Time Rebellion ปฏิวัติข้ามเวลา ล่าเปลี่ยนโลก

ตอนที่ 8 : Chapter 5: B.A.D. Squad ภาคีแห่งผู้กล้า (I)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 266
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    5 ก.ค. 60

Chapter 5: B.A.D. Squad

ภาคีแห่งผู้กล้า

(I)

 

ความทรงจำของฉันและเธอ

เมื่อแรกเจอเราก็ผูกพัน

เราเคยเจอกันในความฝัน

ในที่นั้น มีฉันและเธอ...

--Memories Lullaby--

 

เสียงขับกล่อมบทเพลงนั้นดังก้องขึ้นในหูของไอคารอส

เสียงอ่อนหวานจับใจของเด็กสาววัยแรกรุ่นชวนให้เคลิบเคลิ้ม ท่วงทำนองที่คุ้นเคยเหมือนเพลงกล่อมเด็กที่เคยได้ยินเมื่อนานมาแล้วทำให้รู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นอย่างประหลาด

ไอคารอสไม่แน่ใจว่าเขามาที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่... ห้องสีขาวโพลนที่ว่างเปล่า บัดนี้ร่างกายกลับไร้ซึ่งเชือกตรึงพันธนาการ บาดแผลและความรู้สึกเจ็บปวดทั้งหมดมลายหายไปสิ้นราวกับก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ที่นี่ที่ไหน

ไอคารอสกวาดสายตามองหาที่มาของเสียง จังหวะคุ้นเคยเหมือนเพลงร้องเล่นที่เด็กๆ ต่างชอบร้องกันเล่นสนุกสนานว่า เอ บี ซี ดี อี เอฟ จี...

ไม่สิ นั่นคือฉบับที่เด็กส่วนใหญ่คุ้นชินกัน แท้จริงแล้วเพลงนั้นก็คือทวิงเกิล ลิตเติลสตาร์ ของโมซาร์ท แม้เนื้อเพลงจะถูกดัดแปลงใหม่ แต่ความไพเราะแบบเรียบง่ายยังคงเดิม เสียงอ่อนนุ่มเสนาะหูของเธอให้ความรู้สึกอ่อนโยนราวกับสัมผัสของสองมือที่กำลังโอบอุ้มทารกน้อยด้วยความรักลึกซึ้ง ราวแสงตะวันยามเช้าวันใหม่อันอบอุ่นสดใส

ความทรงจำของฉันและเธอ... เมื่อแรกเจอเราก็ผูกพัน

เสียงร้องเพลงดังขึ้นจากด้านหลังของไอคารอส เขาหันขวับไปตามทิศที่ได้ยิน เมื่อเห็นเธอคนนั้นแล้วจึงเบิกตาขึ้นแวบหนึ่งด้วยความตื่นตะลึง ดวงหน้างดงามสะกดสายตาจนไม่อาจหันมองทางอื่นได้ ผมสีน้ำตาลยาวถูกมัดรวบขึ้นสูงเป็นทรงหางม้า เธอสวมชุดเดรสยาวสีขาวผ่องสะอาดตา

เราเคยเจอกันในความฝัน... ในที่นั้น มีฉันและเธอ

เด็กสาวคนนั้นร้องจบก็เดินเข้ามาหาไอคารอส ในขณะที่เขาได้แต่ยืนนิ่ง มองดูเธออยู่อย่างนั้น มือยกขึ้นเกาหัวแกรกเพราะทำตัวไม่ถูก

เธอคือใคร?” ไอคารอสถาม เขาไม่ลืมที่จะแนะนำตัวก่อนตามนิสัยเดิมๆ ของตนเอง ฉันไอคารอส ทิมเบอร์ ปีนี้อายุยี่สิบพอดี แล้วเธอล่ะ

พูดจบเขาก็ยื่นมือออกไปทักทาย เธอจับมือตอบ ก่อนจะยิ้มบางๆ รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยไมตรีจิต

ฉันชื่ออเล็นเล่ ยินดีที่ได้รู้จักจ้ะ

ยินดีที่ได้รู้จัก--

ไม่ทันจะพูดจบ พื้นที่อันเวิ้งว้างโดยรอบก็กลับกลายเป็นทุ่งหญ้าสีเขียวกว้างใหญ่สุดลูกหูตา ท้องฟ้าสีดำบ่งบอกถึงเวลารัตติกาล ดวงดาวบนท้องฟ้าพร่างพราวส่องแสงเป็นประกายระยิบระยับ ลมเอื่อยเย็นพัดผ่านให้เรือนผมของทั้งคู่วูบไหวไปตามกระแสแห่งธรรมชาติ ไอคารอสเห็นแล้วได้แต่เบิกตากว้างด้วยความตื่นตาตื่นใจ

โอ้โห!” เขาอุทาน หัวใจเต้นแรงถี่ ตั้งแต่เกิดมาเขายังไม่เคยเห็นสถานที่ที่สวยงามเช่นนี้มาก่อนในชีวิต สายลมพลิ้วไหว ดวงดาวส่องสว่างสุกสกาว และทุ่งหญ้าเหล่านั้นเขาเคยเห็นแต่เพียงในภาพยนตร์ ทว่าบัดนี้เท้าเปล่าของเขากลับกำลังเหยียบอยู่บนหญ้านุ่มๆ อากาศแสนบริสุทธิ์ที่สูดลึกเข้าไปได้เต็มปอดทำให้เขารู้สึกสดชื่นเหมือนชีวิตถูกชุบขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

เขาเคลิบเคลิ้มกับโลกใหม่ที่ได้พบเจอไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกขึ้นได้แล้วถามออกไปด้วยความสงสัย เธอทำได้ยังไง

อเล็นเล่มองขึ้นไปบนท้องฟ้า ก่อนจะหันกลับมาที่เขา

ที่นี่คือห้วงมิติแห่งความฝัน ตราบเท่าที่เธอมีจินตนาการ เธอจะสามารถทำอะไรก็ได้ตามที่ใจปรารถนาอเล็นเล่บอก ทุกคนต่างมีโลกในจิตใจของตนเอง โลกทั้งหมดนั้นต่างเชื่อมต่อกันอยู่ด้วยเส้นด้ายบางๆ ที่เรียกว่าความผูกพัน... และที่นี่ คือโลกของวิคเตอร์

โลกของวิคเตอร์?” ไอคารอสเลิกคิ้วแล้วเธอเป็น...

ฉันคือใครไม่สำคัญหรอกจ้ะ ตอนนี้เธอใกล้จะได้เวลาตื่นแล้ว คงต้องบอกเรื่องนั้นทีหลังแล้วล่ะ

ไอคารอสนิ่วหน้า เดี๋ยว... อะไรนะ ฉันไม่เข้าใจ

เธอไม่ตอบอะไร กลับเดินถอยออกมาจากเขา ร่างเด็กสาวค่อยๆ สลายตัวเป็นเศษธุลี เหมือนกับกำลังจะกลับไปเป็นส่วนหนึ่งของดวงดาวมากมายบนท้องฟ้า สู่ดินแดนอันห่างไกล สู่ที่ที่เขาคงไม่มีวันจะไปถึงได้

ฝากบอกวิคเตอร์ด้วย... อย่าให้อดีตมาทำร้ายตนเอง และอย่าแก้ปัญหาที่ปลายเหตุด้วยการพยายามลืมมันล่ะ

พูดจบร่างเธอก็หายไปกับอากาศ ภาพที่เห็นตรงหน้าพร่ามัวก่อนจะวูบดับลงเป็นภาพซ้อน ฉับพลันนั้นไอคารอสก็ลืมตาขึ้นอีกครั้งโดยอัตโนมัติ เขาสะดุ้งตัวจากเตียง นัยน์ตาสีน้ำตาลกวาดมองไปรอบๆ ก่อนจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก

อย่างน้อยมันก็ไม่ใช่นรก... และเขายังไม่ตาย

มองไปที่ปลายเตียงจึงพบว่านิ้วเท้ายังครบสิบทั้งที่เพิ่งถูกตัดไป สาเหตุมาจากยีนของเขาที่ผิดเพี้ยนเพราะเป็นมิวท์ ทำให้เซลล์ร่างกายฟื้นฟูได้เองและอวัยวะงอกขึ้นมาใหม่ได้ แต่อย่างไรก็ตาม เขาคงไม่อยากถูกตัดหัว เพราะมันคงงอกใหม่ไม่ได้อย่างแน่นอน

ไม่เคยลอง และไม่ขอลอง!

มองจากภาพที่เห็นรอบๆ เขาเดาว่าตนเองอาจอยู่ในห้องพักฟื้น แผ่นชิพเล็กๆ ถูกติดฝังอยู่ข้างหู กลิ่นยาที่ฉุนแตะจมูกช่วยยืนยันความคิดของตนเองให้ชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีก

เมื่อมองไปทางซ้ายมือ เด็กหนุ่มจึงเห็นวิคเตอร์กำลังนอนไร้สติอยู่ที่อีกเตียงหนึ่งข้างๆ อาการเหงื่อแตกพล่านเช่นนั้นไอคารอสเดาว่าเขาคงจะฝันร้ายอยู่เป็นแน่... จะว่าไปเมื่อพูดถึงคำว่า ฝันคำพูดของเธอคนนั้นยังคงดังก้องในหู เขาจำได้ เธอชื่อว่าอเล็นเล่...

อย่าให้อดีตมาทำร้ายตนเอง และอย่าแก้ปัญหาที่ปลายเหตุด้วยการพยายามลืมมันล่ะ

เธอคนนั้นพูดถึงวิคเตอร์เสียด้วย แถมหน้าตาไม่มีเค้าความเหมือนใดๆ เลย อีกทั้งดูแล้วยังเป็นสาว ดังนั้นยังไงก็ไม่ใช่พี่น้องแน่ๆ โดยเฉพาะแม่นี่คงเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด ให้เดายังไงก็ต้องเป็นคนรัก... ต้องเป็นแฟนกันแน่นอน แค่ไอคารอสคิดก็แทบขำจนหุบยิ้มไม่อยู่ ผู้หญิงน่ารักขนาดนั้น จะไปชอบผู้ชายปากเสียแถมขวานผ่าซากได้ยังไงกัน

ไม่ทันจะได้คิดอะไรต่อ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

กึก กึก กึก

จินตนาการในหัวถูกทำลายไปในทันใด... มันมาจากฝ้าเพดานด้านบน เหมือนมีตัวอะไรกำลังขยับอยู่ มันอาจเป็นหนูตัวใหญ่ก็ได้... ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม ด้วยความระแวงที่เกาะกุมอยู่ภายในจิตใจ ไอคารอสรีบมองไปที่ต้นเสียงทันที

เสียงนั้นดังนั้นเรื่อยๆ เป็นสัญญาณเตือน... มันกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ ตามจังหวะที่รุกคืบเข้ามา เหงื่อกาฬไหลผุดขึ้นตามกาย เด็กหนุ่มกำมือแน่น

อะไรอยู่บนนั้นน่ะ เฮ้ย!” ไอคารอสตะโกน ทว่าไร้ซึ่งเสียงตอบรับ ทุกอย่างกลับตกอยู่ในห้วงแห่งความเงียบงัน

กึก!

แล้วเสียงนั้นก็ดังขึ้นอีกครั้งโดยพลันจนไอคารอสสะดุ้งโหยง แผงเหล็กระบายลมค่อยๆ ขยับเป็นจังหวะ ก่อนจะหลุดออกมา แล้วตกลงมาที่พื้น โลหะที่กระทบกับพื้นเบื้องล่างก่อให้เกิดเสียงดังแหลมจนสติของเขาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม

นั่นใคร!?”

ไม่ทันจะได้หายใจต่อ ร่างเด็กก็ร่วงลงมาจากช่องฝ้าเพดานนั้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกระแทกกับพื้นดังตึง ไอคารอสที่ยังไม่ทันได้ทำใจกรีดร้องขึ้นสุดเสียงทันที

ว้ากกก!!! เด็กผี!!!”

ร่างนั้นยังนอนแน่นิ่ง เขาไม่กล้าแม้แต่จะลุกขึ้นไปดู ได้แต่ยกผ้าห่มขึ้นมาขึ้นมาปิดหน้าแบบกล้าๆ กลัวๆ สายตายังพอเห็นภาพตรงหน้าอยู่บ้างเล็กน้อย ใบหน้านั้นเงยขึ้นอย่างเชื่องช้า ผมยาวประบ่าปรกหน้าเพราะตกลงมาในท่าคว่ำ มันทำให้ไอคารอสเริ่มขนลุก เหมือนหนังผีเก่าครึที่เขาเคยเปิดดูไม่มีผิด มันถูกฉายตั้งแต่ร้อยปีที่แล้ว ด้วยความโด่งดังทำให้ถูกนำมาฉายใหม่อย่างไม่รู้เบื่อ แต่เรื่องนั้น... เธอปีนขึ้นมาจากบ่อน้ำ

ไม่นะ ไม่ สาบานได้ว่าจะไม่ดูหนังเรื่องนั้นอีกแล้ว อย่าทำกันแบบนี้เลย!

ไอคารอสหายใจแรงถี่เหมือนกำลังหอบ ดวงตาเบิกกว้าง ร่างเล็กนั้นประคองตัวลุกขึ้นจากพื้น ก่อนที่มือจะปัดผมรุงรังไปข้างหลัง เผยให้เห็นใบหน้าของเด็กหญิงตรงหน้า

วินาทีนั้น ราวกับโลกทั้งโลกกลับฟื้นคืนชีวิตขึ้นมาใหม่ ภาพทั้งหมดที่เขาเห็นกลับมามีสีสันอีกครั้ง

ฟู่ว...ไอคารอสถอนหายใจด้วยความโล่งอก หัวใจค่อยๆ กลับไปเต้นอัตราเร็วปกติอีกครั้งหนึ่ง ไม่ใช่เด็กผีเหรอเนี่ย

ปัดโธ่เอ้ย! ก็ไม่ใช่น่ะสิคะเด็กหญิงพูดขึ้น เธอยกแขนขึ้นปาดเลือดกำเดาออก ลืมรหัสประตูข้างหน้าแท้ๆ แต่ก็อุตส่าห์แอบเข้ามาช่วย ยังจะมาว่ากันอีก

บุคคลตรงหน้าปรากฏเป็นเด็กหญิงวัยราวสิบสองปีเดินเข้ามา สวมชุดเครื่องแบบรัดรูปของทหารมนุษย์ ผมยาวประบ่าสีน้ำตาลอ่อนมีสีเดียวกันกับดวงตา ดูจากระยะสายตาแล้วน่าจะสูงประมาณร้อยห้าสิบเซนติเมตรกว่าๆ ไม่เตี้ยไม่สูง อย่างน้อยก็โตตามวัย... ไม่ได้เข้าขั้นแคระแบบวิคเตอร์ พอนึกไปนึกมา เจ้านั่นสูงแค่ร้อยหกสิบเซนติเมตร... ไอคารอสยังนึกสงสัยว่าเจ้าตัวไม่เคยดื่มนมหรืออย่างไรกันหนอ ถึงได้เตี้ยตะแมะแคะขนาดนี้

เด็กหญิงคนนั้นเดินเข้ามาใกล้ ไอคารอสขมวดคิ้วมองอย่างระแวงๆ แม้จะไม่ได้เป็นคนรังเกียจเด็กอะไรแบบนั้น แต่เพราะฝ่ายตรงข้ามเป็นฮิวม์ เขาจึงเกิดอคติขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

จะทำอะไรน่ะ

เธอไม่ตอบแต่หยุดฝีเท้าลงที่ปลายเตียง ล้วงมือหยิบอะไรบางอย่างในกระเป๋าคาดเอว แท่งช็อกโกแลตถูกห่อด้วยกระดาษฟอยล์สีเทา เด็กหญิงยื่นมันให้กับไอคารอส ก่อนจะยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

ถูกทรมานมาแบบนี้ คงจะหิวแน่ๆเลยใช่ไหมคะ กินเจ้านี่หน่อยก็ดีค่ะเด็กหญิงฉีกยิ้มกว้าง ไม่รู้ว่ารอยยิ้มนั้นมาจากใจจริงหรือไม่ แต่ไอคารอสเดาเอาไว้ก่อนว่าไม่ได้มาดีแน่นอน

วางยาเอาไว้ล้านเปอร์เซ็นต์!

ไอคารอสยังนั่งนิ่งไม่รับของ ดูเหมือนเธอจะรู้ว่าเขาคิดอะไร จึงแกะฟอยล์ที่ห่อเอาไว้ออก กัดช็อกโกแลตไปคำหนึ่งเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ แล้วยื่นให้อีกครั้ง

ไอ้นี่มันแพงมากเลยนะคะ คนทั่วไปเขากินกันแค่อาหารอัดเม็ดด้วยซ้ำ

ไอคารอสสะบัดหน้าหนี แต่ท้องที่ร้องดังจ้อกนั้นแสดงให้เห็นชัดเจนว่าร่างกายเขาปฎิเสธไม่ลง เจ้าตัวถึงกับยิ้มเฝื่อนๆ ออกมา

เด็กหญิงหุบรอยยิ้มไปโดยพลัน ก่อนจะหายใจฟึดฟัดอย่างเหลืออด

ให้ตายสิเธอเผลอสบถออกมา ทำไมถึงเป็นคนดื้อด้านแบบนี้นะ ผู้ใหญ่นี่มันเป็นแบบนี้ทั้งฮิวม์ทั้งมิวท์เลยเด็กหญิงกล่าวเสียงตำหนิพลางชักสีหน้าใส่ ก่อนจะหยุดเงียบไปพักหนึ่ง นับหนึ่งถึงสามในใจเพื่อให้ใจเย็นลงก่อน

ไอคารอสมองฝ่ายตรงข้ามตาปริบๆ เขายังไม่พูดอะไร ได้แต่นิ่งเงียบ

ถ้าพวกคุณจะตายก็คงตายไปนานแล้ว ไม่มากลายเป็นผีเพราะยาพิษโง่ๆ ในช็อกโกแลตนี่หรอก อุตส่าห์แอบเอามาให้ยังจะระแวงกันอีก เธอยืนยัน ในขณะที่ไอคารอสยังนั่งกอดอกนิ่งอยู่

จริงเหรอไอคารอสถามสีหน้าจริงจัง

ความเงียบคือคำตอบ เธอทำท่าจะกัดช็อกโกแลตกินอีกคำ ไอคารอสเห็นเช่นนั้นก็ไม่คิดอะไรอีก รีบคว้าแย่งของในมือเด็กหญิงไปทันที ก่อนจะกัดขนมหวานเข้าไปในปากอย่างหิวโหย

ปากกัดเคี้ยวช็อกโกแลตกินอย่างเอร็ดอร่อย รสหวานนุ่มออกขมเล็กน้อยที่ละลายไปทั่วลิ้นทำให้รู้สึกดีขึ้นมาอย่างประหลาด ไอคารอสไม่ได้ลิ้มรสชาติของอาหารที่แท้จริงมานานมากแล้วเพราะราคามันแพงเกินไป เขาหันมาทางเธอด้วยแววตาขอบคุณ แม้จะยังไม่หายระแวง แต่อย่างน้อยนี่ก็เป็นฮิวม์ที่ประหลาดที่สุดเท่าที่เคยพบเคยเจอมาจริงๆ

อาจจะเพราะเป็นเด็กล่ะมั้ง?

ฉันไอคารอส ทิมเบอร์ เขาแนะนำตัวก่อนด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร ทั้งที่ปากยังเปรอะไปด้วยช็อกโกแลต เรียกสั้นๆว่ารอสก็ได้ อายุเพิ่งยี่สิบได้ไม่กี่วัน แล้วเธอล่ะ ยายเด็กผี

จะบ้าตาย... หนูไม่ได้ชื่อเด็กผี!” เธอเถียงทันควัน ทำเอาไอคารอสแทบอยากจะลบความคิดก่อนหน้านี้ไปให้หมด แต่เขาก็ยังอดทนตอบกลับไปแบบกวนๆ

ก็ฉันยังไม่รู้ชื่อของเธอนี่นา แถมเธอก็โผล่มายังกับผีจริงๆ

หนูชื่อเอสลีย์เธอตอบ ก่อนจะเน้นย้ำประโยคเดิม พลทหารเอสลีย์ เฟรย์ค่ะ อายุสิบสองปี อยากเรียกอะไรก็เรียกได้ตามสะดวก แต่ถ้ายายเด็กผีนี่ช่วยหยุดจะดีมากค่ะ

เป็นทหารกองหนุนหรือไง

จะว่าแบบนั้นก็ได้ค่ะเธอยักไหล่ คุณป้าดูสนใจพวกคุณมากเลยนะคะ เราอาจจะได้ร่วมงานกันในอนาคตก็ได้

ไม่มีทาง!” ไอคารอสปฎิเสธทันควัน ฉันไม่มาเป็นลูกน้องให้เด็กแบบเธอหรอก ยิ่งเป็นมนุ... เอ่อ...

หนูไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งสองเผ่าพันธุ์ถึงได้เกลียดกันขนาดนั้นเอสลีย์ตอบกลับหน้านิ่ง แต่กรุณาอย่าตัดสินหนูเพียงแค่เพราะวัยและเผ่าพันธุ์ค่ะ

ก็ไม่ได้ว่าอะไรซักหน่อย...เด็กหนุ่มทำหน้ามุ่ย เขารีบกลับประเด็นไปเรื่องเดิมทันที งั้นฉันเรียกเธอว่าเด็กผีนั่นแหละ!”

เอสลีย์เบ้ปาก กลอกตามองบน ค่ะ เอาที่คุณพี่สบายใจเลยค่ะ แล้วคุณพี่ก็อย่าไปเรียกแบบนี้กับคนอื่นแล้วกัน มนุษย์ไม่ได้น่ารักกันทุกคนหรอกนะคะ

เธอก็ไม่ได้น่ารักเหมือนกันนั่นแหละ

งั้นคายช็อกโกแลตออกมาเดี๋ยวนี้ค่ะ

ไอคารอสแทบสำลักช็อกโกแลตออกมาทันทีทันใด เขารีบแก้ตัวทันที ไม่ได้หมายถึงว่าเธอไม่น่ารัก หมายถึงว่าชุดไม่ค่อยน่ารัก...

ไม่เนียนนะคะ เด็กหญิงยิ้มกรุ้มกริ่ม รอยยิ้มนั้นมีเลศนัยแฝงจนฝ่ายตรงข้ามสัมผัสได้ถึงรังสีอาฆาตที่แผ่ออกมาอย่างรุนแรงไม่น่ารักเอาซะเลย

ไอคารอสหัวเราะกลบเกลื่อน ก่อนจะมองไปที่ฝ่ายตรงข้าม เธอสวมชุดยาวสีดำ ชายกระโปรงยาวถึงต้นขา กับถุงน่องสีเดียวกันและรองเท้าบูทดูทะมัดทะแมง

ที่หัวเข็มขัดและอกซ้ายนั้นติดตราตำรวจเอาไว้อยู่ หรือจะเรียกว่าตราทหารก็ไม่ผิด ไอคารอสพอจะรู้มาบ้างว่าหลังการปฏิวัติสงคราม มนุษย์ไม่ได้มีระบบทหารและตำรวจอีก แต่แยกการทำงานออกเป็นหน่วยๆ เท่าที่รู้ก็คือทหารในเมือง ทหารนอกเมืองหรือที่เรียกว่าทหารชายแดน และทหารในเมืองมิวแทนท์... นีโอเมโทรโปลิส

เอสลีย์อายุยังน้อยอยู่เลย ทำไมเธอถึงเป็นทหารนะ...?

คิดๆ ไป เขาก็นึกถึงเหตุการณ์เมื่อสี่สิบปีก่อน ตอนนั้นเขายังไม่เกิด แม้สงครามจะจบไปนานแล้ว แต่สุดท้ายแล้วก็กลับเกิดเหตุการณ์เหยียดเผ่าพันธุ์อย่างรุนแรง มนุษย์ที่มีเทคโนโลยีเหนือกว่าได้บุกเข้ากวาดล้างเผ่าพันธุ์มิวท์จนเหลือจำนวนน้อยนิดเมื่อเทียบกับมนุษย์ แต่เพราะมิวท์ที่เหลืออยู่พยายามต่อต้าน และภาคีพิทักษ์รัตติกาลได้เข้ามาเสนอให้เซ็นสนธิสัญญาแม็คคิด เรื่องจึงจบลงไปในที่สุด

...ต่างคนต่างอยู่ ทั้งสองเผ่าพันธุ์แยกเขตแดนออกจากกันอย่างเด็ดขาด ผู้ที่จะไปมาหาสู่กันได้ระหว่างมนุษย์กับมิวท์ต้องเป็นทูต นักวิทยาศาสตร์ของรัฐบาล หรือตัวแทนพ่อค้าจากทั้งสองฝ่ายเท่านั้น หากฝ่าฝืนจะถือว่ามีพฤติกรรมน่าสงสัย อาจก่อความวุ่นวายได้ ซึ่งอาจถูกลงโทษอย่างรุนแรงถึงขั้นตาย

เขากินช็อกโกแลตไปพลางคิดถึงเรื่องที่ผ่านมาหลายๆ อย่าง แต่แล้วเสียงของเอสลีย์ก็ทำลายความคิดทั้งหมดนั้นให้หายไปอีกครั้ง

เหลือช็อกโกแลตให้เพื่อนด้วยนะคะเธอพูดยิ้มๆ

มาไม้ไหนอีกล่ะเนี่ย... ไอคารอสเหล่มองและคิดในใจ

เอาเถอะ มีน้ำใจ แถมมีสัมมาคารวะด้วย ก็น่ารักดี

เจ้าตัวอดไม่ได้ที่จะชมเธอ แม้ว่าเอสลีย์จะเป็นฮิวม์ เขารู้สึกไม่ถูกต้องเท่าไหร่ที่จะต้องคิดบวกกับศัตรู เราจะเป็นเพื่อนกันได้จริงๆ หรือ ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว

รู้สึก... ลำบากใจแฮะ

เป็นที่รู้กันดีว่าฝ่ายตรงข้ามเป็นเผ่าพันธุ์ที่ดูถูกตนเองมาตลอด จู่ๆ กลับมาญาติดีด้วยแบบนี้เป็นครั้งแรก เป็นใครก็คงทำตัวไม่ถูก

เขาพยายามเลิกคิด ยื่นช็อกโกแลตให้เด็กหญิงที่ปลายเตียง เอ้อ... กินด้วยกันไหม?”

ทว่ามือนั้นก็ต้องชะงักลง เมื่อเสียงหนึ่งดังขึ้น

ก่อนจะมีน้ำใจ แบ่งให้คนที่มากับนายน่าจะดีกว่า

เป็นเสียงของวิคเตอร์ เขาหันมาที่ทั้งคู่อย่างเชื่องช้า มือซ้ายมีแผ่นสีขาวบางเฉียบแปะทับรอยแผลกากบาทที่เกิดจากแวร์ริคใช้มีดกรีด ใบหน้าดูซีดเซียวอิดโรยเหมือนร่างกายยังไม่ฟื้นตัวดี

ไอคารอสเบ้ปาก เขากะจะกินคนเดียวให้หมด แต่ดูสภาพฝ่ายตรงข้ามแล้ว รวมถึงคำพูดที่เอสลีย์อุตส่าห์บอกก่อนหน้านี้ จะไม่ให้ก็คงใจดำเกินไป

เออน่า ไม่ได้บอกว่าจะไม่แบ่งให้นายสักหน่อย

พูดจบเขาก็ยื่นช็อกโกแลตให้กับวิคเตอร์แบบไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่นัก วิคเตอร์รับไปกินด้วยทีท่าสำรวม แม้จะรู้สึกหิวอยู่ก็ตาม

คุณชื่ออะไรคะเอสลีย์ถามขึ้น เธอมองไปที่วิคเตอร์ แววตาเปี่ยมไปด้วยประกายแห่งความใคร่รู้ ได้ข่าวมาว่าเป็นครึ่งคนครึ่งหุ่นยนต์ แถมยังเป็นคนจากร้อยปีก่อนอีก ยุคนั้นเป็นยังไงเหรอคะ มีมิวท์มั้ย

วิคเตอร์กำลังเคี้ยวช็อกโกแลตอยู่ จึงยังไม่พูดอะไร ไอคารอสเหล่มองเจ้าตัวก่อนจะตอบเสียงซุบซิบ หมอนี่ชื่อ วิคเตอร์ คิงส์ ยอดกวนบาทาน่ารำคาญที่สุด

กวนบาทาอะไร ฉันได้ยินนะ

ชิ หูดีเป็นบ้า! ไอคารอสคิดในใจ ใจจริงอยากเถียงกลับ แต่รู้ดีว่าคงไม่ใช่เวลามาทะเลาะกัน จึงตอบกลับไปอีกแบบ

ก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย

วิคเตอร์ส่ายหน้า เรื่องของนายแล้วกัน... อะไรก็ช่างเถอะเขาพูดจบก็หันไปทางเอสลีย์ ปล่อยให้เจ้าตัวนั่งกัดฟันกรอดด้วยความหงุดหงิดอยู่คนเดียว แล้วเธอชื่ออะไรล่ะ

พลทหารเอสลีย์ เฟรย์ค่ะเธอตอบเสียงสดใส พวกพี่ๆ สลบกันไปสองวันกว่า พันตรีแวร์ริคเกือบจะฆ่าพวกพี่ๆ แล้วค่ะ ดีว่ากลุ่มของหนูขอตัวเอาไว้ได้ทันก่อน

ขอตัว?” ทั้งคู่อุทานขึ้นพร้อมกัน

พอดีมิวท์ส่วนใหญ่ที่จับมาได้ ไม่โดนขังคุกก็ถูกกำจัดน่ะค่ะ เธอตอบ แต่ว่าคุณป้าสนใจในตัวพวกพี่มาก เลยขอเก็บตัวเอาไว้ที่หน่วยก่อนค่ะ

ไอคารอสนิ่วหน้า ในขณะที่วิคเตอร์ถามขึ้นทันที แล้วหน่วยของเธอเกี่ยวกับอะไร

ก็...


**********


คุยกับผู้เขียน



    ขออภัยผู้อ่านทุกคนก่อนหน้านี้มากค่ะที่เข้ามาอ่านตอนที่ 5 แล้วกลายเป็นหน้าว่างๆ เมื่อเช้ากดอัพไปแล้วไม่ได้เช็ค รีบออกไปข้างนอกบ้าน พออ่านในมือถือแล้วตกใจมากค่ะ กลายเป็นหน้าเปล่าๆ กลับมาตอนเย็นเลยรีบแก้ด่วน ทำให้อ่านได้แล้วนะคะ

    นิยายเรื่องนี้ ข่าวดีสำหรับคุณผู้ชายคือ ตัวละครหญิงมีเยอะนะคะ อย่าเพิ่งตกใจไปในตอนต้นๆ สาวๆ มีทุกแนว และบทจะแซ่บมากๆ ในช่วงหลัง จนเดากันไม่ถูกเลยค่ะว่าใครเป็นนางเอกกันแน่ อิอิ ส่วนสำหรับคุณผู้อ่านสาวๆ ก็คงจะเป็นที่ชัดเจนกันอยู่แล้ว ตัวละครผู้ชายก็เด่นไม่แพ้กันแน่นอนค่ะ

สำหรับใครที่เคยอ่านนิยายเรื่องนี้เมื่อปี 2015 เราดองมาสองปีเพราะเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย ตอนนี้สอบเข้าได้แล้ว ในที่สุดก็ได้กลับมาเสียที สำหรับคุณผู้อ่านเก่า ขอบคุณมากนะคะที่ยังรอ และสำหรับคุณผู้อ่านใหม่ ขอบคุณที่ให้ความสนใจเข้ามาอ่านและเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในโลกของ Time Rebellion ค่ะ

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณที่ติดตามกันมาตลอด ขอให้คุณผู้อ่านทุกท่านสนุกกับการอ่านนิยายเรื่องนี้ค่ะ หากมีคอนเมนท์ติชมอะไร ไม่ว่าดีหรือแย่ ผู้เขียนยินดีรับฟัง ไม่ชอบใจก็ติเตียนกันได้เสมอ ผู้เขียนจะได้นำไปปรับปรุง รักคนอ่านทุกคนนะคะ

สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีค่าาาา

ด้วยรัก

B.Zeitgeist

164 ความคิดเห็น

  1. #160 Pin (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 13:15
    ตอนนี้มีความมุ้งมิ้ง 55

    ยินดีที่สอบเข้าได้แล้วนะครับ
    #160
    0
  2. #148 Anka Kistchnau (@nusikan) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 21:00
    เย่ยยยย์ มาแล้ววววว ><
    //มาเผาหัวหนึ่งรอบก่อนจากไป
    #148
    1
    • #148-1 Besty Vivo (@bestyworld) (จากตอนที่ 8)
      4 กรกฎาคม 2560 / 21:05
      ร้อนจังเลยค่าาาา คอมคนเขียนนี่แหละค่ะร้อนไปหมด นั่งปั่นนิยาย ๕๕๕๕๕๕๕
      #148-1
  3. #33 butterfly_sp (@butterfly-sp) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2558 / 21:32
    รออ่านต่อค่ะ สู้ๆ นะคะไรต์
    #33
    0
  4. #32 R.D. (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2558 / 21:32
    สนุกมากครับ เเต่ผมเพิ่งรู้นะเนี่ย ว่าไรเตอร์เป็นผู้หญิง
    #32
    0