงว่างเปล่า เจ้ามักเน่เบะปากน้อยๆ ก่อนจะออกจากอพาร์ตเมนต์ไป ตามด้วยมยองจุนที่พยายามแผ่รังสีบวกให้คนรอบๆ จินอูออกมาคนหลังสุดในสามคนโดยยังมีมือมยองจุนที่ยังจับแขนเขาไว้อยู่ 




          อพาร์ตเมนต์แห่งนี้มันช่างหนาวเย็น


          อึนอูเดินออกมาจากห้องหนึ่งไปยังอีกห้องหนึ่ง เช็คดูว่าหน้าต่างทุกบานได้ปิดสนิทแล้วหรือยัง ทุกบานปิดลงเรียบร้ยแล้ว แต่ทำไมมันยังรู้สึกหนาวอยู่อีกนะ?


          เขายังคงเดินไปรอบห้องเรื่อยๆ แม้จะรู้ว่าไม่มีหน้าต่างบานไหนเปิดอยู่แล้วก็ตาม เขาไม่มีอะไรให้ทำ ตอนนี้เป็นบ่ายวันเสาร์ที่สดใสและสดชื่นแต่อึนอูกลับรู้สึกเบื่อ และหนาว


          อึนอูตัดสินใจหาอะไรกิน แต่เมื่อเปิดตู้เย็นแล้วกลับรู้สึกว่าเขาไม่รู้สึกอยากอาหารอย่างที่เขาควรจะรู้สึก อึนอูค้นดูในลิ้นชักแต่ก็ดูเหมือนไม่มีอะไรที่จะพอกินได้อยู่ดีในอพาร์ตเมนต์แห่งนี้ สุดท้ายเขาจึงยอมแพ้แล้วนั่งลงที่โซฟาในห้องนั่งเล่น


          มีกองเสื้อผ้าน่าเกลียดโผล่มาจากโต๊ะเล็กหน้าทีวี แต่อึนอูก็ไม่ได้สนใจ เขากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเพิกเฉยต่อสิ่งสกปรกและสิ่งที่ไม่เป็นระเบียบตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา แล้วจะทำไม? ก็นี่มันอพาร์ตเมนต์เขานี่ เขาอยากจะให้มันสกปรกแค่ไหนก็ได้ ยังไงเขาก็เป็นแค่บุคคลเดียวที่อาศัยอยู่ที่นี่อยู่แล้ว


          ดังนั้นอึนอูจึงปล่อยให้เสื้อผ้ากองอยู่บนพื้นอยู่แบบนั้นขณะที่ตัวเขาเองนอนเงยหน้ามองบนเพดาน เขายังรู้สึกหนาวเย็นอยู่ เขาคิดว่าจะเอาเสื้อโค้ทและผ้าห่มที่หนาและเหมาะสำหรับหน้าหนาวออกมาก่อนจะเลื่อนความคิดนี้ไปก่อน ยังไงเดี๋ยวมันก็จะหนาวกว่านี้อยู่ดี เขายังมีเวลามากมายที่จะเตรียมสิ่งเหล่านั้น


          เป็นไปได้ว่าทุกอย่างข้างนอกคงจะเย็นยะเยือก ค่ำคืนข้างนอกนั้นคงอากาศเย็นจนไม่สามารถทนได้ อึนอูจินตนาการว่าตัวเองได้นอนข้างนอกนั้นในเดือนธันวาคมตลอดจนเดือนมกราคมก่อนจะพยายามปัดความคิดนี้ทิ้งไป แค่เพราะเขาคนนั้นไม่ได้อยู่ที่อพาร์ตเมนต์ของอึนอูแล้วไม่ได้หมายความว่าเขาจะกลับไปอยู่ตามถนนอีกหรอ เขาจะไปสอบเข้ามหาวิทยาลัย เขาจะใช้ชีวิตอยู่อย่างมนุษย์ มนุษย์ที่มีที่พักอบอุ่นให้อยู่อาศัย มีอาหารมากมายเพียงพอให้เขากิน และมีคนที่คอยดูแลเอาใจใส่ทั้งเรื่องทำอาหารและการทำความสะอาด


          ทุกอย่างมันดีแล้ว


          กระดิ่งหน้าประตูดังขึ้น อึนอูลุกขึ้นนั่งจากที่ที่เขานอนอยู่ แขนทั้งสองข้างโอบรอบตัวเองเพื่อให้ความอบอุ่น เขาไม่อยากจะขยับเขยื้นตัวเลย ไม่ว่าใครที่อยู่ข้างนอกนั้นก็ค่อยมาหาเขาทีหลังก็ได้


          แต่กระดิ่งยังคงดังต่อไป เสียงดังกังวานมันคอยโจมตีโสตประสาทอึนอูจนกระทั่งเขายอมแพ้แล้วลุกขึ้น เขารีบเดินไปยังประตู ถูแขนไปมาสักพักก่อนจะมองผ่านเข้าไปในตาแมว


          ซานฮานี่นา เด็กคนนี้ดูกังวลเล็กน้อย เขาใช้นิ้วเรียวเสยผ่านผมสีเข้มขณะที่ยืนรอ อึนอูปลดล็อคกลอนประตูแล้วแง้มเปิดเล็กน้อย แค่มากพอที่จะได้เห็นหน้ากันและกัน เขาไม่อยากให้ซานฮาเห็นความสกปรกในถิ่นของเขา "หวัดดีซานฮา" เสียงของเขาแหบแห้ง แม้แต่ตัวเขาเองยังรับรู้ได้ เขากลืนน้ำลายให้ลำคอโล่งก่อนจะพูดต่อ "ว่าไง?"


          "หวัดดีครับฮยอง" คราวนี้เขายิ้มอย่างสดใส "จะว่าอะไรมั้ยถ้าผมขอเข้าไปหน่อย?"


          "ตอนนี้หรอ?" อึนอูยิ้มกลับให้เขา "มีอะไรร้ายแรงรึเปล่า?"


          "ถ้าฮยองให้ผมเข้าไป ทุกอย่างก็จะโอเคครับ งั้นผมขอเข้าไปนะ?"


          "อาจจะ—ไว้ทีหลังละกันนะ" สัญชาติญาณของเขาสั่งให้ขยับประตูปิดลง เขาต้องทำความสะอาดก่อนที่จะยอมให้ใครสักคนเข้ามา เขาจะคิดยังไงถ้าเข้ามาแล้วเห็นอพาร์ตเมนต์ของเขาในสภาพนี้? "นายมาใหม่พรุ่งนี้ได้มั้ย?"


          "ผมว่าเราต้องใช้ไม้แข็งแล้วละครับ" ซานฮาถอนหายใจเฮือกเย็นก่อนจะตะโกนออกมาทันใด "ฮยองครับ!"


          ทันใดนั้นจินอูกับมยองจุนวิ่งมาจากไหนไม่รู้ด้วยความเร็วแสง ก่อนอึนอูจะทันตอบสนองเขาก็ถูกผลักเข้าไปในห้องของตัวเองแล้ว ทั้งจินอู มยองจุน และซานฮา ทั้งสามคนนี้ก็ได้เข้ามาด้วย


          "เมื่อกี้—เมื่อกี้คืออะไรอ่ะ?" อึนอูกระพริบตาถี่ด้วยความตกใจ


          "ซอรี่นะอึนอู แต่พวกเราจะเป็นต้องเข้ามา" มยองจุนพูดพร้อมกับยิ้มกว้าง "หรือจะเรียกว่าประเมินสถานการณ์ก็ได้นะ"


          "สถานการณ์กำลังแย่ครับ" ซานฮาพูดพร้อมกับทำหน้าทำตา "โหฮยอง ห้องพี่สกปรกกว่าห้องผมแล้ว สกปรกกว่าเยอะเลย"


          "ฉันยุ่งๆ อ่ะ" อึนอูวิ่งเข้าไปรวบรวมเสื้อผ้าสกปรกที่ตัวเองโยนทิ้งกระจายให้เป็นกองแล้วหยิบขึ้น "ยังไม่มีเวลาทำความสะอาดเลย" เขาเปิดประตูห้องนอนก่อนจะโยนทุกอย่างเข้าไป เดี๋ยวเขาไว้ค่อยจัดการทีหลังแล้วกัน


          "ยุ่งหรอ? ยุ่งเรื่อง?" มยองจุนถามทันทีที่อึนอูเดินกลับเข้ามาในห้องรับแขก "นายต้องยุ่งขนาดไหนถึงปล่อยให้ห้องของนายอยู่ในสภาพนี้อ่ะ?"


          อึนอูเปิดปากก่อนจะปิดไป เขาไม่รู้ เขาไม่รู้เลยว่าเขามัวแต่ทำอะไรตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา เวลามันผ่านไปจริงๆ แต่เขาก็ไม่รู้ว่าเขาเสียเวลาไปกับอะไร


          "ก็แค่...ยุ่ง" เขาสไลด์รองเท้าที่เขาถอดเพ่นพ่านไว้ในพื้นห้องนั่งเล่นเมื่อวันก่อนเข้าไปด้านหลังของโซฟา


          "โอ้โห อึนอู นี่คือไรวะเนี่ย?"


          จินอูกำลังยืนอยู่ตรงหน้าอ่างน้ำ อึนอูด่าอยู่ในใจก่อนจะรีบวิ่งกุลีกจอไปหาเขา "ฮยอง"


          "นายล้างจานครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่?" จินอูถาม เขาจ้องมองไปยังอ่างน้ำที่เต็มไปด้วยความสยดสยองอย่างไม่น่าเชื่อก่อนจะหันหลังกลับมามองหน้าอึนอู


          "ผมคิดไว้แล้วว่าผมค่อยล้าง...ล้างทั้งหมด...ทีเดียวเดียว..." อึนอูเหี่ยวเฉาจนดูน่ากลัว ในตอนนี้มยองจุนกับซานฮาก็มาเสริมด้วยเช่นกัน มยองจุนอ้าปากค้าง


          "ดูแล้วน่าจะประมาณอาทิตย์นึงแล้วนะ" ซานฮาส่งเสียงดังมาจากข้างหลังเขา มยองจุนและจินอูมองเขามาด้วยสายตาเดียวกัน เป็นสายตาที่ต้องการคำอธิบาย


          "ผมคิดว่ามันคงง่ายกว่าถ้าล้างทั้งหมดครั้งเดียว" เขาพูดอย่างมั่นใจขึ้นมามากขึ้นเล็กน้อย "ผมตั้งใจว่าจะล้างตอนบ่ายนี้" นี่มันก็เป็นโกหก อึนอูตั้งใจไว้ว่าจะล้างตอนบ่ายนี้จริงๆ แต่เขาก็รู้สึกปล่อยทิ้งไว้แล้วค่อยทำดีกว่า อีกแล้ว


          "แล้วตอนนี้นายกินข้าวยังไง?" จินอูยังคงอยู่ในโหมดคุณพ่อเป็นห่วงลูกชาย "นายยังมีจานสะอาดให้กินอยู่อีกหรอ?"


          อึนอูไม่มีแล้ว ข้าวเช้าในสามวันที่ผ่านมาเขากินซีรี่เทเข้าปากจากกล่องโดยตรง อีกทั้งนมนั้นเขาก็ดื่มจากแกลลอนเลย "ผมก็อยู่ได้มาตลอดนะ"


          "นี่" จินอูขยับเข้าไปที่อ่าง "—นี่เรียกว่าอยู่ได้หรอ?"


          มันไม่ใช่หรอก อึนอูก็รู้สึกได้ เขารู้สึกว่าตัวเองไม่ได้โอเคเลยกับที่เป็นอยู่ตอนนี้ แต่เขาไม่แม้แต่จะสามารถปล่อยให้ตัวเองได้ลองคิด มันโง่มาก โง่ที่คิดว่าตัวเขาเองไม่โอเค ทุกอย่างตอนนี้มันโอเคแล้ว


          ทุกอย่างมันดีแล้ว


          เขาตอบคำถามไม่ได้ ยิ่งไม่ได้เลยเมื่อมีสายตาจริงจังของจินอูที่มองมาอยู่ สุดท้ายจินอูจึงถอนหายใจ "มยองจุน คุณช่วย เห้อไม่รู้สิ ช่วยไปดูอีกห้องนึงกับซานฮาหน่อยได้มั้ย? ผมมีเรื่องจะคุยกับอึนอูหน่อย"


          "ไปกันเถอะเด็ก" มยองจุนดึงซานฮาให้เดินไปกับเขา "เราไปนั่งเล่นในห้องนอนอึนอูซักพักละกัน ถ้าในห้องนั้นยังอยู่ได้นะ"


          ทั้งสองคนหายเข้าไปในห้องนอนปล่อยให้อึนอูยืนอยู่กับจินอูสองคน อึนอูเดินกลับไปยังห้องนั่งเล่น รู้สึกยินดีที่ได้ออกห่างจากห้องครัวเสียที เขาไม่ชอบการอยู่ในห้องนั้นเลย จินอูเดินตามไปก่อนจะหยุดยืนตรงหน้าเขา ภายนอกของเขาตอนนี้มองมาด้วยสายตาอ่อนโยนและห่วงใย "นายกำลังเศร้านะ"


          อึนอูปฏิเสธไม่ได้ เขากำลังเศร้าจริงและมันทำให้เขาโกรธ เขาไม่ควรเป็นแบบนี้สิ เขาควรก้าวผ่านมันไปได้ ทั้งทำความสะอาดอพาร์ตเมนต์เอย ล้างจานเอย แต่เขากลับรู้สึกโศกเศร้าซึ่งมันไม่ถูกต้อง


          "ไม่เห็นมีอะไรต้องเศร้าเลยนี่ครับ"


          "แต่นายก็ยังเศร้าอยู่ดี" จินอูหยุดไปก่อนจะพูดต่อ "ฉันรู้นะว่าเกิดอะไรขึ้น ฉันรู้ว่านายปฏิเสธบิน ฉันแค่.. ฉันอยากรู้ว่าทำไม"


          ปฏิเสธ อึนอูเกลียดคำนี้แต่มันคือเรื่องจริง อึนอูปฏิเสธเขาไปจริงๆ เขากลืนน้ำลายลงคอ "ผมทำในสิ่งที่ถูกต้อง" เขาไม่รู้เช่นกันว่าทำไมเขาถึงพูดแบบนั้นกับจินอู หรือตัวเขาเอง "เราคงไปด้วยกันไม่รอดหรอก ผมกำลังช่วยเขาอยู่"


          "นั่นคือสิ่งที่นายคิดหรอ? นั่นคือการช่วยหรอ?" จินอูมองอึนอูด้วยสายตาอย่างไม่อยากเชื่อ "นายรู้ได้ยังไง? นายรู้ได้ยังไงว่าถ้าคบกันไปแล้วจะเจ็บ?"


          "เพราะว่ามันเป็นจะเป็นแบบนั้นไง" อึนอูพูดไปทั้งที่รู้ว่าจินอูคงจะไม่เข้าใจ จินอูทั้งใจกว้าง ใจดี พึ่งพาได้ ทำดีกับคนอื่นและเป็นคนดีสำหรับคนอื่น แต่อึนอู....ไม่ใช่ เขาหายใจเข้าลึก "ตอนนี้มันเจ็บจริงๆ แหละ แต่แบบนี้มันดีแล้ว ถ้า—ถ้าเกิดผมตอบโอเคไป แล้วเรามาเลิกกันทีหลัง เขาคงจะเจ็บมากกว่าเดิมอีก ผมไม่อยากให้เป็นแบบนั้น"


          "แต่นายยังไม่รู้เลยนะ" ดูเหมือนจินอูจะเริ่มอารมณ์เสียขึ้นมาแล้ว "นายยังไม่แม้แต่จะให้โอกาสกับอะไรซักอย่างเลย"


          "ผมรู้ ผมกำลังช่วยเขาก่อนที่จะเจ็บมากกว่านี้ไง แบบนั้นมันไม่ถูกสำหรับเขา" อึนอูไม่ดีพอสำหรับเขา เขาจะพูดออกไปแบบนั้นแล้ว แต่ดีที่ยั้งไว้ได้เสียก่อนไม่อย่างนั้นจินอูคงไม่ปล่อยเขาไปแน่และอึนอูไม่อยากจะปล่อยให้เรื่องนี้มันยิ่งถลำลึกไปไกลเกินจำเป็น


          "นายแน่ใจได้ยังไง? มินฮยอกบอกว่านายหักอกบินนะ"


          ก้อนขนาดใหญ่แหลมคมกำลังทิ่มในคอของเขา เขาพยายามจะกลืนลงไปก่อนที่จะหายใจไม่ออก เขาพยายามโฟกัสว่าอะไรที่สำคัญ ไม่ใช่สิ่งที่มันกำลังดังก้องอยู่ในหูของเขา "มินฮยอก....รู้ว่าบินอยู่ที่ไหนหรอ?" เขาพยายามทำเสียงตัวเองให้เรียบสงบที่สุด "เขาโอเคมั้ย? เขาอยู่ในที่อบอุ่นสบายดีใช่มั้ย? เขากินอิ่มมั้ย? ใครทำอาหารให้เขาครับ เขารู้รึเปล่าว่าบินกิน "


          "ฉันไม่รู้" จินอูพูดตัดบทคำถามน่ากังวลของอึนอูที่ยาวเป็นสายแม่น้ำ "เขาไม่ยอมบอกฉัน แต่เขาจะบอกนายถ้านายถามเขานะ ถ้านายอยากจะคุยกับบินจริงๆ"


          เขาหดตัวเล็กลง "เอาไว้...เอาไว้ทีหลังแล้วกันครับ ผมคิดว่าบินคงไม่อยากคุยกับผมหรอก"


          "เขาโคตรอยากคุยกับนายเลย" ตอนนี้จินอูดูพร้อมที่จะระเบิดความโกรธออกมาเต็มทีแล้ว "แค่ไปคุยกับเขา คิดสิคิด ฟังเขาแล้วหยุดโง่ได้แล้ว แม่งเอ้ยอึนอู มึงจะทำกูเป็นบ้าแล้ว! มันอยากอะไรนักหนากับการทำสิ่งที่นายต้องการจริงๆ อ่ะ?" 


          เพราะสิ่งที่อึนอูต้องการมันคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับดีไง "ผมก็ทำไปแล้วไง"


          เขาจบความรู้สึกขัดแย้งทั้งหมด บรรยากาศกลับเย็นชาและสงบ จินอูมองเขาหนึ่งครั้งก่อนจะด่าและพูดคำที่ถ้ามินฮยอกพูดคงจงจะโดนตบไปแล้ว "มยองจุน" เขาตะโกนออกไป ประตูห้องนอนถูกเปิดขึ้นทันทีพร้อมกับมยองจุนที่โผล่หัวออกมา "ไปเหอะ" เขาพูดทั้งที่ยังมองอึนอูอยู่ "เรียกซานฮา"


          "จะไปแล้วหรอ" มยองจุนเดินออกมาโดยมีซานฮาพ่วงออกมาด้วย "พวกนายคิดแก้อะไรออกแล้วใช่มั้ย?"


          "อึนอูตัดสินใจว่าเขาทำสิ่งที่ถูกต้องแล้ว" ความโกรธเคืองหายไป จินอูถอนหายใจอีกครั้ง สีหน้าของเขาดูสิ้นหวังชัดเจน


          สีหน้าของจินอูทำให้ท้องไส้ของอึนอูบิดเป็นเกลียวอย่างรู้สึกผิดแต่เขาพยายามเมินมันไป เขานั่งลงบนโซฟา พยายามทำสีหน้าตัวเองให้นิ่งสงบ จินอูยังไม่เข้าใจตอนนี้แต่เขาคงจะเข้าใจในอนาคตเองนั่นแหละ


          อนาคต อนาคตที่อึนอูจะสามารถโยนทิ้งความรู้สึกเศร้า ความต้องการที่เห็นแก่ตัวที่ต้องการให้บินอยู่กับเขาข้างๆ เสมอ ในอนาคตที่เขาจะสามารถคุยกับบินได้อีกครั้ง ในอนาคตที่พวกเขาจะกลับมาเป็นเพื่อนกันได้ซึ่งเป็นสิ่งที่ปลอดภัยและดีที่สุด บินคงจะมีใครสักคนที่อยากดูแลเขาจริงๆ ใครสักคนที่มีค่าพอให้เขารักหมดทั้งใจ อึนอูไม่อยากคิดเลยว่าการต้องแสร้งทำเป็นยินดีมันกำลังฆ่าเขาให้ตายอย่างช้าๆ


          จินอูกับมยองจุนกำลังพูดคุยกับอย่างเงียบๆ นิ้วเรียวของมยองจุนลูบไปมาอยู่บนต้นแขนของจินอู อึนอูไม่ได้อยากจะสงสัยอะไรทั้งนั้น เขาไม่ได้แคร์อยู่แล้ว สิ่งที่เขาต้องการตอนนี้คือการอยู่คนเดียว บินไม่อยู่และเขาจะไม่กลับมาอีกแล้ว ถ้าไม่ใช่เขาอึนอูก็ไม่ต้องการให้ใครมาอยู่ข้างๆ เขาอีกแล้ว


          "ทำไมฮยองถึงไม่อยากมีความสุขล่ะครับ?"


          ประโยคนั้นกระตุกให้อึนอูกลับมาอยู่กับปัจจุบัน อึนอูเงยหน้าขึ้น ซานฮากำลังก้มมองหน้าเขาในสายตาระดับเดียวกัน


          "อะไรหรอ?" อึนอูไม่รู้ว่าจะต้องตอบสนองยังไง


          "ทำไมฮยองคิดว่าการที่ฮยองมีความสุขแล้วมันจะไม่โอเค?" สีหน้าของซานฮาดูสงสัยอย่างจริงจัง "ทุกคนอยากมีความสุขอยู่แล้ว มันปกตินะครับฮยอง การมีความสุขมันไม่ได้ทำให้พี่เป็นคนเห็นแก่ตัวหรอกนะครับ"


          อึนอูอ้าปากแต่กลับไม่มีคำพูดใดออกมา เขาทำเพียงจ้องมองไปที่ซานฮา พยายามตอบคำถามกับเด็กที่ใบหน้าใสซื่อบริสุทธิ์นี้ แต่เขาตอบไม่ได้


          "โดยเฉพาะมันไม่ได้ทำให้ฮยองมีความสุขอยู่คนเดียว พอฮยองมีความสุข แต่มันก็ทำให้บินฮยองมีความสุขด้วย ผมไม่คิดว่ามันเห็นแก่ตัวหรอกนะ ผมคิดว่า...มันดีเลยอ่ะ" เขาหยุดพูดไปก่อนจะพูดต่อ


          "ทุกคนสมควรที่จะได้รับความสุข ผมไม่รู้นะว่าทำไมฮยองถึงคิดว่าฮยองไม่สมควรได้รับมัน"


          ราวกับคำพูดของซานฮาเสียดแทงเข้ามากลางอกของอึนอู ซานฮายังคงมองอึนอูค้างด้วยใบหน้าที่น่ารักและดูห่วงใยอย่างแท้จริง แต่ตอนนี้อึนอูไม่ได้อยู่กับปัจจุบันอีกแล้ว เขาย้อนตัวเองกลับไปในคืนที่ผ่านมานาน ตอนที่ผิวร่างกายของเขาร้อนรุ่มเพราะพิษไข้และร่างการสั่นเครือพร้อมกับน้ำตา


          "ถ้าเห็นแก่ตัวแล้วมันทำให้นายมีความสุข ฉันก็มีความสุขเหมือนกันนะ"


          "ฉันกลัวว่านายจะเบื่อฉัน"


          "ไม่มีทาง ฉันสัญญานะอึนอู"


          นี่อึนอูกำลังกลัวอะไรอยู่?


          "ฮยองครับ? ฮยองโอเครึเปล่า? ผมทำเขาเจ็บมั้ยนะ? โอ้ ไม่นะ ไม่นะ ไม่ไม่"


          อึนอูกระพริบตา เขาได้กลับมายังปัจจุบัน ซานฮายืนอยู่ตรงหน้าเขาด้วยสายตากังวลอย่างไม่สามารถควบคุมได้โดยมีมยองจุนและจินอูยืนอยู่ข้างหลังเขา


          "ฉัน....ฉันไม่ได้เจ็บ" ในที่สุดเขาก็จัดการตัวเองจนพูดออกมาได้ "อย่างน้อย ฉัน....ฉันหวังว่าฉันจะไม่เป็นไร"


          ซานฮาขมวดคิ้วอย่างสับสน แต่จินอูกลับกระแอมในคอ "ฉันว่าอึนอูคงอยากใช้เวลาอยู่คนเดียวก่อน" อึนอูพยักหน้าทันที สมองของเขากำลังทำงานหนักกับการพยายามเข้าใจคำพูดมากมายที่กำลังวิ่งผ่านเข้ามาในหัว เขาเงยหน้าขึ้นมองจินอูที่พยักหน้าให้เขาหนึ่งทีก่อนจะนำทางมยองจุนและซานฮาที่ยังดูกังวลอยู่ออกนอกประตู อึนอูได้ยินเสียงปิดประตู และอีกครั้ง ตอนนี้เขาได้อยู่คนเดียวอีกครั้ง


          แต่ครั้งนี้อึนอูไม่ได้ทำเพียงนั่งอยู่เฉยๆ ตรงหน้า เขาลุกขึ้นก่อนจะเสยผมดำขลับอยู่ครั้งสองครั้ง บางสิ่งกำลังก่อขึ้นมาข้างในตัวเขา กำลังพุ่งสูงขึ้นราวกับกระแสน้ำ แต่เขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร มันกำลังแตกแยกแขนงอยู่ในตัวเขา มันก่อตัวสูงขึ้นและสูงขึ้น จนกระทั่งเขาสัมผัสได้ในปาก รวมไปถึงด้านหลังดวงตาเช่นกัน มันต่อสู้ที่จะทะลักออกมา แต่อึนอูไม่ยอมปล่อยมันออกไป


          เขาเดินไปยังห้องนอนของตัวเองทั้งที่ไม่แน่ใจเช่นกัน เขารู้แค่ว่าเขาต้องไป เขาพุ่งเข้าไปเปิดหน้าต่าง อากาศหนาวเย็นของฤดูหนาวทะลักเข้ามาในห้องผ่านผิวกายของอึนอู เขาเริ่มค้นชั้นวางหนังสือ เตะกองเสื้อที่เขากองไว้ตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว เขากำลังมองหาอะไรบางอย่าง อึนอูไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร บางอย่างกำลังหายไป บางอย่างที่เขาต้องการ บางคนที่เขาต้องการ


          เขามองหาไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีจุดหมาย ดึงเสื้อออกมาจำนวนหนึ่งที่ยังเหลืออยู่ในตู้เสื้อผ้า เขาดึงหมอนออกจากที่นอน สะบัดผ้าห่มที่ไม่ได้ถูกพับไว้ อึนอูรู้สึกถึงความผิดหวังที่มันกำลังก่อขึ้นมาในอก แต่เขาก็ยังคงไม่หยุด เขาเกือบจะพังห้องนอนของเขาเป็นเสี่ยงๆ แล้วเมื่อผ่านไประยะหนึ่ง แต่เขาหยุดตัวเองไม่ได้เลย


          อึนอูดึงทุกอย่างออกมาจากโต๊ะหัวเตียง เมื่อหนึ่งในหนังสือกฎหมายของเขาตกลงมาจากขอบโต๊ะ เขาไม่สนใจอยู่ที่ปล่อยให้มันเปิดอยู่อย่างนั้น แต่อึนอูได้ชำเลืองมองดูหนังสือที่มันได้ร่วงหล่นแล้วเปิดอยู่บนพื้น


          มีบางอย่างถูกซ่อนเอาไว้ข้างใน


          กุญแจกับซองจดหมายหนา และด้านในนั้นมีกระดาษโน้ตอยู่แผ่นหนึ่ง


          อึนอูรีบไถลตัวไปกับพื้นก่อนจะคว้ากระดาษแผ่นนั้นมาไว้ในมือ


          มันคือจดหมาย


—————————————


อึนอู


นายเป็นคนเรียนเก่ง ฉันรู้ว่านายจะหากระดาษแผ่นนี้เจอนะ! นายกำลังหลับอยู่ตอนนี้ ฉันเลยไม่อยากจะปลุกนาย ฉันรู้ว่ามันคงเป็นความคิดที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่หลังจากเมื่อวาน หวังว่านายจะไม่โกรธฉันนะที่ออกไปแบบนี้


ฉันลองคิดดูแล้ว ดูเหมือนว่าทำแบบนี้คงจะดีแล้วล่ะ ฉันไม่อยากให้นายรู้สึกอึดอัด ฉันไม่อยากให้ทุกอย่างมันแปลกไปหมด ฉันแค่คิดว่าถ้าบอกไปแล้วนาย ทุกอย่างมันจะเปลี่ยนไปเป็นอีกแบบนึง ขอโทษด้วยนะ


นายคงจะเป็นห่วงฉันอยู่(ฉันรู้นะ) แต่ฉันอยู่ได้น่า! ไม่ต้องกังวล ดูแลตัวเองด้วยนะครับ


ฉันคืนกุญแจประตูห้องให้แล้วนะ ในซองจดหมายฉันก็ใส่เงินที่ฉันได้จากการทำงานเล็กๆ ทั้งหมดนั่นแหละ อย่าเกรงใจที่จะใช้นะ! เพราะยังไงฉันก็ตั้งใจหาเงินมาให้นายอยู่แล้วนะ


สุขภาพดี มีความสุขนะ! กินข้าวเยอะๆ ด้วยล่ะ!


—————————————



          อึนอูจ้องมองชิ้นกระดาษที่อยู่ในมือของเขา ดวงตาดื่มดำกับทุกตัวอักษรกับจดหมาย ทุกลายเส้นของน้ำหมึกกำลังเผาไหม้เข้าไปในความทรงจำของเขา ลายมือน่ารักแบบนี้ที่อึนอูไม่เคยได้เห็นที่ไหนมาก่อน ความพยายามที่ดูโศกเศร้าแต่ก็ยังใส่เครื่องหมายอัศเจรีย์เข้าไปให้ดูเป็นจังหวะ น้ำหมึกกำลังเลือนลาง ความพยายามที่จะเช็ดออกเป็นสิ่งเดียวที่สามารถทำให้มันไม่เลอะเลือนไปมากกว่าเดิม


          จดหมายฉบับนี้ไม่ได้ลงชื่อไว้ แต่นั่นไง ที่ท้ายกระดาษ มีรูปวาดแมวหนึ่งตัวที่กำลังนั่งอยู่บนกระเป๋าเป้


          ทันทีที่อึนอูเห็นรูปวาดนั้น เขาถึงเข้าใจในี่สุด เขามันโง่ โง่มากๆ โง่ที่สุด มากกว่าที่เขาคิดว่าเขาเป็นอีก


          เขาไม่ได้แตะกุญแจ แต่หยิบซองจดหมายขึ้น มันหนามากเมื่ออยู่บนมือบางของเขา มีจำนวนเงินมากมายอยู่ในนั้น ตลอดทุกวันที่บินออกไป เหตุผลที่บินทำเพียงยิ้มให้อึนอูเมื่อเขาถามว่าเขาไปทำงานที่ไหนหรือแม้กระทั่งทำไปทำไม คำตอบทั้งหมดอยู่ในมือของเขาแล้ว


          ยังไงฉันก็ตั้งใจหามาให้นายอยู่แล้วนะ


          ทุกอย่างมันไม่ได้ดีอย่างที่คิด


          อึนอูกำลังร้องไห้




          "ฮยอง หยุดโทรมาหาผมเถอะครับ ผมยังไม่อยากคุยกับฮยองตอนนี้จริงๆ"


          "มินฮยอก ฉันอยากคุยกับบิน"





—————————————


สู้ๆ นะอึนอู :)

ปล. ส่วนตัวในตอนนี้ชอบมักเน่ไลน์มาก5555 มินฮยอกคือรักเพื่อนมาก ส่วนซานฮาก็พูดได้โดนใจสุด

#StrayRomance #รักไม่จรจัดบีนู ❤️


เห็นมีบอกว่าหาในแท็กแล้วไม่ขึ้น TT แท็กมาหาเราได้นะคะ ชื่อแอคเดียวกันกับเด็กดีเลย เราอยากเก็บฟีดแบคไว้แล้วก็ส่งให้ผู้เขียนต้นฉบับดูด้วย ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ ^^


               














ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

46 ความคิดเห็น

  1. #30 Moon🌜 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 00:28
    ฮือออออออออ อือนูอึนมาก ถ้าเป็นจินก็โกรธอ่ะจริง แบบโมโหมากอ่ะ!
    #30
    0
  2. #28 Hirotic Kim (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 23:11

    ฮืออออ... ร้องไห้แล้วค่ะ จริงจังมาก ยิ่งตอนเห็นจม.คือน้ำตาแตก เจ้าแมวบินนี่ของพี่ ฮืออออ TTTTTTT แล้วออกไปแบบนั้น.. จะไปอยู่ไหนนะ อยากตีอึนอูมากค่ะ แต่ก็สงสารคนคิดมากอยู่ ... ไปตามหาบินนี่ให้เจอนะ !!!!
    #28
    0