Time Rebellion ปฏิวัติข้ามเวลา ล่าเปลี่ยนโลก

ตอนที่ 2 : Chapter 1: Awakening ตื่นขึ้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,485
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    9 ก.ค. 60


Chapter 1: Awakening

ตื่นขึ้น

 

        

ฝนกำลังตก

เสียงท้องฟ้าคำรามร้องทำให้บรรยากาศสุสานที่นี่ดูน่ากลัวยิ่งขึ้นไปอีก

ฝนตกเทกระหน่ำลงมาท่ามกลางเมฆหมอกแห่งรัตติกาล ห่างไกลจากเมืองหลวงของมนุษย์อย่างเวนโตโปลิสไปราวยี่สิบกิโลเมตร ยังมีเด็กวัยรุ่นอายุไม่เต็มยี่สิบคนหนึ่งที่กำลังถือจอบขุดคุ้ยสุสานเก่า หูเหน็บหูฟังข้างเดียวเอาไว้ฟังข่าวสาร ภาพโฮโลแกรมจากแว่นส่องแสงกลางอากาศพอดีกับระยะสายตา มันถูกเปิดเป็นภาพยนตร์แอ็คชันบู๊ระห่ำสุดโปรดขัดกับบรรยากาศโดยรอบอย่างสิ้นเชิง

เขากำลังค้นหาอะไรบางอย่าง

ให้ตายเถอะ เขาว่ากันว่ามีสมบัติที่สุสาน แต่นี่ขุดไปจะหลุมสุดท้ายแล้วยังไม่เจออะไรเลยเด็กหนุ่มบ่นกับตัวเอง แต่ในใจยังไม่ยอมแพ้ เขาเดินไปที่หน้าหลุมศพสุดท้าย มองดูที่หน้าป้ายชื่อ แต่สภาพที่เก่าครึบวกกับราเขียวที่ลามขึ้นมาเต็มทั้งป้าย ทำให้แทบมองไม่เห็นชื่อเจ้าของสุสาน

แต่ก็ยังดีที่พอเห็นนามสกุล วันเกิดและวันมรณะอยู่บ้าง

ชื่อ: XXX คิงส์

เกิด 29 กุมภาพันธ์ ค.. 1922

มรณะ 29 ธันวาคม ค.. 2022

อายุยืนชะมัด...” เด็กหนุ่มกล่าวพึมพำ มือยกขึ้นลูบหน้าป้ายหลุมศพไปมาด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ ทันใดนั้นเอง จู่ๆ ความรู้สึกผิดก็ถาโถมเข้ามาในใจราวกับพายุที่กำลังโหมกระหน่ำ เขาทนไม่ไหวจนรู้สึกว่าต้องพูดอะไรสักอย่างออกมาเสียก่อนจะกระทำการขุดหลุมศพนี้

ขอโทษนะฮะปู่ทวด แต่ผมร้อนเงินจริงๆ

เด็กหนุ่มก้มตัวลงให้ความเคารพเล็กน้อย ก่อนจะคว้าจอบมาขุดหลุมโดยไว ผ่านไปไม่นาน ในที่สุดก็พบกับหลุมศพไม้สีดำเรียบที่เบื้องล่าง เขาใช้คานค่อยๆ งัดดึงยกหลุมศพขึ้นมาอย่างใจเย็น ปากเผยอยิ้มขึ้นด้วยความดีใจ... หลุมศพหนักขนาดนี้ต้องมีสมบัติอยู่ข้างในตามที่ข่าวลือบอกเอาไว้แน่นอน

ฮึบ...”

ฝนเริ่มซาลง ความพยายามเป็นที่สัมฤทธิ์ผล หลุมศพถูกยกขึ้นวางอยู่บนพื้น เด็กหนุ่มแง้มฝาโลงเปิดดูด้วยใจจดจ่อ หัวใจเต้นตึ้กตั้กระทึก ภาพโฮโลแกรมบนจอฉายภาพพระเอกหนังกำลังย่องเข้าห้องของจอมวายร้ายช่างเข้ากับสถานการณ์เสียเหลือเกิน

สมบัติต้องเป็นของฉัน!

เด็กหนุ่มผลักเปิดฝาโลงจนสุด ทันใดนั้นเอง สิ่งที่เห็นตรงหน้าทำให้ก็เขาตกใจจนสติดิ่งวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ร่างผงะเดินถอยหลังโดยอัตโนมัติไปก้าวหนึ่ง

ผี เอ้ยไม่สิ ศพ... ศพสดๆ !”

เขาคาดหวังจะเจอโครงกระดูกและสมบัติตามข่าวลือ ทว่าภาพที่เห็นกลับเป็นร่างคนเป็นๆ ในโลง จากที่นอนสงบนิ่งอยู่จู่ๆ ก็ลืมตาโพลง ดวงตาสีเขียวมรกตเด่นชัดจนเหมือนลูกตาปลอม ไม่ทันจะได้ตกใจต่อ ร่างนั้นก็สะดุ้งขึ้นจากโลงโขกกับหน้าผากของคนขุดหลุมเข้าอย่างจัง แรงกระทบมหาศาลทำเอาต่างฝ่ายต่างล้มตึงไปคนละทางด้วยความเจ็บปวด

อ๊าก!” ทั้งสองร้องขึ้นพร้อมกัน จังหวะนั้นเองที่สองสายตาได้สบกันเต็มๆ ทว่าแววตาที่ปะทะกันนั้นกลับแปลความหมายได้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

คนหนึ่งกำลังงงๆ อีกคนก็ตกใจกลัวสุดขีด นึกว่าตนเองเจอของดีเข้าให้แล้ว

เฮ้ย... ซอมบี้!” คนขุดหลุมแหกปากร้องโวยวายลั่น ดวงตาเบิกกว้างจนแทบหลุดจากเบ้าตา สัญชาตญาณสั่งให้ลุกขึ้นรีบหันหลัง ซอยเท้าถี่โกยแน่บตัวแทบปลิว สองมือไม่ลืมที่จะคว้าจอบและกดรายงานวิทยุผ่านหูฟัง เจ้าข้าเอ๊ย ซอมบี้มีจริง!”

เดี๋ยว...” เสียงผู้ชายดังขึ้นจากในโลง ด้วยความอ่อนล้าและมึนงง ทำให้ยังไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์ แต่เมื่อมองไปรอบๆ แล้วพบว่าตัวเองนอนอยู่ในโลงก็พอจะเข้าใจขึ้นมาบ้าง บูมเมอแรงเก่าๆ ตัวโปรดที่วางอยู่ข้างตัว แสดงถึงความรักและห่วงใยจากเพื่อนพ้องก่อนตายได้เป็นอย่างดี

มือทั้งสองยกขึ้นจับขอบฝาโลงประคองตัวลุกขึ้นมา สายตาทอดมองเด็กหนุ่มผู้น่าสมเพชที่มองว่าตนเป็นผีซอมบี้กลับชาติมาเกิด ก่อนจะลอบถอนหายใจเบาๆ

ซอมบี้!” คนขุดยังไม่หยุดวิ่ง จนกระทั่งอะไรบางอย่างที่พุ่งจากข้างหลังมาสกัดขาเขาจนร่างล้มคะมำกับพื้น ยัง ยังไม่ยอมแพ้ เขาคลานหนีต่อ!

เฮ้อ... นายนี่มันไม่ไหวจริงๆ

น้ำเสียงสุขุมดังขึ้นจากด้านหลัง เมื่อเห็นฝ่ายตรงข้ามเกิดพูดได้ขึ้นมาแบบนั้น เด็กหนุ่มก็ค่อยๆ หันกลับไปมองอย่างกล้าๆ กลัวๆ จึงได้เห็นว่าคนในโลงเป็นชายวัยรุ่นราวคราวเดียวกับตนเอง หน้าตาดูเคร่งขรึม แต่ดูจะอายุน้อยกว่านิดหน่อย แว่นกรอบสีดำที่สวมอยู่นั้นดูตลกและล้าหลังสิ้นดี เมื่อเห็นบูมเมอแรงเก่าๆที่ถืออยู่ในมือ เขาก็ถึงบางอ้อกับสาเหตุที่ตนเองล้มลงไปเมื่อครู่

แต่คิดอีกที คนลุกขึ้นมาจากหลุมศพไม่ใช่เรื่องเล่นๆเลย...

นะ นะ นายเป็นใครเขาถามเสียงสั่น ปกติก็เชื่อเรื่องโชคลางอยู่แล้ว นี่ดันไปขุดสุสานลบหลู่พลังงานลึกลับเข้าให้ ทำเอาศพฟื้นขึ้นมาหลอกหลอนแบบนี้ ยิ่งเชื่อเข้าไปใหญ่!

คน คนเป็นๆ นี่ล่ะฝ่ายตรงข้ามตอบเสียงเรียบ

เขาลังเลไปครู่หนึ่ง ปากยังถามออกไปด้วยความไม่แน่ใจ ซีเรียสหรือเปล่า ไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม

ฝ่ายตรงข้ามไม่ตอบ แต่มองกลับด้วยสายตาจริงจัง แปลได้ชัดเจนว่าเขากำลังถามคำถามที่งี่เง่าอยู่ เด็กหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง ริมฝีปากยกขึ้นฉีกยิ้มพลางหัวเราะแห้งๆ เพื่อไม่ให้บรรยากาศเงียบเกินไปจนน่าอึดอัด

ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่ใช่ผีก็ดีสุดๆ แล้ว ว่าไหม?”

ลุกขึ้นเจ้าตัวกล่าวขึ้น เหมือนไม่ใยดีต่อคู่สนทนาเลยสักนิดเดียว

กล้าดียังไงมาสั่งคนอื่นเนี่ย...

เขาเกาหัวแกรก ก่อนจะค่อยๆประคองตัวเองลุกขึ้นยืน สายตาเพ่งไปมองฝ่ายตรงข้ามอีกครั้งอย่างพินิจพิจารณา

ภาพที่เห็นคือเด็กหนุ่มสวมแว่นกรอบสีดำดูเคร่งขรึม ดวงตาเป็นสีเขียวมรกต ผมยาวสีดำถูกมัดรวบเอาไว้ข้างหลัง ชุดสูทโทรมๆ ถูกเสื้อกาวน์สีขาวสวมทับอยู่ เมื่อมองสลับกับชุดตนเองก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะคิก ฝ่ายโน้นแต่งชุดรุ่มร่ามเหมือนคนแก่ ในขณะที่ตนเองใส่ชุดรัดรูปสีดำ เสื้อแจ็กเก็ตหนังเข้ารูป รองเท้าบูท และเข็มขัดเครื่องมือช่างรอบเอวเตรียมพร้อมทุกสถานการณ์ แบบนี้ดูยังไงมันก็คนหลงยุคชัดๆ

แต่ประเด็นที่น่าคิดคือถ้าเป็นคนหลงยุคจริงๆ แล้วรอดจากการถูกฝังไปร้อยปีเต็มๆ ได้อย่างไร อีกทั้งอายุยืนขนาดนี้ แต่ทำไมรูปร่างหน้าตาไม่ต่างกับวัยรุ่นอายุสิบกว่าเลยสักนิดเดียว

จะว่าไป... หมอนี่เป็นมิวท์หรือเปล่านะ

ไม่ทันจะได้ทักทายอะไร หนุ่มเซอร์คนนั้นก็ยิงคำถามแรกออกมาทันที วันนี้วันที่เท่าไหร่

เอ่อ... มันก็แปลกดี ส่วนใหญ่คนแปลกหน้าต้องถามชื่อคู่สนทนาไม่ใช่หรือ แต่นี่ดันถามวันที่ก่อนเสียอย่างนั้น อย่างไรก็ตาม เด็กหนุ่มก็ไม่ได้ใจดำใจจืดอะไรขนาดที่จะรูดซิบปิดปากเงียบ จึงตอบคำถามออกไป

“28 มิถุนายน... .. 2122” เขาตอบปีแบบเก่าไปด้วยเป็นการประชด แต่เดี๋ยวนี้เขาเรียกว่า ปีโครโนโพลิสที่ 90”

...แต่นึกไม่ถึงว่าฝ่ายตรงข้ามจะเลิกคิ้ว ทำหน้างุนงงสุดขีด แล้วถามซ้ำจริงๆ ปีอะไรนะ?”

.. 2122 ก็ปีโครโนโพลิสที่ 90 ไงล่ะ นี่ไม่รู้จริงๆเหรอเนี่ย

เด็กหนุ่มสวมแว่นคนนั้นดูตกใจเล็กน้อยกับสิ่งที่ได้ยิน เดี๋ยว นี่เวลาผ่านมาเป็นร้อยปีแล้วเหรอ

คนขุดหลุมเริ่มเกาหัวด้วยความประหลาดใจ

เอ่อ ต้องถามนายมากกว่าว่าหลงยุคมาจากไหนหรือเปล่า

เด็กหนุ่มที่ถูกตราหน้าว่า หลงยุคคนนั้นไม่ตอบคำถาม กลับถอนหายใจ แล้วแหงนมองขึ้นไปบนท้องฟ้าท่ามกลางสายฝนโปรยปราย เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะถามต่อไปเหมือนไม่สนใจฝ่ายตรงข้ามเลยสักนิด นายชื่ออะไร

เขารู้สึกไม่พอใจ เหมือนกำลังฟังคนตรงหน้าถามอยู่ฝ่ายเดียว ทำไมตัวเองจะต้องมาเจออะไรแบบนี้ในวันเกิดด้วย ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ สู้กลับไปนอนฉลองที่ห้องของตัวเองกับพี่สาวเสียยังจะดีกว่า แต่ถึงในใจจะคิดแบบนั้น ปากก็ยังตอบออกไป หวังว่ามิตรไมตรีและความเท่ของเขาจะทลายความเย็นชานั้นลงได้บ้าง

เพราะเท่และเป็นมิตร คือคำนิยมของฉัน!

ฉันชื่อไอคารอส... ไอคารอส ทิมเบอร์!” เขาแนะนำตัวพร้อมฉีกยิ้มกว้าง มือยื่นออกมาจับทักทายกับฝ่ายตรงข้าม เขย่ามือเล็กน้อยพอเป็นพิธีแล้วก็วางมือลงแนบลำตัวดังเดิม รู้สึกโล่งใจอยู่บ้างที่ฝ่ายตรงข้ามยังรู้จักวิธีการทักทายแบบนี้ ไม่อย่างนั้นคงมีเรื่องต้องหนักใจมากกว่านี้อีกเยอะ

เข้าใจแล้ว ว่าแต่มีชื่อเรียกที่สั้นกว่านี้มั้ยเด็กหนุ่มแปลกหน้าคนนั้นยังคงถามต่อ

แม้จะรู้สึกรำคาญ แต่ก็ยังตอบออกไป คารอส ถ้าอยากได้พยางค์เดียวจะเรียกรอสก็ได้ ไม่ว่า

งั้นฉันเรียกไอคารอสฝ่ายตรงข้ามตอบเสียงเรียบ หน้าตาเฉยเมยเย็นชาชวนให้น่าถีบเป็นยิ่งนัก ทำเอาคารอสหงุดหงิดจนต้องโวยวาย

แล้วถ้าอย่างนั้นจะถามทำไม!?”

ก็แค่อยากรู้น่ะเขาตอบพลางขยับแว่น หลายคนมีชื่อที่ยาว เลยเรียกแบบย่อเพื่อความรวดเร็ว แต่ฉันชอบเรียกชื่อแบบเต็มมากกว่า

คำพูดนั้นทำเอาไอคารอสโมโหเดือดปุดเส้นเลือดขึ้นหน้า ก่อนหน้านี้ก็ว่าอดทนมาตลอด แต่ตอนนี้เขาชักเริ่มไม่ไหวแล้ว มือกำแน่นเตรียมพร้อมชกฝ่ายตรงข้าม แต่อีกใจยังยั้งมือเอาไว้อยู่

ไอ้บ้านี่มันกวนโอ๊ยชะมัดเลยโว้ย!

ไอคารอสพยายามยั้งใจตัวเอง เย็นไว้น่าสหาย... เขาท่องในใจพลางสูดลมเข้าออกนับหนึ่งถึงสิบจนใจเย็นลงได้ จึงถามกลับไปบ้าง แล้วนายชื่ออะไร

“...ชื่อ?”

เด็กหนุ่มหลงยุคคนนั้นเมื่อได้ยินคำถามก็เงียบไปชั่วขณะ นัยน์ตาดูเลื่อนลอยไร้สติไปในทันใด จู่ๆเข่าก็ทรุดลงอย่างเสียการควบคุม ทำเอาไอคารอสตกอกตกใจต้องรีบเข้าไปพยุงร่างเอาไว้ก่อน

เฮ้ยๆ เป็นอะไรมากหรือเปล่า?”

ภาพความทรงจำต่างๆ ที่ไหลทะลักเข้ามาในหัวนั้นตีปนเปกันมั่วไปหมด จนทำให้เรียงลำดับเหตุการณ์ไม่ได้เลยสักนิดเดียว ความรู้สึกปวดหัวทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆจนทนแทบไม่ไหว เขาได้แต่ครางออกไป ไม่มีแรงแม้แต่จะกรีดร้อง ฝันร้ายตามหลอกหลอน เงามืดน่ากลัวคืบคลานเข้ามา เสียงกรีดร้องมากมายเสียดแทงหูจนเขาแทบคลั่ง จนกระทั่งมีอะไรบางอย่างที่ฟาดเข้ากลางหัวพอดี ภาพทั้งหมดจึงหยุดลง

โอ๊ย!” เขาร้อง ก่อนจะหันขวับไปมองที่ไอคารอส ใจยังลังเลไม่รู้จะขอบคุณหรือโกรธเจ้าหมอนี่ดี... มือที่ถือจอบเอาไว้เป็นคำตอบถึงอะไรบางอย่างที่ฟาดเข้าที่หัวของเขาเมื่อครู่ ดูเหมือนเจ้าตัวจะรู้ดี ไอคารอสยักไหล่แล้วพูดขึ้นกวนๆ

สงสัยเพิ่งตื่นเลยยังมึนอยู่ น่าเบื่อจริงๆ ไม่ไหวเลยนะนายเนี่ยไอคารอสบ่น ทว่าเมื่อนึกอะไรที่สำคัญกว่านั้นได้ก็หัวเราะหึ มุมปากยิ้มยกน้อยๆ ดูเจ้าเล่ห์ “...ไม่เป็นไร แบบนี้ก็ได้ลูกมือแล้ว ช่วงนี้กำลังจนๆ อยู่พอดีเลย

ใครลูกมือนายเด็กหนุ่มตอบกลับทันควัน ยืนกอดอกด้วยทีท่าไม่ไว้วางใจ ถ้าจะคิดเอาฉันไปใช้หรือหลอกทำอะไรละก็ฝันไปเถอะ ฉันไม่ได้หลงยุคจากเวลาเก่าครึอย่างสมัยนโปเลียน แต่ฉันมาจากยุคที่สมาร์ทโฟนและสตีฟ แจ๊บส์เพิ่งตายไปไม่กี่ปีต่างหาก

โธ่เอ๊ย นายมันไม่เข้าใจอะไร เข้าเมืองไปแล้วนายจะคิดถึงฉันทันทีเลยล่ะ แล้วจะหาว่าไม่เตือน

หยุดมโนเถอะ เราเพิ่งจะรู้จักกันเด็กหนุ่มส่ายศีรษะด้วยความระอา อยากจะเดินหนีเต็มทน หากว่ารอบสุสานแห่งนี้ไม่ใช่กองเหล็กขึ้นสนิม ที่พะเนินเป็นภูเขาจนมองไปทางไหนก็ไม่ต่างกัน เขาก็คงจะทำไปนานแล้ว

ใช่... เราเพิ่งจะรู้จักกัน น่ายัดนายกลับลงหลุมชะมัดไอคารอสบ่นพึมพำ เขานึกโทษตัวเอง คิดผิดจริงๆ ที่เชื่อข่าวลือจากคนในบาร์ นี่เป็นของขวัญวันเกิดที่แย่ที่สุดในชีวิตจริงๆ

ท่ามกลางความเวิ้งว้างของสุสาน เมื่อทอดสายตามองไกลออกไป จะเห็นแสงสว่างอยู่ลิบๆ พร้อมกับโดมโปร่งแสงและสิ่งก่อสร้างลอยฟ้าตระการตา รถราวิ่งอยู่บนท้องฟ้าภายในโดมโปร่งแสงดูล้ำจินตนาการ แม้จะมองจากมุมห่างๆ ก็ยังคงดูน่าทึ่ง เด็กหนุ่มไร้ชื่อยืนเหม่อมองอย่างเนิ่นนาน เหมือนกำลังพยายามจดจำรายละเอียดของสิ่งต่างๆ แอบแปลกใจอยู่บ้าง ที่วันนี้มองไม่เห็นดวงจันทร์บนท้องฟ้า

ก็ไม่แน่บางที วันนี้อาจจะเป็นคืนข้างแรมก็เป็นไปได้

โปรดจำไว้ ฉันอยู่ข้างเธอเสมอ

เหมือนเขาได้ยินเสียงกระซิบของหญิงสาวที่คุ้นเคยอยู่ข้างหู ความถวิลหาดึงเขาให้ดำดิ่งอยู่ในภวังค์ เธอยืนหันหลังในชุดยาวสีขาว เส้นผมสีน้ำตาลสยายไปตามสายลม ร่างนั้นค่อยๆ หันมามองเขา แต่ไม่ทันที่จะได้เห็นใบหน้าอย่างชัดเจน สติก็ถูกกระชากกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงด้วยเสียงของไอคารอสเสียก่อน

วิคเตอร์ นายเหม่อบ้าอะไรอยู่ไอคารอสเรียกเขา ก่อนจะมองเวลาที่จอโฮโลแกรมกลางอากาศแล้วก็ต้องสะดุ้งโหยง ห้าทุ่ม! ซวยแล้ว รีบกลับกันเร็ว!”

ไอคารอสแผดเสียงดังลั่น เขาปัดมือไล่แสงบนจอออก แล้วสะบัดมืออีกครั้ง ปรากฎเป็นหน้าต่างให้เลือกช่องคำสั่งต่างๆ นิ้วเรียวเลือกกดเรียกยานพาหนะอย่างว่องไว ในเวลาแค่ไม่กี่นาที รถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ก็พุ่งทะยานจากท้องฟ้าไกลลิบมาหยุดลงตรงหน้าทั้งสองคน

เยี่ยม! รีบไปกันเถอะไอคารอสตบมือดีใจ ไม่รอช้าเขารีบขึ้นขี่บนบิ๊กไบค์ทันที

บิ๊กไบค์จากที่เด็กหนุ่มไร้ชื่อเคยรู้จักมาจาก ค.. 2022 นั้น ล้อไม่ใช่อย่างที่เห็นตรงหน้า สิ่งประดิษฐ์ที่เรียกว่าบิ๊กไบค์ในยุคนี้ ล้อได้กลายเป็นช่องไอพ่นไฟกลมๆไปแล้ว ท่อไอเสียพ่นไฟสีฟ้าออกมาสว่างจ้า และจากการคาดเดา เพลิงไฟสีฟ้าที่พวยพุ่งออกมาจากช่องนั้น ต้องเป็นสิ่งที่ทำให้มันสามารถเคลื่อนไหวบนอากาศได้อย่างรวดเร็วแน่นอน

รีบไปกันก่อนเร็วไอคารอสเอ่ยขึ้นอย่างรีบร้อน ถ้าพวกฮิวม์มาเจอเข้าละก็พวกเราเสร็จแน่!”

เดี๋ยวนะ ทำไมฉันต้องไปกับนาย ถ้าฉันไปกับนาย แบบนี้ต่อให้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ยังไงก็ถูกเหมารวมว่าเป็นพวกนายอยู่ดี แล้วถ้านายดันทำอะไรผิดกฎหมายแบบนั้นฉันไม่ซวยไปด้วยเหรอ?”

ไอคารอสกัดฟันกรอดด้วยความหงุดหงิด เมื่อมองดูยานพาหนะของพวกฮิวม์บนท้องฟ้าอันแสนไกลที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ก็พาลทำให้ใจเสียเข้าไปใหญ่ ไม่มีทางเลือกแล้ว ถ้ามัวแต่มาอธิบายให้พ่อหนุ่มหลงยุคคนนี้ฟังละก็ไม่ทันการแน่!

ไปเถอะน่า ค่อยพูดทีหลัง!”

อาศัยจังหวะไม่ทันตั้งตัว และฝ่ายตรงข้ามที่สูงเพียงไหล่ตนเองเท่านั้น ไอคารอสสตาร์ทเครื่องยนต์แล้วรีบดึงแขนฝ่ายตรงข้าม ทะยานรถขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างทันทีทันใด ความเร็วและความสูงที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันทำเอาฝ่ายตรงข้ามตกใจจนเกือบปล่อยมือตกลงไป โชคดีที่รวบรวมสติได้ทันรีบปีนขึ้นไปนั่งซ้อนท้ายบนเบาะหลัง หายใจเข้าออกนับเลขไปครู่หนึ่ง กว่าจะปรับตัวกับความสูงระดับนี้ได้ก็เกือบจะหัวใจวาย

เด็กหนุ่มหลงยุคเมื่อใจเย็นลงแล้วจึงตำหนิเสียงดุ จะทำอะไรก็หัดถามบ้าง

ไอ้บ้า กว่าจะถามเสร็จได้ตายก่อนน่ะสิ!”

แม้พยายามขับเร็วเท่าใด แต่เพราะออกตัวช้าเกินไป ทำให้กองตำรวจฮิวม์ขี่รถควบตามมาได้ทันในที่สุด ระยะห่างไม่ถึงห้าร้อยเมตร ศักยภาพของเครื่องยนต์ที่เหนือกว่าของทางการ ทำให้ไม่ยากเลย หากจะหยุดไอคารอสจริงๆ

แต่คนอย่างไอคารอส... ยอมให้กินลงได้ง่ายๆ ที่ไหนกัน!

หยุดเดี๋ยวนี้เจ้าพวกมิวท์ พวกครึ่งมนุษย์เลือดโสโครก!” เสียงดังตะโกนขึ้นจากด้านหลัง เมื่อหันหลังมองจึงเห็นรถบิ๊คไบค์สีดำทะมึนสามคันกับคนขับที่สวมชุดรัดรูปสีดำทั้งตัว หมวกกันน็อคที่สวมปกปิดใบหน้าทำให้ไม่รู้ตัวตนคนขับ เด็กหนุ่มนั่งซ้อนท้ายได้แต่เกาะเบาะเอาไว้แน่นเพื่อไม่ให้ตนเองปลิวตกจากเบาะ ลมแรงพัดตีปะทะกับหน้าเต็มๆ วิวสูงเช่นนี้ชวนให้รู้สึกหวิวอยู่บ้าง แต่เขาได้ค้นพบว่ามันน่าสนุกดีเหมือนกัน

เส้นไฟแลบเฉี่ยวหน้าเขาไปนิดหนึ่ง เป็นการยิงไล่ล่าจากพวกฮิวม์ ไอคารอสรีบส่งปืนรูปร่างประหลาดมาให้ทางด้านหลัง ไม่ต้องอธิบายก็เข้าใจได้ในทันทีว่าให้หน้าที่ตนเองคืออะไร ในขณะที่คนขับกำลังเอี้ยวตัวบังคับรถบิ๊กไบค์ให้เอียงตามเพื่อหลบกระสุนจากข้างหลัง เขาก็กระชับปืนในมือเอาไว้แน่น นั่งนิ่งใจเย็นรอจังหวะตอบโต้กลับ

การหลบหนีเป็นไปอย่างผาดโผน รถบินพุ่งขึ้นลงรวดเร็วยิ่งกว่ารถไฟเหาะ ลมพัดแรงจนเสียงหวือดังก้องในหู ทางการเองก็ไม่ยอมรามือง่ายๆ ยังคงกราดกระสุนยิงและขับรถตามอย่างไม่ลดละ

เด็กหนุ่มถือปืนเล็งไปที่ข้างหลัง เกือบจะล็อกเป้าได้อยู่แล้ว แต่รถที่พุ่งตัวลงสู่ด้านล่างทำให้กระสุนที่ลั่นไกออกไปกลายเป็นยิงพลาดเปล่า แสงไฟฟ้าปลาบเปรี๊ยะพวยพุ่งออกมาจากรังเพลิงตรงดิ่งไปไกลจนสุดสายตา สิ่งที่เห็นทำให้สรุปได้ทันทีว่ามันคือปืนยิงไฟฟ้านั่นเอง

ปืนนี่บรรจุกระสุนไว้กี่นัด

อะไรนะไอคารอสถามอีกครั้งเพราะได้ยินไม่ถนัด เสียงปืนที่ดังลั่นและเสียงลมหวีดหวิวกลางอากาศทำให้หูเขาอื้อไปหมด

มีกี่นัด!” เด็กหนุ่มตะโกนถามเสียงดัง หากเขารู้จำนวนกระสุนทั้งหมด ก็จะทำให้ตนเองประมาณได้ว่าควรยิงถี่เท่าไหร่ ตอนนี้เขายิงไปที่ฝ่ายตรงข้ามได้สามนัดแล้ว แต่ไม่ถูกเลยสักนัดเดียวเพราะยังกะได้ไม่ค่อยถนัดนัก ถึงกระนั้นก็ยังคงยิงต่อไปอีกเพื่อกดดันฝ่ายตรงข้ามไม่ให้เข้ามาใกล้

ยิงไปเถอะ นี่มันปืนไฟฟ้าไอคารอสตะโกนตอบในขณะที่กำลังยกเครื่องให้ทะยานขึ้นฟ้า หมดก็ชาร์จเอา!”

เกือบจะยิ้มอยู่แล้ว ที่วิทยาการในสมัยนี้พัฒนาล้ำไปถึงขนาดว่าอาวุธสามารถพัฒนาแรงทำลายล้างไปได้สูงขึ้นมาก แต่กลับสามารถใช้ได้ใหม่เพียงแค่ชาร์จเท่านั้น

แต่นั่นหมายความว่า ศัตรูเองก็สามารถยิงมาที่ทั้งคู่ได้เรื่อยๆ เช่นกัน!

คราวนี้ขอเหาะหน่อย เกาะฉันแน่นๆ!” ไอคารอสตะโกน ยกแฮนด์รถเชิดขึ้นลอยสูงดิ่งจนร่างคนข้างหลังเกือบร่วงลงไป เหมือนใจนั้นหล่นวาบไปที่ตาตุ่มชั่วขณะ หากคว้าเอวเอาไว้ไม่ทันคงได้ดิ่งพสุธาไปแล้ว มือข้างหนึ่งเกาะ อีกข้างยังคงยกขึ้นยิงสกัดฝ่ายตรงข้ามอยู่

รถพุ่งขึ้นด้านบนต้านแรงโน้มถ่วงของโลก ในขณะที่พวกไล่ล่าด้านหลังยังคงตามมาเช่นกัน เด็กหนุ่มหลงยุคเลิกกระหน่ำยิง แต่หยุดล็อกเป้าไปที่รถบิ๊กไบค์คันใกล้ที่สุด เขารวมสมาธิ กลั้นหายใจให้มือนิ่ง แล้วยิงออกไป

เปรี๊ยะ... ตูม!

เป้าหมายเสร็จไปหนึ่ง รถบิ๊คไบค์คันนั้นร่วงหล่นลงสู่เบื้องล่างก่อนจะระเบิดกลางอากาศ ควันไฟสีแดงพวยพุ่งเป็นกลุ่มก้อน ทว่าโชคดี หรืออาจจะโชคร้าย คนขับรถคันนั้นกระโดดออกจากรถได้ทันแล้วกางร่มชูชีพ ลอยตัวลงสู่เบื้องล่างอย่างปลอดภัย

เขาจะถือว่าโชคดีก็แล้วกัน

จะเกินไปหน่อยแล้ว หยุดมอบตัว แล้วเราจะไม่จับตาย!” เสียงประกาศของฝ่ายตรงข้ามดังขึ้นกึกก้อง ไอคารอสเดาะลิ้นด้วยความรำคาญ ก่อนจะตะโกนออกมาผ่านไมโครโฟนข้างหู

ไม่มีทาง!”

ถามความสมัครใจฉันบ้างเถอะ... คนเกาะหลังคิดในใจ

กระสุนยังคงยิงกราดมาเรื่อยๆ แน่นอน... การหลบที่ดีไม่ว่าจะดีขนาดไหนก็มักจะมีช่องโหว่เสมอ ประกายไฟฟ้าจากปืนของฝ่ายตรงข้ามลอยตรงดิ่งเข้ามาที่ล้อหลังพอดี เฉี่ยวกับขาของเด็กหนุ่มไปแค่นิดเดียว ฉับพลัน ประกายไฟฟ้าราวหมื่นโวลต์ก็ช็อตเผาทำลายจนล้อพังควันดำพุ่ง และแล้ว เรื่องที่ทุกคนไม่อยากจะให้เกิดก็เกิดขึ้นจนได้...

รถทิ้งดิ่งลงสู่เบื้องล่างอย่างรวดเร็ว หากไม่อยากขาหักหรือถึงขั้นตาย พวกเขาจะต้องกระโดดร่มชูชีพ แต่ประเด็นก็คือ ไอคารอสเดินทางคนเดียวมาตลอด ดังนั้นมีร่มชูชีพแค่อันเดียวเท่านั้น!

อันตราย อันตราย เครื่องได้รับความเสียหายห้าสิบเปอร์เซ็นต์เสียงร้องดังจากระบบเครื่อง ระงมกับเสียงคำพูดขู่คำรามของฝ่ายตรงข้ามที่ตามมาจากด้านหลังอย่างติดๆ

หยุดเดี๋ยวนี้ พวกแกถูกจับแล้ว

ไอคารอสเหงื่อแตกพล่าน แม้ล้อไอพ่นข้างหน้าจะยังทำงาน แต่มันคงยื้อเวลาได้ไม่นานนัก เขาต้องรีบทำอะไรสักอย่าง ร่มชูชีพมีอันเดียว คิดสิคิด ทำยังไงดี!

ในจังหวะนั้นเองที่เด็กหนุ่มไร้ชื่อได้กระซิบขึ้นข้างหู ใช่... เขานึกวิธีแก้ปัญหาออกแล้ว ถึงจะไม่ใช่วิธีที่ดีก็ตาม

รอส นายกระโดดลงไป

อาในที่สุดนายก็เรียกชื่อฉันแบบย่อจนได้!”

เป็นมุขตลกที่ผิดเวลามากถึงมากที่สุด แต่ตอนนี้เขาไม่มีเวลาจะตำหนิ รีบลงไปซะ แล้วฉันจะตามไป

แล้วนายล่ะ?” ไอคารอสถามด้วยความเป็นห่วงในขณะที่ตนเองเตรียมสวมร่มชูชีพเรียบร้อยแล้ว

อีกสิบวินาทีจะตามไป ทันแน่นอน ถ้าฉันคำนวณไม่ผิดนะเขากล่าวเสียงนิ่ง ไม่แน่ใจว่าสูตรฟิสิกส์มากมายในหัวมาจากไหน แต่เขากลับคิดมันได้ในเวลาอันรวดเร็ว ไอคารอสไม่อยากจะเชื่อใจเด็กหนุ่มไร้ชื่อคนนี้สักเท่าไหร่ แต่สถานการณ์ที่พาไปทำให้ต้องเชื่อไปก่อน เขาพยักหน้า ตะเบ๊ะให้กึ่งล้อเลียนกึ่งเคารพ ก่อนจะโรยตัวลงสู่เบื้องล่างในทันที

ลงมาให้ทันนะเพื่อน!”

เอ่อ เราเป็นเพื่อนกันตอนไหน...

ไม่มีเวลาให้คิดเรื่องไร้สาระแล้ว เขาต้องรีบขับรถบังคับให้มันพุ่งขึ้นสูงกว่านี้เพื่อถ่วงเวลาเอาไว้ก่อน น้ำหนักที่หายไปทำให้รถยังพอประคองตัวลอยขึ้นไปได้แม้จะลำบากอยู่บ้าง มันบังคับได้ไม่ยากนัก เหมือนกับระบบได้เชื่อมต่อกับสมองโดยอัตโนมัติ ไม่ว่าเขาจะคิดอยากให้ไปในทิศไหนมันก็ไปตามที่ใจคิด สิ่งที่ต้องทำคือบังคับแฮนด์รถให้มั่นเท่านั้น

และในที่สุดก็ได้เวลาอันสมควร นั่นคือการโรยตัว!

เขาสูดอากาศหายใจลึกก่อนจะกางแขนทิ้งร่างลงมาจากรถ ร่างลอยกลางอากาศร่วงหล่นลงสู่พื้นเบื้องล่างอย่างอิสระ ไอคารอสอยู่ไม่ไกลจากสายตามากนัก ร่มที่กางแม้จะเป็นจุดล่อสายตา แต่รถบิ๊คไบค์ที่ตกลงมายังเป็นตัวล่อที่ดีได้อยู่ เด็กหนุ่มพยายามกางแขนกางขาออกมาให้กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้สามารถอยู่บนชั้นบรรยากาศได้นานที่สุด

ลมหนาวเย็นพัดตีสวนขึ้นมาจนรู้สึกขนลุก ไอคารอสสั่งการเรียกพรรคพวกของตนเองทางหูฟังที่เหน็บข้างหู ก่อนจะแหงนมองขึ้นมาด้านบน เด็กหนุ่มไร้นามคนนั้นกำลังจะตกลงมาหาตนเอง เขาจะต้องคว้าร่างนั้นมาให้ได้ เพื่อจะได้ตกสู่พื้นเบื้องล่างพร้อมๆกันอย่างปลอดภัย แม้ในหลักสูตรจะไม่เคยบอกให้ใช้ร่มชูชีพหนึ่งอันต่อสองคน แต่ ณ เวลานี้ ถ้าอยากรอดทั้งคู่ ก็ต้องยอมแหกตำรา

สิบ

เก้า

แปด

เจ็ด

หก

และฉับพลันนั้นเอง...

ปัง!

เสียงปืนดังกึกก้อง ราวกับเวลาถูกหยุดนิ่ง กระสุนนัดหนึ่งยิงเข้าที่กลางอกซ้ายของเด็กหนุ่มคนนั้นอย่างพอดิบพอดี แผลที่ทะลุนั้นประจักษ์ชัดว่ามันไม่ใช่กระสุนไฟฟ้า แต่เป็นกระสุนปืนจริง

เลือดไหลทะลักออกมาตามทิศทางกระสุน กระจายไปตามอากาศ เด็กหนุ่มคนนั้นมองตาไอคารอสเพียงแวบหนึ่ง ก่อนจะหลับตาลงเหมือนกับสติได้หลุดลอยไปเสียแล้ว ไอคารอสแม้ตกใจแต่ก็ยังคุมสติรีบคว้าร่างนั้นกลางอากาศก่อนจะกอดเอาไว้แน่น เดี๋ยว... ไม่นะ ไม่!”

และในจังหวะนั้นเอง เป็นเวลาเดียวกับที่รถยนต์ได้บินผ่านมารับร่างของทั้งสองอย่างพอดิบพอดี มันทะยานหนีพวกมนุษย์ไปได้ด้วยความเร็วเกือบสามร้อยกิโมเมตรต่อชั่วโมง รถบิ๊กไบค์สามารถทำความเร็วได้สูงสุดเพียงครึ่งหนึ่งของรถยนต์เท่านั้น จึงทำให้ทั้งคู่รอดพ้นจากการไล่ล่าได้ในที่สุด

หลังคารถยนต์ค่อยๆปิดตัวลง ไอคารอสรีบพลิกร่างเด็กหนุ่มคนนั้น หยิบผ้ากอซในกระเป๋าเสื้อมากดกับบาดแผลเพื่อหยุดเลือด คนขับที่เป็นผู้หญิงค่อยๆ ถอดแว่นตาสีดำออก เธอเลื่อนมือไปกดเปิดเพลง ลดเสียงลงไม่ให้ดังกระหึ่มเกินไป ก่อนจะพูดขึ้น

ไปรื้อสุสานมาแล้วได้คนสินะ?”

อย่าเพิ่งพูดเล่นเลยเฟธ ฉันต้องรีบช่วยเขาก่อน เธอรีบขับรถกลับห้องเลย เร็วเข้า!”

อาฮะ…” เฟธรับคำ เธอไม่พูดอะไรต่อไปอีก เพียงแค่เหยียบคันเร่งเพิ่มจนมิดเท่านั้น

แม้จะพยายามเท่าไหร่ เลือดก็ยังคงไหลทะลักออกจากปากแผลไม่หยุด เห็นเจ้าของร่างเริ่มหายใจรวยรินก็ทำให้ไอคารอสยิ่งตื่นตระหนกยิ่งขึ้นไปอีก ไม่... เขาไม่อยากเห็นคนตาย เขาต้องทำอะไรสักอย่างสิ คิดสิคิด ต้องทำอะไร!

ดูเหมือนสติของเด็กหนุ่มคนนั้นจะยังหลงเหลืออยู่บ้าง แม้จะเลือนรางเต็มที เขาพึมพำออกมาอย่างแผ่วเบาด้วยน้ำเสียงระโหยโรยแรง เหงื่อกาฬผุดขึ้นทั่วตัว ตัวเย็นเฉียบเพราะเสียเลือดมาก ไอคารอสพยายามจะตั้งใจฟังเสียงนั้นอย่างเต็มที่ที่สุด

จำได้แล้ว ชื่อของฉัน... คือวิคเตอร์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

164 ความคิดเห็น

  1. #154 Pin (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 08:58
    สู้กันมันส์มากกก
    #154
    1
    • #154-1 Besty Vivo (@bestyworld) (จากตอนที่ 2)
      9 กรกฎาคม 2560 / 12:45
      ชอบดูหนังแอ็คชั่นเฟี้ยวฟ้าวมากค่ะ อดไม่ได้ที่จะต้องให้นิยายมีฉากบู๊ ๕๕๕๕๕๕
      #154-1
  2. #144 Atsawin (@atsawin21) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 05:25
    มีแอบเรียกชื่อก่อนที่เจ้าตัวจะบอกอีกแหนะฮ่า ๆ สนุกดี ตามอ่านอยู่นะครับ ^^
    #144
    1
    • #144-1 Besty Vivo (@bestyworld) (จากตอนที่ 2)
      3 กรกฎาคม 2560 / 14:18
      โอ้ววว แก้แล้วค่ะ ขอบคุณมากนะคะ
      #144-1
  3. #140 Penpak Lumlet (@i-like-dek-d555) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 17:57
    แง้~.....เปิดอ่านไม่ล่ายยยย
    #140
    1
    • #140-1 Besty Vivo (@bestyworld) (จากตอนที่ 2)
      18 เมษายน 2559 / 22:49
      ต้องขอโทษจริงๆนะคะ ที่ปิดการเข้าเนื้อหานิยาย
      หลังจากการแข่ง เนื้อเรื่องก็ถูกเปลี่ยนไปหมดเลยค่ะ เลยไม่อยากให้คนอ่านที่เข้ามาอ่านใหม่ต้องเข้าใจเนื้อเรื่องไปคนละทางอีก คนแต่งวางพล็อตใหม่แต่ยังไม่ได้เขียนค่ะ คือติดเรียน กำลังเตรียมตัวสอบเข้ามหาลัย ต้องขอโทษด้วยจริงๆนะคะ และขอขอบพระคุณสำหรับผู้อ่านที่สนใจ นิยายเรื่องนี้จะกลับมาอย่างไวที่สุดคือเมื่อสอบติดรับตรงค่ะ (อีก 6 เดือน) แต่ถ้าไม่ติดก็คงอีก 1 ปีเลย คนแต่งเองก็อยากแต่งมาก แต่ตอนนี้ขอไปจริงจังกับอนาคตแปปนะคะ TT

      ขออภัยในความไม่สะดวกจริงๆค่ะ
      #140-1
  4. #130 Front (@Front_Burn) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:39
    เปิดมาก็น่าสนใจเลย ดูมีอะไรๆๆๆ ให้น่าสงสัยใคร่ดูต่อดี
    #130
    1
    • #130-1 Besty Vivo (@bestyworld) (จากตอนที่ 2)
      1 มีนาคม 2559 / 17:10
      ขอบคุณค่ะ ^^
      #130-1
  5. #128 kimurakung (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 / 13:13
    ตอนแรกก็บู้สนั่น ไฮเท็คมากครับ
    #128
    1
    • #128-1 Victoria Bytes (@bestyworld) (จากตอนที่ 2)
      29 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:16
      ขอบคุณค่ะ แวะมาอ่านกันได้เรื่อยๆนะคะ ^^
      #128-1
  6. #108 ฝนธารา (@mini1234) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2558 / 15:20
    น่าสนุกดี
    #108
    1
  7. #88 Koriren (@0875350549) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 19:06
    กรี๊----- น่าจิ้นนนนน //-// วาย ฟหกหกดด
    #88
    1
    • #88-1 Besty. (@bestyworld) (จากตอนที่ 2)
      10 สิงหาคม 2558 / 22:01
      เรื่องนี้ไม่วายนะคะ แต่จิ้นพอกรุ้มกริ่มได้ตามอัธยาศัย!
      คนเขียนไม่ใช่สาววายน่ะค่ะ ๕๕๕๕
      #88-1
  8. #52 Samm (@kpmsi) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2558 / 22:25
    อ่านครั้งแรกค่ะ เนื้อหาน่าติดตามดี แอบหาแนวนี้อ่านมานาน -+++- เหมือนว่าจะหลุดชื่อพระเอกก่อนจะพูดชื่อตัวเองตอนสุดท้ายไปที่นึงนะคะ ตรงที่พูดถึงบิ๊กไบท์

    (อ่านคอมเม้นแล้วฮามากค่ะ มีคนอยากให้วายเต็มเลย แต่เราจะผิดแปลกจากชาวบ้าน เราจะไม่ขอวายค่ะ ขอแบบนอมอล อิ้_อิ้)
    #52
    1
    • #52-1 Besty (@bestyworld) (จากตอนที่ 2)
      4 สิงหาคม 2558 / 11:28
      นิยายเรื่องนี้ประเด็นเรื่องเพศ วายไม่วายนี่เป็นเรื่องรองค่ะ ขนาดคนเขียนยังไม่คิดเลยค่ะ แต่มีนักอ่านหลายรายแจ้งเข้ามาว่าจิ้นหลายฉากมาก คนเขียนก็ยังงงๆอยู่เลยค่ะว่าจิ้นกันยังไง ๕๕๕๕๕๕
      #52-1
  9. #18 dinn (@idin12345) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2558 / 11:56
    แรงกระทบมหาศาลทำเอาต่างฝ่ายต่างล้มตึงไปคนละทาง...มหาศาลเลยเหรอครับ ^ ^!! แรงกระแทกที่กระทบกันทำเอาต่างฝ่ายต่างล้มตึงไปคนละทาง...

    "ผี ผี! เอ้ยคน ไม่สิศพสดๆ"  ลองเติมผีเข้าไปอีกตัวจะช่วยให้ดูตกใจมากขึ้นได้ครับ หรือ "ผะ ผะ ผี! เอ้ยไม่สิคน ศพสดๆ" ก็น่าสนใจ

    เขาเกาหัวแกรกก่อนที่จะประคองตัวลุกขึ้นยืน...ตรงนี้แนะนำให้ใช้ เขาคลำหัวตรงที่โดนบูมเบอแรงในมืออีกฝ่ายป้อยส่งเสียงครางเบาๆ ด้วยความเจ็บขณะลุกขึ้นยืน (เพื่อเชื่อมกับการที่ถูกขว้างจะได้ไม่เสียเปล่าครับ ^ ^)

    บ้านี่มันกวนโอ้ยชะมัดเลยโว้ย....บ้านี่มันกวนโอ้ยชะมัด ตัด "เลยโว้ย" ออกจะดูเป็นภาษาเขียนมากกว่าครับ มี "เลยโว้ย" มันดูเป็นภาษาพูดเกินไป แม้จริงๆ แล้วมี "เลยโว้ย" ต่อท้ายจะทำให้ดูมีอารมณ์มากขึ้นก็ตามเถอะ ^ ^!!

    เขียนได้ดีมากๆ เลยครับ ตอนท้ายๆ ตื่นเต้นดีจริงๆ แถมเดาเหตุการณ์ต่อไป และที่มาไม่ออกเสียด้วย เอาเป็นว่าน่าติดตามมากเรื่องนี้
    เอ... ว่าแต่ เฟธ นี่ fate หรือเปล่าน้อ ^ ^!!
    #18
    0
  10. #13 กุมารีกานต์ (@gumareegant) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2558 / 06:39
    เอ่อวายได้ไหม~~~//ร้องขอ
    #13
    0
  11. #9 Levi-san (@Levi-san) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 / 23:53
    วิคเตอร์นายนี้ไปได้หลายโลกจริงๆ55555555
    #9
    0
  12. #4 massacre (@nimamoko) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 / 16:37
    อุ๊ย! ขุดผู้ชายขึ้นมาได้ล่ะ! พอขุดเสร็จก็หนีตามกัน ดีงามสุด ๆ เลยค่ะ!! 




    #4
    0
  13. #2 Fytius Falevia (@fytius) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 / 13:22
    ไอคารอส ถ้าซอมบี้มีจริง นายตายนานแล้ว! XD

    วิกกี้โผล่มาภาคนี้ด้วย เฮื้อออ

    วิกกี้ อยู่ต่อไปนะ ถึงจะไม่มีดีซีแล้วก็เถอะ //ซรับน้ำตาร้องไห้กระซิกๆ
    #2
    0