Intimate Mind ล่าล้างฝัน จิตสังหาร

ตอนที่ 4 : Chapter 3: Dream ความฝัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 226
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    30 มี.ค. 58

-Chapter 3-

Dream : ความฝัน


 

            แสงตะวันที่ส่องผ่านรูรั่วบนหลังคาสังกะสีเป็นสัญญาณเตือนถึงเช้าวันใหม่ของชาลี

            บรรยากาศโรแมนติกจริงนะ

            ชาลีคิดในใจพลางลุกขึ้นมาจากที่นอน ซึ่งก็คือผ้าเก่าๆมอๆที่ปูอยู่บนพื้นในโรงนาซึ่งเขาใช้เป็นที่อาศัยมาจนทุกวันนี้ หมอนที่ใช้มานานเริ่มดำไม่น่ามอง ผ้าห่มมีรอยต่อปะชุนไปทั่วจนแทบจะหนากว่าตัวผ้านวมเองเสียอีก  ทำให้ยามห่มนอนช่วยมอบความอบอุ่นอย่างประหลาด ตามสไตล์คนไม่ค่อยมีอันจะกิน...

            เมื่อชำเลืองไปมองรอบๆก็พบว่าอเล็นเล่ น้องสาวของเขายังคงหลับไหลอยู่บนโซฟาขาดๆ เธอนอนดิ้นไม่ใช่เล่น ผ้าห่มบนโซฟาถูกเตะกระจุยกระจาย โชคดีที่เธอไม่นอนกรนด้วย ไม่อย่างนั้นเขาคงหาน้องเขยให้น้องสาวตัวเองลำบากแน่

            ชาลียิ้มน้อยๆกับนิสัยการนอนที่น่ารักของอเล็นเล่ เขาทำกิจวัตรส่วนตัว อาบน้ำ แปรงฟัน และแต่งตัว จากนั้นก็ทานขนมปังที่เขาซื้อมาตอนช่วงลดราคาพิเศษเมื่อคืนเป็นอาหารเช้า แต่เมื่อเขากัดคำแรกก็ต้องรู้สึกอยากคายทิ้งทันที

            รสชาติห่วยบรมเหมือนใกล้เน่า ว่าสิทำไมถึงราคาถูก เขาคิดกับตัวเอง

            แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นขัดความเงียบ เมื่อชาลีหันกลับไปมองก็พบว่าเป็นเสียงน้องสาวที่กำลังพูดขึ้นอย่างงัวเงีย เธอค่อยๆลุกขึ้นจากโซฟา

            “พี่คะ...

            “อรุณสวัสดิ์ชาลีกล่าวทักทายอเล็นเล่ยามเช้า ตื่นแล้วเหรอ วันนี้วันเสาร์นะ

            “อืม...กี่โมงแล้วเหรอคะเธอถามเวลาพลางหาวปากกว้าง ชายหนุ่มมองเด็กสาวด้วยสายตาปรามๆเธอจึงต้องรีบเอามือปิดปากทันที

            “นาฬิกาตายตั้งแต่เมื่อคืนน่ะ แต่พี่ตื่นตรงเวลาอยู่แล้ว ตอนนี้เจ็ดโมง มีนัดกับใครไว้ล่ะถึงตื่นเร็วชาลีถามและยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ใส่ และดูเหมือนเขาจะจับทางถูกด้วย

            “แหม พี่รู้ได้ไงเนี่ยอเล็นเล่ถามอย่างสงสัย ก่อนจะแก้มแดงเพราะพี่ตนเองรู้ทัน

            “โถๆ แม่สาวน้อย เธอเคยตื่นเช้าที่ไหนกันล่ะชาลีพูดอย่างรู้ดี เขายักคิ้วกวนๆใส่ นอกจากจะมีเรื่องสำคัญสุดๆน่ะ หืม?”

            “พี่นี่ก็...คำพูดของเขาทำเอาเธอเถียงไม่ออกเลยทีเดียว

            “ไปแต่งตัวก่อนเถอะ เดี๋ยวค่อยบอกก็ได้

            อเล็นเล่ลุกขึ้นจากโซฟาอย่างว่าง่ายแล้วเดินไปทำกิจวัตรส่วนตัว ใช้เวลาไม่นานนัก เมื่อเธอแต่งตัวเสร็จก็ปีนบันไดลงจากชั้นยกสูงด้านบนมากินขนมปังด้วยกันกับพี่ชายที่โต๊ะเก่าๆด้านล่าง

            “วันนี้พี่กลับกี่โม--

            “อะแฮ่มชาลีกระแอมขัดทันที อย่าพูดเปลี่ยนเรื่อง เธอยังไม่ได้ตอบคำถามเลยนะ

            “อ๋อ...ค คือหนูสอบได้วิชาวิทยาศาสตร์ได้ท็อปของห้องน่ะค่ะเธอเลิ่กลั่กตอบ เหงื่อแตกพล่านไม่ใช่ด้วยความเขินอาย แต่เป็นเพราะบรรยากาศกดดันที่มาคุจากพี่ชาย ทีนี้ ครูเขาเลยจะพาไปเลี้ยงมื้อเช้า--

            “แล้วทำไมไม่บอกก่อนล่ะ หา!?” ชาลีขึ้นเสียงอย่างดุดันจนผู้เป็นน้องสาวตกใจแทบตกเก้าอี้ อันที่จริงคือเขาเป็นห่วงมาก โดยเฉพาะจะไปรับประทานอาหารกับคุณครูเพียงสองต่อสอง เขาไม่อนุมัติแน่นอน

            “อึ๋ย...อเล็นเล่หลับตาปี๋ด้วยความกลัว ก่อนจะต่อว่าอย่างน้อยใจ ก็เมื่อคืนกว่าพี่จะกลับ หนูก็หลับซะก่อนนี่คะ แล้วจะให้บอกตอนไหน

            “ก็จริง…” เขาพูดสีหน้าเจื่อนๆ แล้วครูที่ว่าน่ะ ใครกัน?”

            “วิคเตอร์ค่ะเธอตอบยิ้มๆ

            เฮอะ ไอ้หมอนั่นน่ะเรอะ

            ชาลีนั่งคิดอย่างไม่สบอารมณ์ไปพักหนึ่ง ในใจไม่อยากให้เธอไปกับครูคนนั้นสักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่อยากจะขัดศรัทธา อเล็นเล่เห็นเขานั่งเงียบอยู่นานจึงถามขึ้นด้วยน้ำเสียงห่วงใย มีอะไรหรือเปล่าคะ?”

            “อ้อ เปล่าๆ! นัดเจอที่ไหนล่ะ

            “ก็ร้านพิซซ่า ฮาร์ท ที่พี่ทำงานน่ะแหละค่ะเธอตอบ

            “ดีแล้ว ยินดีกับเธอด้วยแล้วกัน ง่ำๆชาลีพูดแล้วยัดขนมปังคำใหญ่ๆเข้าไปในปาก อเล็นเล่รีบยื่นน้ำแก้วโตให้ทันทีเพราะกลัวเขาติดคอ

            “หนูว่าจะเปลี่ยนสถานที่น่ะค่ะอเล็นเล่บอก กลัวจะรบกวนงานของพี่แย่เลย

            “ไม่ต้องๆ! นี่แหละดีแล้วเด็กหนุ่มพูดกับเธอ เดี๋ยวไปด้วยกันเลย

            นี่แหละ จะได้ดูแลง่ายๆหน่อย ให้คลาดสายตาไปไม่ได้เด็ดขาด

            หลังจากที่เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง อเล็นเล่ก็กินขนมปังเสร็จ ชายหนุ่มเดินไปเปิดประตูโรงนา มันเป็นสังกะสีผุๆและมีสภาพที่ใกล้พังอยู่รอมร่อ

            แอ๊ดดด....

            เพราะสนิมที่เกาะตรงบานพับทำให้เสียงประตูดังขึ้น แต่ชาลีไม่ได้สนใจแต่อย่างใด เพราะยังไงก็คงไม่มีโจรที่ไหนอยากขโมยของในโรงนาเก่าๆโทรมๆแบบนี้อยู่แล้ว อีกทั้งเขาอยู่ที่นี่มานาน และยังไม่เคยมีขโมยเข้ามาเลยสักครั้งเดียว

            เขาจูงจักรยานออกมา แน่นอนว่ามันก็เก่าและมีสภาพใกล้พังเช่นกัน โซ่มักจะขาดอยู่บ่อยๆ ล้อก็เริ่มสึก ยังดีที่เขาคอยหยอดน้ำมัน เช็ดดูแลอย่างสม่ำเสมอ จึงทำให้ยังไม่ต้องซื้อจักรยานใหม่

            เขาขึ้นขี่จักรยานอย่างระมัดระวัง อเล็นเล่นั่งซ้อนท้าย เมื่อทุกอย่างพร้อม จักรยานก็พุ่งตัวออกตัวไปอย่างรวดเร็ว ภายนอกโรงนาเป็นถนนลาดยาว หากขี่มุ่งตรงไป ก็จะไปถึงหน้าโรงเรียน หากขี่ไปทางซ้ายมือจะพบกับหอพักครู

            “กอดแน่นๆนะ ต่อจากนี้ขอซิ่งละชาลีพูดและถีบจักรยานถี่ขึ้น เด็กสาวทำตามอย่างเชื่อฟัง

            สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ที่ปลูกเป็นแถวยาว แม้จะเป็นโรงเรียนเก่าแต่ก็มีการปรับปรุงทิวทัศน์อยู่เสมอ ตึกเรียนสองข้างทางในช่วงวันหยุดอาจดูเงียบวังเวงโดยเฉพาะในยามเช้า แต่สำหรับทั้งสอง มันคือวันแห่งความเงียบสงบและอิสระ

            ด้วยความเร็วที่น่าทึ่งเกินเชื่อ เพียงครู่เดียวพวกเขาก็ออกมาจากโรงเรียน อเล็นเล่โบกมือทักทายยามคนสนิทที่ยืนเฝ้าในป้อม ชาลีได้ขี่แซงมอเตอร์ไซค์บางคันด้วย เขาผิวปากสบายอารมณ์ ทุกสิ่งรอบข้างผ่านตัวไปอย่างรวดเร็ว เรือนผมของชาลีและอเล็นเล่ปลิวไสวไปตามสายลม เธอหัวเราะอย่างสนุกสนาน

            นานแค่ไหนแล้วนะ ที่ไม่ได้ออกมาสนุกด้วยกันอย่างนี้...

            ร้านพิซซ่า ฮาร์ทตั้งอยู่ที่หัวมุมสี่แยกไฟแดง ไม่ห่างจากโรงเรียนของอเล็นเล่มากนัก จึงใช้เวลาเพียงอึดใจเดียวเท่านั้น ตึกรามบ้านช่องสองข้างทางแสดงให้เห็นถึงความเจริญทางวัตถุของมนุษย์ รถราวิ่งผ่านไปมาอย่างรวดเร็ว มีเสียงแตรบ้างเป็นระยะฟังดูวุ่นวาย ความรีบเร่งของผู้คนในยามเช้าทำให้อเล็นเล่ประหลาดใจ เพราะเธออยู่ในรั้วโรงเรียนมาตลอดแทบไม่เคยได้ออกมาข้างนอกเลย

            ชาลีหยุดจักรยานจอดไว้ริมฟุตบาท เขาไม่เคยล็อกล้อ เพราะเชื่อว่าสภาพเช่นนี้คงไม่มีใครกล้าขโมยแน่นอน อเล็นเล่ลงมาจากจักรยาน เดินเข้าไปในร้านด้วยกันกับชาลี

            “มาถึงแล้ว งั้นพี่ขอทำงานเลยแล้วกันชาลีพูดขึ้น เด็กสาวพยักหน้าเบาๆ

            เมื่อชาลีกับอเล็นเล่เดินเข้าไปด้านในด้วยกัน ก็พบว่าภายในร้านคลาคล่ำไปด้วยผู้คน ลูกค้าบางรายนั่งที่โต๊ะ บ้างก็นั่งที่หน้าเคาน์เตอร์แคชเชียร์จ่ายเงิน เขาเอ่ยปากทักทายกับเถ้าแก่ตามปกติ

            “เถ้าแก่ครับ วันนี้น้องสาวผมแวะมาด้วยล่ะชาลีแนะนำน้องสาวอย่างเป็นกันเอง เถ้าแก่พยักหน้าหงึกๆ ก่อนจะยิ้มฟันหลอออกมาดูน่ารัก อเล็นเล่หัวเราะคิก 

            “สวัสดีค่ะคุณลุงเด็กสาวทักทายอย่างนอบน้อม

            “อืม วันนี้อาเล็งเล่ตื่นเช้า ลื้อมาแปลกนะเนี่ย เถ้าแก่แซวพลางหัวเราะชอบใจ ว่างๆลื้อก็แวะมาช่วยงานที่นี่ได้นา

            “แถมค่าจ้างด้วยนะคะ อเล็นเล่ตอบ เธอยิ้มสดใสให้เถ้าแก่ ทุกคนหัวเราะชอบใจ จากนั้นเธอก็ขอปลีกตัวออกมาเพื่อเดินหาครูที่นัดเธอ

            อ๊ะ...นั่นไง เขากำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่มุมร้าน บนโต๊ะมีโกโก้วางรออยู่แก้วหนึ่ง เด็กหนุ่มที่สวมแว่น กับเสื้อกาวน์สีขาวตัวโปรด ด้วยส่วนสูงเพียงร้อยหกสิบเซนติเมตร ทำให้เขาดูตัวเล็กลงทันตา

            บุคลิกที่เคร่งขรึมเป็นเอกลักษณ์ทำให้เธอรู้สึกเกรงใจเขาแทบทุกครั้งที่ได้เจอ

            “ขอโทษนะจ๊ะ วิคเตอร์ ฉันมาสายหรือเปล่าเธอเดินไปทักทายเขาอย่างเป็นมิตร แล้วเลือกที่นั่งซึ่งอยู่ตรงข้ามเขา วิคเตอร์มองที่นาฬิกาข้อมือก่อนจะพูดขึ้น

            “เธอมาตรงเวลาพอดีแปดโมงเช้า

            “เฮ้อ ดีใจจังอเล็นเล่ถอนหายใจอย่างโล่งอก

            “ฉันสั่งพิซซ่าถาดเล็กรอเธอไว้อยู่แล้วนะเขาบอกพลางชี้รูปบนเมนู เป็นหน้าไก่นิวออร์ลีนส์

            “ว้าว จริงเหรอ ขอบใจมากเลยจ้ะเด็กสาวพูดอย่างดีใจ แม้จะรู้สึกเกรงใจก็ตาม

            “ไม่เป็นไรหรอก เอาละ เรามาเริ่มกันเลยนะ จากที่บอกเอาไว้เมื่อวาน...

            แล้วจู่ๆทั้งสองก็รู้สึกขนลุกขึ้นมาพร้อมๆกัน เมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตปริศนาที่แผ่ซ่านมาอย่างเดาทิศทางไม่ได้ วิคเตอร์กับอเล็นเล่มองหาที่มาของความรู้สึกเย็นยะเยือกนี้ จึงพบว่า มันอยู่ข้างหลัง...

            “พิซ ซ่า มา แล้วเสียงชาลีพูดขึ้น เขาพูดช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ วางพิซซ่าบนโต๊ะดังตึงจนอเล็นเล่สะดุ้งตัวโก่ง แม้วิคเตอร์จะเห็นสายตาของชาลีเช่นนั้น แต่เขาก็ยังคงมีสีหน้าที่เรียบเฉย เหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาวใดๆทั้งสิ้น  

            ถึงเด็กหนุ่มจะไม่ค่อยเข้าใจถึงการกระทำของชาลีเท่าไรนัก แต่ก็เขาไม่ได้สนใจแต่อย่างใด

            “สอนให้สนุกล่ะชาลีพูดเสียงแกมประชดท่ามกลางบรรยากาศที่ไม่สบอารมณ์แล้วเดินจากไป หึ

            วิคเตอร์ส่ายหน้ากับการกระทำของเขา อเล็นเล่เห็นแบบนั้นก็รีบพูดเปลี่ยนบรรยากาศทันที

            “แหะๆ พี่ฉันก็เป็นแบบนี้แหละจ้ะ อย่าถือเลยนะ

            “ไม่เป็นไร เมื่อวานฉันสอนเรื่องทฤษฎีจิตวิเคราะห์ของฟรอยด์ไปคร่าวๆแล้วใช่ไหมในคาบชมรมจิตวิทยา มาทบทวนให้ฉันฟังหน่อยวิคเตอร์ถามให้คู่สนทนาทบทวนบทเรียน

            “อืม...ฟรอยด์อธิบายว่าจิตใจของเรามีสามระดับ คือจิตสำนึก จิตกึ่งสำนึก และจิตใต้สำนึก โดยเขาเปรียบเทียบกับภูเขาน้ำแข็ง ส่วนที่โผล่พ้นน้ำคือจิตสำนึก ส่วนที่ลอยปริ่มเหนือน้ำเล็กน้อยคือจิตกึ่งสำนึก แต่ส่วนที่จมอยู่ใต้น้ำซึ่งลึกมากกว่าความสูงของภูเขาน้ำแข็งประมาณเจ็ดถึงสิบเท่าคือจิตใต้สำนึก หลายครั้งที่จิตใต้สำนึกและจิตสำนึกทำงานควบคู่กัน เช่น บางคราวที่เผลอคิด-พูด-ทำ ในสิ่งที่ไม่ควร แต่ก็นึกขึ้นได้และเปลี่ยนวิธีคิดคำพูดและการกระทำนั้นได้ทัน เธอค่อยๆพูดและนึกตามไปด้วย ฉันจำถูกหรือเปล่าจ๊ะ?

            วิคเตอร์พยักหน้าและถามคำถามอื่นไปเรื่อยๆ บางครั้งเธอก็หยุดพักกินพิซซ่าที่เด็กหนุ่มสั่งมาบ้าง อเล็นเล่ทบทวนความรู้ที่เขาสอนไปอย่างเนิ่นนาน จนเครื่องดื่มที่สั่งมาเรื่อยๆแก้กระหายระหว่างการสนทนานั้นผ่านไปแก้วแล้วแก้วเล่าก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบ

            ระหว่างการทบทวน วิคเตอร์มักจะจดอะไรบางอย่างลงไปในสมุดเสมอ อเล็นเล่แทบไม่ได้สังเกตเลยว่าชาลีมักจะหันมามองเธออยู่บ่อยๆด้วยความเป็นห่วง และไม่ไว้ใจในตัวครูฝึกสอนเป็นอย่างยิ่ง

            ทั้งสองนั่งถกประเด็นปัญหากันจนลืมเวลา จนประเด็นจากเรื่องจิตวิทยากลายเป็นเรื่องการเมือง ปรัชญา และวิทยาศาสตร์ จนเมื่อวิคเตอร์ยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกาก็พบว่าเป็นเวลาบ่ายแก่ๆ เขาจึงฉุกคิดขึ้นได้ว่าคุยกับเธอนานไปแล้ว

            “เธอวิเคราะห์ได้เก่งมาก เหมือนที่ฉันคิดไว้เลยเขาชมตัดบททันที เพื่อจบการสนทนา

            “ไม่ขนาดนั้นหรอก...แต่ก็ขอบใจจ้ะอเล็นเล่ตอบแก้มแดง ก่อนที่จะนึกขึ้นได้ในใจว่านั่นเป็นเพียงแค่คำชม ไม่จำเป็นต้องเขิน เธอคงชอบอ่านเรื่องพวกนี้เหมือนกันใช่ไหมจ๊ะ ฉันก็ชอบอ่านจ้ะ

            “ใช่เขาตอบพลางเก็บข้าวของบนโต๊ะ แล้วล้วงหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อกาวน์ จะว่าไป ฉันอยากจะถามเธอ รู้ไหมว่านี่คืออะไร

            เด็กหนุ่มชูดอกไม้สีม่วงขึ้นมา กลีบเล็กๆฟูเรียงซ้อนถี่กันเป็นชั้นกลมๆดูสวยงาม สีม่วงอ่อนค่อนไปทางชมพูดูสดใส แต่แฝงความลึกลับน่าค้นหา อเล็นเล่มองมันด้วยความสงสัยและพยายามคิดหาคำตอบ

            ชาลีเหลือบมองจากเคาน์เตอร์เหมือนกำลังจับผิดวิคเตอร์ทุกการกระทำ เขากระแอมเสียงดังอย่างจงใจ แน่นอนว่าเด็กหนุ่มเห็นและได้ยิน แต่ไม่ได้สนใจก็เท่านั้น

            “ดอกเบญจมาศเหรอจ๊ะ เธอตอบ มันดูสวยจัง แต่ถ้าเป็นสีชมพูคงจะดูดีกว่านี้นะ

            “...”

            วิคเตอร์นิ่งเงียบ เก็บดอกไม้เก็บใส่กระเป๋าดังเดิม แววตาของเขาดูเหมือนผิดหวัง อเล็นเล่รู้สึกไม่ดีกับท่าทีเช่นนั้น จึงถามขึ้นอย่างเป็นห่วง

            “เอ่อ...ฉันตอบผิดหรือเปล่าจ๊ะ

            “เปล่านี่ ไม่มีอะไรหรอก

            แม้วิคเตอร์จะพูดแบบนั้น แต่อเล็นเล่กลับรู้สึกได้ว่าเขาซ่อนความลับอะไรบางอย่างข้างในใจ ภายใต้กรอบแว่นสีน้ำเงิน นัยน์ตาสีมรกตคู่นั้นมันฟ้อง เหมือนกับเธอเองได้ลืมบางสิ่งที่สำคัญมากๆไป

            ความรู้สึกสับสนนี้มัน...คืออะไรกันนะ?

            ในขณะที่เธอทำท่าจะถาม เขาก็พูดตัดบทเสียก่อน

            “นี่จะเย็นแล้วล่ะ พอดีฉันมีธุระต้องทำ คงต้องไปก่อนนะ เอาเงินนี่ให้เจ้านั่นด้วยวิคเตอร์พูดพลางยื่นเงินยี่สิบยูโรให้อเล็นเล่ แล้วชี้ไปทางชาลี เขาลุกขึ้นเดินออกจากร้านไปอย่างเร่งรีบ

            “เดี๋ยวสิ ทั้งหมดแค่สิบหกยูโรนะ...

            แต่ก่อนที่เด็กสาวจะพูดจบ วิคเตอร์ก็เดินออกจากร้านหายไปแล้ว แม้อเล็นเล่จะตัดสินใจวิ่งตามออกมา ก็หาเขาไม่เจอ เพราะผู้คนมากมายบนท้องถนนที่เดินปะปนกันจนกลมกลืนไปเสียหมด สุดท้ายเธอจึงเดินกลับเข้าไปในร้าน แล้วจ่ายเงินสิบหกยูโรไป

            เงินอีกสี่ยูโรนั้น เธอเก็บมันเอาไว้ เพื่อจะได้คืนมันให้กับเจ้าของอีกครั้ง

            แต่จะได้คืนหรือไม่ คงขึ้นอยู่กับโชคชะตาแล้ว

 

            “คุยนานจริงนะเสียงหนึ่งดังขึ้นเมื่อวิคเตอร์เดินออกมาที่หน้าซอย ไม่ไกลจากร้านพิซซ่าฮาร์ทเท่าไรนัก ปรากฎเป็นสาวเอเชียตาตี่หน้าตาดี มาพร้อมชุดรัดรูปสีดำสำหรับขับขี่รถบิ๊กไบค์โดยเฉพาะ

            “นายไม่ควรทำแบบนั้นเลยเธอตำหนิ

            “อย่ามายุ่งกับฉัน หลี่วิคเตอร์พูดด้วยสีหน้าเย็นชา เขารอฟังประโยคถัดไปจากคู่สนทนา

            “หน็อย!” หญิงสาวกัดฟันด้วยความโมโหเมื่อได้ยินคำตอบ หาว่าฉันยุ่งเธอเหรอ งานของเธอก็คืองานของฉัน มันมีผลกระทบต่อฉันนะ จำที่คุณลุงคาร์วินบอกไม่ได้หรือไง นี่ฉันพยายามไม่ยุ่งแล้วนะ

            “นี่ไม่ใช่งาน แต่เป็นเรื่องส่วนตัวเขาตอบสั้นๆ แม้จะรู้สึกรำคาญอยู่ในใจจะให้พูดกี่ครั้ง

            “อยากให้ฉันตามจับสองคนนั้นหรือไงหลี่พูดอย่างท้าทาย ถ้าใช่ล่ะก็จะเอาตอนนี้เลยก็ได้

            “ฉันไม่ได้อยากให้เธอทำอย่างนั้น

            “แต่การกระทำของเธอมันฟ้องมาก หลี่บอก แต่วิคเตอร์ยังคงมีทีท่าเช่นเดิม เธอจึงพูดต่อ ฉันจะเตือนอะไรให้นะ อย่ายุ่งกับสองคนนั้น ถ้าไม่อยากให้พวกเขาเป็นอันตราย

            “เธอควรจะบอกกับแน๊ทซ์ ไม่ใช่ฉันเขาตอบกลับ

            “หัวรั้นชะมัดเลยนะวิคเตอร์ พวกอัจฉริยะนี่อีโก้สูงกันทุกคนหรือเปล่านะ เฮ้อ เธอว่าเขาพลางถอนหายใจยาว เอาเถอะ ฉันไม่อยากยุ่งกับเธอหรอก คนที่เธอควรจะระวังน่ะ...

            “คือไอรินวิคเตอร์แย่งตอบ เพราะอยากรีบๆจบเรื่องแล้วไปทำอย่างอื่น สิ่งที่เธอพูดเขารู้ดีและไม่อยากให้ใครมาบอกซ้ำอีก ตั้งแต่คราวที่แผนการถูกทำลาย เขาก็ต้องคิดทุกอย่างใหม่หมด และเขาก็ไม่อยากให้ใครมายุ่งด้วย

            “นั่นน่ะ มันแล้วแต่เธอจะคิด

            หลี่พูดจบก็สวมหมวกกันน็อคแล้วขึ้นขี่ช็อปเปอร์ สีเงินมันวาวจากตัวเครื่อง ลายสีดำสะท้อนแสงที่ตัวถัง กับเบาะหุ้มหนังแท้ดูดีทำให้รถดูมีราคาแพง

            “อ้อ...จะไปด้วยกันไหมเธอถามพลางสตาร์ทรถ เสียงบรืนจากรถดังขึ้นเบาๆ ไร้ซึ่งเขม่าควันจากท่อรถ แสดงให้เห็นถึงสรรถนะที่ดีเยี่ยมของเครื่องยนตร์ที่ทำงานได้ดีและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

            “ไม่ล่ะ เกรงใจวิคเตอร์ส่ายหน้า เขาโบกมือลาให้หลี่ ทันทีที่การสนทนาจบลง เธอก็ขี่ชอปเปอร์จากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้แต่เพียงเขาที่ยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางฝูงผู้คนมากมาย เด็กหนุ่มหันหลังเดินไปคนละทางกับหลี่

            บรืนน...

            สักวันผมจะตามพี่ไป แต่คงไม่ใช่ตอนนี้นะครับ

            วิคเตอร์คิดในใจ สายลมเอื่อยๆที่คุ้นเคยพัดพาผ่านร่างทำให้รู้สึกเย็นสบาย เมื่อฤดูใบไม้ร่วงมาเยือน ณ ที่แห่งนี้อีกครั้ง สงครามคงเริ่มต้นอีกเป็นแน่ และเขาจะไม่นิ่งเฉยอีกต่อไป

            สงครามที่โลกไม่เคยรับรู้ สงครามแห่งจิต...

**********

            ดึกมากแล้ว ชาลีก็ยังไม่กลับมา

            อเล็นเล่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาขาดๆ ท่ามกลางโรงนาที่มืดทึบมีเพียงแสงจากหลอดไฟเล็กๆบนหลังคา ในใจเธอนึกร้อนรนว่าพี่ชายยังไม่กลับมา เวลาดึกขนาดนี้ตามปกติควรจะกลับมาได้แล้ว แต่ครั้งนี้กลับแปลกออกไป

            ทำไมกลับมาช้าจังนะ

            อเล็นเล่คิดในใจ เธอแหงนมองไปที่นาฬิกา นาฬิกาตายแล้ว นั่นทำให้เธอไม่รู้ว่าเวลาในขณะนี้เป็นกี่โมง แต่ถ้าจะให้กะคร่าวๆ ก็คงจะราวๆสี่ทุ่ม

            จู่ๆก็เกิดเสียงดังกึกๆที่หน้าต่าง เมื่อเธอเดินไปดูที่ต้นทาง จึงพบว่าเป็นนกกา มันบินมาชนหน้าต่างแล้วก็บินจากหายไปในความมืด เธอเริ่มรู้สึกไม่ดี บางทีอาจจะคิดไปเองก็ได้

            แต่ทันใดนั้นเอง

            ปัง!

            เสียงปืนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ทีแรกอเล็นเล่คิดว่าอาจจะเป็นเสียงข้าวของหนักๆตกกระทบพื้น แต่เธอคิดผิด

            จู่ๆเด็กสาวก็ล้มลงไปโดยไม่รู้ตัว ความเจ็บปวดพลันแล่นไปทั่วทั้งร่างกาย เลือดไหลออกจากท้องไม่หยุด ใช่แล้ว...เธอถูกยิงเข้าที่ท้อง

            เลือด เลือด เลือดเต็มไปหมดเลย...

            อยากจะตะโกนร้องขอความช่วยเหลือดังๆ แต่ความเจ็บปวดทำให้ไม่อาจจะร้องออกมาได้ ในวินาทีนั้นเองที่เธอฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

            “กดปุ่มนั่นยามฉุกเฉินนะ มันจะส่งสัญญาณไปที่สถานีตำรวจที่ใกล้ที่สุด แล้วก็โทรศัพท์ฉัน

            เธอพยายามรวบรวมแรงที่ยังพอเหลืออยู่หยิบรีโมทที่วิคเตอร์เคยให้ไว้ในกระเป๋าเสื้อ เพิ่มแรงฮึดอีกนิดกดปุ่มสีแดงลงไป เมื่อกดลงไปแล้วไฟที่รีโมทก็เปลี่ยนเป็นสีเขียวกะพริบ

            ตอนนี้เธอคงทำได้แค่หวัง แข็งใจรอความช่วยเหลือจากใครสักคน...

            หญิงสาวปริศนาค่อยๆเดินเข้ามาใกล้ๆเธอ เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นดังตึกๆ เสียงคล้ายหัวใจที่กำลังเต้นระรัวของอเล็นเล่ ภาพที่ค่อยๆมืดลงทุกทีกลับมาสว่างอีกครั้งด้วยแรงสู้ เธอจะไม่ยอมตายที่นี่เด็ดขาด...

            “แย่จริง รู้อย่างนี้น่าจะซ้อมยิงปืนเสียหน่อยเสียงหญิงสาวพูดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ เธอยืนข้างๆอเล็นเล่ที่กำลังนอนจมกองเลือดอยู่ เด็กสาวยังคงพยายามรวบรวมสติสัมปชัญญะเอาไว้ แต่เพราะสติที่กำลังถูกบดขยี้ด้วยความเจ็บปวดไปทั่วร่างกาย ทำให้ภาพที่เห็นช่างเลอะเลือน

            อเล็นเล่พอจะมองเห็นบุคคลตรงหน้ารางๆเป็นหญิงสาวร่างสูงโปร่งที่สวมชุดเดรสสีแดงรัดรูป ทว่ามองเห็นใบหน้าของเธอได้ไม่ชัดเจนนัก

            “ค...คุณเป็นใครอเล็นเล่พูดด้วยเสียงที่แหบพร่าและไร้เรี่ยวแรง

            “นักล่าค่าหัวน่ะหญิงสาวปริศนาคนนั้นตอบไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยวต่อจากนี้อาจจะแค่เจ็บนิดหน่อย ฉันไม่ให้เธอตายทรมานหรอก ไว้ใจได้เลย

            “ไม่...เด็กสาวพยายามขยับตัวออกห่างจากเธอ แล้วค่อยๆพูดนับเลขหนึ่ง สอง สาม ออกมา

            ที่เธอนับเลขเช่นนี้ เพราะชาลีผู้เป็นพี่ชายของเธอเคยบอกเอาไว้ ว่าถ้าทำเช่นนั้นแล้วเขาจะมาช่วยทันที เหมือนมนตร์คาถาเรียกตัว แม้ความหวังจะแทบริบหรี่ สิ่งประดิษฐ์ของวิคเตอร์อาจใช้ไม่ได้ผล แต่ขอเพียงแค่แสงเล็กๆ เพียงแค่มีใครสักคนมาช่วย นั่นก็คุ้มค่าพอที่จะอดทนต่อไป...

            หญิงสาวปริศนายืนส่ายหน้าอย่างเบื่อหน่ายและจ่อปืนไปที่หัวของอเล็นเล่ แต่ในจังหวะนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาขัดเสียก่อน

            โครม!!

            เสียงพังประตูดังขึ้น ปรากฎเป็นเด็กหนุ่มสองคนวิ่งเข้ามา คนหนึ่งทางฝั่งซ้ายตัวเล็กเตี้ย เขากำลังหอบอย่างเหน็ดเหนื่อย ส่วนอีกคนทางฝั่งขวาตัวสูงชะลูดกำลังมองมาที่มัจจุราชสาวตรงหน้า

            “หยุดนะ นังฆาตกร!” คนทางฝั่งขวาตะโกนขึ้น อเล็นเล่ยังคงจำเสียงนี้ได้ มันคือเสียงของชาลีผู้เป็นพี่ชายนั่นเอง

            “พี่คะ อย่าเข้ามา...เธอแค่นเสียง แม้จะยังไม่อยากตาย แต่ก็ไม่อยากให้ชาลีต้องเป็นอันตรายเช่นกัน

            หมอบเร็ว!”

            ปัง!

            เสียงปืนดังขึ้นเพียงไม่กี่วินาทีหลังเสียงตะโกนของวิคเตอร์ ชาลีรีบหมอบลงตามคำสั่งนั้นทันที เมื่อหันไปมอง ก็พบว่าเด็กหนุ่มที่กำลังหมอบอยู่เช่นกันมีเลือดไหลออกจากที่ไหล่ซ้าย มันไหลไม่หยุดจนย้อมเสื้อเป็นสีแดง

            วิคเตอร์ถูกยิง!

            “ชาลี นายรีบพาอเล็นเล่ไปโรงพยาบาล เร็วเข้า”  เด็กหนุ่มรีบประคองตัวลุกขึ้นยืนแล้ววิ่งไปหลบหลังลังแผ่นไม้ ชาลีที่กำลังอึ้งได้แต่ยืนตะลึง ภาพเหล่านี้เขาเคยเห็นแต่ในหนัง แต่ไม่เคยคิดฝันจะได้เจอในชีวิตจริง เขาเคยคิดว่าคนที่มัวแต่อึ้งช่างงี่เง่าสิ้นดี แต่บัดนี้...เขาเข้าใจแล้ว

            ความหวาดกลัวถาโถมเข้ามาในจิตใจราวกับคลื่นระลอกใหญ่ เขายืนตัวแข็งทื่อ ใจอยากช่วยทำอะไรสักอย่าง แต่ฝ่ายตรงข้ามไม่มีปืน และทุกคนก็ถูกยิงหมดแล้วเหลือเพียงแค่เขาเท่านั้น จะทำยังไงดี!?

            “ รีบเอาเธอไปโรงพยาบาลสิ! ตรงนี้ฉันจัดการได้วิคเตอร์ตะโกนใส่เขา หญิงสาวยิงกระหน่ำใส่วิคเตอร์ไม่ยั้งจนแผ่นไม้เป็นรูพรุน เด็กหนุ่มรีบกระโจนหลบหลังโต๊ะกระจกแต่งตัว ก่อนจะคว้าระเบิดควันขึ้นมา ใช้ฟันกัดสลักแล้วดึง ขว้างไปที่ไอรินถ่วงเวลาไว้

            เมื่อชาลีได้สติจึงรีบลุกขึ้นค่อยๆย่องไปทางข้างหลัง แม้หัวใจจะเต้นระรัวแต่ก็ต้องข่มใจไว้ เขาท่องในใจรัวๆว่าต้องปกป้องอเล็นเล่ ชายหนุ่มอาศัยจังหวะทีเผลอของศัตรูที่กำลังถูกเบนความสนใจจากวิคเตอร์รีบอุ้มอเล็นเล่ขึ้นมา

            ไอรินขณะกำลังยิงกดดันวิคเตอร์ เมื่อเห็นความว่องไวของชาลีเช่นนั้นก็หัวเราะหึออกมา ก่อนจะคว้าระเบิดโยนใส่โต๊ะที่วิคเตอร์หลบอยู่ดังบึ้ม โชคดีที่วิคเตอร์เดาเหตุการณ์เอาไว้ได้แม่นยำ เขากระโดดหลบออกมาแล้ววิ่งไปหลบหลังตู้แกะสลัก เด็กหนุ่มหอบเล็กน้อยด้วยความเหนื่อย ก่อนจะหันไปตะโกนใส่ชาลีอย่างโมโห

            รีบไปสิ อยากตายกันหมดรึไง!”

            ชาลีรีบวิ่งออกไปจากโรงนา วิคเตอร์ไม่เปิดโอกาสให้ฝั่งตรงข้ามโจมตี เขารีบอาศัยจังหวะนี้คว้าปืนที่ซุกซ่อนอยู่ในเสื้อกาวน์ออกมายิงคุ้มกันให้ น่าเสียดายที่เพราะกำลังเจ็บจึงเล็งได้ไม่ดี ทำให้กระสุนถากแก้มไอรินไปเพียงเท่านั้น

            ทั้งคู่แลกกระสุนกันอย่างดุเดือด แต่ก็ยังไม่มีใครเพลี่ยงพล้ำ

            เธอไม่เปิดโอกาสให้วิคเตอร์หนีออกจากที่ซ่อน ยังคงระดมยิงไม่หยุด วิคเตอร์เฝ้านับรอ จนถึงนัดที่สิบเอ็ด เขาจึงพอเดาได้ว่าเป็นปืนพกออโตเมติก น่าจะขนาดเก้ามม. ถ้าเช่นนั้นก็น่าจะมีกระสุนอีกสี่ถึงห้านัด

            ในจังหวะที่หญิงสาวกำลังบรรจุกระสุน วิคเตอร์ก็ยิงกดดันกลับมา ทำให้เธอหาจังหวะโต้ตอบไม่ได้

            ไอรินเดาะลิ้นอย่างหงุดหงิด เธอรีบพลิกโต๊ะทานข้าวเพื่อใช้เป็นที่กำบัง เสียงข้าวของบนโต๊ะตกบนพื้นแตกกระจายดังเพล้ง ในใจไอรินนับกระสุนที่ผ่ายตรงข้ามยิงมาเพื่อพยากรณ์ชนิดของปืน

            “ห้า หก...

            วิคเตอร์ยิงกดดันฝ่ายตรงข้ามไม่ให้ขยับหนี เขาคิดใคร่ครวญในใจ อเล็นเล่กดปุ่มขอความช่วยเหลือนั้นไปแล้ว เขาถึงได้รับสัญญาณฉุกเฉินจากมือถือ แต่...

            จริงสิ พวกตำรวจล่ะ...เด็กหนุ่มคิดพลางพยายามเล็งปืนไปที่ไอรินอเล็นเล่กดปุ่มนั่นไปแล้วนี่...หรือว่าเธอจะ...

            “ใช่ ฉันเป็นคนขององค์กร แค่พวกตำรวจได้ยินชื่อก็ไม่กล้ายุ่งแล้ว

            “องค์กรที่น้อยคนจะรู้จัก แต่กลับกำลังเคลื่อนไหวโลกอยู่อย่างลับๆ”            วิคเตอร์รำพึงเบาๆ จังหวะที่ไอรินหลบไปเปลี่ยนที่กำบัง เป็นเวลาเดียวกับที่เขาหันไปยิงฝ่ายตรงข้ามอีกนัด ทว่ากระสุนนั้นเพียงแค่ถากขาเธอไปเท่านั้น

            “เล่นทีเผลอนี่ ไอ้บ้าเอ๊ย!”

            เธอสบถขึ้น ก่อนจะวิ่งเร็วปานสายฟ้าแลบหลบมาอยู่ที่ตู้เดียวกันกับวิคเตอร์ เพียงแต่คนละด้านเท่านั้น ตอนนี้ทั้งสองอยู่ใกล้กันมากจนแทบหายใจรดกันได้ จะมีก็เพียงตู้นี้เท่านั้น ที่ขวางกั้นอยู่...

            ไอรินรีบตอบโต้กลับจ่อปืนยิงใส่ตู้เป็นรูพรุน ไล่ให้วิคเตอร์ต้องหนีออกจากที่ซ่อนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในจังหวะนั้นเองที่ทั้งคู่แลกกระสุนกันอย่างดุเดือด แต่ก็ยังไม่มีใครเพลี่ยงพล้ำ

            'แกร๊ก'

            เสียงนั้น เป็นสัญญาณเตือนว่ากระสุนของทั้งคู่ได้หมดลงแล้ว ไอรินหัวเราะหึ ยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างมีชัย เธอค่อยๆออกมาเข้าใกล้ประชิดเป้าหมายขึ้นเรื่อยๆ ในจังหวะที่วิคเตอร์กำลังบรรจุกระสุนใหม่

            ยิงไปสิบห้านัด ปืนสีเทาขุ่น

            ไอรินค่อยๆวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้มาอย่างใจเย็น เธอพิจารณารอยแตกที่กระสุนพุ่งกระทบ ปลอกกระสุนที่หล่นอยู่บนพื้นห้องเป็นหลักฐานยืนยันความคิดเธอชัดเจน หญิงสาวเผยยิ้มออกมา เมื่อได้รู้ว่ากำลังต่อสู้กับอาวุธอะไร

            วิคเตอร์เล็งไปที่เป้าหมายอีกครั้ง แต่เพราะบาดเจ็บที่แขนทำให้ไม่สามารถเล็งได้โดยสะดวก เขาค่อยๆถอยออกมาตั้งหลัก ในจังหวะที่กำลังจะเหนี่ยวไกปืนนั้นเอง ไอรินก็วิ่งพุ่งเข้ามากอดรวบร่างเด็กหนุ่มลงไปกองกับพื้นได้ทันฉิวเฉียด ไอรินคว้าโอกาสนี้ไวกว่า เธอรีบเตะปืนในมือของวิคเตอร์ออกไป แล้วขึ้นคร่อมร่างบีบคอเขาอย่างแรง

            ซิก พี226 ของนายน่ะ สิ้นฤทธิ์แล้วย่ะ!”

            แต่ดูเหมือนเด็กหนุ่มจะไม่ยอมเธอง่ายๆกับคำพูดขู่เพียงแค่นี้ เขาพยายามรวบรวมแรงอีกเฮือกเอานิ้วจิ้มเข้าไปที่ดวงตาของหญิงสาว ไอรินร้องออกมาด้วยความเจ็บจนต้องปล่อยมือออกจากคอเขา

            “อ๊ากก!

            “แค่ก...แค่กๆวิคเตอร์ไออย่างหมดแรง เขาล้มลงนอนจมกองเลือด  วิสัยทัศน์เริ่มเลือนราง ความหนาว ความเจ็บสลับกับชาในแผลที่ถูกยิงแสดงให้เห็นว่าเขาเองได้เสียเลือดไปมาก

            ที่นี่ไม่ใช่ที่ตายของฉัน เขาคิดและพยายามรวบรวมแรงอีกครั้งคว้าปืนที่ถูกเตะกระเด็นอยู่ใกล้ๆขึ้นมายิงไอริน ทว่า...

            ฉึก!

            ไอรินหยุดเด็กหนุ่มเอาไว้ก่อนด้วยการเอามีดแทงใต้มือซ้ายซึ่งเป็นมือข้างที่ถนัดของเขา วิคเตอร์ใช้มืออีกข้างพยายามจะดึงมีดนั้นออกไป ไอรินเห็นว่าเขาคงไม่ยอมแน่ๆ จึงใช้ส้นรองเท้ากดลงไปที่มืออีกข้าง กระแทกซ้ำจนเป็นแผลลึกเลือดไหลออกมาไม่หยุด ยังไม่พอใจเธอถอนเท้าออก แล้วเตะมีดที่ปักมือเอาไว้อยู่สุดแรงจนมีดนั้นปักลึกเหมือนถูกเสียบอยู่ที่พื้น

            “อ๊ากกก!

            วิคเตอร์ร้องอย่างเจ็บปวด ความเจ็บปวดนี้สาหัสยิ่งกว่าตอนที่เธอยิงเขาเสียอีก

            “ถึงนายจะไม่เก่งเรื่องการต่อสู้ แต่ก็สู้จนหมดหน้าตัก ฉันละชอบความพยายามของนายจริงๆ

            อ...ไอริน!” วิคเตอร์แค่นเสียงพูดอย่างยากลำบาก พละกำลังทั้งหมดนั้นได้เลือนหายไปสิ้นแล้ว เขายังไม่ละความพยายาม ยังคงพยายามจะคว้าปืนนั้นอยู่ แต่มือที่ด้านชาจนไม่รู้สึกเจ็บแล้วนั้นไม่เป็นดั่งใจ เขาขยับอะไรมันไม่ได้เลย

            ชุดสีแดงนี่ไม่เหมาะกับนายเลยนะ

            ไอรินยิ้มมุมปากอย่างมีชัย เมื่อเห็นคู่ต่อสู้นอนแผ่หลาไร้เรี่ยวแรงจมกองเลือด เธอเดินวนทวนเข็มนาฬิกาไปรอบๆ พลางผิวปากเป็นเพลงที่วิคเตอร์ฟังแล้วรู้สึกขนลุก ก่อนจะหยิบปืนที่ยึดมาได้ขึ้นมาจ่อที่กลางศีรษะของเด็กหนุ่ม

            บ๊ายบาย...

            แต่ก่อนที่ไอรินจะได้เหนี่ยวไกก็มีอะไรบางอย่างหยุดเธอไว้ก่อน...

            พลั่ก!!

            ชาลีกระโดดถีบสองขาเข้าที่กลางหลังของไอริน ปืนหลุดจากมือกระเด็นออกไป หญิงสาวล้มลงหน้าคว่ำตามจังหวะที่ถูกถีบ ในโอกาสนี้ชาลีรีบขึ้นคร่อมหลังเธอทันที

            “แย่จริง นึกว่าจะขี้ขลาดไม่กลับมาแล้วนะเนี่ยไอรินพูดกับชาลี เธอยังคงยิ้ม แต่ในคราวนี้ ไม่แน่ใจว่ายิ้มกับการเซอร์ไพรส์ของฝ่ายตรงข้าม หรือยิ้มให้กับโชคชะตาของตัวเองกันแน่

            “ฉันไม่เคยใช้เท้ากับผู้หญิง แต่ครั้งนี้...ฉันทนไม่ไหวจริงๆ!” ชาลีพูดอย่างเหลืออดและหยิบปืนสีทองที่ตกอยู่ที่พื้นขึ้นมาจ่อหัวไอริน ตายซะ!

            “เดี๋ยวก่อน!

            เสียงที่คุ้นเคยนั้นทำเอาชาลีชะงักมือลง เด็กสาวที่ปรากฏตรงหน้าคือหลี่นั่นเอง

            ชายหนุ่มหรี่ตาลงคล้ายนึกสงสัย เขาอยากแก้แค้นให้น้องสาวจนแทบตัวสั่น ทำไมหญิงสาวคนนี้ถึงต้องมาห้ามเขาด้วยล่ะ

            “ขอโทษนะที่มาช้า พวกเธอเป็นอะไรไหม

            “ถามเจ้านั่นเถอะชาลีบอกกับเธอ พลางถามด้วยความกลัว  ฉัน...ควรจะทำยังไง

            หลี่ยังไม่ทันจะได้อ้าปากตอบ เสียงไอรินคำรามออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยวก็ดังขัดขึ้นเสียก่อน

            “ฮึ่ม ยัยตัวยุ่ง...! เธอขวางงานฉันอีกแล้ว

            “ชาลี เธอรีบพาวิคเตอร์ไปโรงพยาบาลเถอะหลี่บอกกับชาลี ตรงนี้ฉันจะจัดการเอง แล้วห้ามกลับมาที่นี่จนกว่าฉันจะอนุญาตล่ะ

            “เฮ้ย! แล้วเธอล่ะ

            “รีบไปเดี๋ยวนี้เลย!หลี่ตวาดใส่ชาลีทันทีอยากให้ฉันยิงนายหรือไง

            “ข..เข้าใจแล้วชาลีพูดแล้วรีบหิ้วร่างวิคเตอร์ที่มีสภาพเลือดโชกตัวออกไปจากโรงนาทันที สภาพเด็กหนุ่มที่กำลังหายใจรวยรินเป็นแรงกดดันให้เขาต้องเร่งฝีเท้ามากขึ้น เพราะหากช้าละก็...วิคเตอร์ตายแน่

            ไอรินค่อยๆประคองตัวลุกขึ้นยืน เธอมองไปที่หลี่ด้วยสายตาโกรธแค้น แต่หลี่มองกลับไปด้วยสายตาเรียบเฉย

            “คุณลุงคาร์ลวินไม่ต้องการแบบนี้!”

            “แต่เจ้าพวกนั้นมีข้อมูลที่มีประโยชน์อยู่หลี่อธิบายเหตุผลเราฆ่าพวกเขาไม่ได้

            “ให้ตายเจ้าพวกนั้นก็ไม่พูดหรอก ต้องฆ่าทิ้งเท่านั้น เธอว่า ก่อนจะค่อยๆหยิบปืนขึ้นมา อ้อ...แล้วฉันก็ไม่อยากฆ่าเธอหรอกนะ เดี๋ยวจะเดือดร้อนไปเปล่าๆ แต่ถ้าฉันจะฆ่าละก็...ตอนนี้ก็ทำได้ ฉันไม่สนหรอกนะ

            “งั้นเรามาลองกันสักตั้งไหมล่ะ น่าสนุกนะ...ไอรินหลี่ยักไหล่พูดยั่วโมโหเธอเล่น ก่อนจะหยิบปืนที่เหน็บไว้ที่เอวขึ้นมา

            “ได้ เธอชวนฉันเองนะไอรินตอบรับคำท้าของหลี่ ทั้งสองชูปืนขึ้นมาพร้อมๆกันแล้วเหนี่ยวไก

            ปัง!!

            เสียงปืนดังขึ้นเพียงแค่นัดเดียว ใครกันที่จะเป็นผู้ถูกยิง!?

 

 

 

           

 

 







 

ภาคผนวก

ซิกมันด์ ฟรอยด์

 

 

ทฤษฎีจิตวิเคราะห์คิดค้นโดย Sigmund Freud (1856-1939) ซึ่งเป็นจิตแพทย์ชาวเวียนนีส ทฤษฎีของเขาได้รับการยอมรับเป็นอย่างมากในยุคนั้น มีแนวคิดต่าง ๆ เกี่ยวกับปัญหาด้านจิตใจที่พัฒนาตามมาอีกมากมาย

แม้ใน ปัจจุบันความสำคัญของทฤษฎีจิตวิเคราะห์จะมีบทบาทลดลง ทฤษฎีด้านชีวภาพและการรักษาด้วยยามีบทบาทมากขึ้น แต่ก็ยังเป็นที่ยอมรับกันว่า ทฤษฎีจิตวิเคราะห์เป็นส่วนที่ช่วยให้เข้าใจปรากฏการณ์ต่าง ๆ ของจิตใจได้เป็นอย่างดี

อ้างอิงจาก http://www.trueplookpanya.com/new/cms_detail/knowledge/23157-00/





 

ดอกแอสเตอร์

 

แอสเตอร์จัดเป็นไม้ดอกที่มีลักษณะคล้ายดอกเบญจมาศมาก เพียงแต่มีขนาดดอกเล็กกว่า แอสเตอร์มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีนและญี่ปุ่น ดอกเอสเตอร์เป็นตัวแทนความหมาย ความสละสลวย และความประณีต ดอกเอสเตอร์ยังบ่งบอกถึงความน่าหลงใหลความมีเสน่ห์ อีกทั้งยังเชื่อว่า ดอกเอสเตอร์มีพลังวิเศษที่สามารถคุ้มครองจากซาตานได้

ข้อมูลจาก http://natres.psu.ac.th/Department/PlantScience/510-111web/510-482web/510-482web-1-10-46/Aster.htm

            http://writer.dek-d.com/bananajub555/story/viewlongc.php?id=822625&chapter=13

 

 

ซิก พี226

เป็นปืนดังที่เข้าชิงกับบาเร็ตต้า โครงอัลลอยด์ ลำกล้อง 4 3/4 นิ้ว ระบบรีคอยด์เบราว์นิง แพตเตอร์-ซิก ขัดกลอนด้วยสันรังเพลิง จุ 15+1 นัด นิรภัยเข็มแทงชนวน มีคันลดนก ศูนย์คอมแบท น้ำหนัก 885 กรัม ปฎิบัติการ ออโต้/ซิงเกิ้ล เป็นปืนที่ดีเยี่ยมในหลายๆด้านระะบบความปลอดภัยเป็นเยี่ยม ใช้งานง่าย เคยทดสอบจนได้เข้าประจำการเป็น ปืนในหน่วยงานดังๆหลายหน่วย

ข้อมูลจาก http://www.gun.in.th/board/index.php?topic=97616.0

 

224 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 28 สิงหาคม 2558 / 20:37
    บทนี้ประทับใจชาลีแฮะ หวงน้องสาวได้น่ารักดี 555 แล้วสรุปวิคเตอร์คู่อเล็นเล่สินะ ยังมีข้อสงสัยอีกเยอะแบบนี้ต้องตามต่ออ 
    ปล.สนุกมาก อ่านช่วงหลังได้อารมณ์เหมือนดูหนังแอ็คชันอยู่เลย
    #215
    1
    • #215-1 Victoria Bytes (@bestyworld) (จากตอนที่ 4)
      30 สิงหาคม 2558 / 19:29
      ชาลีเป็นซิสค่อนค่ะ ฮ่าๆ :3
      #215-1
  2. #168 ♠ e l f . (@sanael) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2558 / 15:01
    ชาลีนางเป็นพี่ชายที่น่ารักมาก <3
    ตอนท้ายนี่รู้สึกถึงความแมนของขุ่นชาลี
    อุแหม่ะ รักตัวละครคนนี้จัง ^_____^
    #168
    0
  3. #150 ปอมะนิลา (@trmeyourname) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2558 / 21:39
    ภาษาดี  มีอะไรให้พี่ติบ้าง  5555555555  ภาษามันดีจริง ๆ นะ  เอาล่ะ  ไม่อ่านแล้ว  มันดีเกินไป  ถถถถถถถถถ  
    #150
    1
    • #150-1 Besty (@bestyworld) (จากตอนที่ 4)
      17 มิถุนายน 2558 / 22:16
      เราดีเกินไปปปปป เข้าใจว่าไม่ใช่แนว เท่านี้ก็ดีใจแล้วค่ะ ๕๕๕
      แวะมาเยี่ยมกันได้นะคะ
      ขอบคุณที่มาเยี่ยมค่ะพี่ปอ บัดเดอร์คนนี้ขอขอบคุณค่ะ ^^
      #150-1
  4. #70 ruby roes (@nusikan) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2557 / 20:41
    ฟินกับอเลนเล่ X วิคเตอร์ >///< อยากวาดแฟนอาร์ตคู่นี้ซะแล้วสิ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 17 มิถุนายน 2557 / 20:43
    #70
    0
  5. #30 dinn (@idin12345) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มีนาคม 2557 / 18:42
    การใช้ภาษาดีมากเลยครับ น่าประทับใจมาก 
    แต่เป็นแนวส่งประกวดเอารางวัลมากกว่าจะเป็นประเภทงานตลาดสำหรับขายนะครับนี่
    เพราะงานดี มักขายไม่ค่อยออก 555
    "แหม... เห็นนิ่งๆ แต่ก็ซิ่งเก่งนะเรา" ^ ^" ชอบมากเลยครับ
    เริ่มมีข้อมูลให้ทำความเข้าใจเพิ่มขึ้นมากทีเดียว แต่คงยังต้องติดตามต่อ เพราะปริศนาเพิ่งจะเริ่มต้น สินะ 5555 
    #30
    0
  6. #14 shika (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2556 / 15:07
    ชอบอะ
    #14
    0