Time Rebellion ปฏิวัติข้ามเวลา ล่าเปลี่ยนโลก

ตอนที่ 4 : Chapter 3: The secret of Ventopolis ความลับแห่งมหานครเวนโตโปลิส (I)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 383
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    30 มิ.ย. 60

Chapter 3: The secret of Ventopolis

ความลับแห่งมหานครเวนโตโปลิส

(I)

 

และในวันนั้น... 29 มิถุนายน ปีโครโนโพลิสที่ 100

ทุกอย่างก็ได้เริ่มต้นขึ้น

--จากจดหมายเหตุเวนโตโปลิสฉบับที่หนึ่ง--

เฮือก!

กระแสไฟฟ้าที่ช๊อตเข้าอกวิคเตอร์เต็มๆ ช่วยกระตุ้นให้หัวใจกลับมาทำงานอีกครั้ง ร่างเขากระตุกลุกขึ้นพรวด หายใจดังเฮือกเพราะสูดลมเข้าเต็มปอด

ภาพแรกที่เห็นคือเฟธที่กำลังขับรถอยู่ข้างหน้า และไอคารอสที่นั่งอยู่ข้างๆ ใช่แล้ว เขากำลังอยู่บนรถ

ภาพที่สองเมื่อหันกลับมามองคือซิลที่กำลังถือสายไฟฟ้าสองเส้น คาดว่าคงเป็นสิ่งที่ใช้กระตุ้นหัวใจของเขาเมื่อครู่ เจ้าตัวถอนหายใจด้วยความโล่งอกก่อนจะเก็บสายไฟเข้ากระเป๋าพลางบอกกับเขายิ้มๆ มือปาดเหงื่อบนใบหน้า สภาพเหงื่อไหลอาบท่วมตัวเช่นนั้น คาดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่คงจะวุ่นวายพอสมควร

วิคเตอร์ ตอนนี้นายโอเคแล้วล่ะ เมื่อกี้ระบบไฟข้างในมันรวน แต่ตอนนี้ซ่อมให้เรียบร้อยแล้ว

วิคเตอร์พยักหน้า ในใจหวังว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะหมดสติ ถ้ายังมีอีกรอบ เขาควรจะทำลายหัวใจบ้าๆ นี่ทิ้งแล้วตายไปเสียน่าจะดีกว่า

นายควรอยู่ชดใช้ให้มากกว่าเก้าเดือนด้วยซ้ำ ไอคารอสหันมาพูดกับวิคเตอร์ นี่ถ้าพวกฉันไม่ช่วยไว้นะ นายก็คงกลายเป็นผีไปแล้ว

...ไอคารอส

เพียงแค่เฟธเรียกชื่อเขาแค่นั้น เจ้าตัวก็ถึงกับชะงักและเปลี่ยนคำพูดไปในทันที เอ่อ... งั้นไม่พูดก็ได้... เรื่องของนายก็แล้วกันวิคเตอร์!”

สิ้นเสียงไอคารอสทุกคนก็เงียบ มีเพียงเสียงเปียโนที่บรรเลงเพลงออกมาจากลำโพงรถอย่างเรียบลื่น ไม่มีอะไรรีบร้อน สดใสอารมณ์ดี เหมือนกับโลกนี้ช่างเงียบสงบซึ่งขัดกับความเป็นจริงอย่างสิ้นเชิง ท่อนเพลงบรรเลงนั้นฟังดูคุ้นหูเป็นอย่างดี แล้วสิ่งที่เขาเดาเอาไว้ก็ถูกต้อง เมื่อได้เห็นชื่อเพลงบรรเลงที่ปรากฏบนจอแสงโฮโลแกรม

Now Playing: Moonlight Sonata

(Piano Sonata No. 14 in C # minor, Op. 27 No. 2) Movement 2: Allegretto

แสดงว่ายุคนี้... ยังมีคนฟังเพลงบรรเลงของเบโธเฟนอยู่สินะ

ระหว่างนั้นเอง ไอคารอสได้ชำเลืองมองวิคเตอร์ผ่านทางกระจกหลัง เขาเบ้ปาก ถอนหายใจ เหมือนกำลังเบื่อหน่ายกับสมาชิกคนใหม่นี้เต็มทน

เรากำลังเข้าเวนโตโปลิส เขาพูดจบก็เว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง อ้อ เดี๋ยวสงสัยอีก อธิบายเลยแล้วกัน เวนโตโปลิสเป็นเมืองหลวงของมนุษย์ แต่ไม่ต้องกลัวโดนจับหรอก พวกฉันเข้าไปบ่อย ถ้าไม่ไปเผยไต๋อะไรมันก็จับเราไม่ได้อยู่แล้ว

วิคเตอร์ไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่พยักหน้ารับเท่านั้น ดวงตาเขามองลอดเลนส์แว่นสายตาเก่าๆ ออกไปนอกกระจกรถ ภาพข้างนอกที่เห็นเป็นวิวเมืองกว้างไกลสุดลูกหูตา เพราะรถที่กำลังเหาะเหินอยู่บนอากาศทำให้สามารถมองเห็นภาพได้รอบด้าน ท้องฟ้ามืดมิดไร้ซึ่งแสงตะวัน ฝุ่นและเขม่าควันสีดำด้านล่างเกาะตัวกันเป็นกระจุก แสงไฟหลากสีจากตัวอาคารส่องสว่างท่างกลางบรรยากาศอันขมุกขมัว แม้แต่บนท้องฟ้ายังมีไฟสีฟ้าตีเป็นเส้นเพื่อแบ่งเลนวิ่งและบอกแนวถนน

อาคารบ้านสลัมมีให้เห็นอยู่ประปรายห่างจากตัวเมือง มองจากด้านหลังรถไปไกลลิบจะเห็นตึกรามบ้านช่องที่เก่าโทรมกระจุกกันอยู่มากมาย ให้เดาคงจะเป็นใจกลางเมืองของเหล่ามิวท์ เมื่อกะจากระยะสายตาจึงเดาได้ว่ารถน่าจะขับออกมาได้นานระยะหนึ่งแล้ว

รถบนท้องฟ้าขับสวนไปมาดูเป็นที่ชินตาสำหรับคนยุคนี้ เมื่อกลับมามองตรงหน้า เขาก็เห็นกำแพงสูงเสียดฟ้าราวสามสิบเมตรขวางกั้นอยู่ มันอยู่ไม่ไกลนัก กำแพงสูงใหญ่นั้นตั้งบดบังแสงอาทิตย์จนทำให้เมืองมิวท์ที่อยู่นอกเขตไกลออกไปนั้นดูมืดหม่นเสียจนเหมือนกับว่าเมืองทั้งเมืองนั้นตกอยู่ในดินแดนแห่งรัตติกาล

เห็นแล้วชวนให้รู้สึกหดหู่ใจเป็นอย่างยิ่ง

ห่างจากเขตตัวเมืองที่เต็มไปด้วยตึกแออัดกลับเป็นพื้นที่รกร้าง ผืนดินเบื้องล่างแตกระแหงแห้งแล้งเพราะขาดน้ำและแสงอาทิตย์ แต่เขาก็ยังสังเกตเห็นโดมเกษตรอยู่บ้างประปราย ด้วยความโปร่งแสงทำให้สามารถมองเห็นพืชหลากหลายชนิดถูกปลูกเรียงรายเป็นแนวยาวอยู่ด้านใน วิดเตอร์นึกในใจ ถ้าหากมีโอกาสก็อยากจะลองไปศึกษาระบบการทำงานของที่นั่นดูสักครั้ง

ยุคของพวกนายยังมีเพลงพวกนี้ให้ฟังอีกเหรอวิคเตอร์ถามขึ้น ในขณะที่เพลงยังคงบรรเลงต่อไปเรื่อยๆ

มี เพลงนี้ราคาตั้งสองร้อยเหรียญออรี เพราะเป็นเพลงของศิลปินเก่าระดับโลกเมื่อเกือบสี่ร้อยปีที่แล้วไอคารอสตอบพลางหันไปเหลือบมองซิลด้วยสายตาตำหนิแล้วเบ้ปาก วิคเตอร์แปลความหมายได้ทันทีว่าคนซื้อคงจะเป็นซิลแน่ๆ และราคาที่แพงเอาการก็คงจะทำเอาไอคารอสแค้นฝังใจที่เพื่อนตนเองใช้เงินฟุ่มเฟือย

ก็นั่นเพลงโปรดของฉันซิลเถียงยิ้มๆ เหมือนไม่รู้สึกผิดเลยสักนิดอุตส่าห์รีบซื้อ เห็นไหมว่าตอนนี้ราคาตั้งเกือบพันเหรียญออรีแล้ว

แล้วรู้ไหมว่าเงินสองร้อยเหรียญออรีมันกินข้าวได้กี่มื้อ ซิล เจ้าบ้าเอ๊ย นึกกี่ทีก็โมโห!ไอคารอสโวยวายด้วยความหงุดหงิดมีเพื่อนแต่ละคน พาฉุดฉันดิ่งลงมันทุกคนเลยให้ตายสิ

แล้วที่คิดเงินกับฉันตั้งหนื่งหมื่นสี่พันห้าร้อยเหรียญออรี มันมากขนาดไหนกัน...

คงไม่ได้ว่าฉันด้วยใช่ไหม

เฟธที่นั่งเงียบๆ อยู่พูดขึ้นมา น้ำเสียงราบเรียบของเธอมาพร้อมกับใบหน้าที่นิ่งเฉย... ทว่ารังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาชัดเจนนั้นทำให้ไอคารอสแทบขนลุกซู่จนเปลี่ยนคำพูดแทบไม่ทัน

ไม่จ้ะ ไม่ได้ว่าเลย ฉันก็แค่พูดลอยๆ!เจ้าตัวรีบปฎิเสธทันควัน ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุยในทันทีอ้อ วิคเตอร์ นายคงอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับเพลงละสิ งั้นฉันจะอธิบายให้ฟังเอง ดีไหมๆ

วิคเตอร์ทำท่าจะปฏิเสธในทีแรก แต่เมื่อเห็นเฟธเริ่มทำเสียงหัวเราะต่ำๆ ในลำคอ ประกอบกับกิริยาที่กำลังหักนิ้วรอลงทัณฑ์น้องชายตัวแสบ เขาก็นึกสงสารปนสมเพชไอคารอสอยู่ในใจ จึงพยักหน้ากลับไป เพื่อไม่ให้ไอคารอสต้องถูกพี่ใหญ่ของตัวเองถีบลงจากรถเสียก่อนที่จะถึงเวนโตโปลิส

ก็ดี... อธิบายมา

ยุคของนายตั้งแต่สมัยโน้นยังมีการขายแผ่น หรือไม่ก็ดาวน์โหลดออนไลน์ ถูกมะ? แต่สมัยนี้มันหมดยุคแล้วเพื่อน ไอคารอสอธิบายพลางชำเลืองมองเฟธ เมื่อเห็นว่าเธอคงจะหายโกรธแล้ว เขาจึงพูดต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ฉันพูดถึงไหนแล้วนะ อ้อใช่... เดี๋ยวนี้ระบบคอมพิวเตอร์กับข้อมูลมันเชื่อมถึงกันหมด เราเลยซื้อเพลงจากศิลปินเอาเองได้เลยน่ะ ปกติเพลงหนึ่งจะราคาราวๆ สองถึงสิบเหรียญออรีตามชื่อเสียงของศิลปิน แถมระบบที่ฉลาดมากๆ เลยทำให้โกงหรือแอบโหลดเถื่อนไม่ได้ อ้อ... แล้วก็ไม่ต้องถามล่ะ ว่ากฎหมายยุคนี้เป็นยังไง

ทำไม?” วิคเตอร์ยังคงถามต่อไป ไอคารอสได้ยินแบบนั้นก็กัดฟันกรอด ก่อนจะถอนหายใจออกมาแรงๆ เขาอุตส่าห์รวบรัดตัดจบไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามถามอะไรต่อได้แล้วเชียว จะขี้สงสัยไปถึงไหนกัน!

เฟธเห็นแล้วรำคาญทั้งวิคเตอร์ทั้งไอคารอส จึงตอบแทน กฎหมายของมิวแทนท์ใช้ฉบับเดียวกันกับมนุษย์ แต่เพราะที่นี่มีสภาพความเป็นอยู่ลำบากกว่า ดังนั้นมันก็เลยถูกปรับให้บทลงโทษรุนแรงกว่าจนไม่มีใครกล้าทำผิด การโหลดไฟล์ลิขสิทธิ์เถื่อน หากจับได้จะถูกควักดวงตาออก ในกรณีเป็นไฟล์เพลงจะถูกจับไปทำลายเยื่อแก้วหู ทำให้หูหนวก ในขณะที่ถ้าเป็นข้อกฎหมายในเมืองมนุษย์ จะลงโทษด้วยการปรับหรือขังคุก

เพราะมีความเป็นอยู่ลำบากกว่านั่นเอง...วิคเตอร์พึมพำ เขาฟังคำพูดเหล่านั้นอย่างตั้งใจเหมือนพยายามจะจดจำสิ่งที่อีกฝ่ายพูดเอาไว้ในสมองให้มากที่สุด ในจังหวะนั้นเอง ภาพโฮโลแกรมจากจอด้านหน้าก็แวบมาฉายขึ้นกลางอากาศในระยะสายตาของวิคเตอร์ มันขึ้นถามเหมือนกับรู้ใจของเจ้าของเป็นอย่างดี

ต้องการเปิดสมุดบันทึกหรือไม่?

เขาชี้นิ้วเลือกคำสั่งใช่ ก่อนจะบันทึกทุกอย่างตามใจที่สมองตนเองสั่ง ข้อความมากมายยาวเป็นพรืดไหลลงสู่เส้นบรรทัดบนหน้าจอโดยไม่ต้องพิมพ์ เขาบันทึกเรื่องที่เพิ่งเจอมาหมาดๆตั้งแต่ตื่นจากโลงขึ้นมาจนกระทั่งปัจจุบันตอนนี้อย่างรวดเร็ว ซิลที่นั่งข้างๆ ยิ้มให้เขา นึกชมในใจที่วิคเตอร์เป็นคนเรียนรู้อะไรเร็ว เพียงครู่เดียว เด็กหนุ่มก็กดเลือกเซฟข้อมูลที่จดลงไป

แว่นของนายมันเก่าไปแล้ว เป็นแค่แว่นสายตาธรรมดาเอง อยากได้แว่นอันใหม่ไหม ฉันหยิบเผื่อมาด้วยนะซิลพูดขึ้น วิคเตอร์รับมันไปดู พบว่าเป็นแค่แว่นกรอบสีดำเรียบๆแว่นอันนี้ทำได้ทุกอย่าง เท่าที่ฟังจากรอส นายมาจากยุคที่สมาร์ทโฟนกำลังรุ่งเรือง ถูกไหม งั้นแว่นนี่ก็เหมือนกันนั่นแหละ

ขอลองดูหน่อยนะวิคเตอร์ถอดแว่นตนเองออกเก็บใส่กระเป๋าเสื้อโค้ทหนัง แล้วใส่แว่นอันใหม่นั้นแทน จริงอย่างที่ว่า แว่นนี้ปรับให้สายตาเขาเห็นทุกอย่างชัดแจ๋ว ชัดกว่าแว่นอันเก่าของเขาเสียอีก เขาสามารถมองเห็นเวลาได้จากขอบแว่น บนหน้าจอปรากฎข้อความขึ้นมาว่า กำลังเชื่อมต่อกับข้อมูลสุขภาพของผู้ใช้

แน่นอน ถ้าสมองสั่งการอยากเห็นภาพโล่งๆ ตัวอักษรข้อมูลต่างๆ บนหน้าจอก็จะหายไป ทำให้ไม่รกสายตาและขัดขวางการมองเห็นภาพรอบข้าง

แต่เมื่อวิคเตอร์ไม่เห็นแถบเปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่ เขาจึงถามขึ้นมาอีกครั้งด้วยความสงสัย แว่นนี่ไม่ต้องใช้ไฟฟ้าเหรอ

ไม่ต้อง แว่นนี้นำทุกสิ่งรอบตัวที่มันวิเคราะห์ได้มาเป็นพลังงานให้เองอัตโนมัติ เช่น แสงแดด น้ำ หรือแม้แต่ลมหายใจซิลอธิบายพลางเลื่อนมือดึงเชื่อมหน้าต่างโฮโลแกรมทั้งสองจอเข้าด้วยกันจะเอาข้อมูลที่จดเมื่อกี้ใส่เข้าไปในแว่นให้นะ

ขอบใจ

จริงๆ แล้วไม่มีใครใส่แว่นกันแล้วล่ะ มันเก่ามากๆ ส่วนใหญ่จะใส่คอนแทคเลนส์กัน ลูกเล่นก็เหมือนแว่นที่นายใส่นั่นแหละไอคารอสบอกกับเขา ก่อนจะหัวเราะร่วน แต่ราคามันแพง ที่พวกเราใส่กันนี่ก็หมดค่าแรงไปหลายวันแล้ว ดังนั้นก็ทนใช้ของเก่าไปก่อนแล้วกันนะเพื่อน ฮ่าฮ่าฮ่า

ไม่เป็นไร ฉันชอบใส่แว่นมากกว่าอยู่แล้ว

วิคเตอร์พูดจบ เฟธก็ชะลอรถลงตรงหน้าแผงกั้นรถที่ริมกำแพง ก่อนที่เสียงหนึ่งจะดังเข้ามาในลำโพงขัดกับเพลงที่เปิดอยู่

หยุดตรวจ กรุณายื่นบัตรผ่านทางด้วยค่ะ

ไอคารอสหยิบบัตรขึ้นมาจากในกระเป๋ายื่นให้เฟธอย่างรู้หน้าที่ เธอรับบัตรไปแล้วหย่อนใส่ลงช่องเล็กๆ ข้างคันโยกบังคับทิศทางการบิน สักครู่หนึ่งบัตรก็เด้งกลับเข้ามาด้านในอีกครั้ง พร้อมกับไฟสีเขียวหน้าแผงกั้นที่ยกขึ้น เป็นสัญญาณว่าการตรวจเสร็จสิ้น

ผ่านได้ ยินดีต้อนรับสู่เวนโตโปลิสค่ะ

สิ้นเสียง รถก็บินผ่านกำแพงสูงเข้าไปสู่ด้านใน ภาพที่ปรากฏให้เห็นตรงหน้าเป็นที่น่าตื่นตาขัดกับนอกกำแพงอย่างสิ้นเชิง แสงอาทิตย์สาดเข้ามาเป็นสัญลักษณ์แห่งเวลากลางวัน ท้องฟ้าสีครามแม้จะดูหม่นหมองไปเพราะกลุ่มควัน แต่ก็ยังดูมีชีวิตชีวากว่าบรรยากาศนอกกำแพงนั้นมาก

วิคเตอร์หรี่ตาลงครู่หนึ่งเพื่อปรับม่านตาให้เข้ากับแสงที่สว่างวาบขึ้นมาอย่างกะทันหัน

เมื่อปรับสายตาจนเข้าที่เข้าทาง จึงได้เห็นทัศนียภาพใหม่ตรงหน้า มันคือเมืองใหญ่ดูเจริญตา ตึกสูงเสียดฟ้ามากมายตั้งเรียงกันเป็นแนว บ้านช่องส่วนใหญ่ต่างจากยุคที่เขาเคยเห็นโดยสิ้นเชิง มันเป็นอาคารสีดำเรียบๆ รถราและบิ๊กไบค์บนท้องฟ้าบินสวนกันไปมาดูวุ่นวาย แสงสีเขียวบางพลิ้วตีเป็นช่องกว้างกลางอากาศเพื่อเป็นเลนให้รถขับไปมา และไฟแดงตามจุดที่มีรถชุกชุมเพื่อควบคุมให้การสัญจรเป็นไปอย่างมีระเบียบ

พื้นถนนด้านล่างเห็นผู้คนเดินกันขวักไขว่สมกับเป็นมหานคร หากนี่เป็นเมืองมนุษย์... แล้วทำไมพวกมิวท์อย่างไอคารอสจึงสามารถเข้ามาได้อย่างง่ายดายถึงเพียงนี้

เหมือนจะรู้ว่าวิคเตอร์ต้องสงสัยแน่ๆ ไอคารอสจึงหันมายักคิ้วให้เขาก่อนจะตอบขึ้นทันทีฉันมีบัตรปลอมน่ะเขาหยิบบัตรนั้นขึ้นมาอวดอีกครั้งบัตรนี้มีแถบแม่เหล็กที่เหมือนกับบัตรจริงมาก ทำให้สามารถผ่านโดมไฟฟ้าล่องหนเหนือกำแพงที่กันเอาไว้ไม่ให้พวกเราเข้ามาได้น่ะ โชคดีชะมัดเลยล่ะ ที่พรรคพวกทำเอาไว้ให้

พรรคพวก?”

เออน่า ไปถึงก็รู้เองไอคารอสกล่าวพลางเดาะลิ้นด้วยความรำคาญ คนขี้สงสัยมักจะตายเร็วเสมอ จำไว้นะพวก

คนไม่ขี้สงสัยแบบนายก็ไม่ต่างหรอก ถ้ายังปากดีแบบนี้น่ะ

จะกัดกันอีกนานมั้ย พอได้แล้ว ทั้งคู่เลยเฟธกระแทกเสียง ทุกคนเงียบลงทันที เธอกลอกตามองบน ก่อนจะส่ายหน้าด้วยความระอา ถึงแล้ว จะลงจอดละนะ

เฟธดึงคันโยกลงดังกึก รถยนต์ลงสู่ด้านล่างในแนวดิ่งอย่างช้าๆ จอดลงสู่พื้นดาดฟ้ากว้างที่ด้านล่าง ลมแรงพัดฝุ่นคลุ้งไปรอบทิศทาง เมื่อเครื่องแตะถึงพื้นประตูก็เปิดออกโดยอัตโนมัติ ทั้งสี่ก้าวขาลงมาจากรถ สิ่งแรกที่วิคเตอร์เห็นคือป้ายที่แปะเอาไว้หน้าประตูดาดฟ้า ป้ายสีขาวเรียบๆ บนไวท์บอร์ด ตัวอักษรสีน้ำเงินเขียนถูกเขียนเอาไว้ด้วยชื่อคลับสั้นๆ แต่ชัดเจน

‘Tantum’s Club’

คลับของแทนทัม?

ไม่รอช้า ไอคารอสเดินนำหน้าไปเปิดประตูดาดฟ้า เขาสับเท้าลงบันไดไปอย่างเร่งรีบ เสียงแหลมดังตามจังหวะฝีเท้าด้วยบันไดเก่าจนสนิมขึ้นเต็มไปหมด ห้องบันไดดูแคบและมืดทึบเพราะไม่มีหน้าต่าง ถึงกระนั้นก็ยังพอได้ยินเสียงเพลงจากห้องข้างล่างดังแว่วมาให้ได้ยินอยู่เบาๆ

ทันทีที่ไอคารอสเปิดประตูด้านล่างออก เสียงดนตรีร็อคก็กระแทกออกมาจากห้องดังถึงข้างบน ทำเอาวิคเตอร์แทบอยากอุดหูด้วยความรำคาญ และเมื่อเดินเข้ามาด้านใน ความอึกทึกและเสียงเพลงที่ไม่คุ้นเคยก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกปวดหูมากยิ่งขึ้นไปอีก

คลับยังมีหน้าตาคล้ายๆ กับเมื่อหนึ่งร้อยปีที่แล้ว แสงสีวูบวาบ ดนตรีดังกระหึ่มชวนเต้น กับบาร์เครื่องดื่ม แต่จะมีต่างกันก็ตรงที่มีหุ่นยนต์สาวสวยคอยมาเสิร์ฟน้ำ บางคนก็เป็นมนุษย์ ซึ่งจุดนี้วิคเตอร์มีวิธีสังเกตอย่างหนึ่งคือ มนุษย์จะไม่สวมปลอกคอ ในขณะที่หุ่นยนต์จะสวมปลอกคอสีเงิน และมีคำว่า Robotบนแขนตามด้วยเลขประจำตัวสิบหลักติดเอาไว้เสมอ

เสียงเบสดังกระหึ่มแทบกระแทกหัวใจ กีตาร์ไฟฟ้าเล่นเสียงดังด้วยจังหวะก้าวร้าวแสบหู กลองมือฉมังตีกลองระรัวอย่างบ้าคลั่งราวกับว่าไม้ดรัมเป็นส่วนหนึ่งของอวัยวะตนเอง นักร้องก็ร้องเพลงอย่างรวดเร็วจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ไม่สิ ควรจะเรียกว่าแร็ปเปอร์มากกว่า

ดูเหมือนทุกคนที่นี่จะรู้สึกสนุกไปกับมัน แม้แต่ซิลกับไอคารอสยังเต้นตามจังหวะเพลงไปด้วย มีเพียงเฟธที่เดินไปหาที่นั่งเงียบๆ อยู่อีกมุมหนึ่งของบาร์เท่านั้น

ข้อเท็จจริงของวิคเตอร์ที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน คือเขาเกลียดเพลงแร็ปเข้าไส้

เขาจะไม่ตำหนิคนที่ฟังเพลงประเภทนี้ เพราะเขารู้ดี ไม่มีใครจะมาตัดสินเรื่องรสนิยมส่วนตัวได้ แต่ได้โปรดเถอะ ช่วยหรี่ลำโพงนั่นที หูเขาจะแตกแล้ว!

วิคเตอร์ไม่ได้แสดงสีหน้าใดๆ ออกมาเพราะปกติเป็นคนนิ่งๆ อยู่แล้ว แต่แค่ท่าทีที่ยกมือขึ้นอุดหู เฟธเห็นก็รู้ว่าเขารำคาญขนาดไหน เด็กหนุ่มเดินไปนั่งกับเธอที่ริมบาร์ ในขณะที่ทั้งสองหนุ่มยังคงเต้นกันอยู่ที่หน้าเวที

เรามาทำอะไรที่นี่เขาถาม

ซื้อของ พวกเรากำลังรอพ่อค้ากันอยู่เธอพูดขึ้น ก่อนจะโค้งหน้ามากระซิบข้างหูที่นี่เป็นที่นัดหมายของมิวท์ส่วนใหญ่ในเมืองฮิวม์ ดังนั้นอย่าทำอะไรน่าสงสัยล่ะ เพราะจะไม่ใช่นายคนเดียวที่เดือดร้อน จำเอาไว้ด้วย

เขาพยักหน้า

ในเวลานั้นเอง บาร์เทนเดอร์ก็เดินมาตรงมายังเฟธ ชายหนุ่มเหล่มองสายตาหยาดเยิ้มพลางผิวปากเสียงแหลม มาที่นี่อีกแล้ว แม่สาวคนสวย ช่วงนี้มันเป็นแฟชั่นจริงๆ เลยนะ ผมสีเทาเนี่ย

เธอยักไหล่ ก็คงอย่างนั้นแหละ

เธอตอบไปเพียงเพื่อไม่ให้การสนทนาเงียบเชียบ ใครจะไปบอกว่าผมสีนี้ได้มาตั้งแต่เกิดเพราะตัวเองเป็นมิวท์กันล่ะ

งั้น วันนี้รับอะไรดีล่ะบาร์เทนเดอร์ถามอย่างเป็นมิตร ก่อนจะหันมาที่วิคเตอร์นายด้วย ดื่มอะไรหน่อยไหม

ไม่ล่ะวิคเตอร์ตอบ มือยังคงยกขึ้นอุดหูอยู่ ส่วนเฟธชี้ไปที่ขวดวิสกี้ด้านหลัง บาร์เทนเดอร์พยักหน้ารับ ก่อนจะหยิบวิสกี้รินลงไปบนแก้วแล้วเสิร์ฟวางบนเคาน์เตอร์ เฟธยื่นมือไปหาคนริน ฝ่ายตรงข้ามไม่รอช้า จับมือตอบ เพียงเสี้ยววินาทีก็มีเสียงดังขึ้นจากระบบเบาๆ

การแลกเปลี่ยนเสร็จสิ้น เป็นเงินยี่สิบออรี ขอบคุณค่ะ

บาร์เทนเดอร์รับเงินแล้วก็เดินไปที่อื่น เหมือนรู้ดีว่าเฟธต้องการเวลาส่วนตัว วิคเตอร์ได้เรียนรู้ว่านั่นคือวิธีการใช้จ่ายเงินในยุคนี้ เขาลองกดปุ่มที่แว่นบ้างเพื่อตรวจสอบเงินตัวเองในระบบ จึงพบว่าตัวเองมีเงินอยู่ศูนย์ออรีถ้วน ซึ่งไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่

ในจังหวะนั้นเอง ชายคนหนึ่งก็ได้เปิดประตูบาร์เข้ามาท่ามกลางความอึกทึก ไม่ได้มีใครสนใจนัก แต่เฟธกลับลุกขึ้นเดินไปหา มือคว้าแก้ววิสกี้ไปด้วย วิคเตอร์เดินตามไป ซิลเหมือนจะรู้หน้าที่ เขาหยุดเต้นแล้วเดินตามมาด้วย ในขณะที่ไอคารอสยังคงเต้นอยู่ตรงฝั่งดิสโก้เหมือนไม่ค่อยสนใจ

หรืออาจจะไม่เห็น

ให้เรียกไอคารอสไหมวิคเตอร์ถาม แต่เฟธส่ายหน้าเป็นคำตอบว่าไม่

ทั้งสามหยุดเดินลงตรงหน้าชายคนนั้น เขาสวมหน้ากากสีมืด ชุดสูทสีดำเรียบๆ แต่ดูมีระดับ หมวกทรงสูงสีเดียวกันแบบผู้ดีโบราณ เพราะไม่เห็นใบหน้าจึงทำให้ดูมีท่าทีลึกลับไม่น่าไว้ใจ วิคเตอร์หรี่ตามองหน้าฝ่ายตรงข้ามอย่างพินิจพิจารณา

สวัสดีเขาคนนั้นกล่าวทักทายมีธุระอะไรกับคลับแทนทัม? ทางเรายินดีให้บริการเสมอตราบที่คุณมีข้อแลกเปลี่ยนที่เหมาะสม

สวัสดีเฟธทักทายกลับ มือวางแก้ววิสกี้ลงฉันมาซื้อของ

งั้นมาคุยกันทางนี้ดีกว่าชายคนนั้นกล่าว ก่อนจะเดินไปที่มุมสุดของบาร์ซึ่งมีเสียงเพลงที่เบาลงไม่หนวกหูและมีคนอยู่น้อย เพื่อให้การเจรจาเป็นไปอย่างสะดวก

เก้าอี้บุนวมสีแดงดูหรูหราเหมือนเป็นที่นั่งประจำของชายคนนี้ เมื่อทุกคนนั่งลงบนเก้าอี้กันหมดแล้ว เขาจึงเริ่มเปิดประเด็นสนทนาออกมา

เชิญ... เชิญครับ วันนี้จะแลกเปลี่ยนอะไรกันดี

ตามที่เคยคุยกันไว้เฟธเปรยขึ้นฉันต้องการมอร์ฟีนหนึ่งร้อยโดส ยาปฏิชีวนะสักสองร้อยแผง ชิ้นส่วนหุ่นยนต์ทั้งหมดของคุณ และชุดอุปกรณ์ช่างที่ผลิตจากเมืองมนุษย์

พ่อค้าสวมหน้ากากเลิกคิ้ว

โอ... ทั้งหมดนั้นจะแลกเปลี่ยนกับอะไรดีล่ะ

ซิลกุมมือ เขาเสนอด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เงินจำนวนสองหมื่นเหรียญออรัม

ไนน์... ไนน์พ่อค้าปฎิเสธเป็นภาษาเยอรมัน ทำให้วิคเตอร์พอจะอนุมานได้ว่าฝ่ายตรงข้ามมีเชื้อชาติอะไรขอพูดตามตรงว่าข้อเสนอนี้ไม่น่าสนใจเอาเสียเลย มีอะไรจะเสนอเพิ่มหน่อยไหม

ทั้งสองนั่งเงียบไปครู่หนึ่ง ในขณะที่วิคเตอร์นั่งดูเหตุการณ์อย่างเงียบๆ เขาหันไปมองไอคารอส แอบแปลกใจที่ตอนนี้เขาไม่ได้เต้นแล้ว ดูเหมือนว่าเขาจะกำลังคุยกับหญิงสาวแปลกหน้าอีกคนหนึ่งอยู่

คู่สนทนาดูอายุมากกว่าไอคารอสเล็กน้อย เธอไว้ผมสั้นซอยสีบลอนด์ บุคลิกท่าทางดูทะมัดทะแมงคล่องแคล่ว ในสายตาวิคเตอร์ ทั้งคู่ดูคุยกันถูกคอเหมือนเป็นเพื่อนกันมานานแล้วมากกว่าคู่หนุ่มสาวที่กำลังจีบกัน

เฟธมองหน้าพ่อค้าตรงหน้า ก่อนจะกล่าวเสียงเรียบต้องการอะไรเพิ่มล่ะ ลองเสนอสิ

ถ้าฉันเสนอ แล้วเธอจะให้หรือเปล่าล่ะ

มันก็ขึ้นอยู่กับว่า คุณต้องการอะไร” เฟธตอบ

ทุกคนเงียบไปชั่วขณะ พ่อค้าที่กำลังเอนหลังพิงกาย จากที่นั่งนิ่งอยู่ก็เผยอยิ้มมุมปาก...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

164 ความคิดเห็น

  1. #156 Pin (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 19:30
    ว่าแล้วก็ไปหาเบโธเฟนมาฟังบ้าง 🎶
    #156
    0
  2. #15 Levi-san (@Levi-san) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2558 / 09:12
    ไรเตอร์มาต่อๆๆๆๆ
    #15
    0