Intimate Mind ล่าล้างฝัน จิตสังหาร

ตอนที่ 28 : Chapter 26: Intimate Mind จิตใจที่ใกล้ชิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 78
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    29 พ.ค. 58

©
t
h
e
m
y
b
u
t
t
e
r
-Chapter 26-
Intimate Mind  จิตใจที่ใกล้ชิด





            ดี.ซี. นั่งทำงานที่หน้าจอโน๊ตบุ๊ค ทดสอบโค้ดที่วิคเตอร์แกะเอาไว้ พลางเปิดเพลงแจ๊สฟังเพลินๆ เวลากลางคืนเช่นนี้เป็นช่วงที่เขาชอบที่สุด เพราะเงียบสงบ และเป็นช่วงเวลาที่เขารู้สึกจิตใจนิ่งที่สุดอีกด้วย

            แม้จะอยู่ในห้อง แต่ถึงกระนั้น เขาก็ยังคงระวังสิ่งแวดล้อมรอบข้างอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน

            ร่างวิคเตอร์และชาลีนอนหลับไหลอยู่บนเตียง สายน้ำเกลือและอาหารถูกต่อเข้ากับแขน เพื่อให้สารอาหารแก่ร่างกายในยามที่หลับไหลเป็นเวลานาน พวกเขากำลังดำดิ่งลึกลงสู่อีกห้วงมิติหนึ่ง มิติในใจของทุกคน เพื่อค้นหาความสามารถพิเศษของตนเอง

            สมาร์ทโฟนเปิดแอปพลิเคชั่นเป็นนาฬิกานับเวลาถอยหลัง อีกราวๆเจ็ดสิบสองชั่วโมง หรือก็คืออีกสามวัน พวกเขาจะตื่นขึ้นอีกครั้ง

            ตื่นจากโลกแห่งจิตใจ...

**********

            ชาลี...

            ไฮดี้...

            เสียงเรียกนั้นทำให้ชาลีหลุดจากห้วงความฝัน เมื่อลืมตาขึ้นจึงพบว่าตนได้มาอยู่ในสถานที่แห่งนี้อีกครั้งหนึ่ง ห้องสีขาวโพลนที่ว่างเปล่า ห้องที่เชื่อมโยงจิตใจทุกคนเอาไว้ด้วยกัน...

            จริงสิ แล้ววิคเตอร์ล่ะ?

            คิดได้เช่นนั้น เขาจึงตะโกนออกไป วิคเตอร์ เฮ้ นายอยู่ที่ไหน!”

            เงียบ ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ

            หรือถ้าจะมี ก็คงจะเป็นเสียงของเด็กหญิงคนหนึ่ง...

            ช่วยด้วย...

            เสียงนั้นฟังดูอ่อนล้า เธอหายใจรวยรินเหมือนกำลังจะสิ้นลม ชาลีลอกแลกหันมองซ้ายขวาเพื่อหาที่มาของต้นเสียง แม้พยายามวิ่งหาเท่าไรก็ไม่เจอเธอคนนั้น จึงได้แต่ตะโกนออกไป

            เธอเป็นใคร ขอฉันเข้าไปในโลกของเธอทีสิ!”

            ไม่ทันที่เสียงนั้นจะได้ตอบ มือเล็กๆก็รั้งเขาเอาไว้ก่อน

            เมื่อชาลีหันมองจึงพบว่าเป็นเด็กชายคนหนึ่ง ใบหน้านั้นเหมือนกับวิคเตอร์ไม่มีผิด เขาสวมแว่น ผมสั้นสีดำขลับ มัดปอยผมเล็กน้อย มือนั้นจับรั้งชาลีไว้แน่น เหมือนกำลังเตือนอะไรบางอย่าง

            อย่าไป

            ทำไมล่ะ!” ชาลีถาม ในขณะที่เด็กชายยังคงนิ่งเงียบ เขาก้มหน้า

            เธอตายไปแล้ว โลกนั้นไม่มีอยู่อีกต่อไป

            ร่างนั้นค่อยๆจางหายไปกับอากาศ ทันใดนั้นเอง ราวกับห้วงมิติกำลังบิดเบี้ยว พื้นห้องสั่นไหวจนชาลียืนไม่อยู่ พื้นแตกแยกออกจากกันจนร่างชาลีหล่นลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง เขาได้แต่เบิกตาโพลงด้วยความตระหนกตกใจ

            เฮ้ย อะไรกันเนี่ย ช่วยด้วย!”

            ร่างหล่นลงไปอย่างรวดเร็ว รอบตัวมืดลงเรื่อยๆ เหมือนเขากำลังถูกอะไรบางอย่างดูดกลืนลงไป ร่างจมดิ่ง ความมืดรายรอบตัวทำให้ทุกอย่างน่าสะพรึงกลัว เขาได้แต่แหวกว่ายไปมาในอากาศอย่างตื่นตระหนก ในเวลานี้ไม่มีอเล็นเล่แบบคราวก่อนแล้ว แต่ถึงอย่างไร เขาก็ต้องเอาตัวรอดด้วยตนเองให้ได้

            จะทำยังไงดี!?

            พี่คะ...

            ภาพใบหน้าของชาร์ลอตผุดขึ้นในหัวอีกครั้ง ในระหว่างที่ร่างกำลังดำดิ่งลงสู่เบื้องล่าง ท่ามกลางความมืดมิดไร้ที่สิ้นสุด เขายังเห็นภาพนั้น... ผมยาวสลวยสีบลอนด์ ดวงตาสีฟ้า และรอยยิ้มของเธอ รอยยิ้มอันแสนเศร้าตอนที่พบกันครั้งแรกในโรงพยาบาล และรอยยิ้มแสนสุขครั้งสุดท้ายของชีวิต ท่ามกลางท้องฟ้าสีแดง... เขายังจำได้ดีไม่มีวันลืม

            ความตาย ไม่สามารถพรากความทรงจำอันล้ำค่าไปได้!

            ไปเลย พาฉันไปที่นั่นสิ!”

            เขาตะโกน ร่างที่จมดิ่งค่อยๆตกลงสู่พื้นอย่างนุ่มนวล

            ชาลีลุกขึ้นยืน เขามองไปรอบๆ ท่ามกลางความมืด มีเด็กหญิงคนหนึ่งยืนอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้มากนัก ชายหนุ่มค่อยๆเดินไปหาเด็กหญิงคนนั้น ก่อนจะกล่าวเรียกเธอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

            แม่หนูน้อย รู้ไหมว่าที่นี่ที่ไหน

            เด็กหญิงคนนั้นหันหน้ากลับมา ร่างค่อยๆเปลี่ยนแปลงเติบโต ผมสั้นสีบลอนด์ค่อยๆยาวสยายเป็นประกาย ร่างสูงจนเท่าไหล่ของชาลี นัยน์ตาสีฟ้าฉายแววขรึมแต่แฝงความขี้อาย เธอสวมชุดเดรสสีขาวเรียบๆ

            ใช่แล้ว เธอคนนั้นก็คือ...

            ชาร์ลอต... ชาร์ลอต!”

            ชาลีร้องขึ้น น้ำตาไหลคลอเบ้าตา เขาโผเข้ากอดเธอด้วยความดีใจ ทว่ากลับกลายเป็นคว้าอากาศเปล่า ร่างเขาล้มตึงไม่เป็นท่า ชาลีหันกลับไปมองเธออีกครั้งด้วยความโศกอาลัย เขาทำได้แค่เพียงแค่เห็นเท่านั้นหรืออย่างไรกัน?

            ชาร์ลอตหันมองเขา ร่างนั้นโปร่งใส มีแสงสว่างส่องเรืองๆเพียงเล็กน้อย ราวกับเธอนั้นได้กลายเป็นวิญญาณไปแล้ว และเขากับเธอไม่ได้อยู่ในมิติเดียวกัน

            ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะคะเธอยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ดูปิติที่สุดเท่าที่ชาลีเคยเห็นมา เด็กสาวยกมือขึ้นแตะปากตนเองเล็กน้อย ก่อนจะทิ้งมือลงแนบกับลำตัวตามเดิม แต่... ที่นี่ไม่ใช่ที่ของพี่ค่ะ

            นี่คือเธอจริงๆ หรือเป็นเพียงแค่ภาพเธอจากความทรงจำของฉันกันแน่?เขาถาม ก่อนจะค่อยๆประคองตัวลุกขึ้นยืน แม้พยายามจ้องตาเธอลึกเข้าไปด้านในเท่าไร แต่กลับเห็นเพียงความว่างเปล่า

            ตราบใดที่ยังไม่ลืม หนูจะอยู่ในใจของพี่ตลอดไป

            พูดจบ ร่างของเธอก็ค่อยๆสลายไปกับอากาศ ก่อนที่จะจางหายไป เธอยังคงส่งยิ้มให้กับเขา เหมือนกับเป็นคำอำลาสุดท้ายจากความทรงจำ...

            ฉันจะไม่มีวันลืมเธออีก...

            เขาพูดขึ้น แม้ร่างนั้นจะหายไปแล้ว แม้ที่แห่งนี้เหลือแต่เพียงก้นบึงแห่งความมืดมิด และแม้จะมองไม่เห็นซึ่งทางเดินใดๆ แต่ชาลีก็ไม่ย่อท้อ เขายังคงก้าวเดินต่อไปเรื่อยๆอย่างมีความหวัง

            ตราบจนกว่าเขาจะพบแสงสว่างที่ปลายทาง จนกว่าเขาจะหาความสามารถของตนเองเจอ!

            เดินไปเรื่อยๆอยู่นาน ในที่สุดพื้นที่รอบๆก็ค่อยๆสว่างขึ้น ตรงหน้าปรากฎเป็นรถเข็นวีลแชร์ เด็กสาวคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่บนนั้น เธอหันหลังให้เขา

            เธอเป็นใครน่ะ...

            ชาลีถามขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน เด็กสาวค่อยๆเข็นวีลแชร์หันหน้ามาที่เขา ก่อนจะส่งยิ้มให้

            ใบหน้านั้น แม้เขาจะไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ก็ทำให้รู้สึกได้ถึงใครบางคนเป็นอย่างดี

            ดวงตาสีเขียวมรกต ผมยาวสีดำมันขลับ ท่าทางดูใจดีและอ่อนโยน หน้าตาคล้ายๆกับคนที่เขารู้จักคนหนึ่งไม่มีผิด ใช่แล้ว เธอคือ...

            พี่สาวของวิคเตอร์!

            สวัสดีจ้ะ เสียงนั้นทักทายอย่างนุ่มนวลและเป็นมิตร เธอเอียงคอยิ้มให้กับเขา

            เอ่อ... คือ ผมชื่อไฮดี้ หรือจะเรียกว่าชาลีก็ได้ครับเขาแนะนำตัวอย่างสุภาพ แอบรู้สึกสึกเคอะเขินอยู่บ้าง เพราะรัศมีความเป็นมิตรที่เจิดจ้าของเธอ คุณคือ... พี่สาวของวิคเตอร์สินะครับ

            ใช่แล้วจ้ะ

            ภาพนั้นเขายังจำได้ดี เธอนอนจมกองเลือดอยู่ในโบสถ์ วิคเตอร์ที่กรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่งเพราะการตายของเธอ... อะไรที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นมานะ?

            แม้ในใจอยากจะรู้ แต่ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจเปลี่ยนไปถามอย่างอื่นแทน คุณ... ตายไปแล้วไม่ใช่เหรอครับ

            ที่นี่คืออีกมิติหนึ่งของความทรงจำจ้ะ ตราบใดที่คนที่ยังมีชีวิตอยู่ยังไม่ลืมผู้ล่วงลับไป เขาก็จะยังอยู่ในใจของคนๆนั้นเสมอ

            ชาลีพยักหน้าอย่างเข้าใจ แต่ผมไม่รู้จักคุณ ทำไมถึงเห็นคุณได้ล่ะครับ

            เพราะเธอเชื่อมต่อกับเขายังไงล่ะจ๊ะ ชาลีเธอตอบ ความผูกพันทำให้เกิดการเชื่อมต่อระหว่างจิตใจโดยอัตโนมัติ หรือจะเรียกว่าปรากฎการณ์ Intimate Mindก็ได้จ้ะ

            “Intimate Mind...” เขาทวนคำซ้ำเพื่อจะได้จดจำให้ขึ้นใจ จิตใจที่ใกล้ชิดน่ะหรือครับ คุณเวียร์รี่

            ถูกแล้วจ้ะ จิตใจที่ใกล้ชิด ก่อให้เกิดสายใยที่ผูกระหว่างจิตใจและความทรงจำของกันและกัน บางครั้งมันอาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว สายใยนั้นจะไม่มีวันตัดขาดออกไปได้

            นั่นเป็นสาเหตุให้ผมเห็นความทรงจำของเขา ใช่ไหมครับ

            เธอพยักหน้า

            ขอบคุณครับ คุณเวียร์รี่เขากล่าวอย่างสุภาพ ก่อนจะถามคำถามต่อไป ถ้าที่นี่คืออีกมิติหนึ่งของจิตใจ นั่นก็หมายความว่าในห้วงโลกแห่งจิตใจ มีมิติทับซ้อนมากมาย... ผมค่อนข้างงง อธิบายหน่อยได้ไหมครับ

            เธอจะต้องรู้ด้วยตัวของเธอเอง

            แต่...!”

            หมดเวลาของฉันแล้วจ้ะ ฉันหวังว่าเธอจะหาคำตอบได้ โชคดีจ้ะ

            เวียร์รี่ทิ้งท้าย ร่างโปร่งใสของเธอค่อยๆจางหายไปกับอากาศเหมือนกับชาร์ลอต ทิ้งให้พื้นที่รอบข้างกลับมาเงียบงันอีกครั้ง ชาลีได้แต่ยืนนิ่งด้วยความอึ้ง ในจังหวะนั้นเอง ที่เขารู้สึกเหมือนกำอะไรบางอย่างในมือ จึงยกมันขึ้นมาดู         

            จิ๊กซอว์นี่นา!

            เขาเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ มันมาอยู่ในมือได้อย่างไรกันนะ?

            หรือการที่เราได้มาที่นี่ จะเป็นอีกกุญแจที่เชื่อมโยงอดีต...

            เขานำจิ๊กซอว์ที่ได้รับมาต่อกับอีกสามชิ้นที่เหลือ ซึ่งก็ต่อได้อย่างพอดิบพอดี ทันใดนั้นเอง ได้เกิดแสงสว่างส่องวาบไปทั่วทุกทิศ ลมอ่อนๆพัดเรือนผมของเขาปลิวไสว

            เมื่อแสงนั้นจางลง จึงพบว่าเขากำลังยืนอยู่ในห้องแล็บ วิคเตอร์ในวัยเยาว์กำลังทำการทดลองอะไรบางอย่างอยู่ในห้อง มีชายคนหนึ่งยืนดูอยู่ข้างๆอย่างใกล้ชิด หน้าตาที่คล้ายๆกันทำให้ชาลีพอเดาได้ว่าน่าจะเป็นพ่อของวิคเตอร์

            เพราะตัวเล็ก ทำให้เขาต้องยืนเขย่งเวลาทำการทดลอง ในจังหวะนั้นเอง ที่มือของเขาไปปัดโดนอุปกรณ์บนโต๊ะ บีกเกอร์หลายถ้วยหล่นลงบนพื้น เสียงตกแตกดังเพล้งทำเอาเขาผงะเดินถอยหลัง ก่อนจะยืนแข็งทื่อเป็นหินด้วยความหวาดกลัว

            งานเข้าแล้วไงชาลีอุทานเบาๆ

            ผู้เป็นบิดายืนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินไปใกล้ๆเขา แล้วกระทำบางสิ่งที่ทุกคนคาดไม่ถึง

            ผัวะ!

            เขาเงื้อมือขึ้นต่อยใบหน้าเด็กชายจนหน้าหัน ร่างเล็กเซล้มลงกับพื้น ด้วยแรงต่อยที่หนักมือทำให้เลือดสีแดงสดกลบที่มุมปากวิคเตอร์เป็นสาย ชายหนุ่มยืนกอดอก ก่อนจะตำหนิเสียงดุ

            ทำไมซุ่มซ่ามแบบนี้ หา!?” เขาคำรามแบบนี้จะเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ดีได้ยังไงกัน

            ขอโทษครับ...เด็กชายพูดได้แค่นั้นเพราะกำลังกลั้นสะอื้น มือยกขึ้นเช็ดเลือดออก ก่อนจะเดินไปหยิบทิชชู่บนโต๊ะมาเช็ดรอยเลือดที่ถูกแก้วบาดที่มือออก ชายหนุ่มยังคงโวยวายต่อ

            ขอโทษแล้วได้เรื่องไหม ดูซิ เจ็บตัวเพราะตัวเองแท้ๆ เรื่องเล็กๆแค่นี้ยังผิดพลาด แล้วจะไปทำเรื่องใหญ่ๆในอนาคตได้ยังไง!”

            เขาเดินเข้าใกล้ ก่อนจะหยิบไม้เท้าข้างโต๊ะมาตีเขาอย่างแรง แล้วโยนมันใส่เด็กชายเป็นการปิดท้าย ชายหนุ่มทำท่าจะเดินเตะเท้าปึงปังออกไปจากห้อง แต่ก็ต้องผงะ เมื่อพบว่าหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ที่หน้าประตูพอดี

            เวอร์นอน คุณทำแบบนี้ทำไม!” เธอคำรามลั่น ก่อนจะวิ่งถลาไปหาวิคเตอร์อย่างตื่นตระหนก ล้วงผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าเสื้อขึ้นมาเช็ดรอยเลือดตามร่างกาย หัวแตก ตัวเขียวไปหมด... ตายแล้ว ถูกเศษแก้วบาดนี่!”

            ชายหนุ่มส่ายหน้า ก่อนจะสะบัดตัวเดินออกไปจากห้อง จะว่าผมเป็นพ่อที่ห่วยแตกก็เชิญเลยนะ วิคตอเรีย แต่ผมเบื่อเต็มทีแล้ว!”

            เบื่ออะไร คุณพูดอีกทีซิ เบื่ออะไร!?”

            เบื่อคุณ เบื่อเวียร์รี่ ไอ้ลูกสาวพิการเฮงซวย และเบื่อไอ้ลูกชายอ่อนแอนี่ด้วย ผมอยากหนีไปไกลๆ ผมทนมามากพอแล้ว!”

            อ๋อ คุณอยากจะหย่าใช่มั้ย ได้ เอาเลย แน่จริงก็หย่ากับฉันสิ!”

            เพราะต่างคนต่างขึ้นเสียงใส่กัน จึงทำให้บรรยากาศดูตึงเครียดวุ่นวายหนักเข้าไปอีก ทั้งสองยังคงโต้เถียงต่อกันไม่หยุด วิคเตอร์รู้สึกเจ็บปวดใจทุกครั้งที่ต้องเห็นภาพเช่นนี้ เขาพยายามเดินเข้าไปขวางกลางวง ก่อนจะกางแขนห้าม แต่ไม่ทันจะได้พูดอะไร พ่อก็ผลักร่างเขาล้มคะมำกับพื้นเสียก่อน

            ออกไป เกะกะ ผู้ใหญ่เขาคุยกัน!” เวอร์นอนตะคอกใส่

            เด็กชายพยายามกลั้นสะอื้น ก่อนจะตอบเสียงแข็ง ถ้าเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ แล้วผลักผมทำไม ทำไมถึงต้องทำให้ผมกับพี่เวียร์รี่เสียใจ ทำไมพ่อต้องทำร้ายลูกตัวเองด้วยล่ะ ในเมื่อมันไม่เกี่ยวกับเด็กอย่างผม!”

            กล้าเถียงเหรอ... กล้าต่อปากต่อคำกับพ่อเหรอ!” ชายหนุ่มกระชากคอเสื้อของวิคเตอร์ขึ้น เงื้อมือทำท่าจะชก แต่วิคตอเรียผู้เป็นแม่ได้หยิบไม้ที่พื้นฟาดไปที่สามีก่อน ทำให้เขามึนไปชั่วขณะ จังหวะนี้เธอรีบดึงร่างวิคเตอร์กลับมากอดในอ้อมอกอีกครั้ง

            ฉันก็ทนไม่ไหวแล้ว เวอร์นอน คุณมันปิศาจชัดๆ!” เธอโวยวายลั่น แขนโอบกอดร่างของลูกชายตัวน้อยเอาไว้แน่น วิคเตอร์ได้แต่ยืนตัวแข็ง ปากสั่นระริกพูดไม่ออก เหงื่อกาฬไหลผุดทั่วใบหน้าด้วยความตระหนกกลัว

            คิดว่าคุณไม่ใช่ปิศาจหรือไง คุณคลอดเด็กที่พิการออกมา เธอไม่มีขา และคุณก็คลอดลูกชายที่อ่อนแอออกมาด้วย วิคตอเรีย คุณมันก็ไม่ต่างปิศาจ!”

            ไอ้คนเห็นแก่ตัว!” เธอสบถก่นด่า คิดว่าคุณไม่มีส่วนร่วมหรือไง ที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้

            ท่ามกลางสถานการณ์ที่วุ่นวายแต่แสนจะจำเจเช่นนี้ เขาไม่รู้ว่าควรจะทำสิ่งใดต่อไป พ่อและแม่ก็ยังคงทะเลาะกันต่อไปไม่หยุดหย่อน เขาเคยหวังว่าสักวันหนึ่งที่ทั้งสองจะกลับมารักกันอย่างเดิม ทว่าเป็นไปไม่ได้ ครอบครัวที่อบอุ่นแบบในการ์ตูนนั้น ไม่มีจริง!

            พ่อครับ แม่ครับ ได้โปรดหยุดทะเลาะกันเถอะ...

            แม้จะพยายามกล่าวออกไป แต่ไม่มีประโยชน์ เหมือนกับหยดน้ำที่ตกลงไปท่ามกลางเปลวเพลิงที่กำลังลุกไหม้ มันไม่ได้ช่วยดับไฟอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว

            เปลวเพลิงดูไม่มีทีท่าจะดับลง กลับโหมกระหน่ำหนักยิ่งขึ้นไปอีกจนเหมือนดั่งพายุไฟ วิคเตอร์รู้สึกอึดอัด ความรู้สึกเศร้าโศกประดังเข้ามาสุมอกจนเขาหายใจไม่ออก เขาเม้มปากแน่น หายใจขัด ปวดหัวเหมือนถูกบางสิ่งบีบอัดอย่างรุนแรง เขาทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว!

            วิคเตอร์ผละออกมาจากอกแม่ เขาวิ่ง... วิ่งหนีออกไปทั้งน้ำตา ทั้งที่ตัวยังโชกเลือด เขาวิ่งอย่างสุดชีวิตโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมาอีก เหมือนกับชีวิตนี้ไม่อยากจะรับรู้อะไรอีกต่อไปแล้ว ขอเพียงแค่หนีออกจากความวุ่นวายให้ได้ ขอเพียงแค่นี้เท่านั้น!

            คุณทำให้ลูกทนไม่ไหว คุณมันเลวที่สุด!” วิคตอเรียยังคงสบถด่าต่อไปไม่ยอมหยุด คำสัญญาตอนแต่งงานของคุณมันก็แค่คำหลอกลวงปลิ้นปล้อน!”

            แล้วคุณล่ะ อย่ามาทำโกหกผม แอบลอบคบชู้ใช่ไหม ผมรู้นะ อย่ามาทำตัวเป็นหญิงแพศยา!”

            การทะเลาะวิวาทรุนแรงขึ้นเรื่อยๆจนเกินขีดจำกัด คำพูดเริ่มหยาบคาย คำก่นด่าทำร้ายจิตใจซึ่งกันและกัน มันดำเนินไปอย่างต่อเนื่องไม่มีทีท่าจะหยุด

            ชาลีทำได้เพียงแค่ยืนนิ่ง เบิกตากว้าง อ้าปากค้างด้วยความอึ้ง

            วิคเตอร์ แก...ชาลีได้แต่พึมพำ สถานการณ์เช่นนี้ทำเอาเขาไปไม่ถูก เขาช่วยอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงสงสารและสังเวชใจ... ครอบครัวชาลีเองก็มีสภาพไม่ต่างกันเท่าไหร่

            พ่อที่คิดจะฆ่าน้องสาว เพียงเพราะเธอทำให้แม่ต้องตาย... ใช่ พ่อของเขาก็บ้าไม่แพ้กัน

            เขานึกถึงคำพูดของเวอร์นอนที่ตะคอกใส่วิคตอเรีย ไอ้ลูกสาวพิการเฮงซวย ไอ้ลูกชายอ่อนแอ  

            พี่สาวของวิคเตอร์ไม่มีขานี่... ส่วนวิคเตอร์เองก็สุขภาพไม่ค่อยดี...

            บ้า บ้าจริงๆ ทั้งที่เป็นคนทำให้พวกเขาเกิดมา แต่กลับรังเกียจเลือดเนื้อเชื้อไขตนเองแบบนี้ ทำได้อย่างไร เลวทรามจริงๆ...

            เพราะวิคเตอร์ได้วิ่งออกไปจากจุดนั้นแล้ว ภาพความทรงจำจึงค่อยๆกลายเป็นสีเทา ก่อนจะเปลี่ยนไปเป็นสถานที่ใหม่อีกครั้งหนึ่ง

            ชาลีรู้ดี นี่ไม่ใช่ความสามารถพิเศษของเขา... นี่เป็นเพียงเรื่องปกติในโลกแห่งจิตใจ หากความทรงจำส่วนไหนที่เจ้าตัวจำไม่ได้ หรือไม่ได้เห็น มันก็จะกลายเป็นแบบนี้...

            สถานที่รอบตัวค่อยๆกลายเป็นสีดำมืด เงาแห่งความวังเวงค่อยๆคืบคลานเข้ามาใกล้จนแทบมองไม่เห็นสิ่งใด อะไรซ่อนอยู่ในเงามืดนั้นนะ?

            ความน่ากลัวของสีดำ ก็คือความลึกลับคาดเดาไม่ได้นี่เอง...

            เฮ้ มีใครอยู่ไหม!?

            เขาตะโกนเรียกท่ามกลางความเงียบงัน หากเขาไม่ได้เข้าใจอะไรผิด เขายังไม่ได้ออกจากโลกของวิคเตอร์เลย ถ้าอย่างนั้น ที่นี่ก็คงจะเป็น...

            ก้นบึงในจิตใจของเขาอย่างนั้นหรือ?

            ช่วยด้วย...

            เสียงเด็กหญิงดังขึ้น มันคือเสียงของเอลเลน...

            เขาหันมองตามทิศทางของเสียง จึงพบว่าภาพตรงหน้าเป็นวิคเตอร์ยืนอยู่ ร่างเขายืนนิ่ง แววตาไร้ซึ่งอารมณ์ เด็กหนุ่มกำลังถือมีดจ่อคอไปที่เด็กหญิง เขากดมีดลงบนคอของเธอหนักขึ้นจนเป็นบาดแผลเลือดไหล เมื่อชาลีเดินก้าวเข้าไปใกล้

            ไม่เอาน่าเพื่อน...ชาลีพยายามพูดให้ฝ่ายตรงข้ามเลิกทำสิ่งที่ทำอยู่ แกไม่ใช่คนแบบนี้นะ

            ท่าทีนิ่งเฉยเหมือนไม่ได้ฟังในสิ่งที่เขาพูดเลยสักนิดเดียว เด็กหนุ่มยังคงยืนอยู่เช่นนั้น จ่อมีดที่คอของเอลเลน ก่อนที่ร่างเขาจะค่อยๆสลายหายไป

            เอลเลนเมื่อเห็นว่าตนเองหลุดจากพันธนาการ ก็รีบวิ่งบึ่งมาหาชาลีด้วยความดีใจ ชาลีกอดเธอเบาๆ ก่อนจะยกมือขึ้นลูบหัวปลอบประโลมเธออย่างอ่อนโยน แม้ว่าความมืดจะล้อมอยู่รายรอบตัว หากแต่เขาไม่ได้โดดเดี่ยว เขายังมีเอลเลน ดังนั้นเขาจะต้องไม่กลัว!

            วิคเตอร์กำลังแย่...เอลเลนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเพราะกำลังหวาดกลัว ชาลีสั่นศีรษะเล็กน้อย ก่อนจะลูบหัวเธออีกครั้งด้วยความเอ็นดู

            หมอนั่นมันเพี้ยน ฉันจะทำให้มันเป็นคนเดิมเอง

            ขอบคุณค่ะ... เอลเลนตอบเขา ก่อนจะก้มหน้างุด แต่หนูเป็นห่วงเขาเหลือเกิน

            ทุกอย่างจะไม่เป็นไรชาลีบอกกับเธอ เชื่อฉันสิ

            เอลเลนเงยหน้าขึ้นจ้องตาเขา ก่อนจะยิ้มให้บางๆ ค่ะ

            เอลเลนก็คือส่วนหนึ่งของอเล็นเล่... ดังนั้นฉันจะต้องปกป้องเธอ

            ชายหนุ่มคิดในใจ ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรกันอีก ได้แต่เพียงกอดกันแน่นท่ามกลางความมืด ชาลีมองไปรอบๆอย่างระแวดระวัง ในจังหวะนั้นเอง ที่คมมีดมันวาวสะท้อนแสงพุ่งขึ้นจากเบื้องบน มันร่วงหล่นลงปักที่พื้นดังฉึก เพราะความเงียบ ทำให้เสียงก้องกังวานไปทั่วทุกทิศ

            ชาลีหันไปมองที่ที่มาของเสียง ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปดูที่มีดนั้น เอลเลนเดินตามหลังมาติดๆ เธอจับมือเขาแน่นไม่ยอมปล่อย

            ทันใดนั้น มีดมากมายจากด้านบนก็ร่วงหล่นลงมาราวกับห่าฝน หากจะวิ่งหลบก็คงจะไม่ทันการเป็นแน่ เอลเลนร้องกรี๊ดด้วยความกลัว ด้วยสัญชาตญาณ ชาลีรีบคว้าร่างบอบบางนั้นโอบกอดแน่น แผ่นหลังใหญ่บึกบึนของชายหนุ่มปกคลุมร่างของเธอได้มิดพอดี

            มีดมากมายพุ่งลงมาปักที่กลางหลังของเขา เลือดไหลเจิ่งนองทั่วพื้น น่าแปลกที่เขาไม่รู้สึกถึงความเจ็บใดๆเลย แม้ชายหนุ่มจะรู้ดีว่ามีมีดนับสิบกำลังปักแทงอยู่ที่หลังก็ตาม เขายังคงกอดเอลเลนไว้แน่นหวังจะปกป้องเธอจากห่าฝนมีด

            ประหลาดดีจริงๆ โดนขนาดนี้ไม่ตายเหรอเนี่ย...

            เสียงหนึ่งดังขึ้น ฉับพลันนั้นที่มีดหยุดตกลงมาจากท้องฟ้า เมื่อชาลีเงยหน้าขึ้นมองจึงพบว่า คนคนนั้นคือวิคเตอร์... วิคเตอร์ในชุดยาวดำทึบ แววตาเป็นสีมืดราวปิศาจ เขากำลังถือเคียวยาวในมือ ราวกับยมฑูตก็ไม่ปาน

            แก... เป็นบ้าอะไรไปน่ะ!?” ชาลีคำราม

            เด็กหนุ่มหัวเราะหึๆด้วยน้ำเสียงลึกลับคาดเดาอารมณ์ไม่ได้ ชาลีเริ่มเห็นท่าไม่ค่อยดี เขารีบบอกกับเอลเลนทันทีด้วยความเป็นห่วง เธอสามารถไปที่ไหนก็ได้ในโลกของทุกคนใช่ไหม รีบไปจากที่นี่ซะ ฉันจะจัดการตรงนี้เอง

            แต่พี่ไฮดี้...

            ไปซะ!” เขาตะโกน เอลเลนได้ยินเช่นนั้นก็ทำได้เพียงพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง ก่อนจะยกมือขึ้นประสานกลางอก ร่างค่อยๆจางลง เธอได้คงโบกมือลาส่งท้ายให้ชาลี ก่อนจะหายไปเป็นส่วนหนึ่งกับอากาศ

            ชายหนุ่มกลับไปมองที่วิคเตอร์อีกครั้ง เด็กหนุ่มยกริมฝีปากขึ้นยิ้มกว้าง ทีท่าประหลาดเช่นนั้นเขาไม่เคยเห็นมาก่อน จึงได้แต่รู้สึกอึ้งอยู่ในใจ

            นี่ไม่ใช่แก นี่มันตัวปลอม!

            ฉันไม่ใช่ตัวปลอม ฉันคือส่วนหนึ่งของไอ้คนอ่อนแอนั่นเองแหละร่างดำมืดนั้นกล่าวขึ้น ฉันก็มีสภาพเหมือนกับเอลเลน คือเป็นส่วนหนึ่งในจิตใจของคนคนหนึ่ง

            งั้นแกก็คือด้านมืด...

            รังเกียจฉันหรือไง ใช่สิ คงรังเกียจมาก!” พูดจบร่างนั้นก็คว้าเคียวฟาดเข้าไปที่ชาลีเต็มๆ คมมีดเสียบทะลุร่างเขา ร่างถูกยกขึ้นลอยกลางอากาศ ชายหนุ่มเบิกตาโพลง ไม่ทันจะได้คิดอะไรต่อ เงามืดจากเบื้องล่างก็แยกตัวเป็นแฉก ก่อนจะพุ่งเข้าแทงร่างเขาไม่ยั้ง

            แม้ไม่รู้สึกเจ็บอะไรเลย แต่เรี่ยวแรงกลับเริ่มหมดลงเรื่อยๆ อาจเพราะเสียเลือดมากก็เป็นได้...

            อึดจริงๆ โดนขนาดนี้ก็ยังไม่ตาย สุดยอดไปเลยนะ

            ชาลีหายใจฮึดฮัด เขาพยายามยกมือขึ้นดึงปลายเคียวออกจากร่างกาย ทว่าไร้ซึ่งเรี่ยวแรง สุดท้ายจึงทำได้เพียงทิ้งมือลงข้างลำตัวอย่างหมดแรง มองเลือดที่ไหลหยดลงบนพื้นเป็นสาย ร่างที่เสียบติดกับปลายเคียวถูกยกขึ้นสูงเหนือพื้น ทันทีที่ชาลีเริ่มหมดความหวัง เขาก็เริ่มรู้สึกได้ทันทีเช่นกันว่าร่างกายเริ่มอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด สติค่อยๆเลือนรางอย่างควบคุมไม่ได้

            และร่างกาย... ค่อยๆจางลงจนเหมือนกับวิญญาณ

            พลังของนายมีแค่นี้เองน่ะหรือ?

            วิคเตอร์ค่อนเสียงพูดแกมดูถูก เขาดึงเงามืดออกมาเป็นคมมีดกระหน่ำแทงชาลีต่อไปโดยไม่ยั้ง ปากยังคงกล่าวค่อนแคะต่อไปด้วยความสนุกสนาน แสดงออกมาสิ แสดงออกมา ฉันอยากเห็นนายกรีดร้อง ฉันอยากเห็นพลังนั้น ฮ่าๆๆ!”

            ชายหนุ่มไม่มีแรงแม้แต่จะพูดอะไร ร่างตนเองกำลังจะจางหายไปเป็นส่วนหนึ่งของอากาศ เขารู้สึกตัวเบาหวิวราวปุยนุ่น สติเลือนรางลงเต็มที ใช่ เขาคงมีพลังแค่นี้... เขาคงจะปกป้องใครไม่ได้จริงๆ ชาร์ลอตถูกลืม และต้องมาตายก็เพราะเขา เขามันอ่อนแอ...

            ภาพเธอปรากฎขึ้นอีกครั้งตรงหน้า ผมยาวสีบลอนด์พลิ้วไสว เด็กสาวยิ้มให้กับเขา เธอโบกมือลา ก่อนที่ร่างจะค่อยๆจางหายไป คำพูดของเธอดังก้องในหูเขา เหมือนกับกำลังเตือนอะไรบางอย่าง

            หนูดีใจจังค่ะ ที่ได้เกิดมาเป็นน้องของพี่ไฮดี้

            ไม่...

            อย่าจากฉันไป...

            ฉันจะไม่ลืมเธออีกแล้ว!

            ไม่... ฉันจะไม่ยอมตายเด็ดขาด!”


224 ความคิดเห็น

  1. #209 ♠ e l f . (@sanael) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2558 / 18:48
    คิดถึงชอร์ลอต เห็นใจวิคเตอร์ อิจฉาความสบายของดี.ซี. (หื้ม?)
    ตอนนี้เริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ล่ะ ชอบ >____<
    #209
    0
  2. #191 Levi-san (@Levi-san) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 / 14:59
    สงสารวิคเตอร์จังเลยT^T
    #191
    0
  3. วันที่ 31 พฤษภาคม 2558 / 05:50
    แหงะ ด้านดาร์คของท่านวิคหรือเนี่ย =๏= อิหม่าเอ๋ยยยยยยยย ชาลีอย่าตายนะเว้ย!
    #130
    1
    • #130-1 Besty (@bestyworld) (จากตอนที่ 28)
      1 มิถุนายน 2558 / 02:06
      ตอนต่อไปมาแบ๊ว ลุ้นกันอีกทอดหนึ่งนะ!
      #130-1
  4. #129 I2ainI3ow (@choompu) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2558 / 01:12
    ไม่รู้จะเม้นว่าอะไร ที่หายไปนานเพราะเพิ่งกลับมาจากค่ายอาสาค่ะ 
    ยังติดตามอยู่เรื่อยๆนะคะ :)
    #129
    1
    • #129-1 Besty (@bestyworld) (จากตอนที่ 28)
      30 พฤษภาคม 2558 / 15:01
      ขอบคุณค่ะที่ยังติดตาม ปลื้มเลยค่ะ ><
      #129-1