Time Rebellion ปฏิวัติข้ามเวลา ล่าเปลี่ยนโลก

ตอนที่ 9 : Chapter 5: B.A.D. Squad ภาคีแห่งผู้กล้า (II)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 170
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    7 ก.ค. 60

Chapter 5: B.A.D. Squad

ภาคีแห่งผู้กล้า

(II)


เอสลีย์ยิ้มอย่างภาคภูมิใจเหมือนรอคำถามนั้นมานานแล้ว เธอชูนิ้วไปที่ป้ายที่แขวนไว้หน้าประตูเลื่อนเหล็ก ตัวอักษรภาษาอังกฤษเขียนเอาไว้ชัดเจนแจ่มแจ้ง

B.A.D. Squad

‘Brave and Dauntless’

แบดสควอด... ?” วิคเตอร์พึมพำ คำขวัญของหน่วยเขียนบอกไว้ว่า กล้าหาญและไร้ซึ่งความเกรงกลัว หน่วยนี้มันเกี่ยวกับอะไรกัน

ไอคารอสหวังจะได้รับคำตอบที่ฟังดูยิ่งใหญ่อลังการสมกับสโลแกนที่เขียนเอาไว้ ทว่า...

จิปาถะค่ะ มีตั้งแต่ทำความสะอาด ช่วยงานทำอาหารในโรงครัว ช่วยจัดสรรทรัพยากร แต่หน้าที่หลักคือการฝึกและส่งคนที่เก่งๆ ในหน่วยไปรบแนวหน้าเอสลีย์ตอบอย่างกระตือรือร้น ดวงตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น กลุ่มเราทำได้ทุกอย่างค่ะ ด้วยความเสียสละแบบนี้ เลยจะเรียกว่าเป็นภาคีแห่งผู้กล้าก็ได้!”

นี่มันไม่ค่อยต่างกับกลุ่มตัวแถมเลยแฮะ...

ไอคารอสคิดในใจ แต่แน่นอนว่าไม่ได้พูดออกไป เขาเกาหัวแกรก เริ่มเห็นแววรุ่งของหน่วยตั้งแต่ชื่อ ยิ่งนึกถึงหน้าที่หลักๆ ของหน่วยที่ต้องทำแล้ว เขาถึงกับบ่นออกมาอย่างลืมตัว

นี่ฉันต้องอยู่หน่วยนี้จริงๆ เหรอเนี่ย

หรือว่าจะถูกกำจัดดีคะ?” เธอตอบน้ำเสียงราบเรียบพร้อมรอยยิ้มที่มองแล้วขาดซึ่งมิตรไมตรี

 วิคเตอร์จิกตามองไอคารอส แผ่รังสีมืดมนอย่างรุนแรงจนเขาสะดุ้ง ราวกับกำลังบอกให้เจ้าตัวรับผิดชอบคำพูดตัวเองเดี๋ยวนี้

ไอคารอสรีบเปลี่ยนคำพูดในทันที เมื่อกี้ล้อเล่น!”

คำพูดของเขาทำให้เด็กหญิงถึงกับรีบเปลี่ยนท่าที น้ำเสียงกลับสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด งั้น... จะเข้าหน่วยเราจริงๆใช่ไหมคะ?” เธอรีบทำเสียงออดอ้อน ตาเป็นประกาย แล้วหันสลับมาที่วิคเตอร์ พี่วิคเตอร์คะ มาเข้าร่วมกลุ่มกับหนูนะ!”

ทำไมอยู่ดีๆ ถึงรู้สึกอยากถีบยายเด็กผีนี่จังเลยนะ...

เอ้อ... ที่นี่มีหน่วยอะไรบ้างล่ะวิคเตอร์ถามเธอ แม้จะรู้ดีว่ายังไงก็คงไม่มีทางเลือก แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังคงอยากรู้อยู่ดี

ก็ เยอะแยะค่ะ หน่วยโรงครัว หน่วยการทูต หน่วยตระเวนชายแดน หน่วยสื่อสาร หน่วยวิจัย หน่วยบริการ หน่วยคลังแสง หน่วยศาสตราวุธ จริงๆ แล้วมีเยอะกว่านี้อีก แต่หน่วยที่มีอำนาจมากที่สุดก็คือหน่วยบัญชาการค่ะเธอตอบ ก่อนจะยืนกอดอก ยืดตัวสูงๆ แล้วพูดต่อเสียงเข้ม

แต่... พวกพี่เป็นมิวท์ เลือกหน่วยตามใจชอบไม่ได้หรอกนะคะ ถ้าไม่เอาหน่วยนี้ก็มีแต่ตายกับตาย พันตรีแวรร์ริคไม่มีนโยบายเลี้ยงดูมิวท์อย่างอิสระเสรีค่ะ

นโยบาย? นี่พันตรีแวร์ริคมีอำนาจขนาดนั้นเลยเรอะไอคารอสพูดขึ้นอย่างขุ่นเคือง คิ้วชนกันจนเห็นรอยย่นระหว่างหน้าผาก เขากำมือแน่น ใจยังโมโหและไม่หายแค้นกับที่แวร์ริคทำเอาไว้

โรคจิต... โหดเหี้ยมที่สุด ความสุขของแวร์ริคคือการได้เห็นเหยื่อกรีดร้องทุรนทุราย แค่คิดเขาก็ขนลุกซู่แล้ว

พันตรีแวร์ริคอยู่สังกัดหน่วยบัญชาการค่ะ เป็นหนึ่งในคณะกรรมการของหน่วย

เอสลีย์ตอบเสียงเรียบ เธอพอจะได้ยินมาบ้างว่าเกิดอะไรขึ้นกับทั้งสอง ในฐานะที่เป็นเพียงผู้น้อย เธอไม่อยากด่วนตัดสินอะไรทั้งที่ยังไม่เห็นความจริงกับตา อีกทั้งคนยศใหญ่มาลงมือสอบสวนเองเช่นนั้น ย่อมต้องมีบางสิ่งที่พิเศษกว่าปกติแน่นอน

ทั้งสองพยักหน้า เอสลีย์เห็นเช่นนั้นก็ยิ้มมุมปาก นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนหรี่ลงคล้ายสุนัขจิ้งจอก ทำให้ดูมีเลศนัยและเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันใด

สรุปก็คือ...เธอสะบัดผมเซอร์ๆ ไปข้างหลัง มือคว้ากดปุ่มสีแดงที่ริมกำแพง ตัดสินใจแล้วใช่ไหมคะ งั้นเราไปกันเถอะค่ะ

เดี๋ยว--

ไม่ทันที่ไอคารอสจะได้พูดอะไรต่อ จู่ๆพื้นก็สั่นสะเทือนราวแผ่นดินไหว ทำเอาวิคเตอร์กับไอคารอสแทบยืนไม่อยู่ พื้นเลื่อนลงไปด้านล่างอย่างรวดเร็วราวกับลิฟต์ที่ถูกตัดเชือก ร่างวิคเตอร์เซล้มกับพื้น จังหวะนั้นไอคารอสที่กำลังเอนหลังพิงกำแพงรีบคว้าแขนเขาเอาไว้ ทำให้ทั้งคู่ยังพอประคองตัวได้

เอสลีย์ดูจะชินชากับพื้นที่สั่นไหวเช่นนี้ เธอยืนพิงกำแพงนิ่งๆ เหมือนเป็นพื้นราบเรียบธรรมดา จนกระทั่งพื้นด้านล่างกระทบกับอะไรบางอย่าง ทำให้ทุกอย่างหยุดกึก แรงส่งที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทำเอาทั้งสองหนุ่มล้มหน้าคว่ำเพราะไม่ทันระวัง เอสลีย์เห็นก็หัวเราะซ้ำเติมเหมือนชอบใจ

อูย...ไอคารอสร้องเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืน มือคลำก้นป้อยๆ ด้วยความเจ็บ เขาจิกตามองเอสลีย์เพราะเธอไม่ยอมหยุดหัวเราะเสียที ขำอะไรยายเด็กผี!”

ก็ไม่เคยเห็นใครล้มได้เซ่อขนาดนี้มาก่อนนี่คะ ฮ่าฮ่าฮ่าเธอไม่สนคำว่า เด็กผีของฝ่ายตรงข้ามเลยสักนิด แต่กลับหัวเราะจนตัวงอ เสียงแหลมสดใสเหมือนกำลังเยาะเย้ยฝ่ายตรงข้ามเต็มที่

อย่าให้เห็นเธอพลาดบ้างแล้วกัน ยายเด็กผีเอ๊ย!” ไอคารอสโวยวาย นี่ถ้าฝ่ายตรงข้ามอายุเท่ากันเขาคงถีบไปแล้ว

วิคเตอร์ลุกขึ้นตาม หันมองทั้งสองคนแบบเงียบๆ เห็นทั้งสองคนกัดกันแล้วก็นึกถึงเมื่อก่อน สมัยยังเด็ก เขาเองก็มีเพื่อนคนหนึ่งที่ชอบชวนเขาทะเลาะแบบนี้อยู่เสมอเหมือนกัน เห็นบรรยากาศแบบนี้แล้วก็ชวนให้คิดถึงวันวาน วันที่เขายังมีเพื่อนคอยอยู่ข้างๆ

ชาลี แม็คคิด...

เขาแหงนหน้าขึ้นมองไปรอบๆ แล้วก็ต้องประหลาดใจ เมื่อพบว่า ณ ที่แห่งนี้ไม่ใช่ห้องพยาบาลอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือห้องโถงกว้างใหญ่ กำแพงสีเทาเริ่มขึ้นราดำเพราะไม่ได้ทาสีใหม่มานาน โคมไฟติดดับสลับถี่ทำให้ห้องดูมืดสลัว โต๊ะสนุกเกอร์ตั้งอยู่กลางห้องโดยไม่มีผู้เล่น โฮโลแกรมกำลังฉายหนังรักหวานซึ้งอยู่ที่มุมซ้ายสุดของห้อง

สมาชิกบางคนก็นั่งเอกเขนกบนโซฟาตรงข้ามเพื่อดูหนังอย่างสบายใจ อีกกลุ่มหนึ่งนั่งตั้งวงไพ่เล่นกันเสียงจ้อกแจ้ก ส่วนหญิงสาววัยกลางคนกำลังนั่งหน้าเครียดอยู่ที่โต๊ะ แสงโฮโลแกรมตรงหน้าเป็นตัวอักษรเรียงกันเป็นบรรทัดยาวพรืด เธอคงกำลังอ่านอะไรบางอย่างอยู่ ท่านั่งนั้นดูสง่าสุขุม วิคเตอร์เดาว่าเธออาจเป็นหัวหน้า

ดูๆ ไป ห้องนี้น่าจะเป็นห้องศูนย์รวมของหน่วย

และทุกคนก็ดูจะไม่ได้สนใจกับผู้มาเยือนสักเท่าไหร่ ไม่ พูดเช่นนั้นก็ไม่ถูกเสียทีเดียว น่าจะเป็นเพราะพวกเขากำลังขะมักเขม้นจดจ่ออยู่กับงานอดิเรกของตนเองมากกว่า

ป้าย ‘B.A.D. Squad’ แปะเอาไว้เด่นหราบนฝ้าเพดาน ตามด้วยสโลแกนที่น่าจะเป็นที่มาของชื่อหน่วย; ‘Brave and Dauntless’ มันเก่าและขาดยุ่ยเหมือนถูกแขวนอยู่บนนั้นมานานราวชาติเศษ เมื่อรวมกับสภาพบรรยากาศทึมๆ ของห้องแล้ว มันช่าง...

พอดีหน่วยเราไม่ค่อยได้งบมาปรับปรุงสถานที่สักเท่าไหร่ มันก็เลยดูโทรมๆแบบนี้แหละค่ะ ฮะฮะฮะเอสลีย์พูดพลางหัวเราะร่วนเหมือนกับนี่เป็นเรื่องตลก... ใช่ มันตลกร้าย

และเอสลีย์เองก็ไม่ได้อยากจะคิดตรงจุดนั้นมากเท่าใดนัก เพราะนึกทีไรก็ปวดใจจนต้องขำเพื่อกลบเกลื่อนแทน ในขณะที่ทั้งสองได้แต่พยักหน้า เพราะไม่รู้จะหัวเราะตามดีหรือไม่

ระหว่างที่สองหนุ่มเดินตามหลัง สายตาก็กวาดมองสิ่งรอบข้างด้วยความอยากรู้อยากเห็น พวกมนุษย์สวมชุดเครื่องแบบคล้ายเอสลีย์ จะแตกต่างก็ยศที่ติดประดับบ่า รวมไปถึงผู้ชายจะมีชายเสื้อยาวเพียงเอว ในขณะที่ผู้หญิงนั้น ชายเสื้อจะยาวถึงต้นขาหรือสั้นกว่านั้นเล็กน้อย

เดี๋ยวจะพาไปหาคุณป้า ช่วยทำตัวเรียบร้อยหน่อยนะคะ

ไอคารอสได้ยินคำว่าคุณป้าเป็นครั้งที่สามของวันแล้ว เขาจึงถามขึ้นด้วยความสงสัย ทำไมต้องเป็นคุณป้า--

พูดไม่ทันจบเอสลีย์ก็รีบยกศอกกระทุ้งฝ่ายตรงข้ามเบาๆ ขึ้นก่อน

ชู่ว... เดี๋ยวเธอได้ยิน!”

เอสลีย์เดินดิ่งตรงไปที่หน้าโต๊ะของหญิงสาววัยกลางคน เด็กหญิงยกมือขึ้น วันทยหัตถ์ให้กับบุคคลตรงหน้าด้วยความเคารพ เธอคนนั้นพยักหน้าให้ มือปัดไล่แสงโฮโลแกรมตรงหน้า แล้วลุกขึ้นยืนพลางกล่าวสั่งเสียงเข้ม มือลง

ค่ะ!” เอสลีย์รับคำ ก่อนจะทิ้งมือลงแนบลำตัวด้วยท่าทางเข้มแข็งทะมัดทะแมง

แววตาของหญิงสาวดูเรียวคมดุจเหยี่ยว เส้นผมสีดำขลับถูกมัดรวบเอาไว้ข้างหลัง ชุดผู้บัญชาการดูสง่างามสมกับตัวเธอ หุ่นเพรียวระหง สะโอดสะองแต่ไม่บอบบาง กล้ามเนื้อดูสมส่วนเข้ากับรูปร่างของผู้หญิง แสดงให้เห็นว่าเธอต้องฝึกและออกกำลังกายเป็นประจำ

เมื่อมองเทียบกันแล้ว เอสลีย์สูงเพียงระดับอกเธอเท่านั้น... ส่วนวิคเตอร์สูงระดับไหล่ ยังดีที่อย่างน้อยไอคารอสก็สูงพอๆ กับเธอ ถึงหุ่นจะดูไม่แข็งแรงเท่าก็ตามที...

พลทหารเอสลีย์ เฟรย์เธอกล่าวขานชื่อ แววตานั้นดูดุดัน รายงานมาซิ ว่าสองคนนี้เป็นอย่างไร

ค่ะ พันโทกรีเซลด้า แซนเดอร์เด็กหญิงรับคำ ทั้งสองคนรักษาตัวจนดีขึ้นแล้ว

เธอผายมือไปทางไอคารอส คนแรกชื่อว่า ไอคารอส ทิมเบอร์ เขาเป็นมิวท์ที่หน่วยตำรวจจับมาได้ มียีนกลายพันธุ์ทำให้ร่างกายฟื้นฟูได้เอง และอวัยวะสามารถงอกใหม่ได้

กรีเซลด้าหันไปจ้องตาไอคารอส งอกใหม่งั้นเหรอ?”

ไอคารอสรู้ดีว่าเธอกำลังถามเขา จึงตอบออกไปเสียงเรียบ แม้ในใจจะยังนึกขุ่นเคืองไม่หาย ตอนถูกจับ ผมถูกระเบิดทำให้ขาขาดทั้งสองข้าง แต่ก็งอกขึ้นมาใหม่ได้ จนกระทั่งตอนหลังแวร์ริคทรมานด้วยการตัดนิ้วเท้าออกทีละข้าง เลยช็อกจนหมดสติไป เขาเว้นวรรคเพื่อหายใจ และปรับใจให้สงบจากเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น พอตื่นขึ้นมาอีกที นิ้วก็งอกครบหมดทุกนิ้ว... ผมบอกหมดแล้ว คราวนี้มีอะไรอยากถามอีกไหม

เอสลีย์แกว่งแขนตบขาเขาเบาๆ ก่อนจะเตือนเสียงกระซิบ จุ๊ๆ... เคารพผู้พันหน่อยสิคะ

กรีเซลด้าแค่ยิ้มๆ... ยิ้มแฝงเลศนัย ก่อนที่เธอจะหันไปทางเอสลีย์ แล้วอีกคนล่ะ?”

เอสลีย์ตอบเสียงเข้ม วิคเตอร์ คิงส์ค่ะ ไม่แน่ใจว่าเป็นมิวท์หรือเปล่า ยีนปกติ แต่ที่น่าสนใจ คือเป็นครึ่งคนครึ่งหุ่นยนต์ค่ะ

หญิงสาวเท้าคางโต๊ะ เธอกุมมือแน่น ก่อนจะพึมพำออกมาเบาๆ อ้อใช่... คนนี้เองสินะที่มีหัวใจเป็นเหล็ก แล้วก็ถูกขุดเจอในสุสานโดยคนที่ยืนข้างๆ นั่น

ถูกต้องค่ะผู้พัน

เธอยิ้มอีกครั้ง เอสลีย์รู้สึกค่อนข้างแปลกใจ แต่ก็ไม่ได้ถามออกไป ปกติผู้พันกรีเซลด้าไม่ใช่คนชอบยิ้ม เธอมีทีท่านิ่งขรึมตลอดเวลาราวกับภูเขาน้ำแข็ง สองคนที่จับมานี้มีอะไรพิเศษกว่าที่คาดเอาไว้หรือเปล่านะ หรือว่าคนที่มาจากร้อยปีก่อนจะมีอะไรสำคัญ...

ไม่รู้สิ เธอไม่ค่อยเข้าใจความคิดผู้ใหญ่นักหรอก และก็ไม่ค่อยเข้าใจด้วยว่าทำไมมนุษย์กับมิวท์จะต้องเกลียดกันเพราะแค่ยีนกลายพันธุ์ ทำไมต้องเกิดสงคราม ทำไมต้องแยกชนชั้น ทำไมมิวท์กับมนุษย์เป็นเพื่อนกันไม่ได้ ทั้งที่หน้าตาก็เหมือนกันมากจนแทบแยกไม่ออกด้วยซ้ำ

ผู้ใหญ่ก็งี่เง่ากันทุกคนนั่นแหละ

และเพราะความงี่เง่าของพวกผู้ใหญ่ เธอถึงต้องพลอยตกกระไดพลอยโจนตามไปด้วย

เป็นเพียงแค่ฟันเฟืองเล็กๆ... แค่มดตัวจ้อย ไร้ค่าดังเศษธุลี จะไปเปลี่ยนแปลงอะไรได้

ท่ามกลางความเงียบของมุมเล็กๆ บริเวณนี้... ณ โต๊ะทำงานของหัวหน้าหน่วย พันโทกรีเซลด้า แซนเดอร์ ได้ลุกขึ้นยืนตัวตรงแล้วเดินผ่านทั้งสามคนมาที่กลางห้อง มือเลื่อนเปิดโฮโลแกรมกลางอากาศสั่งให้ปิดไฟทั้งหมดในห้อง เหลือแต่เพียงไฟตรงกลางห้องเท่านั้น

ทันทีที่ทุกคนได้เห็นการปรากฏกายของหัวหน้า ห้องก็เงียบโดยพลัน ภาพโฮโลแกรมฉายหนังถูกปิดลงทันที ทุกคนหันมองผู้เป็นหัวหน้า ก่อนจะลุกขึ้นยืนวันทยหัตถ์ให้อย่างขะมักเขม้น แล้วพากันเดินไปเข้าแถวตอนลึกอย่างเป็นระเบียบ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ทุกคนจึงยกมือขึ้นวันทยหัตถ์อีกครั้ง

แบดสวอด... แบดสควอด!” พวกเขาร้องขึ้นพร้อมกัน เสียงดังสะท้อนกึกก้องอยู่ภายในห้องโถงกว้าง

กรีเซลด้ารักษาทีท่ามาดขรึม มือลง

ทุกคนวางมือลงแนบลำตัวอย่างพร้อมเพรียง กรีเซลด้ากระแอมไอเล็กน้อยก่อนจะเริ่มพูดรายงานสถานการณ์ออกมาด้วยเสียงเข้มทรงพลัง

พี่น้องชาวแบดสควอดทุกคน วันนี้ฉันพันโทกรีเซลด้า แซนเดอร์ มีสาสน์สำคัญจะมาแจ้งให้ทราบ

ห้องตกอยู่ในความเงียบ เงียบเสียจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ และจังหวะของหัวใจที่เต้นอยู่ในอก

ตอนนี้เรากำลังจะมีสมาชิกใหม่สองคนเข้ามา เป็นมิวท์หนึ่ง และอีกคนกำลังตรวจสอบสถานะ

เสียงอื้ออึงจ้อกแจ้กไปทั่วห้อง ดูก็รู้ คงไม่มีใครอยากยอมรับเพื่อนร่วมทีมต่างเผ่าพันธุ์นี้สักเท่าไหร่ และแน่นอน ถ้ามาถามวิคเตอร์กับไอคารอส ทั้งสองก็ไม่ได้อยากมาเข้าร่วมหน่วยอะไรบ้าๆ แบบนี้เหมือนกัน ไอคารอสอยากกลับบ้าน ส่วนวิคเตอร์ก็เริ่มรู้สึกคิดถึงหลุมฝังศพนั่นมากขึ้นเรื่อยๆ แต่จะทำอย่างไรได้ พวกเขาไม่ได้มีทางเลือกมากขนาดนั้น ที่ต้องยอมเข้ามาในกลุ่มนี้ก็เพื่อเอาตัวรอดเท่านั้น

เงียบ!”

กรีเซลด้าคำรามเสียงดุ ห้องกลับมาเงียบอีกครั้งตามคำสั่งของเธอ

และตามธรรมเนียม พวกเราจะต้องมีการประลองรับน้องใหม่เพื่อกระชับมิตร การประลองนี้จะไล่เรียงไปตามลำดับอาวุโส ผู้ที่จะประลองกับน้องใหม่ของทีมเริ่มจากยศร้อยเอกเธอเว้นจังหวะการพูดไปเล็กน้อย โดยมีฉันและหัวหน้าหน่วยอื่นอีกสองท่านมาร่วมเป็นกรรมการ

งานงอกแล้ว

ไอคารอสคิดในใจ ห้องยังคงตกอยู่ในความเงียบ เอสลีย์มองหน้าทั้งสองคนด้วยทีท่าเฉยๆ ในขณะที่ไอคารอสเริ่มเหงื่อตก ส่วนวิคเตอร์ยังคงยืนนิ่งอยู่

น้องใหม่จะต้องสู้ไล่เรียงขึ้นมาตามลำดับจนถึงฉันให้ได้โดยห้ามใช้พละกำลังจากยีน โดยทางเราจะมียาฉีดกดภูมิเอาไว้ให้ก่อนการประลอง ถ้าพวกเขาทำได้ พวกเราจะต้องยอมรับสองคนนี้เป็นส่วนหนึ่งของแบดสควอด!”

แบดสควอด... แบดสควอด!” ทุกคนในหน่วยตะโกนร้องขึ้นพร้อมกันเสียงดังลั่น มือชูขึ้นอย่างฮึกเหิม

ดีมาก พี่น้องทั้งหลายเธอชม ก่อนจะพูดขึ้นต่อ และเป็นที่รู้กันดี ถ้าแพ้การประลอง จะถูกขับไล่ออกจากกลุ่มทันทีโดยไม่มีข้อแม้

มานึกตามที่เอสลีย์บอก ถ้ามิวท์ไม่มีสังกัดกลุ่ม และไม่ได้หนีออกมาจากเมืองมนุษย์... ก็มีแต่ตายกับตาย!

ไม่เอาน่า!

เสียงกู่ร้องของสมาชิกในหน่วยทุกคนดังขึ้นอีกครั้งอย่างฮึกเหิมทั้งชายและหญิง กรีเซลด้าผายมือมาที่ไอคารอสและวิคเตอร์ ปากเผยอยิ้มเล็กน้อยเหมือนกำลังซ่อนอะไรบางอย่างในใจ ก่อนจะเรียกชื่อของคนคนหนึ่งออกมา

คู่ประลองแรก ร้อยเอกมาร์แชล กรีน

ทุกคนร้องเฮลั่นเหมือนเริ่มจะเชียร์ตั้งแต่การประลองยังไม่เริ่ม เจ้าตัวเดินออกมาจากแถว เผยให้เห็นร่างที่สูงใหญ่บึกบึน ไหล่ผายกว้าง ร่างกายเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ แค่ดูขนาดกล้ามเนื้อที่แขนของคู่ต่อสู้กับของไอคารอส เท่านี้ก็กินขาดแล้ว อีกทั้งขนาดตัวยังต่างกับไอคารอสโดยสิ้นเชิง และจะแย่ยิ่งกว่าถ้าให้เทียบกับวิคเตอร์ที่ทั้งตัวเล็กและผอมอย่างกับไม้เสียบผี

งานนี้มีแต่แพ้กับแพ้ชัดๆ!

คู่ประลองฝั่งมิวท์เลือกผู้ประลองคนแรกได้เมื่อไหร่ ทางเราจะนำพวกคุณไปที่ห้องประลองทันที

เสียงกรีเซลด้าเป็นดังคำสั่งเพชฌฆาต ทำเอาไอคารอสกัดฟันกรอด มือเย็นเฉียบนั้นสั่นโดยที่ควบคุมไม่ได้ เอสลีย์ต้องตบหลังเขาเบาๆ ก่อนจะมองสลับไปที่วิคเตอร์ เธอเห็นความว่างเปล่าในนัยน์ตาสีเขียวมรกตอยู่นั้น เขายืนนิ่ง คาดว่าในหัวคงพยายามนึกแผนอย่างใจเย็นอยู่

ไอคารอส นายออกไปสิวิคเตอร์พูดเหมือนปัดภาระไปให้คู่สนทนา

ไอคารอสส่ายหน้ารัวๆ นายนั่นแหละออกไป

นายแข็งแรงกว่าฉัน

แต่นายมีไหวพริบกว่า!”

เอสลีย์ถึงกับเหงื่อตก ขนาดยังไม่ออกสนามประลองก็เริ่มจะเถียงกันเสียแล้ว ในใจเริ่มกังวลแทนว่าจะไปได้รอดหรือไม่ เธอรู้จักร้อยเอกมาร์แชลเป็นอย่างดี แม้เขาจะใจดี แต่ยามต่อสู้นั้นดุดันเป็นที่หนึ่ง หากเขาประชิดตัวใครได้ คนนั้นเหมือนถูกรุกฆาตไร้ทางหนี

คนหนึ่งก็ขี้กลัว อีกคนก็สภาพดูไม่น่าจะชกใครไหว

...เห็นแล้วก็อนาถใจแทนจริงๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

164 ความคิดเห็น

  1. #161 Pin (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 13:28
    เอสลีย์น่ารักอ่ะ ถึงตอนนี้จะยังทำอะไรไม่ได้ แต่ต่อไปจะต้องเป็นพลังเล็กๆที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้มิวท์กับฮิวม์แน่เลย >_<
    #161
    0
  2. #34 Secret Doll (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2558 / 06:18
    รีบๆมาต่อนะคะ รออยู่
    #34
    1
    • #34-1 Besty (@bestyworld) (จากตอนที่ 9)
      1 สิงหาคม 2558 / 21:00
      มาแล้วนะจ๊ะ :)
      #34-1