Time Rebellion ปฏิวัติข้ามเวลา ล่าเปลี่ยนโลก

ตอนที่ 10 : Chapter 6: To the Arena สู่ลานประลอง (I)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 209
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    7 ก.ค. 60



Chapter 6: To the Arena

สู่ลานประลอง

(I)

 

ถึงขั้นนี้ คงจะถอยหลังไม่ได้แล้ว

--Ikaros Timber--


ทั้งคู่มองหน้ากัน แม้ไม่ได้พูดอะไร แต่ในใจต่างรู้ดีว่าคิดอะไรอยู่

หากพลาด คือตายสถานเดียว

หรือต่อให้ไม่ตาย แต่ถ้าพลาดถูกขับไล่ออกมา ชีวิตก็มีแต่แย่กับแย่ แน่นอนว่าการอยู่ในเมืองของฮิวม์นั้นเป็นไปไม่ได้ หากไม่ใช่หนูทดลอง นักโทษ หรือทูตพิเศษที่มีหน้าที่มาเจรจาทางการเมือง หุ่นยนต์ที่มีอยู่ทั่วทุกมุมเมืองจะตรวจจับเจอได้และฆ่าทิ้งทันทีโดยไม่ลังเล วิคเตอร์เองก็เห็นชัดเจนแล้วเมื่อตอนอยู่ในบาร์แทนทัม

มิวท์ที่ถูกขังอยู่ ชะตาจะเป็นอย่างไรบ้างนะ?

ไม่สิ นี่ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องคนอื่น

แม้จะไม่รู้ว่าต้องพบเจอกับชะตากรรมอะไรอีกบ้างเมื่อได้เข้าหน่วยแบดสควอด แต่อย่างน้อยก็คงจะดีกว่ามากหากเขาไม่ได้ถูกขับไล่ออกและถูกหุ่นยนต์ฆ่าอย่างน่าอนาถในภายหลัง หรือบางที... อาจจะแย่เข้าขั้นนรกบนดิน ดั่งเช่นที่เขาได้เจอกับผู้พันแวร์ริค... นึกแล้วก็สงสัยอีกครา ผู้พันแวร์ริคเป็นใครและอยู่หน่วยไหนนะ?

วิคเตอร์ต้องเตือนตัวเองอีกครั้งว่าตอนนี้ไม่ควรใช้สัญชาตญาณนักวิทยาศาสตร์ เขาควรจะโฟกัสจดจ่อไปที่สถานการณ์ตรงหน้าเสียก่อน ใช่ การดวลกำลังจะเริ่มขึ้นในอีกสามสิบนาที ตอนนี้ทั้งสองคนกำลังนั่งอยู่ในห้องเล็กๆ เก้าอี้สองตัวกับคนสองคนดูพอดิบพอดี เมื่อประตูข้างหน้าเปิดออก ทั้งสองจะต้องเดินออกไป และบัดนั้น สังเวียนการต่อสู้ก็จะเริ่มต้นขึ้น

ไอคารอสถูกฉีดยากดภูมิเป็นที่เรียบร้อย ทำให้มีระดับความสามารถพอๆ กับมนุษย์ เขานั่งตัวสั่นอยู่ข้างๆ ดวงตาเบิกกว้าง นั่งงอตัวกอดอกด้วยความตื่นกลัว ยานั่นทำให้ร่างกายรู้สึกเหมือนเรี่ยวแรงที่เคยมีมากมายถูกดูดหายไปทั้งหมด บ้า บ้าจริงๆ เขาไม่น่าไปที่บาร์แทนทัม เขาน่าจะอยู่ที่อู่ซ่อมรถแบบเดิม อุปกรณ์ซ่อมไม่ครบก็ช่างมัน ว่างนักก็สอนลูกหาบคนใหม่อย่างวิคเตอร์ และใช้ชีวิตเฮฮาแต่อดอยากตามประสามิวท์บ้านจนต่อไป

ไม่น่าเลย... ไม่น่าจริงๆ

เฟธกับซิลจะเป็นอย่างไรบ้างนะ...

ประตูเหล็กเลื่อนเปิดเองโดยอัตโนมัติ เอสลีย์เดินเข้ามาด้านในห้อง เธอยิ้มให้กับทั้งสองคนเหมือนให้กำลังใจ ไอคารอสนึกแปลกใจอยู่บ้างที่ฮิวม์จะมาญาติดีด้วยกับมิวท์อย่างเขา... มนุษย์อย่างเอสลีย์ดูไม่รังเกียจเขาแม้แต่น้อย ไม่แม้แต่จะแสดงแววตาขยะแขยงออกมา ทั้งที่ฮิวม์อื่นๆ แทบทุกคนเขาทำกัน

แม้เธอจะดูเป็นมิตร แต่วิคเตอร์สังเกตเห็นแววตาที่ดูเศร้าไปแวบหนึ่ง ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นยิ้มกลบเกลื่อนในพริบตาเดียว มือที่กำลังสั่นอยู่แบบนั้นทั้งที่กำลังยิ้ม... เธอต้องกำลังกลัวอะไรบางอย่างอยู่เป็นแน่

 งานจะเริ่มในอีกสิบนาทีนะคะ เอสลีย์เข้ามารายงาน ตารางการดวลต่อสู้มีดังนี้ค่ะ

เอสลีย์โบกมือกลางอากาศ แสงโฮโลแกรมส่องสว่างวาบท่ามกลางสายตาของทั้งสามคน เธอเลื่อนมือไปมาเลือกรูป แล้วกดยืนยันอีกครั้ง ภาพตารางจึงปรากฎบนหน้าจอ

ตารางระเบียบการดวลต่อสู้เพื่อต้อนรับสมาชิกใหม่ หน่วย B.A.D. Squad ประจำปีโครโนโพลิสที่ 90’

 

 

 

 

 

 

 

 

นัดที่/เวลา

ชื่อคู่ต่อสู้ฝ่ายน้องใหม่

ชื่อคู่ต่อสู้ฝ่ายเจ้าบ้าน

 

 

1

13.30 น.

 

ไอคารอส ทิมเบอร์

 

ร้อยเอกมาร์แชล กรีน

 

 

2

14.00 น.

 

จ่าโทเอสลีย์ เฟรย์

 

พันตรีบิสมาร์ค ฟรอยด์

 

 

3

15.00 น.

 

วิคเตอร์ คิงส์

 

พันโทกรีเซลด้า แซนเดอร์

 








 

หมายเหตุ: กฎระเบียบเพิ่มเติมมีดังนี้

ประการที่หนึ่ง ห้ามผู้ชมการแข่งขันเข้ามาในเขตสังเวียนการต่อสู้โดยเด็ดขาด ฝ่าฝืนจะถือว่าเป็นการช่วยเหลือผู้แข่งขัน ลงโทษด้วยการกักขังหนึ่งสัปดาห์ และหากแสดงเจตนาช่วยเหลืออย่างชัดเจน ลงโทษด้วยการขับไล่ออกจากหน่วยทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข

ประการที่สอง ผู้เข้าแข่งขันทั้งสองฝ่ายห้ามใช้อาวุธใดๆ ทั้งสิ้น ใช้เพียงแค่ร่างกายเท่านั้น หากจับได้ว่าพกพาอาวุธเข้ามาในสังเวียนแข่ง ปรับแพ้ทันที

ประการที่สาม การตัดสินแพ้ชนะมีสามแบบ แบบแรกดูที่การนับถอยหลังเวลาห้าวินาทีนับจากที่ล้มลงกับพื้น หากเกินห้าวินาทีถือว่าผู้นั้นแพ้ทันที แบบที่สองคือขอยอมแพ้ แบบที่สามคือเสียชีวิตในสังเวียนการต่อสู้ ถือเป็นการตายที่มีเกียรติ ทางหน่วยจะจัดงานศพอย่างสมเกียรติให้กับผู้ที่เสียชีวิตจากการต่อสู้

ชิบ--!” ไอคารอสสบถออกมาดังลั่นหลังอ่านตารางและกฎกติกาในช่องหมายเหตุเพิ่ม ฉันโดนคนแรก การแข่งนี้นี่มันเอาตายชัดๆ เลยนี่!”

เขานั่งลงกับเก้าอี้ ถอนหายใจดังพรืด ทำหน้าสิ้นหวังหดหู่อย่างถึงที่สุด ไอคารอสเห็นหน้าคู่แข่งกับตาตัวเองไปแล้วก่อนจะเข้ามาในห้องรอหน้าสังเวียน ชายร่างใหญ่บึกบึนดูแข็งแรงแบบนั้น ยังไงเขาก็แพ้ ยิ่งไม่มีพละกำลังของมิวท์แล้วความหวังยิ่งริบหรี่ลงไปใหญ่ ตาย... เขาตายแน่ๆ

วิคเตอร์แม้จะกลุ้มใจอยู่ลึกๆ แต่ก็ไม่ได้สนใจท่าทีของเขาเลยแม้แต่นิด เขากลับหันไปถามเอสลีย์

ทำไมเธอถึงต้องลงแข่งด้วยล่ะ... เป็นสมาชิกของหน่วยอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ

เธอยิ้มแบบตื่นเต้น ตัวสั่นเล็กน้อยด้วยความกลัว วิคเตอร์แม้จะไม่ใช่คนเป็นมิตรเท่าไหร่ และผูกสัมพันธ์กับคนก็ไม่ค่อยเก่ง แต่เขาก็ไม่ใช่คนใจดำใจจืดที่จะทนเห็นเด็กหญิงคนหนึ่งยืนตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวอยู่ได้ เด็กหนุ่มมองเอสลีย์ครู่หนึ่ง ก่อนจะลูบหัวเธอเบาๆ อย่างอ่อนโยน

เขาเองก็รู้สึกกลัวและหวั่นใจเช่นเดียวกัน ต้องดวลกับผู้ที่เป็นถึงหัวหน้าหน่วย ยังไงฝีมือก็ต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ งานหินแบบนี้กดดันจิตใจเขาตั้งแต่ยังไม่ลงสังเวียนการต่อสู้เลยด้วยซ้ำ

หนูเพิ่งครบสิบสองปีนี้ค่ะเอสลีย์ตอบเสียงแผ่ว ตัวเธอสั่นเกร็งไปทั่วทั้งร่างด้วยความกลัว ตามระเบียบการเข้าหน่วยทุกหน่วย ไม่จำกัดอายุค่ะ แต่หากอายุต่ำกว่าสิบสองปี ก็ต้องรอจนกว่าอายุจะครบสิบสองปี ถึงจะเข้าร่วมประเพณีต่อสู้รับน้องใหม่ประจำหน่วยนั้นๆ

วิคเตอร์รู้สึกไม่ชอบใจเท่าไหร่ จึงถามต่อ ถ้าอย่างนั้นเด็กใหม่ไม่ตายกันหมดเหรอ สู้กับคนมีประสบการณ์แบบนั้น

ปกติถ้าพวกผู้ใหญ่ต้องการรับเราเข้าหน่วยอยู่แล้วก็อาจจะมีออมมือให้นะคะ แต่... เธอหยุดแล้วเงยหน้ามองเขา สำหรับหน่วยแบดสควอดที่ไม่มีเด็กใหม่เข้ามานาน ก็คาดเดาอะไรไม่ได้จริงๆ ค่ะ

แล้วทำไมปีนี้ถึงมีมิวท์เข้ามาได้ด้วยล่ะเขาถามต่อทั้งที่ฟังๆดูจากไอคารอสรวมถึงเธอ ทั้งสองฝ่ายก็ไม่มีใครชอบใครกันเลยนะ ถึงขั้นแยกกันอยู่เสียด้วยซ้ำไป

อันที่จริงก็มีมิวท์ทำงานอยู่ที่นี่บ้างค่ะ ส่วนใหญ่จะเป็นทูต แต่บางคนก็เป็นนักโทษที่ทางการสนใจเก็บไว้

หมายความว่า ฉันและไอคารอสมีบางสิ่งที่น่าสนใจ?

เธอตอบรับ ค่ะ เพราะพี่เองเป็นคนจากร้อยปีก่อน ส่วนไอคารอสนั้น... หนูก็ไม่รู้เหมือนกัน

วิคเตอร์พยักหน้า เขาเองไม่ได้ถามอะไรมากนักเกี่ยวกับเธอ เด็กหนุ่มกระชับมือเธอแน่น มือนั้นช่างเล็กและบอบบาง แม้จะไม่ได้นุ่มนวลเพราะคงจะผ่านการใช้งานมาอย่างหนัก แต่เขาก็สัมผัสได้ถึงแรงฮึดในการต่อสู้ชีวิตของเธอได้เป็นอย่างดี มือที่หยาบนี้คงจะใช้งานอะไรมามากเกินกว่าที่เด็กอายุสิบสองส่วนใหญ่ทั้งในยุคนี้และยุคของเขาจะทำได้

ไอคารอสที่กำลังหดหู่แหงนหน้ามองมาที่เอสลีย์ โดยพื้นฐานแล้วเขาเองก็เป็นคนขี้สงสาร แม้เธอจะเป็นฮิวม์ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกกลัวแทน เด็กตัวน้อยเช่นนั้นกับอันตรายที่กำลังจะคืบคลานมาเมื่อก้าวเดินเข้าสู่สังเวียน แค่คิดก็แทบขนลุกแล้ว

แต่... แค่ตัวเองก็ยังจะเอาตัวแทบไม่รอด จะมาเป็นห่วงแทนเด็กคนนี้อีกอย่างนั้นหรือ? เขานึกตำหนิตัวเอง

บรรยากาศสงัดจนเหมือนกับว่าไม่มีใครนั่งอยู่ในห้อง ไอคารอสพ่นลมหายใจแรงออกมาก่อนจะเอนหลังนั่งพิงกำแพง เอสลีย์ก้มมองลงพื้นด้วยความกังวล รู้สึกอยากจะร้องไห้ แต่ก็อายพวกเขาทั้งสองคน จึงได้แต่เม้มปากและกำมือแน่น ตัวยังไม่หายสั่นเพราะตื่นเต้นและกังวลสุดหัวใจ

ต้องทำอะไรสักอย่าง

วิคเตอร์ลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก่อนจะก้มลงย่อตัวนั่งลงให้สูงระดับเดียวกับเธอ จ้องลึกมองเข้าไปในดวงตา เธอมองเขากลับ ไอคารอสชำเลืองดูทั้งสองอย่างเงียบๆ ทันใดนั้นเอง วิคเตอร์ก็พูดขึ้น

มองตาฉันนะ เอสลีย์

เธอพยักหน้าหงึกๆ รู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาดเมื่อมือสัมผัสกับมือของเขา มันอุ่น... เหมือนกับครั้งที่เธอได้จับมือพ่อตอนเด็กๆ นัยน์ตาสีเขียวมรกตคู่นั้นใต้กรอบแว่นเก่าๆ ฉายความมุ่งมั่นอยู่ภายใน เด็กหนุ่มผู้มาจากร้อยปีก่อนคนนี้... มีอะไรซ่อนอยู่ภายในใจหรือเปล่า เขาประสบพบเจอกับอะไรมาบ้างในอดีต?

เธอจะต้องเข้มแข็งเขาบอกเธอเสียงเรียบ แต่แฝงความมุ่งมั่น จำเอาไว้นะ การต่อสู้ที่แท้จริงมันไม่ได้วัดกันที่พลัง แต่วัดกันที่ตรงนี้

วิคเตอร์กำมือไว้ตรงอกซ้ายซึ่งเป็นบริเวณที่หัวใจพอดี ก่อนจะใช้มืออีกข้างหนึ่งชี้ไปที่ศีรษะตนเอง เราต้องใช้หัวใจและสมอง เธอตัวเล็ก การเคลื่อนที่จะทำได้คล่องแคล่วและยืดหยุ่นกว่าอยู่แล้ว ดังนั้นต้องใช้เรื่องนี้เป็นจุดเด่นให้ได้นะ

เอสลีย์พยักหน้าอย่างเข้าใจ

พูดน่ะมันง่ายไอคารอสยักไหล่ เอาเข้าจริงๆ ทำได้หรือเปล่านั่นอีกเรื่อง

ใช่ นั่นก็อีกเรื่องหนึ่งเขาตอบเสียงนิ่ง นิ่งเสียจนไอคารอสยังแปลกใจจนต้องถาม

นายดูไม่ค่อยกลัวเลยนะ ทำยังไงน่ะ?

ผู้ถูกถามทอดสายตามองออกไปทางหน้าประตู ก่อนจะมองขึ้นไปบนฝ้าเพดาน คงเพราะฉันไม่มีใครให้ต้องห่วงแล้ว... ละมั้ง?เขาเว้นวรรคเหมือนหยุดพักหายใจ เอาตามจริงก็หวั่นใจอยู่บ้าง แต่ยิ่งกลัวไปก็ไม่มีประโยชน์ มีแต่จะทำให้สถานการณ์ยิ่งแย่ลงไปอีก

เอสลีย์ถอนหายใจ ถ้าช่วงขณะที่จะตายมันไม่เจ็บปวด หนูคงไม่กลัวมันขนาดนี้

เธอยังเด็ก มาพูดอะไรบ้าๆไอคารอสถลึงตาใส่พลางทำเสียงดุ ขนาดฉันยังมีอะไรที่อยากทำตั้งหลายเรื่อง ฉันจะต้องออกไปจากที่นี่ แล้วกลับไปหาครอบครัว จากนั้นก็ต้องหาเงินเยอะๆ จะได้เกษียณชีวิตด้วยการเป็นนักเขียนชื่อดัง

นึกไม่ถึงว่านายจะคิดไกลขนาดนั้น

นี่นายหาว่าฉันเป็นคนไร้สาระเหรอ!”

วิคเตอร์เมินเฉย นั่งนิ่งไม่ตอบ ทิ้งทุกอย่างให้ตกอยู่ในความเงียบงัน เอสลีย์ไม่ได้กล่าวเสริมอะไร ไอคารอสได้แต่หันมองซ้ายขวา เขาเองก็จนถ้อยคำเหมือนกัน

ฉับพลัน แสงโฮโลแกรมฉายขึ้นกลางอากาศโดยอัตโนมัติ นาฬิกาฉายเวลาถอยหลังพร้อมกับเสียงจากระบบ

อีกหนึ่งนาที จะได้เวลาลงสู่สังเวียนการแข่งขันแล้วค่ะ

ไอคารอสนั่งเหงื่อแตกพลั่ก ความรู้สึกที่ตีรวนระหว่างตื่นเต้น กลัว แต่ฮึกเหิมในเวลาเดียวกันนี้มันคืออะไร สับสนจริงๆ หัวใจไอคารอสเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ เขาต้องนับเลขกำหนดตามลมหายใจเพื่อทำใจให้เย็นลง

ไอคารอสวิคเตอร์เรียกเขา ในขณะที่นาฬิกานับถอยหลังเหลือสี่สิบห้าวินาที

...มีอะไร

ฉันไม่รู้ว่าจะได้พูดกับนายอีกหรือเปล่า ดังนั้น...

อย่าพูดเหมือนแช่งเอาไว้ล่วงหน้าสิเฮ้ย!” ไอคารอสโวยวาย ก่อนที่เอสลีย์จะตบหลังเขาเบาๆ เพื่อเตือนว่าเวลาเหลือไม่มาก หากฝ่ายตรงข้ามอยากจะพูดอะไรก็ให้พูดไปเถอะ... เหมือนไอคารอสจะเข้าใจดี เขาจึงเงียบลงทันที

ฉันพอจะจำความทรงจำเก่าๆได้ มันไหลเข้ามาในหัวเรื่อยๆวิคเตอร์กล่าวเสียงเรียบ นัยน์ตาคู่นั้นจ้องเขม็งไปที่เขา เพื่อนของฉัน... ทุกคนคงจะตายหมดแล้ว ผ่านมาร้อยปี ความฝันและความหวังของฉันเลือนหายไปหมด

นายบอกฉันทำไม ไอคารอสรู้สึกได้ถึงความคาดหวังและแรงกดดันที่หนักอึ้ง เขาอยากจะหลบสายตาหันมองไปทางอื่น แต่กลับทำไม่ได้

ช่วยทำให้ฉันเห็นหน่อย ว่าเรามีชีวิตอยู่ไปทำไม

เด็กหนุ่มไม่ได้พยักหน้าหรือตอบรับคำ ได้แต่ยืนตัวทื่อเป็นหินอยู่อย่างนั้น ในใจนึกตำหนิคู่สนทนาที่ทำให้ตนเองรู้สึกเครียดยิ่งขึ้นไปอีก แต่เขาเลือกที่จะไม่พูดอะไร

ในวินาทีที่ตัวเลขนับถอยหลังเข้าเลขศูนย์ ประตูตรงหน้าค่อยๆ เลื่อนเปิด ขณะที่ไอคารอสกำลังลุกขึ้นยืนเตรียมตัวเดินออกไป เด็กหนุ่มสัมผัสได้ถึงมือเล็กๆ ที่รั้งแขนเขาเอาไว้ ไอคารอสหันกลับไปมองเด็กหญิงที่สูงเพียงไหล่ เหมือนดวงจิตทั้งคู่กำลังเชื่อมต่อถึงกันผ่านสายตา สัมผัสของมือที่อบอุ่นราวกับกำลังส่งผ่านพลังใจไปให้ เธอจ้องมองเขาและส่งยิ้ม

หนูเองก็อยากเป็นนักเขียน ดังนั้นต้องกลับมาเขียนเรื่องน่าสนใจด้วยกันให้ได้นะคะ

ไอคารอสพยักหน้า สูดลมหายใจเข้าไปเต็มปอด ก่อนจะผ่อนออกมายาวๆ เขาก้าวเดินออกไปที่หน้าประตู หันมาโบกมือให้กับทั้งสองคน ทั้งสองโบกมือกลับ หมดเวลาแล้ว เขาคงต้องไป... สู่สังเวียนตัดสินชะตากรรม

แล้วประตูบานนั้นก็ปิดตัวลง เขาหันมามองตรงหน้าอีกครั้ง

เรามีชีวิตอยู่ไปทำไม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

164 ความคิดเห็น

  1. #164 Zoularious (@Zoularious) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 21:23
    เพิ่งเข้ามาอ่านแล้วชอบมากๆเลยครับ พล็อตเรื่องน่าสนใจ แล้วไรท์ก็ภาษาดีมากๆด้วย รออ่านต่อนะครับ <333
    #164
    0
  2. #162 Pin (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 13:50
    มีชีวิตอยู่เพื่อรอตอนต่อไป... #สู้ๆครับ
    #162
    0
  3. #151 Anka Kistchnau (@nusikan) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 16:41
    เฮ้ย ประโยคจบและคำพูดของวิคเตอร์นี่ งานดีมาก ขอชื่นชม จะรอตอนต่อไปนะ >_<
    #151
    1
    • #151-1 Besty Vivo (@bestyworld) (จากตอนที่ 10)
      7 กรกฎาคม 2560 / 16:49
      ขอบคุณที่ติดตามอ่านค้าบ ขอให้สนุกน้า ><
      #151-1
  4. #46 Lost (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2558 / 22:17
    อยากเห็นวิตเตอร์โชว์เทพแล้วววอ้ากกกกกกกกกกกก
    #46
    0
  5. #45 Levi-san (@Levi-san) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2558 / 21:19
    อารมณ์ค้างสุดๆไรเตอร์QwQ มาต่อๆ

    #45
    1
    • #45-1 Besty (@bestyworld) (จากตอนที่ 10)
      1 สิงหาคม 2558 / 21:22
      พาร์ทต่อ อัพพรุ่งนี้สายๆค่ะ ส่วนช่วงนี้ที่แจ้งเตือนอาจจะเป็นการแก้คำผิดนะคะ ^^
      #45-1
  6. #42 massacre (@nimamoko) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2558 / 20:58
    รอส x วิค จะได้เข้าหน่วยไหมหนอ .. ยังไงก็เอาใจช่วยนะ สู้ ๆ ล่ะทั้งสองคน มีชีวิตรอดกลับมาให้ได้! 

    ปล . X = กับ ไม่มีความหมายอื่นแฝง 
    #42
    0