Intimate Mind ล่าล้างฝัน จิตสังหาร

ตอนที่ 25 : Chapter 23: Gathering Allies รวบรวมพรรคพวก (I)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 74
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    21 พ.ค. 58

   

-Chapter 23-
Gathering Allies รวบรวมพรรคพวก (I)



  

            หลังจากที่รอดมาจากเหตุการณ์เครื่องบินตกมาได้อย่างหวุดหวิด สำนักข่าวต่างๆก็แห่กันมาสัมภาษณ์ผู้รอดชีวิตทั้งหมด ถามไถ่ถึงเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น เรื่องนี้กลายเป็นข่าวคึกโครมไปทั่วรัสเซีย เพราะเป็นที่รู้ดีว่าเครื่องบินที่ตกลงน้ำนั้น มีโอกาสรอดน้อยมาก เครื่องบินมักจะระเบิดจากแรงกระแทก ตัวอย่างที่ชัดเจนจนเป็นข่าวไปทั่วโลกเช่นกัน ก็คือเหตุการณ์เอธิโอเปียนแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 961 ซึ่งเกิดการระเบิด ทำให้ผู้โดยสารกว่าครึ่งเสียชีวิต

            นอกจากนี้ยังเกิดกระแสให้ลงโทษแอร์โฮสเตสสาวคนนั้นอย่างหนัก แต่ถึงกระนั้น หลังจากเวลาผ่านมาได้สัปดาห์หนึ่ง ข่าวกลับเงียบไปเสียเฉยๆราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            “พวกองค์กรนี่ตัวใหญ่จริงๆด้วยนะ เอาเงินอุดปากสื่อเงียบกริบหมดเลยดี.ซี. พูดขึ้น ระหว่างกำลังนั่งรับประทานอาหารเที่ยงกับทุกคน ในร้านอาหารริมถนนเนฟสกี ศูนย์รวมแหล่งท่องเที่ยวและร้านอาหาร

            บางคนขนานนามให้เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเป็นเวนิสแห่งรัสเซีย อาจเป็นเพราะนครแห่งนี้เต็มไปด้วยคลองมากมาย แม้ไม่มีเรือกอนโดลา และตึกย้อนยุคสีสันสดใสเหมือนกับเวนิสจริงๆ แต่เมืองนี้กลับมีเอกลักษณ์กลิ่นอายแบบยุโรปโบราณ สถานที่ทางประวัติศาสตร์มากมายต่างรวมกันอยู่ที่นี่แทบทั้งสิ้น

            อาหารเที่ยงวันนี้ดูน่ากิน บนโต๊ะอาหารเต็มไปอาหารหลากหลายชนิด เครื่องเคียงอย่างไวน์สีแดงเลิศรส หญ้าฝรั่น ผักดองและเฟรนช์ฟาย ดี.ซี. ยกแก้วไวน์ขึ้นจิบไปกรึ๊บหนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นต่อ “ผมว่างานของพวกเราไม่ง่ายเลยนะนี่ ต้องหยุดองค์กรระดับใหญ่ๆแบบนั้นให้ได้ในหกเดือน

            “ก็ไม่ง่ายน่ะสิ ดี.ซี. แต่เราก็ต้องหยุดมันให้ได้ชาลีพูดขึ้น แม้บรรยากาศจะดูตึงเครียด แต่เขาก็ยังตักเส้นพาสต้าขึ้นดูดกินอย่างเอร็ดอร่อย เคล้ากับเนื้อวัวจากจานเมนูเด็ด บีฟ สโตรกานอฟซึ่งก็คือ เนื้อวัวผัดซอสใส่เห็ดแชงปิญองสด โรยปาปริก้าเล็กน้อยเพื่อความอร่อย เออจะว่าไป เห็นแกเคยพูดว่าอาหารทุกชนิดมีประวัติศาสตร์ในตัวของมันนี่ วิคเตอร์ ไหนลองเล่าเกี่ยวกับจานที่ฉันกินให้ฟังหน่อย

            วิคเตอร์ตักซุปสีแดงกินอย่างช้าๆ ชื่ออาหารคือซุปบอร์ช ซึ่งทำจากบีทรูท เขาทานไปครู่หนึ่ง ก่อนจะวางช้อนแล้วตอบคำถามชาลี สโตรกานอฟ เป็นชื่อของทหารที่ร่วมรบในสงครามกับพระเจ้าปีเตอร์มหาราชน่ะ สโตรกานอฟเสียแขนไปข้างหนึ่งระหว่างสงคราม เมื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงของพระองค์ พระองค์จึงบัญชาให้ห้องเครื่องจัดอาหารที่เหมาะสมให้ อาหารและเครื่องปรุงทุกอย่างถูกหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ทำให้สามารถกินได้อย่างสะดวก

            ชาลีฟังพลางพยักหน้ายิ้มๆ โอ้ ถามเล่นๆ นึกไม่ถึงว่าจะตอบจริงๆแฮะ ใช้ได้ๆ

            วิคเตอร์ทานอาหารต่อไปอย่างเงียบๆ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ามีเรื่องสำคัญต้องคุย เขาหันไปทางอเล็นเล่พลางพูดกับเธอ จะว่าไป เธอเชื่อมต่อกับยูเลียนาได้ด้วยหรือ?

            อเล็นเล่วางแก้วน้ำผลไม้ปั่นลงบนโต๊ะอาหารเบาๆก่อนจะตอบ ใช่จ้ะ ความสามารถพิเศษของฉันคือ เชื่อมต่อกับจิตใจทุกคน ส่วนยูเลียนาสามารถสลับตำแหน่งในโลกจิตใจของทุกคนได้จ้ะ

            “เธอคิดว่าฉัน ชาลี หรือแม้แต่คนธรรมดาอย่างดี.ซี. จะมีความสามารถพิเศษบ้างไหม

            “ต้องมีสิจ๊ะ ฉันคิดว่าไม่ใช่แค่คนที่ถูกทดลองหรอก น่าจะมีทุกคน เพียงแต่ต้องหาให้เจอเท่านั้น

            วิคเตอร์พยักหน้าเบาๆกับคำตอบนั้น ใช่... เขาต้องหาความสามารถพิเศษของตนเองให้เจอ ความสามารถพิเศษในโลกของจิตใจของเขาคืออะไรกันนะ

            ชาลีกระแอมไอ ยกแก้วน้ำขึ้นดื่มไปอึกหนึ่ง ก่อนจะกล่าวถามต่อ “ไหนๆก็ไหนๆ เราอยู่ที่นี่กันมาสัปดาห์หนึ่งแล้วนะ ยังไม่มีวี่แววว่าจะเจอยูเลียนาเลย จะเอายังไงต่อล่ะ

            “นั่นสิ หลังจากเหตุการณ์นั้นฉันก็ไม่ค่อยฝันด้วย เลยไม่ได้เชื่อมต่อกับยูเลียนาเลยอเล็นเล่ตอบ

            ดี.ซี. มองออกไปข้างนอก ก่อนจะยกริมฝีปากขึ้นยิ้มบางๆ แล้วเสนอความเห็นออกมา “ถ้าอย่างนั้น คืนนี้เราลองแยกย้ายกันไหม ไปตามผับตามบาร์ต่างๆ อาจจะเห็นหรือเจอเธอบ้าง ใครเจอก็แจ้งบอกกันทางคอลมี ทุกคนคิดว่าแผนนี้เป็นยังไง

            “ก็ดีนะวิคเตอร์กล่าวอย่างเห็นด้วย

            ชาลีสรุปความเห็น “งั้นคืนนี้ไปกันสามที่ ฉันจะไปกับอเล็นเล่เอง ส่วนพวกนายสองคนก็แยกย้ายกันไปคนละที่ ตามนี้ตกลงไหม

            “ตกลงวิคเตอร์ตอบ ทุกคนพยักหน้าขึ้นพร้อมกัน งั้นคืนนี้เริ่มงานกันเลย

**********

คืนนั้น

            เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กแม้เป็นเมืองใหญ่ที่ค่อนข้างเจริญและรวบรวมประวัติศาสตร์วัฒนธรรมเอาไว้มากมาย แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ ว่าย่อมจะต้องมีสถานที่อโคจรตามสัญชาตญาณดิบของมนุษย์อยู่

            อย่างเช่นผับเดอะไนท์คลับที่ชาลีกำลังเหยียบอยู่ ณ ที่แห่งนี้

            มันตั้งอยู่ในซอยเปลี่ยว ลึกและมืดมิด แต่เมื่อได้มาหยุดลง ณ ที่แห่งนี้ กลับมีผู้คนมากมายมากหน้าหลายตารวมตัวกันอยู่มากมาย แสงสีสดใสจากภายในพร้อมกับเพลงกระหึ่มจังหวะเร้าใจชวนให้ลุกขึ้นเต้น กลิ่นเหล้าและบุหรี่เหม็นคละคลุ้งทะลักออกมาด้านนอก อเล็นเล่กอดแขนชาลีแน่นด้วยความกลัวเพราะไม่เคยมาสถานที่แบบนี้ ชาลีอดไม่ได้ที่จะต้องยกมือขึ้นลูบหัวเธอเบาๆ

            “ไม่เป็นไรหรอก พี่อยู่ข้างๆแบบนี้ไม่มีอะไรน่ากลัว!”

            ทั้งสองเดินเข้าไปด้านในพร้อมๆกัน ก่อนจะนั่งลงที่หัวมุมเคาน์เตอร์ บาร์เทนเดอร์หน้าตาดูขี้เมาเดินมาถามเมนูเครื่องดื่มด้วยภาษารัสเซีย แม้จะฟังไม่เข้าใจ แต่ทั้งสองพอจะรู้ดีว่าเขาน่าจะถามว่า เอาเครื่องดื่มอะไร ชาลีตอบเขาไปเป็นภาษาอังกฤษ

            “เอามาการิต้ากับเบียร์แก้วนึง

            บาร์เทนเดอร์พยักหน้ารับคำสั่ง เพียงชั่วอึดใจเดียว เขาก็นำแก้วเครื่องดื่มมาวางเสิร์ฟที่หน้าโต๊ะอีกครั้ง เบียร์สีเหลืองอ่อนในแก้วไม้สุดคลาสสิคมีฟองฟูๆอยู่ด้านบน กับคอกเทลสีฟ้า มะนาวและเกล็ดเกลือเล็กๆติดอยู่ที่ขอบแก้ว ชาลียกแก้วมาการิต้ายื่นให้อเล็นเล่ ก่อนจะยิ้มแล้วพูดขึ้น

            “เธอโตแล้ว กินได้น่า ไม่ต้องกลัว

            “แต่พี่ชาลีเคยบอกว่ามันไม่ดี...

            “กินๆไปเถอะน่า!”

            พูดจบชาลีก็ยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่มเต็มๆอึก อเล็นเล่เห็นเช่นนั้นก็ค่อยๆยกแก้วคอกเทลขึ้นดื่มอย่างกล้าๆกลัวๆ วินาทีแรกที่ปากได้แตะกับขอบแก้ว เธอก็ต้องอุทานออกมาเบาๆ

            “เค็มจัง

            “โวะ ใครเขาให้ดูดขอบแก้วแบบนั้นล่ะ ดื่มสิดื่ม มันไม่ทำให้เธอตายหรอก!ชาลีเอ็ดเสียงดุจนเด็กสาวสะดุ้งโหยงรีบยกแก้วขึ้นดื่ม น้ำสีฟ้าสดใสไหลไปตามขอบแก้วเข้าสู่ปาก มันให้รสเปรี้ยว แอบขมแอลกอฮอล์ อาจเป็นเพราะยังไม่คุ้นชิน เมื่อผสมกับเกลือที่ขอบแก้วทำให้รสชาติออกมากลมกล่อมเข้ากัน

            “เป็นไงชาลีเอ่ยถาม อเล็นเล่ทำท่าขนลุกเล็กน้อยกับรสชาติของเครื่องดื่มที่เพิ่งดื่มไปเมื่อครู่ น้ำสีฟ้าใสๆยังคงมีทิ้งไว้บางส่วนที่ก้นแก้วทรงสูง

            “ก็... อร่อยแปลกๆค่ะเธอตอบ บาร์เทนเดอร์ที่เคาน์เตอร์หัวเราะคิก ก่อนจะเดินมาที่หัวมุมเคาน์เตอร์ ชวนทั้งคู่คุยเล็กๆน้อยๆ สำเนียงภาษาอังกฤษของชาวรัสเซียกระดกลิ้นชัดเจนและพูดรวดเร็วมากจนทั้งสองเกือบจะฟังไม่ทัน

            “ตลกดีนะ นี่เป็นการดื่มครั้งแรกของแฟนสาวนายหรือ ทำไมไม่ให้เธอลองวิสกี้ไปเลยล่ะ แรงๆสิดี แบบนี้มันก็แค่น้ำคลองกระจอกๆ!”

            ชาลีขมวดคิ้ว เมื่อได้ยินคำว่าแฟนสาว เขาตอบคู่สนทนาด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจ ไม่ใช่แฟนเสียหน่อย นี่น้องสาวน่ะ อีกอย่างวิสกี้แรงไป กลัวเธอรับไม่ไหว

            “ไก่อ่อนก็แบบนี้บาร์เทนเดอร์ยักไหล่ตอบสั้นๆก่อนจะเดินไปทำเครื่องดื่มที่อื่น ทำเอาชาลีรู้สึกหงุดหงิดไปทันที ในจังหวะนั้นเอง ที่เสียงมือถือดังขึ้น เมื่อหยิบมาดูจึงพบว่าเป็นข้อความคอลมีจากวิคเตอร์ ที่ส่งจากการสนทนากลุ่ม We are one

            วิคเตอร์: เช็คในผับสองที่ แถวๆถนนมาร์ชาลา โกโวโรวา ไม่เจอเบาะแสเลย กำลังจะไปที่ทางทิศเหนือ ดูอีกสักสองสามที่ ปักหมุดในแผนที่เอาไว้แล้ว ถ้าอยากรู้เปิดเองแล้วกัน [กรุณาสัมผัสเพื่อดูแผนที่]

            ทำงานไวยังกับเครื่องจักร ใช่คนรึเปล่าเนี่ยชาลีเปรยเบาๆ พวกเราเพิ่งมานั่งนี่ได้ครึ่งชั่วโมงกว่า หมอนั่นเช็คไปแล้วสองที่ โหด... โหดเกิน!”

            อเล็นเล่ยิ้มบางๆระหว่างอ่านข้อความจากสมาร์ทโฟนตนเอง เธอพิมพ์ตอบไปสั้นๆ

            อเล็นเล่: สู้ๆนะ

            ชาลีถลึงตามาที่เธอทันทีที่ข้อความนั้นปรากฎขึ้นบนจอ อเล็นเล่หัวเราะคิกที่ได้แกล้งพี่ชายของตนเอง เธอรู้ดีว่าเขานับถือวิคเตอร์ขนาดไหน เพียงแต่เพราะเห็นฝ่ายตรงข้ามอายุน้อยกว่าจึงไม่ยอมก้มหัวให้ เธอจึงรู้สึกสนุกทุกครั้งที่ได้แกล้งเขาเช่นนี้ ชาลีที่กำลังหงุดหงิดรีบพิมพ์ตอบในบทสนทนากลุ่มทันที

            ชาลี: ทำงานหัดรอบคอบด้วย ไม่งั้นถ้าผิดพลาดอะไรขึ้นมา ฉันจะโทษแก!

            ในเวลาไม่ถึงครึ่งนาที วิคเตอร์ก็ตอบข้อความกลับอย่างรวดเร็ว

            วิคเตอร์: มัวแต่นั่งแชท งานจะได้เรื่องไหม

            คำพูดนั้นทำให้ชาลีแทบจะจุกอก แม้จะโมโห แต่ก็เถียงไม่ออกกันเลยทีเดียว... อเล็นเล่กดส่งตัวแสดงอารมณ์ยิ้มๆไปเพื่อไม่ให้บรรยากาศตึงเครียด เธอตบหลังชาลีเบาๆ ก่อนจะหันไปทางโซนดิสโก แสงสีวูบวาบส่องท่ามกลางผู้คนมากมายที่เต้นกันอย่างเมามันส์ไปกับเสียงเพลงระทึกหัวใจ ดีเจที่อยู่ท่ามกลางแสงสีเหล่านั้น ดูมีความสุขกับอาชีพของตนเองน่าดู เขาเต้นไปตามจังหวะดนตรี มือก็เลื่อนปรับจูนเสียงไปพลาง อเล็นเล่เห็นแล้วก็นึกถึงตนเอง...

            ฉันจะได้มีโอกาสทำสิ่งที่รักบ้างหรือเปล่านะ?

            “โอ้โฮ!!”

            เสียงโห่ร้องจากโต๊ะกลมยาวกลางผับดังขึ้นท่ามกลางเสียงเพลงร็อคกระหึ่ม ผู้คนมากมายกำลังมุงดูอะไรบางอย่าง ชาลีกับอเล็นเล่ลุกขึ้นพร้อมกัน ทั้งสองเดินไปดูบ้าง จึงได้เห็นชายวัยกลางคนคนหนึ่งกำลังเล่นเกมเศรษฐีอยู่ เขาถือเงินปึกหนึ่งในกำมือ ส่วนฝ่ายตรงข้าม...

            ยูเลียนา!

            เธอสวมที่ปิดตาข้างหนึ่ง รอยสักรูปดาวที่แก้มข้างขวาทำให้เธอดูเป็นสาวมาดนักเลงกวนๆ ผมซอยสั้นสีขาวดูทะมัดทะแมง กับชุดสายเดี่ยวและกางเกงขายาวรัดรูปเผยให้เห็นสัดส่วนเว้าโค้งสมเป็นผู้หญิง กล้ามเนื้อที่ไม่มากเกินไปตามร่างกายแสดงให้เห็นว่าเธอออกกำลังกายเป็นประจำ

            ชาลีมุดตัวเข้าไปท่ามกลางผู้คนมากมาย ก่อนจะตะโกนโวยวายเรียกชื่อเธอเป็นการใหญ่จนทุกคนหันมามอง อเล็นเล่ดึงแขนห้ามเขาเอาไว้ไม่ทัน จึงได้แต่มุดตามหลังมาอย่างเสียไม่ได้

            “ยูเลียนา!”

            ชาลีร้องตะโกน ยูเลียนาที่หันไปมองต้นเสียงเผลอทำลูกเต๋าหลุดมือไป มันหล่นลงบนพื้น ก่อนหมุนติ้วๆ เมื่อมันหยุดนิ่งจึงปรากฏเป็นแต้มที่ชัดเจน...

            “หกแต้ม...!”

            “โอ้พระเจ้า!” เสียงผู้คนโห่ร้องอย่างไม่เชื่อสายตา ยูเลียนาจะต้องตกเมืองที่แพงที่สุดของฝ่ายตรงข้าม ซึ่งจะต้องจ่ายเป็นเงินจำนวน...

            “ห้าหมื่นรูเบิล

            ชายในชุดสูทสวมแว่นดำตอบนิ่งๆ น้ำเสียงแฝงความเย็นยะเยือกชวนขนลุก เขาเป็นผู้เล่นคู่แข่งของยูเลียนา หญิงสาวหันไปมองชาลีด้วยสายตาตำหนิ ก่อนจะหันมายักไหล่ นับปึกเงินในมือ แล้วยื่นไปให้ฝ่ายตรงข้าม เธอยักคิ้วกวนๆให้ด้วย

            “ฉันมีแค่สี่หมื่นห้าพันรูเบิล ที่เหลือติดไว้ตาหน้าได้ไหม

            “เอ่อ ขอโทษที...ชาลีเดินเข้ามาแทรกระหว่างกลางวง ในขณะที่บรรยากาศกำลังมาคุ เขาล้วงหยิบอะไรบางอย่างในกระเป๋า แล้วยื่นให้ยูเลียนา เมื่อกี้ขอโทษที่ทำให้เสียสมาธิ ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะ

            อเล็นเล่เบิกตาโพลง เธอเดินปรี่เข้ามากระซิบตักเตือนเสียงแผ่ว พี่ จะทำอะไรน่ะ...!”

            “ไปนั่งรอเงียบๆที่บาร์ตรงมุมโน้นเถอะ บอกทุกคนด้วยว่าเจอเธอแล้วชา ลีโบกมือให้เป็นเชิงไล่ อเล็นเล่แม้จะรู้สึกโกรธที่พี่ตนเองทำอะไรดูไร้เหตุผลแบบนี้ แต่ก็กลับไปนั่งที่ที่เดิมอย่างเชื่อฟัง ก้มกดสมาร์ทโฟนบอกข่าวทุกคน แต่ก็ไม่วายยังคงชำเลืองหันมองสถานการณ์อยู่ห่างๆด้วยความเป็นห่วง

            ยูเลียนารับเงินมานับ ในปึกนับได้ห้าพันรูเบิลพอดี เธอยิ้ม นึกในใจว่าคนบ้าๆแบบนี้ก็มีด้วย แต่ก็ดี เข้าทางเธอ แบบนี้ก็ไม่ต้องมีปัญหากับพวกนักเลงใหญ่แล้ว แม้คืนนี้จะเล่นไม่ได้สักแดงซ้ำยังเสียทุนไปมาก แต่ก็ยังพอมีโอกาสลองใหม่คราวหน้าอยู่

            หรืออาจจะไม่มี?

            ฝ่ายตรงข้ามรับเงิน ก่อนจะพูดขึ้น ยกสีหน้าเรียบๆแต่แฝงความลึกลับหันมาทางชาลี แกเป็นใคร

            “ไม่มีอะไรมากหรอก ก็แค่ผ่านมา...

            “เอาเงินทั้งหมดมา ฉันเชื่อว่าแกมีมากกว่านี้ไม่ทันที่ชาลีจะพูดจบ ชายในชุทสูทสีดำก็พูดขึ้นขัด เขามือยกขึ้นขยับแว่นดำ ก่อนจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ กลิ่นควันฉุนลอยตลบไปทั่ว ผู้คนยังคงมุงดูอยู่ ทุกคนพากันนิ่งเงียบด้วยความระทึก ต่างคนต่างรู้ดีว่าคนคนนี้เป็นนักเลงที่มีชื่อเสียงมากแค่ไหน เส้นสายใหญ่ตำรวจไม่กล้าจับ หากทำอะไรขัดใจนิดเดียว...

            เขาฆ่าได้ทันทีโดยไม่ต้องรีรออะไรทั้งสิ้น!

            “เงิน? ทำไมฉันต้องให้แกด้วยล่ะชาลีตอบหน้าเหรอหรา อเล็นเล่ขนลุกวาบกับคำตอบจากปากเช่นนั้น เธอไม่รู้ว่าชาลีแสร้งทำซื่อ หรือตั้งใจทำจริงๆกันแน่ ประเมินสถานการณ์แล้วเดาไม่ถูกจริงๆ

            มันเป็นเรื่องที่เสี่ยงมากหากเขาจะขัดขืนต่อนักเลงมาดดีน่ากลัวเช่นนั้น เธอคิดแล้วก็เริ่มตัวสั่น เม้มปากแน่นโดยที่แม้แต่ตัวเองก็ไม่รู้ตัว ข้อความที่ส่งไปแม้จะขึ้นว่าทั้ง ดี.ซี. และวิคเตอร์อ่านแล้ว แต่เธอก็อดใจหายใจคว่ำไม่ได้ ในใจได้แต่ภาวนาให้เหตุการณ์ผ่านไปได้ด้วยดี และทั้งสองรีบมาที่นี่ไวๆ...

            “อย่างนั้นเหรอ... หึๆ

            ชายในชุดสูทยิ้มบางๆ โยนบุหรี่ลงกับพื้นพรมแดง ยกรองเท้าหนังขัดมันวาววับที่สวมใส่อยู่บี้เหยียบจนบุหรี่มอดดับลง เขาลุกขึ้นยืนพรวด ก่อนจะกอดอกล้วงมือเข้าไปในเสื้อสูท

            เขายกปืนขึ้นยิงขึ้นฟ้า ทำให้ทุกคนในร้านพากันแตกตื่น เสียงกรีดร้องดังระงมทั่วร้าน ตามด้วยการวิ่งหนีของผู้คนอย่างชุลมุนจ้าละหวั่น กระหึ่มยิ่งกว่าเสียงเพลงร็อคในบาร์ที่ยังเปิดทิ้งเอาไว้อยู่เสียอีก

            ยูเลียนาด้วยความมือไว คว้าเงินทั้งห้าหมื่นรูเบิลบนโต๊ะยัดใส่กระเป๋า โกยเท้าเกียร์สี่วิ่งหนีอย่างว่องไว แม้จะพลาดถูกยิงที่ขาไปนัดหนึ่ง แต่ด้วยความอยากรอดมีมากกว่าแผลเบาะๆแค่นั้น เธอจึงรีบมุดตัวเข้าปะปนไปกับฝูงชน ทำให้นักเลงคนนั้นยิงถูกคนอื่นแทน อเล็นเล่ยืนอ้าปากค้าง เบิกตาโพลง ชาลีต้องรีบวิ่งมาดึงแขนเธอหนีออกไปข้างนอกทันที

            เสียงปืนดังถี่ ผู้คนในชุดสูทอีกคนหนึ่งมาพร้อมปืนพกวิ่งไล่ตามยิงยูเลียนา ส่วนอีกสองคน... เป้าหมายมาที่อเล็นเล่และชาลี!

            แม้อเล็นเล่จะยังไม่หายช็อค แต่ขาก็ก้าววิ่งไปแล้ว เธอสังเกตเห็นยูเลียนาวิ่งไปอีกทิศทางหนึ่งในตรอกซอย เด็กสาวรีบบอกกับชาลีทันที

            “พี่คะ ยูเลียนาไปทางนั้น!”

            ชาลีกับอเล็นเล่รีบวิ่งตาม ด้านหลังเป็นพวกนักเลงสี่ห้าคนตามไล่ล่ามาอย่างติดๆ เสียงปืนดังสนั่นไปทั่ว วินาทีนี้ อยากรอดก็อยากรอด แต่ภารกิจสำคัญก็ต้องทำให้สำเร็จเหมือนกัน!

            ยูเลียนาวิ่งหลบเข้าตรอกที่แคบกว่าเดิมทางด้านขวา ทั้งสองวิ่งตามเข้าไปด้านใน หญิงสาวเมื่อมองไปด้านหลังแล้วจึงได้แต่เดาะลิ้นอย่างหงุดหงิด พวกนั้นจะทำให้กลุ่มนักเลงไม่ยอมหยุดไล่ล่า!

            “บ้าชะมัด ถึงจะได้เงินคืน แต่คืนนี้จะเอาตัวรอดยังไงดีเนี่ย!” เธอสบถกับตัวเอง หยิบมอร์ฟีนในกระเป๋าขึ้นฉีดที่ขา แล้วโยนเข็มทิ้งทันที ขายังคงก้าววิ่งต่อไปไม่หยุดพัก

            เพราะหากหยุด นั่นหมายถึงความตาย!

**********

            ดี.ซี. นั่งดื่มไวน์เงียบๆอยู่ที่บาร์ เพลงเมทัลถูกเปิดผ่านลำโพง ที่นี่ไม่มีมุมดิสโก้ ดังนั้นจะเรียกว่าบาร์เหล้าก็ไม่ผิดนัก กลุ่มคนจำนวนหนึ่งนั่งอยู่ถัดไปจากดี.ซี. พวกเขาคุยเสียงดังลั่น ดี.ซี.ที่กำลังสืบข่าวอยู่ถือโอกาสนี้นั่งแอบฟังเงียบๆ

            “รู้รึเปล่า ไอ้หัวโจกแก๊งค์อูรัลมาร์ชกาตอนนี้มันยืมเงินจากแก๊งค์เราไปหลายล้ายรูเบิล ป่านนี้ยังไม่คืนเลย เลวชะมัด!”

            อีกคนพ่นควันบุหรี่ออกมา ยกวิสกี้ขึ้นซดราวน้ำเปล่า ก่อนจะพูดขึ้น เออนั่นสิ อยากกระทืบมันใจจะขาด เมื่อไหร่ลูกพี่ของเราจะสั่งเสียที

            จู่ๆชายไว้ผมทรงสกินเฮดที่นั่งด้วยกันก็เบิกตาขึ้นโพลงกะทันหัน เขารีบชูจอสมาร์ทโฟนให้ทุกคนในแก๊งค์ดู ก่อนจะพูดขึ้น “เฮ้พวก! มีข่าวมาบอก สายของเราสืบมาว่าไอ้หัวโจกอยู่ที่บาร์ทิศเหนือจากนี่ไม่เกินสามกิโลเมตร ชื่อบาร์... ไอเจลส์บาร์

            นั่นบาร์ที่ชาลีกับอเล็นเล่อยู่นี่...

            สิ้นเสียง ทุกคนในแก๊งค์ก็ลุกขึ้นยืนพรวดอย่างพร้อมเพรียงกันโดยมิได้นัดหมาย พวกเขาพยักหน้าพร้อมกัน ดี.ซี. เข้าใจทันทีว่าพวกเขาต้องมุ่งปราดไปที่นั่นแน่นอน

 

            และจะเกิดการปะทะขึ้นแน่ๆ!

            ต้องรีบบอกพวกนั้นแล้วสิ

  

            ดี.ซี. ลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอกอย่างรีบร้อน โบกแท็กซี่ที่ทางเท้าริมถนน เข้านั่งด้านในแล้วบอกจุดหมายปลายทางกับคนขับ มือล้วงหยิบแว่นดำขึ้นสวมใส่ ใช้สมองสั่งการให้แว่นทำการส่งข้อความไปที่คอลมี ตามคำสั่งจากสมองโดยตรง

            เขาสั่งให้หน้าจอบนแว่นแสดงการระบุตำแหน่งของทุกคน บนหน้าจอปรากฏเป็นจีพีเอสให้ตามคำสั่ง เขากระตุกคิ้วเล็กน้อย เมื่อพบว่า...

            ทั้งสามคนอยู่ที่นั่น และกำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว

            นั่นหมายความว่า พวกเขาน่าจะกำลังหนีอะไรสักอย่าง!

 

            “แท๊กซี่ครับ เร่งความเร็วหน่อย!”

**********

            “ตายซะ นังหัวขโมย!”

            เสียงตะโกนก่นด่าจากข้างหลังยังคงดังขึ้น พวกมันตามมาติดๆ ปืนไล่ยิงกราดตามมาจากด้านหลัง ตอนนี้ทุกคนล้วนแต่มีสภาพที่ไม่เต็มร้อย ยูเลียนาถูกยิงที่ขา แต่เพราะฤทธิ์มอร์ฟีนทำให้ยังคงมีแรงวิ่งไปได้อีกระยะหนึ่ง ในขณะที่อเล็นเล่ถูกยิงเข้าที่มือซ้าย ส่วนชาลีถูกยิงที่แขนข้างขวา

            เพราะหนีท่ามกลางตรอกที่แคบและสกปรกเช่นนี้ จึงไม่แปลกที่จะได้เห็นหนูมากมายวิ่งสวนทางไปมา รวมถึงกลิ่นเหม็นจากท่อระบายน้ำ ยูเลียนาทำท่าจะวิ่งเข้าไปที่ตรอกทางด้านขวา แต่กลับต้องชะงักเท้าไปครู่หนึ่งด้วยความตกใจ

            ปัง!

            เด็กหนุ่มตรงหน้ายกปืนขึ้นยิง ในวินาทีนั้นราว กับห้วงเวลาถูกหยุดนิ่งเอาไว้ กระสุนเฉี่ยวผ่านหูเธอไปนิดเดียว ก่อนที่มันจะแหวกอากาศทะลุเข้าสู่ร่างของหนึ่งในนักเลงที่ไล่ล่าด้านหลัง ศัตรูสิ้นใจในชั่วพริบตา

            เสร็จไปหนึ่ง เหลืออีกสอง

            เด็กหนุ่มรีบดึงแขนยูเลียนาวิ่งหนีไป ชาลีและอเล็นเล่ตามหลังมาติดๆ เมื่อทั้งคู่วิ่งตามมาทางด้านขวาแล้วจึงพบว่า คนที่ยูเลียนาอึ้ง ก็คือเด็กหนุ่มในชุดเสื้อกาวน์สีขาว วิคเตอร์นั่นเอง

            ไม่มีเวลาให้ทักทาย วิคเตอร์ล้วงมือเข้าไปในเสื้อกาวน์หยิบระเบิดควัน โยนไปให้ชาลี ก่อนจะตะโกนขึ้น นายโยน!”

            ชาลียกมือขึ้นรับของ มือดึงสลักระเบิด โยนไปที่ด้านหลัง เพียงครู่เดียวควันสีม่วงก็ก่อตัวไปทั่วบริเวณ บดบังทัศนวิสัยศัตรูให้มองเห็นได้ยากขึ้น ทำให้ฝ่ายตรงข้ามยิงมาที่ฝั่งของยูเลียนาได้ไม่สะดวก

            แม้เสียงปืนจะเงียบลงชั่วขณะ แต่ทุกคนรู้ดีว่าพวกนั้นยังไม่หยุดตามมาแน่ๆ จึงทำได้เพียงวิ่ง วิ่ง และวิ่ง... เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเป็นเมืองใหญ่พอสมควร ตรอกซอกซอยจึงมีอยู่เต็มไปหมดและซับซ้อน จนกลายเป็นเรื่องปกติของที่นี่

            เพียงเสี้ยววินาที มีดขนาดเล็กเท่าฝ่ามือแหวกผ่านอากาศแทงเข้าที่กลางหลังของวิคเตอร์อย่างพอดิบพอดี เขาล้มหน้าคว่ำอย่างเสียหลักตามทิศของแรง ด้วยความเจ็บที่แล่นไปทั่วทั่งร่างทำให้ไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้ทันที ยูเลียนาที่ยังไม่หยุดวิ่งหันย้อนกลับมามองอย่างเหวอๆ

            ชาลีที่ตามหลังมาทันพอดีรีบยกร่างนั้นขึ้นหิ้วพาดกับไหล่ อเล็นเล่ยื่นปืนให้ยูเลียนา ก่อนที่ทั้งสามจะยังคงวิ่งต่อไป

            “โอ... บ้าจริง บ้าชะมัด!” ยูเลียนาสบถขึ้น แค่หนีก็ลำบากจะแย่ นี่ยังมีคนบาดเจ็บอีก... ที่จริงก็บาดเจ็บกันทุกคน แต่ถ้ายิ่งบาดเจ็บหนัก การหนีก็จะเป็นไปได้ยากตามไปด้วย

            วิ่งต่อไปจนเช้าก็คงหนีไม่พ้นแน่ ต้องหลบเข้าบ้านอีตานั่นอีกแล้ว...

            “มีระเบิดควันอีกไหม ฉันต้องการด่วน!” หญิงสาวตะโกนขึ้น วิคเตอร์ที่ถูกแบกพยายามรวบรวมแรงล้วงมือหยิบเข้าไปในเสื้อกาวน์ ก่อนจะยื่นให้ชาลี

            “เอามา!” ยูเลียนาตะโกนสั่ง เธอโยนลงที่พื้น ตรงหน้าเป็นทางสามแพร่งพอดี ควันสีม่วงก่อตัวขึ้นปิดบังเส้นทาง ทำให้ศัตรูไม่สามารถเดาได้ว่าพวกเธอไปทางซ้าย ขวา หรือทางตรง

            และเพราะความสับสนนี้ ในที่สุดทุกคนก็หนีหลุดจากพวกนั้นได้สำเร็จอย่างหวุดหวิด...

            ทุกคนวิ่งมาได้อีกนานระยะหนึ่ง จนหยุดลงหน้าซอยตัน ข้างๆมีประตูอยู่บานหนึ่ง ยูเลียนามองไปที่มันครู่หนึ่ง ก่อนจะล้วงหยิบหากุญแจในกระเป๋าเพื่อเปิดมัน

            ทว่า... ว่างเปล่า เธอไม่ได้เอามันมา!

            “มาทันเวลาพอดีเลย โล่งอกไปทีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากข้างบน

            ทุกคนหันไปมองพร้อมกัน พบว่าเป็น ดี.ซี. นั่นเอง ร่างชายหนุ่มยืนอยู่บนหลังคาด้านบน แม้มันจะสูงแค่สองชั้น ทำให้ดูไม่แปลกที่จะมีคนปีนขึ้นไปได้ แต่การปรากฏตัวเช่นนี้ก็ทำให้ทุกคนรู้สึกตกใจมากเช่นกัน

            ก็ใครจะมาบ้าปีนหลังคากันเล่า!

            เขากระโดดลงมาด้วยท่วงท่าที่สวยงาม ก่อนจะล้วงหยิบกุญแจผียื่นให้ยูเลียนา หญิงสาวนิ่วหน้ามองด้วยสีหน้าไม่ไว้วางใจ แต่ในที่สุดก็รับมันไปใช้เปิดประตู เพียงแค่ครู่เดียว ประตูก็ถูกเปิดออก

            “ไขกุญแจเก่งจังครับ

            “ไม่สำคัญหรอกน่า รีบเข้ามาได้แล้ว!”

            ทุกคนรีบเข้ามาด้านใน ยูเลียนารีบปิดประตูแล้วล็อกอย่างรวดเร็ว ห้องเล็กๆถูกเปิดให้สว่างด้วยหลอดไฟเล็กๆที่แขวนบนฝ้าผนังเก่าๆด้านบน แม้บรรยากาศจะดูเก่าครึ แต่เมื่อมองจากของบนโต๊ะแล้ว ข้าวของเครื่องเคียงและขนมปังที่ยังดูสดใหม่ แสดงให้เห็นว่ามีคนอยู่ที่นี่...

            ชาลีรีบวางร่างวิคเตอร์ลงที่เตียง เด็กหนุ่มครางเบาๆ พิษจากบาดแผลกัดกินสติสัมปชัญญะของเขาให้เบาบางลงเรื่อยๆ เลือดที่ไหลออกมาไม่หยุดเลอะไปทั่วเตียง

            วิคเตอร์...อเล็นเล่หน้าเสีย ร้องซี้ดด้วยความรู้สึกที่หวาดเสียว เธอกุมมือแน่น เล็บนิ้วจิกลงบนผิวลึกจนเป็นรอย เธอไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรในสถานการณ์เช่นนี้... ควรจะปฐมพยาบาลเขาอย่างไรดี!?

            ถ้าหากดึงมีดออก... เลือดต้องไหลไม่หยุดแน่!

            แอบเข้ามาอีกแล้วนะยูเลียนา มีอะไรมารบกวนฉันอีกล่ะ

            เสียงชายวัยกลางคนดังขึ้นจากหน้าประตูอีกทางหนึ่ง เขาเดินปรี่เข้ามาที่เตียงดูอาการของวิคเตอร์ แล้วก็ต้องขมวดคิ้ว เมื่อพบว่าอาการของเขากำลังสาหัส มีดโคลด์สตีลแหลมคมปักเข้าที่กลางหลัง โชคดีที่ไม่มีรอยหยักถี่เป็นฟันปลาบนใบมีด ไม่อย่างนั้นแผลจะเหวอะกว่านี้แน่ๆ

            แต่อย่างไรก็ตาม หากดึงออกมาไม่ถูกวิธี มันจะแย่กว่าเดิม...

            ยูเลียนา ไปหยิบอุปกรณ์ที่หน้าคลินิกมาเร็วๆเข้า!” ชายวัยกลางคนตะโกนขึ้น ดี.ซี. เดินเข้ามา ก่อนจะพูดขึ้นบ้าง

            คือผมก็เคยเรียนแพทย์มาบ้าง...

            ดี งั้นมาช่วยฉันเดี๋ยวนี้!”

            ยูเลียนาวิ่งกระหืดกระหอบออกมาจากห้องอีกครั้งพร้อมถาดอุปกรณ์ทางการแพทย์ ชายหนุ่มหยิบกรรไกรขึ้นมาตัดเสื้อกาวน์และเสื้อสูทชั้นในของวิคเตอร์ออกทันที เพื่อให้การผ่าตัดเป็นไปโดยสะดวกขึ้น

            ช่วยไม่ได้จริงๆที่อุปกรณ์ไม่ค่อยจะพร้อม ต่อจากนี้เจ็บหน่อยนะชายหนุ่มพูดขึ้น เขายื่นผ้าก๊อซผืนหนาให้ ดี.ซี. จากนั้นจึงค่อยๆเลื่อนมือไปจับที่ด้ามมีด

            แล้วเขาก็ดึงมันออก!

            อ๊ากกก!”

            วิคเตอร์ร้องลั่นด้วยความทรมานแสนสาหัส ความเจ็บปวดไหลแล่นไปทั่วทั้งร่าง เลือดไหลออกจากแผลเป็นทางยาวไม่หยุด ดี.ซี. รีบนำผ้าก๊อซมากดทับแผลเพื่อหยุดเลือด รอดูสัญญาณจากชายหนุ่ม ว่าเขาจะให้ทำอะไรต่อ

            อเล็นเล่เม้มปากแน่น น้ำตาไหลออกมาเป็นสาย เธอเห็นเช่นนั้นแล้วรู้สึกเจ็บแทน ช่างน่าสะเทือนใจเสียเหลือเกิน ชาลีที่นั่งอยู่ข้างๆยกแขนขึ้นโอบกอดอเล็นเล่ไว้แน่น มือลูบหัวเธอเบาๆ แน่นอนว่าเขาเองก็กลัวเช่นกัน...

            เด็กหนุ่มคนนี้กรุ๊ปเลือดอะไรชายหนุ่มถามเสียงนิ่ง ในขณะที่กำลังเตรียมเครื่องมือให้พร้อมเพื่อที่จะเข้าสู่กระบวนการเย็บแผล ดี.ซี. ยังไม่ยกผ้าก็อซออก เลือดไหลซึมจนกระทั่งผ้าก๊อซที่กดไว้เป็นสีแดงเกือบทั้งผืน

            ทุกคนเงียบ วิคเตอร์ที่กำลังหายใจรวยรินพยายามพูดออกมา เขาตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง โอ... โอเนกาทีฟ...

            อืม... ต้องใช้เลือดกรุ๊ปโอเนกาทีฟเท่านั้นหรือนี่...ชายหนุ่มเกาคาง เขาพยายามวางใจให้นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่ให้ทุกคนตื่นตระหนก 

  

            สติของวิคเตอร์เริ่มเลือนรางลงเรื่อยๆ ภาพรอบๆค่อยๆเบลอมากเรื่อยๆอย่างควบคุมไม่ได้ ความเจ็บปวดถาโถมเข้ามาจนร่างกายด้านชา เหมือนดวงตาเขากำลังจะปิด ทุกอย่างกำลังจะมืดดับลง

            แล้วเขาก็ไม่ได้ยินอะไรอีกต่อจากนั้น...

 





**********

            หมายเหตุ



            บีฟสโตรกานอฟ[1]

            ซุปบอร์ช[2]


            บลูมาการิต้า[3]


            เวนิสแห่งทิศเหนือ[4][5]




            เซนต์ปีเตอร์เบิร์กแห่งประเทศรัสเซียเป็นหนึ่งในเมืองที่สวยและมีสเน่ห์มากอีกแห่งหนึ่งของโลก สถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างแขก เอเชีย และยุโรปได้ลงตัว สังเกตได้จากโบสถ์ ที่หลังคาดูโป่งๆมีกลิ่นอายแบบแขกๆ แต่บรรยากาศโดยรวมยังดูเป็นตะวันตก นับว่าลงตัว สาเหตุที่ถูกเรียกว่า เวนิสแห่งทิศเหนือ เพราะเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก มีคลองมากมายนั่นเอง

            อีกที่หนึ่งที่ถูกขนานนามว่าเวนิสแห่งทิศเหนือเช่นกัน คืออัมสเตอร์ดัม เมืองหลวงของประเทศเนเธอร์แลนด์นั่นเองค่ะ

   

224 ความคิดเห็น

  1. #206 ♠ e l f . (@sanael) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2558 / 14:13
    สู้นะวิคเตอร์ >_____<
    #โบกปอมๆ
    #206
    0
  2. #124 Sunscreenone (@inkzacod) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2558 / 20:59
    ไม่ะวิคเตอร์ ม่ายยยย~~ แล้วชาลีจะอยู่ยังไง //กำโทษๆ
    #124
    1
    • #124-1 Besty (@bestyworld) (จากตอนที่ 25)
      21 พฤษภาคม 2558 / 22:11
      แหม่ ลุ้นกันต่อไปนะแจ๊ะ
      #124-1
  3. #123 I2ainI3ow (@choompu) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2558 / 11:03
    เงิบเลยยชาลี๊๊๊๊ ทำอะไรลงไปเนี่ย
    #123
    1
    • #123-1 Besty (@bestyworld) (จากตอนที่ 25)
      20 พฤษภาคม 2558 / 23:23
      ขออภัยนะคะ เนื้อเรื่องแก้ไปนิดหน่อยค่ะ แต่โดยรวมก็คล้ายๆเดิมค่ะ แต่หมอเป็นคนดึงแทน ขออภัยจริงๆค่ะที่มาแก้ จะไม่มีอีกแล้วค่ะ TT
      #123-1