Time Rebellion ปฏิวัติข้ามเวลา ล่าเปลี่ยนโลก

ตอนที่ 3 : Chapter 2: Instinct สัญชาตญาณ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,985
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    30 มิ.ย. 60

Chapter 2: Instinct

สัญชาตญาณ

 

อะไรที่ตัดสินให้คนเรากลายพันธุ์กันแน่

ยีนต์ที่ผิดเพี้ยน

ร่างกายที่ไม่สมประกอบ

หรือ... จิตใจที่บิดเบี้ยว?”

--Victor Kings--

ว่างเปล่า...

ท่ามกลางห้องสีขาวโพลนที่ไร้ขอบเขต ไร้ผู้คน ไร้ซึ่งสัญญาณของสิ่งมีชีวิต กลิ่นไอความอ้างว้างคุกรุ่นไปทั่วทุกหนแห่ง เด็กหนุ่มเดินเหม่อลอยไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย นี่อาจเป็นโลกแห่งความฝัน ฝันที่ไม่ได้ดี แต่ก็ไม่ร้าย... มันคือฝันอันแสนโดดเดี่ยวไร้ความหมาย

เขาก้าวเดินไป ไม่แน่ใจว่ามาที่นี่ได้อย่างไร ที่นี่ไร้จุดเริ่มต้น ราวกับวังวนอันไร้จุดสิ้นสุด เหมือนกำลังเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางอวกาศอวกาศสีขาวโพลน ฉับพลันนั้นเอง เสียงหนึ่งจากข้างหลังก็ดังขึ้นทำลายความเงียบสงัด น้ำเสียงนั้นฟังดูอ่อนโยน อบอุ่น และน่าถวิลหา

วิคเตอร์... เธอยังจำคำสัญญานั้นได้ไหม

เสียงนั้นช่างหวานจับใจ เขาหันกลับไปมอง ภาพที่เห็นตรงหน้าคือเด็กสาวที่คุ้นเคย ผมสีน้ำตาลอ่อนผูกหางม้าเอาไว้สูงดูร่าเริงคล่องแคล่ว นัยน์ตาสีฟ้าราวกับอัญมณีที่ส่องประกาย เธอมาในชุดเดรสสีขาวบริสุทธิ์ ดูสะอาดไร้มลทิน เช่นเดียวกับจิตใจของเธอ

ท่ามกลางความเวิ้งว้าง เธอเป็นดั่งไฟนำทาง... เหมือนแสงแรกยามอรุณที่ส่องสว่างสดใส

คือเธออเล็นเล่

เขาคิดถึงเธอเหลือเกิน คิดถึงตลอดมา

จำได้ฉันจำได้แน่นอน วิคเตอร์ตอบกลับเสียงสั่น เขาเดินเข้าไปใกล้เธอ หัวใจเต้นแรงระส่ำ ในใจอยากกอดเธอเอาไว้ในอ้อมแขนไม่ให้จากไปไหนได้อีก แต่ทันทีที่มือนั้นเอื้อมคว้า ร่างเธอก็พลันสลาย กลายเป็นฝุ่นธุลีลอยหายไปในอากาศ

เด็กหนุ่มหยุดชะงักไปในทันใด ใจที่เต้นแรงกลับเหมือนหยุดวูบไปชั่วขณะ ก่อนที่สมองจะประมวลผลออกมาได้ ว่าแท้จริงแล้ว เขาเพียงแต่กำลังหลอกตัวเองอยู่เท่านั้น

นั่นสินะ ก็เธอน่ะ... ตายไปแล้ว เขาพูดขึ้นเบาๆ แม้ใจไม่อยากจะมองเธออีก เพราะรู้ว่าสิ่งที่เห็นนั้นเป็นเพียงภาพลวง แต่อนิจจา เขาไม่อาจละสายตาไปจากเด็กสาวแสนงดงามตรงหน้าได้เลย

แม้ใจจริงผูกพันเท่าใด... แม้ใจจริงห่วงหาเธอแค่ไหน แต่กลับมิอาจไขว่คว้ามันเอาไว้ได้

อเล็นเล่ยิ้มกับคำตอบที่ได้รับ มืออ่อนนุ่มยกขึ้นลูบกับใบหน้าของเขา ทั้งที่รู้ว่ามันไม่ใช่ความจริง แต่บัดนี้เขากลับสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากมือนั้น เด็กหนุ่มยังจำได้ดี ความทรงจำเก่าๆเหล่านั้นยากจะลืมเลือนได้ แม้ไม่เคยจูบดังเช่นคู่รักคู่อื่น แม้ไม่เคยพร่ำพรรณนาบอกความรู้สึกแท้จริงจากข้างใน แม้เขาหลับใหลไปนานเท่าใด... แต่เธอจะยังคงอยู่ในใจเขาเสมอ และเธอเองก็เช่นกัน

อเล็นเล่ เขาเรียกชื่อเธอ เราไม่ได้อยู่ในยุคเดียวกันอีกต่อไปแล้ว...

เธอพยักหน้าแล้วทิ้งมือลง สายตาจ้องมองเขาอย่างเนิ่นนาน ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ แล้วสวมกอดเขาอย่างอ่อนโยน เด็กสาวกล่าวกระซิบข้างหู เสียงลมหายใจของทั้งคู่ดังขึ้นราวกับกำลังจะประสานเป็นจังหวะเดียวกัน

ในโลกแห่งจิตใต้สำนึกของเธอ... ฉันสัมผัสได้ถึงความโศกเศร้า อเล็นเล่กระซิบเสียงแผ่ว เธอคงกำลังรู้สึกโดดเดี่ยว เหมือนอย่างที่เคยผ่านมาใช่ไหม

วิคเตอร์รู้สึกใบหน้าร้อนผ่าว หัวใจเต้นแรงระส่ำไม่เป็นจังหวะ เขาพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ยกมือขึ้นกอดร่างนั้นในอ้อมแขนเอาไว้แน่น เขาอยากอยู่อย่างนี้ตลอดไป แม้ที่นี่เป็นเพียงในโลกแห่งความจิตใต้สำนึก แม้ว่ามันจะว่างเปล่าเพียงใด แต่หากแค่เพื่อได้อยู่กับเธอแล้ว... เขายินดีเสมอ

วิคเตอร์เธอเรียกชื่อเขาอย่าให้อดีตต้องเป็นโซ่พันธนาการใจตัวเองอีกเลย

สิ้นเสียง สัมผัสไออุ่นเหล่านั้นก็มลายลง ร่างกลับสลายออกเป็นริ้วละอองแสงรูปจิ๊กซอว์ ก่อนที่เศษธุลีจะลอยหายไปในอากาศ วิคเตอร์เบิกตาโพลง หัวใจเต้นแรงระรัว มือพยายามไล่เอื้อมคว้าแสงเหล่านั้นสุดกำลัง... แต่มันกลับเป็นเพียงแค่สัมผัสของอากาศเปล่า

เดี๋ยวสิ... อย่าเพิ่งจากฉันไป!”

เพียงเสี้ยววินาที ไอความมืดก็แผ่เข้ามา มันปกคลุมไปทั่วบรรยากาศจนมองไม่เห็นแสงสว่าง ฉับพลันนั้น ผืนดินก็สั่นไหวและแตกออกเป็นเสี่ยงๆ  ราวกับทุกอย่างกำลังจะถูกทำลาย ไม่ยกเว้นกระทั่งความว่างเปล่า ช่องว่างระหว่างรอยแตกเผยให้เห็นถึงมือที่ดำทะมึนที่แทรกตัวขึ้นมา พวกมันดึงฉุดขาของวิคเตอร์ดำดิ่งลงไปสู่ด้านล่าง แม้เขาพยายามจะดิ้นเท่าไหร่ แต่ยิ่งขัดขืน มันกลับยิ่งรัดเขาแน่นมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

ไม่!”

ร่างดำดิ่งสู่ความมืดมิด เสียงหัวเราะบ้าคลั่งดังขึ้นกึกก้องราวกับปิศาจร้าย เสียงกระซิบในอากาศเหมือนเป็นคำสาปแช่งที่ตามหลอกหลอน เขากรีดร้องออกมาสุดเสียงด้วยความทรมาน กลับมีแต่เพียงความเงียบงัน เหมือนตัวเองกำลังจะตกลงไปในนรก ทุรนทุรายเท่าไหร่ก็ไม่อาจหลุดจากวังวนแห่งความมืดนี้ไปได้

แต่ทันใดนั้นเอง เสียงหนึ่งที่ดังขึ้น ก็ทำให้เวลาทั้งหมดในโลกที่กำลังบ้าคลั่งนี้หยุดนิ่งลง

คุณ... กำลังทรมานอยู่ใช่ไหมคะ

เป็นเสียงของเด็กผู้หญิง วิคเตอร์กลอกตามองไปรอบๆ อีกครั้ง เพราะร่างกายตนเองยังถูกมือปิศาจรัดเอาไว้แน่น จึงไม่อาจขยับตัวได้ ในขณะที่กาลเวลายังถูกหยุดเอาไว้ เขาเห็นแสงเล็กๆ เหมือนหิ่งห้อยลอยไปมารอบเขา

เหมือนหัวใจค่อยๆ กลับมาเต้นในจังหวะปกติ เขาพูดกับแสงนั้นขึ้นอย่างอ่อนแรง บอกที... ฉันจะออกไปจากที่นี่ได้ยังไง

แสงนั้นไม่ตอบ กลับประกอบร่างขึ้นเป็นเงาแสงของเด็กหญิงตัวสูงเท่าไหล่เขา คงจะอายุประมาณสิบสอง ร่างนิรนามนั้นยื่นมือออกมาเป็นเชิงเชื้อเชิญ ฉับพลัน เงาทะมึนที่พันธนาการร่างเขากลับอ่อนตัวลงจนร่างเขาหลุดออกมา เด็กหนุ่มไม่รอช้า รีบยกมือขึ้นจับกับฝ่ายตรงข้าม

ทันทีที่มือสัมผัสกับแสงสีนวล ภาพทุกอย่างรอบๆ ตัวก็พร่าเลือนลง

เด็กคนนี้คือใครกัน

เธอ... เข้ามาในโลกของจิตใจฉันได้ยังไง

ก่อนที่ความคิดและคำถามอีกมากมายจะผุดขึ้นมาในหัว เขาก็รู้สึกได้ถึงแรงบางอย่างที่พุ่งบีบรัดหัวใจของเขาอย่างรุนแรงจนทำให้ร่างทั้งร่างกระตุก ภาพทั้งหมดดับวูบไปในพริบตา พร้อมๆ กับลมหายใจของเขาที่สูดเข้าไปจนสุดปอด

เฮือก!”

หัวใจที่บีบเต้นอย่างรุนแรงได้ปลุกสติสัมปชัญญะให้เขาสะดุ้งตัวขึ้นอีกครั้ง ฉับพลันนั้นเอง ร่างวิคเตอร์ก็สะดุ้งขึ้นจากเตียง เหงื่อไหลอาบท่วมตัว เขาหายใจหอบถี่ ด้วยอารมณ์ที่ตกค้างจากความฝัน

สายตายังปรับโฟกัสได้ไม่เต็มที่ จึงทำให้มองเห็นภาพรอบข้างได้ไม่ชัดเจนนัก ระหว่างนั้น เสียงจอกแจ้กจากคนหลายคนก็ดังขึ้นปะปนกัน

ค่อยยังชั่ว ความดันกลับมาเป็นปกติแล้ว

เห็นไหม เชื่อฝีมือของฉันหรือยัง

และเสียงสุดท้ายที่คุ้นเคยที่สุด เสียงของไอ้หนุ่มหัวตั้งจอมกวนบาทาเมื่อตอนนั้น...

 “โล่งอกไปที นึกว่าจะตายซะแล้ว เยี่ยมไปเลยนะซิล!

เสียงดังขึ้นจากข้างเตียง เขายังหอบอยู่ เมื่อปรับการหายใจจนเป็นปกติได้แล้วจึงเงยหน้ามองบุคคลรอบเตียง จึงได้รู้ว่าคนที่ยืนข้างๆ เป็นไอคารอสนั่นเอง ที่เหลืออีกสองคนกำลังหันหลังกำลังถอดถุงมือเปื้อนเลือด คนหนึ่งเป็นผู้หญิงผมยาว เรือนผมเป็นสีเทา อีกคนหนึ่งดูจากรูปร่างที่สูงสมส่วนแล้วน่าจะเป็นผู้ชายวัยยี่สิบปลายๆ

ไม่ทันจะได้ถามอะไร ตัวต้นเรื่องแห่งความวุ่นวายก็แทรกขัดขึ้นเสียก่อนด้วยทีท่าเหมือนกำลังดีใจสุดขีด

นายตายไปรอบนึงแล้วฟื้นขึ้นมาใหม่ ฝีมือเพื่อนฉันเอง เจ๋งไปเลยใช่ไหมล่ะ!

ชุบชีวิตฉันทำไมเขาถามเสียงเรียบ สายตาเหม่อลอยนั้นทำให้ความรู้สึกดีใจของไอคารอสดับวูบไปในทันใด ห้องตกอยู่ในความเงียบ วิคเตอร์ทอดสายตามองออกไปที่หน้าต่างข้างเตียง เขาเคยคิดว่าตัวเองควรจะตายไปนานแล้ว ตายๆ ไปเสียให้พ้นจากโลกใบนี้... อุบัติเหตุครั้งนั้นเกือบจะทำให้ฝันของเขาเป็นจริง... แต่มันกลับไม่ใช่

ภาพที่เห็นข้างนอก แม้จะมีตึกสูงระฟ้ามากมายและรถที่ขับไปมาบนอากาศบดบังทัศนวิสัย เขาก็ยังเห็นท้องฟ้าเป็นสีดำสนิทเช่นเดิม ในใจคิดว่าตนอาจจะสลบไปนานหลายวันก็ได้ ถึงได้ยังเป็นเวลากลางคืนอยู่เช่นนี้เมื่อตื่นขึ้นมา

อุปกรณ์ปฐมพยาบาลอยู่ในตู้เล็กๆ สีแดงติดผนัง สายน้ำเกลือต่อเข้ากับแขน และเตียงที่เขากำลังนอนอยู่ รวมถึงเสียงเล็กแหลมเป็นจังหวะดังปี๊บจากจอเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่วางอยู่ถัดไปจากเตียง แสดงให้เห็นว่าที่นี่คงจะเป็นห้องพักฟื้นหรือสถานพยาบาล แม้ว่าหลอดไฟแอลอีดีบนฝ้าเพดานจะส่องลงมาให้ความสว่าง แต่เพราะห้องมีสีเทาทึมๆ มันจึงไม่ได้ทำให้บรรยากาศดูอึมครึมน้อยลงเลย ประจวบกับอารมณ์ค้างจากความฝันเมื่อครู่ ยิ่งทำให้รู้สึกไม่สู้ดีขึ้นไปอีก

แปล๊บ...

จู่ๆ วิคเตอร์ก็เกิดอาการแน่นหน้าอกขึ้นมาฉับพลันจนหายใจไม่ออก แต่เพียงครู่เดียวอาการเหล่านี้ก็กลับหายไปเป็นปกติดังเดิม เพราะบางทีอาจจะเป็นอาการจากโรคประจำตัวที่เรียกว่า โรคอะริธเมีย ก็ได้ เขาจึงไม่ได้คิดอะไร

ไอคารอสที่ยืนเงียบอยู่นานเห็นเขายังไม่ยอมพูดเสียที จึงนิ่วหน้าถาม อ้าว ไม่ดีใจหรือไงที่ฟื้นขึ้นมาได้ รู้มั้ยพวกเราพยายามกันมากเลยนะ!”

ก็ไม่เชิง...เขาตอบออกไปเหม่อๆ

เมื่อเห็นวิคเตอร์ยังดูเบลอๆ เหมือนสติไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวเช่นนั้น เขาจึงหันไปบอกกับเพื่อนทั้งสองคนซึ่งเป็นผู้ช่วยชีวิตที่ยืนอยู่ด้านหลังเบาๆเอ่อ ขอโทษทีนะ สงสัยวิคเตอร์คงมีอะไรในใจอยู่มั้ง ให้เวลาเจ้านั่นทำใจแปปหนึ่งแล้วกัน

อืม เพื่อนๆ ทั้งสองคนตอบพร้อมกัน ขณะที่กำลังล้างและเก็บเครื่องมือใส่ตู้ติดกำแพง พวกเขาทั้งคู่เองก็ไม่ได้รีบร้อนอะไรอยู่แล้ว

แม้วิคเตอร์จะได้ยินเสียงพวกเขาตอบ แต่ตอนนี้เขายังไม่อยากสนใจเท่าไหร่ ในเมื่อตอนนี้ไม่เหลือใครแล้ว เขาก็อยากจะเรียนรู้สภาพแวดล้อมของที่นี่ให้ได้มากที่สุด

เมื่อเด็กหนุ่มมองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง จึงเห็นไอควันสีดำจางๆที่ลอยฟุ้งไปทั่วอากาศ ตึกรามบ้านช่องดูเก่าคล้ายจะใกล้พังเรียงตัวอยู่ห่างๆ ข้างล่างเป็นแผงขายของเรียงกันเป็นแนวยาวทอดไปตามริมทาง ซากปรักหักพังมีให้เห็นอยู่บ้างประปรายในแนวสายตา สิ่งประดิษฐ์เครื่องยนต์ทันสมัยคล้ายรถยนต์บินไปมาในอากาศอยู่บ้างเจ็ดแปดคัน ในขณะที่เมื่อมองลงไปอีกนิด จะเห็นรถบิ๊คไบค์แบบเหาะได้รุ่นเดียวกับเมื่อคืนที่เขาเพิ่งทำพังขี่โฉบเฉี่ยวไปมาเต็มท้องถนนอันแสนเก่าครึ

มันคือโลกใบใหม่ที่เขาไม่เคยคิดเคยฝันว่าจะได้เห็นกับตาตัวเอง

ตราบใดที่เรายังมีลมหายใจ ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป

ใช่... อเล็นเล่เคยบอกเอาไว้แบบนั้นเมื่อหนึ่งร้อยปีก่อน

วิคเตอร์กำมือแน่น เมื่อหันกลับไปมองไอคารอส จึงพบว่าเขากำลังยืนอยู่กับเพื่อนอีกสองคน คนข้างซ้ายเป็นผู้ชายร่างสูงโปร่งดูใจดี ผมสีบลอนด์ตัดสั้นดูเรียบร้อย ดวงตาสีฟ้าขุ่นๆ ฉายแววซื่อ ในขณะที่หญิงสาวที่ฝั่งขวามีใบหน้าที่เคร่งขรึม ผมยาวสีเทาขาว และดวงตาสีเดียวกันที่ดูซีดๆ วิคเตอร์มองหน้าทั้งสองไปครู่หนึ่ง ในจังหวะนั้นเอง ชายหนุ่มก็แนะนำตัวขึ้นอย่างเป็นมิตร

ฉันซิล... ซิล เด เมดีชี เป็นหมอน่ะ ฉันซ่อมเครื่องจักรกลได้นิดหน่อย แล้วก็เปิดคลินิกอยู่ที่ชั้นยี่สิบแปด ยังไงก็ยินดีที่ได้รู้จักนะ

เมดีชี?” วิคเตอร์ทวนนามสกุล เขารู้สึกคุ้นๆกับนามสกุลนี้ เหมือนกับเป็นนามสกุลของใครบางคนในอิตาลี

ใช่ เขาพยักหน้ายิ้มๆ ฉันสืบเชื้อสายจากทวดของทวดฉันที่เป็นขุนนางอิตาลีน่ะ โคซิโมที่หนึ่งซิลอธิบายตะกูลเมดีชีมีอำนาจมากในยุโรปโดยเฉพาะสมัยโบราณ... บางคนเป็นพระสันตะปาปา บางคนเป็นดยุค แต่ฉันดันเกิดเป็นโคลนนิ่งของทายาทคนหนึ่งในตระกูล โชคดีนะที่หนีออกมาได้ ไม่อย่างนั้นคงต้องมาสวมรอยเป็นคนอื่นแทน ฮ่าๆ

ซิลเล่าไปหัวเราะไปเหมือนไม่ค่อยเครียดกับชีวิตเท่าไหร่ วิคเตอร์รับฟังอย่างเงียบๆ ในขณะที่หญิงสาวอีกคนเดินเข้ามาแนะนำตัวด้วยเสียงเรียบ

 “ฉันเฟเธีย เรียกเฟธก็ได้เธอบอก ก่อนจะเน้นความหมายของชื่อตนเอง เฟธที่หมายถึงความศรัทธา ไม่ใช่โชคชะตา

อืมวิคเตอร์พยักหน้า

ไอคารอสเป็นเหมือนน้องชายของฉัน เราโตมาด้วยกัน ถ้าเขาทำอะไรแย่ๆ กับนายก็จัดการตามสมควรเลยนะ

เฟธ!” ไอคารอสตะโกนหน้าแดง ควันแทบออกจากหู เมื่อได้ยินเธอพูดแบบนั้น ฉัน ฉันไม่เคยทำอะไรแย่ๆ สักหน่อย อย่าพูดเหมือนฉันดูเป็นตัวป่วนแบบนั้นสิ

คดีก่อนยังไม่จบเลยนะ ซิลหัวเราะร่วน เขาคงจะชินกับพี่น้องคู่นี้อยู่แล้ว วิคเตอร์เดาว่าทั้งสามคงจะสนิทสนมกันพอสมควร

เส้นผมของเฟธทำให้วิคเตอร์รู้สึกสนใจ แม้เป็นสีเทาแต่กลับดูเป็นประกายเมื่อต้องแสง ต่อให้ทำสีผมก็ไม่มีทางที่จะดูเป็นธรรมชาติได้เช่นนี้ ด้วยความประหลาดใจทำให้วิคเตอร์มองเธอไปครู่หนึ่ง ทำให้ไอคารอสจ้องเขาตาเขม็ง พลางขยับปากขึ้นลงเหมือนกำลังจะพูดว่า อย่ายุ่ง

รู้แล้วละน่า...

วิคเตอร์เห็นแล้วเข้าใจชัดเจนจึงเบนสายตาไปมองทางอื่น เขาไม่อยากจะสนใจไอคารอสเท่าใดนัก จึงหันมาแนะนำตัวกับเพื่อนใหม่ทั้งสองคนด้วยทีท่านิ่งๆฉันวิคเตอร์ คิงส์ ยินดีที่ได้รู้จักพวกนายนะ

อาฮะทั้งสองรับคำขึ้นพร้อมกัน ก่อนที่ซิลจะตอบกลับด้วยทีท่าสุภาพสมกับที่มีเลือดผู้ดีไหลเวียนอยู่ภายใน

คิดว่านายคงจะยังไม่ชินกับที่นี่ ก็หวังว่าจะค่อยๆ ปรับตัวไปได้นะ

อา...ไอคารอสบิดขี้เกียจ เมื่อเห็นเพื่อนพูดจบแล้วก็เสริมต่อเอาละ ไหนๆนายก็รู้จักพวกเพื่อนของฉันแล้วนี่นะ...ไอคารอสเว้นวรรคไปครู่หนึ่งเหมือนกำลังครุ่นคิดถึงอะไรบางอย่าง เขาหลับตาลง เดาะลิ้นรัวๆ พลางเกาหัวแกรก

มีอะไรจะพูดก็พูดไปเถอะวิคเตอร์พูดดัก เหมือนรู้ว่าไอคารอสกำลังหนักใจ

ขอโทษนะ แต่... พวกฉันทำให้นายเป็นมิวท์ไปแล้ว เขาพูดต่อ จริงๆ แล้ว ดูน่าจะเป็นครึ่งคนครึ่งมิวท์มากกว่า

วิคเตอร์ไม่ทันจะได้นั่งงง เฟธก็ตบเข้าที่หลังไอคารอสไปทีหนึ่ง หยุดเลยนะ นายจะหลอกเอาให้ใครมาใช้แรงงานฟรีด้วยวิธีน่าเกลียดแบบนี้ไม่ได้

ไอคารอสมีทีท่าหงอยลงอย่างเห็นได้ชัด เขาทำปากจู๋เหมือนรู้สึกเสียดายสุดขีด เธอถอนหายใจ หันมาที่วิคเตอร์ก่อนจะพูดต่อ อย่าไปถือสานะ คือแบบนี้ ฮิวม์ก็คือมนุษย์ ส่วนมิวท์คือสิ่งมีชีวิตที่หน้าตาและรูปร่างเหมือนหรือคล้ายมนุษย์ แต่พันธุกรรมนั้นไม่ใช่ บางคนพันธุกรรมอาจเป็นแบบมนุษย์ร้อยเปอร์เซ็นต์ก็จริง แต่ถูกโคลนมา ก็จะถือว่าเป็นมิวท์เหมือนกัน กรณีของนาย เราไม่แน่ใจว่านายมีสถานะเป็นอะไรแล้วในตอนนี้ ฮิวม์ มิวท์ หรือครึ่งๆ

แต่พันธุกรรมฉันไม่ได้ผิดปกติวิคเตอร์แย้ง และฉันก็เกิดด้วยวิธีธรรมชาติ มีพ่อมีแม่ ไม่ได้เกิดจากการถูกโคลน

ฉันเข้าใจความรู้สึกของนาย ไอคารอสตอบกลับด้วยทีท่าจริงจังผิดปกติ แต่โลกที่นายรู้จักได้ตายไปนานแล้ว คำว่ามิวท์น่ะ ไม่ได้มีความหมายว่ากลายพันธุ์อีกต่อไป แต่มันหมายถึงสิ่งแปลกปลอม

แขนขา ถ้าขาดไป ต่อให้ไม่ใส่แขนเทียมหรือขาเทียม เราก็จะยังมีชีวิตอยู่ต่อไปได้เฟธเสริม เธอเดินเข้ามาใกล้วิคเตอร์ ก่อนจะใช้นิ้วชี้ที่อกซ้ายเขา แต่ตอนนี้ นายกำลังใช้หัวใจเหล็ก เป็นหัวใจเทียมที่สร้างขึ้นด้วยฝีมือพวกเราเอง และสิ่งนี้คือสิ่งแปลกปลอม หมายความว่าถ้านายขาดมันไป นายก็ตาย

วิคเตอร์ก้มมองลงไปดูที่หน้าอกซ้ายตนเอง ปรากฏว่าบริเวณตำแหน่งหัวใจกลับกลายเป็นเหล็กไปเสียแล้ว แสงไฟสีฟ้ากะพริบเป็นจังหวะคล้ายการเต้นของหัวใจ เมื่อลองเอามือแตะก็พบว่ามีแรงบีบอยู่เบาๆ เป็นจังหวะคล้ายกับหัวใจคนจริงๆ

แวบแรกเขาไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกอย่างไร แต่เมื่อทบทวนดูอีกทีแล้วมันก็ดีเหมือนกัน แบบนี้โรคอะริธเมีย-- อาการหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะของเขาก็หายขาดเสียที ไม่ต้องมากังวลอีกแล้วว่าเวลาเหนื่อยๆ จะเกิดวิงเวียนแทบเป็นลมหรือหัวใจวาย

มิวท์... คือคนที่ไม่ใช่คน เขาเริ่มเข้าใจอะไรขึ้นมาบ้างแล้ว ที่ไอคารอสบอกว่าเขาเป็นครึ่งคนครึ่งมิวท์ อาจจะเพราะเขามีสิ่งแปลกปลอมนี้ในร่างกาย แต่ภายนอกและพันธุกรรมก็ยังเป็นมนุษย์ และเขาก็เกิดด้วยวิธีธรรมชาติ จึงมีความก้ำกึ่งขึ้นระหว่างมนุษย์กับมิวท์นั่นเอง

มาลองคิดดูอีกทีแล้วก็แอบทึ่งที่พวกเขาเก่งและมีฝีมือมาก แม้ว่าจะถูกยิงเข้าหัวใจก็ยังสามารถยื้อชีวิตเอาไว้ได้ นับว่าไม่ธรรมดา น่านับถือจริงๆ

หวังว่านายจะทำใจได้นะไอคารอสนั่งลงข้างๆ พลางตบบ่าเขารู้ไหมว่ามันวิเศษมากขนาดไหน ซิลผ่าตัดหัวใจนายโดยใส่หัวใจเหล็กเข้าไปแทนน่ะ ส่วนเฟธคอยช่วยอยู่ห่างๆไอคารอสเล่าด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น เขาหายใจถี่ ราวกับว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมายังคงเกิดขึ้นอยู่มันใช้ระบบไฟฟ้าทำงาน ไฟจะหมดทุกๆ สามวัน ดังนั้นนายต้องชาร์จ แต่ถ้านายอยู่ข้างนอก ก็สามารถรับพลังงานจากแสงอาทิตย์ได้ ฟังดูเจ๋งแล้วก็ยอดเยี่ยมไปเลย ใช่ไหมล่ะ

วิคเตอร์พยักหน้ารับฟัง เขาไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกอย่างไร ในหัวสมองยังคงมึนเบลอไปหมด

ขอบคุณ... ที่ช่วยฉันไว้เด็กหนุ่มบอกกับทั้งสามคน ก่อนจะนั่งนิ่ง เขานึกไม่ออกว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปกับชีวิต ถ้ามุดกลับลงหลุมไปได้อีกรอบก็คงทำไปนานแล้ว

ซิลพยักหน้ายิ้มๆไม่ต้องสุภาพขนาดนั้นหรอก ถือว่าเป็นน้ำใจนะ

ในจังหวะนั้นเอง จู่ๆ ไอคารอสก็แสยะมุมปากขึ้นเหมือนกำลังแฝงเลศนัยอะไรบางอย่าง วิคเตอร์มองเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไอคารอสยักไหล่ ก่อนจะแย้งขึ้นมาทันที

ไม่ได้นะซิล พวกเราเสียเวลากับอุปกรณ์ไปมากเพื่อเจ้าหมอนี่เขาสะบัดมือเปิดฉายภาพโฮโลแกรมกลางอากาศทันที แสงฉายเป็นแอพลิเคชันเครื่องคิดเลข ตัวเลขบวกลบกันอย่างรวดเร็วตามที่ใจไอคารอสจะสั่ง ทำเอาแม้แต่คนรักษาอย่างซิลถึงกับเหงื่อตกแทน

ดูนะวิคเตอร์ ค่าปฐมพยาบาลห้าร้อยเหรียญออรี ค่าล่วงเวลาห้าร้อยเหรียญออรี ค่าอุปกรณ์สองพันห้าร้อยเหรียญออรี ค่าผู้ช่วยหนึ่งพันเหรียญออรี แล้วก็ค่าลุ้นใจหายใจคว่ำอีกหนึ่งหมื่นเหรียญออรี

เดี๋ยวๆ ค่าลุ้นนี่มัน...

สรุปทั้งหมดหนึ่งหมื่นสี่พันห้าร้อยเหรียญออรี ไม่ขาดไม่เกินไอคารอสสรุปให้เสร็จสรรพโดยไม่ถามถึงความพร้อมความสมัครใจของฝ่ายตรงข้ามฉันรู้ว่านายเพิ่งขึ้นจากหลุมเลยอาจจะไม่มีเงิน แต่ไม่เป็นไร เราขาดลูกจ้างกันพอดี นายทำงานกับฉัน ฉันจะให้ค่าแรงวันละห้าสิบเหรียญออรีตามอัตราค่าแรงมาตรฐานของชาวมิวท์ คำนวณแล้วก็เท่ากับ...

เดี๋ยว...

สองร้อยเก้าสิบวันพอดีเป๊ะเขาสรุปอีกรอบ ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างออกมาเก้าเดือนกว่าๆ เอง มาเถอะ ยินดีต้อนรับนะเพื่อน

ขอยกเลิกความคิดที่ว่าน่านับถือเมื่อก่อนหน้านี้ออกโดยด่วน...

ฉันบอกว่าเดี๋ยววิคเตอร์กล่าวเสียงเรียบ แต่ทีท่าดูจริงจังนายได้ทำหน้าที่อะไรอย่างอื่นหรือเปล่านอกจากการช่วยนั่งลุ้น?”

ไอคารอสขยิบตา ก็ล้างอุปกรณ์ไง

ไม่ใช่ข้ออ้าง อย่ามาเอาเปรียบคนอื่นด้วยวิธีนี้ ฉันไม่แปลกใจถ้านายจะถูกตามล่า ก็เพราะมีนิสัยแบบนี้ไงล่ะเขาตำหนิด้วยน้ำเสียงและท่าทางขึงขัง คำพูดแทงใจดำเจ็บจี๊ดจนไอคารอสแทบทรุดเข่า ทั้งที่ฝ่ายตรงข้ามพูดเหมือนไม่รู้สึกอะไรแท้ๆ!

ไอคารอสกระตุกคิ้วด้วยความหงุดหงิด แต่ถึงกระนั้นก็ยังเก็บอาการเพราะรู้ดีว่าคนที่ผิดคือตัวเองโอเคๆ ฉันเข้าใจ งั้นลดราคาห้าสิบเปอร์เซ็นต์ก็ได้

ซิลเริ่มทนไม่ไหว เมื่อเห็นสายตาของวิคเตอร์ที่มองไอคารอสแล้วก็รู้สึกอับอายขายขี้หน้าแทน ในขณะที่เจ้าตัวยังยืนผิวปากหน้าระรื่นเหมือนไม่รู้สึกรู้สา-- หรืออาจจะไม่สนใจ

ไม่มีอะไรที่ได้มาฟรีๆ หรอกนะเพื่อน

ท่ามกลางบรรยากาศที่น่าอึดอัดนั้นเอง เฟธก็เดินเข้ามากลางวง ก่อนจะตะโกนขึ้นเสียงดุจนทำให้ทุกคนสะดุ้ง

หยุด! หยุดเดี๋ยวนี้!

หืม?” ไอคารอสหันไปมองเฟธด้วยสายตาวิงวอนพลางทำเสียงยานคางเฟธ... ไม่เอาน่า เงินก็ไม่ได้สักแดง ยังจะปล่อยไปง่ายๆแบบนี้อีก นี่เอาจริงเหรอเนี่ย!?”

วิคเตอร์ ลองไปกับฉันและซิลดูก่อนไหมเธอพูดกับฝ่ายตรงข้ามเหมือนไม่สนใจเสียงของไอคารอสเลยแม้แต่นิดเดียวอาการของเธอยังไม่หายดี และอะไหล่ที่พวกเราใส่เข้าไปก็พอแค่ประทังชีวิตเท่านั้น ถ้าอยากจะซ่อมแซมและเสริมอะไหล่ให้ครบร้อยเปอร์เซ็นต์ เธอจะต้องเข้าเมืองมนุษย์

ฉันไม่ยอมให้นายไปง่ายๆ หรอก!” ไอคารอสยังไม่ยอมแพ้ กลับโวยวายลั่น นายต้องดวลกับเฟธก่อน!”

ซิลยิ้มกริ่ม เฟธหันไปพูดกับไอคารอส ก็เป็นไอเดียที่น่าสนนะ

ดวล... คงมีพลังแฝงในร่างกายสินะ

    “ก็ได้เขาพยักหน้า ในใจอยากรู้อยู่แล้วว่ามิวท์จะมีความแตกต่างจากมนุษย์ทั่วไปอย่างไรจึงไม่คิดจะปฎิเสธ แม้จะรู้ว่าตัวเองร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงก็ตามที เฟธเห็นเขาตอบรับเช่นนั้นก็เดินออกไปที่หน้าประตู ก่อนจะหันกลับมาโบกมือให้เขาเดินตามไป

    เมื่อเปิดประตูออกมาจึงพบว่าข้างนอกนอกห้องเป็นทางแคบๆ มืดและยาวลึกไปจนสุดทาง บนเพดานมีโฮโลแกรมฉายว่า กำลังอยู่บนชั้น 29 สายไฟและท่อไอน้ำเชื่อมต่อกับกำแพงดูวุ่นวาย หนูวิ่งสวนทางเพ่นพ่าน กลิ่นราชื้นๆจากกำแพงระคายจมูก

เมื่อเดินเรื่อยๆ ไปจนสุดทาง เฟธก็เปิดประตูทางซ้ายสุดเข้ามาด้านใน

ฉับพลันนั้นเอง ไฟบนเพดานก็ติดเองโดยอัตโนมัติ เหมือนกำลังรอต้อนรับผู้มาเยือนห้องอยู่แล้ว

วิคเตอร์หยุดมองดูรอบๆ ห้องนี้เป็นเหมือนคลังแสงเก็บอาวุธ ฝ้าเพดานกว้างสูงเหมือนห้องโถง ตู้โปร่งแสงขนาดใหญ่มหึมาริมกำแพงเต็มไปด้วยปืนมากมายหลากชนิด แม้แต่อาวุธอย่างดาบ ธนู หรือหอกก็มีพร้อมสรรพ ภาพโฮโลแกรมฉายบนอากาศบอกเวลา อุณหภูมิห้อง และฟังก์ชันเสริมอื่นๆ อีกมากมาย เสียที่อากาศห้องนี้ออกจะร้อนและอับนิดๆ เพราะไม่มีเครื่องปรับอากาศ แต่ไม่ใช่ปัญหาของเขาสักเท่าไหร่ เขาเป็นคนปรับตัวง่ายอยู่แล้ว

เห็นเฟธกำลังยืนรวบผมแล้วก็นึกได้พอดีว่าเขาควรจะเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียหน่อย

 “เฟเธีย เปลี่ยนเสื้อผ้าตรงไหนวิคเตอร์ถามขึ้น เธอยกมือขึ้นชี้ไปที่ตู้เสื้อผ้าตรงมุมห้องเป็นคำตอบ

เขาเดินไปตามทิศที่เฟธชี้ เปิดตู้เสื้อผ้า หยิบเสื้อสีดำพอดีตัวขึ้นสวมใส่ ตามด้วยกางเกงขายาวสีเดียวกัน และเสื้อโค้ทหนังปิดท้าย จากนั้นจึงหยิบปืนไฟฟ้าขึ้นมากระบอกหนึ่งจากชั้นวาง ป้ายแปะเอาไว้ชัดเจนว่า ปืนแรงดันไฟฟ้าต่ำ สำหรับใช้ฝึกซ้อมเท่านั้น

แปล๊บ...

เขาทรุดตัวลงกับพื้น อาการเจ็บหน้าอกมาอีกแล้ว... แต่ไม่เป็นไร เฟธบอกว่าเป็นเพราะอุปกรณ์ยังไม่ครบ ฉะนั้นมันอาจจะไม่แปลกเท่าไหร่หากจะมีอาการเช่นนี้ เขานั่งพักอยู่ครู่หนึ่ง อาการเหล่านั้นก็ค่อยๆ หายไป

เขาหันมามองเฟธ เมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้ถืออาวุธอะไรในมือเลย จึงถามขึ้นด้วยความสงสัยเธอไม่ใช้อาวุธเหรอ

มือเปล่าก็พอแล้วเธอตอบ ก่อนจะสะบัดมือขึ้นกลางอากาศ ทำให้ภาพโฮโลแกรมฉายบนอากาศอีกครั้ง ในจังหวะนั้นเฟธใช้มือเลื่อนปัดไปมาดูเมนูสั่งการ แล้วกดที่ปุ่ม เปิดการใช้งานโหมดซ้อมพละกำลัง

ห้องถูกเปิดโหมดซ้อมพละกำลัง เปิดใช้งานกำแพงไฟฟ้าเพื่อป้องกันการเสียหายของห้อง

ทันทีที่เสียงเงียบลง เธอก็มองมาที่เขาเหมือนกับส่งสัญญาณว่า เริ่มได้เลย

วิคเตอร์ถือปืนเอาไว้มั่น ก่อนจะรวมสมาธิยกขึ้นเล็งแล้วลั่นไกออกไปในทันที แล้วสิ่งที่เห็นก็ต้องทำให้เขาประหลาดใจ เพียงเสี้ยววินาที ไม่ทันที่ประกายปลาบเปรี๊ยะนั้นจะพุ่งแหวกอากาศเข้าไปหา เธอก็ก้มตัวหลบลงทันใด ร่างนั้นตีลังกาม้วนตัวไปทางซ้าย แล้ววิ่งซิกแซกพุ่งเข้ามาหา ไม่เปิดโอกาสให้เขาเล็งแม้แต่นิดเดียว

หลบกระสุนได้สินะ ถ้าอย่างนั้น...

เขายิงกะระยะโดยเดาการเคลื่อนไหวล่วงหน้าจากเธอ แต่ไม่เป็นผล เหมือนเธอจะรู้  ทุกครั้งที่เขาลั่นไก เธอจะกระโดดถอยหลังไปหนึ่งก้าว แล้วจึงวิ่งซิกแซกเข้ามาต่อ เห็นเช่นนั้นเขาก็ก้าวขารีบถอยหลัง ถือปืนเอาไว้มั่นในมือ จนฝ่ายตรงข้ามเข้ามาในระยะประชิดตัว วิคเตอร์ก็กระโดดหลบไปทิศตรงข้ามกับเฟธ อาศัยจังหวะเผลอนี้เล็งไปที่เธอ

เป้าหมายไม่พลาด!

เฟธยิ้มกริ่ม เพียงเสี้ยววินาทีนั้น เหมือนห้วงเวลาทั้งหมดถูกหยุดนิ่ง เธอกลับหันตัวเปลี่ยนทิศและพุ่งตัวเข้ามาที่วิคเตอร์ราวเสือกำลังตะครุบเหยื่อ เหยื่อตัวเล็กๆ ที่ถูกล็อกเป้าเอาไว้กำลังจะถูกจัดการ อีกแค่พริบตาเดียว... พริบตาเดียว

ยัง ยังหรอก...

เพียงชั่วอึดใจ เด็กหนุ่มก็รีบก้มลงม้วนตัวไปข้างหน้าหลบเรียวขาที่ตวัดมาอย่างว่องไว เป็นจังหวะที่รอคอยมานาน เขาที่บัดนี้อยู่ข้างหลังเฟธได้สวนกลับด้วยการคว้าปืนขึ้นยิงไฟฟ้าใส่ในทันที แรงดันไฟฟ้าต่ำทำให้เธอสะดุ้งจนชะงักไปเล็กน้อย วิคเตอร์อาศัยจังหวะนี้รีบลุกขึ้นจับเธอล็อกคอแล้วนำปืนจ่อที่ศีรษะ แท้จริงแล้วในเสี้ยววินาทีนั้น เด็กหนุ่มมีโอกาสจะยิงเธอซ้ำได้หากต้องการ แต่เขาไม่ทำ

รุกฆาต

ทว่า... มันไม่จบง่ายๆแค่นั้น

กำลังแขนมหาศาลเหวี่ยงให้ร่างของเขาหลุดปลิวออกไปในพริบตา ร่างกระเด็นไปไกลก่อนจะกระแทกกับพื้น ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนวิคเตอร์ไม่ทันจะได้ร้องโอ๊ยด้วยซ้ำ ไม่ทันที่เขาจะได้ลุกขึ้นยืนหรือจับอาวุธต่อ เฟธก็พุ่งตัวมาที่เขา ก่อนจะกระโจนเข้ามาขึ้นคร่อมแล้วบีบคอเขาแน่นจนได้ยินเสียงบีบตัวของกล้ามเนื้อที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน

แรงขนาดนี้นี่มัน... เกินมนุษย์!

ตายซะ!เธอคำรามเสียงกร้าว ดวงตาสีซีดของเธอบัดนี้กลับดูวาวโรจน์ดั่งโลหิต ดุร้ายดั่งอสุรกาย วิคเตอร์พยายามแกะมือนั้นออกแต่ไม่เป็นผล เขาพยายามยกมือขึ้นกดเข้าที่ลูกกระเดือกของเธอ ทว่าออกซิเจนที่เริ่มเข้าไปเลี้ยงสมองน้อยลงทุกทีกำลังจะทำให้หัวของเขามึนเบลอจนแทบบ้า เขาจึงได้แต่พยายามแค่นเสียงพูดออกมาอย่างยากลำบาก

เฟเธีย... หยุดก่อน แค่ก แค่ก!

แรงบีบดันเลือดภายในให้หน้าเริ่มแดงก่ำ ดวงตาถลนขึ้นบน สมองที่มึนเบลอฟ้องว่ากำลังต้องการออกซิเจนอย่างหนัก เขากำลังจะขาดอากาศหายใจตายในไม่ช้า ถ้าตอนนี้ยังไม่ทำอะไรสักอย่าง!

แค่ก... นี่แค่การดวล!”

เขาพยายามแค่นเสียงแหบแห้ง มันทำให้เธอชะงักไปอีกครั้งเหมือนหลุดออกจากภวังค์ มือทั้งสองคลายออกจากคอเขาในทันใด

อ๊ะ...

เธออุทานในลำคอ ขณะที่วิคเตอร์ไอและหอบแทบขาดใจเพราะร่างกายขาดอากาศ ฉับพลันนั้น ดวงตาสีวาวโรจน์ดั่งโลหิตก็ค่อยๆ จางไปเป็นสีเทาซีดเหมือนเดิมอีกครั้ง ในที่สุดทุกอย่างก็กลับไปสู่สภาพเดิม

ทั้งสองหายใจหอบถี่  เฟธรีบลุกขึ้นจากวิคเตอร์ก่อนจะดึงแขนเขาให้ลุกตามด้วย เธอพูดขึ้นเบาๆ ด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด แววตาสีหม่นทำให้เธอดูเศร้ายิ่งขึ้นไปอีก

ควบคุมตัวเองไม่ได้อีกแล้ว...

ขอโทษนะ

ไม่เป็นไร ปืนเมื่อกี้คงไม่ได้ทำให้เธอเจ็บอะไรมากใช่ไหม

ในใจประมวลผลสิ่งที่ได้เห็นและประสบเมื่อครู่มาเป็นเหตุและผล... ใช่ นี่คงเป็นลักษณะเด่นของมิวท์ พละกำลังมหาศาลแบบนั้นไม่มีทาง พันธุกรรมที่กลายพันธุ์ผิดเพี้ยนทำให้บางส่วนในร่างกายเปลี่ยนแปลงไปจริงๆ

แต่นั่นก็แค่สมมติฐาน ข้อมูลจากตัวอย่างเพียงแค่สิ่งเดียวนั้นนำมาสรุปไม่ได้

เวลาที่จับบนหน้าจอโฮโลแกรมหยุดเอาไว้ที่สองนาทียี่สิบเก้าวินาที เป็นระยะเวลาที่ฟังดูไม่น้อย แต่กลับดำเนินไปอย่างรวดเร็วจนแม้แต่เฟธเองก็ยังแปลกใจ

ทั้งสองสบตากันนิ่งๆ ในจังหวะนั้นเองที่วิคเตอร์ถามขึ้นมานั่นคือลักษณะของมิวท์ ใช่ไหม

เธอพยักหน้า ก่อนจะเงียบไปสักพักหนึ่งเพื่อทำใจให้เย็นลงจากอารมณ์ที่ค้างจากเมื่อครู่ แล้วจึงอธิบายต่อนั่นล่ะคือความแตกต่างระหว่างคนกลายพันธุ์อย่างพวกฉัน... มิวท์กับฮิวม์ มิวท์ที่เกิดจากยีนกลายพันธุ์ทำให้ระบบร่างกายพัฒนาขึ้นมากเกินไปจนดูผิดธรรมชาติเฟธเว้นวรรคไปเล็กน้อยและพูดช้าลง แต่... ความเก่งกาจนั้นแลกด้วยอายุขัยที่สั้นลง

งั้นมนุษย์ก็...

เรียกมันว่าฮิวม์ อย่าพูดคำนั้นอีก ฉันรู้สึกสะอิดสะเอียนเฟธพูดขัดจังหวะขึ้นมา มือทั้งสองกำแน่น สายตาที่หรี่เล็กลงนั้นดูน่ากลัว เหมือนเธอเกลียดพวกนั้นจริงๆ

เมื่อเห็นเช่นนั้น วิคเตอร์ก็ไม่คิดจะถามเกี่ยวกับเรื่องของมนุษย์อีก เขาจึงเปลี่ยนไปถามอีกคำถามหนึ่ง

แล้วเธอเห็นฉันเป็นอะไร

เฟธจ้องหน้าเด็กหนุ่ม เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้แล้วตบเบาๆ ที่บ่าเขา

ไม่สำคัญหรอก

เขาเลิกคิ้ว อย่างนั้น แล้วถ้าฉันเป็น... ฮิวม์ เธอจะยังเป็นแบบนี้หรือเปล่า

วิคเตอร์ถามด้วยความใคร่รู้ ความกระหายอยากศึกษาสิ่งรอบตัวอยู่ตลอดเวลานั้น เป็นเหมือนสัญชาตญาณที่ฝังลึกอยู่ในตัวของเขามานานแล้ว ความทรงจำลางๆ ในหัวเขาเท่าที่พอจำได้นอกจากอเล็นเล่ หญิงสาวที่เขารักมาตลอดแล้ว ก็คือความจริงที่ว่าตนเองเคยเป็นนักวิทยาศาสตร์มาก่อน

คาดวาเมื่อเวลาผ่านไป ความทรงจำอื่นๆก็น่าจะผุดขึ้นมาเพิ่มอีกแน่นอน

ก็ไม่แน่เฟเธียตอบCertum est nihilไม่มีอะไรแน่นอนอยู่แล้ว

ไม่ทันจะได้พูดอะไรต่อ ประตูห้องก็ถูกเปิดดังปึง ทำให้เฟธชะงักการพูดไป ตรงหน้าประตูปรากฏเป็นไอคารอสที่เดินปรี่เข้ามาอย่างรีบร้อน เขาไม่รอให้ใครถาม รีบอธิบายเรื่องทันทีเลิกคุยกันก่อน เราต้องเข้าเมืองเดี๋ยวนี้ ลูกค้าพวกเราสั่งงานมาแล้ว เป็นงานด่วนด้วย

งานอะไรเฟธถามขึ้น เธอเดินไปหาไอคารอสซ่อมรถของพวกนักการเมืองใช่ไหม

วิคเตอร์เดินตามหลังไป เขาสังเกตเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยรอบอย่างเงียบๆ

ใช่ แต่ตอนนี้อุปกรณ์ขาด เราต้องเข้าเมืองมนุษย์ไปซื้อของกันหน่อย แจ็กพ็อตจริงๆเลยที่อุปกรณ์ดันมาพังเอาวันนี้ไอคารอสตอบ ก่อนจะบ่นออกมาอีกชุดแย่ชะมัด ทำไมเทคโนโลยีบ้านเราไม่เจริญแบบไอ้พวกมนุษย์บ้างนะ!

แบบนี้ พวกมนุษย์จะเจริญกันขนาดไหนนะ

แปล๊บ...!

ฉับพลันนั้น จู่ๆ วิคเตอร์ก็รู้สึกเจ็บเสียดที่หน้าอกขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง เป็นรอบที่สามของวัน แต่ครั้งนี้มันหนักจนเขาแทบยืนไม่ไหว อาการวิงเวียนคล้ายจะเป็นลมได้วูบเข้ามาในหัวเป็นระยะๆ ทว่าเขายังสะกดใจพยายามเก็บอาการเอาไว้ เด็กหนุ่มเอนกายพิงกำแพง หายใจหอบถี่ รู้สึกเจ็บแน่นหน้าอกจนพูดอะไรไม่ออก

ไม่เอาน่า... โรคอะริธเมียรักษาหายแล้วไม่ใช่หรือไงนะ

ปกติวิคเตอร์ไม่เชื่อเรื่องโชคลาง แต่วันนี้เขารู้สึกใจคอไม่ดี อาการบีบคั้นหัวใจนั้นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้เข่าทรุดลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง เขาเริ่มคุมร่างตัวเองไม่ได้ จังหวะนั้น สายตายังปราดไปเห็นเหรียญที่ตกอยู่ตรงพื้น

ออกก้อย... สัญลักษณ์ของความโชคไม่ดี

ไม่... ไม่ไหวแล้ว

งั้นรีบไปเถอะ เดี๋ยวจะทำงานไม่ทันเฟธตอบเสียงเรียบ ยังไม่ทันจะก้าวเท้าออกจากห้อง ร่างวิคเตอร์ก็ทรุดและล้มลงกับพื้นทันที ไอคารอสเบิกตาโพลง เขายืนนิ่งอึ้งเพราะสมองยังประมวลผลไม่ทัน ในขณะที่เฟธวิ่งปรี่เข้าไปหาก่อนแล้ว เด็กสาวรีบประคองร่างเขาไว้อย่างรวดเร็วก่อนจะตะโกนลั่น

ซิล... ซิล! มาช่วยเร็วเข้า หัวใจเหล็กของวิคเตอร์ทำงานขัดข้อง!”

ก่อนที่สติของเขาจะเลือนรางลงจนเหมือนกับตัดขาดจากโลกภายนอก ภาพสุดท้ายที่เขาเห็นคือเหรียญอันเดิมที่พื้น เหรียญเงินมันวาวสวยงาม... สลักรูปตึกรามบ้านช่อง พร้อมชื่อเมืองว่า เวนโตโปลิส

และแม้ว่าสติของเขาจะเลือนรางมาก แต่เขาก็ยังมั่นใจ ใช่แน่ๆ...

เหรียญนั้น... ออกก้อยแน่นอน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

164 ความคิดเห็น

  1. #155 Pin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 16:15
    Certum est nihil...
    #155
    0
  2. วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 21:47
    โทนี่ชัดๆ
    #149
    1
    • #149-1 Besty Vivo (@bestyworld) (จากตอนที่ 3)
      5 กรกฎาคม 2560 / 21:51
      แค่หัวใจเหล็กเองค่ะ ๕๕๕๕๕๕๕๕๕
      #149-1
  3. #132 Nezumi (@Fannie) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มีนาคม 2559 / 00:02
    พระเอกกูเป็นไอรอนแมน ไปละ เดียวมีชุดเกราะใส่ 5555+
    #132
    0
  4. #131 Nezumi (@Fannie) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มีนาคม 2559 / 00:01
    พระเอกกูเป็นไอรอนแมน ไปละ เดียวมีชุดเกราะใส่ 5555+
    #131
    1
    • #131-1 Besty Vivo (@bestyworld) (จากตอนที่ 3)
      1 มีนาคม 2559 / 17:11
      อะ... เดี๋ยวมีใส่จริงๆนะคะ แต่อีกนานเลย ๕๕๕๕๕
      #131-1
  5. #84 1234 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2558 / 14:45
    มันเป็นโรคเยอะขนาดนี้แล้วมันอยู่มาได้ไงเป็นร้อยๆปีโดนไม่แก่ไม่ตาย
    #84
    1
    • #84-1 Besty. (@bestyworld) (จากตอนที่ 3)
      9 สิงหาคม 2558 / 18:19
      คำตอบคือ "ถูกแช่จำศีลค่ะ"
      คำตอบละเอียดๆและสาเหตุ จะมีอธิบายต่อไปในเรื่องนะคะ ^^
      #84-1
  6. #19 dinn (@idin12345) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2558 / 19:31
    ยีน ครับ!

    โอ้โห ตะหงิดมาตั้งแต่ตอนที่แล้วแล้ว นี่มัน... สำนวนดีขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยไม่ใช่เหรอครับเนี่ย
    ยิ่งลูกเล่นเรื่องเหรียญตอนท้ายยิ่งเขียนได้น่าสนใจและน่าติดตามมากครับ
    #19
    0
  7. #14 กุมารีกานต์ (@gumareegant) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2558 / 06:46
    โชคร้าย...สินะ
    #14
    0
  8. #11 massacre (@nimamoko) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2558 / 03:04
    อ่านมาถึงตอนนี้ เราได้ฉายาให้วิคเตอร์แล้วล่ะค่ะ .... 

    "วิคเตอร์ ยอดชายหัวใจเหล็ก" เอ่ะ.. แต่วิคเตอร์มันเคะ คงเป็นยอดชายไม่ได้ งั้นเอาเป็น "วิคเตอร์ เคะหน้าใสหัวใจเหล็ก" 

    // ช่วยคอมเมนท์ให้เป็นผู้เป็นคนทีค่ะพี่มูน ! : เบสตี้ 
    #11
    0
  9. #10 Fytius Falevia (@fytius) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2558 / 01:22
    ยีนสะกดแบบนี้จ้า ;w; พี่ว่าพี่บอกไปแล้วนะ T__T"

    วิคเตอร์เคะตลอดกาลจริงๆ ทำให้ไอคัจจี้เป็นห่วงมากๆ ไม่ดีนะ (เดี๋ยวๆๆ)

    เอาใหม่ แม้จะเปลี่ยนหัวใจ แต่อาการคล้ายอะริธเมียยังเหมือนเดิมขริงๆ...

    ไฟโตะ รออยู่นะ!!
    #10
    0
  10. #6 ตั้งใจโสตฯ (@tang-jai) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 / 17:31
    สนุกมาก เพิ่งรู้ว่าเป็นภาคต่อ... #สู้ๆ
    #6
    0