Time Rebellion ปฏิวัติข้ามเวลา ล่าเปลี่ยนโลก

ตอนที่ 6 : Chapter 4: Illusion ภาพลวงตา (I)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 302
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    2 ก.ค. 60

Chapter 4: Illusion

ภาพลวงตา

(I)


บนโลกนี้ไม่มีอะไรยุติธรรมตั้งแต่แรกแล้ว

ไม่อย่างนั้นธรรมชาติจะสร้างห่วงโซ่อาหารขึ้นมาให้เข่นฆ่ากันเองทำไมล่ะ?”

--Maj. Varrick  Moore--


หายใจไม่ออก...

เพราะในช่วงที่ถูกจับตัวขึ้นรถ ชายคนนั้นได้ฉีดยาอะไรบางอย่างเข้าไปในตัวเขา ทำให้จำอะไรไม่ได้เลยสักนิดเดียวว่าระหว่างทางนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง มารู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าตนเองอยู่ในห้องสีเทาคับแคบ ทั้งร่างถูกมัดติดอยู่กับเก้าอี้ ตรงหน้าเป็นโต๊ะกับเก้าอี้อีกหนึ่งตัว แสงสลัวจากโคมไฟด้านบนติดดับสลับถี่เหมือนการหายใจของเขาที่เริ่มขาดห้วง

กลิ่นไอความกดดันแผ่มาทั่วทุกทิศทาง แม้ไม่เห็นใคร แต่กองเอกสารบนโต๊ะกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความน่าอึดอัดเช่นนี้ มันช่างเหมือนกับห้องสอบสวนในยุคของเขาเหลือเกิน

ไม่ผิดแน่ๆ เขากำลังอยู่ในห้องสอบสวน!

ความเจ็บปวดจากแผลแม้บรรเทาลง แต่กลับรู้สึกได้ถึงเลือดที่ยังคงไหลออกมาไม่หยุด แม้จะรู้สึกดีขึ้นกว่าเมื่อครู่ที่เพิ่งบาดเจ็บไป แต่เขากลับเริ่มรู้สึกวิงเวียน ตาลาย ความรู้สึกหนาวสะท้านทำให้ร่างทั้งร่างสั่นเทา ทั้งที่ห้องไม่ได้เปิดเครื่องปรับอากาศ

เขากำลังเสียเลือด...

เอาละ ยาหมดฤทธิ์แล้ว ตอนนี้อาจจะรู้สึกชาๆ ที่แผลสักหน่อย

เสียงหนึ่งดังขึ้น ประตูถูกเปิดออกก่อนจะปิดลงเบาๆ ปรากฏเป็นร่างชายคนเดิมกับที่เขาเห็นตอนที่ถูกจับตัว เบ้าดวงตาลึกกับริ้วรอยตีนกาบ่งบอกอายุ แววตาสีครามคู่นั้นดูนิ่งสงบแต่แฝงซึ่งอารมณ์มากมายภายใน ราวกับผ่านสมรภูมิมามากมายทั้งทางใจและกาย ผมสั้นสีน้ำตาลดูเรียบง่าย เสื้อโค้ทสีดำสวมทับกับชุดตำรวจแบบยุคใหม่ ดูจากดาวที่ประดับไหล่แล้ว หากระบบนับยศในยุคนี้ยังไม่เปลี่ยนไป คนคนนี้ควรจะมียศระดับพันตำรวจตรี เขาจำคำพูดของตำรวจหนุ่มคนนั้นได้ ต้องไม่ผิดแน่นอน

แวร์ริคยิ้มกริ่ม ร่างสูงใหญ่นั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามกับวิคเตอร์ สายตาคมปลาบราวพญาเหยี่ยวจดจ้องมองเหยื่อตรงหน้า ราวกับเด็กหนุ่มเป็นเพียงนกพิราบตัวจ้อยที่กำลังอยู่ภายใต้กรงเล็บอันแหลมคม รอเพียงวันตายเท่านั้น

เอาละ... หึๆชายผู้นั้นหัวเราะเสียงทุ้มต่ำ ฉันมีอะไรจะถามอะไรสักหน่อย... อย่าเล่นตัวมากนักล่ะ ถ้าแกไม่รีบตอบคำถามภายในสามสิบนาทีนี้ละก็ อาจจะเสียเลือดตายเอาได้

วิคเตอร์นิ่งเงียบ เขาไม่หลบสายตา แต่กลับจ้องเขม็งมองไปที่ฝ่ายตรงข้าม แวร์ริคเห็นท่าทีเช่นนั้นก็กระตุกริมฝีปาก ลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศพัดวูบผ่านร่างทั้งสองไปราวกับกำลังอยู่ในห้องแช่แข็ง

ฟังดูไม่ค่อยทรมานเลยเนอะ ว่ามั้ย? ฉันก็เลยเตรียมอะไรมาเพิ่มความสนุกอีกสักหน่อย...

แวร์ริควางชุดมีดหลากรูปแบบลงบนโต๊ะ เหล็กที่กระทบกันก่อให้เกิดเสียงใสกังวาน เขาเลื่อนมันเข้ามาใกล้วิคเตอร์ ใบมีดคมกริบหลากรูปแบบเอาไว้ใช้ทรมานดูมันวาวสะท้อนกับแสงจนแสบตา มีทั้งมีดฟันปลาที่ใช้เลื่อยให้แผลเหวอะหวะ กรรไกรหลายขนาด เลื่อยใบใหญ่ ส้อมฟันคม ค้อนทุบ หรือแม้กระทั่งกรรไกรตัดหญ้าที่คาดว่าน่าจะใช้เพื่อ... ตัดอวัยวะทีละส่วน

ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้วิคเตอร์รู้สึกขมในคอ เด็กหนุ่มกัดฟันดังกรอด เผลอกลืนน้ำลายไปโดยไม่รู้ตัว เขาพยายามข่มความรู้สึกทั้งหลายนั้นเอาไว้แล้วตั้งสติประเมินสถานการณ์ตรงหน้าอย่างใจเย็น แม้ร่างจะถูกมัดอยู่ก็ตาม

เท่านี้ไม่ค่อยสนุกหรอก มันต้องมีแพะรับบาปกันสักหน่อย...

แวร์ริคกดปุ่มสีแดงบนโต๊ะ ทันใดนั้นเอง พื้นด้านล่างข้างๆ ก็ยุบหายไปเป็นช่องสี่เหลี่ยม เสียงดังครืดลากยาวจากข้างล่าง ก่อนที่ร่างไอคารอสซึ่งมัดอยู่ติดกับเก้าอี้จะเลื่อนขึ้นมาจนปรากฎให้วิคเตอร์ได้เห็นเต็มสองตา สภาพเด็กหนุ่มแทบไม่เหลือความเป็นคนเดิม ใบหน้าถูกอัดซ้อมจนน่วม ดวงตาปูดโปนช้ำเลือด น้ำข้นสีแดงสดไหลออกจากจมูกไม่หยุด รอยฟกช้ำตามตัวแสดงให้เห็นว่าเขาเพิ่งถูกซ้อมมาอย่างหนัก

ไอคารอส! วิคเตอร์เห็นบุคคลตรงหน้าแล้วก็รีบเรียกขึ้นทันที

 “ว... วิคเตอร์ฝ่ายตรงข้ามเรียกเสียงแผ่ว ก่อนจะครางออกมาเบาๆ อย่างไร้เรี่ยวแรง ใบหน้าที่เคยสดใสนั้นกลับอิดโรยซีดเผือด ร่างกายที่ถูกพันธนาการทำได้เพียงคอตกมองพื้น เลือดไหลหยดตามลงมาเป็นสาย เมื่อมองอีกครั้งจึงพบว่าขาของไอคารอสกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว รอยแดงคล้ำระหว่างแผลเก่าแสดงให้เห็นชัดเจน... มันเพิ่งงอกขึ้นมาใหม่

เป็นห่วงตัวเองก่อนจะดีกว่าชายวัยกลางคนคนนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ลิ้นแลบเลียริมฝีปาก ราวกับกำลังมีความสุขอย่างถึงที่สุดที่กำลังได้ทรมานเหยื่อไร้ทางขัดขืน

ดูสิ ดู... มันยอมแพ้ฉันแล้ว คราวนี้ก็ถึงตาของแก เมื่อกี้เพื่อนแกเรียกชื่อว่าอะไรนะ อ้อ... วิคเตอร์นี่เองเขาเดินเข้ามาใกล้ๆ ก่อนจะเดินวนรอบวิคเตอร์ตามเข็มนาฬิกาอย่างเชื่องช้า ผิวปากเป็นจังหวะเพลงที่ชวนขนลุก เสียงส้นรองเท้าหนังกระทบกับพื้นเป็นจังหวะ ชื่อนี้มันแปลว่าผู้ชนะไม่ใช่หรือไงกันนะ... แต่ดูสารรูปแกตอนนี้สิ

วิคเตอร์หลับตา ด้วยความรู้สึกมากมายที่ถาโถมเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ทำให้ตนต้องเผลอเม้มปากแน่นไปโดยไม่รู้ตัว แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังกัดฟันพูดออกไปเสียงนิ่ง

แกต้องการอะไร

อ้อนั่นสิ เกือบลืมไปเลยฝ่ายตรงข้ามยิ้มกริ่ม หยิบกรรไกรขึ้นมาสับเล่น เสียงใบมีดกระทบกันชวนให้รู้สึกประสาทและน่าหวาดผวา ไอคารอสก้มหน้าเหมือนกำลังยอมรับชะตากรรมที่ต้องเผชิญ ในขณะที่วิคเตอร์ยังคงหลับตานิ่ง พยายามรวมสมาธิให้ใจสงบนิ่งให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่ามันจะยากมากก็ตามฉันคือแวร์ริค... พันตรีแวร์ริค มัวร์

เสียงใบมีดกรรไกรกระทบกันถี่ดังฉับๆ

เท่าที่ลองตรวจสอบมา ยีนของแกก็ไม่ได้ผิดปกติมากนี่ แค่มียีนโรคอะริธเมีย แวร์ริคเว้นจังหวะไปครู่หนึ่งแต่ก็นะ มนุษย์ที่ไม่สมบูรณ์แบบนี้... มันก็สวะชัดๆ ไม่ต่างกับพวกมิวท์เลย

ก... แก!” ไอคารอสคำรามขึ้น ไม่ทันจะได้สบถด่าฝ่ายตรงข้ามต่อ เขาก็ถูกหมัดลุ่นๆ ของแวร์ริคอัดเข้าที่ใบหน้าเต็มแรงจนเก้าอี้เกือบโยกล้ม ไอคารอสส่ายหน้าไล่ความมึนงง ก่อนจะไอสำลักเลือดออกมา

มิวท์ตัวจริงเสียงจริงแบบแกน่ะ หุบปากไป

แวร์ริคพูดจบก็หันกลับมาที่วิคเตอร์ ร่างสูงทะมึนนั้นยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนวิคเตอร์สัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนๆ ที่กระทบกับหน้าของตนเองเป็นระยะ

วิคเตอร์หลับตาแน่น เด็กหนุ่มไม่อยากเห็นภาพตรงหน้า แต่แวร์ริคไม่ยอมให้เป็นไปตามที่เหยื่อปรารถนา เขายกมือขึ้นจับแหวกเปลือกตาของฝ่ายตรงข้ามออกอย่างหยาบคาย ก่อนจะคว้ากรรไกรพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วหวังจะเสียบเข้าที่เบ้าตาอย่างเต็มๆ !

ทว่า! ... ในวินาทีที่ปลายกรรไกรอันคมกริบกำลังจะจิ้มลูกตา เขาก็กลับยั้งมือเสียก่อน

หืม... ตาก็ไม่ได้มีสีแปลกๆ นะ?”

ไอ้... !

วิคเตอร์กัดฟันกรอดด้วยความเหลืออด ทว่าปากที่กำลังสั่นระริกกลับทำให้ตนเองสบถไม่ออก เขาทำได้เพียงนิ่งเงียบ ในใจได้แต่คิดว่าจะทำอย่างไรได้บ้างในสถานการณ์เช่นนี้ ทั้งเขาและไอคารอสถูกมัดติดกับเก้าอี้ ทุกอย่างมืดแปดด้านเหลือเกิน แค่จะหายใจยังทำได้ลำบาก...  นับประสาอะไรกับจะเอาชีวิตรอด

แวร์ริควางกรรไกรลงบนถาดดังแกร๊ก หันมองไอคารอสสลับกับวิคเตอร์ แม้สารรูปวิคเตอร์จะเต็มไปด้วยคราบเลือด รวมถึงแผลบาดเจ็บที่ยังไม่ได้ทำการรักษา ซึ่งหากยังคงเพิกเฉย ก็อาจจะตายได้ภายในยี่สิบนาทีเพราะเสียเลือดมากเกินไป แต่เมื่อเทียบกับไอคารอสแล้ว เขาก็ถือว่ายังโชคดีอยู่

แวร์ริคหยิบคีมและมีดขึ้นมากระชับในมือทั้งสองข้าง ก่อนจะเดินไปที่ไอคารอส

หมดเวลาเล่นแล้ว ได้เวลาตอบคำถามสักที

เขาก้มลง จ่อมีดที่นิ้วเท้าของไอคารอส วิคเตอร์รู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อหากทุกอย่างไม่เป็นไปตามใจของแวร์ริค แค่คิดก็ขนลุกจนไม่อยากจินตนาการต่อ

แวร์ริคเริ่มถามคำถามแรกแกเป็นใคร อธิบายมาให้ละเอียดหน่อยสิ

วิคเตอร์ไม่เห็นประโยชน์ที่จะโกหก จึงพูดความจริงออกไปตรงๆ

ฉันชื่อวิคเตอร์ คิงส์เด็กหนุ่มตอบเสียงนิ่ง เขาพยายามข่มใจและเอาชนะความกลัวของตนเองโดยจ้องมองแวร์ริคไม่กะพริบตา ฉันถูกไอคารอส ทิมเบอร์ ขุดขึ้นมาจากสุสาน แล้วก็ถูกตำรวจมนุษย์ไล่ล่า ก่อนจะหนีกลับเมืองมิวท์ได้ทัน

แวร์ริคได้ยินก็ฉีกยิ้มกว้าง ก่อนจะระเบิดหัวเราะออกมาเมืองมิวท์? นี่แกไม่รู้แม้แต่ชื่อเมืองของพวกนี้อย่างนั้นเรอะ ตลกมากเลย ฮ่าฮ่าฮ่า!

วิคเตอร์รู้ดีว่าฝ่ายตรงข้ามกำลังกวนประสาทอยู่ ดังนั้นเขาจึงพยายามสงบจิตตั้งสมาธิ นับหนึ่งสองสามในใจ ใช่ จะหวั่นไหวไม่ได้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นทุกอย่างจะแย่กว่าเดิม

แวร์ริคยังคงถามต่อไป มือถือคีมอันใหญ่อย่างเตรียมพร้อมแล้วแกคิดว่า... แกเป็นมิวท์หรือเปล่า

เขานิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ในขณะที่ไอคารอสนั้นเหงื่อกาฬไหลผุดขึ้นทั่วร่าง ปะปนกับโลหิตสีแดงข้น ด้วยความอ่อนแรง เขาจึงได้แต่พึมพำออกมา

วิคเตอร์...

164 ความคิดเห็น

  1. #158 Pin (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 12:53
    รู้สึกแบบไม่ว่าตอบว่าเป็นหรือไม่เป็นก็ไม่น่ารอด ติดตามตอนต่อไป 55
    #158
    0
  2. #24 lux (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2558 / 10:45
    ออกแนวโรคจิตนะ
    #24
    3
    • #24-2 butterfly_sp (@butterfly-sp) (จากตอนที่ 6)
      31 กรกฎาคม 2558 / 21:33
      ติดตามต่อแน่นอนจ้า
      #24-2
    • #24-3 butterfly_sp (@butterfly-sp) (จากตอนที่ 6)
      31 กรกฎาคม 2558 / 21:33
      ติดตามต่อแน่นอนจ้า
      #24-3