Intimate Mind ล่าล้างฝัน จิตสังหาร

ตอนที่ 18 : Chapter 17: A fight of the hope การต่อสู้แห่งความหวัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 67
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    1 พ.ค. 58

-Chapter 17-

A fight of the hope การต่อสู้แห่งความหวัง



 

            ต้องรีบทำอะไรสักอย่างแล้ว!

            นักวิทยาศาสตร์หนุ่มหันไปบอกเคน เขาคิดว่าตนเองคงจะสะเพร่าเก็บของไม่เรียบร้อย ข้าวของจึงได้หล่นลงมาเสียหาย ช่างมันเถอะ พวกเรารีบไปกันดีกว่านะเคน เดี๋ยวจะไปประชุมสาย...

            เขาชะงักการพูดไปชั่วขณะเหมือนมีอะไรมาขัดจังหวะ ทันใดนั้นเอง...

            อึ่ก!”

            ชาลีแอบใช้จังหวะทีเผลอนี้เอาสันมือฟาดเข้าที่ก้านคอของเคนพอดี เพราะเป็นคนมือหนักจึงสามารถจัดการเป้าหมายได้สำเร็จในหมัดเดียว ชาลีไม่ปล่อยให้นักวิทยาศาสตร์อีกคนหนี เขาตัดสินใจพุ่งตัวเข้าไปชนจนนักวิทยาศาสตร์คนนั้นล้มลง เขาขึ้นคร่อมทับอยู่ด้านบน จังหวะนี้ชาลีรีบกดคอเขาแน่นก่อนจะพูดขึ้นทันที

            อย่าคิดหนีเชียว...ชาลีกล่าวเสียงโหด สายตาดุกร้าวจากนัยน์ตาสีฟ้าคู่นั้นทำให้นักวิทยาศาสตร์ที่ถูกกดจมลงกลางพื้นรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาจับใจจนตัวสั่นระริก

            “อย่าฆ่าผม! อย่าฆ่าผม!”

            “รู้แล้วล่ะน่า ชื่อเคนใช่ไหมชาลีพูดแล้วเงียบไปครู่หนึ่งราวกับกำลังคิดแผนอะไรบางอย่างต่อ ฉันจะไม่ทำอะไรแกหรอก แค่จะขออะไรหน่อย

            “บอกมาเลยครับ ผมยอมทุกอย่าง!”

            “ห้อง... อืม 2610... อยู่ที่ไหน

            “ทางขวามือ! เข้าไปแล้วเดินไปอีก...สะ สามสี่ห้องผู้ที่กำลังเสียเปรียบพูดตะกุกตะกักด้วยความลนลาน เขายกมือขึ้นวิงวอน ผ-ผมให้บัตรคุณก็ได้! จะได้ไม่ต้องพังเข้าไปไงล่ะ...แต่ อย่าทำอะไรผมเลยนะ!”

            “ไม่ทำอะไรแน่นอน... แต่มีอีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะขอ ช่วยหลับนานๆหน่อยก็แล้วกันพูดจบเจ้าตัวก็ต่อยเสยคางฝ่ายตรงข้ามเต็มแรง ก่อนจะจัดการให้แน่ใจด้วยการอัดหมัดซ้ำรัวๆจนแน่ใจว่าเป้าหมายไม่น่าจะตุกติกแล้วจึงรีบหยิบชุดในล็อกเกอร์มาเปลี่ยน เขาหยิบบัตรพนักงานขึ้นมาเก็บไว้กับตัว

            เคนนี่...? ชื่อโหลชะมัด

            ชาลีหันไปมองนักวิทยาศาสตร์ที่นอนสลบแน่นิ่งทั้งสองคนอีกครั้ง เขาหัวเราะเบาๆ เมื่อพบว่านักวิทยาศาสตร์คนที่เขาชกซะอ่วมนั้น...

            อ้าว หัวล้านเหรอเนี่ย... ฮะๆ

            ชาลีเลิกคิ้ว เขานึกแผนอะไรดีๆออกแล้ว ถ้าสวมวิกสักหน่อยก็น่าจะปลอมตัวได้แนบเนียนยิ่งขึ้นไปอีก จะได้ไม่ถูกสงสัยว่าหน้าคล้ายๆคนที่ถูกจับหรือเปล่าอีกด้วย

            งั้นขอยืมวิกหน่อยแล้วกัน!

            คิดได้ก็คว้าวิกมาสวมทันที แม้ว่าใส่แล้วหน้าตาดูแปลกๆ แต่เพื่อเอาตัวรอดในตอนนี้แล้วก็ต้องทำ ชาลีผิวปากเดินไปชื่นชมโฉมใหม่ของตนเองที่หน้ากระจกอีกครั้ง

            ดวงตาสีฟ้ากับผมสั้นสีดำดูเรียบร้อย เสื้อกาวน์สีขาวที่ใส่ทับชุดด้านในทำให้เขาดูมีบุคลิกเรียบร้อยมีภูมิฐาน แตกต่างกับบุคลิกปกติราวฟ้ากับเหว นี่ถ้าเขาสายตาสั้นด้วยคงยืมแว่นมาด้วยเพื่อเสริมบุคลิกคงแก่เรียนเข้าไปอีก ร่างสูงใหญ่บึกบึนยืนกางอกหน้ากระจกอย่างภาคภูมิ

            ฉันนี่หล่อชะมัด

            “ไม่ได้จะว่าอะไรนะครับ แต่นี่ไม่ใช่เวลามาหลงตัวเองเสียงเตือนดังจากวิทยุ ชาลีทำหน้าหงอยทันทีเมื่อรู้ว่าโดนปราม ดี.ซี. พูดต่อ ชาลี จากกล้องวงจรปิดที่วิคเตอร์แฮกไว้ดูในโน๊ตบุ๊ค ไม่มีของห้อง 2610 เลย มันแปลความได้สองอย่าง หนึ่งคือห้องนี้ไม่มีกล้องวงจรปิด สองคือวิคเตอร์ยังไม่ได้แฮกหรือแฮกไม่ได้ เราไม่รู้ว่ากรณีไหนที่เป็นความจริง เพราะฉะนั้นระวังตัวด้วยนะครับ

            “เข้าใจแล้ว

            ชาลีรับคำ เขาเดินออกมาจากห้อง แม้จะปลอมตัวแล้วแต่ก็ต้องระวังตัว ความประมาทอาจทำให้เขาต้องเดือดร้อนได้ ชายหนุ่มเดินไปทางขวามือ นับประตูไปสามสี่ห้อง ในที่สุดก็เจอห้อง 2610 ตามที่เคนได้บอกเอาไว้จริงๆ

            เอาละ มาถึงที่นี่แล้ว หัวใจของชาลีเต้นตึ้กตั้ก อเล็นเล่จะเป็นอย่างไรบ้างนะ เธอปลอดภัยดีหรือไม่ คาร์ลวินจะอยู่ในนั้นหรือเปล่า แล้วถ้าเขาเผลอทำอะไรผิดพลาดไป จะทำให้ทุกคนตกอยู่ในอันตรายมั้ย?

            เขาสูดหายใจเต็มปอด ก่อนจะเปิดประตูเข้าไป สิ่งที่เห็นด้านในทำให้เขาต้องตกตะลึง

            นี่มัน!?

 

            ร่างเปลือยเปล่าของอเล็นเล่หลับไหลอยู่ในตู้แคปซูล สายระโยงระยางมากมายต่อเข้ากับร่างกายของเธอทุกส่วน ชาลีกัดฟันกรอด ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธแค้น เขากำมือแน่นจนดังกึกเป็นเสียงกระดูกกระทบกัน

            ใครกันที่ทำแบบนี้!

            “มาทำอะไรในนี้

            เสียงทุ้มต่ำเยือกเย็นดังขึ้นจากข้างหลัง เสียงไม้เท้ากระทบพื้นดังกึกๆเป็นจังหวะ มันกำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆแล้ว... เขาต้องเป็นคาร์ลวินแน่ๆ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง เมื่อชาลีหันหลังไปมองก็จะถูกจับไต๋ได้ในทันที  เพราะฉะนั้นตอนนี้ต้องใจเย็นเอาไว้ก่อน

 

            “...ชาลียืนนิ่งเงียบไม่ยอมตอบ

            “นี่คือห้องที่อนุญาตเฉพาะผู้บริหารและนักวิทยาศาสตร์ระดับห้าขึ้นไปเท่านั้น โชว์บัตรให้ฉันดูสิ

            คาร์วินหยุดอยู่ข้างหลัง ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบไปชั่วขณะ ต่างคนต่างนิ่ง เหมือนกำลังหยั่งเชิงดูทีท่า ชาลีเหงื่อตก เขาควรจะทำอย่างไร ใช่ เขามีมีด และชายแก่ยืนอยู่ด้านหลังในระยะประชิดแบบนี้ ต้องไม่พลาดแน่นอน...

            “ตายซะเถอะ!”

            ชาลีเสือกมีดพุ่งเข้าแทงคาร์ลวินทันที ทว่าผิดคาด ในเสี้ยววินาทีที่คมมีดกำลังจะปักเข้าไปกลางอก ชายชราเอียงตัวไปทางซ้ายหลบการโจมตี เพียงชั่วพริบตา เขาคว้าแขนของชาลีจับบิดหมุนจนดังกร๊อบ มีดหลุดจากมือชาลีด้วยความปวดร้าวแขน คาร์ลวินเข่าเข้าที่กลางเป้าอีกน็อกหนึ่ง ทำเอาชาลีนอนจุกจนตัวงอลงกับพื้น แต่เขากัดฟันอาศัยแรงอีกเฮือกรีบกลิ้งหลบคมมีดที่พุ่งปักลงมาอย่างติดๆ

            ชาลีรีบกระโดดตัวลุกขึ้นยืน แกว่งหมัดไปที่ชายชรา แต่ศัตรูเบือนหน้าหลบก่อนจะสวนหมัดกลับไปทีหนึ่งที่ใบหน้า ชายหนุ่มสะบัดหน้าไล่ความมึนงงก่อนจะรีบก้มตัวพุ่งชาร์จผลักร่างคาร์ลวินล้มลงกับพื้น ชาลีที่อยู่ในท่าขึ้นคร่อมกดมีดลงไปที่ต้นคอของฝ่ายตรงข้าม แต่เขาก็ต้องชะงักมือลงทันที เมื่อเห็นคาร์ลวินจ่อปืนมาที่เขา ในขณะที่เขาเองก็กำลังจะปักมีดลงไปบนกระเดือกของชายผู้นี้เช่นกัน

            ประเมินแล้ว เขาเป็นฝ่ายเสียเปรียบมากกว่า กระสุนย่อมไวกว่าคมมีด หากเขาลงมือ กระสุนคงได้เจาะทะลุหัวเขาก่อน...

            เสียงหายใจหอบของทั้งสองคนดังขึ้นไปทั่วห้อง ชาลีไม่ปล่อยให้ชายชราได้คิดอะไรต่อ เขาก้มหัวพรึ่บเพื่อหลบกระสุน ก่อนจะจับข้อแขนฝ่ายตรงข้ามผลักกดลงกับพื้น เอาหัวโขกกับฝ่ายตรงข้ามแรงๆสองสามที ตัวเขาเองก็มึน แต่ตอนนี้ ทุกอย่างเป็นไปตามวลีติดปาก ‘ใครเร็ว ใครได้!’ อดทนเอาไว้อีกหน่อย เขารวมแรงอีกฮึดคว้าปืนจากมือของคาร์ลวิน ปากยกขึ้นเผยอยิ้มอย่างมีชัย

            แต่ชายชราก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เขาอาศัยจังหวะนี้ชันเข่าขึ้นแทงกลางท้องของชาลีเต็มๆ ก่อนจะผลักร่างของชาลีออก ใช้แรงส่งที่เกิดขึ้นต่อยเข้าที่กลางอกจนชายหนุ่มปลิวไปนอนกองกับพื้น

            คาร์ลวินคว้าปืนกลับมาได้อีกครั้ง เขายกแขนขึ้นเช็ดเลือดที่มุมปากออก หันมองอเล็นเล่ที่กำลังหลับไหล สลับกับชาลีที่กำลังนอนจุกไร้เรี่ยวแรง ชายชรานึกเสียดาย หากเขายังหนุ่มยังแน่นกว่านี้ แขนที่ถูกจับงอของชาลีคงบิดลู่หักไปแล้ว แต่เท่านี้ก็ถือว่าดีพอสมควร อย่างน้อยการโจมตีของเขาทำให้คู่ต่อสู้ใช้การแขนข้างขวาไม่ได้ไประยะหนึ่ง

            ชายชรายกปืนขึ้นเป่าปากกระบอกปลายปืน เขาเดินวนรอบตัวชาลี ก่อนจะฮัมเพลง My bonnie lies over the oceanแม้จะเป็นเพลงกล่อมเด็กเก่าแก่ แต่เมื่อมาร้องในสถานการณ์แบบนี้ ช่างน่าขนลุกสิ้นดี

My Bonnie lies over the ocean, My Bonnie lies over the sea.
My Bonnie lies over the ocean
Oh, bring back my Bonnie to me...
 
Bring back, bring back
O, Bring back my Bonnie to me, to me
Bring back, bring back
O, Bring back my Bonnie to me

            คาร์ลวินร้องเพลงอย่างอารมณ์ดี เขาควงปืนพร้อมๆไปกับการเดินวนรอบตัวร่างชายหนุ่ม ชาลีค่อยๆประคองตัวลุกขึ้น เขาตะโกนขึ้นอย่างเดือดดาล

            “น้องของฉัน... ไม่ใช่โบนนี่สุดที่รักของแกโว้ย!”

            ชาลีพุ่งหมัดเข้าไปที่ใบหน้าของชายชราทีหนึ่ง เลือดไหลออกมากลบปากของคาร์ลวินเล็กน้อย ชายชราสวนหมัด แต่ชาลีก้มหลบ ก่อนจะกำมือแน่นขึ้นเสยคางคาร์ลวินอย่างแรงจนศัตรูมึนงงไปชั่วขณะ ชาลีอาจเป็นคนขี้สงสาร โดยเฉพาะกับคนแก่ แต่เขาไม่อาจทนสงสารกับชายชราผู้นี้ได้ เขาเตะเข้าที่กลางอกของคาร์ลวินเต็มแรง ชายชรากระเด็นล้มลงกับพื้น แต่ถึงกระนั้นก็ยังกำปืนในกำมือแน่น ชาลีหยิบมีดจากข้างๆพื้นขึ้นมาเก็บไว้ป้องกันตัว

            ฉันคือชาลี และแกจะไม่มีวันได้ตัวของเธอไป

            “โธ่เอ๋ย...คาร์ลวินเผยอปากขึ้นเป็นรอยยิ้มที่แปลกประหลาด แย่จริงนะพ่อหนุ่ม ไม่ว่าจะในร่างของเด็กน้อยไฮดี้ หรือหนุ่มเลือดร้อนแบบชาลี ก็ยังมีแววตาแบบเดิม ความอยากเอาชีวิตรอดนั่น ไม่ว่าอะไรก็ยอม สุดยอดจริงๆ ฉันสนใจในตัวเธอมากเลยนะ

            “เลิกพล่ามสักที!” ชาลีตะโกน ในวินาทีที่เขากำลังจะจ้วงมีดลงไปที่ร่างของคาร์ลวิน ชายชรากลับยกปืนขึ้นกัน เขาปัดมือออกไปทางขวา ทำให้ชาลีเสียหลัก คาร์ลวินยกศอกขึ้นแทงเข้าที่กลางลำคอ แรงมหาศาลทำให้ชาลีกระอัก เสียงอ๊อกดังขึ้นในลำคอ ได้ผลชะงัด ร่างชายหนุ่มล้มตึงแผ่ราบกับพื้น โดนเข้าที่จุดอ่อนเช่นนี้ ทำเอาเขาโต้กลับไม่ได้เลย

            คาร์ลวินยิ้มเยาะ เขาเพียงแค่ลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นบนเสื้อออก ทั้งที่มีโอกาสฆ่า แต่ก็ไม่ทำ ชาลีนึกสงสัยในใจ เขาอยากฆ่าชายผู้นี้ใจแทบขาด แต่เหตุใดศัตรูกลับไม่ทำเช่นนั้นกับเขา ทั้งที่มีโอกาสหลายครั้ง?

            ชายชราเดินไปกดปุ่มที่ข้างตู้แคปซูล เสียงดังครืดดังขึ้น ฝาตู้ค่อยๆเปิดออกพร้อมกับน้ำที่ล้นทะลักออกมา จังหวะนั้น คาร์ลวินยกปืนอีกกระบอกหนึ่งขึ้นมา เขาเล็งไปที่ชาลี ระยะห่างราวสิบเมตร ยังไงก็หลบไม่ทันแน่ หรือจะพุ่งเข้าไปแย่งปืนก็ไม่ทันเช่นกัน ชาลีหลับตาด้วยความปลง คาร์ลวินหัวเราะหึ เขาค่อยๆเลื่อนนิ้วเพื่อลั่นไกปืน และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง...

            ปึ้ก!

            ไม่ใช่ปืนธรรมดา!?

            เข็มลูกดอกแทงเข้าที่คอของชาลี ชายหนุ่มลืมตาขึ้นด้วยความตกใจ แล้วก็ต้องอึ้งซ้ำสอง เมื่อพบว่าร่างกายของตนเองค่อยๆเป็นอัมพาต เขาไม่สามารถควบคุมท่อนแขนได้ ความรู้สึกชานั้นค่อยๆไหลลงไปที่ท่อนขาจนถึงเท้า เขาไม่แม้แต่จะควบคุมกล้ามเนื้อปากให้ตนเองพูดได้เลย ร่างชายหนุ่มนอนแผ่นิ่งไม่เคลื่อนไหวอยู่ที่พื้น เขาทำได้เพียงแค่กลอกตาไปมาเท่านั้น!

            น้ำไหลออกมานองพื้นจนหมดแคปซูล กลิ่นสารเคมีแปลกๆลอยฟุ้งไปทั่วทั้งห้อง ร่างของอเล็นเล่ล้มลงไปด้านหน้าอย่างเสียการควบคุม คาร์ลวินเข้าไปประคองร่างนั้นอย่างนุ่มนวล ก่อนจะหยิบเสื้อกาวน์ที่โต๊ะให้เธอสวมใส่ปกปิดร่างกาย

            ดวงตาของอเล็นเล่ค่อยๆลืมขึ้นมองไปรอบๆอย่างเลื่อนลอย ตาสีฟ้าสีจนแทบเป็นสีขาวโพลน เห็นได้ชัดว่าจิตใจเธอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เธอกำลังอยู่ที่ไหนสักแห่งในโลกนั้น ลึกลงไปในจิตใจ...

            ชาลีควบคุมกล้ามเนื้อปากไม่ได้ เขาจึงทำได้เพียงครางออกมาโดยตรงจากกล่องเสียง อือ... อือ!”

            “หึๆ ไม่ต้องโวยวายไปหรอกพ่อหนูน้อยคาร์ลวินพูดขึ้น อเล็นเล่ยังยืนได้ไม่ถนัดนัก ชายชราจึงต้องประคองร่างเธอเอาไว้ก่อน ใบหน้าไร้อารมณ์ราวกับหุ่นยนต์ทำให้หัวใจชาลีแทบแหลกสลาย แววตานั้น ท่าทางเย็นชาแบบนั้น เธอไม่ใช่คนเดิม!

            “อือ... อือ!!”

            “ใจเย็นๆ ก็แค่เล่นสนุกกับเธอนิดหน่อยเองนะ โกรธเหรอ?คาร์ลวินยกมือขึ้นลูบคางและแก้มของเด็กสาวอย่างละมุนละไม อเล็นเล่ไม่มีทีท่าขัดขืนหรือแสดงอารมณ์ใดๆออกมาทั้งสิ้น เธอเพียงแต่ยืนนิ่งอยู่แบบนั้นราวกับเป็นหุ่นไร้ชีวิต ชาลีโมโหแทบคลั่งแต่กลับทำอะไรไม่ได้ เขาได้แต่แช่งชักหักกระดูกฝ่ายตรงข้ามในใจจนอกแทบแตก

            คาร์ลวิน แกไม่ได้ตายดีแน่!

            เอาละ ต่อจากนี้ของจริงมาแล้ว...

            เป๊าะ!

            คาร์ลวินดีดนิ้ว ร่างอเล็นเล่สะดุ้งขึ้นเล็กน้อย ชายชรากระตุกยิ้มด้วยความพอใจ เขาค่อยพูดขึ้น แม้จะเบาราวเสียงกระซิบ แต่เพราะในห้องนี้ มีกันเพียงแค่สามคน ถึงอย่างไรชาลีก็ได้ยินอยู่ดี

            เอลเลน ต่อจากนี้เธอต้องเป็นของฉัน

            “ค่ะ...เธอตอบเสียงราบเรียบพลางพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง นัยน์ตาคู่นั้นสบกับคาร์ลวิน แม้จะไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆออกมา แต่มันก็เป็นคำตอบที่ชัดเจนว่าเธอยอมรับเขาโดยดุษฎี

            ริมฝีปากชายชราฉีกยิ้มกว้างราวอสุรกาย ชาลีเหงื่อแตกพล่านด้วยไฟแห่งความแค้น คาร์ลวินหันไปมองเขาด้วยสีหน้าสะใจ ชายชรากระแอมไอเล็กน้อยก่อนจะถามต่อ

            ต่อจากนี้จงเรียกฉันว่าเจ้านาย และถ้าฉันสั่งอะไร เธอต้องทำ ห้ามขัดขืนโดยเด็ดขาด ถ้าขัดขืน บทลงโทษคือ เธอต้องตาย เข้าใจไหม

            “เข้าใจแล้วค่ะ...อเล็นเล่ตอบ นัยน์ตาเลื่อนลอยคู่นั้นมองไปที่ชาลี ก่อนจะหันกลับไปมองผู้ที่เป็น เจ้านาย ดังเดิม เธอก้มหัวลงให้ความเคารพราวกับทาสรับใช้ ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นน้ำเสียงราบเรียบ ท่านหัวหน้า มีอะไรให้ดิฉันรับใช้คะ

            คาร์ลวินหัวเราะลั่น โอ้ น่ารักมาก รู้ใจฉันดีจริงๆ แบบนี้ต้องให้รางวัลด้วยอะไรดีนะ?

            “ดิฉันคือทาสของท่าน ไม่สมควรได้รับรางวัลใดๆ เจ้านายจงสั่งมาเถิดค่ะ

            คาร์ลวินยิ้มอย่างพอใจ เขายื่นปืนให้อเล็นเล่ มองไปที่เธอด้วยแววตาเป็นนัยๆ เด็กสาวรับปืนไปถือในมือ ทว่าน่าแปลก มือของเธอกลับสั่นระริก นัยน์ตาคู่นั้นเหมือนกำลังสับสน...

            จิตใจของเธอคงกำลังต่อต้านอยู่แน่ๆ... อเล็นเล่ อดทนไว้นะ!

            ฆ่าเขาซะ จำได้ใช่ไหมว่าถ้าขัดขืนจะเป็นยังไง คาร์ลวินตอกย้ำคำเดิมเสียงเข้ม คำสั่งนั้นทำให้แววตาของอเล็นเล่กลับกลายเป็นว่างเปล่าดังเดิม มือนิ่งไม่สั่นเกร็งอีกต่อไป เธอยกปืนขึ้นเล็งไปที่ชาลี ไม่มีความลังเลหรือต่อต้านใดๆในนัยน์ตาคู่นั้นอีกต่อไปแล้ว นิ้วของเธอค่อยๆเลื่อนเข้าไปที่ช่องไกปืน ก่อนจะค่อยๆกดลั่นไกอย่างช้าๆ เยือกเย็น  

            ช่างเป็นช่วงเวลาที่ทรมานที่สุดในชีวิต... ชาลีค่อยๆหลับตา เขาคงต้องตายแล้วจริงๆ ตายด้วยน้ำมือของไอ้สารเลวที่ยืมมืออเล็นเล่แทน ทำให้มือของเธอต้องมาเปื้อนเลือดอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่

            ว่ากันว่าก่อนตาย ภาพความทรงจำต่างๆจะไหลเวียนไปมาในหัวอย่างรวดเร็ว ดูท่าคงจะเป็นความจริง เหตุการณ์ในอดีตมากมายวิ่งวนไปมาในหัวของชาลี เสียงหัวเราะแห่งความสุขในวันวาน และรอยยิ้มที่ไม่มีวันหวนกลับคืน... เขาคงไม่มีวันได้เห็นมันอีกแล้ว

            อเล็นเล่... แม้จะไม่ใช่น้องสาวตัวจริง แต่ฉันรักเธอมากนะ

            ชาร์ลอต ขอโทษที่ลืมเธอมาตลอดเพราะอดีตบ้าๆนั่น

            วิคเตอร์ แกเป็นคนดีคนหนึ่ง ฉันยอมรับก็ได้

            หลี่ ถึงเธอจะอยู่คนละฝ่ายกับฉัน แต่เธอเป็นคนน่ารักมาก ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง

            แล้วก็ ดี. ซี. ยินดีที่ได้รู้จักกับคนอย่างนายนะ...

ลาก่อน...

            ปัง!!!

 

 

ในขณะเดียวกัน

            อเล็นเล่กับวิคเตอร์ฝ่าฟันกลุ่มหมาป่าไปได้อย่างปลอดภัย ทั้งสองเข้าไปในกระท่อมร้างกลางป่า น่าแปลกที่ต่อสู้มานาน แต่กลับไม่รู้สึกเหนื่อยอะไร อาจเป็นเพราะในโลกแห่งนี้ พละกำลังไม่ได้มีผลมากเท่าไหร่ พละกำลังและความเหนื่อยเป็นเรื่องของพลังกายในโลกแห่งความเป็นจริง แต่ที่นี่ เราดำรงอยู่ด้วยจิตนาการและความคิดล้วนๆ จึงไม่มีความสำคัญใดๆทั้งสิ้น

            นึกไม่ถึงว่าจะเสกของได้ง่ายขนาดนี้ ขอเพียงแค่ไม่กลัว เราก็ผ่านมันไปได้ เนอะ วิคเตอร์

            อเล็นเล่พูดขึ้น วิคเตอร์พยักหน้าเบาๆ เด็กหนุ่มหลับตาเพ่งนึกถึงอะไรบางอย่าง ทันใดนั้นเองไฟที่เตาผิงก็ลุกโชติช่วงมอบความอบอุ่นท่ามกลางความหนาวเหน็บ โซฟานั่งปรากฎขึ้นตรงหน้า ซากผุพังค่อยๆซ่อมสมานตัวกลายเป็นบ้านหลังเล็กๆอย่างน่าอัศจรรย์ ราวกับมีเวทมนตร์มาเสก

            เสร็จแล้ววิคเตอร์กล่าวเสียงเรียบ อเล็นเล่ยิ้มให้เขาเล็กน้อยเป็นเชิงขอบคุณ

            ทั้งสองนั่งลงที่โซฟา ความเงียบมาเยือน ณ ที่แห่งนี้อีกครั้ง ทั้งสองไม่ได้พูดอะไร ต่างคนต่างหันไปคนละทาง นึกถึงตอนที่เจอกันครั้งแรกแล้ว เธอนึกไม่ถึงว่าเรื่องราวจะดำเนินมาไกลถึงขนาดนี้ เธอต้องมาเกี่ยวพันกับอดีตที่ยาวนานเป็นศตวรรษ องค์กรประหลาดที่ตามไล่ล่า และอนาคตที่คลุมเคลือ...

            ต่อจากนี้ เธอจะใช้ชีวิตอย่างปกติเหมือนคนทั่วไปได้หรือเปล่านะ?

            อเล็นเล่นั่งคิดเรื่องต่างๆไปเรื่อยเปื่อย จู่เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในหัว มันแผ่วเบาราวกับกำลังกระซิบอยู่ข้างหู แต่ก็เยือกเย็นและอำมหิตในเวลาเดียวกัน

ฆ่าเขาซะ

            อเล็นเล่สะดุ้งตัวโหยงจนวิคเตอร์หันมอง เด็กหนุ่มถามเธอน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความเป็นห่วง เป็นอะไรหรือเปล่า

ถ้าขัดขืน บทลงโทษคือต้องตาย

            คำถามนั้นแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามีเธอเพียงคนเดียวที่ได้ยิน เสียงกระซิบนั้นยังคงพูดต่อไปเรื่อยๆไม่หยุด ราวกับกำลังสะกดจิต

ฆ่าเขาซะ

            จู่ๆความรู้สึกปวดหัวก็ประดังเข้ามาในหัวราวกับกำลังถูกบีบคั้น เหมือนมีอะไรบางอย่างทุบเข้าที่หัวอย่างแรง ตามด้วยคมมีดที่พุ่งแทงไม่ยั้ง เธอปวดหัวแทบระเบิด เสียงกระซิบนั้นยังคงตามหลอกหลอนอยู่ไม่ยอมหายไป เหมือนมีอะไรบางอย่างที่กำลังจะบงการร่างกายให้ทำตามเจตจำนงของมัน สิ่งนั้นกำลังจะยึดครองร่างของเธอ!

ฆ่าเขาซะ

            “กรี๊ด!”

            “อเล็นเล่!”

            อเล็นเล่กรีดร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส เธอล้มลงคุกเข่ากับพื้น มือสองข้างยกขึ้นกุมขมับแน่น เธอทรมานจนน้ำตาแทบไหล ทำได้แต่เพียงร้องออกมาด้วยความทุกข์ทน วิคเตอร์รีบเข้ามาใกล้ เขาเสกยาแก้ปวดขึ้นเม็ดหนึ่งก่อนจะยื่นให้เธอ

            คงจะปวดหัว ใจเย็นๆแล้วทานนี่ก่อนสิ

            “ไม่!”

            เด็กสาวปัดยาในมือเขาออกอย่างก้าวร้าว ก่อนจะกรีดร้องขึ้นอีกครั้ง เธอหัวเราะเสียงดังลั่น จู่ๆดวงตาคู่นั้นก็กลับกลายเป็นสีดำ เส้นเลือดปูดปรากฏขึ้นชัดเจนทั่วทั้งร่างกายราวกับปิศาจ เธอลุกขึ้นยืน แบมือออก หลับตานึกเพ่งถึงอะไรบางอย่าง

            ทันใดนั้นเองที่ก้อนควันสีดำมืดค่อยๆลอยออกมาจากมือ มันรวมตัวกันกลายเป็นปืน เธอมองมันอย่างพินิจพิจารณา ท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของเธอทำให้วิคเตอร์พอจะเริ่มเข้าใจสถานการณ์ขึ้นบ้าง เธออาจถูกใครบางคนครองร่างอยู่ และมันน่ากลัวมาก แน่นอน เธอพร้อมจะทำร้ายเขาได้ทุกเมื่อ

            อเล็นเล่ ทำใจดีๆไว้วิคเตอร์ค่อยๆเดินเข้าไปใกล้เธอทีละก้าว... ทีละก้าว... ร่างเด็กสาวยืนนิ่ง นัยน์ตาสีดำนั้นจ้องตาเขาไม่กะพริบ ดูเหมือนเธอจะลังเลว่าจะยกปืนขึ้นจ่อไปที่ฝ่ายตรงข้ามดีหรือไม่

            ดิฉันคือทาสของท่าน...เสียงอเล็นเล่เอ่ยขึ้นอย่างราบเรียบ เธอกระตุกมือเหมือนกำลังพยายามต่อสู้กับอีกร่างหนึ่งที่กำลังครอบงำ แววตาที่ถูกเปลี่ยนเป็นสีดำคู่นั้นดูสับสน ไม่... อย่านะ... ฉันไม่ทำ...

            แสดงว่าคาร์ลวินทดลองควบคุมจิตใจคนสำเร็จแล้วจริงๆด้วย บ้าจริง!

            วิคเตอร์เม้มปากแน่น พยายามประคองสติให้นิ่งไม่ตื่นตระหนก เด็กหนุ่มยังคงใจเย็น เขาเสกปืนขึ้นกระบอกหนึ่งถือเอาไว้ในมือเผื่อป้องกันตัว ยืนดูสถานการณ์อย่างเงียบๆว่ามันจะดำเนินไปในทิศทางใด

            ฉันไม่เอา ใครก็ได้ช่วยด้วย...

            วิคเตอร์ค่อยๆเดินเข้าใกล้อย่างระมัดระวัง เธออาจยกปืนนั้นขึ้นยงเขาเมื่อไหร่ก็ได้ ดังนั้นเขาจึงเตือนตัวเองอยู่เสมอ ห้ามประมาทโดยเด็ดขาด

             “อเล็นเล่ ใจเย็นๆเอาไว้ก่อน ฉันจะช่วยเธอเอง 

            ทันทีที่เขาสัมผัสร่างของเธอ เหล่านกกาก็ร้องดังขึ้นระงม ก่อนจะบินโฉบเข้ามาด้านในสวนร่างของวิคเตอร์จนเขาแทบเสียหลักล้ม เมื่อนกเหล่านั้นบินหายไป พื้นที่รอบๆก็พลันเปลี่ยนเป็นสีดำมืด มองไม่เห็นทิศทางใดๆ เขาเห็นแต่เพียงร่างอเล็นเล่ที่ยืนอยู่ตรงหน้า...

            ร่างอเล็นเล่สองคน!

            “ช่วยด้วย เธอคนนี้กำลังจะครองร่างฉัน!” ร่างทางซ้ายมือกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงทุกข์ร้อน

            เด็กสาวทางขวามือปฎิเสธบ่ายเบี่ยง อย่าไปเชื่อนะ วิคเตอร์

            วิคเตอร์ยืนนิ่ง แน่นอน เขาไม่เชื่อทั้งคู่ การมานั่งหาว่าใครเป็นตัวจริงดูจะไร้ประโยชน์ และอเล็นเล่ก็ไม่ใช่คนที่ขี้ฟ้องสักเท่าไหร่ เพราะฉะนั้น...

            เธอทั้งคู่นั่นแหละตัวปลอม!

            วิคเตอร์ยกปืนขึ้นระดมยิงไปที่ทั้งสองคนโดยไม่ลังเล ร่างเด็กสาวกรีดร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนา มันค่อยๆสลายกลายเป็นเศษธุลีแหลกละเอียดลอยหายไป เด็กหนุ่มตกอยู่ในความมืดมิดเพียงผู้เดียวอีกครั้ง เขาถอนหายใจยาวด้วยความเหนื่อยใจ

            โอ้ เก่งมาก จัดการได้รวดเร็วจริงๆนะ

            เสียงหนึ่งดังขึ้นจากข้างหลัง วิคเตอร์หันกลับไปมอง พบว่าเป็นร่างเงาปิศาจ แม้จะมองไม่เห็นหน้า แต่กรงเล็บและรูปร่างน่ากลัว แสดงให้เห็นชัดเจนว่านี่ต้องไม่ใช่มนุษย์แน่นอน

            วิคเตอร์ยกปืนขึ้นเล็ง เขากดเหนี่ยวไกพร้อมยิง แต่ก็ต้องชะงักลง เมื่อร่างปิศาจนั้นกลับค่อยๆเปลี่ยนร่างเป็นเด็กสาวในเก้าอี้วีลแชร์ นัยน์ตาสีเขียวที่เหมือนกับเขา ทีท่าอ่อนโยนที่เขาไม่ได้เห็นมาเป็นเวลาร้อยกว่าปีนับแต่ครั้งนั้น...

            พี่เวียร์รี่...

            “พี่คิดถึงเธอจังเลย มาให้กอดหน่อยสิ

            วิคเตอร์ค่อยๆเผยยิ้มออกมา เขาดีใจที่ได้เห็นใบหน้าเธอครั้งแรกในรอบหลายร้อยปี เขาเหงาและโดดเดี่ยวมาตลอด และเธอคือคนที่เติมเต็มหัวใจให้กับเขา ตั้งแต่เสียเธอไป เขาก็ตกอยู่ในความเสียใจมาโดยตลอด และวันนี้ เธอมาแล้ว...

            วิคเตอร์ค่อยๆก้าวเดินเข้าไปหาเธอ เมื่อเห็นว่าร่างนั้นยังคงปรากฏตัวอยู่ไม่ใช่ภาพลวงตา เขาก็โผเข้ากอดด้วยความตื้นตันใจ สัมผัสร่างกายที่อ่อนนุ่ม กลิ่นหอมอ่อนๆจากตัวเธอ มันไม่ใช่เรื่องโกหก...

            ฉึก!

            “พี่...?

            หรืออาจจะเป็นเรื่องโกหกจริงๆ?

            คมมีดยาวแทงทะลุกลางร่างของวิคเตอร์ เลือดค่อยๆไหลอาบออกมาจนโชกตัว ใช่ อยู่ในโลกแห่งนี้อาจจะไม่มีความรู้สึกเจ็บ แต่สิ่งที่เจ็บ...

            คือหัวใจ!

            ร่างกายเธอแปรเปลี่ยนเป็นอสุรกายในเงามืดดังเช่นเดิม คมมีดมากมายจากทุกส่วนของร่างพุ่งเข้ากระหน่ำแทงร่างของวิคเตอร์ไม่ยั้ง เลือดพุ่งไหลอาบทั่วทั้งพื้น น้ำตา... น้ำตาของเขา... มันคลออยู่ที่เบ้าตา แต่กลับไม่ยอมไหลออกมา

            ร่างมืดดึงมีดนับร้อยเล่มที่เสียบร่างของวิคเตอร์ออกภายในพริบตาเดียว ร่างของเด็กหนุ่มล้มตึงลงกับพื้น เขาไม่อยากยอมแพ้ แต่ร่างกาย... กลับไม่สามารถสั่งการอะไรได้เลย เขาทำได้แต่เพียงนอนคว่ำหน้าจมกองเลือด ร่างนอนนิ่งไร้การขัดขืน เสียงปิศาจแผดเสียงหัวเราะลั่นอย่างสะใจ เพียงแค่ใช้ลูกไม้ตื้นๆ ก็กลับจัดการกับเด็กหนุ่มคนนี้ได้ในพริบตา

            ฮ่าๆ อ่อนแอ... อ่อนแอจริงๆ!”

            วิคเตอร์กัดฟันฝืนใจ ประคองร่างลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก ไม่ทันจะได้ยืนจริงๆ ร่างมืดนั้นก็ฟันเข้าที่ขาของเขา ร่างเด็กหนุ่มล้มลงนอนกองกับพื้นอีกครั้ง เขากัดฟันกรอดด้วยความโมโห ในใจนึกไม่ออกว่าควรจะทำอย่างไรในสถานการณ์เช่นนี้

            วิคเตอร์... อย่ายอมแพ้สิ ทุกคนรอเธออยู่นะ

            คำพูดของอเล็นเล่ดังขึ้นในหัวอีกครา ใช่ เขายังไม่แพ้ และทุกคนกำลังรอเขาอยู่...

 

อือ... อือ!”

            ชาลีร้องขึ้นอีกครั้ง ปืนนั้นจ่อมาที่เขา อีกเพียงไม่กี่วินาที เธอก็คงจะกดไกปืน แล้วเขาก็จะตาย...

 

วิคเตอร์ ได้โปรดตื่นสักทีเถอะ

            เสียง ดี.ซี. พูดขึ้น เขาไม่สามารถทำอะไรได้เลย หากจะบุ่มบ่ามลงไปช่วยทุกคนก็อาจทำให้เหตุการณ์ทุกอย่างแย่ลงกว่าเดิม เขาทำได้แต่เพียงมองดูเขา ร่างหลับไหลไร้สติกำลังสั่นระริก ชายหนุ่มควรทำอย่างไร?

 

หยุด ยกมือขึ้น!”

            เสียงหุ่นยนต์รักษาความปลอดภัยรายล้อมรอบห้องขัง รูปร่างคล้ายคนใบหน้าที่ฉีกขาดเล็กน้อยเผยให้เห็นถึงไมโครชิพด้านใน ทุกเครื่องต่างยกปืนขึ้นจ่อชาร์ลอต ส่วนแน๊ทซ์ยังไม่ตาย เขาหมดสติอยู่ที่พื้น

            “อเล็นเล่ ไม่ว่าเธอจะกลายเป็นอะไรไปก็ตาม แต่ฉันจะไว้ใจเธอเสมอนะ

            วิคเตอร์ไม่มีแรงแม้แต่จะลุกขึ้นยืน เขาทำได้เพียงแค่พูด ก่อนจะส่งยิ้มให้ เป็นรอยยิ้มที่มาจากใจ เขาไม่เคยยิ้มให้ใครแบบนี้นานแล้ว เขาไม่ได้คาดหวังอะไรอีก เพียงแค่เธอรับรู้ในคำพูดของเขา แค่นั้นก็พอใจ...

            หุบปากซะ อย่ามาทำอวดดี!”

            ร่างปิศาจแผดเสียงโหด มันเงื้อมือขึ้นจะแทงวิคเตอร์อีกครั้งหนึ่ง ทว่าจู่ๆ มือกลับชะงักลงราวกับถูกเวลาหยุดไว้ ไม่ใช่แค่แขน แต่ส่วนอื่นของร่างกายก็ควบคุมไม่ได้เช่นกัน แสงสว่างวาบส่องขึ้นอีกครั้ง รัศมีที่โชติช่วงแผดเผาร่างปิศาจกลายเป็นจุณ เสียงอสุรกายกรีดร้องโหยหวนลั่น วิคเตอร์หลับตาลง อย่างน้อยในที่สุด เขาก็ทำมันได้...

 

            วิคเตอร์ ตื่นสักที!” เสียง ดี.ซี. ดังขึ้นก่อนที่วิคเตอร์จะได้ลุกขึ้นมองดูภาพโดยรอบ เขากำลังอยู่ในช่องแอร์แคบๆ ด้านล่างมีเสียงหนวกหูโวยวายดังขึ้น เสียงของพวกไซบอร์ก หุ่นยนต์ตำรวจที่องค์กรประดิษฐ์ขึ้นใช้แทนทหาร ทุกคนกำลังย่ำแย่ ช่วยคิดทีว่าเราควรทำยังไง

            วิคเตอร์แหวนมองที่ช่องลมด้านล่าง ชาร์ลอตค่อยๆเดินถอยหลังจนติดกำแพง กองทัพไซบอร์กเคลื่อนตัวเข้าหาตามเพื่อปิดทางหนี เด็กหนุ่มขมวดคิ้วครุ่นคิด ก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้ เขารีบบอกกับ ดี.ซี. ทันที

            นึกแผนออกแล้ว ช่วยอะไรหน่อยสิวิคเตอร์พูดขึ้น ไซบอร์กรุ่นนี้ปุ่มปิดการทำงานอยู่ที่หลังคอ เราต้องลงไปปิดการทำงานให้หมดทุกเครื่องให้ได้

            ดี.ซี. ยกหน้ากากโอเปราขึ้นสวมอย่างเตรียมพร้อม โอเค เดี๋ยวลงไปก่อนเอง

            “ได้ แล้วฉันจะตามไป

            ดี.ซี. เปิดหน้าต่างช่องลม ก่อนจะสูดหายใจลึกๆ กระโดดลงมาสู่ด้านล่าง ความสูงของฝ้าเพดานราวสามเมตรไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเจ็บอะไรมาก ร่างวิคเตอร์กระโดดตามลงมาแบบติดๆ ทั้งคู่หันมามองหน้า สบตา แล้วพยักหน้าขึ้นพร้อมกัน

            ชาร์ลอตนั้นได้ยินที่วิคเตอร์บอกเอาไว้ตอนอยู่ด้านบนแล้ว ปุ่มปิดอยู่ที่หลังคอ ตอนนี้เธอรอให้ทั้งสองหนุ่มเริ่มต้นก่อน เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ แล้วเธอจะจัดการตาม

            ทุกคนสบตา พยักหน้าอย่างเข้าใจ แล้วเริ่มต้นภารกิจสำคัญขึ้นอีกครั้ง

            คือการเอาตัวรอดจากที่นี่ให้ได้!

            “ลุย!!!”





 

            คุยกับผู้เขียน

            เรื่องดำเนินมาถึงตอนที่สิบแปด ทุกอย่างกำลังเข้มข้น การต่อสู้ของทุกคนกำลังดำเนินต่อไปอย่างดุเดือด เอาใจช่วยกันด้วยนะคะ

            ล่าสุดนี้ผู้เขียนได้รับภาพแฟนอาร์ตจากคุณเฟิร์น ขอขอบพระคุณสำหรับภาพงามๆนี้มากค่ะ วิคเตอร์กับอเล็นเล่ น่ารักน่าหยิกจริงๆ!
 

            ปล. ถ้าสนุก หรือมีอะไรติชม คอมเม้นท์กันได้นะคะ คนเขียนยินดีรับฟังทุกประการ เพราะคนเขียนน่ะ รักคนอ่านมากกกกกกกกค่ะ <3

 

 

 

Besty

 

 

224 ความคิดเห็น

  1. #198 ♠ e l f . (@sanael) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2558 / 18:26
    เอาใจไปทิ้งไว้ที่เหตุการณ์ชาลีคุง
    อย่าเป็นอะไรนะทุกโค๊นนน <3
    #198
    0
  2. #114 poroyo (@poroyo) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2558 / 23:41
    อ่านจากบทที่9มาจนถึงบทนี้แล้วจ้ะ
    ช่วงหลังๆ บรรยายได้ไหลลื่นดีกว่าช่วงแรกๆ มากเลยจ้ะ แต่บางช่วงอยากให้บรรยายอารมณ์และจิตใจของตัวละครเพิ่มขึ้นอีกนิด เป็นตัวเสริมจากการบรรยายความคิด น่าจะทำให้ตัวละครดูมีมิติขึ้นกว่าเดิม 

    อีกอย่างนึง อยากให้ระวังเรื่องการควบคุมคาแรกเตอร์นิดนึงจ้ะ
    บางช่วงดูเป็นการวางตัวละครให้เป็นไปตามเส้นพล็อตมากกว่าที่จะให้เขาเป็นตัวผลักดันเรื่อง 
    อย่างเช่น ชาร์ล็อตตอนเข้ากลุ่มช่วงแรกน่าจะมีแง่งอนกับอเล็นเล่หรือชาร์ลีมากกว่านี้หน่อย
    (เหมือนกับมาเข้ากลุ่มเพราะจำใจ แต่ในลึกๆ ก็อยากให้พี่ชาร์ลีมาคุยกับเธอกว่านี้)
    แต่ไม่ถึงขั้นอิจฉาจนตบกันนะ แบบทำหน้าบูดหน่อยๆ ที่อะไรก็อเล็นเล่
    เพราะว่าช่วงหลังรู้สึกเธอสงบจนเทียบกับตอนเปิดตัวที่ออกตัวแรงจนลักพาตัวอเล็นเล่แล้วดูจะเป็นคนละคนกัน

    พี่คิดว่าช่วงก่อนดี.ซี.ปรากฏตัว น่าจะบรรยายความคิดวิคเตอร์แค่ว่า "รออีกนิดเดียว" หรือ "อีกสิบนาที"
    น่าจะทำให้อ่านแล้วลุ้นกว่าที่จะบอกว่า "อีกสิบนาทีดี.ซี. จะมา"

    เรื่องของอเล็นเล่คงต้องลุ้นต่อไป ถ้าช่วยตอนนี้ไม่ได้ก็เสี่ยงกับตอนหน้า โลกใต้จิตสำนึกอาจจะโดนคุกคามหนัก
    การหลับฝันอาจจะอยู่ไม่สุข หลี่คงโดนลดบทบาทจากสายตาของคาร์ลวิน
    แต่ก็น่าสงสัยว่าตาคาร์ลวินอยู่รอดมาได้ตั้งร้อยปีได้ แถมแก่ไปตามกาลเวลาปกติ เหมือนกับจะเอาผลการทดลองมาใช้กับตัวเองด้วยหรือเปล่า 

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 3 พฤษภาคม 2558 / 00:52
    #114
    1
    • #114-1 Besty (@bestyworld) (จากตอนที่ 18)
      3 พฤษภาคม 2558 / 09:41
      เรื่องของบทดราม่าของชาร์ลอตมีแน่นอนค่ะ และจะค่อนข้างชัดเจนในตอนถัดไป พอดีช่วงที่เพิ่งเข้ากลุ่ม หนูก็บรรยายอะไรมไ่ได้มากเนื่องจากสถานการณ์ในเรื่องค่อนข้างรวบรัดและรีบพอสมควร เลยจะใส่ไปให้หลังจากนี้ล่ะค่ะ
      ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ แหมเม้นท์ทีเดียวเลย ๕๕๕๕๕๕
      จะนำข้อแนะนำของพี่ Poroyo ไปใช้ปรับปรุงในตอนถัดๆไป และถ้ารีไรท์อีกก็จะแก้ตามที่พี่แนะนำค่ะ
      #114-1