[End] Stray Romance รักไม่จรจัด (binu)

ตอนที่ 16 : Chapter 16 : Soft Advice

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 181
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    10 พ.ค. 62

Chapter 16 : Soft Advice
Alette


          บินมองมาอีกแล้ว

          อึนอูสัมผัสได้ถึงสายตาที่บินกำลังมองมาอยู่ เขาพยายามไม่ใส่ใจแต่มันกลับทำให้รู้สึกเหมือนมีกองไฟที่แผ่กระจายไปทั่วผิวสัมผัสของร่างกาย สายตาของอึนอูยังก้มลง ก้มหน้าก้มตากินอาหารต่อไป ทำอะไรก็ได้ที่ทำให้ลมหายใจของตัวเขาเองคงที่ที่สุด

          ผ่านมาแค่วันเดียวเท่านั้น หนึ่งวันตั้งแต่อึนอูได้ทำสิ่งที่โง่เง่าที่สุดตั้งแต่เกิดมาบนโลกใบนี้ หนึ่งวันเต็มกับความแปลกประหลาดและการเลี่ยงการสบตา คอยภาวนาตลอดว่าขอให้ตัวเองหายไปจากโลกเสียเดี๋ยวนี้เลย อึนอูไม่รู้ว่าเขาจะมีชีวิตอยู่ไปทำไมในเมื่อทุกวินาทีที่ตื่นตอนนี้เขารู้สึกเสียใจที่ตัวเองเกิดมา

          ที่แย่กว่านั้น คือวันนี้เป็นวันพฤหัสบดี เมื่อวานอึนอูจะต้องไปทำงาน ดังนั้นเขาจึงหลบหน้าบินได้เกือบทั้งวัน แต่วันนี้เขาจะต้องอยู่ด้วยกันในห้องสี่เหลี่ยมตลอดทั้งบ่าย ณ ตอนนี้ พวกเขาก็กินข้าวเช้าด้วยกันอย่างปกติเหมือนเคย แต่บรรยากาศกลับอึดอัด เขาจะอยู่รอดในตอนช่วงบ่ายได้ยังไง?

          อึนอูแอบเงยหน้าชำเลืองจนกระทั่งสบตากับบิน บินรีบหลบตาหันไปมองทางอื่น ทำเหมือนกับว่าเมื่อครู่เขาไม่ได้แอบมองคนตรงหน้า

          เขาทำแบบนี้ตลอดเวลาที่ทั้งคู่ใช้เวลาอยู่ด้วยกันตั้งแต่เกิด...อุบัติเหตุครั้งนั้น มันชัดเจนเกินไปสำหรับอึนอูจนกระทั่งเขาสามารถจินตนาการออกมาได้เลย

          มันกำลังให้เขากังวล อะไรอยู่ในความคิดของบินตอนที่เขามองอึนอูอยู่? ตอนนี้เขาลำบากใจที่อยู่จะอยู่ข้างๆ อึนอูหรือเปล่า? อึนอูย้อนกลับไปตอนที่บินรู้รสนิยมความชอบของเขา บินยืนกรานว่าเขาไม่ได้รู้สึกอึดอัดกับความชอบของอึนอู แต่นั่นแหละ ตอนนั้นมันเกิดขึ้นก่อนที่อึนอู*ได้พยายามจะจูบเขา*

          บินต้องเห็นแน่ๆ ว่าอึนอูกำลังจ้องมองริมฝีปากเขาอยู่ เขาเลยหันหน้าหนี เป็นไปได้ว่าบินคงไม่อยากผลักเขา เขาเลยหันหน้าให้ริมฝีปากของเขาไม่อยู่ตรงหน้าอึนอูแทน

          แล้วหลังจากนั้นล่ะ? ตอนที่บินจูบหูเขากลับ? เขาทำแบบนั้นไปทำไม? คำถามในหัวของอึนอูก้องอยู่ซ้ำๆ เขายังไม่มีคำตอบสำหรับคำถามเหล่านี้แต่สุดท้ายเหมือนเขาจะคิดอะไรได้บ้าง ว่าแต่เสียงในหัวของเขาตอนนี้คือเสียงของใคร? น้ำเสียงนี้ดูไม่เหมือนเสียงของเขาเลยนะ?

          เขาแทบจะได้ยินคำถามนี้ออกมาก้องอยู่ซ้ำ อึนอูกำลังจะยอมแพ้แล้ว

          เขาต้องทำอะไรสักอย่าง เขาควรจะพูดหรือทำอะไรบ้างไม่ใช่ทำเหมือนกันว่าตอนนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งที่ความเป็นจริงมันไม่ใช่

          อึนอูเงยหน้าขึ้นและสบตาบินอีกครั้ง บินก้มหน้าลงทันที มองลงไปในจานเปล่าที่อยู่ดีๆ ก็น่าสนใจขึ้นมาสำหรับเขาตอนนี้

          “บินนี่” อึนอูพูดขึ้นมาอย่างไม่มั่นใจ

          บินเงยหน้าขึ้นมามองอึนอูที่กำลังพูดตะกุกตะกัก อึนอูกลืนน้ำลายก่อนจะพูดต่อ “นายโอเครึเปล่า?”

          “ฉันสบายดี”

          “นายแน่ใจหรอ? ไม่มีอะไรกวนใจนายใช่มั้ย?”

          “ไม่มี”

          มันยากมากที่จะประเมินอารมณ์ของเขาในตอนนี้ ตอนที่บินกำลังมองตาเขาอย่างตั้งใจและไม่หลบสายตาเลยสักนิด

          “แต่นายจะบอกฉันใช่มั้ย? ถ้า ฉ..ฉัน ทำอะไรให้นายอึดอัดอ่ะ?”

          “แน่นอนสิ” บินตอบ อึนอูก็ยังคงไม่สามารถอ่านสีหน้านั้นออกอยู่ดี

          “ฉันหมายถึงอย่างนั้นจริงๆนะ อย่าคิดว่าตัวเองเป็นภาระที่อยู่ในอพาร์ตเมนต์นี้นะ”

          “เหมือนเมื่อก่อนที่ฉันเคยรู้สึกน่ะหรอ” ริมฝีปากบางยกยิ้มกว้าง

          ทำให้เจ้าของห้องต้องยกยิ้มตาม มันยิ่งรู้สึกโล่งใจยิ่งพอบินยิ้มให้กับเขาแล้ว เขากำลังกังวลว่าเขาจะทำลายความสัมพันธ์ระหว่างเขาสองคนถ้าเขาทำแบบนั้นอีกครั้ง

          “แล้วนายล่ะ?” บินลุกขึ้นแล้วเอื้อมมือไปฝั่งตรงข้ามเพื่อหยิบจานของอึนอู

          “ฉันทำไมหรอ?” รอยยิ้มบางยังอยู่บนใบหน้าหล่อของเขาอยู่

          “นายจะบอกฉันเหมือนกันใช่มั้ยถ้าฉันทำอะไรให้นายอึดอัด?” แผ่นหลังกว้างหันหลังให้อึนอูขณะที่เขาเริ่มลงมือล้างจาน

          “บอกอยู่แล้วสิ” ถึงจะตอบอย่างนั้นไปแต่อึนอูไม่ได้รู้สึกมั่นใจอย่างที่เขาพูดเท่าไหร่

          “ให้มันจริงล่ะ” บินหันหลังมาแล้วยิ้มมุมปากให้อึนอู เขาสัมผัสได้ว่ามันต้องมีอะไรบางอย่างแน่ๆ


          "ฉันต้องไปเรียนแล้ว" เจ้าของห้องพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาหยิบยกกระเป๋าคู่ใจขึ้นมา บินเดินตามเขามายังหน้าประตู มันก็เป็นเหมือนเดิมเป็นประจำเหมือนเมื่อก่อน แต่ต่างตรงที่ตอนนี้อึนอูสามารถรู้สึกได้ว่าหัวใจของเขากำลังเต้นจนแทบจะกระตุกออกมาจากแผงอกแล้ว เขาเปิดประตูแล้วหันหลังไปหาบิน เขาอยู่ใกล้ชิดกับอึนอูมาก ใกล้มากพอที่อึนอูจะโน้มตัวไปข้างหน้าแล้ว

          "เดี๋ยวตอนบ่ายนี้ฉันออกไปข้างนอกนะ โอเคมั้ย?"

          "ห้ะ?" อึนอูหลุดออกจากภวังก์ความคิด

          "ฉันบอกว่าเดี๋ยวตอนบ่ายนี้ฉันไม่อยู่ที่ห้องนะ" บินยิ้มบางๆ "นายโอเคมั้ย?"

          "อ้อ? โอ้ ได้ ได้สิ ได้แน่นอน" อึนอูพยายามทำความเข้าใจ ตอนนี้มีความคิดอะไรในหัวของเขาเต็มไปหมด

          "เรายังกินข้าวตอนเที่ยงด้วยกันได้นะ ที่—ที่ไหนก็ได้ที่นายอยากกิน" เป็นครั้งแรกที่เขาพูดตะกุกตะกักตั้งแต่เวลาที่ผ่านมาทั้งเช้า

          "อื้ม โอเค" อึนอูยิ่งรู้สึกอึดอัดมากกว่าเดิมเสียอีก เขาอยากจะถามบินเหลือเกินว่าบินจะไปไหนตอนช่วงบ่ายแต่ก็ตัดสินใจที่จะปล่อยไป เป็นไปได้ว่าบินคงอยากจะเลี่ยงสถานการณ์ที่อึดอัดแบบนี้เช่นกัน

          "เยี่ยมเลยครับ นายอยากกินข้าวที่ไหนหรอ?"

          "เราไปร้านที่เราไปกันครั้งที่แล้วก็ได้" เขาแค่ไม่อยากกกตัวอยู่ในอพาร์ตเมนต์ที่กำลังเต็มไปด้วยบรรยาการแปลกประหลาดแบบนี้ แต่ก็สายเกินไปที่เขาจะพึ่งนึกขึ้นได้ว่าเจ้าของที่ร้านนั้นคิดว่าเขากับบินกำลังคบกันอยู่ ทุกอย่างระหว่างเขาสองคนจะไม่แปลกยิ่งกว่าเดิมอีกหรอ

          แต่ดีที่บินเหมือนจะไม่ได้คิดอะไร "ได้ครับ นายกลับมาที่ห้องก่อนก็ได้ แล้วเดี๋ยวเราค่อยออกไปด้วยกันนะ" เขายิ้มได้แล้วแต่ก็ยังดูแปลกอยู่นิดหน่อย

          อึนอูพยักหน้า เขากำลังจะเดินออกจากห้องไปแล้วก่อนจะหยุดแล้วหันหลังกลับมา "นายอยู่คนเดียวได้ใช่มั้ย?"

          คราวนี้บินยิ้มออกมาจากใจจริง ทุกอย่างรอบตัวของเขาเปล่งประกายขึ้นมา "อื้อ อยู่ได้สิครับ เจอกันตอนเที่ยงนะ"

          "ครับ เจอกัน" เขาบีบแขนของบินเบาๆ เพื่อเป็นการบอกลาเหมือนที่เขาทำประจำแล้วจึงออกไป

          ความอบอุ่นยังคงอยู่กับอึนอูชั่วขณะ เขาดีใจที่บินไม่ได้รู้สึกอึดอัดที่จะอยู่กับเขา ไม่งั้นเขาคงจะเลี่ยงที่จะไม่กินข้าวเที่ยงกับอึนอูไปแล้ว อย่างน้อยนั่นก็เป็นชัยชนะไปอย่างหนึ่ง

          คลาสแรกผ่านไปอย่างเรียบร้อย แต่เมื่อเกือบจะจบคลาสที่สอง อึนอูรู้สึกเหมือนเขากำลังจิตหลุด เขายังคงคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันอังคารตอนค่ำอยู่ซ้ำๆ เขาเกือบไปแล้ว เกือบที่จะจูบลงบินริมฝีปากของบินแล้วทำทุกอย่างพังลง เขามั่นใจแน่นอนว่าถ้าเขาทำลงไปจริงๆ บินคงจะหลบหน้าเขาถึงที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ อาจจะกลายเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องย้ายออกจากอพาร์ตเมนต์ไปเลยก็เป็นได้ และอึนอูไม่อยากให้เป็นแบบนั้น

          บินรู้อยู่แล้วว่าอึนอูชอบผู้ชาย ถ้าเขาคิดว่าอึนอูชอบเขาล่ะ? เขาคงอยากจะย้ายออกไปแน่ๆ อึนอูไม่คิดว่าตัวเขาจะสามารถอยู่กับคนที่เขาชอบได้ แต่คงจะอยู่ได้กับคนที่เขาไม่ได้สนใจแบบนั้น

          เขาควรบอกบินไปมั้ย? บอกบินว่าเขาไม่ได้ชอบบินแบบนั้น? แค่เพื่อให้แน่ใจว่าบินจะไม่รู้สึกอึดอัดแล้วจากไป พูดเพื่อให้บินอยู่กับเขาต่อไป

          อึนอูกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ อยู่ดีๆ ความคิดที่ทำให้เขาอยากทำอย่างนั้นดันทำให้เขากลัวขึ้นมา ถ้าบินไม่ได้ตอบสนองอย่างที่เขาคาดหวังไว้ล่ะ? ถ้าบินไม่เคยคิดถึงเรื่องอะไรแบบนั้นขึ้นมาเลย แต่พออึนอูพูดขึ้นมามันทำให้เขาอึดอัดล่ะ?

          หรือว่าบินจะดีใจที่ได้ยินเขาพูดออกไปแบบนั้น?

          อึนอูคิดอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า บางที..บางทีเอาไว้ทีหลังละกัน หลังจากกินข้าวเที่ยงมื้อนี้ คืนนี้แล้วกัน อย่างน้อยก็ให้อึนอูได้กินข้าวกับบินเป็นมื้อสุดท้ายก่อนที่เขาอาจจะทำทุกอย่างพังลง

          คืนนี้แหละ




          "รุ่นพี่คะ มีผู้ชายคนนึงมาถามหารุ่นพี่ค่ะ"

          จินอูยัดสมุดใส่ลงกระเป๋า "ผู้ชายหรอ? ผู้ชายแบบไหน?"

          "หนูว่าน่าจะนักศึกษานะคะ สูงหล่อน่ารักค่ะ" ฮาร่าพูดพร้อมกับยิ้มเขินอาย

          ถ้าเกิดว่าสูงก็ตัดมยองจุนออกไปได้เลย "โอเค ขอบใจนะ เขาอยู่ไหนอ่ะ?"

          "อยู่ตรงที่ข้างอาคารค่ะ" ฮาร่าเดินตามจินอูไปขณะที่เขาเดินออกจากห้อง "รุ่นพี่อยากให้หนูชี้ให้ดูมั้ยคะว่าคนไหน?"

          "ไม่เป็นไร ฉันค่อนข้างชัวร์ว่าใครมาหาฉัน ไว้เจอกันนะ"

          สีหน้าฮาร่าดูผิดหวังเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้า "เจอกันค่ะรุ่นพี่"

          ข้างนอกอากาศหนาวเย็น จินอูรู้สึกโชคดีที่ตัวเขาพาเสื้อแจ็คเก็ตมา เขาจัดหมวกไหมพรมบนศีรษะ จากนั้นเดินออกจากอาคารแล้วเห็นเขาคนนั้น ชายหนุ่มร่างสูง ผมสีเข้ม สวมใส่ชุดโค้ทยาวอย่างดูดีเหมือนที่เขาคิดไว้

          แต่เขาคนนี้ไม่ใช่อึนอู แต่กลับเป็นบิน

          มันทำให้จินอูประหลาดใจแต่เขาก็เดินเข้าไปหาชายหนุ่มคนนี้อยู่ดี "อ้าว มุน บิน อยากเจอฉันหรอ?" หวังว่าเรื่องที่เขาอยากคุยด้วยจะไม่นานนะ จินอูจะต้องไปร้าน Sunshine อีก 

          "โอ้ ดีใจที่คุณมานะ คุณไม่มีเรียนแล้วใช่มั้ย?"

          "ไม่มีแล้ว" เขาถอนหายใจเบาๆ คำถามแบบนี้แสดงว่าคงมีอะไรต้องคุยกันยาวสินะ "มีอะไรหรอ?"

          "ผมมีเรื่องต้องคุยกับคุณครับ" ก่อนที่จินอูจะทันรู้ตัว เขาก็ถูกบินจับต้นแขนลากเขามายังจุดที่ที่เป็นรโหฐานมากกว่านี้

          "จะคุยเรื่องอะไรเนี่ย?" จินอูถามขึ้นขณะที่ถูกโดนลากไป เขาหวังว่าคงจะไม่เกี่ยวกับเรื่องที่บินหึงอึนอูเป็นเด็กๆ นะ เขาเข้าใจว่าอึนอูคงจะชอบที่โดนหึงแต่จินอูไม่รู้สึกสนุกน่ะสิถ้ามันจบแบบนี้

          บินหยุดลงก่อนจะหันหน้ามาหาจินอู "ผมเป็นคนโง่ที่สุดในโลกเลยครับ"

          สีหน้าของเขาทำให้จินอูต้องจริงจังขึ้น "เกิดอะไรขึ้น?"

          "ผมทำสิ่งที่โง่ที่สุดในโลกลงไป" บินบ่นคำราม "นักวิทยาศาสตร์น่าจะเอาไปผมไปทดลองในแล็บบ้างนะ คนอะไรมันจะโง่ได้ขนาดนี้"

          จินอูวางมือของเขาลงบนต้นแขนของบินแล้วจับไว้อย่างมั่งคง "ใจเย็นก่อนนะ บอกฉันมาว่าเกิดอะไรขึ้น"

          บินหายใจเข้าลึก "ผมกลับมาจากบ้านกิฮยอนฮยองเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา"

          "อ่าห้ะ อึนอูบอกฉันแล้ว แล้วไงต่อ?"

          "แล้วอึนอูก็ดูเหมือน...เขาดูเหมือนจะดีใจที่ได้เจอผม"

          "เขากอดผม"

          "ก็ยังไม่เห็นมีอะไรที่นายดูโง่เลยนี่นา" แต่อย่างไรก็ตามเขาเห็นบินแก้มแดงขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อจะเริ่มเล่าเรื่องต่อ

          "จากนั้นเขาก็ปล่อยผมไปแป้บนึง" บินพูดต่อ เขาเริ่มเม้มริมฝีปากล่าง "พวกเราทำแค่มองหน้ากันอยู่อย่างนั้น แล้วหลังจากนั้น—แล้วจากนั้นอึนอูก็พยายามจะจูบผม"

          คิ้วทั้งสองข้างของจินอูเลิกขึ้นด้วยความประหลาดใจ เขาไม่เคยคิดว่าอึนอูจะแกร่งพอที่จะกล้าทำแบบนั้น แต่ก่อนที่เขาจะออกความเห็น บินก็ร้องไห้คร่ำครวญ "แล้วผมก็หันหน้าหนี!"

          "นาย— อะไรนะ?" จินอูยิ่งแปลกใจมากกว่าเดิมอีก

          "ก็ผมไม่รู้ว่าเขาจะทำแบบนั้นอ่ะ!" บินคร่ำครวญ "ผมจะรู้ได้ยังไงว่าเขาจะทำแบบนั้น? ผมคิดว่าเขาคงจะผละออก ผมก็เลยหันไปดูนาฬิกาแล้ว—แล้ว" เขาดูเจ็บปวดมากพอที่จะร้องไห้ออกมาจริงๆ เสียแล้ว

          "โอเค ใจเย็นก่อนนะ" จินอูพูดอย่างอ่อนโยนแต่หนักแน่นไปในที เขาใช้เวลาอยู่กับมยองจุนมามากพอที่จะรู้ว่าจะจัดการเวลาคนตรงหน้าไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ได้ยังไง เขารอจนกระทั่งบินสงบลงแล้วจึงพูดต่อ "แล้วไงต่อ?"

          "เขาจูบหูผม"

          "แล้วนายทำยังไง?"

          "ผม—ผมจูบหูเขากลับ" เขาลอบมองสีหน้าสับสนของจินอูแล้วรีบพูดขึ้นมาต่อ "ก็ผมไม่รู้จะทำยังไงอ่ะ! ผมตกใจอยู่ตอนนั้น โอเค้?"

          "โอเค ก็พออึนอูจูบหูนายแล้วนายก็ทำแบบเดียวกันกลับ" จินอูพูดอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าเขาเข้าใจถูกต้อง เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทำไมนายสองคนต้องทำทุกอย่างให้ซับซ้อนแบบนี้เนี่ย? "แล้วปัญหาตอนนี้คืออะไร?"

          "ปัญหก็คือตอนนี้ทุกอย่างมันอึดอัดไปหมดเลย เราพึ่งกินข้าวด้วยกันเมื่อตอนเที่ยงแล้วอึนอูก็แทบจะไม่มองหน้าผมเลยอ่ะ แล้วผมก็ยังมองหน้าเขาอยู่แบบนั้นเพราะ แบบ ก็เขาจูบผม.." 

          "อ่า แล้วปัญหาคืออะไรล่ะ? เขาอยากจะจูบนาย นายอยากจะจูบเขา นายก็บอกอึนอูไป แค่นี้ก็จบ"

          "ไม่ มันไม่จบ ผมบอกเขาไม่ได้อ่ะ! คุณก็รู้ว่าเขาเป็นคนยังไง เขาคงจะตกใจมากแน่ๆ ถ้าผมบอกไปแบบนั้น"

          จินอูรู้อยู่แล้วว่าอึนอูเป็นยังไง สมองของผู้ชายคนนี้ต้องช็อตแน่ๆ ถ้าบินสารภาพกับรักเขาตรงไปตรงมา "โอเค แล้วที่ผ่านมานี้นายทำอะไรไปบ้าง?"

          "ผมพยายามบอกใบ้เขาเล็กๆ น้อยๆ" บินตอบอย่างไม่ค่อยแน่ใจ "ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอึนอูจะรับรู้ได้ซักแค่ไหน"

          เป็นไปได้ว่าคงจะไม่รู้อะไรเลย  "ฟังนะ ฉันพูดกับนายตรงๆ ได้ใช่มั้ย?" หลังจากที่บินพยักหน้าเขาจึงพูดต่อ "เวลาที่จะคอยบอกใบ้พวกนั้นมันจบไปแล้ว เขาจูบนายหรือไม่อย่างน้อยก็พยายามจะทำแบบนั้น แสดงว่าเขาต้องรู้สึกกับนายอะไรบางอย่างแล้ว แค่บอกไปเลย"

          บินเม้มริมฝีปากล่าง "แล้วถ้าเขาคิดไม่เหมือนกันล่ะ?" เขาถามด้วยน้ำเสียงกังวล "แล้วถ้าความจริงแล้วเขาตั้งใจจะแค่หอมแก้มเฉยๆ แบบที่เพื่อนทั่วไปเขาทำกัน แล้วผมก็ทำให้มันแปลกโดยการจูบหูเขากลับไปล่ะครับ?"

          สิ่งที่เขาพูดทำให้จินอูอยากจะครวญครางออกมาดังๆ เขาก็เป็นแบบนี้ไปด้วยหรอเนี่ย? "ไม่มีใครจะหอมแก้มคนอื่นทั้งที่คิดกันแค่เพื่อนหรอกนะ หยุดกังวลได้แล้ว แค่..แค่อย่ารอให้เวลามันผ่านไปนานกว่านี้ ถ้านายไม่อยากพลาดโอกาส"

          ดูเหมือนบินจะเริ่มเข้าใจขึ้นมาบ้าง คิ้วของเขาขมวดเป็นปม เขาก้มหน้าลงไป กำลังคิดหนักอย่างเห็นได้ชัด จินอูจึงถอนหายใจ "นี่ ฉันรู้ว่านายเครียด มันก็น่ากลัวที่จะบอกกับใครว่าเขาคือคนที่นายชอบ ทั้งที่ไม่รู้ว่าเขาจะคิดแบบเดียวกันหรือเปล่า"

          "คุณเคยเป็นมาแล้วหรอ กับใครอ่ะ?"

          "ไม่ใช่อึนอูก็แล้วกัน" จินอูหัวเราะ "ยังไงก็ฉันก็เข้าใจความรู้สึกของนายนะ นั่นแหละคือเหตุผลที่ฉันบอกให้นายลุยไปเลย"

          บินพยักหน้าอย่างใช้ความคิด "ขอบคุณนะครับ" เขายิ้มเล็กน้อย "ผมรู้ว่ามันมีเหตุผลที่เรื่องนี้ต้องปรึกษาคุณ ไม่ใช่มินฮยอก"

          "ก็ถูก เหตุผลก็คือมินฮยอกมันยังเป็นแค่เด็กม.ปลายอยู่เลย" จินอูยิ้มกลับให้เขา จากนั้นจึงก้มดูนาฬิกาเช็คเวลา "โอเค ฉันต้องไปแล้วล่ะ หวังว่านายจะเก็บสิ่งที่ฉันพูดไปคิดนะ"

          "ครับผม ขอบคุณสำหรับคำปรึกษานะครับฮยอง"

          นี่เป็นครั้งแรกที่บินเรียกเขาว่าจินอูฮยอง ทำให้จินอูยิ้มกว้างมากกว่าเดิมขึ้นไปอีก เขากำลังจะเดินออกไป แต่ก็ต้องหยุดแล้วหันกลับมา "ฉันมีอะไรจะถามหน่อย นายอยู่ในร่างครึ่งคนครึ่งแมวได้ป้ะ?" เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงถามออกไปแบบนั้นทั้งที่เขาไม่ได้เชื่อด้วยซ้ำ

          บินยิ้มกว้างออกมา "อะไรนะครับ? มันดูโง่มากเลยนะ ผมต้องใช้เวลาเปลี่ยนร่างนานขึ้น แต่ผมอยู่แบบนั้นไม่ได้หรอกนะครับ"

          จินอูไม่รู้เช่นกันว่าบินกำลังพูดเล่นหรือไม่ อึนอูคงจะเล่าให้บินฟังเกี่ยวกับเรื่องการกลายร่างกลายเป็นแมว แล้วทั้งสองคนนั้นคงจะหลอกให้เขาตายใจ ความเป็นไปได้อย่างเดียวเลยคือบินสามารถกลายร่างจากคนเป็นแมวได้จริงๆ แล้วมันดูไม่เห็นจะเป็นไปได้ตรงไหนเลย

          เขาพยักหน้าอย่างไม่ค่อยมั่นใจแล้วเดินจากไป ก่อนจะโบกมือให้บินที่ยังคงยิ้มอยู่เป็นการบอกลา จินอูไม่มีเวลามานั่งคิดความเป็นไปได้ที่คนจะกลายร่างเป็นแมวได้อีกแล้ว ตอนนี้ก็ล่วงเลยเวลาของเขาไปแล้วเช่นกัน

          มีสัญญาณเตือนขึ้นมาเมื่อโทรศัพท์ของจินอูดังขึ้น เขาหยิบมันออกมาจากกระเป๋ากางเกงก่อนจะยิ้มเมื่อเห็นชื่อของคนที่โทรมา คนที่เขาคิดไว้อยู่แล้ว "ครับที่รัก" เขาพูดทั้งที่ยังยิ้มอยู่แบบนั้น

          "จินจิน นายอยู่ไหน?" มยองจุนตะโกนใส่โทรศัพท์ "มีอะไรเกิดขึ้นรึเปล่า?"

          "เปล่า ผมแค่คุยกับบินน่ะ อีกแป้บเดี๋ยวก็ไปถึงแล้ว"

          "บินไหน? มุน บิน หรอ? นายคุยกับเขาเรื่องอะไรอ่ะ?"

          "คิดว่าเรื่องอะไรล่ะ?"

          มยองจุนหัวเราะ "เขาสองคนน่าจะควรต้องจูบกันได้แล้วแหละ"

          "ใช่เลยครับ เดี๋ยวเล่าให้ฟังตอนที่ผมไปถึงนะ"  หูของเขากำลังระบมจากการได้ยินเสียงดังเกิดเหตุของมยองจุน

          "โอเคคค เร็วๆ เลยนะ ฉันอยากให้นายมาเปลี่ยนเครื่องชงกาแฟให้หน่อย ฉันเรียกบริษัทมาแล้ว เขาบอกว่าต้องมีใครซักคนช่วยยกไปให้หน่อย"

          "อีกแล้วหรอ?" จินอูครวญคราง "ผมทำไปรอบที่แล้วแล้วน้า ให้จอน วอนอูทำสิ เขาเป็นคนทำพังนะ"

          "ก็ฉันไม่เชื่อใจไอเด็กนั่นแล้วอ่ะ น้า จินจิน ได้มั้ยย?"

          ชื่อนั้น จินอูจะปฏิเสธได้ยังไงล่ะ? "โอเค ผมทำก็ได้ แต่ครั้งนี้ครั้งสุดท้ายแล้วนะ" อึนอูคงรู้มาเยอะ แต่คงไม่รู้ว่าที่มาที่แท้จริงของชื่อเล่นนี้คืออะไรหรอก ชื่อที่จินอูภูมิใจที่ได้มันมา บางอย่างก็ควรเก็บไว้ให้เขากับมยองจุนรู้กันแค่สองคนเท่านั้น

          "ขอบคุณนะ" เห็นรอยยิ้มออกมาจากเสียงปลายสายนั้นเลย "เร็วๆ เร็วๆ นะ"

          "ได้เลยครับ" จินอูยิ้มเช่นกัน

          มยองจุนวางสาย แต่ก็ไม่ลืมที่จะหัวเราะใส่โทรศัพท์ก่อน จินอูรีบเร่งฝีเท้าเดินไป

          ไม่กี่นาทีหลังจากนั้นจินอูก็ได้มาอยู่ยังร้าน Sunshine เขาเจอมยองจุนกำลังยืนรอเขาอยู่ข้างประตู "ขอบคุณที่ทำให้นะ" เขาพูดเสียงหวาน แล้วเดินตามจินอูเข้าไป "ฉันเอาแพ็คใส่กล่องแล้วก็โทรหาบริษัทแล้ว นายแค่ต้องเอาไปให้เขานะ"

          "เดี๋ยวก่อน" จินอูพูดขึ้นเมื่อมยองจุนเดินนำเขาไปยังเครื่องชงกาแฟ "ผมอยากกินสตรอว์เบอร์รี่ช็อตเค้กของผมก่อน"

          มยองจุนหัวเราะแล้วผลักจินอูเบาๆ "นายต้องพูดแบบนี้ด้วยหรอ?"

          "ใช่ครับ" จินอูพูดอย่างดื้อรั้น "ผมไม่ยกให้คุณนะ ถ้าคุณไม่ทำอ่ะ"

          "โอเคโอเค" มยองจุนหัวเราะอีกครั้ง แล้วเอื้อมมือไปคว้าข้อมือของจินอูลากมายังห้องหลังร้าน เป็นที่ที่ไม่มีคนเลยเหมือนอย่างที่คิดไว้ มยองจุนปิดประตูลง ก่อนจะมายังตรงกล่องที่เขาเก็บไว้เพื่อจุดประสงค์นี้แหละ จินอูรอ มีรอยยิ้มปรากฏบนหน้าของเขา

          เมื่อเขาจัดจนพอใจ มยองจุนหันหลังกลับมาหาจินอูก่อนจะจูบที่ริมฝีปากเขาอย่างอ่อนโยน

          "โอเคยัง?" เขาถามพร้อมกับยิ้มออกมา

          "อีกหนึ่งทีครับ" จินอูพูดพร้อมกับโอบเอวของมยองจุนให้เข้ามาใกล้ชิดมากขึ้น

          มยองจุนจูบเขาอีกครั้งและยังยิ้มทั้งที่จูบอยู่แบบนั้น 

          "โอเค เดี๋ยวผมไปยกไอเครื่องชงกาแฟนั่นให้คุณแล้ว" เขารู้สึกมีแรงขึ้นเยอะเลย

          "ขอบคุณนะจินจิน" เพื่อเป็นการขอบคุณ เขากดจูบบนริมฝีปากของจินอู บีบต้นแขนของเขาเบาๆ เหมือนอย่างที่เขาทำเสมอ "อู้ว กล้ามใหญ่ขึ้นนะเนี่ย" มยองจุนพูดพร้อมรอยยิ้ม

          "ก็เพราะคุณให้ผมยกแต่ของหนักๆ ให้คุณนั่นแหละ" เขาเตะกล่องให้ออกไปห่างๆ 

          "จริงดิ? ถ้างั้นฉันให้นายทำเพิ่มอีกดีกว่า" มยองจุนด้วยน้ำเสียงซุกซน

          "ถ้าคุณให้จูบผมเป็นรางวัลตลอด แบบนั้นก็โอเคครับ" จินอูหันกลับมาสบตากับมยองจุนก่อนจะยิ้มออกมา "รักนะครับ ที่รักของผม"

          มยองจุนยิ้มด้วยรอยยิ้มที่สดใสที่สุดของเขานั้น "รักนายเหมือนกันนะ จินจิน"



          เส้นผมของบินเปียกชื้นในขณะที่เขากำลังเดินกลับมายังอพาร์ตเมนต์ เขาเจออึนอูนั่งอยู่บนโซฟาแล้วยิ้มออกมา "ขอโทษที่ออกไปนานไปหน่อยนะ"

          "ไม่เป็นไรหรอก ฉันอยู่คนเดียวได้อยู่นะ" อึนอูเอ่ย เขาก็ไม่ค่อยแน่ใจหรอกว่าสิ่งที่เขาพูดเป็นความจริง ท้องของเขาบิดเกลียวไปหมดแค่คิดว่าจะต้องเจอบินอีกครั้งหลังจากที่กินข้าวเที่ยงด้วยกัน ทุกนาทีที่เขาอยู่คนเดียวมันยิ่งทำให้เขาแย่กว่าเดิมอีก แต่เมื่อเห็นบินในตอนนี้แล้วทำให้เขาต้องเปลี่ยนความคิด

          "ฉันไปเต้นอยู่ซักพักนึงน่ะ" เขาอธิบายเหตุผลที่ทำให้ผมเขาเปียกเช่นนั้น เขาอาบน้ำจากที่นั้นมาแล้วด้วย "ฉันหิวอ่ะ มีอะไรให้กินบ้างมั้ย?" เขาถามทั้งที่เท้าได้เดินมุ่งหน้าไปยังห้องครัวแล้ว

          "เดี๋ยวฉันทำอะไรให้นายกินก็ได้" อึนอูกระโดดลุกขึ้นตามเขาไป

          "ไม่ ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันหาอะไรกินเองก็ได้" บินพูดขณะที่สุ่มเปิดลิ้นชัก เขาไม่รู้เลยว่าอึนอูเก็บสิ่งของแต่ละอย่างไว้ตรงไหนบ้างเพราะทุกชั้นที่เขาเปิดเป็นอุปกรณ์ที่เอาไว้ทำความสะอาดบ้านหมดเลย

          "ไม่เป็นไรหรอก ฉันอยากทำ แค่ให้ฉันทำนะ โอเคมั้ย?" เขาอยากทำตัวเองให้ยุ่งเข้าไว้ เขาพยายามทำสมองของตัวเองให้เลิกคิดถึงเรื่องบินรวมไปถึงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อวันอังคารด้วย

          "โอเคครับ แต่นายต้องให้ฉันช่วยนายนะ แล้วก็อย่ามาปฏิเสธด้วย"

          นั่นไม่ใช่สิ่งที่อึนอูต้องการเลยสักนิด แต่ความตั้งใจจากสีหน้าบินทำให้ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องคัดค้าน เขาจึงทำเพียงแค่พยักหน้าตอบไป

          พวกเขาทำคิมบับด้วยกัน อึนอูยืนถัดจากบินในขณะที่ทั้งสองกำลังหั่นผักด้วยกัน มือของบินสวยถ้าแม้จะเขาจะซุ่มซ่ามเผลอเอามีดปาดนิ้วก็ยังคงสวยอยู่

          อึนอูพยายามไม่นึกสิ่งที่เขาทำลงไป—หรือพยายามจะทำ—เมื่อวันอังคารตอนค่ำ แต่มันยังคงย้อนกลับมาอยู่ในความคิดเรื่อยๆ เกิดอะไรขึ้นกับเขา? ทำไมเขาถึงทำลงไปแบบนั้น? มันทำให้อึนอูรู้สึกถึงอะไรบางอย่างมากมาย เขาตัดสินใจแล้วว่าคงเป็นความคิดบ้าๆ ของเขาเองที่คิดว่าบินจะถูกขายอวัยวะ ดังนั้นการทำให้เขาที่อยู่ตรงหน้าอึนอูปลอดภัยถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับอึนอู ก็บินเป็นเพื่อนเขานี่นา ก็เป็นเรื่องปกติที่อึนอูจะต้องกังวล

          แต่มันอาจจะไม่ปกติตรงที่ทำไมเขาถึงพยายามที่จะจูบ

          บินได้ปฏิเสธอึนอูอย่างอ่อนโยนแล้วซึ่งเขาทำโดยการหันหน้าหนี ปกป้องริมฝีปากของตัวเองไว้ อึนอูคิดเรื่องนี้มาตลอดทั้งบ่าย และเขาก็คิดว่าบินทำการจูบหูเขากลับเพื่อให้เขารู้สึกอึดอัดน้อยลง ไม่งั้นเขาจะทำยังไงล่ะ?

          เมื่อพวกเขาทำการหั่นส่วนผสมทั้งหมดเสร็จและข้าวหุงเสร็จเรียบร้อยแล้ว ปรุงเรียบร้อยเสร็จสรรพ อึนอูจึงเริ่มม้วนข้ากับแผ่นสาหร่าย บินมองดูเขา บางครั้งอึนอูก็รู้สึกเหมือนกับว่าสิ่งที่บินมองอยู่ไม่ใช่มือของเขาแต่กลับเป็นใบหน้าของเขาแทน เขาพยายามจะไม่สนใจถึงแม้ว่าหน้าของเขาจะเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาแล้วก็ตาม

          ในที่สุดคิมบับก็พร้อมทาน อึนอูตัดออกเป็นชิ้นเล็กก่อนจะเสิร์ฟมัน เขานั่งลงตรงโต๊ะกินข้าวเล็กๆ ตรงข้ามกับบิน ซึ่งเป็นที่นั่งที่อันตรายที่สุด ที่ที่เขาจะสบตากับบินได้ทุกครั้งที่บินเงยหน้าขึ้น

          บินตักอาหารกินเข้าปากอย่างมีความสุข "อร่อยมากเลยอ่ะ" เขาพูดทั้งที่อาหารยังเต็มปาก "นายทำอาหารเก่งจังเลย"

          "ไม่ขนาดนั้นหรอกน่า" แก้มของเขาระเรื่อสีชมพูอย่างยินดี "นายก็ช่วยฉันทำด้วยไง"

          "งั้นแสดงว่าฉันก็ทำอาหารเก่งด้วยสินะ" บินยิ้มออกมา อึนอูยิ้มก่อนจะก้มลงกินอาหารตรงหน้าต่อ

          หรืออย่างน้อยเขาก็พยายามทำ เขาพบว่าตัวเองเงยหน้าขึ้นมาครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อมองดูบินกินข้าว เขาดูมีความสุขกับการกินคิมบับมากเหลือเกิน แก้มของเขาตุ่ยเพราะเต็มไปด้วยอาหารเสมอ มันทำให้เขาดูเหมือนชิพมังค์ที่กำลังเคี้ยวอยู่ มันเป็นหนึ่งในความน่ารักของบินที่ไม่มีใครเหมือน

          ถึงเวลาแล้วล่ะ อึนอูรู้ว่านี่คือเวลาที่เขาจะต้องบอกกับบินว่าเขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับบินมากไปกว่าเพื่อน บินกำลังมีความสุขกับการกินบวกกับบรรยากาศบนโต๊ะอาหารที่กำลังเงียบสงบ ตอนนี้แหละดีที่สุดแล้ว อึนอูกำลังอ้าปากแล้วจะพูดมันออกไป

          มีข้าวเม็ดหนึ่งติดอยู่ที่มุมปากของบิน อึนอูอยากจะเอื้อมมือออกไปแล้วเช็ดออกให้เขาเหลือเกิน แต่อึนอูก็ยั้งตัวเองไว้ มันคงจะทำให้เแปลกไปเปล่าๆ เขาจึงทำแค่นั่งอยู่เฉยๆ แต่เขาห้ามไม่ให้ตัวเองหยุดมองไม่ได้ ริมฝีปากของบินมันบางแต่กลับ กลับสวยงามเหลือเกิน อึนอูพบว่าเขากำลังจ้องมองริมฝีปากของคนตรงหน้าอยู่ ริมฝีปากที่ดูทั้งอบอุ่นและนุ่มนวล เขาได้แต่คิดว่ามันจะเป็นอย่างไรถ้าตอนนี้เขาไม่พลาด จะเป็นอย่างไรถ้าเขาได้กดริมฝีปากของเขาลงบินริมฝีปากของบินจริงๆ ถ้ามันเกิดขึ้นจริงๆ บินคงอาจจะปล่อยให้เขาจูบแหละเนอะ..

          แล้วจากนั้นอึนอูจึงตระหนักขึ้นได้

          เขาจะไม่บอกกับบินแล้วว่าเขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับบิน ไม่ใช่ต่อจากนี้ ไม่ใช่หลังจากนั้น ไม่ใช่เร็วๆ นี้ด้วย เขาจะไม่บอกบินว่าเขาห่วงใยบินเป็นธรรมดาเหมือนกับเพื่อน เพราะว่ามันไม่ใช่ความจริง

          อึนอูชอบเขา

          อึนอูชอบเขาจริงๆ ชอบเขามากจริงๆ

          ตอนนี้เหมือนกับมีใครบางคนเอาถังที่มีน้ำเย็นมาราดหัวของอึนอู ทำให้เขารู้ใจตัวเอง ตอนนี้ทุกอย่างทำให้เขาเข้าใจ ทำไมเขาถึงอยากให้บินอยู่ข้างๆ เขาเสมอ ทำไมเขาไม่อยากให้บินแยกออกห่างจากเขาเลย ทำไมเขาถึงแทบจะเป็นบ้าเมื่อบินต้องอยู่ห่างเขา ทำไมเขาถึงรู้สึกเหมือนมีงูเลื้อยไปมาอยู่ในท้องแค่คิดว่ามีใครได้ใกล้ชิดกับบินมากกว่าที่เขาเป็น

          เพราะเขาชอบบินไง

          "อึนอู? นายโอเครึเปล่า?"

          เสียงของบินดึงให้อึนอูกลับมายังโลกความเป็นจริง บินมองมายังเขา ใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังเต็มไปด้วยความกังวล และอึนอูรู้สึกว่าหัวใจของเขามันเต้นจนแทบจะหลุดออกมาจากอกแล้ว "ฉันสบายดี" นี่คงเป็นการโกหกครั้งใหญ่ที่สุดที่เขาเคยโกหกมาแล้ว เขากลืนน้ำลายลงคอ "นายอยากกินที่เหลือของฉันมั้ย หรือให้ฉันเอาใส่ไว้ในตู้เย็นดี? ฉัน—ฉันกินเสร็จแล้ว"

          "เดี๋ยวฉันกินเอง" บินเอื้อมมือไปข้ามโต๊ะเพื่อหยิบจานของอึนอู อึนอูไม่แม้แต่จะเลื่อนจากไปข้างหน้าให้เขา เขากำลังอยู่ในภาวะสับสน

          เขากำลังลุกขึ้นยืนก่อนที่บินจะพูดขึ้นมา "เดี๋ยวก่อน"

          "ว่าไง?" อึนอูตอบอย่างฉับไว เขาหวังว่าบินจะไม่พูดอะไรที่มันสำคัญออกมา สมองของเขายังไม่พร้อมที่จะทำงานหนักๆ ในตอนนี้

          บินทำเพียงแค่จ้องมองเขา เหมือนกับสมองของเขาก็มีปัญหาที่ต้องคิดอยู่เช่นกัน และสุดท้ายหลังจากเวลาผ่านไปยาวนาน เขาจึงพูดขึ้น "เดี๋ยวฉัน—ฉันบอกนายทีหลังแล้วกัน"

          เป็นอีกครั้งที่อึนอูพยายามให้บินพูดออกมากับเขาตรงๆ แต่มันคงจะไม่ใช่เวลาอื่นอีกแล้ว "โอเค" เขาพยายามไม่มองสีหน้าของบินที่กำลังแสดงออกมาในตอนนี้ อึนอูต้องการเวลาที่จะคิด ต้องการเวลาที่จะอยู่ห่างกับบินและความคิดที่วนเวียนอยู่ในหัว เขาหนีออกจากที่ที่อันตรายที่สุด ณ โต๊ะกินข้าวเล็กๆ นั้น และบินอาจจะอยู่ข้างหลังเขาแต่ความคิดกลับเดินตามหลังเขามาด้วย



—————————————


ดูเหมือนว่าจะไม่ได้มีแค่คู่เดียวซะแล้ว

รีบบอกก่อนที่จะสายเกินไปนะบินอึนอู :(

#StrayRomance #รักไม่จรจัดบีนู ❤️









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

46 ความคิดเห็น

  1. #43 Happy 24 hr (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2563 / 13:33
    เปิดปุ๊บขโมยซีนปั๊บเลยคู่พี่ใหญ่ ไม่ได้คาดหวังแต่ก็คาดหวัง แต่นี่เลยที่คาดหวังไปไกลมากกกกก
    #43
    0
  2. #25 Moon🌜 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 23:29
    มื้อไหร่จะพูดกันออกมาซักทีหล่ะ แง่งงงง ใจแข็งกันเหลือเกิน มันค้างมากแม่!
    #25
    1
    • #25-1 Moon🌜(จากตอนที่ 16)
      5 พฤษภาคม 2562 / 23:30
      เมื่อค่ะเมื่อ โอ้ยยยสมองช้านนนน
      #25-1