Intimate Mind ล่าล้างฝัน จิตสังหาร

ตอนที่ 27 : Chapter 25: The land of dragon สู่แดนมังกร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 49
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    24 พ.ค. 58

-Chapter 25-
The land of dragon สู่แดนมังกร
 



            กลุ่มของวิคเตอร์มีสมาชิกรวมทั้งหมดห้าคน เสียชีวิตไปหนึ่งคน คือชาร์ลอต สมาชิกที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันคือ อเล็นเล่ ชาลี ดี.ซี. และตัวเขาเอง วิคเตอร์

            ดังนั้น ยูเลียนาจึงกลายเป็นสมาชิกในกลุ่มคนที่หกไปโดยปริยาย

            ยูเลียนาเก็บข้าวของใส่กระเป๋า เธอไม่ได้มีทรัพย์สินติดตัวมากนัก ในกระเป๋าเดินทางจึงมีเพียงแค่เสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัว รวมถึงเงินติดตัวอีกเล็กๆน้อยๆ

            จะย้ายจริงๆเหรอยูรา ทำไมล่ะ

            รูมเมทกล่าวถาม เธอลงมาจากเตียงชั้นสอง มองมาที่ยูเลียนาด้วยสายตาอาลัย เธอจะไม่มีเพื่อนในห้องพักแห่งนี้อีกแล้วจริงๆอย่างนั้นหรือ

            พอดีฉันต้องไปทำธุระที่ต่างประเทศ คงจะไม่ได้กลับมาแล้ว

            ยูเลียนาตอบเธอ แต่ขณะที่กำลังจะลากกระเป๋าออกมาจากห้อง รูมเมทสาวก็รั้งมือเธอเอาไว้ก่อน ก่อนจะยื่นอะไรบางอย่างให้

            มันคือเหรียญเงินสีเทาด้านมูลค่าหนึ่งรูเบิล มีหมายเลขหนึ่งอยู่บนเหรียญ อีกด้านหนึ่งเป็นรูปนกอินทรีย์สองหัว ยูเลียนาจับมันพลิกดูไปมา ก่อนจะถามขึ้นด้วยความสงสัย

            เหรียญธรรมดานี่?

            เหรียญนำโชคต่างหาก ห้ามใช้มันนะ!”

            ยูเลียนารับมันมาเก็บใส่เสื้อกั๊กสีน้ำตาล เธอยิ้มให้กับเพื่อน ก่อนจะเข้าสวมกอดกันเล็กน้อย

            โชคดีนะ รูมเมทกล่าวอวยพร

            เธอก็เหมือนกันยูเลียนาตอบยิ้มๆ ก่อนจะโบกมือลา แล้วเดินออกมาจากห้อง ปิดประตูเบาๆ พลางถอนหายใจ หัวใจเต้มตุ้มๆต่อมๆเพราะแอบรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย

            ก็ใครจะไปรู้ล่ะ ว่าคนธรรมดาอย่างเธอ แท้จริงจะเป็นถึงหนึ่งในห้าของคนที่องค์กรตามตัว

            และเธอก็กำลังจะได้เดินทางไกลครั้งแรก...

            ทั้งสี่คนยินรออยู่ด้านนอก ชาลียืนกอดอกมองมาที่เธอสลับกับกระเป๋าสัมภาระใบจ้อย ปากเอ่ยถามเสียงเรียบ เอามาแค่นั้น แน่ใจนะว่าหมดแล้ว

            อืม มีแค่นี้แหละเธอตอบ

            ยินดีต้อนรับสู่กลุ่มของพวกเรานะจ๊ะอเล็นเล่กล่าวเสียงสดใส ก่อนจะทำท่าแอ็คชันเต็มที่เพื่อเสนอสโลแกนของกลุ่ม พวกเรา We are one สู้ตาย... สู้ตาย!”

            อย่างกับเชียร์ลีดเดอร์เลยนะครับดี.ซี. แซว ทุกคนหัวเราะขึ้นพร้อมกัน ในขณะที่วิคเตอร์นิ่งเงียบ เขารู้สึกแปลกๆ ไม่รู้ว่าทำไม แต่เขาไม่กล้าสบสายตากับเธอเท่าไหร่ เด็กหนุ่มรีบพูดเปลี่ยนเรื่องทันที

            เอาละ เป้าหมายของเราต่อไป ต่อจากนี้ต้องแยกกันทำงานนะ

            ทุกคนเงียบเพื่อตั้งใจฟัง วิคเตอร์อธิบายต่อ

            ลืมบอกไปว่าจินเหลียงเป็นแฮกเกอร์ ตอนนี้โน๊ตบุ๊คฉันถูกก่อกวนจากหมอนี่อยู่ มันพยายามหาเลขไอพีฉัน ในที่สุดเจอจนได้ ข้อมูลหายเพียบ วุ่นวายมากเลยล่ะ เดี๋ยวคงต้องสวนกลับกันหน่อย

            งั้นก็ต้องแยกกันทำงาน นายกู้ข้อมูล ส่วนพวกเราหาตัวจินเหลียง ถูกไหมชาลีสรุป

            ไม่เชิง ฉันต้องการคนช่วยงานเพิ่มสักคนหน่อย

            อเล็นเล่ไม่ได้พูดอะไร เธอเพียงแค่ยิ้มบางๆ พวงแก้มเป็นสีชมพูระเรื่อ ชาลีรู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อ จึงรีบพูดขัดจังหวะขึ้นทันที อเล็นเล่ต้องไปกับฉัน

            ไม่ นายต้องกับ ดี.ซี. ต้องอยู่กับฉัน ส่วนอเล็นเล่กับยูเลียนาจะต้องหาจินเหลียงวิคเตอร์ตอบ ทั้งสองคนหาความสามารถพิเศษเจอแล้ว แต่พวกเรายังหาไม่เจอ ดังนั้น ระหว่างการโต้ตอบจินเหลียง พวกเราจะต้องนอน เพื่อหาความสามารถพิเศษ

            ดี.ซี. นิ่วหน้า ให้ผู้หญิงสองคนทำงานกันตามลำพัง จะดีเหรอครับ?

            เท่าที่อ่านประวัติมา ขายก๋วยเตี๋ยวเป็นอาชีพ ไม่ได้เข้าผับทุกวันแบบยูเลียนา ไม่น่าจะมีอะไรหรอกมั้งชาลีทำท่าครุ่นคิด ให้สาวๆดึงดูดผู้ชายเข้ามาก็ดีกว่าให้พวกเราไปกันอยู่แล้วด้วย ฮ่าๆๆ

            ใช่วิคเตอร์เห็นด้วย ชาลีพยักหน้าเบาๆพลางคิดในใจ

            ให้ไปกับเพื่อนผู้หญิงแบบยูเลียนา ก็ยังดีกว่าให้อยู่กับหมอนี่!

            เราเพิ่งจะมีความเห็นตรงกันเป็นครั้งแรกนะนี่ชาลีพูดพลางยิ้มกวนๆ ก่อนจะหันมากระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงอีกแบบ อย่าหวังเชียว ฉันไม่ยกน้องสาวให้แกง่ายๆหรอก

            งี่เง่า คิดไปเองทั้งนั้น...

            วิคเตอร์คิดในใจอย่างไม่สบอารมณ์ ทั้งที่รู้สึกแปลกๆกับคำพูดของชาลีเช่นนั้น แต่เขาก็พยายามเลิกคิดมันไป ในขณะที่ทุกคนกำลังเงียบ อเล็นเล่ก็พูดขึ้น

            ตกลงกันเรียบร้อย งั้นพวกเราก็เดินทางไปจีนกันเถอะจ้ะ!”

            ยินดีต้อนรับนะ ยูเลียนาวิคเตอร์พูดขึ้นอีกครั้ง ชาลีกระแทกไหล่หญิงสาวเบาๆ ในขณะที่ ดี.ซี. เสกดอกกุหลาบออกจากมือ แล้วยื่นให้กับเธอ

            เวลคัม ยูเลียนา มายเลดี้

            เอามันออกไปย่ะ!” ยูเลียนาสะบัดกุหลาบทิ้งด้วยความขนลุก แล้วก็เรียกฉันว่ายูราก็ได้ ยูเลียนายาวไป... บรื๋อ!”

            เธอวิ่งไปที่อเล็นเล่ ก่อนจะถามขึ้นด้วยทีท่าเลิ่กลั่ก เหงื่อตกเล็กน้อย เธอเป็นผู้หญิงคนเดียวของกลุ่มนี่ อยู่ได้ยังไงกัน!”

            จริงๆทีแรกก็มีสองคน แต่...เธอหยุดพูดไปชั่วขณะ ก่อนจะทำหน้าเศร้า ช่างเถอะ ไม่คุยเรื่องนี้ได้ไหม

            ยูเลียนาเข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่เป็นไรๆ ว่าแต่เราไปกันได้ยัง คุยกันนานไปแล้วนะ

            วิคเตอร์มองหน้าทุกคน ถือสมุดไดอารี่ไว้แน่นในมือ ทุกคนมองเขากลับ เหมือนเป็นคำตอบว่าพร้อมแล้ว อเล็นเล่ยิ้มบางๆให้เขา ชาลีตบไหล่ ในขณะที่ยูเลียนาหลบมาอยู่ข้างๆอเล็นเล่ เพื่อจะหลบ ดี.ซี. ทว่าเจ้าตัวก็ยังคงเล่นทะเล้นสับไพ่ไปมาอยู่ราวกับไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเสียเลย

            วิคเตอร์กระแอมไอเบาๆ ทุกคนเงียบในบัดดล

            ไปประเทศจีนกันเถอะ


**********


            วันนี้หลังเลิกงานขาย จินเหลียงก็เข็นรถกลับตึก ทุกอย่างเป็นไปเหมือนๆเดิมเป็นกิจวัตรประจำวัน ชายหนุ่มล้มลงบนเตียง ก่อนจะหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นโทรคุยเปิดกล้องกับหลี่ เธอรับสายอย่างรวดเร็ว

            เพราะรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ เขาจึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดเมื่อคืนให้ฟังอย่างละเอียด

            ใบหน้าหญิงสาวขมวดคิ้วจนจมูกย่น เธอแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน อะไรนะ พี่เหลียงเจอเธอในความฝัน?!”

            แบบนี้ พวกเขาก็เชื่อมต่อกันแล้วน่ะสิ?!

            ใช่ เขาตอบ ในขณะที่หลี่ยังไม่หายเหวอ เป๊ะมาก บางทีพี่อาจจะคิดมากไปเองละมั้ง ดันดูรูปบ่อยจนเก็บไปฝัน ฮ่าๆ

            ในฝัน เธอบอกว่ายังไงบ้างล่ะ พี่เหลียง

            จินเหลียงทำท่าครุ่นคิด เธอบอกว่า...

            เขาค่อยๆพูดออกมาช้าๆเพราะกำลังนึกย้อนเหตุการณ์กลับไป เธอชื่ออเล็นเล่ เป็นชื่อประหลาดที่ไม่เคยได้ยิน และเธอก็ยังบอกว่า ที่นั่นคือโลกแห่งจิตใจ ภาษาไม่มีผลต่อการสื่อสาร ณ ที่แห่งนั้น เพราะที่นี่สื่อสารกันด้วย ใจ’ ”

            หลี่เงียบ ทำหน้าเหมือนกำลังครุ่นคิด ในขณะที่จินเหลียงระเบิดหัวเราะออกมา ฮ่าๆๆ! เครียดเลยดูสิ พี่อาจจะคิดเป็นตุเป็นตะไปเองก็ได้ ช่วงนี้ว่างจัดเลยเข็นปรัชญาตะวันตกมาอ่านบ้างน่ะ อย่างของ เรอเน เดการ์ต อะไรทำนองนี้น่ะ เลยอาจจะเอามาผสมกันจนเก็บไปฝันก็เป็นไปได้

            “Cognito ergo sum” หลี่พึมพำเพราะฉันคิด ฉันจึงมีตัวตนอยู่...

            ใช่ นั่นล่ะประโยคทองของเขาเลย พี่จำได้ขึ้นใจ!” จินเหลียงอุทาน เขาหยิบหนังสือปกหนาขึ้นโชว์ให้เธอดู ชีวประวัติของ เรอเน เดการ์ตบนหน้าปกเขียนไว้เช่นนั้น คำพูดของจินเหลียงทำให้หลี่ครุ่นคิดหนักยิ่งกว่าเดิม

            เพราะฉันคิด ฉันจึงมีตัวตนอยู่

            ในเมื่ออเล็นเล่เชื่อมต่อกับจินเหลียงได้แล้ว ถ้าอย่างนั้น ในไม่ช้า เขาจะต้องเจอความสามารถพิเศษในตัวแน่ๆ และถ้ามันตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่... ฉันอาจจะหยุดมันไม่ได้อีก

            เธอค่อยๆพูดออกมา พี่เหลียง ขายก๋วยเตี๋ยวต่อไปเถอะ อย่าอ่านปรัชญาเลย

            เขานิ่วหน้า อ้าว ก็พี่อยากอ่าน ผิดเหรอ หรือพี่ต้องอ่านการทำธุรกิจ อะไรทำนองนี้?

            ไม่ใช่ค่ะ... คือพี่คะ เรื่องรูปสามใบนั่นอย่าจริงจังกับมันมากเลย เรื่องนี้มันยาว อธิบายยาก เอาเป็นว่าพี่เลิกสนใจเรื่องนี้เถอะค่ะเธอตอบ นัยน์ตาหลุบต่ำมองด้านล่าง ขอโทษที่รบกวนจริงๆค่ะ

            หญิงสาวเลื่อนมือกดจบการสนทนา ไม่เปิดช่องว่างให้จินเหลียงพูดสิ่งใดต่อไปอีก

            ภาพฉายโฮโลแกรมสามมิติบนผนังดับวูบลงทันตา จินเหลียงร้องจิ๊เบาๆด้วยความหงุดหงิด เขายังไม่ทันเข้าใจอะไรเลย เธอก็วางสายเอาเสียดื้อๆ ชายหนุ่มโยนสมาร์ทโฟนไปที่ข้างเตียง ก่อนจะมานั่งทำงานที่หน้าจอโน๊ตบุ๊คต่อ

            แล้วเขาก็ต้องย่นคิ้วอีกครั้ง

ถ้าคุณคิดว่าคุณเก่งอยู่แค่คนเดียว คุณคิดผิดมาก

V.K. (We are one)

            ยอดไปเลย แสดงว่าแฮกกลับถูกคน ว่าแต่งวดนี้มีชื่อแก๊งค์ห้อยท้ายด้วย?เขาพึมพำเบาๆ ขณะอ่านข้อความบนจอ นิ้วกดที่หน้าจอเพื่อปิดแท็บนั้นทิ้งไป ก่อนจะเปิดโปรแกรมนั่งแกะโค้ดต่อ

            แต่เขาก็ต้องหงุดหงิดอีกครั้ง

อ๊ะ... อย่าเมินพวกเรา

V.K. (We are one)

            ต้องการอะไรวะ!?เขาสบถดังลั่น ยังไม่ทันจะหายโมโห บนจอก็ปรากฏข้อความใหม่ขึ้นอีกครั้ง

เรากำลังจะไปหาคุณ ตามที่พูดเอาไว้ในจดหมายฉบับก่อน แน่นอน เรามาดี ไม่ต้องกลัว

V.K. (We are one)

            เหมือนข้อความนั้นถูกตั้งเวลาเอาไว้ เมื่อเขาอ่านจบไปได้เพียงครู่เดียว หน้าจอก็กลับสู่สภาวะปกติอย่างรวดเร็ว โปรแกรมถูกเปิดค้างทิ้งไว้ดังเดิม เขาเลื่อนเมาส์ไปกดตั้งค่าโปรแกรมเล็กน้อย ปากยังคงบ่นไม่หยุดด้วยความโมโห แต่ไม่รู้จะระบายอย่างไร จึงได้แต่บ่นเช่นนั้น

            สงสัยจะเป็นพวกต้มตุ๋นอย่างที่หลี่ว่าจริงๆ...

            เขาไม่บ่นอะไรต่ออีก มือระดมพิมพ์บนแป้นป้อนโค้ดลงไป แอบขัดใจที่ฝ่ายตรงข้ามใช้พรอกซี และเมื่อเจาะเข้าไปจริงๆก็พบว่าเป็นเพียงเลขไอพีปลอม

            แกล้ง... แกล้งกันชัดๆ!

            แล้วบนหน้าจอก็ปรากฎข้อความขึ้นอีกครั้ง

ไม่ได้ตั้งใจจะกวนจริงๆนะ แต่แค่ทดสอบเฉยๆ ว่าใช้งานได้จริงหรือเปล่า

Charlie Mckidd (We are one)

            จินเหลียงกุมขมับ หลับตาสูดหายใจไปสองสามนาที ก่อนที่หน้าจอข้อความนั้นจะหายไป เหลือเพียงโค้ดภาษาแปลกๆมากมายบนจอ และความไม่สบอารมณ์ของชายหนุ่ม

            “V.K. ยังไม่พอ แล้วไอ้ชาลี แม็คคิดนี่มันใครเนี่ย!?”


**********


            เดินทางด้วยเครื่องบินกันราวๆชั่วโมง ในที่สุดก็ถึงกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน

            จากที่วางแผนกันมา กลุ่มผู้ชายจะต้องอยู่ที่ที่พัก ใช้ยาสลบให้หลับลึกเพื่อค้นหาความสามารถพิเศษในโลกแห่งจิต โดย ดี.ซี. ที่เป็นคนธรรมดาจะอยู่เฝ้าระวังให้ ในขณะที่กลุ่มผู้หญิงเองก็มีภารกิจสำคัญ คือต้องหาตัวจินเหลียงให้เจอให้ได้

            จากข้อมูลที่ได้มาจากการแฮกข้อมูลส่วนตัว พบว่าเขาขายอาหารอยู่แถวๆถนนหวังฟูจิ่ง

            ทั้งสองเก็บสัมภาระในห้องพัก ทางกลุ่มได้จัดการเช่าห้องเอาไว้สองห้องติดกัน ห้องแรกสำหรับผู้ชาย และอีกห้องหนึ่งสำหรับสุภาพสตรีอย่างอเล็นเล่กับยูเลียนา เมื่อทั้งสองจัดการเรื่องส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว จึงออกมาจากอพาร์ทเมนต์ แล้วเดินไปที่ถนนหวังฟูจิ่ง

            ห้องพักอยู่ในใจกลางเมือง แค่เดินออกจากซอยนิดเดียวก็เจอกับถนนใหญ่ ถนนหวังฟูจิ่งเป็นย่านการค้าที่เป็นถนนคนเดินแห่งเดียวในกรุงปักกิ่ง มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าเจ็ดร้อยปี ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ชิง จนถึงปัจจุบัน

            หอนาฬิกา Citizenตั้งเด่นอยู่ที่ใจกลางย่านการค้า ในเวลากลางคืนเช่นนี้แสงสีจากตึกรามบ้านช่องมากมายต่างพากันส่องสว่างแข่งกับดวงดาวบนท้องฟ้า ตึกแถวสีครีมเข้มตั้งเรียงรายเป็นร้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าแบรนด์เนม น้ำหอม เครื่องสำอางค์ และของฟุ่มเฟือยหลายอย่าง ชวนให้น่าจับจ่ายใช้สอยเงินเป็นอย่างมาก

            ผู้คนมากมายเดินขวักไขว่กันดูวุ่นวาย เสียงตะโกนดังโล้งเล้ง ร้านค้าบางร้านตั้งอยู่ริมทาง ส่วนใหญ่เป็นร้านขายของกิน บ้างดูแปลกตา เช่นนกเสียบไม้ปิ้ง หรือแม้แต่งูย่าง กลิ่นหอมจากอาหารโชยมาแตะจมูกชวนให้รู้สึกหิวยิ่งนัก

            อเล็นเล่เดินกินผลไม้ชุบน้ำตาลแช่แข็ง มันถูกหั่นเป็นชิ้นเล็กๆเสียบไม้ เธอยื่นแบ่งให้ยูเลียนาทานบ้างเป็นครั้งคราว ตาก็มองดูตามทางว่ามีร้านก๋วยเตี๋ยวหรือไม่ และเจ้าของร้าน ใช่คนเดียวกับที่หาหรือเปล่า

            ดูสิ คนเต็มไปหมดเลยอเล็นเล่พูดขึ้น ดูครึกครื้นดีจัง

            คนมีอยู่ทุกที่นั่นแหละยูเลียนาตอบ เธอเดินไปหาวไป เพราะรู้สึกเพลียจากการเดินทาง พวกผู้ชายนี่เอาเปรียบกันชะมัด นอนสบายเลย ดูพวกเราสิอลันเล่ ต้องมาเดินหาเจ้าเจ๊กเบื๊อกๆนั่น น่าเบื่อจะตาย!”

            อเล็นเล่หัวเราะบางๆ “ฮ่าๆ อาจจะเหนื่อยคนละแบบก็ได้นะ อ้ออีกอย่าง ฉันชื่ออเล็นเล่จ้ะ

            อลันเล่ยูเลียนาพยายามออกเสียงให้ชัดเจน แต่ไม่เป็นผล

            เธอคงออกเสียงชื่อฉันไม่ถนัดละสิ เธอยิ้ม งั้นก็ไม่เป็นไรหรอก

            ทั้งสองคุยกันไปเรื่อยๆตามทาง ว่ากันว่าผู้หญิงเมื่ออยู่ด้วยกันมักจะคุยจ้อ ดูท่าน่าจะเป็นเรื่องจริง พวกเธอยังคงคุยต่อไปเรื่อยๆไม่หยุด เท้าก้าวเดินเพลินจนเข้ามาในตรอกซอย เพราะร้านค้ายังพอมีอยู่บ้างประปราย จึงทำให้ทั้งสองยังคงไม่รู้ตัว

            แม้หลี่จะเดินสวนทางมาพอดี แต่เพราะยูเลียนาไม่ได้รู้จักเธอ จึงไม่ได้สนใจอะไร และอเล็นเล่เองก็กำลังสนอกสนใจกับการสนทนา จึงไม่ทันได้สังเกต หลี่ที่สวนทางกันพอดี เมื่อรู้ตัวก็เดินลับหายไปอย่างรวดเร็ว

            แม้จะเดินไปอีกทางหนึ่งแล้ว แต่เธอยังสังเกตเห็นว่าอเล็นเล่มากับผู้หญิงคนอื่นด้วย หญิงสาวต่างชาติ ดูจากท่าทางน่าจะเป็นผู้หญิงรัสเซีย ตาสีฟ้าซีดมีที่คาดปิดสีดำข้างหนึ่ง ผมซอยสั้นแทบเป็นสีขาวทำให้บุคลิกดูออกห้าวๆ หลี่รู้สึกคุ้นๆชอบกล เหมือนเคยเห็นเธอมาก่อน

            พยายามนึกย้อนกลับไป จึงพบว่าเธอคนนี้อยู่ในรายชื่อขององค์กรพอดี หนึ่งในห้าของหนูทดลองที่หายไป น่าเสียดายที่เขตประเทศรัสเซียเธอไม่ได้เป็นคนรับผิดชอบ จึงไม่รู้อะไรมากนักเกี่ยวกับตัวเธอคนนี้

            แต่สิ่งที่รู้แน่นอนก็คือ วิคเตอร์ได้พรรคพวกเพิ่มอีกคนแล้ว!

            วันนี้คงรีบกลับไม่ได้ ต้องคอยดูห่างๆ

            หลี่เดินถอยหลัง ก่อนจะหันกลับมาติดตามทั้งสองอย่างห่างๆ...

            ขาก้าวเดินต่อไปเรื่อยๆ ท่ามกลางม่านหมอกแห่งรัตติกาล คงมีเพียงความมืดที่เป็นสิ่งจริงแท้แน่นอน ท่ามกลางความวุ่นวายแต่เงียบงันนี้

            กลุ่มผู้ชายราวหกเจ็ดคนที่เดินอยู่ด้านหน้า เมื่อเห็นยูเลียนากับอเล็นเล่ก็หยุดเดินทันที ก่อนจะแปรแถวขวางทางเดินไม่ให้ทั้งสองเดินผ่านไป ยูเลียนาชะงักฝีเท้า มองไปที่พวกเขาด้วยสายตาหาเรื่อง

            ท่าทางไม่น่าไว้ใจ ราวกับนักเลงหัวไม้ก็ไม่ปาน พวกเขาหันไปพูดกันเป็นภาษาจีน ก่อนจะหันมาพูดกับทั้งสองคนเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงแปลกๆ

            ว่าไงสาวน้อยต่างชาติ มากันแค่นี้เองหรือจ๊ะ

            อเล็นเล่เริ่มรู้สึกใจคอไม่ค่อยดี เธอจับมือยูเลียนาไว้แน่น พวกนั้นยังคงไม่หยุดพูด

            หน้าตาดีกันทั้งคู่เลย... มาสนุกกันหน่อยไหม

            มือนั้นเอื้อมมาจะแตะไหล่ยูเลียนา แต่หญิงสาวไหวตัวทัน ในเสี้ยววินาที เธอคว้าแขนฝ่ายตรงข้ามจับบิดจนแขนชายคนนั้นลู่งอผิดธรรมชาติ ผู้ถูกกระทำลงไปนอนร้องด้วยความเจ็บปวด

            ยูเลียนา... !” อเล็นเล่เบิกตาโพลง ร้องขึ้นด้วยความตกใจ ในขณะที่หญิงสาวยังคงยืนนิ่งอย่างใจเย็น

            ฝ่ายตรงข้ามไม่พูดพร่ำทำเพลง หยิบมีดที่พกติดตัวไว้ขึ้นพุ่งชาร์จเข้ามาหวังจะกระหน่ำแทงพวกเธอไม่ยั้ง ยูเลียนาโบกมือให้อเล็นเล่เป็นเชิงว่า วิ่งหนีไปก่อนจะหันกลับไปรับมือกับพวกศัตรู เด็กสาวเข้าใจความหมายนั้นดี เธอหันหลังกลับวิ่งกลับทางเดิมทันที

            เธอเห็นชายคนหนึ่งกำลังเข็นรถเข็นขายของกลับบ้านพอดี แม้เขาจะเดินไปอีกทาง แต่เธอก็พยายามตะโกนเรียก แม้ในทีแรกเขาจะเมิน แต่ในที่สุด ชายคนนั้นก็หันหน้ามามอง

            ใบหน้านั้น... เธอจำได้ไม่ผิด จินเหลียง!

            ช่วยด้วย ช่วยด้วยค่ะ!” อเล็นเล่ตะโกนร้อง ชายคนนั้นเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเข็นรถต่อไปอย่างไม่ไยดี จนกระทั่งอเล็นเล่วิ่งเข้าไปประชิดตัวได้...

            ไม่เอา ไม่ใช่เรื่องของฉัน!” จินเหลียงชิงพูดตัดบทขึ้น ก่อนจะเร่งฝีเท้าเข็นรถให้เร็วขึ้นไปอีก

            อเล็นเล่ยังคงควบตาม เพื่อนของฉันกำลังเดือดร้อน!”

            ก็นั่นมันเรื่องของเธอ!”

            ได้โปรดเถอะค่ะ ช่วยฉันทีนะคะ!” เธอพยายามขอร้องด้วยน้ำเสียงร้อนรน

            จินเหลียงหยุดฝีเท้ากึก เขาหันหน้ามาทางเธอ หรี่ตาลงเหมือนพยายามเพ่งมองใบหน้า ใช่... นั่นคือคนที่หลี่กำลังตามตัว เขาควรจะทำยังไงดีนะ

            เธอเป็นนักต้มตุ๋นหรือเปล่าเขาถาม แต่ตอนนี้อเล็นเล่ไม่มีอารมณ์จะตอบคำถามใดๆแล้ว เธอตัดสินใจดึงแขนลากจินเหลียงวิ่งกลับมาที่เดิมอีกครั้ง ชายหนุ่มที่กำลังงงได้แต่วิ่งตามไปแบบมึนๆ

            ยูเลียนาเพราะเคยเผชิญกับเรื่องชกต่อยในบาร์มาบ่อย เธอจึงมีความสามารถในการต่อสู้ติดตัวมาบ้าง เธอคว้ามีดจากชายคนที่นอนร้องโอดครวญที่พื้นขึ้นแทงสวนเข้าลิ้นปี่ที่ศัตรูหนึ่งคน ไม่รอช้ารีบดึงมันออกเพื่อเอาไว้ใช้งานต่อ ก่อนจะกระโดดไปข้างหน้าม้วนตัวหลบการโจมตีจากชายอีกสามคน ขว้างมีดไปที่ชายคนหนึ่ง เข้าเป้ากลางอกพอดี เหลือสองคน ในจังหวะที่ยูเลียนาไม่มีอาวุธ พวกมันรีบพุ่งเข้ามาที่เธอทันที

            แม้จะหลบคมมีดไปได้วูบหนึ่ง แต่มันได้เฉือนสีข้างเธอจนเป็นแผลทางยาวเลือดไหลออกมาไม่หยุด ชายอีกคนพุ่งเข้าผลักร่างเธอลงกับพื้น ยกมีดก่อนจะเงื้อมือขึ้นเหวี่ยงมีดลงหวังจะแทงเข้ากลางอกเธอ

            ในอีกไม่กี่อึดใจคมมีดนั้นก็จะแทงทะลุเข้าสู่ร่างเธอแล้ว...


ปัง!


            ทันทีที่เสียงปืนดังขึ้น ร่างชายคนนั้นก็ล้มตึงลงกับพื้น ก่อนจะนอนจมกองเลือด ยูเลียนาผลักร่างนั้นออก พลางค่อยๆประคองตัวลุกขึ้นอีกครั้ง ร่างหันหลังกลับไปมองตามทิศทางของกระสุนปืน

            หญิงสาวเอเชียยืนถือปืนเอาไว้แน่นในกำมือ ผมยาวถูกถักเป็นเปียดูเรียบร้อย บุคลิกท่าทางเดาไม่ได้ว่ามาดีหรือมาร้าย แต่ถือปืนในมือเช่นนี้ ระวังตัวไว้ก่อนท่าจะดีกว่า

            ยูเลียนายกมือขึ้นเหนือศีรษะ ก่อนจะพูดขึ้น เธอเป็นใคร

            หญิงสาวตรงหน้าไม่ตอบ เธอกลับเดินเข้าใกล้ขึ้นเรื่อยๆ

            ให้ตายเถอะยูเลียนาสบถ ในขณะที่กำลังเดินถอยหลังไปเรื่อยๆด้วยความหวาดระแวง จะฆ่าฉันหรือจะช่วยฉันกันแน่ นังตาตี่... บอกฉันสิ เธอ เป็น ใคร!”

            เงียบคือคำตอบ

            หลี่เดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เธอยังคงจ่อปืนมาที่ยูเลียนา ยูเลียนาที่ถูกกดดันจำต้องเดินถอยไปเรื่อยๆจนหลังชิดติดกำแพง ซอยตันแล้ว เธอไม่มีทางหนีอีก

            จู่ๆยูเลียนาก็นึกอะไรขึ้นได้ เธอหัวเราะหึๆพลางยิ้มเล็กน้อย

            อ้อ... เธอคงเกี่ยวข้องกับเรื่องความทรงจำของฉันสินะ แม่สาวเอเชีย

            หลี่หยุดเดิน ระยะห่างระหว่างเธอกับฝ่ายตรงข้ามนั้นไม่ถึงเมตร ปืนที่จ่อมาเป็นคำขู่ได้ดีว่าหากยูเลียนาทำอะไรตุกติกเพียงนิดเดียว กระสุนนี่เจาะกระโหลกเธอตายแน่

            เลิกดูถูกฉันเสียที มีปัญหาอะไรกับคนจีนหรือไงหลี่พูดขึ้น เธอชื่ออะไร

            ยูเลียนา อีวานอฟวาเธอเบ้ปากตอบ ก่อนจะยกแขนขึ้นยืนกอดอกอย่างเย่อหยิ่ง

            หลี่ยกปืนขึ้นสูงเหมือนกำลังจะเล็งไปที่หัว นิ้วที่กำลังสั่นเทาเหมือนลังเลเลื่อนเข้าจะกดไก หากเธอทำมันลงไป... หากเธอฆ่ายูเลียนา...

            ฉันเกลียดเธอ!!

            คำพูดในวันนั้น เธอยังจำได้ดี

            ทั้งที่ไม่ใช่คนทำ แต่ทำไมรู้สึกผิดอย่างนี้นะ?

            หลี่!!”

            เสียงหนึ่งดังขึ้นขัดจังหวะพอดี ทั้งสองหันไปมอง ปรากฎว่าเป็นชายชาวจีนวัยกลางคน จินเหลียง และอเล็นเล่ ทั้งสองต่างพากันเหนื่อยหอบ ยูเลียนายิ้มบางๆ เมื่อเห็นเพื่อนตนเองกลับมาช่วยอีกครั้ง

            จินเหลียง...

            หลี่พูดขึ้นเบาๆ เธอรีบเก็บปืนใส่เข้าไปในเสื้อ แต่มันไม่สามารถโกหกจินเหลียงที่เห็นเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ได้ ชายหนุ่มถามขึ้นทันทีด้วยความสงสัย

            ทำอะไรน่ะ?

            ไม่มีอะไร

            อย่าโกหกพี่ เธอทำอะไร!” จินเหลียงตะโกน ก่อนจะหันมาที่อเล็นเล่ แล้วผู้หญิงคนนี้เป็นใคร เธอคือคนที่หลี่บอกว่าถ้าเจอให้บอก ถูกไหม

            อเล็นเล่เบิกตาโพลง จินเหลียงดึงแขนเธอเดินเข้ามาใกล้หลี่

            และนี่ เธอมายืนอยู่ตรงนี้แล้ว หลี่ เธอต้องการอะไรกันแน่!?”



***********


            หมายเหตุ

            ถนนหวังฟูจิ่ง




            ถนนหวังฟูจิ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของจตุรัสเทียนอันเหมินในกรุงปักกิ่ง มีความยาว 180 เมตร เป็นถนนสายเก่าแก่มีประวัติกว่า 700 ปี สมัยราชวงศ์ชิงนั้น ถนนสายหวังฟูจิ่งมีบ้านพักของอ๋องเเละองค์หญิง ถึง 8 แห่ง ภายหลังได้ขุดบ่อน้ำที่มีเพื่อเป็นแหล่งให้น้ำสำหรับบ้านของท่านอ๋อง จนเป็นที่มาของคำว่า หวังฟูจิ่ง (บ่อน้ำของท่านอ๋อง)

            ในอดีตที่นี่ยังเป็นย่านธุรกิจตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิง และเริ่มมีชาวต่างชาติมาเปิดธนาคารและร้านค้าในปลายราชวงศ์ชิง ทำให้ที่นี่คึกคักจนเป็นย่านธุรกิจที่โด่งดังของกรุงปักกิ่ง ในเวลาต่อมา

            ปัจจุบันถนนหวังฟูจิ่งเป็นย่านการค้าที่เป็นถนนคนเดินเพียงแห่งเดียวของกรุงปักกิ่ง เป็นศูนย์รวมของร้านค้าเบรนด์เนมและแฟ่ชั่นสมัยใหม่ แผงขายอาหารกินเล่นและอาหารภัตตาคาร ร้านกาแฟ บาร์เบียร์สไตล์ตะวันตก เป็นแหล่งนัดพพบของวัยรุ่น และแหล่งที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมมาเยือนของกรุงปักกิ่ง

 

ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก [1] [2] [3]

224 ความคิดเห็น

  1. #208 ♠ e l f . (@sanael) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2558 / 14:54
    ฟิลนางเอกของหลี่มาเต็ม ทำไมเธอถึงได้ดูเป็นสาวน้อยผู้โดดเดี่ยวขนาดนี้!
    จินเหลียงอย่าโกรธนะอย่าโกรธ T^T

    #208
    0
  2. #190 Levi-san (@Levi-san) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 / 13:34
    มาได้เวลาพอดีเลยจิน*^*
    #190
    0
  3. #128 Sunscreenone (@inkzacod) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2558 / 22:15
    สมกับการรอคอยครับ
    #128
    1
    • #128-1 Besty (@bestyworld) (จากตอนที่ 27)
      29 พฤษภาคม 2558 / 15:59
      สนุกป้ะๆ
      #128-1