Intimate Mind ล่าล้างฝัน จิตสังหาร

ตอนที่ 20 : Chapter 19: The Fallen stars ดวงดาวที่ร่วงหล่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 73
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    9 พ.ค. 58

-Chapter 19-
The Fallen stars ดวงดาวที่ร่วงหล่น

 

3 มกราคม 1913

            อุแว้... อุแว้!”

            เสียงทารกแรกเกิดดังขึ้นบนชั้นสองของบ้านหลังเล็กๆหลังหนึ่งในสลัม

            ชายหนุ่มที่ยืนรออยู่ด้านนอกอย่างร้อนรนวิ่งปรี่เข้าไปด้านในด้วยความดีใจ เขารีบไปดูหน้าผู้เป็นลูกของตัวเองด้วยความปิติปรีดา แต่เมื่อหันไปมองดูภรรยาบนเตียง ความรู้สึกทั้งหลายที่เพิ่งเกิดขึ้นทั้งหมดเมื่อครู่ก็มลายสิ้น

            เธอนอนหลับตานิ่งไม่เคลื่อนไหว หมอตำแยแม้หน้าเสียด้วยเพราะรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เธอก็พยายามกลบเกลื่อนความรู้สึกนั้นไว้ ในเวลานี้ทุกคนควรจะยินดีที่เด็กน้อยเกิดมาอย่างปลอดภัย และอวยพรให้เด็กน้อยเติบโตอย่างมีความสุข ไม่ใช่การมานั่งเสียใจ...

            คุณได้ลูกสาว...หมอตำแยที่ปลายเตียงยังไม่ทันจะพูดจบ ชายหนุ่มก็ร้องขึ้นเสียงดังลั่นโหยหวน

            ไม่... ไม่!” เขากุมมือภรรยาไว้แน่น เขย่าร่างเธอหวังจะให้เธอตื่นขึ้นจากนิทรา แต่มันไม่ได้ผล เธอจากเขาไปแล้วจริงๆ

            หมอตำแยสาวพยายามปลอบใจให้เขารู้สึกดีขึ้น เธออุ้มเด็กทารกในห่อผ้าเดินเข้ามาใกล้ชายหนุ่ม ร่างเด็กทารกยังคงร้องไห้โยเยไม่หยุด แต่นี่คือของขวัญที่สวรรค์ประทานมาให้ มันเป็นของขวัญจากอาเนียนะคะ

            ชายหนุ่มรับร่างเด็กน้อยมาอุ้มเอาไว้ในอ้อมแขน เขาจ้องดวงตาของเธอเขม็ง ก่อนจะคำราม มันคือปิศาจสารเลว... มันพรากอาเนียไป!”

เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปนะคะ ออตโต

            คำมั่นสัญญาของเธอพังทลายไปหมดสิ้น เป็นเพราะเด็กคนนี้... เพราะเด็กคนนี้! ถ้าไม่มีเด็กบ้านี่เธอก็คงไม่ต้องมาตาย!

            ชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นพ่อยกห่อผ้าขึ้นทุ่มลงไปที่พื้นอย่างสุดแรงด้วยความเกรี้ยวโกรธ

            อย่าทำน้องผมนะ!”

            ทันใดนั้นเอง ที่ร่างเด็กชายถลาเข้ามารับอย่างพอดิบพอดี แขนเขายกขึ้นรับร่างเด็กน้อยเอาไว้ได้ทัน ชายหนุ่มขมวดคิ้ว ก่อนจะร้องฮึ่มออกมาด้วยความไม่พอใจสุดขีด

            เหวอ!”

            เพราะรีบร้อนวิ่งเข้ามา จึงเสียการทรงตัวจนล้มหน้าคะมำไปกับพื้น แต่เด็กชายก็ลืมความเจ็บปวดนั้นไปสิ้น เมื่อได้สบกับดวงตาสีฟ้าสดใสของเธอ ร่างทารกหัวเราะเอิ๊กสดใส ก่อนจะเอียงคอให้ ท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูทำเอาเขาแทบลืมสถานการณ์รอบด้านไปชั่วขณะ เด็กชายกอดร่างเด็กน้อยอย่างอ่อนโยน

            น่ารักใช่ไหมล่ะจ๊ะ ต่อจากนี้เธอจะเป็นพี่ชายของเธอแล้ว เรามาตั้งชื่อกันเถอะนะหมอตำแยสาวพูดพลางเดินเข้ามาใกล้ มือเรียวบางยกขึ้นลูบหัวเขาอย่างเอ็นดู

            ออตโตดุเสียงกร้าวทำลายบรรยากาศ นังเด็กนี่เป็นปิศาจ ไม่จำเป็นต้องมีชื่อ!”

            หมอตำแยยืนกอดอก ขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ ช่างเป็นพ่อที่ไร้หัวใจเสียจริง เธอควรจะสั่งสอนเขาเสียหน่อย ในฐานะที่เป็นหมอตำแย มีประสบการณ์คลอดบุตรให้หลายครอบครัวมาแล้ว และครอบครัวนี้ช่างประหลาดเสียเหลือเกิน คุณออตโต เราควรจะไปคุยด้านนอก

            ชายหนุ่มทำเสียงฟึดฟัด ก่อนจะเดินเตะเท้าปึงปังออกไปด้านนอก หมอตำแยสาวหันมายิ้มให้กับเด็กชายก่อนจะปิดประตูอย่างนุ่มนวล

            เด็กชายลุกขึ้นยืน เขามองไปที่ใบหน้าของแม่ เธอดูเหนื่อย รอยยิ้มที่ยังคงประทับอยู่ที่ริมฝีปากแสดงให้เห็นชัดเจนว่าเธอคงจะดีใจ... และภูมิใจ ที่อย่างน้อยในวินาทีสุดท้ายของชีวิต เธอก็ทำหน้าที่ของแม่อย่างเต็มที่ ไม่ให้เด็กน้อยต้องตายในครรภ์ แม้เธอจะต้องทนเจ็บปวดจนทนไม่ไหวก็ตาม

            น้ำตาไหลเลอะเต็มใบหน้าของเด็กชาย เขากอดร่างน้องสาวเอาไว้แน่น เด็กชายไม่รู้ว่าจะควรรู้สึกอย่างไรในตอนนี้ เสียใจที่แม่ของเขาจากไปแล้ว หรือดีใจที่เขาได้มีน้องสาวแสนน่ารักอยู่ในอ้อมแขนกันแน่

            อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เขามุ่งมั่น คือจะไม่ทำให้แม่ต้องผิดหวัง เขาจะดูแลเด็กหญิงคนนี้เป็นอย่างดีเอง เขาจะไม่ให้พ่อทำร้ายเธอเป็นอันขาด และเขาจะไม่ทำให้เธอต้องเสียใจ

            เด็กชายนั่งลงที่ข้างเตียง ก่อนจะพูดขึ้นเบาๆด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น้องน่ารักมากเลยฮะแม่...

            เขารู้ดีว่าแม่คงไม่ตอบ แต่ก็ยังคงพูดต่อไป เรา... จะให้ชื่อเธอว่าอะไรกันดีนะ

            ชื่อน่ารักๆ ชื่อที่ฟังดูอ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอจนเกินไป... และต้องมีตัวอักษร ‘H’ อยู่ในชุดตัวอักษร เพราะเธอจะได้จำเขาได้

นึกออกแล้ว ชาร์ลอต... ต่อจากนี้เธอชื่อว่าชาร์ลอตนะ ไม่ต้องกลัวพ่อล่ะ เพราะฉันจะปกป้องเธอเอง!”

**********

ทางฝั่งของชาร์ลอต

            ในที่สุด ชาร์ลอตก็วิ่งฝ่าฝูงไซบอร์กมาได้อย่างปลอดภัย เธอสไลด์ตัวเข้ามาในลิฟต์ก่อนจะรีบกดปุ่มปิดประตูไม่ให้พวกมันตามมาได้ โชคดีที่ไม่มีใครอยู่ข้างในลิต์ให้เธอต้องฆ่าทิ้งเพื่อปกปิดร่องรอยการหนี นิ้วเลื่อนกดปุ่มไปที่ชั้นดาดฟ้า

            ลิฟต์เคลื่อนตัวขึ้นไปด้านบนอย่างช้าๆ เธออดไม่ได้ที่จะมองขึ้นไปด้านบน แม้รู้ว่าสิ่งที่เห็นก็มีเพียงแค่เพดานลิฟต์ เธอหวังว่าทุกคนคงจะปลอดภัย... ความกังวลทวีคูณมากขึ้นทุกๆชั้นที่ลิฟต์เคลื่อนผ่าน เธอรู้สึกหายใจได้ไม่ค่อยทั่วท้อง ทำได้เพียงรอคอยอิสรภาพที่รออยู่ ณ เบื้องบนเท่านั้น

            ในที่สุดประตูลิฟต์ก็ถูกเปิดออก ตรงหน้าเป็นเฮลิคอปเตอร์ ด้านใน ดี.ซี. กำลังนั่งอยู่กับผู้ควบคุมเครื่อง อเล็นเล่และวิคเตอร์รออยู่ด้านใน และคนที่เธออยากพบที่สุดมาตลอดร้อยปียืนอยู่ตรงหน้า... ชาลี

            ทุกคนไม่เป็นไร... ทุกอย่างเรียบร้อย พวกเรากำลังจะได้กลับแล้ว!

            “ชาร์ลอต!”

            “พี่คะ!”

            ชาร์ลอตโผเข้ากอดร่างชาลีตรงหน้าด้วยความปลาบปลื้ม ช่างเป็นเวลาอันแสนนานเหลือเกินที่เธอจะมีความสุขถึงเพียงนี้ ไหล่ของชาลีกว้างและบึกบึนกว่าที่คิด แต่ยังคงอบอุ่นเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน เธอรู้สึกปลอดภัยเมื่อได้อยู่ในอ้อมกอดของเขา ไม่มีอะไรต้องกังวลอีกต่อไปแล้ว ราวกับเธอได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้งหนึ่ง...

            ด้านหลังของชาลี อเล็นเล่โบกมือให้ทั้งสองและยิ้มให้ด้วยความยินดี ในที่สุดทั้งสองก็ได้หวนกลับมาสู่กันอีกครั้ง วิคเตอร์แม้ในใจจะปฎิเสธไม่ได้ว่าเขาเองก็ยินดี แต่เขานั้นไม่ใช่พวกชอบแสดงออกมากเท่าไหร่ จึงได้แต่นั่งมองเงียบๆ

            ชาลีคลายอ้อมกอด เขาลูบหัวเธอเบาๆ ประทับรอยจุมพิตที่หน้าผากเธออย่างอ่อนโยน เขาพูดไม่ออกว่าดีใจมากแค่ไหนที่เธอรอดมาได้ ชายหนุ่มโอบกอดเธออีกครั้งหนึ่งอย่างแนบแน่น จนวิคเตอร์ต้องส่งเสียงเตือนให้รีบไปกันได้แล้ว

            ชาลียิ้มให้จนชาร์ลอตอดที่จะอมยิ้มตามไม่ได้ เขาเคยนึกเสียใจที่ลืมเธอไป สัญญาอย่างหนักแน่นในหัวใจว่าจะไม่มีวันลืมเธอไปอีกตลอดไป

            และชั่วกาลนาน...

            ปัง!

            ทุกอย่างเงียบหลังจากเสียงนั้นดังขึ้น ร่างชาร์ลอตทรุดฮวบลงกับพื้นทั้งที่ยังอยู่ในอ้อมแขนของผู้เป็นพี่ชาย เธอยิ้มบางๆ เด็กสาวเห็นสีหน้าที่ตกใจของเขา และความเศร้าใจ... เลือดไหลออกจากหน้าอกไม่หยุด ถูกยิงเข้าที่จุดสำคัญแบบนี้ อีกไม่กี่อึดใจเธอก็คง...

            ชาร์ลอต ไม่!” ชาลีตะโกนร้องปริ่มใจจะขาด หัวใจแทบสลาย เขากอดร่างเธอแน่น ชาร์ลอตไม่อยากเห็นเขาหดหู่ เธอทำได้เพียงแค่ยกมือที่เปื้อนเลือดขึ้นลูบแก้มเขาเบาๆ มือที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดเลอะแก้มเขาทั้งสองข้าง เธอพยายามจะเช็ดออก แต่ยิ่งเช็ด น้ำเลือดสีแดงก็ยิ่งขยายกว้าง

            ด้านในตึกชาลีมองเห็นหลี่ เธอยืนอยู่ตรงนั้น เป็นเธอ... ต้องเป็นเธอแน่ๆ!

            ชายหนุ่มส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง ในขณะที่อเล็นเล่ที่ร้องเสียงหลง

            “ชาร์ลอต!”

            เธอทำท่าจะกระโดดลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ แต่วิคเตอร์รั้งแขนเธอเอาไว้ได้ทัน

            “อย่าไป อันตราย

            น้ำเสียงของเขาเรียบเฉยจนเธอนึกโกรธ หากแต่เธอเองก็รู้ดีว่าเขาพูดความจริง เธอเองต่างหากที่ไม่ควรให้อารมณ์ครอบงำจนสถานณการณ์ย่ำแย่ลงกว่าเดิม เด็กสาวคิดได้เช่นนั้นก็ยกแขนขึ้นปาดน้ำตาถามเขา

            แล้วเราควรจะทำยังไงดี

            “ดูไปเรื่อยๆก่อน ใจเย็น...

            หลี่เดินเข้ามาใกล้ ชาลีเดินถอยหลังทั้งที่แขนยังอุ้มร่างเด็กสาวเอาไว้อยู่ เขาเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง น้ำตาค่อยๆไหลรื้นเลอะเต็มใบหน้า ไม่จริง... ไม่จริงใช่ไหม...

            ความทรงจำในครั้งนั้น... ตอนที่เขาอุ้มเธอครั้งแรกแล้วตั้งชื่อ...

ต่อจากนี้เธอชื่อว่าชาร์ลอตนะ

            และกำลังจะเป็นครั้งสุดท้าย ที่เขาจะได้อุ้มเธอแล้วอย่างนั้นหรือ?

            ชาร์ลอตยกมือขึ้นลูบใบหน้าของชาลีอย่างแผ่วเบา เธอไม่ได้ร้องไห้ เธอกลับยิ้ม...

            ในที่สุด... ก็จำหนูได้ใช่ไหมคะ

            ท้องฟ้าเป็นสีแดงส้ม หมู่มวลนกบินล่องลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า มันพากันร้องเสียงดังระงม เหมือนกับกำลังร้องเพลงอำลา... เพลงสุดท้ายที่เธอจะได้ยิน... ใบหน้านั้นที่เธอเฝ้ารอมาร้อยกว่าปี บัดนี้เขาเติบโตเป็นชายหนุ่มร่างกำยำ เขายังคงอ่อนโยนเหมือนเดิม เขายังคงเป็นคนเดิม...

            ภาพทุกอย่างค่อยๆพร่าเลือน เหมือนสายลมกำลังพัดพาเธอให้ล่องลอยไปเป็นส่วนหนึ่งของท้องฟ้า ดวงอาทิตย์สีแดงค่อยๆลอยเด่นขึ้นบนท้องฟ้า วันใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งเป็นวัฎจักรวนเวียน ชีวิตเองก็เช่นกัน

            ชาร์ลอตไม่รู้สึกเสียใจเลย เธอกลับดีใจ ในที่สุดเขาก็ยอมรับเธอ ในที่สุด... เขาก็ยอมรับเธอในฐานะน้องสาวจริงๆ เขาให้อภัยเธอแล้วในเหตุการณ์ครั้งนั้น...

            สว่างจังเลย... พี่กำลังดูมันอยู่เหมือนกันใช่ไหมคะ... เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนล้าเต็มที ในขณะที่ชาลีประคองอุ้มร่างของเธอเอาไว้ในอ้อมแขน เขายืนตัวสั่นเทาด้วยความกลัว... กลัวว่าเธอจะจากเขาไปอีก

            “พี่อยู่ตรงนี้! พี่กำลังอุ้มเธออยู่ยังไงล่ะ ดูท้องฟ้าสิ... มันสวยมากเลยนะ อย่าหลับตาลงเลย ได้โปรดอยู่ตรงนี้ อยู่ดูมันกับพี่นานๆเถอะ!” ชาลีพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เด็กสาวยกแขนที่อ่อนแรงขึ้นเช็ดน้ำตาบนแก้มให้อย่างนุ่มนวล เธอตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง

            ไม่ต้องกลัว... หนูจะอยู่กับพี่ตลอดไปค่ะ...

            เขาส่ายหน้า ก่อนจะพูดขึ้นต่อ ที่ผ่านมาพี่ขอโทษ ต่อจากนี้สัญญาว่าจะไม่ลืมเธออีกต่อไปแล้ว เพราะฉะนั้นอย่าจากพี่ไปอีกนะ ได้ยินใช่ไหม ชาร์ลอต

            เด็กสาวพยักหน้า เลือดไหลล้นออกมาจากปากแผลหยดลงบนพื้นไม่หยุด เธอไม่รู้สึกเจ็บปวดอีกต่อไปแล้ว เธอรู้สึกแค่เพียง... หยดน้ำตาใสๆที่ตกลงมาแปะกับหน้าของเธอ และความอบอุ่นจากชาลี

            ทุกอย่างกำลังจะจบ ความทรงจำที่ล้ำค่าจะอยู่กับทุกคน ตลอดไป...

ฉันจะปกป้องเธอเอง

            หนู... จะได้เป็นส่วนหนึ่งของท้องฟ้าหรือเปล่าคะชาร์ลอตกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ระโหยโรยแรงลงเรื่อยๆ สติค่อยๆเลือนลางเหมือนเปลวไฟที่กำลังจะดับมืดลง

            ชาลีพยักหน้า น้ำตาไหลอาบแก้มเป็นสาย เขาประคองร่างเธอไว้แน่นในอ้อมแขน ราวกับจะไม่ให้เธอจากเขาไปอีก ลมบางเบาพัดผ่านร่างทั้งสองอีกครั้งเหมือนเป็นบอกสัญญาณ นกที่ร้องเพลงอำลาต่างบินจากหายไปสู่ขอบฟ้า มันกำลังต้อนรับเธออยู่... และเธอกำลังจะไป

            ณ ดินแดนแห่งความจริงอันเป็นนิรันดร์... ความตาย

            หนูดีใจจังค่ะ... ที่ได้เกิดมาเป็นน้องของพี่ไฮดี้...

            ชาร์ลอตค่อยๆหลับตาลงอย่างแผ่วเบาด้วยความเหนื่อยล้า มือที่ยกขึ้นเช็ดน้ำตาให้ชาลีค่อยๆอ่อนแรง ก่อนจะทรุดลงทิ้งแนบกับลำตัว ไม่มีแม้น้ำตาสักหยดจากดวงตาของเธอ ริมฝีปากยกขึ้นยิ้มบางๆ ร่างนั้นนิ่งสงบลงไม่เคลื่อนไหว เธอไม่แม้แต่จะหายใจอีกต่อไปแล้ว...

            ชาลีเบิกตาโพลง เขาเขย่าร่างเด็กสาวเบาๆหวังจะปลุกให้เธอตื่นขึ้น ชายหนุ่มร้องเสียงหลง ชาร์ลอต... ไม่นะ ไม่ ตื่นสิ อย่าทิ้งพี่ไป!”

            ร่างชาร์ลอตนอนหลับตาสงบนิ่ง เธอได้จากไปอย่างสงบ และกลายเป็นส่วนหนึ่งของท้องฟ้าแล้ว...

             ชาลีคุกเข่าลงร้องไห้สะอื้น กอดร่างของเธอแน่น เขาหันไปมองหลี่ทั้งที่น้ำตายังนองหน้า หญิงสาวเดินใกล้เข้ามา เขาลุกขึ้นเดินถอยหลังจนชิดประตูเฮลิคอปเตอร์

            หลี่ยืนนิ่ง ปากสั่นระริก น้ำตาไหลออกมาเป็นสายด้วยความโศกเศร้า ชาลีเห็นเช่นนั้นก็ตะโกนว่าด้วยความโกรธแค้นเต็มอก

            เธอเป็นคนทำ สุดท้ายเธอก็คือฆาตกร!”

            หลี่ตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เธอกำลังเข้าใจผิด... ทุกอย่างไม่ใช่อย่างที่เธอเห็นนะ!”

            “โกหก... โกหก!” ชายหนุ่มคำรามเสียงดัง เขาไม่อยากจะเชื่อจริงๆ ว่าที่ผ่านมาทั้งหมด เธอจะโกหกเขา ทุกอย่างเป็นเรื่องเสแสร้งอย่างนั้นหรือ? ขนาดหลี่ยังโกหกเขามาตลอด แบบนี้แล้วเขาจะเชื่อใครได้อีก!

            “ชาลี...เธอไม่รู้จะพูดว่าอย่างไร ได้แต่กล่าวสั้นๆเช่นนั้นด้วยความรู้สึกที่จุกอก

            “อย่ามาเรียกชื่อฉัน ฉันเกลียดเธอ!!!!” ชาลีตะโกนร้องออกไปสุดเสียง ชายหนุ่มรู้สึกเจ็บช้ำที่หัวใจราวกับมีมีดคมกรีดแทงไม่ยั้ง ทำไมหลี่ไม่ฆ่าเขาเสียให้ตาย เขาจะได้ไม่ต้องมานึกเสียใจแบบนี้!

            ทำไมเรื่องแบบนี้ต้องเกิดขึ้นกับชาลี...

            หลี่นิ่งเงียบ เธอทำได้เพียงแค่มองเขา หญิงสาวไม่สามารถอธิบายอะไรกับเขาได้เลย วิคเตอร์กับ ดี.ซี. เปิดประตูเฮลิคอปเตอร์ ช่วยกันยกร่างชาลีที่ในตอนนี้สติถูกบดขยี้จนแหลกเป็นเสี่ยงๆเข้ามาด้านในพร้อมๆกับร่างของชาร์ลอต ก่อนจะปิดประตูดังปึง ดี.ซี. รีบหันไปสั่งคนขับทันที

            ออกเครื่องเลย!”

            คนขับพยักหน้ารับคำสั่ง เขาดึงคันโยกขึ้นควบคุมบังคับเครื่อง ใบพัดด้านบนเริ่มหมุน ก่อให้เกิดลมแรงไปทั่วบริเวณ เสียงจากตัวเครื่องและใบพัดที่ตีกับอากาศดังไปทั่วทุกทิศ ตัวเครื่องลอยขึ้นจากชั้นดาดฟ้า ก่อนจะบินขึ้นไปสู่ท้องฟ้า หายไปในหมู่เมฆ

            วิคเตอร์มองหลี่ตามหลังผ่านทางหน้าต่าง เขาเองก็ไม่เข้าใจ...

            หลี่ทรุดเข่าลงกับพื้น น้ำตาไหลเป็นสายหยดลงบนพื้นซีเมนต์ ไอรินเดินมาจากด้านหลังพร้อมกับปืน เธอหัวเราะอย่างรื่นเริง ก่อนจะนั่งลงข้างๆเธอ

            เป็นหลี่ที่พูดขึ้นก่อน เธอยืนในมุมมืด ให้ฉันเป็นแพะรับบาปแทน เธอมันชั่วร้ายที่สุด!”

            “ก็ช่วยไม่ได้ เธอจะมายืนบังฉันทำไมล่ะ ฉันไม่พลาดยิงไปโดนเธอก็ดีแค่ไหนแล้ว อีกอย่าง ฉันทำตามภารกิจ ให้ฆ่าก็คือต้องฆ่า ไม่ใช่มาใจอ่อนแบบนี้

            “ไปให้พ้นๆหน้าฉันซะ!”

            หญิงสาวตวาดไล่อย่างเกรี้ยวกราด หลี่นึกเกลียดที่ไอรินไม่เข้าใจเธอสักนิดเดียว แต่กลับมาพูดสอนเหมือนกับรู้ดีไปเสียทุกอย่าง มันทำให้เธอยิ่งเสียใจและโมโหยิ่งขึ้นไปอีก

            ไอรินยักไหล่อย่างเหนื่อยหน่าย เธอลุกขึ้นเดินจากไป ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยประโยคเดิมๆ บ๊ายบาย

            หลี่ได้แต่มองไปบนท้องฟ้า เธอไม่เหลือใครอีกต่อไปแล้วนอกจากพ่อ ชีวิตต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร มันจะมีความหมายหรือไม่... สิ่งที่เธอทำมาทั้งหมดช่างไร้ค่า เหมือนกับโยนก้อนหินลงไปในน้ำ รู้เสียแบบนี้ เธอน่าจะเชื่อฟังพ่อตั้งแต่แรก

            แต่จะให้ทำอย่างไร ในเมื่อเธอก็รักเพื่อนพอๆกัน...

            หญิงสาวนั่งมองดูท้องฟ้าอย่างเงียบๆ เช็ดน้ำตาที่ขอบตา นึกถึงอดีตในวันวานที่เคยมีด้วยกันกับเธอผู้ล่วงลับคนนั้น... ชาร์ลอต

            รอยยิ้มของเธอ ความใฝ่ฝันของเธอ...

            หากสวรรค์มีจริง ขอให้เธอไปสู่สวรรค์

            ขอให้เธอเป็นอิสระ... ตลอดไป

**********

            เงียบ...

            ไม่มีใครพูดอะไร ทุกคนดูจะสะเทือนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ชาลีนั่งก้มหน้ากอดเข่าที่หัวมุม เขาไม่ได้ร้องไห้ เพียงแต่กำลังเสียใจ อเล็นเล่ลูบหลังเขาเบาๆ เธออยากปลอบใจเขาไม่ให้เศร้าโศกไปกว่านี้ แต่เธอรู้ดี บางครั้งคนเราก็ต้องการอยู่คนเดียวอย่างเงียบๆ เธอจึงได้แต่นิ่งเงียบ

            วิคเตอร์มองไปที่ชาร์ลอตครู่หนึ่ง ก่อนจะมองออกไปทางหน้าต่างอย่างเลื่อนลอย ในขณะที่ ดี.ซี. มองไปที่เธอด้วยสายตาที่ไม่มีใครคาดเดาอารมณ์ได้... ดี.ซี. กำลังคิดอะไรอยู่นะ?

            ร่างชาร์ลอตนอนหลับตานิ่งไม่เคลื่อนไหวอยู่ที่พื้น อเล็นเล่ลุกขึ้น ลงไปนั่งข้างๆร่างเธอ เด็กสาวกอดร่างไร้วิญญาณของเด็กสาวผมสีบลอนด์เอาไว้แน่นด้วยความอาลัย เธอหวังมาตลอดว่าจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน แต่กลับต้องมาจากก่อนวัยอันควรเช่นนี้ น่าเศร้าใจจริงๆ...

            ฉันไม่ควรจะร้องไห้ ฉันควรจะให้เธอจากไปอย่างมีความสุขโดยไม่ต้องเป็นห่วงใคร

            เพราะอเล็นเล่คิดได้เช่นนั้น เธอจึงต้องทนกล้ำกลืนไม่ร้องไห้ เด็กสาวกอดร่างชาร์ลอตอย่างเงียบๆ

            ดี.ซี. ยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา ขณะนี้เป็นเวลาเจ็ดโมงเช้าแล้ว เขาหันไปพูดกับวิคเตอร์ เราคงกลับที่ฐานลับเดิมไม่ได้นะ เพราะไม่มีที่จอดเฮลิคอปเตอร์ คงต้องไปที่ฐานลับ B ซึ่งอยู่ห่างจากที่นี่ราวๆ 25 ไมล์

            “พอไปได้ไหมวิคเตอร์เงยหน้าที่เรียบเฉยของเขาขึ้นถามด้วยน้ำเสียงที่ดูว่างเปล่า

            “ก็ไปได้สบายดี.ซี. ตอบ เดี๋ยวต้องไปต่อกันที่ลิเวอร์พูลอีกนี่ เดินทางอีกไกลเลยนะ

            “อืมวิคเตอร์ตอบสั้นๆ เขาเหม่อมองออกไปที่หน้าต่างต่อ ดี.ซี. ไม่ได้รบกวนเวลาส่วนตัวอะไรเขาอีก วิคเตอร์ถอดเสื้อกาวน์ออก เขายื่นให้กับอเล็นเล่ เด็กสาวเข้าใจความหมายของเขาดี เธอนำมันห่มร่างชาร์ลอตอย่างแผ่วเบา เด็กสาวมองที่เธอเป็นครั้งสุดท้าย จึงยกผ้าขึ้นปิดใบหน้า

            อเล็นเล่เริ่มอดทนไม่ไหวอีกต่อไป น้ำตาค่อยๆไหลรินออกมาจากดวงตา เธอโผเข้ากอดวิคเตอร์แน่น ก่อนจะร้องไห้ออกมาจนน้ำตาไหลหยดเลอะเต็มไหล่ของเขา เด็กหนุ่มยืนนิ่งไปครู่หนึ่งด้วยความอึ้ง ถึงกระนั้น เขาก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากร่างของเธอ ร่างนั้นกำลังสั่นเทา...

            “ขอฉันกอดเธอนานๆหน่อยได้ไหมเธอถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

            “ได้สิ อเล็นเล่...

            ในที่สุดเธอก็ปล่อยโฮออกมา เขายกแขนขึ้นโอบร่างเธอเบาๆ อย่างน้อยในฐานะเพื่อน เขาควรจะทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นบ้าง... เด็กหนุ่มหลับตาลง ในใจหวังว่าเวลานี้จะคงอยู่ตลอดไป แม้เป็นไปไม่ได้ก็ตาม

            เหล่าดวงดาวที่ร่วงหล่นลงจากฟ้า ก่อให้เกิดแสงสีประดับมากมายยามราตรี

            แต่ใครบ้างจะจดจำ

            ยามที่มันดับสูญ...

นิรนาม






 

**********

 

 

            WRITER'S TALK

            ผู้เขียนกลับมาปรับปรุงเนื้อหานิดหน่อยค่ะ ดังนั้นตอนนี้อาจจะขึ้นแจ้งเตือน อย่าเพิ่งรำคาญอันเฟบนะคะ ฮ่าๆ ว่าแต่เป็นยังไงบ้างคะ สำหรับตอนนี้ หากใช้คำรวบรัดไป หรือบรรยายได้ไม่เข้าถึงอารมณ์ ก็สามารถแสดงความคิดเห็นกันได้นะคะ ผู้เขียนยินดีรับฟังเสมอ

            อนึ่ง ผู้เขียนต้องขอขอบคุณเพลง Xion theme มากๆค่ะ ที่ทำให้ตอนนี้สามารถเขียนจบไปได้ด้วยดี เพลงให้อารมณ์ที่เศร้าและให้ความรู้สึกอำลาอาลัยได้เป็นอย่างดี คุณผู้อ่านสามารถลองฟังได้นะคะ แปะเพลงให้ด้านล่างเรียบร้อยแล้วค่ะ

            ขอบคุณมากค่ะ ที่ยังติดตามกันไม่ทิ้งไปไหน ผู้เขียนก็จะไม่ทิ้งคนอ่านเช่นกันค่ะ

Besty


 


224 ความคิดเห็น

  1. #201 ♠ e l f . (@sanael) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2558 / 14:27
    ชาร์ลอตลูกแม๊!!! ;[ ];
    โอ้ย พราก ไม่รู้จะพูดอะไร
    แต่แล้วทำไมหลี่ต้องมาเป็นนางเอกน้ำเน่าตลอดเวย์เลยล่ะท่าน! Y[ ]Y
    #201
    0
  2. #186 Levi-san (@Levi-san) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2558 / 22:48
    ยอมรับว่าร้องไห้เลยตอนนี้TOT
    #186
    0
  3. #115 Fytius Falevia (@fytius) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2558 / 00:06
    [นี่อ่านเฉพาะตอนนี้นะ...มาเพื่อติโดยเฉพาะเลย สับเละหน่อยน้าา]



    ข้ามไป...เยอะมากจ้ะ... //เหวอนิดๆ



    แค่การตายของชาร์ลอทก็ข้ามไปเยอะแล้ววว!!! ถ้าชาลีจำการตายของแม่ได้ในตอนที่/ก่อนชาร์ลอทโดนยิงนิดเดียว เจ้าตัวอาจนึกเอามาเทียบกัน แล้วก็กะประมาณว่า "ตอนเสียแม่ไปยังมีน้อง แต่ตอนน้องตายกลับไม่มีใครมาแทนความเศร้านี้ได้ แถมบาดแผลในใจยิ่งเสียดลึกไปอีก เมื่อรู้ว่าคนที่เขาไว้ใจที่สุดเป็นคนฆ่าเธอ" อะไรแบบเนี้ยยย (นี่เอาให้คร่าวที่สุด หน้าที่ของเจ้าคือไปขยายความมันซะ!!)



    อีกอย่างคือตกคำเชื่อมไปเยอะมาก หรือเลือกใช้ไม่ค่อยสลวยเท่าไหร่ อันที่ควรจะขึ้นบรรทัดใหม่ก็ไม่ขึ้นอ่ะหนูเอ๊ย ;A; (บทเพลงของนกกับหน้าตาของพี่ชายมันคนละเรื่องกันนะ!! หรือจะบอกว่าหูได้รับฟังบทเพลงอำลา แต่กลับรู้สึกดีใจที่ได้เจอหน้าพี่ชายที่จำตัวเองได้เป็นครั้งสุดท้าย อะไรเงี้ย ขึ้นบรรทัดใหม่ได้ลูก ไม่ต้องหวง ฟฟฟฟ)



    ใช้คำว่า "น้ำเสียง" ถี่ไปหน่อยนะ ถ้ามีน้ำเสียงแล้วอยากใช้อีก ตัดคำว่าน้ำออกไปก็ได้ ให้เหลือแค่เสียงก็พอได้จ้า



    ตรง "มันกำลังต้อนรับเธออยู่...และเธอกำลังจะไป" - อยากเพิ่มความดราม่า ก็บอกหน่อยว่าต้อนรับไปไหนก็ดีน้า แบบ ณ อีกฝั่งของโลก สิ่งที่เรียกว่าความตาย และชาร์ลอทรู้สึกว่าตัวเองตายตอนนี้ก็ไม่เสียใจ เพิ่มไปอีกก็ได้ว่าปกติคนเรามักกลัวตาย แต่ทำไมเธอตายถึงไม่กลัว จะมีก็แค่ห่วงคนอื่นๆ ที่เธอทิ้งไว้ข้างหลังก็เท่านั้น อะไรแบบเนี้ยยยยยยยย



    โอเค บทชาร์ลอทจบตรงนี้ เรามาที่หลี่บ้าง...



    หลี่โดนเข้าใจผิด พยายามแก้ แต่ชาลีไม่ฟัง...พี่เข้าใจ 5555



    คือ ถ้าโดนเข้าใจอะไรผิดอย่างมหันต์แล้วอยากแก้ให้ฟัง แต่คู่สนทนาไม่ยอมฟัง คนเราจะพูดด้วยเสียงหมดแรงปนอยากจะร้องไห้นะ (ยิ่งสำคัญๆ ด้วย) อยากให้บรรยายน้ำเสียงตรงนี้ไปหน่อย เพราะพอไม่มีแล้วมันฟังดูเนิบนาบ แบบ...เหมือนเรียกเฉยๆ พี่อ่านแล้วได้แต่ทำตาปริบๆ อ่ะ ( . .)



    แล้วก็ตรงที่หลี่ระลึกถึงชาร์ลอท...ใส่ความดราม่าไม่พอค่ะหนูเอ๊ย...เติมแบบว่า "เธอผู้ล่วงลับไปแล้ว" อะไรพวกนี้ไปน่าจะดีนา



    โอเค ตอนนี้มาฉากยื่นเสื้อกาวน์



    ปกติถ้าเราคลุมศพ เราจะคลุมหัวนะเออ บรรยายบอกด้วยลูก ;w;



    อเล็นเล่ร้องไห้...อันนี้มันค่อนข้างกำกวมแฮะ คือเหมือนจะกลั้น แต่ตอนโผไปหาวิคเตอร์ก็ยังกลั้นอยู่บ่? เห็นไม่ได้ปล่อยโฮหรือส่งเสียงร้องไห้อะไรเลย ฟฟฟฟฟ



    มีแค่นี้แหละจ้า ( . .) /

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 7 พฤษภาคม 2558 / 00:07
    #115
    1
    • #115-1 Besty (@bestyworld) (จากตอนที่ 20)
      7 พฤษภาคม 2558 / 15:51
      จะพยายามแก้ตามที่บอกค่ะพี่โฟร์ ตอนนี้ขอแก้คร่าวๆให้ดูดีขึ้นก่อน เดี๋ยวรายละเอียดปลีกย่อยลงมาคงต้องแก้ทีหลัง เพราะเดี๋ยวจะไม่ได้เขียนตอนต่อ ฟฟฟฟฟฟ
      ไม่รู้ทำไม พอเขียนตอนนี้จบ รู้สึกแปลกๆค่ะ จะว่าเศร้าก็ไม่เชิง...
      อธิบายไม่ถูก เฮ้อ ;w;
      #115-1