Intimate Mind ล่าล้างฝัน จิตสังหาร

ตอนที่ 24 : Chapter 22: Connect me เชื่อมต่อกับฉันสิ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 75
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 พ.ค. 58

-Chapter 22-
Connect me เชื่อมต่อกับฉันสิ

 

 

            นี่เป็นฝันครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ ที่เธอได้มาอยู่ในห้องที่ว่างเปล่าแบบนี้

            แต่ครั้งนี้ดูจะแปลกไปสักหน่อย เมื่อเธอได้เห็นร่างเด็กสาวคนหนึ่งยืนอยู่ ผมสีน้ำตาลผูกผมหางม้าเอาไว้ดูเรียบร้อย เด็กสาวคนนั้นค่อยๆหันมองเธอ ดวงหน้าสดใสแย้มยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

            สวัสดีจ้ะ ยูเลียนา

            เธอเลิกคิ้วอย่างงุนงง เด็กสาวคนนี้รู้ชื่อรู้นามของเธอได้อย่างไรกัน?

            เธออาจจะแปลกใจไปสักหน่อย แต่ที่นี่คือโลกของในจิตใจเธอเอง และฉันคือผู้มาเยือนจ้ะ ส่วนเรื่องที่ว่ารู้ชื่อของเธอได้ยังไงกันนั้น เรื่องมันยาว ไว้ฉันจะอธิบายทีหลังนะ

            “เธอคือใคร?” ยูเลียนาเอ่ยถาม ดวงตาสีฟ้าซีดเบิกกว้างด้วยความสงสัย หญิงสาวยืนกอดอกนิ่งรอคำตอบจากผู้มาเยือน

            ฉันชื่ออเล็นเล่เธอตอบ ยกมือขึ้นโบกไปมา แสงสว่างส่องวาบในมือครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆจางลง ปรากฏเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นหนึ่ง เธอโบกมือขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ฉับพลันนั้นเองที่ความว่างเปล่าโดยรอบกลายเป็นสวนดอกไม้ ยูเลียนาอ้าปากค้างด้วยความทึ่ง อเล็นเล่อธิบายต่อ ฉันสามารถเชื่อมต่อกับโลกของทุกคนได้ และถ้าเธอไม่ระแวงฉัน ฉันจะสามารถทำอะไรก็ได้ในโลกของเธอ

            สิ้นเสียงเธอจิ๊กซอว์ก็หายไปในมือโดยพลัน อเล็นเล่ยิ้มกับท่าทีหวาดระแวงของคู่สนทนาเช่นนั้น โอ้ จิ๊กซอว์หายไปเลย อย่ากลัวฉันสิยูเลียนา ฉันมาดีนะ

            จิ๊กซอว์ปรากฎขึ้นในมือของอเล็นเล่ขึ้นอีกครั้ง ในจังหวะนั้นเอง ยูเลียนาได้ถามเธอด้วยความสงสัย

            “ฉันจะไว้ใจเธอสักนิดก็ได้ ถ้าเธอพอจะรู้อะไรบ้าง ช่วยอธิบายอะไรฉันหน่อยได้ไหม

            “ได้สิเธอตอบด้วยท่าทีเป็นมิตร

            ยูเลียนาเล่าเหตุการณ์ให้ฟังโดยคร่าวๆ ทุกคืนฉันมักจะฝันแปลกๆ ฉันมักจะอยู่ในห้องที่ว่างเปล่าแห่งนี้เสมอ บางทีมันก็พาฉันไปสู่สถานที่เก่าๆในความทรงจำ บางครั้งฉันก็ได้จิ๊กซอว์มาด้วย แต่วันนี้แปลกเหลือเกิน เธอปรากฎตัว

            “ห้องที่ว่างเปล่าคือสถานที่ที่เป็นศูนย์รวมของจิตใจทุกคนจ้ะ ทุกคนอยู่ที่นี่ แต่จะเห็นหน้ากันหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความไว้เนื้อเชื่อใจ และความปรารถนาส่วนตัว

            ยูเลียนาพยักหน้าอย่างเข้าใจ “เอาละ ถ้าอย่างนั้น ฉันไม่รู้จักเธอ และฉันไม่ได้ปรารถนาจะพบหน้าเธอ แล้วฉันเห็นเธอได้ยังไง

            “เป็นความสามารถพิเศษของฉันจ้ะ ฉันสามารถเชื่อมต่อกับจิตใจทุกคนได้

            หญิงสาวฟังคำตอบแล้วก็นิ่วหน้าคิด ก่อนจะถามต่อไปอีก แล้วฉันมีความสามารถพิเศษไหม?

            “มีสิ ทุกคนมีกันทั้งนั้น เพียงแต่ต้องหาให้เจอเท่านั้น

            “แล้วหายังไง

            อเล็นเล่ยิ้ม ในที่สุดแผนก็เข้าทางเธอแล้ว ต้องฉวยโอกาสนี้ไว้อย่าให้มันหลุดลอยไป เธอยื่นจิ๊กซอว์ในมือออกมา ก่อนจะพูดขึ้น เชื่อมต่อกับฉันสิ แล้วเธอจะรู้เอง

            ยูเลียนายืนนิ่งเหมือนกำลังครุ่นคิด เธอควรจะเชื่ออเล็นเล่มั้ยนะ? แล้วจิ๊กซอว์นั้น... จะพาเธอไปที่ไหน ความสามารถของเธอคืออะไร

            อดีตที่ถูกลืมพวกนั้น... เธอคือใครกันแน่?

            ยูเลียนาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เธอตัดสินใจหยิบจิ๊กซอว์ชิ้นหนึ่งในกระเป๋ากางเกงออกมาต่อกับจิ๊กซอว์ของอเล็นเล่ ทันทีที่ชิ้นส่วนทั้งสองชิ้นถูกต่อเข้าด้วยกัน ก็เกิดแสงสว่างส่องวาบขึ้นทั่วทุกทิศ ยูเลียนาเมื่อเห็นอเล็นเล่หลับตา เธอจึงหลับตาลงตามพลางนึกคิดขึ้นในใจ

            แสงนั้น... จะนำพาพวกเราไปที่ไหนกันนะ

            ยูเลียนา ขอบคุณนะที่ไว้ใจฉัน แต่ที่ที่เธอกำลังจะไป ฉันไปด้วยไม่ได้เสียงอเล็นเล่ดังขึ้น เธอค่อยๆปล่อยมือของยูเลียนาออก ร่างค่อยๆสลายหายไปกับอากาศ หญิงสาวลืมตาขึ้นด้วยความตกใจ เธอคว้ามือหวังจะเอื้อมไปสัมผัสร่างนั้นอีกครั้ง ทว่ากลับกลายเป็นเพียงคว้าอากาศเปล่า

            “อะไรนะอเล็นเล่ เดี๋ยวสิ!” เธอร้องขึ้นด้วยความตระหนก แต่อเล็นเล่กลับทำเพียงแค่โบกมือลา ก่อนที่ร่างจะหายไปพร้อมๆกับแสงสว่างเหล่านั้น

            โชคดีจ้ะ... ได้โปรดช่วยพวกเขาแทนฉันด้วยนะ

**********

            วิคเตอร์สะดุ้งตัวตื่นขึ้นอีกครั้ง เครื่องบินที่สั่นสะเทือนอย่างหนักทำให้เขาลุกขึ้นยืนได้ไม่ค่อยถนัด ร่างเขานอนทับรวมกับผู้โดยสารคนอื่นที่ด้านล่าง เด็กหนุ่มรู้ดีว่าตอนนี้ตนเองอยู่ในโลกของหญิงสาวคนนั้น การที่เขาไม่สามารถเสกอะไรได้เลยไม่ว่าจะพยายามเพ่งจิตหนักแค่ไหนก็ตาม แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเธอนั้น เชิญ ให้เขามาอยู่ในโลกของเธอ แต่ไม่ได้ ไว้ใจ ให้กระทำการใดๆในโลกของเธอ

            เปรียบเทียบให้ชัดเจน ก็เหมือนกับการที่เจ้าของบ้านเชิญแขกให้มาเยี่ยมที่บ้าน แขกเข้ามาในบ้านได้ แต่... กระทำการใดๆในบ้านของเจ้าของบ้านโดยพลการไม่ได้เด็ดขาด

            นี่ก็เช่นกัน!

            เด็กหนุ่มหยิบไม้เท้าในมือชายชราเอาไว้ใช้ป้องกันตัว ก่อนจะประคองตัวลุกขึ้นค่อยๆเดินไปที่ชาลีอย่างยากลำบาก พื้นที่สั่นไหวทำให้ยืนแทบไม่อยู่จนเกือบเซล้มไปหลายครั้ง

            ไม่ ไม่เอานะ อเล็นเล่!!!” ชาลีแผดเสียงร้องลั่น เขาเกาะเบาะที่นั่งไว้แน่น เครื่องบินดิ่งลงสู่พื้นโลกเร็วขึ้นเรื่อยๆ อเล็นเล่ชูปืนขึ้นเล็งไปที่ชาลี นิ้วค่อยๆเลื่อนเข้ากดไก อีกเพียงไม่กี่วินาที กระสุนก็จะออกจากรังเพลิง ทะลุเข้าสู่ร่างของชาลีแล้ว...

            วาบ!

            ทว่า... ก่อนที่จะได้กดไก จู่ๆกลับเกิดแสงสว่างส่องวาบขึ้นไปทั่วร่างของอเล็นเล่ ทันทีที่มันจางลง ร่างของเธอกลับเปลี่ยนไป กลายเป็นร่างของหญิงสาวคนหนึ่งแทน...

            บ้าชะมัด ที่นี่ที่ไหนอีกแล้วเนี่ย

            ร่างหญิงสาวเชื้อสายรัสเซียปรากฎขึ้นต่อหน้าต่อตาทุกคน เธอมีผมสั้นสีขาว ดวงตาสีฟ้าซีด เธอสวมที่คาดปิดตาข้างหนึ่ง ชุดสายเดี่ยวสีดำกับกางเกงขายาวรัดรูปเผยให้เห็นถึงร่างสูงเพรียวระหง พื้นที่สั่นสะเทือนทำให้เธอตัวเซไปมา มือคว้าจับเบาะไว้แน่นเพื่อทรงตัว

            เฮ้ย นี่มันอะไรเนี่ย!” ชาลีอุทานขึ้นด้วยความตกใจ เขาไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกเช่นไรในสถานการณ์เช่นนี้ มือทำได้เพียงเกาะเบาะต่อไป ไม่อย่างนั้นร่างเขาต้องร่วงลงไปแน่ๆ

            วิคเตอร์ไม่รีรอ เขารีบลุกขึ้นวิ่งไปผลักร่างแอร์โฮสเตสสาวที่กำลังอึ้งกับสิ่งที่เกิดขึ้น ด้วยแรงส่งทำให้ทั้งคู่ต่างล้มลงกับพื้น ร่างไถลลงไปด้านล่าง วิคเตอร์คว้าไม้เท้าในมือหวังจะฟาดเข้าที่กลางหน้าเธอ ทว่าไม้เท้าไม่ทันจะสัมผัสกับจมูกเธอ ร่างแอร์โฮสเตสสาวก็หายวับกับตาราวเสกเวทมนตร์ ก่อนจะปรากฎตัวขึ้นอีกครั้งที่ด้านหลัง แรงจากอากาศที่มองไม่เห็นคว้าร่างวิคเตอร์โยนไปที่อีกฝั่ง หลังกระแทกกับกำแพงห้องโดยสารเต็มๆ โชคดีที่ร่างไม่ไหลไปด้านล่างเพราะร่างพิงกับเบาะหลังพอดี

            พระเจ้าช่วย ทำได้ยังไง!?” ยูเลียนาอุทานลั่น ระหว่างนั้นเองที่แอร์โฮสเตสยกริมฝีปากขึ้นยิ้มเจ้าเล่ห์อีกครั้ง เธอพูดขึ้นเบาๆ

            อะไรกัน สลับเปลี่ยนคนได้ด้วยงั้นหรือ หนูทดลองตัวแม่นี่น่าสนใจจริงๆ

            ควันสีดำก่อตัวล้อมรอบมือไปครู่หนึ่ง เมื่อมันจางลงจึงปรากฎเป็นปืนกล... รุ่นมาตรฐานที่ใครๆก็รู้จัก มันคือ M-16 นั่นเอง หญิงสาวยกปืนขึ้นกราดไปทั่วทุกทิศ ชาลีปล่อยมือจากเบาะให้ร่างไหลลงไปด้านล่างเพื่อหลบกระสุน ยูเลียนากระโดดหลบหลังเบาะ ก่อนจะรีบพุ่งตัวไปอีกฝั่งหนึ่งของเบาะ เธอมุดตัวหลบข้างๆวิคเตอร์

            ยูเลียนารู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะมานั่งฟังคำอธิบายเหตุการณ์แบบในหนัง สิ่งที่ต้องทำคือ หาวิธีจัดการศัตรูให้ได้ก่อน เธอถามวิคเตอร์อย่างร้อนรน ต้องปราบเธอยังไง

            “คิดอยู่ ฉันเสกอะไรไม่ได้เลย แถมฝั่งโน้นอาวุธมาครบชุด คงยากหน่อยแล้วล่ะ

            “เสกยังไงยูเลียนาถาม

            “ต้องเพ่งจิตนึกน่ะเขาตอบ ทันใดนั้นเองที่เขาเกิดนึกอะไรขึ้นมาได้พอดี...

            ถ้าถล่มเครื่องบินลำนี้ทิ้งซะ ศัตรูจะยังมีอำนาจควบคุมอยู่หรือเปล่านะ?

            นึกอะไรออกแล้ว ฟังนะ เดี๋ยวฉันจะเป็นตัวล่อ ส่วนเธอหาวิธีเสกอะไรก็ได้ ขออาวุธแรงๆที่ทำให้เครื่องบินนี้พังได้ในพริบตาเดียว ตกลงนะ

            พูดจบเขาก็วิ่งออกจากเบาะนั่ง ไม่รีรอให้ยูเลียนาได้พูดหรือแสดงความคิดเห็นใดๆต่อ แอร์โฮสเตสสาวเปลี่ยนเป้าหมายจากชาลีมาที่วิคเตอร์แทน เธอสาดกระสุนใส่เขาไม่ยั้ง ร่างเด็กหนุ่มกลิ้งหลบไปตามทางเดิน ชาลีที่หลบอีกทางฝั่งหนึ่งอาศัยจังหวะนี้คว้าแก้วน้ำจากรถเข็นขว้างไปที่ศัตรู ด้วยวิชาจากอาชีพส่งหนังสือพิมพ์ เขาโยนถูกเข้าที่ศีรษะเธอพอดิบพอดี ส่งผลให้ศัตรูมึนงงไปชั่วขณะ

            แอร์โฮสเตสสาวร้องฮึ่มด้วยความโมโห เธอคว้าปืนอีกกระบอกหนึ่งกราดยิงไปทั่วทุกทิศ ผนังเครื่องบินเป็นรูพรุน ลมอากาศจากภายนอกพุ่งเข้ามาจากด้านในเป็นจุดๆ ชาลีหันมาพยักหน้าให้วิคเตอร์เป็นเชิงให้สัญญาณ เด็กหนุ่มเข้าใจในทันทีว่านั่นหมายถึง ฉันจัดการเอง

            ชาลีหยิบมีดหั่นสเต็กสองสามอันเก็บไว้กับตัว ก่อนจะพุ่งเข้าหาศัตรูอย่างบ้าคลั่ง วิคเตอร์สบโอกาสนี้รีบวิ่งถลันไปเปิดประตูห้องควบคุมด้านหน้า กดปุ่มสีแดง ทำให้เสียงไซเรนดังหวอไปทั่วทั้งเครื่องบิน เขามองหาปุ่มกดเปิดประตูฉุกเฉินที่ด้านหลัง ทว่าปุ่มและแผงควบคุมที่กว้างมากทำเอาเขาแทบมึนหัว เด็กหนุ่มเปลี่ยนเป้าหมายด้วยการหาคู่มือที่อาจจะมีอยู่ในนี้แทน

            เสียงปืนดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ชาลีปามีดเข้าที่กลางอกของแอร์โฮสสาวได้อย่างพอดิบพอดี เลือดไหลออกตามปากแผลเธอ ทว่าหญิงสาวกลับดูไม่มีทีท่าตกใจ เธอกลับยิ้มกว้างก่อนจะหัวเราะลั่น เสียงไซเรนดังระงมระคนเสียงหัวเราะประหลาด เธอชูมือขึ้น ทันใดนั้นเองร่างของชาลีก็ได้ถูกยกขึ้นตามทิศทางของมือศัตรู เมื่อเธอทุ่มมือลงกับพื้น ร่างของชาลีก็ถูกทุ่มลงกับพื้นตามไปด้วย

            ยูเลียนาที่ยังคงหลบอยู่ที่หลังเบาะพยายามนึกถึงปืนและระเบิด ทว่าสิ่งของกลับไม่ยอมปรากฎขึ้นดั่งใจนึกเสียที เธอเริ่มรู้สึกปวดหัว แต่จะหยุดกลางคันตอนนี้ไม่ได้ ทุกคนรวมถึงเธอกำลังตกอยู่ในอันตราย ต้องทำอะไรสักอย่าง!

ไว้ใจ แล้วเชื่อมต่อกับฉันให้มากกว่านี้สิ

            เสียงของอเล็นเล่ดังขึ้นในหัว แม้เธอจะนึกสงสัยที่เด็กสาวคนนั้นสามารถสื่อสารกับเธอได้ แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาหาคำตอบ เธอต้องยอมรับอเล็นเล่ แล้วยอมให้เธอเชื่อมต่อกับจิตใจตัวเองให้ได้...

            หากการกระทำนั้นจะสามารถหยุดทุกอย่างได้ เธอก็คงต้องทำ!

            “ได้ ฉันยอมรับเธอ อเล็นเล่ มอบพลังให้ฉันเดี๋ยวนี้!”

ตกลงจ้ะ ฉันจะพยายามนะ

            สิ้นเสียง แสงสว่างก็ส่องวาบขึ้นอีกครั้งรอบๆตัวเธอ ปรากฏเป็นปืนบาซูก้าขนาดใหญ่ในมือ ไม่มีเวลาให้ลังเลแล้ว เธอยกมันขึ้นเล็งไปที่แอร์โฮสเตสสาว ซึ่งมีชาลีกำลังต่อสู้ระยะประชิดอยู่ข้างๆ ชาลีเมื่อเหลือบมาเห็นยูเลียนากระทำการเช่นนั้นก็โวยวายขึ้นมาทันที

            “จะระเบิดเครื่องบินเลยเรอะ บ้า... เธอมันบ้าไปแล้ว!!!”

            แม้ปากจะกล่าวเช่นนั้น แต่เขาก็ไม่สามารถหยุดต่อสู้ได้ แอร์โฮสเตสจับร่างเขาทุ่มอีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะยกปืนขึ้นจ่อหัว ในจังหวะนั้นเอง...

            ตูม!

            เสียงระเบิดดังสนั่น แรงอัดจากระเบิดทำให้ร่างของทุกคนปลิวไปคนละทิศทาง ร่างวิคเตอร์ปลิวออกจากห้องกัปตันออกสู่อากาศด้านนอก และสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือสิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่ไม่ควรเกิดขึ้นระหว่างการโดยสารเครื่องบิน...

            รูขนาดมหึมาที่ผนังห้องโดยสารทำให้ลมแรงอัดมหาศาลพุ่งเข้ามาด้านใน แรงลมฉีกเครื่องบินออกเป็นสองส่วนราวกับกระดาษแผ่นบาง ส่วนครึ่งของห้องกัปตันระเบิดกลางอากาศ เกิดควันไฟพวยพุ่งไปทั่วบริเวณ ก่อนที่มันจะดูดทุกสิ่งในห้องโดยสารให้พุ่งออกไปด้านนอก ร่างของยูเลียนา ชาลี และแอร์โฮสเตสสาวปลิวออกมาด้านนอกอย่างควบคุมไม่ได้ ผู้โดยสารคนอื่นก็มีสภาพไม่ต่างกัน

            ศัตรูควบคุมโลกตัวเองไม่ได้แล้ว แผนสำเร็จ

            วิคเตอร์คิดในใจขณะที่ร่างกำลังปลิวไปตามอากาศ ลมแรงพัดปะทะจนหน้าชา เขาพยายามแหวกว่ายอากาศไปหาเพื่อน แม้จะทำได้ยากเต็มที ความสูงจากพื้นโลกราวๆสามหมื่นฟุตแม้จะฟังดูมาก แต่แท้จริงแล้วใช้เวลาอีกเพียงนิดเดียวก็ตกถึงพื้น เขาต้องรีบทำอะไรสักอย่าง

            ว้ากกก ใครก็ได้ช่วยฉันด้วยยย!!” ชาลีแหกปากตะโกน ทว่าเสียงไม่อาจแหวกผ่านลมแรงเหล่านั้นได้ เขาทำได้เพียงตะเกียกตะกายไปมาในอากาศอย่างตื่นตระหนก ร่างร่วงหล่นลงสู่เบื้องล่างตามแรงโน้มถ่วงของโลก แหวกผ่านอากาศเย็นยะเยือกชวนขนลุก จะทำยังไงดี จะทำยังไงดี!?

            จริงสิ ร่มชูชีพ!!!

            วิคเตอร์คิดได้เช่นนั้นก็รีบหลับตาลงนึกถึงร่มชูชีพทันที ได้ผลชะงัด ร่มชูชีพสะพายที่หลังกางขึ้นกลางอากาศได้ทันเวลา ทำให้ร่างหล่นลงสู่พื้นโลกได้ช้าลง เขาพยายามตะโกนบอกทุกคนที่เหลือ

            “ทุกคน ใช้ร่มชูชีพเร็วสิ!”

            ทว่าลมแรงเช่นนี้ เสียงของเขาไม่สามารถดังไปไกลถึงเพื่อนได้เลย...

**********

            หลังจากที่ ดี.ซี. แสร้งนั่งหลับมาได้ระยะหนึ่ง เขาจึงลืมตาขึ้นมองไปที่หลังเครื่อง อเล็นเล่ ชาลี และวิคเตอร์กำลังถูกมัด... ส่วนแอร์โฮสเตสสาวนั่งงีบหลับอยู่บนเก้าอี้ ชายหนุ่มรู้ดีว่านี่เป็นโอกาสเหมาะแล้วที่จะแก้สถานการณ์

            เขาย่องไปที่ห้องควบคุมด้านหน้าอย่างเงียบๆ เปิดประตูเข้าไปด้านใน แม้มีป้ายแปะเอาไว้ว่า สำหรับพนักงานเท่านั้นแต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามานั่งทำตามกฎ เขาต้องรีบทำอะไรสักอย่าง ไม่อย่างนั้นได้ตายกันยกลำแน่!

            กัปตันและผู้ช่วยทั้งสองนั่งคอพับไร้สติอยู่ที่เก้าอี้ ดี.ซี. สังเกตเห็นชิพที่แปะอยู่ที่หลังคอของพวกเขา แม้ไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่เขาเดาว่ามันคือตัวการที่ทำให้ทั้งสามหมดสติ ชายหนุ่มรีบดึงชิพออกอย่างรวดเร็ว ชิพที่ติดกับผิวหนังแน่นเมื่อดึงออกมาทำให้เลือดไหลออกจากปากแผล กัปตันและลูกเรือสะดุ้งตื่นโดยพลัน เมื่อพวกเขาเห็นหน้า ดี.ซี. ก็รีบทำท่าจะโวยวายขึ้น แต่ ดี.ซี. รีบพูดขึ้นก่อน

            อย่าเพิ่งเข้าใจผิด ตอนนี้ผู้ก่อการร้ายกำลังจะยึดเครื่องบินนะครับ เครื่องบินกำลังจะโหม่งโลก!”

            รีบติดต่อศูนย์ควบคุมการบินเร็ว!” กัปตันหันไปสั่งผู้ช่วยทั้งสองทันที ก่อนที่เขาจะรีบกดควบคุมบังคับเครื่องบิน แย่จริง ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ เครื่องตกที่ทาลลินน์แน่ๆ...

            เสียงหวอของไซเรนดังระงมไปทั่วทั้งเครื่องบินปลุกให้ผู้โดยสารทุกคนตื่นจากภวังค์ สจ๊วดวิ่งออกไปจากห้องควบคุมประกาศสถานการณ์ผ่านทางลำโพง ฉุกเฉิน เกิดเหตุขัดข้องขึ้น ขอให้ผู้โดยสารรัดเข็มขัดนิรภัยและอยู่ในความสงบด้วย

            ผู้โดยสารรัดเข็มขัดนิรภัยตามคำสั่งอย่างเชื่อฟัง ทว่าพวกเขาก็ยังมีทีท่าตื่นตระหนก เสียงร้องด้วยโวยวายดังขึ้นระงมระคนกับเสียงไซเรน แอร์โฮสเตสสาวที่ค่อยๆตื่นขึ้นเมื่อเห็นสถานการณ์โดยรอบเป็นไปอย่างวุ่นวาย ก็ระเบิดหัวเราะลั่นอย่างพอใจ สจ๊วดวิ่งไปที่เธอ ก่อนจะเบิกตาโพลงเมื่อเห็นเธอล่ามผู้โดยสารสามคนเอาไว้ข้างหลัง เขาไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไร เธอก็ยกมีดหั่นเนื้อขึ้นแทงสวนเข้าที่ลิ้นปี่ ตามมาด้วยการกระหน่ำแทงอย่างไม่ยั้งมือจนร่างสจ๊วดนอนท่วมกองเลือด เขาอ้าปากค้าง เบิกตาโพลงด้วยความอึ้ง ชายหนุ่มสิ้นใจลงโดยทันที

            กรี๊ดดด!”

            ผู้โดยสารเห็นเช่นนั้นก็ต่างพากันกรีดร้องลั่นระงมด้วยความหวาดกลัวสุดขีด แอร์โฮสเตสสาวเดินกรีดกรายมาทางข้างหน้า เลียเลือดที่ริมฝีปากอย่างเอร็ดอร่อยราวกับเป็นไวน์เลิศรส เธอยกไมโครโฟนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นน่ากลัว

            นี่คือสิ่งที่ทุกคนจะได้รับ เมื่อขัดขืน

            ดี.ซี. ที่อยู่ภายในห้องควบคุมยังคงพยายามคุมสติ เขาประเมินสถานการณ์อย่างใจเย็น ผู้ช่วยกัปตันวิ่งถลันมารายงานต่อกัปตันอย่างรีบร้อน ทางศูนย์ควบคุมการบินได้แจ้งให้ลงจอดที่สนามบินทาลลินน์ ประเทศเอสโตเนีย ได้เลยครับ

            ไม่... ไม่ได้... เราเพิ่งบินเลยมาได้สิบกิโลเมตร กลับไปไม่ได้แล้วกัปตันตอบ เขาพยายามคุมสติให้ใจเย็น เพื่อไม่ให้คนอื่นรู้สึกร้อนรนตาม ตอนนี้มีทางเลือกเดียว คือลงจอดที่กลางอ่าวฟินแลนด์

            ผู้ช่วยกัปตันเบิกตาโพลง จอดกลางแม่น้ำ!? โอกาสที่เครื่องบินจะกระทบกระเทือนจนระเบิดสูงมากนะครับ!!”

            เคยได้ยินเรื่องปาฎิหาริย์บนแม่น้ำฮัดสันไหมครับดี.ซี. เปรยขึ้นเบาๆ หลังพิงกับประตูห้องควบคุมเพื่อไม่ให้บุคคลภายนอกเข้ามาด้านในได้ ทั้งสามคนหันมองเขาเป็นตาเดียวกัน วันนี้ถ้าพวกคุณทำสำเร็จ พวกคุณจะได้เป็นผู้สร้างปาฎิหาริย์เลยนะครับ

            โอกาสมีไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์ เสี่ยงมากนะคุณ!” ผู้ช่วยกัปตันยังคงโวยวาย ในขณะที่กัปตันนั่งสงบนิ่ง เขาหลับตานึกถึงอะไรบางอย่าง ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้งแล้วกล่าวน้ำเสียงสงบนิ่ง

            ก็ยังดีที่ไม่ใช่ศูนย์เปอร์เซ็นต์ เราจะทำตามที่เขาบอก

            เกือบทุกคนในห้องควบคุมพากันเบิกตาโพลง ดี.ซี. ยิ้มบางๆ

            เราจะมาสร้างปาฎิหาริย์กัน!” กัปตันกล่าวด้วยน้ำเสียงอันดัง ในขณะที่ทุกคนกำลังเหงื่อตก พวกเขาพยักหน้า ก่อนจะรีบแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตน ดี.ซี. เห็นว่าสถานการณ์ภายนอกเริ่มจะวุ่นวายมากขึ้นเรื่อยๆ เขาตัดสินใจจะออกไปด้านนอกเพื่อหยุดเธอคนนั้น แต่ก่อนที่เขาจะเปิดประตูออกไป กัปตันยังได้หันมาพูดกับเขาเบาๆ

            ขอให้พระเจ้าคุ้มครอง

            ดี.ซี. ตอบกลับอย่างสุภาพ คุณก็เช่นกัน

            ชายหนุ่มออกมาจากห้องควบคุมก็พบว่าเสียงไซเรนกำลังดังขึ้น พร้อมๆกับเสียงกรีดร้องวุ่นวายจากผู้โดยสาร แอร์โฮสเตสสาวหันมาที่ชายหนุ่ม ก่อนจะพุ่งมาที่เขาอย่างรวดเร็ว เธอคว้ามีดหวังจะแทงเขาให้สุดแรง แต่โชคดีที่ดี.ซี. เบี่ยงตัวหลบทัน เขายื่นขาออกสกัดขาเธอ คว้าไม้เท้าจากชายชราที่นั่งข้างๆขึ้นฟาดเข้าที่ศีรษะเต็มๆแรง เธอนอนสลบเหมือดแน่นิ่งที่พื้น

            ดี.ซี. คืนไม้เท้าให้เจ้าของ ซึ่งในขณะนี้นั่งตัวสั่นงันงก เหงื่อาฬไหลผุดขึ้นเต็มใบหน้า ชายหนุ่มยิ้มให้ ก่อนจะตะโกนขึ้นด้วยน้ำเสียงอันดัง ไม่เป็นไรแล้วครับทุกคน ขอให้อยู่นิ่งๆรอฟังข่าวสารจากกัปตัน!”

            เสียงเงียบลงทันตา ดี.ซี. ลากร่างแอร์โฮสเตสสาวไปที่หลังห้องโดยสาร ก่อนจะหยิบเชือกขึ้นมามัดมือและขา เขาหันไปแก้มัดเพื่อนๆทั้งสาม แบกร่างเพื่อนทีละคนกลับมานั่งที่ที่นั่งเดิมแล้วรัดเข็มขัดให้จนครบทุกคน ชาลีนั่งกับอเล็นเล่ ส่วนดี.ซี. ล้มตัวนั่งลงข้างๆวิคเตอร์อย่างเหน็ดเหนื่อย

            เหงื่อไหลเปียกไปทั่วร่าง หัวใจของเขาเต้นเร็ว ชายหนุ่มยิ้มบางๆด้วยความพอใจ

            นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้ตื่นเต้นมากขนาดนี้...

            เตรียมพร้อมรับแรงกระแทก!” เสียงประกาศจากกัปตันดังขึ้นในลำโพง อีกเพียงไม่กี่วินาที ชะตาของทุกคนกำลังจะถูกตัดสินแล้ว...

**********

            ร่างทุกคนลอยคว้างกลางอากาศ ยูเลียนาพยายามเพ่งจิตนึกให้ทุกคนตกลงสู่พื้นช้าลง แต่ไม่ได้ผล... นอกจากจะทำให้เธอยิ่งปวดหัวหนักขึ้นแล้ว กลับไม่เกิดอะไรขึ้นเลย

ใช้พลังของเธอสิ

            พลังอะไร อธิบายสิ!” ยูเลียนาตะโกนด้วยความตระหนก ร่างกำลังร่วงหล่นลงสู่พื้นโลก ท้องฟ้าสีคราม ด้านล่างแม้จะเป็นผืนน้ำกว้างใหญ่ แต่ตกลงไปด้วยความสูงระดับนี้... ยังไงก็ไม่รอดแน่!

สลับตัวไงล่ะ มองขึ้นไปข้างบน แล้วสลับตัวกับเขาสิ

            ยูเลียนาหันมองขึ้นไปด้านบนตามที่อเล็นเล่บอก เธอเห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งในชุดเสื้อกาวน์สีขาว เขากำลังลอยกลางอากาศโดยมีร่มชูชีพกางอยู่ที่ด้านหลัง เธอพยายามจ้องมองเขาเพื่อจะส่งสัญญาณ

ฉันสามารถเชื่อมต่อกับจิตใจทุกคนได้ ฉันจะเตือนเขาเอง

            วิคเตอร์พยายามตะโกนบอกทุกคน แต่ความพยายามของเขาเหมือนเสียแรงเปล่า ทันใดนั้นเอง ที่เด็กหนุ่มรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงอเล็นเล่ดังขึ้นในหัว

ยูเลียนามีความสามารถพิเศษในโลกจิตใจ ยูเลียนาจะสลับตำแหน่งกับเธอเอง

            เอาเลย ฉันพร้อมแล้ว!” วิคเตอร์ตอบเธอ ทันใดนั้นเอง ได้เกิดแสงสว่างขึ้นรอบๆตัวเขา เด็กหนุ่มหลับตา ประสานมือทั้งสองที่กลางหน้าอก แล้วค่อยๆลืมตาขึ้นอีกครั้ง

            เขากำลังตกลงมาด้านล่างอย่างอิสระพร้อมๆกับทุกคน ในขณะที่ยูเลียนาล่องลอยอยู่ด้านบนพร้อมกับร่มชูชีพที่กางอยู่ เขาถูกสลับที่จริงๆ!

ดีเลย มุมนี้ล่ะ ฉันมองเห็นทุกคนชัดเจน

            จะทำอะไร?ยูเลียนายังคงเอ่ยถาม

ช่วยนึกพร้อมๆกับฉันหน่อย ภาพที่ทุกคนมีร่มชูชีพน่ะ

            ยูเลียนาหลับตาลง เธอพยายามนึกจินตนาการตาม ทุกคนที่สวมร่มชูชีพ... ล่องลอยบนอากาศอย่างช้าๆ ท่ามกลางท้องฟ้าสีครามสดใส

            พรึ่บ!

            ร่มชูชีพกางขึ้นกลางหลังทุกคน ยูเลียนาที่อยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่าทุกคนได้เห็นภาพที่สวยงาม ร่มชูชีพที่กลางขึ้นอากาศมากมายเหมือนดั่งดอกเห็ดหลากสีประดับประดาท้องฟ้า ทุกคนปลอดภัยแล้ว!

ขอบคุณนะ ยูเลียนา

 

            ขอบคุณอะไร?

            ยูเลียนารู้สึกเหมือนสติค่อยๆเลือนลางลงเรื่อยๆ ทั้งที่ยังลอยอยู่กลางอากาศ ภาพรอบตัวค่อยๆสว่างขึ้นเรื่อยๆ เสียงอเล็นเล่ดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ภาพทุกอย่างจะมืดดับลง

ขอบคุณที่ทำให้ฉันเชื่อ ว่าปาฎิหาริย์มีอยู่จริง

 

            หา...?

            ยูเลียนาลืมตาขึ้นอีกครั้ง เธอกำลังนอนอยู่ในห้องของตนเอง... หญิงสาวลุกขึ้นจากเตียง ในใจนึกทบทวนย้อนหลังถึงฝันที่เธอเพิ่งจะประสบพบเจอมา

            ช่างเป็นฝันที่ประหลาดที่สุดเท่าที่เคยเจอมาเลย...

            อรุณสวัสดิ์ ยูรา วันนี้ตื่นเช้าจัง ตอนนี้เพิ่งจะแปดโมงเอง สงสัยเพราะนอนไวก็แบบนี้

            เสียงรูมเมททักทายจากโซฟา ยูเลียนาไม่ได้กล่าวตอบอะไร แต่กลับรีบลุกขึ้นเดินบึ่งไปแย่งรีโมทในมือของเพื่อนทันที เธอรีบกดเปลี่ยนเป็นช่องข่าวเช้า ภาพในจอทำให้เธอต้องเบิกตาโพลง

            เฮ้! ทำบ้าอะไรน่ะรูมเมทคำรามเสียงดังด้วยความไม่พอใจ ในจังหวะนั้นยูเลียนารีบพูดขึ้นขัดจังหวะทันที

            ชู่ว ขอฉันดูข่าวหน่อย!”

            เสียงพิธีกรสาวบรรยายข่าวอย่างขะมักเขม้น พร้อมๆกับภาพข่าวที่ซูมไปที่เครื่องบินที่จอดอยู่กล่าวอ่าวฟินแลนด์ ข่าวร้อนวันนี้ เกิดเหตุก่อการร้ายขึ้นในเครื่องบินสายการบินบริทิชแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ 5055 จากเส้นทางลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ ไปสู่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย จนเครื่องบินเกิดขัดข้องโหม่งโลก โชคดีที่กัปตันสามารถคุมสติได้ทัน และสามารถควบคุมให้เครื่องบินตกลงสู่อ่าวฟินแลนด์ ใกล้ๆกับท่าเรือเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กอย่างพอดิบพอดี... เป็นปาฎิหาริย์มากค่ะ ที่เครื่องบินไม่เกิดการระเบิด ทั้งหนึ่งร้อยยี่สิบคนรอดชีวิตทั้งหมด! มีเพียงพนักงานคนเดียวที่ถูกผู้ก่อการร้ายทำร้ายจนเสียชีวิตค่ะ ส่วนผู้ก่อการร้าย ในขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวเอาไว้แล้ว

            ภาพข่าวฉายให้เห็นผู้รอดชีวิตมากมายจากด้านในที่ถูกลำเลียงออกมาออกมาด้านนอก พวกเขาถูกส่งไปอยู่บนแพชูชีพพร้อมๆกับเสื้อชูชีพเพื่อความปลอดภัย แล้วเธอก็ต้องตกใจ เมื่อได้เห็นเด็กหนุ่มในชุดเสื้อกาวน์สีขาวกับชายอีกคนปีนออกมาจากประตูเครื่องบิน พวกเขารับเสื้อชูชีพจากพนักงานกู้ภัย แล้วปีนขึ้นไปบนแพลอยน้ำรวมกับคนอื่นๆ

            นั่นมัน คนที่เจอในฝัน!

            เซอร์ไพรส์นี้ยังไม่จบง่ายๆ เมื่อได้เห็นเด็กสาวคนหนึ่งมุดตามออกมาจากประตูเครื่องบิน ยูเลียนาเบิกตาโพลง ก่อนจะอ้าปากค้างด้วยความอึ้ง เพราะเธอคนนั้นก็คือ...

            อเล็นเล่!”

            หือ... เธอรู้จักคนในกล้องนั่นด้วยเหรอรูมเมทถามด้วยความสงสัย ยูเลียนาไม่ตอบคำถามนั้น เธอยังคงจ้องมองภาพในจอตาไม่กะพริบด้วยความทึ่ง คำพูดที่อเล็นเล่ได้บอกเอาไว้ก่อนจะตื่นยังคงดังก้องอยู่ในหูไม่เลือนหายไป

ขอบคุณที่ทำให้ฉันเชื่อ ว่าปาฎิหาริย์มีอยู่จริง

            เด็กสาวในจอหันมามองทางกล้อง ไม่แน่ใจว่าเธอคนนั้นตั้งใจหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม นัยน์ตาสีฟ้าสดใสคู่นั้นได้สบตากับยูเลียนาตรงๆไปเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่เธอจะทำบางสิ่งบางอย่างที่ยูเลียนาไม่ทันคาดคิด...

            เธอหันมาส่งยิ้มให้!

 

**********

 

 

                WRITER'S TALK

            จบไปอีกตอนหนึ่งแล้วนะคะ หลังจากนี้จะสนุกขึ้นเรื่อยๆ หวังว่าทุกท่านจะชอบกันและติดตามกันต่อนะคะ!

            หากมีข้อเสนอแนะหรือคำติชมอะไร สามารถบอกกันได้ผ่านคอมเม้นท์ค่ะ แต่หากไม่สะดวกคอมเม้นท์ ไม่เป็นไรค่ะคนเขียนเข้าใจ แต่อย่าทิ้งกันนะ ^^

            เกมทายใจว่าคุณมีนิสัยเหมือนใครในนิยายเรื่องนี้ คลิกได้ที่นี่ค่ะ

Besty

หมายเหตุ

          ปาฎิหาริย์ในแม่น้ำฮัดสัน สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่นี่นะคะ คลิก         

            เส้นทางจากลิเวอร์พูลไปเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ผู้เขียนใช้แผนที่จากสนามบินวัดแล้วหน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ ซึ่งเมื่อซูม จะพบว่า เป็นดังสองภาพนี้ หวังว่าภาพน่าจะช่วยอธิบายให้ผู้อ่านเข้าใจเส้นทางมากขึ้นไม่มากก็น้อยค่ะ ^^





           ขอขอบคุณเพลงนี้ ที่ทำให้คนเขียนสามารถเขียนนิยายได้อย่างลื่นไหลค่ะ



224 ความคิดเห็น

  1. #205 ♠ e l f . (@sanael) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 18:42
    ตอนนี้คือโคตรมันส์อ่ะ ชอบบบบบบ
    จินตนาการตอนอเล็นเล่ยิ้มแล้วขนลุกแทนหนูยูราเค่อะ lol
    #205
    0
  2. #188 Levi-san (@Levi-san) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 / 11:53
    สนุกมากๆเลยค่ะ><
    #188
    0
  3. #158 Revolubel (@pannapadean) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2558 / 21:03
    อย่ากับดูหนัง ลุ้นจนฉี่จะราดเลยค่ะ ///อุ๊ปส์
    #158
    0
  4. #122 I2ainI3ow (@choompu) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2558 / 11:00
    เกาะขอบจอรอชมต่อเลยนะเนี่ย เย้!!
    #122
    1
    • #122-1 Besty (@bestyworld) (จากตอนที่ 24)
      17 พฤษภาคม 2558 / 11:08
      ขอบคุณค่ะ รอนิดเดียว น่าจะคืนนี้หรือพรุ่งนี้ค่ะ ช่วงนี้เปิดเทอมแล้ว แฮ่ๆ
      แต่จะพยายามมาปั่นเรื่อยๆไม่ทิ้งคนอ่านแน่นอนค่ะ!
      #122-1
  5. #121 Sunscreenone (@inkzacod) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2558 / 16:07
    อีก 50% ขอไวๆนะ มันติดมากเลยอะ 55555555 (ขออภัยที่กระโดดมาอ่านตอนที่21เลย *ก้มกราบ*) 
    #121
    2
    • #121-1 Besty (@bestyworld) (จากตอนที่ 24)
      16 พฤษภาคม 2558 / 16:08
      ย้อนไปอ่านตอนต้นๆด้วยนะยะ!!!
      #121-1
    • #121-2 Sunscreenone (@inkzacod) (จากตอนที่ 24)
      16 พฤษภาคม 2558 / 19:43
      อิอิซ่า กลัวจะไปเจอตอนต้นๆ ทนกับการจิ้นไม่ไหว ฟฟฟฟฟฟฟฟ ตายคาหมอนซะก่อน กำโทษๆ
      #121-2