Intimate Mind ล่าล้างฝัน จิตสังหาร

ตอนที่ 12 : Chapter 11: The scariest enemy ศัตรูที่น่ากลัวที่สุด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 124
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    17 เม.ย. 58

   

-Chapter 11-
The scariest enemy ศัตรูที่น่ากลัวที่สุด


  

    

ศัตรูที่น่ากลัวที่สุดคือตัวเราเอง  

By Charlotte Frey

 

ในขณะเดียวกัน

            รถสปอร์ตซีดานสี่ประตูขับเฟี้ยวไปตามถนนลาดยาว ภายในรถโดยสารความสะดวกสบายเอาไว้เต็ม     พิกัด จีพีเอส เบาะนั่งนุ่มสบาย และแอร์ที่เย็นฉ่ำ ความหรูหราอย่างที่ชาลีไม่เคยสัมผัสมาก่อนทำให้เขารู้สึกตื่นเต้น แต่เขาก็ต้องหยุดรู้สึกเช่นนั้น เมื่อคำถามหนึ่งได้ผุดขึ้นมาในหัว

            มนุษย์เราเท่ากันจริงหรือเปล่า?

            ถ้าเท่ากัน ทุกคนก็ควรจะมีสิทธิ์ในการครอบครองทุกอย่างเท่ากันสิ ไม่ควรจะมีเด็กอดอยากเกิดขึ้นมาบนโลก ไม่ควรจะมีคนต้องเสียอนาคตของตนเองไปเพียงเพราะไม่มีเงินประทังชีวิต อย่างตัวเขาเองก็ควรจะได้ไปเรียนมหาวิทยาลัย ส่วนอเล็นเล่ก็ไม่ควรจะอยู่ที่โรงนา เธอควรจะอยู่ในบ้านที่อบอุ่นและปลอดภัยกว่านี้ แต่ดูสิ คนอย่างดี.ซี. กลับได้ขี่รถแพงๆ สวมชุดสูทเท่ๆ...

            โลกนี้ช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย

            “มีอะไรจะบอก พวกเราถูกสะกดรอยตามครับ

            เสียง ดี.ซี. ดังขึ้น เมื่อชาลีหันไปมองด้านหลังก็พบว่าถูกสะกดรอยตามจริงๆ ไม่ว่าดี.ซี. จะเลี้ยวไปทางไหน รถเก๋งคันด้านหลังก็จะเลี้ยวตามตลอด รวมถึงรถตำรวจอีกสองสามคันที่ตามมาอย่างติดๆ ฟิล์มกระจกที่ไม่ได้ดำมากนักทำให้มองเห็นคนที่อยู่ในรถได้ชัดเจน

            ไม่ผิดแน่ ไอรินกับแน๊ทซ์!

            ชาลีคิดในใจ ในมือกำปืนไว้แน่น เขาพูดขึ้น “ถ้าฉันยิงสกัดฝั่งโน้นจะโดนคดีอะไรแปลกมั้ยๆ...

            ดี.ซี. หัวเราะร่วนก่อนจะตอบชาลี เดี๋ยวเรื่องก็เงียบครับ ถ้าเรื่องมันใหญ่โต ใช้เงินอุดก็ได้ ไม่ต้องเครียดครับ... ไม่ต้องเครียด ฮ่าๆๆ

            ชาลีหลุบตาต่ำลง จ้องมองปืนในกำมืออย่างพินิจพิจารณา ก่อนจะตัดสินใจยกมันขึ้นมาเล็งไปที่รถข้างหลัง ในใจยังคงลังเล เขาไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน ชาลีสูดลมหายใจเข้าไปเต็มปอด เปิดกระจกข้างเพื่อเตรียมตัว

            ปัง!

            เป็นฝ่ายตรงข้ามที่เริ่มก่อน ไอรินโผล่ปืนออกมาจากกระจกข้าง ยิงมาที่รถของดี.ซี. กระสุนเฉี่ยวถูกกับข้างๆรถเป็นรอยยาว ชาลีเดาะลิ้นอย่างหงุดหงิด เขารอโอกาสโต้กลับ แม้ไม่มีใครสั่ง อเล็นเล่ก็รีบก้มหมอบลงทันทีเพื่อความปลอดภัย

            ไอรินยังคงกระหน่ำยิงไม่หยุด ผู้คนมากมายวิ่งหนีกันวุ่นวาย เสียงไซเรนจากรถตำรวจสองสามคันด้านหลังทำให้สถานการณ์ดูวุ่นวายมากขึ้นไปอีก

            “แก้แค้นให้หน่อยสิครับ รถของผมแพงมากนะ ทำกันแบบนี้มันจะเกินไปหน่อยแล้วดี.ซี. พูดขึ้น เขาเหยียบคันเร่งมิด ก่อนจะซิกแซกรถเสียบไปมาตรงช่องว่างระหว่างรถคันอื่น เสียงปิ๊นดังระงมกลางท้องถนน ปะปนกับเสียงคนสบถก่นด่ามากมาย ด้วยเพราะการขับรถที่โฉบเฉี่ยวและอันตรายของ ดี.ซี. ทำให้เกือบพุ่งชนรถหลายคัน แต่ก็พ้นไปได้อย่างหวุดหวิด

            “รู้แล้วล่ะน่า ขอเวลาหน่อยสิ!” ชาลีตะโกนขึ้น เขาเฝ้ารอจังหวะยิงสวนกลับ เหงื่อแตกพล่านไปทั่วร่างกาย ชายหนุ่มเม้มปากแน่นด้วยความลุ้นระทึก เมื่อเสียงปืนจากฝ่ายตรงข้ามเงียบลง เขาก็โต้กลับทันที

            ชาลียิงที่ล้อยางรถของฝ่ายตรงข้าม แต่แล้วเขาก็ต้องเบิกตาโพลง เมื่อรถของฝ่ายตรงข้ามไม่ได้เสียหลักไถลไปตามถนนอย่างที่เขาเห็นในหนัง เขาระดมยิงไปที่หน้าต่างคนขับแทน ก่อนจะรีบหลบเข้าไปในรถอีกครั้ง

            “ทำไมยิงล้อแล้วรถไม่เห็นเสียหลักแบบในหนังเลยฟะ!?” ชาลีสบถอย่างไม่พอใจ ดี.ซี.หัวเราะกับท่าทีของเขา ก่อนจะหักพวงมาลัยปาดแซงรถคันข้างหน้า ระยะใกล้กันเกือบเฉียดชนอย่างน่าหวาดเสียว อเล็นเล่กอดเข็มขัดนิรภัยเอาไว้แน่น

            “ฉากนั้นมีเฉพาะในหนัง ในชีวิตจริงคือยางจะค่อยๆแบนครับ อารมณ์ประมาณยางรั่วน่ะ

            ชาลีร้องชิเบาๆกับคำตอบที่ได้รับ ในจังหวะนั้นไอรินได้คว้าปืนกลมือ UZI ออกมากราดยิงอย่างดุเดือด ทำให้เขาหาโอกาสโจมตีกลับไม่ได้

            ดี.ซี. เหยียบคันเร่งจนมิดพร้อมๆกับการเหยียบเบรก เขาเปลี่ยนเกียร์ก่อนจะหักเลี้ยวไปทางซ้ายอย่างกะทันหันจนทำให้ชาลีรู้สึกเวียนหัว อเล็นเล่พูดขึ้นเบาๆอย่างอดไม่ได้

             “คุณ ดี.ซี. คะ ได้โปรดขับให้นิ่มกว่านี้เถอะค่ะ...

            “ขอโทษทีครับ ผมชอบความตื่นเต้น

            ชาลีกลอกตา เขาลอดหัวออกมาทางหน้าต่างก่อนจะยิงสวนกลับไป รถตำรวจสองคันได้จอดนิ่งอยู่ที่ริมถนน เพราะยางแบนจนขับต่อไม่ได้ ส่วนรถของไอรินกับรถตำรวจอีกคันหนึ่งยังคงไล่ตามมาติดๆ ชาลีอาศัยช่องว่างระหว่างการเลี้ยวนี้ยิงไปที่ล้อรถของตำรวจ ก่อนจะรีบมุดกลับเข้ามาในรถดังเดิม

            “อีกไม่เกินยี่สิบนาทีรถตำรวจคันนั้นก็สิ้นฤทธิ์แล้วครับ ดี.ซี. พูดขึ้นอย่างใจเย็น เขากดเปิดเพลงเสียงบรรเลงเปียโนที่ดังขึ้นฟังดูเย็นใจไม่รีบร้อนดังขึ้น ชาลีโวยวายขึ้นด้วยความรู้สึกขัดใจสุดขีด

            “โวะ ขอแบบมันส์ๆหน่อยสิ!”

            “จัดไป

            ดี.ซี กดปุ่มเลื่อนเพลงใหม่ เพลงเมทัลเสียงดังกระหึ่ม Over the hills and far away ของวงไนท์วิช ดังขึ้นอย่างเร้าใจ จังหวะกลองถี่ดังชวนให้หัวใจเต้นรัวตาม กับเสียงร้องของนักร้องหญิงที่ทรงพลัง ทำให้เพลงฟังดูน่าตื่นเต้นมากโข

            “พวกนั้นมันตื๊อไม่เลิกเลยวุ้ย!” ชาลีพูดอย่างหัวเสีย เพราะการขับรถโฉบซ้ายขวาของแน๊ทซ์ทำให้เขาเล็งได้ลำบาก น่ารำคาญจริงๆ

            ดี.ซี. เบรกรถอย่างกะทันหัน เมื่อรถได้จอดอยู่ข้างหน้าท่าเรือ เขารีบเปิดประทุนรถ โยนระเบิดควันออกไปทางข้างหลัง ก่อนจะเปิดประตูหลังอุ้มชาร์ลอตวิ่งไปที่เรือยอร์ชสุดหรูที่เทียบท่ารออยู่ อเล็นเล่วิ่งตามมาติดๆ

            “ลงได้แล้วครับทุกคน! วิ่งตามมาเลย

            ชาลีลงมาจากรถคนสุดท้าย เขาทำท่าจะยิงกดดันฝ่ายตรงข้ามไม่ให้เข้ามาใกล้ ทว่าโชคร้าย กระสุนหมดแล้ว ชายหนุ่มสบถเบาๆ เก็บปืนเข้าไปในเสื้อแจ็กเก็ต ก่อนจะลุกขึ้นวิ่งตามหลังเพื่อนอีกสามคน

            แต่โชคไม่ค่อยดี ชาลีถูกยิงเข้าที่ต้นขาอย่างจัง ทำให้เขาล้มลงอย่างเสียหลัก อเล็นเล่รีบวิ่งกลับมาประคองร่างเขาลุกขึ้น แม้ร่างกายเขาจะหนักกว่าอเล็นเล่มาก แต่ด้วยอะดรีนาลีนที่สูบฉีด บวกกับสัญชาตญาณเอาชีวิตรอด ทำให้เธอไม่สนใจอะไรอีกแล้ว เด็กสาวพยายามวิ่งไปที่เรือพร้อมๆกับชาลี

             “หยุดนะ!”

            ไอรินตะโกนขึ้น เธอกับแน๊ทซ์รีบลงจากรถพร้อมกัน แม้ควันสีแดงจากระเบิดจะทำให้พวกเขามองศัตรูไม่เห็น แต่หญิงสาวยังไม่ละความพยายาม เธอคว้าปืนขึ้นมายิงกราดไปทั่วทุกทิศอย่างโกรธแค้น

             “พี่คะ รีบขึ้นมาเร็ว!” อเล็นเล่กระโดดลงไปบนเรือยอร์ช ก่อนจะยื่นมือมาที่ชาลี ชายหนุ่มรีบกระโดดตามลงมา ตอนนี้ไม่มีเวลาให้คิดอะไรอีกแล้ว

            ทันใดนั้นเอง เรือก็พุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว สองพี่น้องล้มลงไปตามแรงส่งของเรือ ทั้งสองค่อยๆลุกขึ้น ก่อนจะเดินเข้าไปด้านในเรือ...

            ไอรินสบถอย่างไม่พอใจ เธอเตะประตูรถดังปึง ก่อนจะสงบจิตสงบใจ นั่งกอดอกนึกแผนต่อไปอย่างโมโห

            “บ้าชะมัด!”

            แน๊ทซ์เดินมาตบไหล่ไอรินเบาๆ เขาเสนอความเห็นก่อนจะกลับขึ้นไปบนรถ วิคเตอร์ต้องยังอยู่แถวนี้แน่ เรารีบตามหากันเถอะ

            ไอรินพยักหน้า เธอเดินไปสั่งงานตำรวจ ก่อนจะเข้ามาในรถ ปิดประตู แน๊ทซ์สตาร์ทรถ ก่อนจะเหยียบคันเร่ง รถพุ่งตัวออกไปอีกครั้ง...

**********

            “สู่ท้องทะเลอันกว้างใหญ่วะฮ่าๆๆ!”

            ดี.ซี. หัวเราะชอบใจ ชายหนุ่มขับเรือยอร์ชอย่างสบายอารมณ์

            ดี.ซี. คว้าวิทยุกระจายเสียงขึ้นมาพูดด้วยน้ำเสียงที่เป็นกันเอง เขาวางท่าราวกับตนเองเป็นกัปตัน

            “ยินดีต้อนรับสู่เรือยอร์ชสุดหรู วอลลี่เพาเวอร์ 118! เชิญพักผ่อนตามอัธยาศัย ต่อจากนี้พวกเราจะไปที่ซอนเดอบอร์ก ประเทศเดนมาร์ก ห้องนอนและอุปกรณ์ปฐมพยาบาลอยู่ข้างล่างนะครับ

            ชาลีนั่งอยู่บนโซฟาหรูหนังแท้ด้านในเรือ มันถูกตกแต่งอย่างหรูหราสไตล์โทนสีดำ เขาแหงนหน้ามองทะเลและท้องฟ้าที่สวยงามผ่านกระจกกันแดดสีเข้มที่เป็นทั้งเพดานและหลังคา ผ้าม่านสีทองพลิ้วถูกมัดรวบไว้ที่มุมประตู

            อเล็นเล่เดินมานั่งข้างๆพร้อมกล่องปฐมพยาบาล เธอค่อยๆจับยกขาของเขาขึ้นมาดูอย่างเบาๆ เลือดไหลซึมออกมาจากแผลไม่หยุด เด็กสาวใช้ผ้าก็อซกดที่แผลเพื่อซับเลือด

            “อ-เอาจริงเหรอชาลีพูดตะกุกตะกัก เขารู้สึกเจ็บๆแสบๆ ฉันว่าปล่อยไว้น่าจะดีกว่ามั้ง...

            “หนูจะลองเอาออกให้ ในนี้มีคู่มือการปฐมพยาบาลด้วยอเล็นเล่บอกพลางยิ้มแหยๆอย่างไม่มั่นใจ คิดว่า... ไม่น่าจะยากนะคะ แหะๆ

            “ทำแผลไม่เป็นจะยิ่งอันตรายกว่าเดิมนะครับ

            เสียง ดี.ซี. พูดขึ้น เขาลงมาจากห้องบังคับการ ก่อนจะเดินมาที่ชาลีและดูแผลที่ขาไปครู่หนึ่ง เขาพิจารณาสภาพของแผล ใช้ผ้าก็อซกดซับแผลอย่างระมัดระวัง

            “แค่นี้เอง มา...เดี๋ยวผมช่วย

            ชายหนุ่มเหล่ตามอง ดี.ซี. ด้วยสายตาไม่ไว้วางใจ เขาพูดขึ้นเบาๆ “ฉัน...จะเชื่อนายได้เรอะ?”

            “ผมเคยเป็นนักศึกษาแพทย์ครับเขาบอกกับชาลี ไว้ค่อยเล่านะ เรื่องมันยาว

            “คงลำบากน่าดูเลยสินะคะอเล็นเล่พูดขึ้นอย่างเห็นใจ ต้องรบกวนแล้วช่วยหน่อยนะคะ

            “มันคงไม่ลำบากเท่าไหร่ถ้ามีเธอช่วยข้างๆนะครับดี.ซี. กล่าวเสียงเข้ม เขาเสยผมเล็กน้อยให้ตัวเองดูดีขึ้น แต่แน่นอนว่าเด็กสาวใสซื่ออย่างอเล็นเล่นั้นไม่ได้รู้สึกอะไรเลย เธอมองกลับด้วยแววตาเรียบเฉย ในจังหวะนั้นเองที่ชาลีกระแอมเสียงดังจนชายหนุ่มสะดุ้ง

            “มัวช้าอะไรเล่า รีบช่วยฉันได้แล้ว

            “อ้อ ได้เลย ต่อจากนี้จะเจ็บหน่อยนะครับ

            ดี.ซี. หยิบขวดแอลกอฮอล์จากในกระเป๋าปฐมพยาบาลออกมา เขาราดลงไปบนแผลของชาลี ความแสบที่ร้าวลามไปทั่วทั้งขาทำให้เขาสะดุ้งและร้องเสียงหลงด้วยความทรมานทันที

            “อ๊ากก!”

            ดี.ซี. เดาะลิ้นเบาๆพลางคิดในใจอย่างกลัดกลุ้มใจ เมื่อรู้ว่าสิ่งที่ชาลีจะต้องเผชิญต่อนั้น จะเจ็บกว่านี้อีกหลายเท่าตัว...

            จะไหวไหมนั่น

**********

            “เธอคือคนที่เอาน้องสาวฉันไปใช่ไหม ฉันจะไม่มีวันให้อภัยเธอแน่!”

            เฮือก!”

            ชาร์ลอตหอบเสียงดังก่อนจะลืมตา เธอสะดุ้งตัวลุกขึ้นนั่งโดยพลัน เสียงนั้นคือเสียงของชาลี ความรู้สึกผิดยังคงตามหลอกหลอนเธออยู่ทุกคืนวัน เธอแค่อยากให้เขาปลอดภัย ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรเธอก็ยอม แต่นี่คือสิ่งที่เธอได้รับอย่างนั้นหรือ... คิดแล้วก็น่าน้อยใจนัก!

            แต่คิดอีกทีก็ไม่ใช่ความผิดของเขาเสียทีเดียว ชาลีสูญเสียความทรงจำในวัยเด็กไป การที่เขาจะคิดว่าอเล็นเล่เป็นน้องสาวที่แท้จริงก็ไม่แปลก ในเมื่อทั้งชีวิตเหลือกันเพียงแค่นั้น ที่พึ่งทางใจก็เหลือเพียงแค่หนึ่งเดียว เขาจึงต้องปกป้องเธอคนนั้นอย่างสุดชีวิต...

            ชาร์ลอตสะบัดหัวไล่ความคิดที่น่าปวดหัวออกไป เธอมองไปรอบๆ ภาพที่เห็นคือห้องกว้างๆสีขาวโพลน มันว่างเปล่า ไร้ขอบเขต มองไปก็ไม่เห็นขอบฟ้า ไม่รู้กลางวันกลางคืน ไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน...

            ดูชาร์ลอตจะคุ้นชินกับที่นี่เป็นอย่างดี เด็กสาวเดินตรงไปเรื่อยๆเหมือนรู้จุดหมาย

            แน่นอน หากเราไม่ลืมตัวตนของตนเอง ไม่ว่าอะไรจะครอบงำ แสงสว่างจะส่องนำทางอยู่เสมอ แสงสว่างนั้นไม่ใช่เทพเทวา ไม่ใช่ภูตที่มาช่วยเหลือ แต่มันคือตัวตนของตนเองที่คอยเตือนสติไม่ให้เดินผิดทาง ชาร์ลอตยังคงจำอดีตได้อยู่ตลอดแม้ว่าทุกอย่างจะเปลี่ยนไปมากขนาดไหน และแสงสว่างดวงนั้น ยังคงส่องนำทางเธอไปอย่างมั่นคง...

            เธอหยุดฝีเท้ากึก เมื่อพบจิ๊กซอว์สองชิ้นที่ถูกต่อกันไว้ที่พื้น อีกชิ้นหนึ่งถูกวางไว้ข้างๆยังไม่ได้ต่อ แสงสว่างค่อยๆริบหรี่ลงจนจางหายไป เด็กสาวหยิบจิ๊กซอว์เหล่านั้นขึ้นมาดูอย่างพินิจพิจารณา

            “พวกพี่คงเริ่มรู้บ้างแล้วสินะเด็กสาวพูดกับตัวเอง พลางนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ว่าเธอเองก็มีจิ๊กซอว์อยู่เช่นกัน ชาร์ลอตล้วงหยิบชิ้นส่วนจิ๊กซอว์เล็กในกระเป๋าเสื้อออกมาลองต่อเข้ากับอีกสองชิ้นที่เพิ่งเจอ

            “ต่อได้พอดีเลย...

            ทันทีที่จิ๊กซอว์ทั้งหมดถูกเชื่อมต่อ ก็พลันเกิดแสงสว่างส่องวาบไปทั่วทุกแห่ง จิ๊กซอว์มากมายจากท้องฟ้าล่องลอยมาประกอบกันเป็นสถานที่ใหม่ ชิ้นส่วนเล็กๆประกอบเป็นท้องฟ้าสีครามสวย และธรรมชาติอันงดงามที่รายรอบ ต้นไม้ที่ถูกตัดแต่งเป็นแถวดูมีระเบียบสบายตาร่มรื่น เสียงสดใสเจื้อยแจ้วของนกทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลาย

            ชาร์ลอตกำลังยืนอยู่หน้าประตูเหล็กดัดที่มีลวดลายสวยงามประณีต ภายในเป็นคฤหาสน์หรูหราหลังโต สวนน้ำพุที่ใจกลางทำให้พื้นที่ดูกว้างโอ่อ่า ชายวัยกลางคนใบหน้าคมเข้มเดินมาที่ด้านหน้า เขาเปิดประตู ก่อนจะมองมาที่เด็กสาว ริมฝีปากกระตุกยิ้มอย่างเป็นมิตร

            คาร์ลวิน!

            นี่คงจะเป็นเหตุการณ์เมื่อร้อยปีที่แล้ว ตอนนั้นคาร์ลวินมีอายุสี่สิบกว่าๆ เขายังดูเป็นหนุ่มแน่น แม้ริ้วรอยเริ่มปรากฎขึ้นตามใบหน้า เส้นผมเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีดอกเลา แต่โครงหน้ายังคงเค้าความหล่อเหลาในวัยหนุ่ม นัยน์ตาสีเทาเข้มแฝงความฉลาดล้ำเจ้าเล่ห์อยู่ภายใน

            “ในที่สุดก็ตัดสินใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งของพวกเราแล้วสินะ แม่หนูน้อยเขาพูดขึ้น ก่อนจะผายมือมาที่เธอ งั้นก็เข้ามาด้วยกันสิ

            “ไม่ มี ทาง!”

            ชาร์ลอตตอบเสียงแข็ง แม้จะรู้ว่าชายผู้นี้เป็นเพียงบุคคลในความทรงจำของเธอเท่านั้น เด็กสาวรู้ดีว่าเขาจะไม่มีวันได้ยินเสียงที่เธอพูด แต่อย่างไรก็ตาม ความโกรธแค้นที่เธอมี มันทำให้เธอรู้สึกเกลียดชังเขาอย่างช่วยไม่ได้ เขาหลอกเธอ เขาทำให้ชีวิตของเธอพัง...

            หรืออาจจะเป็นเธอเองที่จนตรอก จนต้องยอมกระทำสิ่งที่ผิดพลาดที่สุดลงไป...

            “ยังกลัวอยู่สินะ

            คาร์ลวินกล่าวขึ้น นี่คงเป็นภาพความทรงจำที่ทับซ้อนระหว่างกันและกันของเขาและเธอ เด็กสาวยืนนิ่ง รอดูเหตุการณ์ต่อไป ชายวัยกลางคนยังคงพูดต่อ

            “อย่าห่วงไปเลย ทางเราจะดูแลหนูให้เต็มที่ เธอก็แค่เชื่อฟังที่ลุงพูด เห็นไหมว่ามันไม่ยากหรอกส่วนเรื่องไฮดี้น่ะ เดี๋ยวลุงจัดการเอง

            ชาร์ลอตถอนหายใจ ความทรงจำเมื่อวันวานยังคงฉายภาพชัดเจนขนาดนี้เชียวหรือ แม้ว่าเธอจะอยากลืม อยากหนีไปให้พ้นๆจากวังวนบ้าๆนี้ แต่มันคงจะสายเกินไป เธอทำได้เพียงแค่ปรับตัว ไม่อย่างนั้นสักวันเธอต้องกลายเป็นบ้าไปแน่ๆ หากยังคงรู้สึกแย่กับภาพเหล่านี้ที่ตามมาหลอกหลอนอยู่ทุกคืนวัน

            “ที่แท้ เธอก็ยอมแม้แต่ที่จะขายชีวิตตัวเองให้กับองค์กรบ้าๆนี่เพื่อช่วยชาลีสินะ

            เสียงหนึ่งดังขึ้น เมื่อชาร์ลอตหันไปมองที่ต้นเสียงก็พบว่าเป็นวิคเตอร์นั่นเอง เสื้อกาวน์สีขาวกับเส้นผมสีดำรุงรังที่มัดเป็นปอยเล็กๆ และแว่นสีน้ำเงินเข้ม เป็นเหมือนดั่งชุดประจำตัวของเขาไปแล้ว

            “วิคเตอร์... เธอคงไม่ได้เจอศึกหนักมาหรอกใช่ไหม!?”

            แม้สภาพร่างกายของเขาในโลกแห่งนี้จะไม่เป็นไร แต่เธอก็อดเป็นห่วงไม่ได้ว่าในอีกโลกหนึ่ง โลกแห่งความเป็นจริงนั้น เขาจะเป็นอย่างไร แต่ดูท่าแล้ว วิคเตอร์ต้องบาดเจ็บอยู่แน่ๆ!

            “สู้กับหลี่มาน่ะ แต่พลาดท่านิดหน่อย ก็เลยได้มาอยู่ที่นี่แทนเขาเล่าด้วยสีหน้าเรียบๆ เหมือนไม่รู้สึกอะไรเลย

            “อะไรนะ!?” ชาร์ลอตร้อง นิดหน่อย!? ถึงขั้นมาอยู่ที่นี่ได้ฉันว่าไม่นิดแล้ว! แย่จริง ฉันต้องรีบตื่นไปบอกทุกคนแล้วล่ะ

            แสงค่อยๆส่องสว่างขึ้นในมือของชาร์ลอต เมื่อมันจางหายไปจึงปรากฎเป็นปืนพกขนาดพอดีมือ เธอยกมันขึ้นมาจ่อขมับ แต่วิคเตอร์ฉุดแขนเธอเอาไว้ก่อน

            “เดี๋ยวสิ ถ้าทำแบบนั้นแล้ว ตัวตนของเธออาจหายไปได้นะ เธอก็รู้ดีนี่ ว่าถ้าตายในโลกจิตใต้สำนึกแล้วมันจะเป็นยังไง!”

            “แต่เธอกำลังจะตายนะชาร์ลอตตอบ น้ำเสียงเปี่ยมด้วยความกังวลและเป็นห่วงเพื่อนกำลังอยู่ในอันตราย ฉันคงไม่มีอารมณ์มาหาจิ๊กซอว์หรอก!”

            วิคเตอร์ก้มหน้าต่ำ บรรยากาศรอบข้างค่อยๆกลายเป็นสีดำมืด ท้องฟ้าเหมือนกับถูกย้อมไปด้วยความเศร้าโศกในจิตใจ เขายืนนิ่งไปครู่หนึ่งเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะตอบเธอ

            “ฉันไม่สนเรื่องนั้นแล้วล่ะ อย่างน้อยถ้าฉันจะตาย ก็ต้องรู้จุดประสงค์ของคาร์ลวินให้ได้

            “เดี๋ยวสิวิคเตอร์! ทำใจดีๆไว้ก่อน ชาร์ลอตพูดขึ้นอย่างตระหนก เธอบีบแขนวิคเตอร์ไว้แน่น เมื่อคฤหาสน์หลังงามตรงหน้าค่อยๆเลือนหายไป เหลือแต่ความมืดรายรอบตัวฉันก็เคยเป็นแบบเธอเหมือนกัน ฉันเข้าใจ แต่ว่า...เธอไม่ได้ผิดสักหน่อย อย่าโทษตัวเองสิ!

            “เธอไม่เหมือนฉันหรอกนะ เธอปกป้องสองคนนั้นมาตลอด เขาค่อยๆพูดขึ้น ดวงตาสีเขียวมรกตคู่นั้นดูหม่นลง ราวกับเขากำลังเสียใจ แต่ไร้ซึ่งน้ำตา แต่... ฉันมันไร้ประโยชน์ ปกป้องใครก็ไม่ได้ แม้แต่...

            “ไม่มีใครบนโลกนี้ไร้ค่าหรอกนะ!” ชาร์ลอตขัดขึ้น เธอรู้ดีว่าวิคเตอร์จะพูดอะไรต่อ และเธอไม่อยากให้เขาต้องจิตตกเพราะวังวนของความทรงจำในอดีตอีก เธอทำให้ฉันได้พบกับพี่ไฮดี้อีกครั้ง เธอช่วยฉันเอาไว้นะ!”

            “เธอไม่ใช่ฉันจะไปเข้าใจอะไรล่ะ

            เด็กหนุ่มพูดขึ้น เขาเมินหน้าเธอแล้วเดินหันหลังหายไปในความมืด ทิ้งไว้ให้ชาร์ลอตยืนอยู่เพียงคนเดียว ทันทีที่ร่างของเขาหายไป บรรยากาศรอบๆจึงค่อยๆกลับมาเป็นเหมือนเดิม

            ถ้าฉันตายๆไปซะได้ ก็คงดี...

            “เดี๋ยวสิ เธอไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยวคนเดียวนะ!” เธอตะโกนตามหลัง แต่ไม่ทันเสียแล้ว

            เด็กสาวถอนหายใจ หลังจากที่วิคเตอร์หายไป ท้องฟ้าก็ค่อยๆกลับมาเป็นสีครามสดใสดังเดิม แต่กลับกลายเป็นว่า ขณะนี้เธอกำลังยืนอยู่ในห้องนอนของใครคนหนึ่งอยู่

            บรรยากาศหรูหราและกว้างใหญ่โอ่โถงราวกับห้องเจ้าหญิง ผ้าม่านสีขาวบางที่หน้าต่างพลิ้วไหวไปตามลม เด็กหญิงตัวน้อยกำลังนอนหลับใหลอยู่บนเตียงคิงไซส์ เธอหลับตาพริ้มนอนยิ้มอย่างเป็นสุข

            ประตูห้องนอนค่อยๆเปิดออก พร้อมกับเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งที่พูดเบาราวกับกระซิบ ดูจากการแต่งตัวแล้ว เธอต้องเป็นสาวใช้ของคฤหาสน์แห่งนี้แน่นอน

            “ดิฉันบอกนายท่านกี่ครั้งแล้วคะว่าจะปลุกคุณหนูเอง

            “จุ๊ๆ! ดูเธอนอนสิ น่ารักมากๆเลยนะคาร์ลวินพูดขึ้น เขายิ้มตาหยีด้วยความปลาบปลื้ม ก่อนจะปรี่เข้าไปที่เตียงของผู้เป็นลูกสาว ผมจะปลุกอคิราภ์เอง

            ชาร์ลอตอดยิ้มไม่ได้ ที่เห็นพ่อของเด็กหญิงดูจะรักเธอเสียขนาดนั้น ราวกับนางฟ้าตัวน้อยก็ไม่ปาน เธอนึกอิจฉาอยู่เล็กๆ ทำไมพ่อของเราถึงไม่เป็นแบบนี้บ้างนะ...

            ชายหนุ่มค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ๆเด็กหญิงตัวน้อยกำลังนอนอยู่ เขานั่งลงข้างๆเตียงพลางลูบหัวและหอมแก้มเธอเบาๆ แล้วกระซิบข้างหูอย่างแผ่วเบา

            “ตื่นได้แล้วจ้ะลูก

            ทว่าไร้ซึ่งการตอบรับ เธอยังคงนอนนิ่งอยู่บนเตียง ชายหนุ่มผู้เป็นพ่อจึงใช้ไม้สุดท้ายคือจี้เอว แต่เขาก็   ต้องหัวเราะไม่ออก เมื่อร่างกายของอคิราภ์ไร้ซึ่งการตอบสนอง เธอนอนแน่นิ่งราวกับเป็นอัมพาต คาร์ลวินเบิกตาโพลง เขาตะโกนขึ้นอย่างตื่นตระหนก

            “รีบพาไปโรงพยาบาลเร็ว!”

            เหล่าคนใช้ต่างพากันวิ่งมาช่วยอย่างชุลมุน ก่อนจะหอบร่างเล็กนั้นลงไปที่ชั้นล่าง ชาร์ลอตรีบวิ่งตามเข้าไปในรถลีมูซีนสีดำทันที เพราะเธอรู้ดีว่าหากตามไม่ทัน พื้นที่ที่คาร์ลวินไม่ได้สนใจจำจะค่อยๆจางหายไป แล้วเธอก็จะหลุดจากความทรงจำนี้ทันที

            เวลาผ่านไปครู่เดียว รถก็จอดที่หน้าโรงพยาบาล เพราะเป็นช่วงต้นปีศตวรรษที่ 20 ทุกอย่าง คาร์ลวินรีบอุ้มลูกสาววิ่งเข้าไปในห้องฉุกเฉิน วินาทีนี้เขาไม่สนใจอะไรอีกต่อไปแล้ว แม้ว่าสาวใช้จะตะโกนตามหลังและวิ่งตามอย่างโกลาหลก็ตาม

            “เฮ้อ...

            คาร์ลวินถอนหายใจ เขานั่งรออยู่ด้านหน้าห้องฉุกเฉินด้วยความกังวลและกระสับกระส่าย เหล่าคนใช้พยายามช่วยกันปลอบใจอยู่ยกใหญ่ แต่ก็ไม่เป็นผล

            เข็มนาฬิกาหมุนวิ่งไปอย่างรวดเร็ว เวลาผ่านไปห้าชั่วโมงแล้ว

            แน่นอนว่าสำหรับชาร์ลอต เธอไม่ได้นั่งรอนานขนาดนั้นแน่นอน เพราะคาร์ลวินนั้นจำได้เพียงคร่าวๆว่าเขารอลูกสาวไปห้าชั่วโมง ทำให้เวลาที่ยาวนานนี้ถูกข้ามไปสำหรับเธอ

            สำหรับคาร์ลวินแล้วมันราวกับเวลาผ่านไปเป็นวัน

            หมอเดินออกมาจากประตูห้อง ในยุคสมัยต้นปีคริสต์ศักราช 1900 เช่นนี้ ทุกอย่างดูเก่าไปหมด ประตูไม้ พื้นไม้เก่าๆ หลอดไฟไส้กลมเก่าๆที่ยุคนี้ไม่ใช้ เพราะแทบทุกบ้านใช้ไฟแอลอีดีกันหมดแล้ว บรรยากาศภายในตึกก็ดูวังเวงพิลึก

            และแม้หมอจะสวมชุดกาวน์สีขาวเหมือนกับปัจจุบัน แต่ใบหน้า เสื้อเชิ๊ตด้านในและสีสันเนกไทที่จืดชืด รวมถึงหนวดเคราเฟิ้มเช่นนั้น ดูอย่างไรก็ไม่ใช่การแต่งตัวของคนยุคปัจจุบันแน่ๆ

            “เราช่วยชีวิตลูกคุณไว้ได้ครับหมอบอกกับเขา สีหน้าของผู้เป็นพ่อดูสดใสขึ้น

            “แต่... ชายหนุ่มในชุดกาวน์สีขาวดูอ้ำอึ้งเล็กน้อย คาร์ลวินรู้สึกใจไม่ดี เขารีบถามต่อทันที

            “แต่อะไรหรือครับ?

            “สมองของลูกสาวคุณขาดออกซิเจนนานเกินไปเพราะสลบเกินชั่วโมง ทางเราสามารถยื้อได้เพียงชีวิตเท่านั้น แต่เธอจะฟื้นขึ้นมาหรือไม่นั้นคง...

            “ค...ครับชายหนุ่มอ้ำอึ้ง เข้าใจแล้ว งั้นขอผม... เข้าไปดูลูกสาวหน่อยได้ไหมครับ

            “เชิญทางนี้ครับ

            หมอค่อยๆเดินนำทางมาที่เตียงของเด็กหญิงตัวน้อย คาร์ลวินดามตามหลังมาติดๆ หมอหยุดลงตรงหน้าเตียงของเธอ ก่อนจะผายมือให้กับชายวัยกลางคนเล็กน้อยสื่อความหมายว่าเชิญครับ

            คาร์ลวินเดินเข้าไปใกล้ๆผู้เป็นลูกสาว เขายกมือขึ้นกุมมือเธอไว้แน่น น้ำใสๆค่อยๆไหลรินออกมาจากดวงตาสีน้ำข้าว

            “อคิราภ์ ลูกที่น่ารักพ่อ...เขาพยายามเรียกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เขาร้องไห้สะอื้นด้วยความเสียใจ แม้ร้องเรียกเท่าไหร่เธอก็ไม่ยอมแม้แต่จะลืมตา

            “ตื่นสิ พ่ออยู่ตรงนี้นะลูก!”

 

            ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี... ทำไมเธอถึงเปลี่ยนไปจากตอนนี้มาก

            ทำไมถึงต้องก่อตั้งองค์กรนั่นขึ้นมา

            ทำไม...ทำไมกัน

            ชาร์ลอตคิดในใจ คำถามมากมายถาโถมเข้ามาในหัวไม่หยุด ทันใดนั้นเอง จิ๊กซอว์ชิ้นใหม่ก็ตกอยู่ที่พื้น ภาพรอบข้างค่อยๆกลายเป็นสีซีด... ก่อนจะสลายหายไปในอากาศกลายเป็นเศษชิ้นส่วนเล็กๆ รอบข้างกลายเป็นห้องสีขาวโพลนว่างเปล่าอีกครั้ง

            เธอรู้สึกเหมือนตนเองกำลังล่องลอยไปที่ไหนสักแห่ง  ร่างกายของชาร์ลอตค่อยๆจางลง... จางลง ทำให้เด็กสาวไม่สามารถคว้าจิ๊กซอว์ชิ้นนั้นได้เลย

            บรรยากาศรอบๆข้างค่อยๆสว่างขึ้น ชาร์ลอตค่อยๆลืมตาขึ้นอีกครั้ง...

            เมื่อเธอมองไปรอบๆ จึงรู้ว่าเธอกำลังนอนอยู่บนเตียงขนาดคิงไซส์ เด็กสาวผงะไปเล็กน้อยเมื่อพบว่าอเล็นเล่กำลังนอนหลับอยู่ข้างๆ สีหน้าแฝงความกังวลเล็กน้อยบนใบหน้าของเธอ ส่วนชาลีนั่งฟุบหลับอยู่ที่ปลายเตียง เขาคงจะอ่อนเพลียมากจากการต่อสู้และหลบหนีจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้

            ทุกคนปลอดภัย...โล่งอกไปที

            “ตื่นแล้วเหรอครับ

            เสียงชายหนุ่มดังขึ้นจากข้างๆ เธอค่อยๆหันไปมอง แม้จะเป็นคนไม่คุ้นหน้า แต่เธอกลับรู้สึกได้ถึงความเป็นมิตรจากท่าทีและแววตาของเขา

            ผมสีบลอนด์ถูกจัดเป็นทรง นัยน์ตาสีอำพันเรียวคมแสดงให้เห็นว่าเขาน่าจะเป็นลูกครึ่ง ใบหน้าหล่อเหลาแบบผู้ดีมีฐานะ ชาร์ลอตกระแอมไออย่างถือตัว เธอเป็นคนที่ไม่ไว้ใจผู้ชายเท่าไรนัก แม้จะดูน่าเชื่อถือ แต่คารมที่เด็ดดวงราวสาลิกาลิ้นทอง อาจแฝงไปด้วยคำหลอกลวงมากมายก็เป็นได้

            “กระผม ดี.ซี. คู่หูของวิคเตอร์ครับเขาแนะนำตัวพลางยื่นชาอันหอมกรุ่นจากถาดใบเล็กให้ ตอนนี้คุณกำลังอยู่บนเรือยอร์ช ดื่มชานี่ก่อนสิครับ

            ชาร์ลอตมองทุกคนที่กำลังหลับอยู่ สลับกับชาในมือของเขา ดี.ซี. หัวเราะชอบใจกับท่าทีเช่นนั้น เขายกถ้วยชาเล็กๆขึ้นดื่มให้ดู ก่อนจะยักคิ้วกวนๆให้ ชาร์ลอตหรี่ตาลงคล้ายนึกสงสัย แต่เมื่อเห็นข้อพิสูจน์ชัดเจนแบบนี้แล้ว เธอก็รับชามาดื่มโดยไม่ได้เคลือบแคลงสิ่งใดอีก

            “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ดิฉันชาร์ลอตเธอแนะนำตัวอย่างสุภาพ ไม่ยักรู้ว่าวิคเตอร์ก็มีเพื่อนคู่ใจนะคะ

            “เรื่องมันยาวมากๆครับ เขาว่า ก่อนจะยิ้มอย่างเป็นมิตรให้เธอ ถ้าให้เล่าก็คงจะนานหน่อย

            “ฮะๆ...คงเคยผ่านอะไรมาด้วยกันเยอะสินะคะ ชาร์ลอตหัวเราะเบาๆ เธอค่อยๆยกชาขึ้นจิบอย่างประณีตบรรจง

            กลิ่นของมันคล้ายกับชาเขียวแต่หอมกรุ่นกว่ามาก รสชาอันละมุนนั้น แม้จิบแล้วความหอมหวานยังคงติดอยู่ที่โคนลิ้นไปชั่วขณะ แม้ชาร์ลอตจะชื่นชอบและเคยดื่มชามามากมายหลายชนิด แต่ต้องยอมรับจริงๆว่านี่เป็นชาที่รสชาติดีที่สุดเท่าที่เคยได้ลิ้มลองมา

            “นี่ชาอะไรเหรอคะเธอถามด้วยความอยากรู้ กลิ่นและรสชาติดีมากเลย

            “ชาต้าหงผาครับ ราคาแพงมากและมีสรรพคุณในการดูแลร่างกายได้ดี คุณชาร์ลอตร่างกายบอบช้ำจากการต่อสู้คราวก่อนก็ควรจะดื่มเยอะๆนะครับ

            ดี.ซี. ตอบยิ้มๆ ส่วนชาร์ลอตนั่งฟังเงียบๆโดยไม่ได้กล่าวอะไร ตำนานเกี่ยวกับชานี้มีหลายตำนานเลยล่ะครับ ขออนุญาตไม่เล่านะ

            “เข้าใจค่ะ ยังไงก็ขอบคุณสำหรับชานะคะ ชาร์ลอตพูดขึ้นจะว่าไป เรากำลังจะไปที่ไหนกันน่ะ

            “ซอนเดอร์บอร์ก ประเทศเดนมาร์กครับเขาตอบ หลังจากนั้นเราจะไปที่สนามบินซอนเดอร์บอร์ก แล้วเดินทางสู่ลอนดอน ประเทศอังกฤษครับ

            “เส้นทางยาวไกลจัง...เด็กสาวเปรยขึ้นมาเบาๆ

            “มันเป็นแผนของวิคเตอร์น่ะครับ เขาบอกว่ามีฐานลับที่นั่นอยู่ แล้วพอดีผมก็มีการแสดงที่นั่นด้วยเหมือนกัน

            ชาร์ลอตก้มหน้าต่ำลง เมื่อนึกถึงเพื่อนแล้วก็อดร้อนรนใจไม่ได้ พูดถึงเขาก็นึกถึงเหตุการณ์เมื่อกี้เลย วิคเตอร์แยกจากพวกเราไปคนละทาง ตอนนี้ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง...

            ดี.ซี. ยิ้มบางๆ เมื่อชาร์ลอตเห็นเช่นนั้นแล้วก็กลับรู้สึกสบายขึ้นอย่างประหลาด

            “ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ถึงวิคเตอร์จะสู้ไม่เก่ง แต่ก็เอาตัวรอดได้อยู่แล้ว เชื่อผมสิชายหนุ่มพูดขึ้น แม้ว่าในใจจะแอบกังวลอยู่เล็กๆก็ตาม ผมไว้ใจเขา

            “ฉันก็เหมือนกัน

            เสียงหนึ่งดังขึ้น ทั้งสองหันไปมองที่ต้นเสียงแทบจะพร้อมกัน จึงพบว่าเป็นเสียงของชาลีนั่นเอง

            “ถึงเจ้าหมอนั่นจะชอบทำตัวน่าหมั่นไส้ก็เถอะ แต่ว่า... ฉันให้คนอย่างเจ้านั่นตายไม่ได้หรอก คนแบบนั้นถ้าเกิดเป็นอะไรไปขึ้นมาละก็ไม่ดีแน่ๆ!”

            ดี.ซี. ผิวปากดังวิ้วกับคำพูดแบบนั้น แม้เขาจะไม่รู้เรื่องอะไรระหว่างชาลีกับวิคเตอร์ แต่โดยปกติแล้ว คนที่น่าหมั่นไส้สำหรับใครบางคน คนส่วนใหญ่มักจะแช่งให้ตายๆไปเสียให้พ้น แต่นี่... คนที่น่าหมั่นไส้สำหรับชาลี เจ้าตัวกลับไม่อยากให้ตาย

            เออ แปลกดีนะ...

            “วีดวิ้ว... ผิดปกตินะเนี่ย” ดี.ซี.แซวเบาๆ ว่าแต่ตื่นแล้วเหรอครับ

            “ถามแบบนี้คิดว่าฉันละเมอรึไง?ชาลีพูดแบบกวนๆก่อนจะระเบิดหัวเราะลั่นตามประสาคนเส้นตื้น เขายิ้มพลางมองไปที่อเล็นเล่ อ้อ แล้วก็ไม่ต้องไปปลุกอเล็นเล่หรอก เธอเป็นคนขี้เซาน่ะ

            “งั้นพวกเราไปทานอาหารเช้ากันเถอะครับชายหนุ่มเชิญชวน เขาลุกขึ้นยืนเก็บเก้าอี้เข้าไปด้านในโต๊ะดังเดิม ไปที่ห้องครัวกันเถอะ

            วิคเตอร์... ที่นี่น่ะ ไม่มีใครเกลียดนายหรอก... ดังนั้นแล้ว อย่าโทษตัวเองอีกเลยนะ

            “ฉันหวังว่าวิคเตอร์จะได้ยินที่พวกเราคุยกันนะ ชาร์ลอตพูดขึ้น เธอเดินตาม ดี.ซี. และชาลีไปด้วยกันอย่างมีความสุข

            ฉันเชื่อว่านายทำได้อยู่แล้ว

            “ถ้าเป็นยังงั้น ก็หมายความว่าหมอนั่นเป็นผีน่ะสิชาลีเสริม ก่อนจะทำท่าตกใจแล้วตบปากตัวเองรัวๆ แย่จริง ขอโทษทีนะ ปากมันไปก่อนแล้ว ไม่ได้ตั้งใจแช่งเลยนะ ฮ่าๆๆ

            “ผมคิดว่ามันคงจะดี ถ้าวิคเตอร์อยู่บนเรือกับพวกเรานะครับดี.ซี. กล่าวเสียงเรียบ ทุกคนหันมาสบตาและพยักหน้าขึ้นพร้อมกัน

            วิคเตอร์... คงสู้กับตัวเองอยู่สินะ

            “อ้อใช่ เธอน่ะชาร์ลอตใช่ไหมชาลีหันมาเรียก เด็กสาวสะดุ้งเล็กน้อยด้วยความตกใจ เธอกลัวว่าเขาจะโกรธเธอ... คำพูดนั้นยังคงดังก้องอย่ในหูของเธออยู่ตลอด ความรู้สึกผิดยังคงค้างคาอยู่ในใจไม่มีวันเลือน

            แต่คำพูดต่อมาของเขากลับทำให้เธอต้องยิ้มอย่างเป็นสุข หัวใจชุ่มฉ่ำเหมือนมีน้ำเย็นมาชโลมจิตใจ

            “ฉันจะไม่คิดเรื่องนั้นนะ แต่กินมื้อเช้าเสร็จเมื่อไหร่ละก็ มาคุยกันด้วยล่ะ!”   

   

            “ค่ะ!” ชาร์ลอตตอบปากรับคำโดยไม่ต้องคิด เธอยิ้มอย่างเบิกบานใจ พลางเดินไปที่ห้องครัวพร้อมๆกับหนุ่มๆทั้งสองคนอย่างเป็นสุข  

**********

 

            งานศพอีกแล้วเหรอหลี่... น่าเบื่อจังนะ
 

   

            “ไปกับฉันเถอะน่าวิคเตอร์ วันนี้ชาร์ลอตไม่อยู่ ไม่งั้นฉันก็ไม่ชวนเธอหรอก!”

            ร่างเล็กลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย โอเค ไปก็ได้

            เด็กสาวยิ้มให้เขา แม้เด็กชายจะสัญญากับตนเองเอาไว้แล้วว่าจะพยายามไม่ผูกมิตรกับคนในยุคนี้มาก เพื่อจะได้ไม่เป็นปัญหาต่อภารกิจของเขาในอนาคต แต่สำหรับเด็กสาวนี้ เขายกเว้นเอาไว้

            ถ้าทุกคนต้องตาย แบบนี้สักวันฉันก็ต้องอยู่คนเดียวน่ะสิ...

            เด็กสาวหัวเราะชอบใจ เธอลูบหัวเขาเบาๆอย่างเอ็นดู ก่อนจะตอบเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

ไม่ต้องห่วงหรอกนะ ฉันจะอยู่ให้นานกว่าเธอเอง

 

วิคเตอร์...”

 

            วันนั้น วันสุดท้าย ก่อนที่จะหลับไหลไปอีกหนึ่งร้อยปี...

            ฉันจะเจอเธออีกได้ยังไงล่ะเอลเลน เราจะหลับกันไปอีกหนึ่งร้อยปีเลยนะ!”

            “ตราบที่เรายังอยู่ใต้ท้องฟ้าและแสงจันทร์เดียวกันนี้ เราจะไม่มีวันแยกจากกันจ้ะ

อย่างนั้นหรือ...

 

            วิคเตอร์ค่อยๆลืมตาขึ้น เขาพบว่าตนเองกำลังยืนอยู่ท่ามกลางความมืดมิด เวิ้งสีดำแห่งความว่างเปล่ามองแล้วดูน่าวังเวงใจ ความแปรปรวนในจิตใจของเขาทำให้สิ่งรอบตัวที่ลอยไปมามีแต่ภาพความทรงจำเก่าๆมากมาย มันเต็มไปด้วยรอยฉีกขาด

            ต้องทำอย่างไร ถึงจะลืมทุกอย่างไปได้?

            เด็กหนุ่มอีกคนหนึ่งที่หน้าตาเหมือนเขาทุกระเบียดนิ้วได้เดินเข้ามาใกล้  รังสีความมืดที่แผ่กระจายออกมาดูน่ากลัว เขาถือเคียวยาว ท่าทางขึงขังมืดหม่นราวกับยมทูตนั้น เป็นเหมือนกับตัวตนอีกด้านหนึ่งของเขาไม่มีผิด

            ไม่พูดพร่ำทำเพลง ร่างอันดำมืดนั้นง้างเคียวแทงเข้าที่ร่างของวิคเตอร์โดยพลัน คมมีดโค้งเสียบทะลุร่างของเขา เลือดไหลออกมาตามปลายคมมีดก่อนจะหยดลงสู่พื้น ร่างมืดสะบัดเคียวออก เลือดสีแดงสดพุ่งทะลักออกจากแผลราวก๊อกน้ำ วิคเตอร์ล้มลงกับพื้นอย่างหมดสภาพ สัญชาตญาณบางอย่างในตัวสั่งให้ร่างกายเขาค่อยๆคลานหนี ร่างมืดเห็นเช่นนั้นก็หัวเราะขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ราวกับกำลังเยาะเย้ยตนเองอยู่

            “นายยังไม่ได้อยากตายตามที่พูดไว้นี่ ฮ่าๆๆ

            นี่คือ... ปีศาจในจิตใจฉันงั้นเหรอ?

            “รู้ตัวช้าจังนะ แต่ไม่เป็นไร ฉันจะทำให้นายอยากตายเอง!”

            ภาพสะท้อนของตัวเขาได้กลายร่างเป็นปิศาจร้าย มันปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า ยังไม่ทันที่วิคเตอร์จะได้ทำอะไร มือนั้นก็คว้าตัวของเด็กหนุ่มอย่างรวดเร็วกลางอากาศ มันบีบคอเขาแน่น ร่างเด็กหนุ่มห้อยกลางอากาศราวกับเป็นตุ๊กตาตัวเล็กๆที่จนตรอก

            “-อึก!”

            วิคเตอร์รู้สึกอึดอัด เขาหายใจไม่ออก เด็กหนุ่มได้เพียงแต่คิดโทษตัวเองอยู่ในใจ เขารู้สึกเกลียดตัวเองที่ทำอะไรไม่ได้เลย เกลียดที่ตัวเองนั้นอ่อนแอ ไร้ค่าสิ้นดี!

            เขาทิ้งตัวอย่างอ่อนแรง มือสองข้างปล่อยลงแนบกับลำตัว เลือดไหลกองเต็มพื้น เรี่ยวแรงทั้งหมดหายไปในพริบตา สิ่งที่ทำมาทั้งหมดมันไร้ค่า ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว...

            ฉันนี่มัน...ไร้ค่าจริงๆ

            “ฮ่าๆๆ แกคิดถูกต้อง!” ร่างมืดนั้นหัวเราะชอบใจ มันโยนร่างของวิคเตอร์ที่ไร้ซึ่งการขัดขืนลงที่พื้น เด็กหนุ่มนอนแน่นิ่ง ไม่มีแม้แต่แรงกายที่จะลุกขึ้นยืน เขาคงไม่จำเป็นที่จะต้องมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว

            “ชีวิตแกมันไร้ค่านักนี่ งั้นก็หายไปซะ!”

            ร่างปิศาจคำรามลั่น มันง้างเคียวสุดแรง เตรียมฟาดเข้าไปที่ร่างของวิคเตอร์อีกครั้ง แต่แล้ว... จู่ๆร่างของมันก็นิ่งกึก ราวกับเวลาถูกหยุดเอาไว้อย่างกะทันหัน

            ท่ามกลางความมืดมิด เสียงที่คุ้นเคยของใครหลายคนกลับดังก้องขึ้นในหูของเขา...

เธอไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยวคนเดียวนะ!

ผมไว้ใจเขา

ฉันก็เหมือนกัน ถึงเจ้าหมอนั่นจะชอบทำตัวน่าหมั่นไส้ก็เถอะ

            แสงอันอบอุ่นส่องสว่างวาบท่ามกลางความมืด แสงนั้นทอประกายอย่างอ่อนโยน มันค่อยๆสมานแผลที่ร่างกายของวิคเตอร์อย่างทะนุถนอม ช่างน่าประหลาด เรี่ยวแรงของเขาค่อยๆกลับมาอีกครั้ง เด็กหนุ่มค่อยๆประคองตัวลุกขึ้นยืน

            แสงนั้นค่อยๆจางลง ปรากฎเป็นร่างอเล็นเล่ เด็กสาวค่อยๆลืมตาขึ้นมาก่อนจะยื่นมือมาที่เขา เธอยิ้มให้อย่างอ่อนโยน มือเรียวยาวนั้น มีแสงเรืองๆส่องอยู่ภายใน...

            วิคเตอร์ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ...แต่ในที่สุด เด็กหนุ่มก็ตัดสินใจยื่นมือออกไป

            “วิคเตอร์...อย่ายอมแพ้สิ ทุกคนรอเธออยู่นะ

 

อเล็นเล่... ทุกคน

ขอบใจนะ...

 

            “ผิดแล้วล่ะ ดาร์ควิคเตอร์

            วาบ!

            แสงสว่างส่องวาบขึ้นอีกครั้ง มันส่องไปไกลทั่วทุกทิศ ความหวังทั้งหลายทั้งมวลในจิตใจได้เข้ามารวมกันเป็นหนึ่งอีกครั้ง ไอแสงแผดเผาร่างปิศาจแหลกเป็นจุณ มันกรีดร้องลั่นอย่างโหยหวน ก่อนจะสลายหายไปกับธาตุแสงเหล่านั้น

            วิคเตอร์ค่อยๆลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาพบว่าร่างตนเองกำลังกอดกับอเล็นเล่อยู่ในอ้อมแขน บรรยากาศรอบข้างไม่ใช่สีดำมืดอีกต่อไปแล้ว มันกลายเป็นห้องสีขาวโพลนดังเช่นเดิม เด็กหนุ่มค่อยๆผละร่างออกจากเธออย่างเขินอาย ก่อนจะพูดขึ้น

            “ขอบใจนะ...

             อเล็นเล่พยักหน้าหงึก แก้มแดงราวกับลูกตำลึง เด็กสาวรู้สึกว่าหน้าตนเองร้อนแปลกๆ เธอรีบสะบัดหน้าไล่ความคิดเพ้อเจ้อในหัวออกไป ก่อนจะค่อยๆพูดออกมา ขอโทษนะ ที่ทำอะไรแปลกๆแบบนั้นลงไป...

            “ฉันต่างหากที่ต้องขอโทษวิคเตอร์ตอบ ทั้งสองนั่งเอาหลังชนกัน มองไปคนละทางเพราะความขวยเขิน เอ่อ... ทางฝั่งเธอปลอดภัยแล้วใช่ไหม

            “จ้ะ ไม่ต้องห่วงนะ ดี.ซี. ช่วยพวกเราเอาไว้แล้วเด็กสาวตอบ ก่อนจะถามเขาบ้าง ...แล้วเธอล่ะ

            เขานิ่งเงียบไม่ตอบ เด็กสาวเข้าใจทันทีว่าวิคเตอร์คงไม่อยากจะพูดถึงมัน เธอจึงเงียบ ไม่พูดต่อแต่อย่างใด

            จิ๊กซอว์ปรากฎขึ้นในมือของวิคเตอร์ เขากำมันแน่นพลางเงยหน้ามองขึ้นไปด้านบน... ว่างเปล่า มีแต่ความว่างเปล่า แต่ไม่เป็นไร ต่อให้บนโลกนี้ไม่มีอะไรเหลืออีกต่อไปแล้ว เขาก็จะสู้ต่อไป...

            เพื่อไม่ให้อดีตที่ผ่านมา เป็นแค่สิ่งที่ผ่านไปเพียงให้ลืมเท่านั้น...

            ร่างของวิคเตอร์ค่อยๆจางหายไป เห็นเช่นนั้นเด็กหนุ่มก็รีบยื่นจิ๊กซอว์ในมือให้กับให้กับอเล็นเล่ทันที ก่อนที่เขาจะพูดขึ้น ลาก่อน อเล็นเล่

            อเล็นเล่ยิ้มบางๆ เธอบอกกับเขา ฉันไม่ชอบคำว่าลาก่อน ช่วยพูดว่าแล้วเจอกันใหม่แทนได้ไหม

            วิคเตอร์กระแอมไอ เขาเปลี่ยนคำพูดใหม่ เด็กหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบๆ “หวังว่า...จะได้เจอกันที่ลอนดอนนะ

            เด็กสาวพยักหน้า แล้วร่างของวิคเตอร์ก็หายวับไปกลายเป็นอากาศธาตุ เหลือแต่เพียงห้องสีขาวโพลนว่างเปล่า และตัวของเธอเพียงคนเดียวในที่แห่งนี้

            กับดอกแอสเตอร์สีชมพูหนึ่งดอกที่พื้น...

 

            วิคเตอร์ค่อยๆลืมตาขึ้น เมื่อมองไปรอบๆจึงพบว่าเขากำลังนอนอยู่บนเตียง พยาบาลและหมอที่เดินผ่านไปมาดูวุ่นวายทำให้เขาพออนุมานได้ว่าที่นี่คงจะเป็นโรงพยาบาล

            “คือว่า...

            วิคเตอร์หันไปมองที่ต้นเสียง พบว่าเป็นเด็กหนุ่มวัยไม่ถึงสิบหกกำลังยืนมองอยู่ข้างๆเตียง สภาพเสื้อผ้าขาดวิ่น ผิวเหลืองแบบคนเอเชีย ดวงตาสีน้ำตาลเข้ม จมูกเล็กเรียวแหลมเชิดทำให้ดูดื้อรั้น พิจารณาจากสถานการณ์โดยรอบแล้ว เขาน่าจะเป็นคนที่ช่วยวิคเตอร์เอาไว้

            “นาย... ช่วยฉันเอาไว้เหรอวิคเตอร์ถามเขา เด็กหนุ่มพยักหน้าหงึกๆ

            “นายเป็นใคร?เขายังคงถามต่อ

            “ค... คือว่า

            เด็กหนุ่มคนนั้นทำท่าเป็นภาษามือ เขาขยับมือและแขนไปมาเหมือนจะสื่อความหมายบางอย่างกับวิคเตอร์ วิคเตอร์พยายามมองและแปลความหมายออกมา แต่เนื่องจากเขาไม่เคยเรียนภาษามือ จึงตีความได้ยากมาก เขาฉีกกระดาษปฎิทินและหยิบปากกาที่โต๊ะข้างเตียงยื่นให้กับเด็กหนุ่มแปลกหน้า เป็นการสื่อความหมายให้สื่อสารในกระดาษแทน

            เด็กหนุ่มตวัดปากกาเขียนลงไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะยกขึ้นชูให้เขาดู

            สวัสดีครับ ผมชื่อแบลงค์

            ฉันวิคเตอร์

            ทั้งสองเช็คแฮนด์ทักทายกันอย่างเป็นมิตร แบลงค์เขียนอะไรบางอย่างลงในกระดาษต่อ ก่อนจะยื่นให้เขาดู

            พอดีว่าเมื่อสามวันก่อนผมพบคุณนอนไม่ได้สติอยู่ที่พื้นในซอย พร้อมกับแผลถูกยิงที่แขนข้างขวา ผมก็เลยรีบพาคุณมาที่โรงพยาบาล โชคดีนะครับที่อยู่ห่างกันไม่ถึงร้อยเมตร

            วิคเตอร์พยักหน้าหงึกๆ

            ...ว่าแต่คุณใช่คนที่ในข่าวพูดถึงหรือเปล่า?

            “ฉันชื่อวิคเตอร์เขาตอบนายพูดถึงข่าวอะไรเหรอ

            ทางข่าวบอกว่าผู้ก่อการร้ายได้ทำการปล้นอพาร์ทเมนต์เล็กๆสี่ชั้นใจกลางเมือง แต่ผู้คนพากันตกใจหนีแตกตื่นกันก่อน โจรก็หนีหายไปเลย คุณคงหนีไม่ทันสินะครับ

            วิคเตอร์พยักหน้าอีกครั้ง ในใจนึกเหนื่อยหน่าย นี่เขากำลังถูกสื่อโจมตีหรือนี่ โชคร้ายชะมัด

            “ขอบคุณที่ช่วยฉันเอาไว้นะ แบลงค์

            เด็กหนุ่มยิ้มตอบ วิคเตอร์ทำท่าจะหยิบกระเป๋าสตางค์ควักธนบัตรฟ่อนหนึ่งให้เขา แต่แบลงค์ส่ายหน้ารัวๆ เขารีบเขียนประโยคๆหนึ่งลงในกระดาษ ก่อนจะวางลงบนเตียงของเขา แล้วรีบวิ่งออกไป เสียงพยาบาลตำหนิตามหลังดังระงม

            วิคเตอร์มองตามหลังไป เขานิ่งเงียบ ค่อยๆหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอ่าน

            ผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางแปลกๆ เดินออกมาจากซอยก่อนที่ผมจะเจอคุณด้วยล่ะ เขาให้เงินผมก้อนหนึ่งเพื่อปิดปากด้วย คุณ...เป็นอะไรกับผู้หญิงคนนั้นหรือเปล่าครับ

            ถ้าผมถามอะไรแปลกๆออกไปละก็ ขอโทษครับ!

 

            วิคเตอร์ยิ้มน้อยๆ เขาขยำกระดาษก่อนจะฉีกทิ้งเป็นชิ้นเล็กๆ เด็กหนุ่มค่อยๆลุกขึ้นจากเตียง อาศัยจังหวะที่พยาบาลกำลังงานยุ่งและมองไม่เห็น เดินออกไปจากห้องฉุกเฉิน

            นายเป็นคนดีนะ หวังว่าเราจะเจอกันอีก     

224 ความคิดเห็น

  1. #178 ♠ e l f . (@sanael) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2558 / 18:53
    ดี.ซี. ดูหล่อแมนแฮนซั่ม แอร๊ย LOL
    ตอนนี้ฉากวิคแอนด์อเล็นเอาไปเต็มๆ ค่ะ
    ฝ่ายชายนางก็ซึน  ฝ่ายสาวนางก็ใส
    เมื่อไหร่จะลงเอยยย ง่อวววว
    #ตื่นเต้นกับความรักมากกว่าสิ่งอื่นใดในเรื่องค่ะ LOL
    #178
    0
  2. #107 cannelt (@cannelt) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 เมษายน 2558 / 11:49
    เข้ามาบอกว่า มีเดวี่หลงอยู่ ? คาดว่าน่าจะเป็นชื่อเก่าดีซี..? มีหลงอยู่สองสามชื่อนะครับ

    #ยิ่งอ่านยิ่งดีซีชาร์ลอต #โมเมนต์เตอร์หลี่เพิ่มมาอีกละ ถถถถ
    #107
    2
    • #107-1 Besty (@bestyworld) (จากตอนที่ 12)
      17 เมษายน 2558 / 12:16
      //เตอร์หลี่คือคู่ค้ำคอร์ ถถถถ
      //แก้แล้วนะคะ ดังนั้นเดวี่เดเว่ออะไรลืมมันไปซ้าาาาาา //ผิด
      จริงๆคือ เขาชื่อเดวี่ค่ะ
      แต่ใช้นามแฝงเพราะสมัยยังอายุ 18-19 ไปก่อเรื่องไว้เยอะ ๕๕๕๕๕ (หมอนี่มันอายุ 24 ค่ะ)
      เวรกรรม รีบไปหน่อยละพิมพ์ตกไปเยอะ ลืมค่ะ ๕๕๕
      ขอบคุณที่เข้ามาอ่านแบบติดๆแบบนี้นะคะ ขอบคุณจริงๆค่ะ
      //กราบเบญจางคประดิษฐ์แบบงามๆสไตล์หญิงไทย
      #107-1
    • #107-2 cannelt (@cannelt) (จากตอนที่ 12)
      18 เมษายน 2558 / 15:22
      อ่อ งี้นี่เอง งั้นเดวี่ชาร์ลอตก็ได้ครับ #ก็ยังจะจิ้นต่อ #ไม่ถามความสมัครใจเจ้าของเรื่องเล้ย #ไม่เป็นไรครับ มโนคือชนะ 55555

      ค้ำคอร์ ?!
      #107-2
  3. #106 Puppy Cat (@nusikan) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 เมษายน 2558 / 21:09
    เห้ย ถ้าเปรียบเป็นเกมแนวทหาร-สงครามนะ
    วิคเตอร์ - นายทหารระดับร้อยเอกขึ้นไป ไม่ออกศึก คิดวางแผนรบอย่างเดียว
    อเล็นเล่ - Medic
    ชาลี - Assault
    ชาร์ล็อตต์ - Sniper
    หลี่/ไอริน - Assassin
    แน็ตซ์นี่ไม่รู้
    แต่ดีซี นางอเนกประสงค์จริงๆ =[]= เป็นทั้งหน่วยยานเกราะ ซับพอร์ต บางครั้งวางแผนรบ แถมยังเมดิคอีกต่างหาก O_o นางเมพเกินไปแล้วตัวเธอว์
    #106
    1
    • #106-1 Besty (@bestyworld) (จากตอนที่ 12)
      17 เมษายน 2558 / 11:04
      ดีซีคือยาดมตราโป๊ยเซียน ใช้ดมใช้ทาในหลอดเดียวกัน!!!
      ผ่างงงงง!!!!!
      #106-1
  4. #105 cannelt (@cannelt) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 เมษายน 2558 / 12:40
    รู้สึกอยากจิ้น ดีซี x ชาร์ลอต จะได้ไหมนี่ = =

    บู๊หน่วงๆติดๆกันสามตอน อย่างมันส์ ฮาาา ฉากคิดว่าเขียนได้ดีครับ นึกภาพตามง่าย ตอนนี้แอบลั่นตอนที่ชาลีถามว่าทำไมไม่เหมือนในหนัง #น่ารักไปย์

    ดีซีเคยเป็นนักศึกษาแพทย์ โอเค เคยเป็น... //ประสานมือที่หน้าอกภาวนาให้ชาลีมีชีวิตรอดมาเล่นในตอนต่อๆไป

    จะว่าไปถ้าให้เดาแบบมั่วๆ (?) ผมว่าวิธีเอากระสุนออกของดีซีคงไม่ต่างจาก far cry เท่าไหร่ แต่ดีซีคงมีอะไรมาแงะออกที่ดีกว่ากิ่งไม้ล่ะนะ... ?

    ปล. รออีก 75% ที่เหลือครับ


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 16 เมษายน 2558 / 12:42
    #105
    3
    • #105-2 Puppy Cat (@nusikan) (จากตอนที่ 12)
      16 เมษายน 2558 / 21:13
      เรานี่อยากเห็นฉากเจสันโผล่มา เอากิ่งไม้แคะกระสุนให้ชาลีจุงเบย
      #ห่านนนนน กุเป็นบาดทะยักตายก่อนจบเรื่องแน่ //ชาลีไม่ได้กล่าวไว้
      #105-2
    • #105-3 Besty (@bestyworld) (จากตอนที่ 12)
      17 เมษายน 2558 / 11:03
      ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕ ขอหัวเราะแปป

      ตอนนี้กุชอบทำร้ายร่างกายวิคเตอร์มากอะบอกตรงๆเลย เหมย ๕๕๕๕๕๕
      กุคิดไปคิดมา กว่าจะจบเรื่อง ว่ามันไม่น่าจะครบ 32 นะ ๕๕๕๕๕๕๕๕๕
      #105-3
  5. #62 dinn (@idin12345) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2557 / 12:44
     อยากวาดรูป...//เอาเล็บขูดหน้าจอคอมฯ

    ตอนนี้เขียน ดร.เสรี ตอนใหม่เสร็จแล้ว เหลือประโยคปิดท้ายเท่านั้นครับ ที่คิดว่าอยากจะแก้ไขอีกสักหน่อย
    แต่ติดงาน+งานแต่งเพื่อน+ต้องติดต่อเรื่องน้องสาวมาฝึกงานที่กรุงเทพอีก เลยอาจะอัพ กลางๆ เดือนโน้นเลยจ้ะ T T

    #62
    0
  6. #55 Road MhaiKiKi (@mhaisod) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 เมษายน 2557 / 01:01
    หลอนรอบดึกกันนนนนนนนน
    #55
    0