Intimate Mind ล่าล้างฝัน จิตสังหาร

ตอนที่ 26 : Chapter 24: The Revenge tragedy โศกนาฎกรรมแห่งการล้างแค้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 76
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    21 พ.ค. 58


-Chapter 24-

The Revenge tragedy โศกนาฎกรรมแห่งการล้างแค้น




ทำใจดีๆเอาไว้ก่อน!”

วิคเตอร์... อย่าตายนะ

อยู่กับพวกเราต่อไปนานๆเถอะ

 

จงมีชีวิตต่อไป เพื่อปกป้องคนที่เธอรัก

 

            ภาพความทรงจำมากมายยังคงประทับอยู่ในความทรงจำ

            มันไหลวนไปมาเหมือนเทปที่กรออัดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่สิ... นั่นเป็นการเปรียบเทียบแบบยุคศตวรรษที่ 20 ถ้าจะให้เปรียบเทียบจริงๆตามยุคสมัย มันคงจะเหมือนกับคลิปที่เปิดดูซ้ำไปมาอย่างไม่มีวันหยุดเสียมากกว่า

            เด็กหญิงคนนี้เกิดมาพิการ เพราะเธอ!”

            พ่อเขามักจะตะคอกเช่นนี้ใส่แม่อยู่ตลอด พ่อโทษแม่ที่คลอดลูกสาวแสนอ่อนแอออกมา ลูกสาวที่พิการตั้งแต่กำเนิด และแม่ก็โทษพ่อเช่นกัน ที่เลือกจะแต่งงานกับเธอ ทำให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น

            เป็นเวียร์รี่ ที่ต้องร้องไห้เงียบๆคนเดียวในห้อง เธอหยุดการทะเลาะวิวาทระหว่างแม่กับพ่อไม่ได้เลย แม้พวกท่านจะเกลียดและเฉยชาเหมือนกับเธอไม่ใช่คน แต่เธอก็ไม่เคยนึกเกลียดพ่อแม่

            และเธอไม่เคยนึกเกลียดเขา...

            เมื่อเวียร์รี่อายุได้เก้าขวบ แม่ตั้งท้องอีกครั้ง แม้จะคลอดออกมาเป็นลูกชาย และมีร่างกายสมบูรณ์ครบสามสิบสอง แต่เพราะโรคอะริธเมียที่ติดตัวมาด้วย รวมถึงอาการป่วยออดๆแอดๆที่จะเรียกว่าเป็นเด็กขี้โรคก็ไม่ผิดนัก จึงยังทำให้พ่อแม่ระหองระแหงกันอยู่เช่นเดิม

            แต่ถึงกระนั้น เพราะทั้งคู่เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีฝีมือและชื่อเสียง ทั้งยังทำงานอยู่ในองค์กรที่มีโครงการใหญ่ระดับโลก... เพราะต้องการคนสืบทอดงานวิจัย พวกเขาจึงตั้งความหวังเอาไว้ที่วิคเตอร์สูงมาก ด้วยความอยากให้ลูกชายคนนี้โดดเด่นตั้งแต่เด็ก จึงพยายามพร่ำสอนวิชาความรู้ต่างๆให้ตั้งแต่วัยเยาว์

            เป็นเวียร์รี่อีกครั้ง ที่ถูกเมินเฉยยิ่งกว่าเดิมจนแทบไร้ตัวตน

            เด็กทั่วไปอาจรู้สึกดีที่มีพ่อแม่เอาใจใส่ แต่สำหรับวิคเตอร์ เขารู้สึกผิดมาตลอด เขารู้ดีว่าเพราะตนเอง ทำให้ชีวิตวัยเด็กของเธอเงียบเหงา

            พี่ครับ ผมขอโทษที่ทำให้พ่อแม่รักผมมากกว่าพี่

            เขากล่าวเสียงซื่อ แว่นใหญ่เทอะทะตั้งเอียงๆจะร่วงมิร่วงแหล่อยู่บนใบหน้า ภาพความทรงจำนั้นยังคงชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน เวียร์รี่ยิ้มหวานให้ ลูบหัวเขาเบาๆ มือบางนุ่มนวลที่อบอุ่น คราใดที่ได้สัมผัส เขารู้สึกสบายใจทุกครั้ง เหมือนกับโลกใบนี้ไม่มีอะไรให้กังวลอีก...

            ครานั้น เธอกล่าวเสียงนุ่มนวล...

            พี่กับเธอก็เหมือนเป็นกันและกัน เรามีเลือดเดียวกันไหลเวียนอยู่ในร่างกายนะจ๊ะ ดังนั้นเมื่อเธอมีความสุข พี่ก็มีความสุขด้วยจ้ะ

            หัวใจของเธอช่างบริสุทธิ์เหลือเกิน... ไร้ซึ่งความริษยา ไร้ซึ่งความเกลียดชัง

            แต่เพราะล่วงรู้ความลับมากเกินไป เธอคัดค้านที่จะให้องค์กรดำเนินงานต่อ เธอนำความจริงไปเล่ากับพ่อและแม่ แม้พวกเขาจะไม่ฟังในทีแรก แต่เมื่อได้ไตร่ตรอง และได้เห็นหลักฐานจริงๆแล้ว พวกเขาจึงคัดค้านเช่นกัน

            องค์กรทดลองกับมนุษย์อย่างเกินขอบเขต สิทธิเสรีภาพของคำว่า มนุษย์เลือนหายไปจนเหมือนกับเป็นแค่สัตว์ในกำมือที่เอามาใช้ประโยชน์ จะเรียกว่าฟาร์มปศุสัตว์มนุษย์ก็ไม่ผิด เวียร์รี่รับไม่ได้กับเรื่องนี้ เธอยืนกรานจะคัดค้าน และจะเสนอเรื่องนี้ให้โลกรับรู้ เพื่อหยุดพวกเขาให้ได้

            ช่างน่าขำ แม้มนุษย์จะเป็นสัตว์เช่นกัน แต่เพียงสติปัญญา กลับทำให้ความทระนงในตัวพวกเขานั้นมีมากล้นเปี่ยม!

            คาร์ลวินตระหนักรู้ดีว่าครอบครัวคิงส์จะต้องเป็นขวากหนามที่น่ารำคาญ ในที่สุดเขาจึงตัดสินใจทำบางสิ่งที่โหดร้ายเหลือทนลงไป...

            ในวันนั้น วิคเตอร์ตามหาเวียร์รี่อย่างวุ่นวาย แม้ทั่วบ้านกลับไม่เจอ ที่องค์กรก็ไม่เจอ สุดท้ายเขาจึงไปที่โบสถ์ เพราะเด็กชายรู้ดีว่า แม้เธอจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ แต่ก็นับถือศาสนาคริสต์ และเคร่งศาสนามาก

            ภาพที่เห็นตรงหน้าทำเอาเขาขนลุกวาบ ท้องไส้ดิ่งวูบ สติหลุดกระเจิงไปชั่วขณะ

            ร่างเด็กสาวนอนแน่นิ่งในโบสถ์... มีดปักที่กลางอก เลือดไหลเจิ่งนองท่วมพื้น เหมือนทั้งโลกพังครืนถล่มลงมา ที่พึ่งทางใจเพียงหนึ่งเดียวกลับหายวับไป จะทำอย่างไรกับหัวใจที่สับสนเช่นนี้?!

            จงมีชีวิตต่อไป เพื่อปกป้องคนที่เธอรัก

            นั่นคือคำพูดสุดท้าย มืออ่อนนุ่มยกขึ้นลูบแก้มเด็กชายอย่างอ่อนโยน แม้ลูบเพื่อเช็ดน้ำตาออก แต่เลือดสีแดงจากมือกลับเลอะเปื้อนใบหน้าเขาแทน ยิ่งเช็ดมากเท่าไหร่... เลือดนั้นก็ยิ่งเลอะเต็มใบหน้า สัมผัสไออุ่นจากมือนั้นเขาไม่เคยลืมเลือน...

            ลาก่อน...

            มือนั้นผละออกจากใบหน้าอย่างอ่อนแรง เปลือกตาค่อยๆปิดลงด้วยความอ่อนล้า แม้วิคเตอร์ร้องเรียกและเขย่าร่างนั้นมากเท่าไหร่ เธอก็ไม่ยอมตื่นอีกแล้ว...

            ภาพความทรงจำตัดไปที่บ้านยุโรปหลังขนาดย่อม พอดีสำหรับสมาชิกครอบครัวสี่คน วิคเตอร์วิ่งกระหืดกระหอบกลับมาบ้านทั้งที่น้ำตาและคราบเลือดยังคงเลอะเต็มใบหน้า เขาเปิดประตูเข้าไปด้านใน ตะโกนร้องเรียกทุกคนอย่างตื่นตระหนก

            พ่อครับ แม่ครับ!!”

            เงียบ... ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ เขาใจเสีย แม้ในใจจะเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ในตอนนี้ เขาไม่อยากเชื่อและไม่อยากฟังเสียงใดๆในใจตัวเองทั้งสิ้น เขาอยากให้นี่เป็นเพียงแค่ความฝัน บอกทีว่านี่เป็นเพียงภาพลวงตา แค่เรื่องโกหกทั้งเพ... วันที่หนึ่งเมษายน ทุกคนก็ต้องโกหกกันไม่ใช่หรืออย่างไร?!

            เด็กชายเดินก้าวเท้าอย่างกล้าๆกลัวๆเข้าไปในห้องแล็บ

            รอยคราบเลือดลากยาวไปตามทาง เขาเม้มปากแน่น ตัวสั่นระริก ฟันกระทบกันดังกึกๆ เด็กชายรู้สึกสันหลังเย็นวาบ ทั้งที่นี่ไม่ใช่ฤดูหนาว

            และแล้ว ภาพตรงหน้าก็ทำให้เขาใจแทบสลาย

            ร่างพ่อกับแม่นอนจมกองเลือด รูพรุนตามร่างกายแสดงให้เห็นชัดเจนว่าพวกเขาถูกรุมยิง เลือดไหลกองทั่วพื้น กลิ่นสาบคาวเลือดลอยฟุ้งตลบไปทั่วห้อง ไม่อยากจะจินตนาการเลยว่าเหตุการณ์ก่อนหน้านี้เป็นอย่างไร

            วิคเตอร์ตะโกนร้องลั่นสุดเสียง น้ำตาไหลอาบนองทั่วแก้ม ก่อนจะเป็นลมหมดสติไปกับพื้น...

            เขาตื่นขึ้นอีกครั้งในห้องสีขาว มีเพียงแค่เตียงที่เขานอนอยู่ในห้อง คาร์ลวินเดินเข้ามาด้านใน ยื่นใบสัญญาให้กับเขา แม้เด็กชายจะปฎิเสธหัวชนฝา แต่สุดท้าย... คาร์ลวินก็บังคับเขาด้วยการจับข้อมือเขาจับปากกาเซ็นต์ให้เองจนได้...

            สุดท้าย เขาจึงต้องเข้าร่วมการทดลองจำศีลข้ามศตวรรษไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

            ทำไมคาร์ลวินไม่ฆ่าเขาเสียให้ตาย วิคเตอร์เองก็ไม่เข้าใจเช่นกัน...

            เพราะไม่เหลือที่พึ่งใดๆ ซ้ำร้าย เพื่อนที่เจอกันในโลกแห่งจิตกลับจำเขาไม่ได้ ทั้งที่ไปเตือนภัยถึงหมู่บ้านแล้วแท้ๆว่าไฟจะไหม้ กลับไม่มีใครเชื่อ สุดท้าย เพื่อนของเขาจึงต้องเข้าร่วมการทดลองไปด้วย

 

ในเมื่อไม่เหลืออะไรอีกแล้ว งั้นฉันจะแก้แค้นมันเอง!

 

            ไม่... ฉันจะตายไม่ได้...

            แม้รู้ดีว่าอาจจะฟังดูยากจนแทบเป็นไปไม่ได้ ที่คนเพียงคนเดียวจะหยุดองค์กรใหญ่ยักษ์เช่นนั้นได้ แต่เพราะไม่เหลืออะไรอีกแล้วในชีวิต เขาจึงตั้งเป้าหมายเอาไว้เช่นนั้น เด็กชายทนไม่ได้ที่จะต้องลืมเรื่องราวทั้งหมด แล้วใช้ชีวิตปกติราวคนธรรมดา เขาทำใจไม่ได้จริงๆ...

            และเพื่อนๆของเขา... เขาจะไม่ยอมให้มาตกนรกด้วยแน่ๆ!

 

พี่เวียร์รี่ สักวันผมจะตามพี่ไป แต่ตอนนี้ขอผมทำหน้าที่ตัวเองให้สำเร็จก่อน...

 

            อือ...

            ภาพค่อยๆสว่างขึ้น... แสงจ้าจากหน้าต่างทำให้เขารู้สึกแสบตา ต้องใช้เวลาอยู่นานกว่าจะปรับสายตาได้ ทันทีที่รู้สึกตัว เขาก็พบว่าตนเองกำลังนอนอยู่บนเตียงปรับเอียงๆ เพื่อไม่ให้นอนกดทับแผล

            แม้จะรู้สึกเจ็บหลัง แต่อย่างน้อยมันก็ดีขึ้นกว่าตอนนั้นมาก เขาหันไปมองรอบๆ พบว่าอเล็นเล่กำลังฟุบหลับอยู่ที่ปลายเตียง เธอคงจะนั่งเฝ้าอยู่นานจนผล็อยหลับไปเป็นแน่ วิคเตอร์พยายามลุกจากเตียง แต่แผลจากหลังทำให้เขาขยับตัวได้ไม่ถนัดนัก

            อย่าขยับเยอะสิ เดี๋ยวแผลเปิดหรอก

            เสียงหนึ่งดังขึ้นจากหน้าห้อง ร่างหญิงสาวเดินเข้ามาในห้อง รอยสักรูปดาวที่แก้มและที่คาดปิดตาด้านหนึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว เธอคือยูเลียนานั่นเอง

            ไม่ทันที่เขาจะได้ถามอะไร เธอก็พูดขึ้นเป็นภาษาอังกฤษ ยูเลียนาคงจะดูออกว่าวิคเตอร์และทุกคนไม่ใช่ชาวรัสเซีย ที่นี่คลินิกเถื่อน พอดีรีบ เลยต้องพามาที่ใกล้ที่สุดก่อน แย่ชะมัด เพราะคนแปลกหน้าอย่างพวกนายแท้ๆเลย

            ฉันวิคเตอร์ คิงส์เด็กหนุ่มตอบเสียงเรียบ ก่อนจะค่อยๆทิ้งตัวนอนลงบนเตียงอีกครั้ง สายน้ำเกลือที่ต่อเข้ากับแขนพันรุงรังทำให้เขารู้สึกค่อนข้างรำคาญอยู่บ้าง

            ดี งั้นไม่แปลกหน้าก็ได้ ฉันยูเลียนา อิวานอฟวาเธอแนะนำตัว ตอนนี้ เลือดของฉันบางส่วนไหลเวียนอยู่ในร่างกายนาย จำเอาไว้ซะด้วยล่ะ!”

            ขอบใจนะเขาตอบ แม้จะไม่ได้ยิ้มอะไร แต่น้ำเสียงบ่งบอกถึงความจริงใจได้เป็นอย่างดี

            ขอบคุณหมอและเพื่อนนายเถอะ พวกเขาทำงานหนักมาก เกือบยื้อชีวิตนายไม่ได้แล้วเชียว ทุกคนหวาดเสียวกันมากเลยล่ะ

            วิคเตอร์พยักหน้าเบาๆ ยูเลียนาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ เธอพูดขึ้นทันที

            ว่าแต่ เล่าให้ฟังหน่อยได้ไหม พวกนายดูไม่ใช่นักท่องเที่ยว เหมือนมาทำอะไรสักอย่างแปลกๆเลยเธอกล่าวน้ำเสียงจริงจัง บอกได้ไหมว่าพวกนายเป็นใครกันแน่?

            เด็กหนุ่มมองออกไปนอกหน้าต่าง นกร้องขึ้นเสียงสดใส ก่อนจะโผบินขึ้นไปบนท้องฟ้าลับตาหายไป เขาหลับตาเหมือนกำลังเรียบเรียงถ้อยคำในห้วงคำนึง ก่อนจะค่อยๆผ่อนลมหายใจออกมาอย่างช้าๆ

            เธออาจจะไม่เชื่อ แต่เรื่องมันเริ่มจากเมื่อหนึ่งร้อยปีก่อน...

**********

            ห้องสีขาวโพลนที่ว่างเปล่าไร้ขอบเขต...

            ใช่ จินเหลียงมาอยู่ที่นี่อีกแล้ว ครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ มันบ่อยเกินไปจนเขาขี้เกียจที่จะนับ เขามักจะเห็นภาพความทรงจำแปลกๆจากสถานที่แห่งนี้ ความทรงจำที่จำไม่ได้ แต่กลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาดเหมือนเคยเป็นส่วนหนึ่งของมันมาก่อน

            ทำสัญญากับฉันสิ

            ชายคนนั้นปรากฎตัวขึ้นอีกแล้ว... เขายื่นมือออกมาเป็นเชิงเชื้อเชิญ  พร้อมกระดาษหนึ่งแผ่น ด้านในมีข้อความข้อตกลงต่างๆ มีมุมให้เซ็นต์ที่ด้านล่าง ตัวอักษรบนกระดาษเลือนรางเหมือนถูกเบลอเอาไว้

            ริมฝีปากชายคนนั้นยกขึ้นยิ้มอย่างบิดเบี้ยว ก่อนจะหัวเราะขึ้นเป็นเสียงแหลมน่ากลัว จินเหลียงพยายามวิ่งหนี แต่เหมือนกับร่างกายถูกพันธนาการเอาไว้ด้วยอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็น ทำให้เขาไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เลย ราวกับเป็นอัมพาต

            ไม่... ไม่ ช่วยฉันด้วย!

 

เชื่อใจฉันสิ

 

            เสียงหนึ่งดังขึ้น เป็นเสียงของผู้หญิง มันฟังดูอ่อนโยน... นุ่มนวล เธอคนนั้นคือใครกันนะ?

            ราวกับเวลาถูกหยุดนิ่งเอาไว้ แสงสว่างเรืองๆส่องวาบตรงหน้า ก่อนที่มันจะเลือนรางลงกลายเป็นร่างของเด็กสาวยุโรปคนหนึ่ง ดวงตาสีฟ้าสดใส ผูกผมหางม้าเอาไว้ดูเรียบร้อย ใบหน้าเป็นมิตรนั้นยิ้มให้เขา

            เธอค่อยๆยื่นมือออกมา เหมือนกับกำลังเชื้อเชิญ

            จินเหลียงแม้ไม่สามารถเอื้อมมือไปถึงได้ แต่เขาเชื่อใจเธอ... เธอต้องเป็นคนที่มาช่วยเขาออกไปจากที่นี่แน่ๆ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ได้โปรดพาเขาไปสู่ที่แห่งอื่น ที่ที่ไม่ใช่ฝันร้ายด้วยเถอะ...

            เขาหลับตา ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้ง

            ฉับพลันนั้น เมื่อลืมตาจึงพบว่าร่างตนเองกำลังยืนอยู่ในสวนดอกไม้ เขาเบิกตาโพลงด้วยความทึ่ง เด็กสาวคนนั้นเดินใกล้เข้ามา ก่อนจะทักทายขึ้น ท่าทีเป็นมิตรทำให้เขารู้สึกว่าเธอคนนี้ไม่มีอันตราย

            สวัสดีจ้ะ ฉันชื่อเล็นเล่ ยินดีต้อนรับสู่โลกของฉันนะ

            เธอกล่าวเป็นภาษาอังกฤษ แต่ไม่แน่ใจว่าทำไม เขากลับได้ยินเป็นทั้งภาษาจีนและภาษาอังกฤษควบคู่กันไป... นั่นไม่สำคัญ แค่เขาเข้าใจที่เธอพูดก็คงจะพอแล้ว

            ดวงตาเรียวตี่หรี่ลง เขาพยายามนึกศัพท์พูดออกมา มือสะบัดผมเปียที่ผูกยาวเอาไว้ข้างหลังเล็กน้อย ก่อนจะพยายามตอบออกมาเป็นภาษาอังกฤษ เพราะไม่ได้พูดภาษานี้บ่อยนัก จึงทำให้รู้สึกเคอะเขินอยู่บ้าง

            ฉัน... จิน--จินเหลียง

            ยินดีที่ได้รู้จักจ้ะ เธอพูดภาษาจีนก็ได้นะเธอบอกกับเขา

            เธอจะฟังรู้เรื่องเหรอ?จินเหลียงถาม เมื่อเห็นเด็กสาวพยักหน้าเบาๆ เขาจึงพูดขึ้นต่อเป็นภาษาบ้านเกิดแทน ทำไมถึงฟังออกล่ะ... ไม่สิ ทำไมฉันถึงฟังเธอออก ฉันก็ไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษอะไรมากมายนะ

            ที่นี่คือโลกแห่งจิตใจ ภาษาไม่มีผลต่อการสื่อสารที่นี่ เพราะที่นี่สื่อสารกันด้วย ใจจ้ะ

            จินเหลียงทำหน้าฉงน โลกแห่งจิตใจ?”

            ใช่จ้ะ ทุกคนมีโลกของตัวเอง และมีกำแพงกั้นเป็นของตัวเองด้วย ทุกคนมีความสามารถพิเศษของตนเองในโลกจิตใจจ้ะ อย่างฉันก็สามารถไปไหนก็ได้ในโลกของทุกคน

            โอ้โฮ ฟังดูขี้โกงจัง เขาพูดขึ้นเบาๆ ก่อนจะถามต่อ แล้วฉันล่ะ?

            เธอจะต้องหาเองให้เจอจ้ะอเล็นเล่ตอบยิ้มๆ

            จินเหลียงนึกสงสัยในใจ เขามีความสามารถพิเศษนั้นด้วยหรือ แล้วมันคืออะไร ควรจะหาอย่างไร?

            ยังไม่ทันจะได้ทำอะไรต่อ ร่างของเขาก็ค่อยๆจางลงเรื่อยๆ ชายหนุ่มหันมองอเล็นเล่อีกครั้งด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยคำถาม เด็กสาวยกมือขึ้นโบกให้เป็นเชิงอำลา

            เธอคงได้เวลาตื่นแล้ว ไว้เจอกันอีกนะ

            เดี๋ยวสิ!”

 

            เดี๋ยวก่อน...

            จินเหลียงลืมตาขึ้นอีกครั้ง ร่างสะดุ้งผึงจากเตียง หันไปมองรอบๆ ตนกำลังอยู่ในห้องนอน... หน้าจอโน๊ตบุ๊คถูกเปิดทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อคืน เขาลุกขึ้นจากเตียง ก่อนจะค่อยๆนึกทบทวนความฝันย้อนกลับไป

            เด็กสาวคนนั้น... อเล็นเล่

            จินเหลียงชำเลืองมองที่โต๊ะ รูปถ่ายสามใบที่วางทิ้งไว้ทำให้เขานึกอะไรที่สำคัญขึ้นได้พอดี

            คนที่เห็นในฝันกับคนในรูปนี้... คนเดียวกันเลยนี่นา!!

**********

            วิคเตอร์นอนอยู่บนเตียง เล่าเรื่องอยู่นาน ท้าวความยาวตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันที่รัสเซีย ยูเลียนานั่งฟังเงียบๆ พยักหน้าไปพลาง เธอฟังไปนึกถึงตัวเองไปด้วย สิ่งที่เขาเล่ามามีความเชื่อมโยงกับตัวเองอย่างที่แม้แต่เธอก็นึกไม่ถึง เธอเข้าใจถึงสาเหตุที่ตนเองจำอดีตไม่ได้ และบัดนี้ เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมตนเองจึงไม่มีญาติพี่น้อง และอยู่ตัวคนเดียวมาตลอดนับแต่จำความได้

            หลังจากหนีออกมาจากองค์กร ยูเลียนาก็ลืมความทรงจำทั้งหมดในตอนนั้น

            เพราะค่อนข้างเกเร เธอจึงหนีออกมาจากสถานเด็กกำพร้า ด้วยอุบัติเหตุถูกลูกหลงจากนักเลงหัวไม้ทำให้ตาข้างขวาบอดสนิท ภายหลังถูกครอบครัวชาวอเมริกันรับไปเลี้ยง จึงทำให้เธอพูดภาษาอังกฤษได้ดีเหมือนภาษารัสเซียซึ่งเป็นภาษาแม่ จนเมื่ออายุได้ราวๆสิบห้าปี พ่อและแม่บุญธรรมได้ล้มป่วยจนเสียชีวิต เธอจึงต้องอยู่ตัวคนเดียวจนปัจจุบัน

            สรุปก็คือ ฉันเป็นหนึ่งในคนที่องค์กรไล่ล่าอยู่ใช่ไหมเธอสรุปสิ่งที่ฟังทั้งหมดออกมาเป็นประโยคสั้นๆ และที่พวกนายกำลังทำ คือหยุดยั้งองค์กรบ้าๆนั่นให้ได้ ถูกไหม วิคตอร์

            เธอเข้าใจถูกแล้ว แต่ฉันชื่อวิคเตอร์เด็กหนุ่มพยายามสะกดเสียงชื่อตนเองที่ถูกต้องให้เธอฟัง

            วิคตอร์

            แต่ดูท่า... ไม่มีประโยชน์

            ไหนออกเสียงคำนี้ เตอร์เขาออกเสียงอีกครั้ง

            ตอร์เธอออกเสียงกระดกลิ้น ร. เรือชัดเจน ได้ยินเช่นนั้น วิคเตอร์ก็ล้มเลิกความคิดที่จะให้เธอออกเสียงให้ถูกต้องทันที

            ให้เรียกวิคตอร์ก็ได้...

            แล้วเธอ... จะเข้าร่วมกับพวกเราไหม?วิคเตอร์ถามเสียงเรียบ นัยน์ตาสีเขียวมรกตส่องประกายเหมือนกำลังร้องขอ เขาต้องการกำลัง... กำลังและพรรคพวกที่จะช่วยให้ปณิธานของเขาสำเร็จ หากเธอเข้าร่วม เขาก็ได้แรงสนับสนุนเพิ่มอีก

            แต่เขาก็เตรียมใจเอาไว้แล้วเช่นกัน ว่าเธออาจไม่เข้าร่วม ใครจะมายอมเสี่ยงกับเรื่องแบบนี้กันล่ะ มีชีวิตธรรมดาก็ดีอยู่แล้วไม่ใช่หรือ?

            ตกลง ฉันเข้าร่วมกับนายด้วย

            ยูเลียนาตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แววตาจดจ้องมาที่วิคเตอร์ไม่กะพริบ เด็กหนุ่มแทบผงะไปชั่วขณะ เขานึกไม่ถึงว่าเธอจะตอบตกลงได้ง่ายขนาดนี้

            ฉันไม่อยากเข้าผับทุกคืนเพื่อเล่นพนันหาเงินแล้ว เดินทางรอบโลกกับพวกนายฟังดูน่าสนุกกว่าเยอะเลยล่ะ แถมไม่ต้องกลัวโดนมาเฟียดักตีหัวด้วย

            แต่เธออาจถูกไล่ล่าวิคเตอร์ตอบเสียงเครียด เขากุมมือตนเองไว้แน่น

            ปัจจุบันนี้ก็โดนอยู่แล้วยูเลียนาตอบแล้วยิ้มกวนๆให้เขา

            ยูเลียนากับวิคเตอร์มองตากันอีกครั้งเหมือนกำลังตอบคำถามให้กันและกัน ทั้งสองพยักหน้า

            วิคเตอร์ค่อยๆลุกจากเตียง ในขณะที่อเล็นเล่ตื่นขึ้นพอดี เด็กสาวเมื่อเห็นวิคเตอร์กำลังลุกจากเตียงจึงเบิกตาโพลง ก่อนจะลุกขึ้นโผเข้ากอดเขาด้วยความปลื้มปีติ วิคเตอร์ที่กำลังตกใจไม่ทันได้ตั้งตัวได้แต่เบิกตาโตด้วยความตะลึง หัวใจเต้นระรัวราวกับกลอง ใบหน้าแดงก่ำราวมะเขือเทศ

            เธอมันบ้าที่สุด! รู้ไหมทุกคนใจหายใจคว่ำกันหมดเลย... คราวหลังห้ามบาดเจ็บอีกนะ ไม่งั้นละก็ ฉันจะบอกพี่ชาลีให้ลงโทษเธอหนักๆเลย

            อเล็นเล่ตำหนิยกใหญ่ วิคเตอร์ที่กำลังอึ้งได้แต่นิ่งตัวแข็งทื่อราวก้อนหิน ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าควรจะยกแขนขึ้นโอบกอดเธอตอบ มือบางยกขึ้นลูบเส้นผมอ่อนนุ่มเบาๆ เขารู้สึกหัวใจเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไออุ่นจากตัวเธอ... กลิ่นหอมอ่อนๆจากตัวเธอ มันทำให้เขารู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก

            เอ่อ... ขอโทษนะ อเล็นเล่เขาพูดได้แค่นั้น... คำพูดในปากที่เหลือไม่รู้จะนำมันออกมาอย่างไร ได้แต่อัดอั้นอยู่ในลำคอด้วยความเคอะเขิน

            รู้ไหมว่าถ้าเธอตาย ทุกคนจะเสียใจแค่ไหน อย่าทำให้ทุกคนเป็นห่วงสิ!”

            เอาแต่ใจชะมัด ก็สถานการณ์มันพาไปนี่...

            เขาได้แต่ตำหนิในใจ ยูเลียนาเห็นเช่นนั้นก็ระเบิดหัวเราะออกมาลั่น ก่อนจะพูดล้อเลียนขึ้นเสียงดังจนทั้งคู่ตกใจ กลุ่มพวกเรามีคู่รักด้วยเหรอเนี่ย น่ารักดีจริงๆ ฮ่าๆๆ!”

            ไม่ใช่ ไม่ใช่นะ!” วิคเตอร์ปฎิเสธทันควัน ในขณะที่อเล็นเล่รีบผละออกจากตัวเขา แล้ววิ่งแก้มแดงออกไปจากห้องทันที ยูเลียนาระเบิดหัวเราะลั่นกว่าเดิม ในจังหวะนั้นเอง ที่ชาลีเดินเข้ามาในห้อง มองอเล็นเล่ที่วิ่งตัดหน้าออกไปด้านนอก ยูเลียนา และวิคเตอร์ ก่อนจะขมวดคิ้ว

            ใครคู่รักนะ?เขาถามเสียงเครียด มือหักนิ้วดังกร๊อบอย่างเอาเรื่อง ตาหรี่ลงคล้ายนึกสงสัย

            ไม่มี... ไม่มีอะไรวิคเตอร์ตอบเสียงตะกุกตะกัก เขาหันหลบไปทางอื่นเพื่อซ่อนใบหน้าที่ยังไม่หายแดงเอาไว้ ยูเลียนาเดินเข้ามาตบไหล่ชาลีเบาๆ ก่อนจะพูดขึ้นน้ำเสียงแฝงเลศนัย

            ก็รู้กันอยู่น่าพวก ไม่น่าถามนะ

            เธอคงไม่ได้หมายถึง...?ชาลีขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม รอยย่นบนใบหน้าหนาขึ้น เขาเดินเข้ามาที่วิคเตอร์แล้วถามด้วยเสียงทุ้มต่ำน่ากลัว จับคางวิคเตอร์ยกขึ้นมองระยะประชิดอย่างเอาเรื่อง นาย คง ไม่ ได้ คิด อะ ไร กับ เธอ?

            วิคเตอร์พยักหน้านิ่งๆ

            ชาลีคว้าแว่นวิคเตอร์ที่วางไว้ข้างๆเตียงขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเก็บใส่กระเป๋าเสื้อ ฉันไม่เชื่อหรอก ไอ้แว่นขี้เก๊ก!”

            เดี๋ยวๆ... เอาแว่นฉันคืนมานะ!”

            วิคเตอร์ตะโกน เขาลุกจากเตียงเดินตามชาลี ชาลีเห็นเช่นนั้นก็วิ่งออกจากห้อง วิคเตอร์แม้พยายามควบตามหลัง แต่เพราะแผลที่หลังยังไม่หายดี ทำให้ออกตัววิ่งได้ไม่ถนัดนัก ครั้นเมื่อวิ่งไปถึง ชาลีก็โยนแว่นไปที่ยูเลียนา ทั้งสองหัวเราะสนุกสนานเหมือนเด็กๆ

            ใช่... นี่อาจจะเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข

            พวกเขากำลังกอบโกยช่วงเวลาเหล่านั้นเอาไว้ให้มากที่สุดอยู่...

 

เพราะพวกเขารู้ดี ว่าเวลาเหลือไม่มากแล้ว

224 ความคิดเห็น

  1. #207 ♠ e l f . (@sanael) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2558 / 14:16
    ต๊าย วิคเตอร์ตื่นมาแล้วเจอฉากฟินลูกใหญ่ตู้มเลยรึ
    อิจข่า 55555555 แต่ได้เืพ่อนมาอีกคนแล้ว เย้ๆ :D
    #207
    0
  2. #189 Levi-san (@Levi-san) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 / 13:18
    อร๊ายยย ฟินอ่ะ>< วิคเตอร์นายน่ารักกกกก^3^
    ตอนนี้ ดี.ชี แฟนฉันหายยยนยน
    #189
    0
  3. #126 poroyo (@poroyo) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2558 / 22:59
    น้องเบสต์ปั่นมาอีกตอนแล้ว ก็ขอเข้ามาคอมเมนต์ว่าอ่านแล้วนะ

    คิดว่าช่วงที่บรรยายสภาพครอบครัวของวิคเตอร์น่าจะเขียนขยายความให้มากกว่านี้หน่อย
    ตรงช่วงที่พ่อแม่กับพี่เริ่มพากันต่อต้านคาร์ลวิน
    เหมือนกับว่าการคัดค้านช่วงแรกยังเป็นการให้ความเห็นต่างในเชิงจริยธรรมเพียงเล็กน้อย
    แต่ในภายหลัง พวกเขาแสดงอาการแข็งข้อที่ชัดเจน การโต้เถียง คัดค้าน เริ่มก่อให้เกิดความแตกแยกในองค์กร
    (ส่วนตัวพี่คิดว่า ช่วงร่วมใจต่อต้านนี้ เริ่มทำให้ครอบครัวกลับมามีความกลมเกลียวกันได้มากขึ้น อย่างน้อยในสายตาของวิคเตอร์และเวียร์รี่ น่าจะเพิ่มความดราม่าได้) 

    จนคาร์ลวินเห็นว่า ถึงจะเป็นครอบครัวนักวิจัยที่เก่งกาจ แต่ก็แข็งข้อกับเขา ซึ่งหากเก็บไว้ไม่ดีแน่ ต้องตัดไฟแต่ต้นลม
    และเชือดไก่ให้ลิงดู ว่าไม่ควรต่อกรกับองค์กรใหญ่

    อเล็นเล่มีพลังเชื่อมโยงเหมือนนางเอกAquarion EVOLผสมกับโครเช่ในAr Tonelico2 เลยแฮะ
    พูดว่า Connect Me ดันไปนึกถึงฉาก Connect With Me อันนี้เลย
    ซึ่งตอนนี้พี่คิดว่าเธออาจจะค่อยๆแปรสภาพเป็นQueen ของโลกจิตใต้สำนึก
    ส่วนชาร์ลี เมื่อไหร่จะทำอะไรได้มากกว่านี้้หนอ แลดูเป็นคนที่พลังตื่นยากมาก
    ดีซีรับบทหนักประจำราวกับที่พึ่งหลักของทีมเลย ถ้าเกิดอะไรขึ้นนี่ทีมต่อต้านจะอยู่ยังไงกัน 

    ปล. เดี๋ยวอ่านสรุปทั้งเรื่องค่อยทำให้นะ พอดีช่วงนี้งานยุ่งใช้ได้เลยจ้ะ
    #126
    1
    • #126-1 Besty (@bestyworld) (จากตอนที่ 26)
      25 พฤษภาคม 2558 / 22:47
      ตรงนี้ เดี๋ยวจะเล่าเพิ่มความรู้สึกนึกคิดเพื่อความดราม่าเพิ่มในตอนถัดไป 25-27 ค่ะ เพราะจะมีการเชื่อมต่อกับโลกจิต บู๊ในโลกจิตกันอีกยาวเลย ดังนั้น ยังมีปมให้เฉลยอีกเยอะแยะค่ะ
      ใช่ค่ะ คาร์ลวินเขาเชือดไก่ให้ลิงดู เพราะหลังจากเหตุการณ์นั้น ไม่มีใครกล้าหืออีก แถมเส้นสายใหญ่ ไม่มีใครกล้ายุ่ง รัฐบาลหลายประเทศเป็นแบ็กให้ด้วย

      ยูเลียนาถึงบอกว่างานยากไงคะ แต่นางก็ยังเล่นด้วย เพราะนางเบื่อชีวิตปัจจุบันล้วนๆ อยากทำอะไรบ้าๆบ้าง ๕๕๕๕๕๕๕ //ชีวิตหนูก็เหมือนกันค่ะ อยากทำแบบนั้น แต่ทำไม่ได้ เลยไปใส่ในนิยาย ๕๕๕๕

      แหม เดาถูกแบบนี้ต้องหักมุมกริ๊บๆ นางเอกของเราเป็น Queen ในโลกจิตใต้สำนึกจริงๆค่ะ
      ส่วนชาลี พลังของเขา Basic but useful ค่ะ ไม่พิเศษ แต่สำคัญมากทีเดียว ต้องรออ่านนะคะ
      ส่วนพวกคนอื่นไม่ได้โดนทดลอง ก็มนุษย์ธรรมดา ก็มีพลังเหมือนกันค่ะ แต่ไม่เด่นมากเท่าพวกที่โดนทดลอง อารมณ์ประมาณ อัจฉริยะที่ถนัดเรื่องนั้นๆ กับคนธรรมดาที่ต้องฝึกน่ะค่ะ

      และเดี๋ยวก็จะได้ห้ำหั่นกันอีกค่ะ ไม่เคยเขียนฉากห้ำหั่น คงจะได้ลองแล้ว ๕๕๕๕

      ชาร์ลอตมีพลังนะคะ แม้นางจะตายไปแล้ว แต่พลังก็ยังคงค้างเอาไว้อยู่ คืออะไรต้องตามอ่านค่ะ ^^

      ดี.ซี. บอกให้เลยค่ะ พลังเขาคล้ายยูเลียนา แต่ไม่เหมือน
      ดี.ซี. แยกร่างได้ค่ะ เขาเน้นสร้างภาพมายา ในขณะที่ยูเลียนาสลับร่าง สองคนนี้เลยทำคอมโบได้ดีมาก แต่ความสัมพันธ์ระหว่างสองคนนี้ คงต้องดูเรื่องต่อไปค่ะว่าไปในทิศไหน บางทีคนเขียนก็บอกไม่ได้

      ขอบคุณค่ะพี่โพโรโยะที่แวะมาอ่าน โชคดีกับงานนะคะพี่ ^^
      #126-1
  4. #125 Sunscreenone (@inkzacod) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2558 / 19:12
    เอ้าๆช่วยกันเม้นช่วยกันทำมาหากิน //ผิดๆ 555 วิคเตอร์ทำไมนายทำแบบนี้เราอุตส่าห์จิ้นนายกับชาลีแล้วแท้ๆ //แฮ่กๆ 
    #125
    1
    • #125-1 Besty (@bestyworld) (จากตอนที่ 26)
      23 พฤษภาคม 2558 / 19:17
      มันอาจจะแก้มแดงเพราะชาลีก็ได้นะ? //ผิดๆ
      นังวิคเตอร์เนื้อหอมจ้ะ เดี๋ยวมีสาวคนอื่นอีกเพียบ ๕๕๕๕๕๕
      #125-1