Intimate Mind ล่าล้างฝัน จิตสังหาร

ตอนที่ 11 : Chapter 10: Emotion Chains ห่วงโซ่แห่งอารมณ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 116
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    15 เม.ย. 58

           

-Chapter 10-
Emotion Chains  ห่วงโซ่แห่งอารมณ์



 
 

            เวลา 18.00 น.

 

            วันนี้ร้านพิซซ่าปิดเร็วกว่าทุกๆวันเพราะเถ้าแก่รู้สึกไม่ค่อยสบาย ด้วยเหตุนี้ชาลีจึงได้อานิสงส์เลิกงานไวกว่าปกติ เขาปั่นจักรยานไปรับอเล็นเล่ที่โรงเรียน ก่อนจะกลับมาที่อพาร์ทเมนต์ เดินขึ้นบันไดไปชั้นสี่ ยืนหน้าห้องหมายเลข 432 แล้วเคาะประตูเบาๆอย่างมีมารยาท

            ก๊อก ก๊อก ก๊อก

            ผ่านไปหลายนาทีก็ยังไม่มีเสียงตอบรับจากภายใน ชาลีเริ่มหัวเสีย เขาอยากจะพักผ่อนจากการทำงานมาทั้งวัน แต่แค่จะเข้าไปด้านในก็ยังทำไม่ได้ เจ้านั่นมันมัวทำอะไรอยู่!

            “เฮ้ย! ถ้านายไม่ตอบ ฉันจะพังเข้าไปแล้วนะเขาพูดขึ้น ก่อนจะบิดลูกบิดเปิดประตูเข้าไป ในใจนึกตำหนิว่าทำไมไม่ล็อกประตู ก่อนที่ชายหนุ่มจะได้คิดอะไรต่อ ก็มีร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาผลักร่างเขาล้มลงไปกับพื้น ตามมาด้วยเสียงตะโกนดังลั่น

            “หลบเร็ว!”

            และเสียงปืน...

            ปัง!

            เลือดไหลอาบเปื้อนจนเสื้อของชาลีเป็นสีแดงสด ชาลีเบิกตาโพลง แขนข้างขวาของวิคเตอร์ถูกยิงเข้าเต็มๆ อเล็นเล่อ้าปากค้าง เธอรีบเข้าไปประคองร่างเด็กหนุ่มลุกขึ้นมาอย่างร้อนรน

             “วิคเตอร์!”

            ชาร์ลอตแลกกระสุนกับฝ่ายตรงข้ามอย่างดุเดือด ก่อนจะสบโอกาสระหว่างที่ศัตรูรีโหลดกระสุนปืนดึงสลักระเบิดออกแล้วขว้างไปที่แน๊ทซ์

            ตูม!

 

            เสียงระเบิดที่ดังสนั่นหวั่นไหวทำให้ผู้คนมากมายแตกตื่น ชาวบ้านพากันกรีดร้องดังระงมแสบหู เสียงไซเรนฉุกเฉินจากตึกดังถี่เป็นสัญญาณเตือนภัยอันตราย ผู้คนมากมายวิ่งหนีตายกันอย่างโกลาหล

            พื้นบริเวณที่ถูกระเบิดกลายเป็นหลุมกว้าง แน๊ทซ์ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเนื่องจากเขากระโจนออกทางหน้าต่างหนีไปก่อนแล้ว เด็กหนุ่มรอโอกาสตอบโต้จากหลังกำแพงระเบียงอย่างเงียบๆ

            วิคเตอร์ยื่นปืนให้กับชาลี แต่ชายหนุ่มส่ายหน้า “ไม่... นายใช้มันเถอะ

            “เอาไปใช้ซะ!” เขาคำรามเสียงดังจนชาลีสะดุ้ง ชายหนุ่มรับปืนไปอย่างเชื่อฟังทันที

            วิคเตอร์หันมามองชาร์ลอตอีกครั้ง เธอพยักหน้าตีความหมายได้ว่าไม่ต้องห่วง เด็กหนุ่มรีบวิ่งหนีออกไปกับชาลีและอเล็นเล่ เขาทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนจะหายไปท่ามกลางความวุ่นวายด้านนอก

 

            “อดทนหน่อยชาร์ลอต อีกสิบนาที ดี.ซี. จะมา!” 

            ท่ามกลางความโกลาหลภายนอก ชาร์ลอตนั่งคิดหาความเป็นไปได้ในการโจมตี แม้จะยังไม่ได้เปิดฉาก แต่เธอกลับรู้สึกเหนื่อยหอบ เหงื่อแตกพล่านไปทั่วร่างกาย

            การต่อสู้แบบสองต่อหนึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เธอต้องระมัดระวัง การเปิดตัวก่อนอาจได้เปรียบ แต่หากไม่ระวังก็พลาดท่าเอาได้ง่ายๆ

            ปัง ปัง ปัง!

            ไอรินระดมยิงกดดันเธอจนโต๊ะเป็นรูพรุน ชาร์ลอตสบถอย่างไม่พอใจ เธอรีบวิ่งไปหลบที่หลังตู้ ก่อนจะยิงโต้กลับไป เมื่อเสียงปืนจากฝ่ายตรงข้ามเงียบลง เป็นสัญญาณว่าฝ่ายตรงข้ามกำลังรีโหลดกระสุน เธอรีบคว้าโอกาสนี้พุ่งชาร์จเข้าไปที่ไอรินซึ่งกำลังหลบอยู่หลังโซฟา เด็กสาวขึ้นคร่อมร่างบีบคอไอรินแน่น

            “อึก!”

            แต่ทุกอย่างไม่ได้ดำเนินไปอย่างราบรื่น แน๊ทซ์อาศัยทีเผลอจ่อปืนมาที่หลังของเธออย่างเงียบๆ แต่ชาร์ลอตไหวตัวทันพลิกเรียวขาขึ้นหมุนฟาดที่ข้อมือแน๊ทซ์เต็มแรง ปืนในมือกระเด็นตกไปอีกฝั่งหนึ่ง เด็กสาวอาศัยจังหวะนี้เตะรวบขาให้เขาเสียจังหวะล้มลงกับพื้น  

            ไอรินลุกขึ้นฟาดท่อนขาเข้าที่หลังของเธอเต็มๆ แม้ชาร์ลอตจะกระเด็นไปสองสามตลบแต่ก็สามารถดีดตัวขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว คมมีดพุ่งเข้าแทงที่อีกด้านหนึ่งของชาร์ลอต โชคดีที่เธอไหวตัวทันหลบ แต่ถึงอย่างนั้น คมมีดก็เฉือนสีข้างเธอเป็นบาดแผลใหญ่ เลือดไหลไม่หยุด

            เธอโต้ตอบการพุ่งเข้ามาอย่างเสียหลักของชายหนุ่ม ด้วยการเข่าที่แขนและคว้ามีดที่หลุดจากมือแทงเข้าที่ท้องของเขา ก่อนจะตีลังกาหลบการโจมตีระยะประชิดจากไอริน กลิ่นของอีเทอร์ที่น่าเวียนหัวลอยฟุ้งไปทั่วห้อง ฤทธิ์ของมันกดประสาทส่วนกลาง ทำให้ชาร์ลอตรู้สึกมึนเบลอมากขึ้นเรื่อยๆ ภาพที่เห็นตรงหน้าเริ่มไม่ชัดเจน

            “อ้าก!” แน๊ทซ์ร้องอย่างเจ็บปวด เขายิงกราดใส่ชาร์ลอตไม่ยั้งในระหว่างที่เธอกำลังหลบอยู่หลังตู้หนังสือ กระสุนนัดหนึ่งที่ทะลุต้นขาของเธอทำให้ร่างล้มลงอย่างเสียการควบคุม เลือดล้นทะลักไหลออกมาราวก๊อกน้ำ เธอกดแผลแน่นเพื่อหยุดเลือด ในระหว่างที่ศัตรูทั้งสองเดินย่างเข้ามาใกล้อย่างใจเย็น

            เด็กสาวรู้ดีว่าควรรีบหนีจากห้องนี้โดยเร็ว เพราะกลิ่นที่เหม็นฉุนของอีเทอร์มีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง นั่นอาจทำให้เธอสลบได้ทุกเมื่อ และตอนนี้เธอก็เริ่มเวียนหัวแล้ว

            ไอรินและแน๊ทซ์เองก็เริ่มเวียนหัวเช่นกัน แต่เพราะความอึดที่มากกว่าทำให้พวกเขายังไม่เป็นอะไรมาก เพียงแต่เริ่มจะเบลอๆและมึนงง

            ชาร์ลอตจ่อปืนมาที่ทั้งสอง มือเหนี่ยวไกเพื่อยิง แต่เสียงดัง'แกร๊ก'เป็นข่าวร้ายที่ชัดเจนว่ากระสุนของเธอนั้นหมดแล้ว เด็กสาวพยายามข่มใจไม่ให้ตื่นตระหนก เธอนึกแผนการต่อไปอย่างใจเย็น

            อาวุธที่เหลืออยู่ในตอนนี้คือมีดสั้น แต่มันคงใช้การอะไรไม่ได้มากหากเธอไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้ แผนการสุดท้ายที่พอจะทำได้คงเป็น... ปามีด

            เมื่อแน๊ทซ์เดินเข้าใกล้ในระยะ เธอก็ปามีดใส่ทันที แม้เขาจะหลบได้ แต่ก็เฉี่ยวถูกขากางเกงขาดเป็นบาดแผลทางยาว เด็กสาวที่ปราศจากอาวุธในตอนนี้รอดูจังหวะและโอกาสตอบกลับ แต่ไอรินที่ประเมินแล้วรู้ดีว่าชาร์ลอตไม่มีทางรามือง่ายๆแน่ เธอจึงยิงลูกดอกยาสลบใส่

            เพราะขยับร่างกายหนีได้ไม่ถนัด แผลที่ถูกยิงทะลุทำให้ความปวดลามมาถึงต้นขา ก่อนจะร้าวไปทั่วทั้งช่วงล่าง เหงื่อไหลอาบทั่วร่างด้วยความเหนื่อย เธอหลบการโจมตีอะไรไม่ได้ ลูกดอกยาสลบปักเข้าที่คออย่างจัง ฤทธิ์ยาทำให้ดวงตาของเธอค่อยๆปิดลง แม้ใจจะต่อต้าน แต่ก็สายไปเสียแล้ว...

            “ไม่นะ ไม่ใช่ตอนนี้...

            ภาพที่เห็นตรงหน้าเริ่มพร่ามัว สติสัมปชัญญะของเธอเริ่มเลือนราง ร่างกายเริ่มนิ่งแข็งไร้การควบคุมเหมือนเป็นอัมพาต ทุกอย่างค่อยๆมืดดับลง

            หนูขอโทษที่ปกป้องทุกคนไม่ได้...

            ไอรินยิ้มเยาะ หลังจากที่ต่อสู้มานาน นางเสือสาวกลับหมดท่าเอาง่ายๆ ภารกิจสำเร็จ แค่ฆ่าเธอทุกอย่างก็จะจบ แล้วเธอก็จะได้ไปรายงานคาร์ลวินเสียที

            แน๊ทซ์ล้มตัวลงอย่างเหนื่อยอ่อน เขากดซับแผลเพื่อห้ามเลือด หญิงสาวจ่อปืนไปที่ชาร์ลอต นิ้วค่อยๆกดไกลงไป อีกเพียงอึดใจเดียวกระสุนนี้ก็จะสังหารเด็กสาวคนนั้นแล้ว...

            “บ๊ายบาย

            แต่ทว่า...

            แกร๊ก!

            ไอรินเดาะลิ้นอย่างหงุดหงิด เธอลองถอดแม็กออกมาดูก็พบว่ากระสุนยังไม่หมด แล้วทำไมมันถึงไม่พุ่งไปหาเป้าหมายตามที่เธอต้องการล่ะ? เดาไม่ผิดแน่ มันต้องเป็นเพราะ...

            “ปืนขัดลำกล้องสินะครับเสียงหนึ่งดังขึ้นจากหน้าประตู ทั้งสองหันไปมองพร้อมกัน ภาพที่เห็นปรากฏเป็นชายหนุ่มผมสีบลอนด์ทองในชุดสูทสีดำเรียบๆ หน้ากากโอเปร่าที่สวมใส่ปิดบังดวงตาทำให้มองเห็นใบหน้าได้ไม่ชัดเจน แต่ดูจากโครงหน้าแล้ว น่าจะเป็นคนที่หน้าตาดีมากคนหนึ่ง

            “เล่นรุมผู้หญิงที่น่าสงสารกันแบบนี้...จะมากไปแล้วนะครับ

            “งั้นเจอนี่หน่อยเป็นไง พ่อหนุ่มแปลกหน้า!” แน๊ทซ์พูดและขว้างขวดกรดใส่ แต่ชายปริศนากลับรับขวดเอาไว้ในมือได้อย่างคล่องแคล่วแม่นยำ ในชั่วพริบตาที่มือนั้นแบออกมา...

            ขวดสารเคมีก็หายไปแล้ว!

            ชายหนุ่มแบมืออีกข้างออกมา ขวดสารเคมีอยู่ที่มือข้างนั้นนั่นเอง! มันถูกสลับตำแหน่งไปตั้งแต่เมื่อไหร่ทั้งคู่ก็ไม่อาจทราบได้ ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนมองตามไม่ทันจริงๆ!

  

            “แถ่นแท้น... กลสำคัญคือ หลอกให้มองผิดทาง!” เขาฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะก้มตัวลงแนะนำตัวอย่างนอบน้อม ผมคือ ดี.ซี. เป็นเพียงแค่นักมายากลมือสมัครเล่นเท่านั้น จะว่าไปนี่มันประหลาดจังเลยนะครับ เขาให้ผมมาดูการทดลองแปลกๆ แต่ผมกลับมาเจอคนพิลึกๆแทน

            ชายหนุ่มแนะนำตัวด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตรแต่แฝงความเจ้าเล่ห์ ไอรินไม่รอช้ารีบขว้างลูกดอกใส่แบบไม่ยั้ง ส่วนแน๊ทซ์ถือมีดวิ่งกระโจนใส่เขาทันที

            “แย่จัง... ทำไมต้องใช้กำลังกันด้วยล่ะ

            ดี.ซี.เอียงตัวหลบไปทางซ้าย ก่อนจะโจมตีกลับอย่างนุ่มนวลด้วยการเตะรวบขาให้ฝ่ายตรงข้ามเสียหลักล้ม หลังจากนั้นก็วิ่งซิกแซกหลบลูกดอกไปหลบผ้าม่านที่หน้าต่าง ไอรินวิ่งไล่ตาม แต่เมื่อเธอแหวกผ้าม่านดู ก็ปรากฏว่าดี.ซี.ได้หายไปแล้ว!

            ในทีเผลอ เขาโผล่ออกมาจากด้านในตู้เสื้อผ้าที่อยู่ด้านหลังทั้งสองคนอย่างรวดเร็วสายฟ้าแลบ ชายหนุ่มอุ้มชาร์ลอตขึ้นมาในอ้อมแขนและผิวปากเป็นเพลงอย่างสบายอารมณ์ ไอรินกับแน๊ทซ์หันกลับไปมองแทบจะพร้อมกัน ทั้งสองคนเบิกตาโพลงด้วยความอึ้ง ไม่มีใครรู้ว่าเขาทำได้อย่างไร...

            รู้แค่ว่า เขาทำไปแล้ว และมันเหลือเชื่อ!

            “ดี.ซี. พันธมิตรของสุภาพสตรีทุกท่าน ขอลาละนะครับ!

            ดี.ซี.ยืนหันหลัง เขาถอดหน้ากากออกแล้วโยนทิ้งที่พื้น ทันใดนั้นเอง ใต้พื้นที่ชายหนุ่มยืนอยู่ก็เปิดออก เขาตกลงไปด้านล่างอย่างรวดเร็ว ก่อนที่พื้นจะกลับมาปิดสนิทดังเดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            ทั้งสองคนแทบไม่เชื่อว่านี่คือมายากล!

            ในขณะเดียวกัน

            วิคเตอร์ ชาลี และอเล็นเล่วิ่งปะปนกับฝูงชนลงมาถึงด้านล่างอย่างเหนื่อยหอบ ท่ามกลางความวุ่นวาย เสียงไซเรนพร้อมรถตำรวจจอดอยู่ตรงหน้า อเล็นเล่ทำท่าจะวิ่งเข้าไปขอความช่วยเหลือเนื่องจากวิคเตอร์ถูกยิงที่แขนขวา แต่เด็กหนุ่มกระตุกแขนหยุดเอาไว้ก่อน

            “ขอยืมเสื้อแจ็กเก็ตนายหน่อยวิคเตอร์หันไปพูดกับชาลี แม้คู่สนทนาจะรู้สึกงงงวย แต่ก็ถอดให้แต่โดยดี วิคเตอร์ถอดเสื้อกาวน์ออก ม้วนผ้าปิดด้านที่เปื้อนเลือดแล้วยื่นให้ชาลี ในจังหวะนั้นเองที่อเล็นเล่ได้พูดขึ้น เธอจับแขนของเขาเบาๆ

            “อยู่นิ่งๆ ขอฉันทำแผลให้เธอก่อนนะ

            เด็กสาวหยิบขวดน้ำดื่มในกระเป๋าออกมารินล้างแผลและคราบเลือด วิคเตอร์ร้องซี้ดเบาๆด้วยความแสบ เธอใช้ผ้าเช็ดหน้ากดที่แผลเบาๆ ก่อนจะนำผ้าก๊อซสีขาวขึ้นมาพันแผลปิดไว้

            วิคเตอร์มองหน้าอเล็นเล่ไปครู่หนึ่ง เธอพยักหน้าเบาๆพลางยิ้มตอบ

            เขาสวมเสื้อแจ็กเก็ตของชาลี เพียงแค่ชุดภายนอกก็ทำให้บุคลิกของเขาดูเปลี่ยนไปมาก ท่าทีดูมีการศึกษาเปลี่ยนเป็นวัยรุ่นเนิร์ดๆสุดจี๊ด เขาเงยหน้ามองชาลีที่ตอนนี้มีเพียงแค่เสื้อกล้ามกับกางเกงยีนส์เก่าๆ ชายหนุ่มยักไหล่กวนๆให้

            “เอาละ ทีนี้ไปไหนต่อชาลีกล่าวถาม เขารู้ดีว่าคนแบบนี้ถ้าไม่ปางตายจริงๆก็คงจะไม่เข้าโรงพยาบาล ทางเลือกนั้นจึงถูกตัดทิ้งไปได้เลย อีกประเด็นหนึ่ง ชาลีไม่มีบ้านให้กลับอยู่แล้ว สิ่งของที่โรงนาไม่ได้มีค่ามากมาย มีแค่เสื้อผ้าและของจุกจิก เงินปกติเขาก็พกติดตัว จึงไม่มีความจำเป็นที่เขาจะต้องกลับไปที่นั่นอีก นอกจากจะไปเอาของเล็กๆน้อยๆก็เท่านั้น

            “ไปหา ดี.ซี.

            วิคเตอร์เดินนำไปที่รถสปอร์ตคันงามสีแดงซึ่งจอดรออยู่ที่หน้าถนน เขาเคาะกระจกเบาๆ กระจกรถค่อยๆเลื่อนลงมา

            บุคคลภายในปรากฏเป็นชายหนุ่มวัยยี่สิบกว่าๆ ใบหน้าดูดีได้รูปแบบชายยุโรป เขาค่อยๆถอดแว่นดำออก ตาสีน้ำตาลอำพันวาวแสดงให้เห็นว่าชายหนุ่มผู้นี้คงเป็นลูกครึ่ง วิคเตอร์เผยยิ้มออกมาเล็กน้อย

            “โย่ ว่าไง วันนี้มีอะไรให้ทำอีกล่ะชายในรถพูดขึ้นอย่างเป็นมิตร แล้วก็ เลดี้คนสวยนอนอยู่ข้างหลังล่ะครับ ไม่ต้องห่วงนะ

            “ดี.ซี. นายมาถึงที่นี่นานหรือยังวิคเตอร์ถามเสียงเรียบ

            “เพิ่งมาถึงแบบสดๆร้อนๆเลยล่ะ!” ดี.ซี. ตอบ ดูวุ่นวายแบบนี้ เกิดเรื่องอีกแล้วเหรอ?”

            “เรื่องมันยาว ค่อยเล่าแล้วกัน เออใช่ นี่ชาลีกับอเล็นเล่นะวิคเตอร์หันไปแนะนำเพื่อนใหม่ให้ทั้งสองคนรู้จัก นี่ดี.ซี. คู่หูเก่าแก่ฉันเอง

            “ยินดีที่ได้รู้จักจ้ะอเล็นเล่พูดขึ้นพลางยิ้มสดใสให้ชายด้านในรถ

            ทั้งสองยื่นมือเข้าไปเช็คแฮนด์ทักทาย ดี.ซี. ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ก่อนจะพูดขึ้น คุณทั้งสองคนครับ อย่าไปเชื่อเขาเลย ผมก็ไม่ได้เก่าแก่อะไรขนาดนั้นหรอก

            “ค่อยคุยเถอะ มาตามที่นัดแล้วก็ดี แผนเปลี่ยนไปนิดหน่อยนะวิคเตอร์บอกกับเขา ช่วยพาสามคนนี้กลับอังกฤษก่อนได้ไหม

            ประเทศอังกฤษ!? ถามความสมัครใจจากฉันบ้างเถอะ!! ชาลีนึกโวยวายอยู่ในใจ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรอยู่ในใจ ถูกไล่ล่าขนาดนี้ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าทั้งเขาและเราต้องมีความหลังอะไรที่เยอะจนเล่าไม่หมดแน่ๆ

            “ได้สิ แล้วนี่ถ้าจัดการธุระเสร็จแล้ว จะตามมายังไงเอ่ย?

            “ก็ว่าจะไปฝรั่งเศส แล้วนั่งรถไฟใต้ดินไปประเทศอังกฤษน่ะวิคเตอร์ตอบ ก่อนจะหันไปที่ชาลีกับอเล็นเล่ ในจังหวะนั้นเองที่ชาลีพูดขึ้น

            “คือ... ไม่ไปได้ไหม?”

            “ไอรินกับแน๊ทซ์มาโน่นแล้วนะ วิคเตอร์บอกพลางชี้ไปที่หญิงผิวสีกับเด็กหนุ่มสวมเสื้อกาวน์ที่กำลังยืนคุยกันอย่างหัวเสียกับเหล่าตำรวจที่ยืนกันเป็นกลุ่มบริเวณรถตำรวจ แม้เด็กหนุ่มจะไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่สิ่งที่เขาชี้ให้เห็นก็มากพอที่จะตัดสินใจได้แล้วว่าตอนนี้พวกเขาควรทำอะไร

            ชาลีรีบเปิดประตูรถของ ดี.ซี. ก่อนจะพูดขึ้นอย่างร้อนรน “อเล็นเล่ ขึ้นรถกัน!”

            “แล้วเธอล่ะ วิคเตอร์!” อเล็นเล่ถามน้ำเสียงจริงจัง สถานการณ์อันตรายแบบนี้เธอไม่อยากให้ใครต้องมาเจ็บตัวเลย เพียงแค่เหตุการณ์คราวก่อนก็ควรจะจบแล้วแท้ๆ

            “ตอนนี้มีเรื่องต้องทำ เดี๋ยวฉันตามไปทีหลัง

            อเล็นเล่มองเขาอย่างเป็นห่วง ชาลีตบหลังเธอเบาๆแล้วผายมือให้เธอเข้าไปด้านใน อนจะหันกลับมาค้อนใส่เด็กหนุ่ม เขาเข้าไปในรถแล้วปิดประตูเบาๆ

            ดี.ซี. กล่าวทิ้งท้ายก่อนจะปรับกระจกรถยนต์เลื่อนขึ้นมาปิด “โชคดี เจอกันที่โน่นเลยนะ

            วิคเตอร์พยักหน้า เขาเดินหันหลังกลับไป รถสปอร์ตคันงามพุ่งฉิวทะยานหายไปอย่างรวดเร็ว ความวุ่นวายบนท้องถนนค่อยๆหายไป จะมีก็เพียงชาวบ้านที่มารุมกันมุงดูว่าเกิดเรื่องวุ่นวายอะไรขึ้น ณ อพาร์ตเมนต์แห่งนี้ และตำรวจมากมายเท่านั้น

            “ต่อจากนี้สิของจริงเด็กหนุ่มพูดขึ้นกับตัวเอง ในมือถือกระเป๋าโน๊ตบุ๊ค เขาเดินไปที่รถแท๊กซี่ เข้าไปด้านใน สั่งคนขับให้ไปที่แห่งเดิม ที่ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการตื่นขึ้น

            การตื่นขึ้นของความทรงจำ...

            แท๊กซี่ขับผ่านสี่แยกไฟแดง เลี้ยวผ่านโรงพยาบาลไป ก่อนจะถึงโรงเรียนไฮสคูล โรงเรียนที่อเล็นเล่เรียนอยู่ เขาจ่ายเงินแล้วเปิดประตูลงจากแท๊กซี่ ป้อมที่โล่งว่างแสดงให้เห็นว่าวันนี้ยามของโรงเรียนไม่อยู่ เด็กหนุ่มเดินเข้าไปด้านใน ผ่านตึกเรียนลึกเข้าไปจนถึงโรงนาหลังโรงเรียน เขาค่อยๆเปิดประตูออก

            แอ๊ด...

            เสียงแหลมดังจากบานพับประตูเพราะไม่ได้หยอดน้ำมันเป็นเวลานาน วิคเตอร์วางโน๊ตบุ๊คเครื่องบางลงบนพื้น เปิดจอ เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต แล้วทำการเจาะระบบข้อมูลส่วนสุดท้าย... หากเขาทำสำเร็จ เขาก็จะรู้ข้อมูลของหนูทดลองทั้งหมดในองค์กร แผนทุกอย่างในหัวเขาก็จะดำเนินไปได้โดยราบรื่น

            เด็กหนุ่มเดินไปที่โซฟา ล้วงมือพยายามหยิบบางสิ่งที่อยู่ใต้เบาะออกมา เขายิ้มน้อยๆ เมื่อพบชิพสีเขียวเล็กๆ เขานำมาเสียบเข้ากับโน๊ตบุ๊ค หน้าจอปรากฏหน้าต่างถามให้ดำเนินการต่อ เขาเลือก “Yes” แล้วนั่งรอให้มันดำเนินการเองจนเสร็จสิ้น

            ชิพข้อมูลถูกซ่อนอยู่ข้างใต้เบาะโซฟาเหมือนกับที่เขาคิด แสดงว่าโดยลึกๆในจิตใต้สำนึกของเธอต้องรู้อยู่แล้ว เพียงแต่เธอพยายามจะลืมก็เท่านั้น...

            แต่ทุกอย่างไม่ได้ดำเนินไปอย่างราบรื่น... เงาหนึ่งปรากฏหน้าประตูโรงนา หญิงสาวเซ็กซี่ ผมสีน้ำตาลเข้มถูกถักเป็นเปียยาวดูพลิ้วคล่องตัว ชุดกี่เพ้าครึ่งตัวกับกระโปรงสั้นสีดำ และกระเป๋าเล็กๆสีดำในมือ รูปร่างประหลาดตา มันมีขนาดพอๆกับสมาร์ทโฟนจอใหญ่ๆหนึ่งเครื่อง สีเทาด้านบวกกับความหนาแปลกๆทำให้วิคเตอร์รู้สึกสงสัย

            “หลี่...เด็กหนุ่มเปรยขึ้นมาเบาๆ เขารู้ดีว่าเธอต้องการอะไร แต่ข้อมูลสำคัญแบบนี้ ให้ไปก็ไม่ต่างกับตาย...

            “เจรจาสักหน่อยไหม?เธอถาม ใบหน้านิ่งเรียบเฝ้ารอคำตอบ ในใจเธออยากจะให้เขามอบโน๊ตบุ๊คเครื่องนั้นมา เรื่องจะได้จบง่ายๆโดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ เพราะหลี่เองก็ไม่อยากทำร้ายเขา

            แต่ทุกคนรู้ดี ว่าเป็นไปไม่ได้...

            “ไม่ล่ะ คำตอบมันแน่อยู่แล้ววิคเตอร์ตอบ เขาลุกขึ้นเดินขึ้นไปที่ชั้นสอง มือล้วงเข้าไปในเสื้อกาวน์เตรียมหยิบของบางอย่างออกมา

            หลี่ถอนหายใจ ก่อนจะยิ้มมุมปากแล้วหัวเราะกลบเกลื่อนความรู้สึกที่แท้จริงของตนเอง สุดท้ายคงจะหมดหวัง เธอคงต้องจัดการเขาจริงๆ...

            “งั้นก็ดี กระเป๋านี้ที่ฉันเอามาก็ไม่เสียของสินะ

            แกร๊ก!

            ในชั่วพริบตาเดียว กระเป๋าใบยาวนั้นถูกเปิดออกเป็นด้ามปืนยาว ที่แท้มันคือปืนพับนั่นเอง หลี่ยกปืนขึ้นยิงกราดไปที่ด้านบน พื้นถูกยิงกระจุยเป็นรู วิคเตอร์กระโดดหลบไปอีกทางหนึ่ง เขาคว้าหนังสือที่พื้นขว้างไปที่ทิศตรงข้ามกับตนเอง

            ตุบ...

            ปัง ปัง ปัง!

            ปืนยิงกราดไปตามทิศทางเสียงจนพื้นเป็นรูพรุน เพราะไม้ที่เปราะบางทำให้พื้นเป็นรูกว้าง วิคเตอร์ฉวยโอกาสนี้ดึงสลักระเบิดมือ แล้วขว้างลงไปตรงรูไม้

            ตูม!

            เขารีบวิ่งลงมาจากชั้นสอง มุ่งหมายจะไปเอาโน๊ตบุ๊คกลับมา แต่ทุกอย่างไม่ได้ง่าย หลี่ที่หลบอยู่หลังตู้ยิงกราดใส่รัวๆ วิคเตอร์กระโดดหลบหลังโซฟา พนักพิงหลังช่วยชีวิตเขาเอาไว้อย่างหวุดหวิด โน๊ตบุ๊คอยู่แค่อีกด้านหนึ่งเท่านั้น...

            เสียงปืนเงียบลง เธอกำลังรีโหลดกระสุน วิคเตอร์เอื้อมตัวหยิบโน๊ตบุ๊คก่อนจะกลับไปหลบหลังโซฟาอย่างรวดเร็ว หน้าจอแสดงผล 100% แสดงให้เห็นว่าการเจาระบบข้อมูลเสร็จสิ้น เขาปิดเครื่องแล้วรีบนำมันใส่กระเป๋าทันที

            วิคเตอร์ให้ปืนไปกับชาลีเรียบร้อยแล้ว การต่อสู้ระหว่างเธอกับเขาจึงไม่ใช่แผนที่ฉลาดนัก อาวุธที่เขามีคือกรด อีเทอร์ ระเบิดควัน และมีดพกโคลด์สตีลสองเล่มเท่านั้น

            วิคเตอร์ถือมีดพกในกำมือ เขาเตรียมจังหวะรอ  ในจังหวะที่หลี่เปิดตัวยิงอีกครั้ง เขาก็พุ่งกระโจนออกมาจากที่ซ่อน วิ่งซิกแซกไปที่เป้าหมาย เขาสกัดการโจมตีด้วยการขว้างมีดไปที่ปืนของเธอ

            แรงส่งบวกกับความแหลมคมของมีดที่เฉือนมือหลี่ทำให้เกิดรอยแผลเลือดไหลเป็นทางยาว เธอเสียจังหวะการยิง วิคเตอร์ไม่ปล่อยให้เธอคิดอะไรมาก เขาพุ่งตัวเข้าใส่พร้อมมีด แต่หลี่เอียงตัวหลบพร้อมเตะรวบขาเขา เด็กหนุ่มล้มลงอย่างเสียหลัก หลี่ขึ้นคร่อมร่างเขา คว้ามีดนั้นกดลงไปที่คอหอย แต่วิคเตอร์ยังไม่ยอมง่ายๆ เขาใช้มือต้านแรงกดนั้นสุดชีวิต ก่อนจะใช้อีกเฮือกหนึ่งผลักข้อมือหลี่ไปอีกทาง ทำให้มีดนั้นปักลงที่พื้นแทน

            เขาอาศัยจังหวะนี้ฉุดแขนเธอลงมาแล้วพลิกตัวขึ้นไปคร่อมแทน เขาบีบคอเธอแน่น หลี่กัดฟันกรอด เพราะเขาใส่แว่น การโจมตีจุดอ่อนโดยการจิ้มลูกตาจึงทำไม่ได้ เธอตัดสินใจรวมแรงอีกเฮือกต่อยเข้าที่อกข้างซ้ายของเขาเต็มแรง มันได้ผลชะงัด วิคเตอร์จุกจนล้มตัวงออยู่บนร่างของเธอ หลี่ผลักร่างเขาออก คว้าปืนที่ตกอยู่ข้างๆลำตัวขึ้นมาจ่อที่เขา

            ไม่แน่ใจนักว่าที่เขานอนหอบถี่แบบนั้น เป็นเพราะเหนื่อยจากการต่อสู้ หรือเพราะโรคหัวใจที่รุมเร้า แต่ดูท่าน่าจะเป็นแบบหลัง เด็กหนุ่มหยิบยาขึ้นมา แต่หลี่เตะมันออกไปจากมือ ก่อนจะจ่อปืนกดลงบนหัว

            ภาพความทรงจำมากมายไหลวนขึ้นมาในหัว เธอเห็นใบหน้าเขามาตั้งแต่อายุสิบสี่ปี ตอนนั้นวิคเตอร์มีอายุเพียงหกขวบ เขาเป็นคนที่ข้ามเวลามาเมื่อเก้าสิบปีก่อน ด้วยความผิดพลาดบางอย่าง ทำให้เขานอนไม่ครบร้อยปี หลังจากนั้นทั้งสองก็เติบโตมาด้วยกัน

            ฉันชื่อวิคเตอร์... วิคเตอร์ คิงส์

            ภาพเด็กชายตัวน้อยแต่ท่าทีดูเคร่งขรึมผิดกับอายุทำให้เธออดไม่ได้ที่จะแหย่ด้วย หลี่ยังจำภาพวันนั้นได้ดี วันที่เธอรู้จักเขาเป็นครั้งแรก ก่อนที่เรื่องราวจะดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน...

            “ฉันหลี่ เดอ เรส์... จะว่าไปฉันไม่ชอบนามสกุลเธอเลยนะ ใช้คิงส์ทำไม เธอน่าจะใช้เอ็มเพอเรอร์ที่แปลว่าจักรพรรดินะ มันใหญ่กว่าราชาตั้งหลายขุม ดีกว่ากันเยอะ

            “เธอนี่กวนประสาทชะมัดเลย...

            “ให้ความเคารพกันหน่อยสิยะ เราห่างกันแปดปีนะ!”

            จนบัดนี้เธออายุยี่สิบสี่ ส่วนเขา ...สิบหกปี

             แล้วเธอจะต้องฆ่าเขาจริงๆหรือ?

            เสียงวิคเตอร์หอบถี่ทำให้เธอยิ่งรู้สึกกดดันมากขึ้นไปอีก ยานั้นจะช่วยชีวิตเขาได้ แต่ถ้าเธอไม่หยิบยานั่นให้เขา เขาก็อาจจะตายโดยที่เธอไม่จำเป็นต้องยิงเขาทิ้งเลยด้วยซ้ำ

            ปืน FMG 9 ในมือของหลี่สั่นระริก เธอกำลังกลัวอยู่อย่างนั้นหรือ? ไม่สิ ไม่ใช่ ไม่ใช่สักนิดเดียว ความรู้สึกในตอนนี้แม้แต่ตัวเธอเองก็ไม่อาจตอบได้ ถึงเธอจะได้รับภารกิจให้ลอบสังหารผู้คนมามากมาย แต่ทำไมครั้งนี้ถึงแตกต่างไปจากครั้งอื่นนักล่ะ

            ความรู้สึกนี้มันคืออะไร...

            ไม่... ฉันไม่อยากฆ่าเขา มันเจ็บปวดเกินไป!

            เธอเดินไปหยิบขวดยาขึ้นมา เปิดฝาเทเม็ดยาออกมาเม็ดหนึ่ง ก่อนจะเดินไปประคองร่างของเขาขึ้นมาป้อนยาให้ วิคเตอร์กัดฟันแน่น ทั้งที่ยังหอบถี่อยู่ เขาค่อยๆพูดออกมาอย่างยากเย็น

            “ฆ่าฉันเถอะ ถ้าจะเอาโน๊ตบุ๊คนั้นไป...

            “กินมันเถอะน่า!”

            วิคเตอร์คายยาทิ้ง ใบหน้าเริ่มคล้ำเขียว สติเริ่มเลือนหายไปทุกขณะ หากเขาตายแต่ทุกคนปลอดภัยก็น่าจะพอคุ้มอยู่ หนึ่งชีวิตแลกกับอีกสามชีวิต ชาร์ลอตต้องสานต่อแทนเขาได้แน่ หากทุกอย่างไม่ผิดพลาด...

            หลี่ถอนหายใจ เธอพูดขึ้น “ช่วยไม่ได้ งั้นคงต้องทำแบบนี้...

            ภาพทุกอย่างค่อยๆมืดดับลง เหตุการณ์ทุกอย่างรอบตัวดำเนินไปเหมือนกับภาพที่ฉีกขาด เหมือนกับเป็นภาพซ้อนทับทีละเฟรมที่ผ่านไปอย่างช้าๆ เขาไม่รู้ว่าตนเองกำลังหายใจอยู่หรือไม่ เขากำลังรู้สึกหนาว แต่ความอบอุ่นจากร่างหนึ่งที่กอดร่างเขาไว้แน่นก็ทำให้เขาสบายใจได้ สติที่ขาดหายไปเป็นช่วงทำให้เขารับรู้เหตุการณ์ได้ไม่ชัดเจน

            แล้วเหตุการณ์ในอดีตก็ฉายภาพอีกครั้งในความทรงจำ...

            “ชื่อจีน แต่ทำไมถึงมีนามสกุลแบบฝรั่งเศสล่ะ

            ฉันเป็นเด็กกำพร้าน่ะ รู้แค่ว่าเป็นคนจีน แต่คุณคาร์ลวินรับฉันมาเลี้ยง เขาเป็นคนฝรั่งเศส

            “คาร์ลวินไม่ใช่คนดี ทำไมต้องใช้คำว่าคุณนำหน้าล่ะ

            “เพราะอย่างน้อยเขาก็ไม่น่ารำคาญแบบเธอไงล่ะ แบร่!”

            หลี่มักจะแลบลิ้นใส่เขาบ่อยๆอย่างยียวน แม้ปัจจุบันเพราะอยู่คนละฝ่าย ทำให้เขาไม่ได้เห็นรอยยิ้มแบบนั้นอีกแล้ว คิดแล้วก็ใจหาย แต่มันช่วยไม่ได้จริงๆ

            วิคเตอร์รู้สึกได้ถึงยาเม็ดหนึ่งที่ไหลลงสู่ลำคอ เขาสัมผัสได้ถึงริมฝีปากที่อ่อนนุ่มของใครคนหนึ่ง มันช่างอ่อนโยนชวนฝัน แม้สัมผัสนั้นจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว แต่เขาจะจดจำสัมผัสนี้ไว้ตลอดกาล...

            เขารู้สึกได้ว่าตนเองกำลังถูกหอบร่างไปที่ไหนสักแห่ง ก่อนเธอจะวางร่างเขาอย่างอ่อนโยนลงบนพื้นที่ฉ่ำแฉะ ฝนคงจะกำลังตกลงมา...

            ตรอกมืดๆอย่างนั้นหรือ?

            แล้วเธอก็จากไป ผ่านไปไม่นานเด็กหนุ่มก็ได้ยินเสียงสุนัขดังขึ้นอย่างเป็นมิตร ก่อนที่สติของเขาจะดับวูบหายไป เขาไม่รู้สึกตัวอีกต่อไปแล้ว...

            “โฮ่ง!”

 

**********



 

 

           ภาคผนวก

            FMG 9 Magpul (ขอบพระคุณไอเดียปืนดีๆจากคุณเม่น Solstice ค่ะ)
 

            วิธีใช้ปืน (จากในคลิปเป็นปืนที่จำลองขึ้นมา แต่ระบบ และการใส่กระสุนเหมือนกันหมดค่ะ)

 


 

            รถไฟใต้ดินจากฝรั่งเศสไปอังกฤษ

 



            อุโมงค์ช่องแคบอังกฤษ (อังกฤษ: Channel Tunnel; ฝรั่งเศส: Le tunnel sous la Manche) เป็นอุโมงค์รถไฟใต้ทะเลที่สร้างเชื่อมระหว่างเมืองฟอล์คสโตน มณฑลเค้นท์ บริเตนใหญ่ กับตำบลคอแกลส์ เมืองกาเลส์ ทางตอนเหนือของฝรั่งเศส อุโมงค์แห่งนี้สร้างลอดใต้ช่องแคบอังกฤษบริเวณช่องแคบโดเวอร์ ซึ่งเป็นส่วนที่แคบที่สุด ที่มีความกว้าง 34 กิโลเมตร

อุโมงค์ช่องแคบอังกฤษมีความยาวทั้งสิ้น 50.5 กิโลเมตร มีส่วนที่อยู่ใต้ทะเลยาว 37.9 กิโลเมตร ส่วนที่อยู่ใต้น้ำต่ำที่สุดที่ 75 เมตรและลึกสุดที่ 230 เมตร

  
 

 

            WRITER'S TALK

            ตอนนี้... เป็นตอนที่ค้ำคอร์เนาะ คนเขียนเขียนแล้วยังรู้สึกเลยค่ะ เลือกเชียร์กันเอาแล้วกันนะคะ อิอิ

            สงกรานต์แล้ว ขอให้มีความสุขกันทุกคนนะคะ แล้วก็ระวังอุบัติเหตุกันด้วยนะคะทุกท่าน อ่านนิยายแล้วชอบหรือมีจุดติชมตรงไหน คอมเม้นท์บอกกันได้เลยค่ะ

            ขอขอบคุณผู้อ่านที่น่ารักทุกท่านที่ยังคงติดตามกันมาจนถึงจุดนี้ ผู้เขียนจะพยายามพัฒนาฝีมือต่อไปเรื่อยๆ เป็นกำลังใจกันด้วยนะคะ ^^

Besty


       

224 ความคิดเห็น

  1. #219 Freedom (@mgsmaster123) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 กันยายน 2558 / 18:15
    ตอนนี้รังสีวิคเตอร์หลี่พุ่งแผ่ ฟินนนนนนนนนนนนน ประกบปา--// โดนดีดออกนอกนิยาย ชักเลือกไม่ถูกแล้วระหว่างอเล็นเล่กับหลี่ #ผิดมาก ดี.ซี. มาอย่างหล่อ ยอดมว้ากกก ปล.เรานี่คือขี้เกียจล็อกอินเอง #ผิดมากรอบสอง
    #219
    1
    • #219-1 Victoria Bytes (@bestyworld) (จากตอนที่ 11)
      1 กันยายน 2558 / 19:19
      ขอบคุณมากค่ะที่ติดตาม >_<
      เรื่องนี้ไม่มีคู่ที่แน่นอนค่ะ มีเยอะมาก วายก็จิ้นได้ นอร์มอลก็มีสาวหลายแบบ อิอิ
      แต่ตอนท้ายๆ ก็เฉลยปักธงชัดเจนแหละค่ะ ๕๕๕๕
      #219-1
  2. #183 Levi-san (@Levi-san) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2558 / 15:04
    ชี.ดี มากเท่ม๊ากกกกก><

    วิคเตอร์ของฉันจะเป็นอะไรไหมเนี่ยย รักเธอนะ//หลี่อย่าตบฉันนนนน
    #183
    0
  3. #177 ♠ e l f . (@sanael) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2558 / 20:02
    อ้าวสุนัข  นายจะทำอะไรต่อไป LOL
    ตอนนี้ยกความดีความชอบให้ตาดี.ซี. และวิคหลี่ มโนกระจ๊าย! ฮ่า
    #177
    0
  4. #145 Revolubel (@pannapadean) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 21:52
    อร๊ากกก ฟิน ดี.ซี. ก็หล่อ อรั๊ยๆๆๆ
    #145
    1
    • #145-1 Besty (@bestyworld) (จากตอนที่ 11)
      14 มิถุนายน 2558 / 22:56
      มีแต่คนชอบดี.ซี.เต็มไปหมดเลยยยยยยยย อิอิ
      #145-1
  5. #104 cannelt (@cannelt) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 เมษายน 2558 / 12:33
    เข้ามาฟินกับฉากหลี่คร่อมวิคเตอร์ วิคเตอร์คร่อมหลี่ #ผิดมาก

    ตอนแรกหน่วงตามหลี่ แต่คิดอยู่แล้วว่าตัวเอกอย่างวิคเตอร์ไม่น่าจะตายง่ายๆถึงแม้คุณชายเขาจะคายยาทิ้งก็ตาม = * = แต่ฉากที่หลี่ป้อนยานี่คือดีงาม ชีิตดี๊ดี เชียยร์คู่นี้ออกนอกหน้ามาก ยิ่งฟินมากขึ้นเมื่อพบคำว่า 'แม้สัมผัสนั้นจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว แต่เขาจะจำสัมผัสนี้ไว้ตลอดกาล' นี่แหละ ตัวจุดฉนวนยิ่งกว่าตอนไหนๆ ///v///

    ปล.ดีซีหล่อมาก! #ผิดอีกรอบ
    #104
    1
    • #104-1 Besty (@bestyworld) (จากตอนที่ 11)
      16 เมษายน 2558 / 15:16
      คนเขียนก็ฟินค่ะ ฟินคอมเม้นท์ //ผิด
      แหมๆๆ เฟิร์สคิสของวิคเตอร์โดนขโมยยยยย ๕๕๕๕๕๕
      เป็นการขโมยเฟิร์สคิสที่ฟินดีเหมือนกันนะคะ

      บุคลิก ดี.ซี. ทำให้ท่านรู้สึกว่ามันหล่อ ชิมิคะ ๕๕๕๕ ถูกต้องค่ะ นางหล่อ รวย แต่-------//โดนอุดปากไม่ให้สปอยล์
      #104-1
  6. #102 Puppy Cat (@nusikan) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 เมษายน 2558 / 21:23
    กรี๊สสสสสสสสสส!!! ฟินหลี่กับวิคเตอร์มากมายบ่องตง >< หรือจะเชียร์หลี่ชาลีดีนะ โอ๊ยยยย เลือกไม่ถูกเลยค่ะไรต์เตอร์ ว่าแต่ฉากต่อสู้ทำได้ดีขึ้นมากๆเลย เห็นภาพ แต่มันยังดูมีความเป็น 'วิทยาศาสตร์' ไม่ใช่ 'ความโหดร้ายในจิตใจมนุษย์' แฝงอยู่ในทุกๆเฟรมของซีนไฝว้กัน (งงมะ? เราก็งงว่าตัวเองเมนท์อะไร = =") แต่ซีนที่หลี่ดราม่านี่น่ารักมากค่ะ เอาใจเราไปปปปป
    #รักชาลี แอบกิ๊กเดวี่ คั่ววิคเตอร์ แล้วถีบอเล็นเล่ทิ้งไป
    //ผิด! =[]=
    #102
    1
    • #102-1 Besty (@bestyworld) (จากตอนที่ 11)
      15 เมษายน 2558 / 17:40
      คนเขียนก็ขอฟินแปป คนเขียนไม่รู้จะให้หลี่คู่ใครดี ๕๕๕๕๕๕
      ขอบคุณสำหรับคอมเมนท์ครัชชช
      #102-1
  7. #85 Love Renuka (@0811705585) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2557 / 10:30
    ถึงตอนของแดนนี่และเดวี่แล้ว อ่านไปแล้วน้ำตาคลอเลยค่ะ ตอนนี่เริ่มไหลแล้วT^T ซึ้งมากๆคะ จะติดตามต่อนะคะ
    #85
    0
  8. #66 dinn (@idin12345) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2557 / 21:23
    เอ... ตอนก่อนบอกว่า วิคเตอร์รู้จักชื่อของเดวี่จากบัตรห้องสมุดเพราะเป็นบรรณารักษ์แล้วไม่ใช่เหรอครับ แอบงงเล็กน้อย
    ตอนนี้ดราม่าจัดเลยนะครับนี่ แดนนี่ก็น่ารักสุดยอดนึกว่าจะหยิ่งหรือไม่ชอบน้องซะอีก เพราะเป็นฝาแฝดเลยรู้ใจกันสินะ
    แต่หมอที่เก่งเรื่องเล่นกลก็มีเยอะนะครับ เอาไว้เอาใจพวกคนไข้โดยเฉพาะเด็กๆ ให้ไม่กลัวการรักษา ^ ^!!
    (แนะนำการ์ตูนเรื่องโทรุ หัตถ์เทวดาครับ ^ ^")
    ว่าแต่... เดวี่หายไปไหนเนี่ย = =!!
    อีกอย่างความยาวแต่ละตอนขนาดประมาณนี้อ่านกำลังดีเลยครับ ^ ^b
    #66
    0