Intimate Mind ล่าล้างฝัน จิตสังหาร

ตอนที่ 10 : Chapter 9: The Undercurrent คลื่นใต้น้ำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 91
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 เม.ย. 58

    

-Chapter 9-
The Undercurrent คลื่นใต้น้ำ

 

หลังจากวันนั้น ทุกอย่างก็กลับมาเงียบสงบเหมือนปกติ ผมรู้ดีว่าทุกอย่างกำลังดำเนินไปอย่างเงียบๆเหมือนกับคลื่นใต้น้ำ

By Charlie Mckidd

 

            หลังจากที่ชาลีได้หยุดงานส่งพิซซ่าติดต่อกันหลายวันนับแต่วันที่เกิดเหตุ เขาก็กลับมาทำงานอีกครั้งในเช้าวันเสาร์ น่าแปลกที่เถ้าแก่ไม่ได้ถามอะไรเขาเลย ทั้งที่ปกติแค่เข้างานสายก็โดนด่าไฟแลบแล้ว

            “ว่าไงอาตี๋เสียงสดใสของเถ้าแก่จากห้องครัวกล่าวทักชาลี มาช่วยอั้วยกตรงนี้หน่อย

            “ครับชาลีรับคำอย่างสุภาพนอบน้อม แม้ในใจจะงงๆว่าวันนี้เถ้าแก่ญาติดีแปลกๆ ไม่มีแม้คำก่นด่าตำหนิตามประสาเขาคนเดิม หนำซ้ำกลับดูเป็นมิตรกว่าเดิมด้วย

            ร้านพิซซ่า ฮาร์ท ยังคงมีลูกค้าเข้ามาเยี่ยนเยือนอยู่เรื่อยๆตามปกติ แม้งานจะยุ่ง แต่เขายังพอจะสังเกตได้ว่าเถ้าแก่มักจะมองและยิ้มแปลกๆให้เขาอยู่ตลอด ไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้เถ้าแก่อารมณ์ดีได้ขนาดนั้น ด้วยความสงสัย เมื่อชาลีสบโอกาสจึงเดินเข้าไปถามตรงๆ

            “เถ้าแก่มองผมนานแล้วนะครับ อะไรติดหน้าผมเหรอ

            “ไม่มีอะไร๊!” เถ้าแก่ตอบเสียงสูงปรี๊ดจนทำให้ชาลีรู้สึกไม่เชื่อ เขาลองยกมือขึ้นปัดผมและใบหน้า แต่ก็ไม่มีอะไรอย่างที่เถ้าแก่ว่าจริงๆ ท่าทางเลิกลั่กของชายชราทำให้เขาสงสัย เถ้าแก่อาจจะนึกอยากเป็นคนดีขึ้นมาไม่อยากตำหนิให้เขาไม่สบายใจหรือเปล่า เพราะน้องสาวเขาเองก็บาดเจ็บต้องเข้าโรงพยาบาลจริงๆ

            คิดได้เช่นนั้น ก็พาลทำให้ชาลีรู้สึกไม่สบายใจแทน เขาทนไม่ไหวจนต้องออกปากขอโทษ

            “สองสามวันที่ผ่านมาที่นี่คงจะงานยุ่งกันทีเดียว พนักงานก็น้อยอยู่แล้วด้วย... ผมต้องขอโทษจริงๆครับที่หยุดงานไปเพราะเรื่องส่วนตัว มันจำเป็นจริงๆ แล้วก็ต้องขอบคุณนะครับที่ให้เงินชดเชย แต่ผมคงรับมันไม่ได้ถ้าหากมันทำให้เถ้าแก่ไม่สบายใจ--

            “มัวแต่บ่นอยู่ได้อย่างกับเพลงแร็พ ถึงอั้วจะชอบแต่ไม่ว่างฟังหรอก ลูกค้าประจำมาโน่นแล้ว ลื้อไปต้อนรับสิ!”

            พะ...เพลงแร็พ นี่เถ้าแก่ฟังเป็นกับเขาด้วยหรือนี่!

            ลูกค้าประจำที่เถ้าแก่พูดถึงก็คือหลี่นั่นเอง เธอเดินเข้ามาในร้านด้วยชุดที่ชาลีคุ้นเคย กี่เพ้าแขนสั้นครึ่งตัวและกระโปรงสั้นสีดำ ผมเปียสีน้ำตาลเข้มเป็นประกายที่บ่งบอกถึงลุคแบบอาหมวยสุดเซ็กซี่ เด็กสาวเข้าไปนั่งที่ประจำตามเคย ซึ่งก็คือเคาน์เตอร์หน้าร้านนั่นเอง

            “น้ำส้มหนึ่งแก้วเธอสั่งเสียงมาดมั่น ก่อนจะหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมากดเล่นแก้เบื่อ อันที่จริงถึงเธอจะไม่ได้สั่ง ชาลีก็เดินไปหยิบแก้วมาเติมน้ำแข็งใส่น้ำส้มอยู่แล้ว เพราะลูกค้าประจำคนนี้นั้น ตั้งแต่อุดหนุนกันมาสามปี เธอก็ไม่เคยสั่งอย่างอื่นเลยจริงๆ...

            “เธอไม่บอกฉันก็รู้ชาลีแซว ไม่คิดจะสั่งแบบอื่นบ้างเรอะ

            หลี่พยักหน้ายิ้มๆ เธอไม่ได้สนใจฟังเพราะกำลังเล่นโทรศัพท์อยู่ ในจังหวะนั้นเอง เด็กหนุ่มคนหนึ่งก็เดินเข้ามานั่งข้างๆเธอ เขากล่าวทักทาย หลี่จึงหันขึ้นมามอง

            “สวัสดีครับคุณผู้หญิง คราวก่อนเล่นผมซะน่วมเลยนะ

            ใบหน้าเรียวคมดูฉลาดเฉลียว ตาคมแหลมราวพญาเหยี่ยวแฝงความเจ้าเล่ห์ ชุดกาวน์สีขาวแบบเดียวกับวิคเตอร์แสดงให้เห็นว่าทั้งสองนั้นคงทำงานอยู่แผนกเดียวกัน

            แน๊ทซ์สลบไปหนึ่งวันเต็มๆนับจากวันนั้นที่โรงนา พลาสเตอร์ที่แปะอยู่ตามหน้าผาก แก้ม และมือนั้น เป็นหลักฐานชัดเจนว่าร่างกายของเขาบอบช้ำเพียงใด

            “แน๊ทซ์! เธอนี่เอง... ช่วยไม่ได้นะ พอดีฉันมือหนักไปหน่อยก็เลยจัดเต็มน่ะหลี่พูดขึ้นอย่างเผลอตัวตามประสาคนขี้เล่น จนนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้จึงลดเสียงให้เบาลงจนคล้ายเสียงกระซิบ นายมาทำอะไรที่นี่ หัวหน้าไม่ได้สั่งนายนะ

            “ก็แค่มาเล่นสนุกเองแน๊ทซ์ตอบเสียงเจ้าเล่ห์ เขาหรี่ตาลงคล้ายนึกจับผิด มาที่นี่ทำไม ข้อมูลจากชาลีมันไม่ได้มากขนาดที่เธอจะสาวความลับในอดีตได้หรอกนะ อีกทั้งเขาก็ลืมทุกอย่างไปแล้ว เธอก็เห็นไม่ใช่หรือไง ทั้งสองคนทำตัวไม่ต่างจากมนุษย์ธรรมดาเลย

            “อย่า คิด ทำ อะ ไร แผลงๆ เชียว นะหลี่เตือนอย่างช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ แววตาดุกร้าวราวกับเสือนั้นทำเอาแน๊ทซ์สะดุ้งไปแวบหนึ่ง  ก่อนจะยิ้มกรุ้มกริ่ม เสียงหัวเราะหึๆทำให้หญิงสาวคาดเดาอารมณ์จากเขาไม่ได้เลย

            “กลัวแล้วๆ ผมไม่ยุ่งก็ได้ แน๊ทซ์ตอบพลางยิ้มอย่างมีเลศนัย แต่สงสัยจริงๆนะ หรือว่าเธอจะหลงรักพ่อหนุ่มนี่ ไม่สิ น่าจะเป็นคู่หูของเธอมากกว่า ไอ้แว่นตัวเล็กนั่นไง ฮะๆๆ

            “รู้อะไรไหม ถ้าเธอเงียบ ป่านนี้เธอคงได้เป็นหัวหน้าแผนกวิจัยแทนเขาไปแล้วหลี่บอกเสียงเรียบ คำพูดแทงใจดำนั้นทำเอาแน๊ทซ์จุกจนพูดไม่ออกทีเดียว

            “น้ำส้มได้แล้วครับ

            ชาลีเดินมาเสิร์ฟน้ำที่หน้าเคาน์เตอร์ ความรู้สึกไม่สบอารมณ์แล่นขึ้นมาในจิตใจเมื่อได้สบตากับเด็กหนุ่มหน้าตาดีวัยสิบกว่าๆที่นั่งอยู่ข้างๆหลี่ เสื้อกาวน์พร้อมตราสีฟ้าที่อกเหมือนกับของใครบางคนที่เขารู้จัก เมื่อมองดีๆแล้วจึงรู้ได้ว่าเขาก็คือคนคนนั้นที่ปรากฎตัวเมื่อคืนก่อน...

            “เฮอะ

            ชาลีคำรามขึ้นเบาๆด้วยความไม่พอใจ แน่นอนว่าแน๊ทซ์เองก็ร้องเฮอะเช่นกัน ท่าทีบูดบึ้งของทั้งสองคนทำให้บรรยากาศมาคุรุนแรงจนลูกค้าที่นั่งอยู่ในบริเวณใกล้ๆหันมามอง

            “จะรับอะไรชาลีถามห้วนๆอย่างไม่สบอารมณ์

            “เมนูที่แพงที่สุดในร้านแน๊ทซ์ตอบ ท่าทีเย่อหยิ่งเหมือนอวดรวยทำให้ชายหนุ่มยิ่งหมั่นไส้เขาหนักขึ้นไปอีก ชาลีกลอกตา ยักไหล่เหมือนเป็นคำตอบว่าได้ยินที่สั่งแล้ว และจะรีบไปทำเดี๋ยวนี้

            'ลูกค้าคือพระเจ้า' เถ้าแก่สอนเขาแบบนี้ตลอด และมันก็กลายเป็นคติประจำใจของชาลีทุกครั้งเวลาทำงานบริการ ไม่ว่าจะเกลียดลูกค้าขนาดไหน 'งาน' ก็ต้องมาก่อนอารมณ์ส่วนตัวเสมอ

หรือว่าเธอจะหลงรักพ่อหนุ่มนี่ ไม่สิ น่าจะเป็นคู่หูของเธอมากกว่า ไอ้แว่นตัวเล็กนั่นไง

            ประโยคที่แน๊ทซ์ได้คุยกับหลี่ก่อนหน้านั้นทำให้ชาลีรู้สึกอยากรู้ เธอหลงรักใครอยู่งั้นหรือ? 'ไอ้แว่นตัวเล็ก' ที่ว่านั้นใช่วิคเตอร์หรือไม่ ยังไม่นับคำว่า 'พ่อหนุ่มนี่' อีก เขาพยายามจะไม่มโนว่าคำนี้นั้นหมายถึงเขา แต่ดูจากบริบทที่แน๊ทซ์ได้พูดไว้แล้ว เขาอดคิดไม่ได้จริงๆ...

            ถึงหน้าตาจะไม่ได้หล่อเหลาเข้าขั้นแฮนด์ซัม เหล้ารัมอะไรก็ดื่มไม่เป็นเหมือนกับเธอ แต่ผมจริงใจนะครับ... ชาลีพยายามคิดเข้าข้างตัวเอง เขาเองก็พอจะมีข้อดีบ้างละน่า ถ้าไม่ลบข้อเสียว่าคารมไม่ได้เป็นต่อ รูปหล่อก็เป็นที่โหล่ นอนกรน กินมูมมาม ขี้หงุดหงิด และฐานะก็ดีกว่าขอทานนิดหนึ่งน่ะนะ...

            ว่าแต่... นี่มันก็เหมือนกับไม่มีอะไรดีเลยนี่นา!

            ชาลีกุมขมับ เขาคงไม่ดีพอสำหรับเธอ คิดแล้วน้ำตาก็แทบไหล ผู้หญิงสวยปานนั้นแถมฐานะดีเพอเฟกต์ ทั้งยังเป็นนางฟ้าในยามยากมาช่วยเหลือเวลาเดือดร้อน ดีพร้อมแบบนี้คงตกมาไม่ถึงมือเขาแน่

            ชาลีโรยออริกาโนลงบนพิซซ่า น้ำตารื้นขอบตาด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ ทำไมเขาถึงมีชะตาอาภัพเช่นนี้หนอ ชายหนุ่มสะบัดหัวพยายามไล่ความคิดงี่เง่าเหล่านั้นออก ก่อนจะหยิบถาดพิซซ่ามาเสิร์ฟที่หน้าเคาน์เตอร์

            “แน๊ทซ์ นายคงไม่ได้คิดจะทำให้ตัวตนนั้นของเขาตื่นขึ้นมาหรอกใช่ไหม...หลี่พูดขึ้น น้ำเสียงเคร่งเครียดจริงจัง

            “โธ่ หลี่ เธอนี่จู้จี้ชะมัดแน๊ทซ์ตอบอย่างรำคาญ น้ำส้มแก้วนี้ฉันเลี้ยงเอง เธอไปได้แล้ว

            “นี่ฉันซีเรียสนะ!”

            “จู่ๆก็ไล่ผู้หญิงไปอย่างนี้น่ะเรอะเสียงชาลีดังขึ้น เขาวางถาดพิซซ่าบนโต๊ะดังปึง กลิ่นหอมกรุ่นเย้ายวนลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ แต่บรรยากาศที่มาคุทำให้ความน่ากินของมันลดลงไปมาก นายนี่ไม่สมเป็นลูกผู้ชายเลยนะ

            คำพูดชวนทะเลาะของชาลีทำให้แน๊ทซ์แสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ หลี่เริ่มรู้สึกไม่ดี เธอขมวดคิ้วกลอกตา

            “นายก็เหมือนกัน ทิ้งเด็กผู้หญิงไป ไม่สมเป็นลูกผู้ชายจริงๆแน๊ทซ์พูดขึ้น ขอบอกเลยว่าแย่จริงๆ น่าสงสารเธอคนนั้นมาก

            ชาลีงงกับสิ่งที่แน๊ทซ์พูด ตั้งแต่คราวก่อนก็พูดจาอะไรเข้าใจยาก อุตส่าห์ว่าจะไม่เอาความ แต่ครั้งนี้เริ่มหมดความอดทนจริงๆ เขากำหมัดทำท่าจะเอาเรื่อง แต่แล้วหลี่ก็ขัดขึ้นเสียก่อน

            “ขอโทษทีนะชาลี แต่ฉันต้องไปแล้วหลี่พูดขึ้นพลางรีบดึงแขนแน๊ทซ์ออกมาจากร้าน ทิ้งไว้เพียงแต่ชาลีที่ใบหน้าเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม เจ้านี่ก็แค่พูดเรื่อยเปื่อย อย่าไปสนใจเลยนะ!”

            ฉันทิ้งผู้หญิง?

            ชาลียืนคิดคะนึงอย่างสงสัย ก่อนจะฉุกคิดอะไรบางอย่างที่สำคัญกว่าขึ้นมาได้ กองพิซซ่าที่ยังไม่ได้ทาน และแก้วน้ำส้มที่วางทิ้งไว้บนเคาน์เตอร์ เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า...

            เจ้าสองคนนั้นยังไม่ได้จ่ายตังค์นี่!

ในขณะเดียวกัน

            “นายทำบ้าอะไรเนี่ย ถ้าเกิดเขาจำเรื่องพวกนั้นได้ขึ้นมาละก็...!

            หลังจากที่หลี่ลากแขนแน๊ทซ์ไกลออกมาจากร้านพอสมควร เธอก็ตำหนิเขายกใหญ่ แน๊ทซ์ยืนกอดอกฟังอย่างเบื่อหน่าย ก่อนจะค้านขึ้นมาด้วยท่าทีเย็นชา

            “ก็ดีอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง สร้างความสับสน กำจัดจุดอ่อน ชาร์ลอตจะได้อ่อนแอลงไง

            “นี่นาย...

            “เธอบอกฉันเองนะ ว่าชาร์ลอตเป็นคู่แข่งที่น่ากลัว เธอเคยเชื่อมต่อกับเครื่องจำศีล และยังใช้อาวุธได้เก่ง เธอไม่ใช่พลเรือนกระจอกๆ แน๊ทซ์อธิบาย อีกอย่าง ฉันทำงานอยู่ฝั่งเธอ ฝีมือก็ไม่ได้เป็นรองวิคเตอร์เลย เพียงแต่ตำแหน่งมันอาจจะน้อยกว่าแค่ขั้นสองขั้น แล้วทำไมเธอถึงลังเลล่ะ

            หลี่ยืนนิ่งอึ้งไปชั่วครู่ เธอไม่รู้จะพูดว่าอย่างไร ในใจได้แต่คิดกับตัวเอง...

            ชาร์ลอตเป็นเหมือนน้องสาวของฉัน พวกเราเติบโตมาด้วยกัน

            ชาลีเองก็เป็นเหมือนเพื่อน ฉันชอบคุยกับเขานะ...

            อเล็นเล่ก็มีสถานะไม่ต่างกับผู้บริสุทธิ์ที่แปดเปื้อนบาปในอดีต

            ส่วนวิคเตอร์ก็เป็นคนที่น่ารักเกินกว่าจะหักหลังได้ลง ถึงเจ้าเด็กนั่นจะแค้นเคืองกับสิ่งที่คาร์ลวินทำกับเขาและรอวันแก้แค้นก็ตาม

            ฉันน่ะ... ทำร้ายพวกเขาไม่ลงจริงๆ!

            หลี่ก้มหน้าต่ำ เธอเม้มปากแน่น หญิงสาวยืนเงียบไม่ตอบคำถาม เด็กหนุ่มเห็นเช่นนั้นจึงถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้ม ก่อนจะเข้าไปตบไหล่พลางให้คำแนะนำ

            “ฉันเข้าใจเธอนะ แต่ฉันจะบอกอะไรให้อย่างหนึ่ง

            หลี่เงยหน้าขึ้นมองเขา แน๊ทซ์ตบไหล่เบาๆอีกครั้งเพื่อให้กำลังใจ เขาเองก็เคยเป็นเพื่อนของวิคเตอร์มาก่อน แม้ปัจจุบันจะกลายเป็นคู่แข่งกันในทุกๆด้านไปแล้วก็ตาม เด็กหนุ่มจึงเข้าใจความรู้สึกของเธอดี

            “ต่อให้เธอใจบุญปล่อยเสือเข้าป่า เสือตัวนั้นก็จะมาแว้งกัดเธออยู่ดี เลือกเอาเองก็แล้วกัน

            หลี่พยักหน้า แน๊ทซ์เดินไปโบกแท๊กซี่ที่ริมทางเท้า ก่อนจะเปิดประตูรถเข้าไปด้านใน เขาก็หันมาถามเธอเป็นเชิงเชื้อเชิญ

            จะกลับด้วยกันไหม

            หลี่ส่ายหน้า เธอบอกกับเขา ไม่ล่ะ ฉันอยากเดินเล่นสักหน่อย

            แน๊ทซ์ยิ้มมุมปาก แววตาแฝงเลศนัย เขาปิดประตูก่อนที่รถแท็กซี่จะพุ่งตัวออกไป ทิ้งไว้แต่เพียงหลี่ที่กำลังยืนมองท้องฟ้าอยู่เพียงผู้เดียว เธอหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเสียบหูฟังเข้ากับหู เปิดเพลง มูนไลท์โซนาตา ก่อนจะเดินเรื่อยเปื่อยตามทางเท้า

            เพื่อหาคำตอบของบางสิ่งในใจเธอ...

**********

            หลังจากเหตุการณ์วันนั้น ชาร์ลอตก็กลับมาหาวิคเตอร์ เธอสัญญาว่าจะร่วมมือกับเขา ในฐานะที่เป็นเพื่อนร่วมงาน และความต้องการปกป้องไฮดี้ผู้เป็นพี่ชายของตนเอง

 

            วันนี้อากาศดีจังนะ

            ชาร์ลอตพูดขึ้นระหว่างกำลังอ่านหนังสือพิมพ์อยู่บนโซฟา โน๊ตบุ๊คที่วางอยู่ข้างๆถูกเปิดทิ้งไว้ ลมบางๆที่พัดเข้ามาในหน้าต่างทำให้อากาศไม่อบอ้าว นกที่เกาะอยู่ริมหน้าต่างร้องเพลงเสียงเจื้อยแจ้ว แม้จะเป็นอพาร์ทเมนต์ชั้นบนสุด แต่เพราะมีเพียงแค่สี่ชั้น ทำให้ถูกคอนโดตึกสูงต่างๆบดบังเป็นเงามืด ที่นี่จึงไม่ค่อยมีแดด และอานิสงค์ก็ตกเป็นของเหล่านกอารมณ์ศิลปินที่มักจะมาขับขานดนตรีแถวนี้อยู่เป็นประจำ

            วิคเตอร์ไม่ได้พูดอะไร เขาไม่เข้าใจว่าชาร์ลอตจะพูดแบบนั้นไปทำไม อากาศก็ดีอยู่แล้ว จะบอกทำไมกันเล่า ช่างเป็นบทสนทนาที่ไร้ความหมายเสียจริง

            เขาไม่ได้เกลียดชาร์ลอตแต่อย่างใด กลับมองว่าเป็นผู้หญิงที่ฉลาดและเก่งด้วยซ้ำ เด็กหนุ่มแค่ไม่เข้าใจเท่านั้น ว่าทำไมคนเราจึงมักจะพูดประโยคไร้สาระอยู่เรื่อย ทั้งที่ไม่มีความหมายกับผู้ฟังเลยสักนิดเดียว

            วิคเตอร์ไม่เห็นประโยชน์ใดๆกับการพูดคุยเล็กๆน้อยๆจิปาถะในชีวิตประจำวันเลยสักนิดเดียว ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่เคยกล่าวทักทายหรือถามสารทุกข์สุขดิบจากใครเลย การทักทายสำหรับเขาแล้วเหมือนกับการประกาศว่าเราได้เห็นเขาแล้ว และต้องการให้รู้ว่าเรามองเขาอยู่ ส่วนการถามว่าสบายดีไหม ถ้าเขาไม่ได้สบายดีก็คงจะไม่ได้มายืนคุยกับผู้ที่ถามแน่ๆ เขาคงอยู่ในโรงพยาบาล หรือนอนซมอยู่ที่บ้านไปแล้ว

            เจาะระบบข้อมูลสำเร็จหรือเปล่าวิคเตอร์ถามเธอ ระหว่างที่กำลังนั่งทำงานอยู่กับโน๊ตบุ๊คอีกเครื่องบนโต๊ะ เด็กหนุ่มรัวนิ้วกดลงบนแป้นพิมพ์กรอกโค้ดต่างๆลงไปอย่างเชี่ยวชาญ บนหน้าจอแสดงตัวเลข 75% พื้นหลังเป็นตัวเลข 0 และ 1 วิ่งสลับไปมายั้วเยี้ย

            เสียงดังปี๊ปดังขึ้นจากโน๊ตบุ๊คของชาร์ลอตที่วางไว้ข้างๆโซฟา เธอวางหนังสือพิมพ์ลงที่ข้างๆโต๊ะ แล้วเปิดดู ก่อนจะเผยยิ้มออกมา เมื่อบนหน้าจอปรากฎข้อความ 'Hack Succeeded'

            เรียบร้อยชาร์ลอตดึงแฮนดีไดรฟ์ออก เธอโยนให้วิคเตอร์ที่นั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะ อันนี้ข้อมูลหนูทดลองที่อยู่ในกลุ่ม A ส่วนของพวกกลุ่ม B เดี๋ยวทำให้ รอหน่อยนะ

            ขอบใจมากนะ

            ใช่แล้ว ทั้งสองกำลังเจาะระบบข้อมูลขององค์กรอยู่นั่นเอง ยิ่งได้ข้อมูลมากก็ได้เปรียบมาก การแก้แค้นของเขาก็จะประสบผลสำเร็จได้ง่ายขึ้น นี่เป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น...

            แต่ทว่า...

            สวัสดียามเย็น

            เสียงแหลมเจ้าเล่ห์ของหญิงสาวดังขึ้นจากด้านหลัง เมื่อหันไปมองจึงพบว่าเป็นสาวผิวสีสวมชุดเดรสสีแดง ท่าทีเริดเชิดราวสาวมั่นนั้น ไม่ผิดแน่นอน...

            ไอริน!”

            วิคเตอร์และชาร์ลอตร้องขึ้นพร้อมกัน ประตูที่เปิดทิ้งไว้แสดงให้เห็นว่าผู้หญิงคนนี้แอบเข้ามาโดยใช้กุญแจผี เด็กสาวรีบคว้าปืนที่ซุกซ่อนอยู่ในเสื้อโค๊ตออกมาจ่อไปที่ฝ่ายตรงข้ามทันที ไอรินเห็นแบบนั้นจึงหัวเราะร้ายอย่างบ้าคลั่งก่อนจะพูดขึ้น

            ฮ่าๆ แน่ใจเหรอว่าจะทำแบบนี้ เธอก็รู้นี่ว่าถ้าเสียงปืนดังขึ้นเมื่อไหร่ เรื่องวุ่นๆบานปลายแน่นอน!”

            “อยากให้เจรจาอะไรล่ะวิคเตอร์ถามเสียงเรียบ เขากอดอกล้วงมือเข้าไปในเสื้อกาวน์อย่างเตรียมพร้อม ปืนเก็บเสียงที่ซุกซ่อนอยู่ภายในพร้อมใช้งานได้ทุกเมื่อ

            “เอาแฮนดีไดรฟ์นั่นคืนมา แล้วหายไปจากโลกนี้ซะไอรินตอบ เธอยิ้มกรุ้มกริ่ม แล้วก็ฆ่าชาร์ลอตให้ทีสิ

            “เกรงว่าจะให้ตามที่ขอไม่ได้

            สิ้นเสียง วิคเตอร์ก็รีบดึงตัวชาร์ลอตหลบคมมีดที่ไอรินขว้างมา เป็นจังหวะพอดีกับที่เขาคว้าปืนออกมายิงฝ่ายตรงข้าม แต่ไอรินหลบได้ก่อน

            ชิ หัวไวจริงๆ

            ไอรินสบถ เธอวิ่งไปหลบหลังโซฟา คว้าปืนที่เหน็บไว้ที่ขาขึ้นมาหาจังหวะเล็งไปที่ฝ่ายตรงข้าม ชาร์ลอตต่อท่อเก็บเสียงเข้ากับปืน ยิงกดไอรินไม่ให้เธอขยับ ในจังหวะเดียวกับที่วิคเตอร์รีบปิดโน๊ตบุ๊ค เก็บเครื่องใส่กระเป๋าอย่างว่องไว

            เพล้ง!

            แน๊ทซ์พุ่งตัวเข้ามาจากระเบียงหน้าต่างพร้อมกับขว้างขวดกรดไปที่พื้น กลิ่นแสบจมูกลอยขึ้นโชยไปทั่วห้อง ชาร์ลอตที่กระสุนหมดพอดีไม่สามารถยิงเขาได้ เธอรีบผลักโต๊ะลงเป็นที่กำบังและรีโหลดกระสุนใหม่ วิคเตอร์คว้าปืนขึ้นมายิงใส่โซฟากดดันไม่ให้ไอรินหลบหนีไปที่ไหนได้ ก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปหลบที่หลังโต๊ะข้างๆไอริน

            ชาร์ลอต ฟังฉันนะ วิคเตอร์พูดเบาๆราวเสียงกระซิบ ฉันจะแฮคข้อมูลต่อ ถึงสถานการณ์จะไม่เหมาะ แต่ฉันจะไปที่ห้องไฟ ส่วนเธอ... ถ่วงเวลาที

            “ได้!”

            ไอรินหัวเราะหึ ทั้งสองฝ่ายต่างหลบนิ่งอยู่ในที่กำบังเพื่อคุมเชิง ต่างฝ่ายต่างรอจังหวะเปิดตัว กลิ่นแสบจมูกจากกรดเป็นตัวบีบเวลาให้ทั้งสองต้องรีบทำอะไรสักอย่าง วิคเตอร์มองไปที่นาฬิกาข้อมือแล้วเผยยิ้มออกมา

            ดี.ซี. กำลังจะมาในอีกสิบนาที...

            ก๊อก ก๊อก

            เสียงเคาะประตูดังขึ้นจากข้างนอก

            มีแขกมาสินะวิคเตอร์ แบบนี้ก็สนุกสิไอรินกล่าวพลางหัวเราะ ท่ามกลางความเงียบงันภายในห้อง มีบุคคลคนหนึ่งรออยู่หลังประตูบานนั้น หากใครเปิดตัวในตอนนี้ ต้องมีผู้ถูกลูกหลงแน่นอน

            เฮ้ย! ถ้านายไม่ตอบ ฉันจะพังเข้าไปแล้วนะเสียงนั้นดังขึ้นจากด้านนอก เป็นเสียงของชาลี สิ้นเสียงประตูก็ถูกเปิดออกตามคำว่า ไอรินยิ้มอย่างมีชัย เป้าหมายนี้เสร็จเธอแน่นอน เธอรีบเล็งปืนไปที่หน้าประตู นิ้วค่อยๆเลื่อนไกปืนอย่างใจเย็น

            หลบเร็ว!”

            วิคเตอร์ตัดสินใจในเสี้ยววินาทีรีบออกจากที่กำบังวิ่งไปผลักชาลีให้ล้มตัวลงกับพื้น ก่อนที่ทุกคนจะได้คิดอะไรต่อ เสียงปืนก็ดังขึ้นในบัดดล

            ปัง!

            ใครกันที่จะเป็นผู้ถูกยิง... ชาลี วิคเตอร์ หรือชาร์ลอต!?          


   

224 ความคิดเห็น

  1. #218 ขี้เกียจล็อกอินอีกแล้ว (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2558 / 22:17
    วิคเตอร์นิ่งได้ทุกที่เจรงๆ แล้วดี.ซี. คือครายยยย
    #218
    0
  2. #176 ♠ e l f . (@sanael) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2558 / 19:12
    ไผคือดี.ซี และชาลีหล่อนโผล่มาทำไมเวลานี้ยะ = w =;;
    ถ้าเราเป็นวิคเตอร์นะกระโดดถีบหมอนี่คนแรก rofl

    #176
    0
  3. #103 cannelt (@cannelt) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 เมษายน 2558 / 12:18
    อ่านแล้วทำให้นึกได้ถึงสมการ แน๊ทซ์ x หลี่ x ชาลี แต่ผมเชียร์เตอร์นะ #ตลอด (ฮาาา)



    รู้สึกว่าชาลีน่ารักขึ้นอีกแล้ว ชอบความเป็นคนธรรมดาของเขามากจริงๆ สดใส ร่าเริง



    เข้ามาบอกว่าสู้ๆนะครับ ถถถ
    #103
    1
    • #103-1 Besty (@bestyworld) (จากตอนที่ 10)
      16 เมษายน 2558 / 15:13
      ชาลีเขาเป็นคนธรรมดาค่ะ แต่จริงใจและปากไว คิดอะไรก็พูดแบบนั้น ถถถ

      ขอบคุณค่ะ ท่านวายุก็สู้ๆนะ!
      #103-1
  4. #65 Besty (@bestyworld) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2557 / 21:17
    รีบปั่นไปหน่อยเลยเบลอค่ะ 555 ขอบคุณมากๆค่ะพี่ปัฐที่ช่วยติติง ^ ^
    ฝีมือยังต้องพัฒนาอีกยาวไกลค่ะกว่าจะถึงฝั่งฝัน อิอิ แต่ขอบคุณมากค่ะที่ชม >///< เขินนะคะเนี่ย
    ขอบคุณที่แวะมาอ่านนะคะ ^ ^
    #65
    0
  5. #64 dinn (@idin12345) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2557 / 20:51
    "ไม่เป็นไร หนูมี" ชาร์ล็อตพูดและรี
    "ไม่" ชาร์ล็อตปฏิเสธทันควัน เธอคว้าขึ้นจ่อที่หน้าไอริน  ...คว้าอะไรขึ้นมาเอ่ย ^ ^!!

    555 ปริศนานี้เองสินะ เที่ยงตรง อืม... ลึกซึ้งครับ 555 ^ ^"
    สนุกและเขียนได้ดีจนไม่น่าเชื่อเลยครับว่าเป็นเด็กสาวอายุเท่านี้เขียน สุดยอดเลยครับ ^ ^b
    #64
    0
  6. #44 แมลงปีกขาว (@playangpangya) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 เมษายน 2557 / 14:40
    ยังมีผู้หญิงอีกสามคน  ช่วยแนะนำด้วยนะครับว่าคนไหนเป็นใคร  เพราะว่าผมไล่อ่าน
    แบบคร่าวๆอ่ะครับ  เลยทำให้ไม่แน่ใจอีกว่าตอนที่10 นี่จบแล้วหรือว่ายังมีต่ออีก อีก
    ซักพักผมจะมีเวลาว่างน่ะครับแล้วผมจะมาอ่านแบบละเอียดอีกทีนะครับอิอิ
    (>_<)
    #44
    0