[Fic Haikyuu!!] 10 reasons why Oikawa Tooru likes to peek Kageyama Tobio (OiKage)

ตอนที่ 1 : ➵ [Prologue] Reason 1 : Attention seeking

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 791
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    9 มี.ค. 60

➵ [Prologue] Reason 1 : Attention seeking


            อิวะอิสึมิ กำลังรู้สึกว่าตัวเองกำลังประสาทเสีย


            คนที่ทำให้เขาประสาทเสียได้บ่อยมีเพียงคนเดียวคือ โออิคาวะ โทโอรุ เพื่อนสนิทน่าหมั่นใส้


            นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่โออิคาวะทำอิวะอิสึมิประสาทเสียได้ขนาดนี้


            แต่นี้เป็นครั้งแรกที่ทำให้เขารู้สึกประสาทเสียมากจนอยากเอาลูกวอลเลย์ตบอัดหน้ามันซักหลายๆ ทีให้สาแก่ใจ


            เขารู้ว่าหมอนี้มันบ้า... บ้ามานานแล้วด้วย


            แต่เขาไม่นึกว่าโออิคาวะ โทโอรุจะบ้าขนาดหนักถึงขนาดนี้...







            "เฮ้ย โออิคาวะ"


            "โออิคาวะ"


            ...
            .....
            ........


            "
ไอ้เวรคาวะ!!!!"


            "ฮะ? เหวอ! อะไรเนี่ยอิวะจัง! ตะโกนซะดังตกใจหมดเลย!"


            "ก็เรียกตั้งนานแกไม่หันนี้หว่า!"


            "หา...? เอ๋ อิวะจังเรียกฉันเหรอ..? ไม่เห็นได้ยินเลย"


            บางครั้งอิวะอิสึมิก็แอบสงสัย...สรุปไอเวรคาวะมันแค่เป็นบ้าหรือว่าหูหนวกด้วยหรือเปล่า


            อิวะอิสึมิมองสภาพเพื่อสมัยเด็กควบคู่กับตำแหน่งเพื่อนสนิทที่กำลังทำหน้าเหลอหลาแสดงถึงความเบ๊อะๆ บ๊ะๆ โดยยังถือตะเกียบที่คีบข้าวกลางวันค้างไว้อยู่ตั้งแต่เมื่อกี๊ ...โอเค เขาจะไม่ทนอีกต่อไป


            "ถามจริงเหอะ... โออิคาวะ"


            เขาสูดหายใจลึกๆ ช้าๆ ...


            "เป็นบ้าอะไร...ถึงเอาแต่มองเด็กปีหนึ่งวะ!"


            ทันทีที่เขาลั่นวาจาจบ อีกฝ่ายก็กระพริบตาปริบๆ ก่อนจะทำหน้าทำตาเลิ่กลั่กแล้วรีบพูดแก้ตัวสีข้างแถถลอกพร้อมกับหัวเราะแห้งๆ "หมะ...หมายความว่าไงน่ะอิวะจัง ฉันไม่ได้มองใครซักหน่อยนะ ฮะ...ฮะๆ" 


            "แกพูดว่าแกไม่ได้กำลังมองใครใช่ไหม..." อิวะอิสึมิข่มอารมณ์หงุดหงิด... การคุยเรื่องอื่นนอกจากวอลเล่ย์บอลกับคนบ้าแบบโออิคาวะให้สื่อสารกันเข้าใจเป็นเรื่องยากกว่าที่เขาคิด... "แก-กำ-ลัง-มอง... คาเงยามะ โทบิโอะ เด็กปีหนึ่งไง! ไอซื่อบื้อ!"


            นั้น... คาดไว้ไม่มีผิด พอเขาพูดจบคนผมสีน้ำตาลเปลือกไม้ก็มีท่าทีลนลานอย่างเห็นได้ชัดพร้อมพูดแก้ตัว


            "ฉันไม่ได้มองเจ้าเด็กนั้นซักหน่อย!"


            "
ฟังนะ ไอเวรคาวะ ฉันรู้ว่านายมันงี่เง่าแต่ยังไงนายก็ควรรู้ตัวเอง..." อิวะอิสึมะหลับตาลงพลางนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานนัก ราวกับว่าเขารู้สึกเก็บกดจนสกัดกั้นให้พูดพรั่งพรูออกมาไม่หยุด.. "แก-มอง-โว้ย! ไม่ต้องมาเถียงเลยนะไอเวรคาวะ! แกถึงขั้นตื่นเช้ามาโรงเรียนตามเวลาที่คาเงยามะมาทุกวันเลย! ไม่มีวันไหนที่ฉันไม่เห็นแกเดินตามหมอนั้นอยู่ห่างๆ แล้วมองด้วยสายตาโรคจิตของนายน่ะ!!"


            "
ร...โรคจิต?!"


            "
แล้ววันก่อน... แกเจอคาเงยามะบนตึก แกหันไปมองไม่พอยังเดินตามไปจนถึงหน้าห้องคาเงยามะอีก...ไม่ยักรู้ว่านายอยากกลับไปเรียนปี1ใหม่"


            "
อ...อิวะจัง นั้นน่ะ... ฉันก็แค่.."


            "
พอเลิกชมรมจู่ๆ นายก็บอกว่ามีธุระขอไม่กลับด้วย พอนานเข้าฉันก็ชักสงสัยเลยแอบตามไปดู... ให้ตายเหอะ... นายเดินตามรุ่นน้องทั้งที่บ้านอยู่คนละทาง ธุระแกที่ว่าคือการสะกดรอยตามคาเงยามะสินะ"


            "
อ...อิวะจัง! ฉันม..มีธุระทำแถวนั้นเองนะ ไม่ได้สะกดรอยตามเจ้าอัจฉลิยะน่าหมั่นใส้นั้นซักหน่อย!"


            "
อย่าเถียง! ทุกวันนี้นายเอาแต่มองเด็กปีหนึ่งนั้น เป็นแค่เซ็ตเตอร์แล้วไม่พอใจเลยต้องไปหัดเป็นสตอล์คเกอร์อีกหรือไง"


            โออิคาวะ โทโอรุสลด


            เขาไม่ยอมรับคำที่อิวะอิสึมิพูดเด็ดขาด... โรคจิต สะกดรอยตาม สตอล์คเกอร์..


            แต่พอฟังจากที่อีกฝ่ายเล่ามา... เขาดูเข้าข่ายคำพวกนั้นเต็มๆ เลยนี้หว่า..


            "
มีอะไรจะแก้ตัวอีกไหม?" คำพูดราวกับว่าโออิคาวะกำลังนั่งอยู่ในห้องสอบสวนโดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอิวะอิสึมิกำลังกดดันเพื่อเค้นความจริงจากเขา... เหงื่อที่ไหลซึมผ่านเส้นผมสีเปลือกไม้ค่อยๆ หยดตามใบหน้าเมื่อมันไหลหยดลงแปะบนโต๊ะอาหาร...


            ติ๋ง..


            "
ม...ไม่มีครับ.."


            "
หึ แค่นี้ก็จบ แล้วสรุปแกมองคาเงยามะทำไม ไม่ใช่ว่าไม่ชอบเขาหรือไงฮะ?" อิวะอิสึมิถามคำถามที่คาใจเขา... มีเหตุผลอะไรที่โออืคาวะต้องทำตัวเป็นสตอล์คเกอร์แอบวิ่งไล่ตามเด็กปีหนึ่งคนนั้น... น่าแปลกที่คาเงยามะยังไม่รู้สึกตัวซักทีว่าโดนแอบตามอยู่ พอลองนึกถึงเหตุการณ์ที่ไอ้เวรคาวะมันเครียดกับวอลเล่ย์บอลมากเกินเหตุจนเกือบเผลอทำร้ายเด็กนั้นทำให้เขายิ่งสงสัย...


            หรือมันจะแค้นคาเงยามะมากจนคิดหาวิธีแกล้งเด็กนั้น...


            ถ้าเป็นแบบนั้นจริง... เขายอมให้ทำแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด!


            ถึงจะเกลียดขี้หน้าขนาดไหนแต่โตๆ กันแล้วอย่าทำแบบนี้สิวะ ไอ้เวรคาวะ!


            คาเงยามะ ฉันจะปกป้องนายจากอันตรายที่ชื่อโออิคาวะเอง!!


            "
ไม่.."


            "
ว่าไงนะ..?" อะไรไม่ๆ...


            "
ไม่มี.."


            เขากระพริบตาปริบๆ เมื่อกี๊หมอนี้พูดว่า ไม่มี สินะ..


            "
แกกำลังพูดว่า... แกแอบมอง แอบเดินตาม คาเงยามะโดยไม่มีเหตุผลเนี่ยนะ?!"


            "
ก...ก็มันไม่รู้นี้นาอิวะจัง! ที่อิวะจังพูดมาทั้งหมดน่ะ! พอฉันรู้ตัวอีกทีฉันก็กำลังมองเจ้าเด็กนั้นอยู่ ไม่ก็อยู่ๆ ก็ไปโผล่หน้าบ้านคาเงยามะตอนไหรก็ไม่รู้นี้!" อิวะอิสึมิอยากเดินไปห้องพยาบาลแล้วขอกินยาแก้ปวดหัวซักเม็ด ให้ตายเหอะ... "แกมองคาเงยามะโดยไม่รู้ตัว?"


            "ค...คิดว่านะ.."


            โอ้...


            เขาพอจะรู้สาเหตุแล้ว...


            "หึ...ไอไก่อ่อน..."


            "เอ๋?! ว่าฉันทำไมน่ะอิวะจัง!"


            "แกออกจะมีสาวมาหลงรักเต็มไปหมด น่าสงสารผู้หญิงพวกนั้นว่ะที่หลงไหลหน้าตาแกทั้งๆ ที่โออิคาวะ โทโอรุมันโง่ขนาดนี้.." อิวะอิสึมิพูดจบก็ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนถือถาดอาหารเพื่อไปเก็บเพราะอาหารของเขามันหมดนานแล้ว แต่ชามข้าวของโออิคาวะยังเหลือมากกว่าครึ่ง


            "อยากรู้ไหม ว่านายมองคาเงยามะทำไม"  


            ดวงตาสีเปลือกไม้จ้องมาที่เขาอย่างเป็นประกาย


            "เริ่มจากหัดสังเกตุตัวเองซะบ้าง โออิคาวะ"








            โออิคาวะกุมขมับตัวเองอย่างเหนื่อยใจ


            ที่อิวะจังพูดน่ะหมายความว่าไง...ที่ว่าให้สังเกตุตัวเองน่ะ เขาไม่เห็นว่ามันจะเกี่ยวกับที่เขาชอบเผลอมองโทบิโอะจังโดยไม่รู้ตัวซักหน่อย


            หัวสมองเขาตีกันวุ่นไปหมดจนต้องระบายโดยการเสิร์ฟลูกแรงๆ หลังจากที่เสิร์ฟลูกไปไม่รู้กี่ครั้งเขาก็ยืนหอบปาดเหงื่อที่ไหลโชกไปทั่วร่างกาย ดวงตาสีเปลือกไม้กวาดมองไปรอบๆ 


            เอ... ทำไมมันดูโล่งแปลกๆ นะ


            ที่จริงแล้วปกติเวลาที่โออิคาวะฝึกเสิร์ฟบริเวณที่เขาฝึกจะโล่งตลอดทุกวันเพราะทุกคนในชมรมต่างก็รู้ว่าเขาต้องใช้สมาธิจึงไม่มาซ้อมใกล้ๆ กลัวว่าจะรบกวนกัปตันหนุ่ม


            "...แปลกจริงๆ นั่นแหล่ะ" เขาพึมพำกับตัวเอง... มันก็เหมือนเดิมเล่นทุกวันนี้ ทำไมเขาถึงรู้สึกว่ามันดู...โล่งๆ แปลกๆ ไม่เข้าใจตัวเองชะมัด เขายืนหอบเหนื่อยอยู่ไม่นานก็ได้ยินเสียงคุยจ้อกแจ้กจากข้างนอกผ่านลอดเข้ามาทางหน้าต่าง ก็นึกสงสัยว่ามีคนในชมรมโดดฝึกมาคุยเล่นข้างนอกหรือนี้ ในฐานะกัปตันทีมคงต้องจัดการเสียหน่อย โออิคาวะเดินตรงไปทางหน้าต่างเพื่อดูโฉมหน้าของคนโดดฝึกแต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงของรุ่นน้องที่คุ้นเคย


            "ขอบคุณนะครับรุ่นพี่ที่มาช่วยผมเติมน้ำน่ะครับ"


            อา... เจ้าตัวปัญหาที่ทำให้เขาปวดหัวเล่นนี้เอง


            "ไม่เป็นไรหรอกน่า รุ่นพี่รุ่นน้องกันนี้นะ ช่วยๆ กันดีกว่า อีกอย่างฉันเหนื่อยแล้วด้วยออกมาเติมน้ำบ้างก็ไม่เลวนี้ ฮ่าๆ" คราวนี้เสียงของใครบางคนดังขึ้น แต่โออิคาวะก็พอจำได้ลางๆ ว่าเป็นเสียงของสมาชิกในชมรมปีสอง เขากัดริมฝีปากตัวเองแน่น... จู่ๆ ความหงุดหงิดก็เพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว


            "ยังไงก็ ขอบคุณมากๆ ครับ.... ถ้ารุ่นพี่บางคนใจดีแบบคุณก็ดีนะครับ"


            “ฮัดเช่ย!จู่ๆ เขาก็เผลอจามขึ้นมา บ้าชิบตรงนี้ก็ไม่เห็นจะมีฝุ่นเลยแท้ๆ ดีที่ปิดปากไว้ก่อนทำให้มีเสียงไม่ดังมากพอที่จะให้สองคนข้างนอกได้ยิน


            “นายหมายถึงรุ่นพี่โออิคาวะน่ะสิ


            คนถูกกล่าวถึงสะดุ้งตัวทันที สรุปรุ่นพี่ที่โทบิโอะจังพูดถึงนี้ป็นเขาเองหรอกเหรอ อะไรกัน โออิคาวะซังคนนี้ออกจะเป็นรุ่นพี่ที่สุดจะแสนใจดี ดูแลเทคแคร์รุ่นน้องทุกคน(ยกเว้นโทบิโอะจัง) ยิ้มแย้มให้ทุกคนเสมอ(ยกเว้นใครบางคนที่น่าหมั่นใส้) แถมยังให้คำปรึกษากับทุกๆ คน(ยกเว้นโทบิโอะจัง)


            “รู้ได้ไงครับ?”


            “หืม ก็ไม่น่าแปลก คนในชมรมก็พูดกันตั้งเยอะแยะนี้นาว่ารุ่นพี่แกน่ะเกลียดนายเข้าใส้เข้าใส้เพราะคิดว่านายจ้องจะแย่งตำแหน่งเขาน่ะสิคนถูกนินทากำมือแน่นถึงมันจะเป็นความจริงก็เถอะที่ว่าเขากลัวเด็กนั้นจะทำได้ดีกว่าเขาแล้วจะแย่งตำแหน่งไปถึงได้ฝึกเป็นบ้าเป็นหลัง แต่พอถูกพูดถึงแบบนี้เขารู้สึกไม่พอใจเลยซักนิด


            “ผมก็รู้แหล่ะครับว่าโออิคาวะซังน่ะเกลียดผม….”


            เหมือนมีก้อนอะไรบางอย่างมาติดที่คอเขา โออิคาวะกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เกลียด งั้นเหรอเขายอมรับว่าเมื่อก่อนเขาเกลียดเจ้าเด็กนั้นเพราะความอคติ แต่ดูเหมือนตอนนี้ความเกลียดชังต่างๆ ในใจเขาค่อยๆ ถูกลบหายไปทีละนิด แต่ถึงจะอยากให้เจ้าตัวรู้ก็เถอะคงไม่มีประโยชน์ เพราะอีกฝ่ายคงจะเกลียดเขาเหมือนที่เขาเคยเกลียด


            "ยังไงรุ่นพี่เขาก็มีด้านดีของเขาล่ะน่า ถึงจะไม่ค่อยทำให้นายเห็นก็เถอะนะ อย่าไปเกลียดเขาเลย"


            "ผมไม่เกลียดโออิคาวะซังหรอกครับ" เสียงของคาเงยามะดังขึ้นอย่างนุ่มนวลทำให้โออิคาวะรู้สึกสดชื่นขึ้น... ไม่เกลียด? หมอนั้นว่างั้นเหรอ


            "ถึงโออิคาวะซังจะเกลียดผมก็เถอะ แต่ผมก็อยากจะหวังให้เขาใจดีกับผมบ้างซักนิดก็ยังดีครับ"


            ใจดี... เหรอ?




            "นี้ พวกนายสองคนน่ะ รีบกลับเข้ามาซ้อมได้แล้ว อย่ามัวแต่อู้สิ" เขาเปิดหน้าต่างแล้วพูดเสียงดังทำให้รุ่นน้องทั้งสองที่คุยกันอยู่สะดุ้งตกใจก่อนจะรีบถือกระติกน้ำที่พึ่งไปเติมมาวิ่งเข้าโรงยิม


            "โทบิโอะจัง"


            โออิคาวะเอ่ยเรียกรุ่นน้องปีหนึ่งที่พึ่งเดินเข้าผ่านประตูโรงยิมมาหมาดๆ


            "ครับ?"


            "...นี้นายน่ะ" ดวงตาสีเปลือกไม้หันไปมองเด็กปีสองในชมรมที่เป็นคู่สนทนากับโทบิโอะเมื่อกี๊ "ถือกระติดน้ำของโทบิโอะจังไปด้วยสิ ส่วนโทบิโอะจังตามฉันมานี้"


            คำสั่งของกัปตันชมรมทำเอาคาเงยามะกับรุ่นพี่ปีสองหันหน้ามองกันอย่างสงสัยปนงงงวยแต่ก็ยอมทำตามแต่โดยดี คนผมสีดำเดินตามหลังของรุ่นพี่ด้วยสายตาสงสัย อยากถามเหลือเกินว่าให้เขาตามไปทำไมแต่ก็เลือกจะเก็บไว้ดีกว่า


            โออิคาวะหยุดเดินเมื่อเดินมาถึงบริเวณที่เขามักใช้ซ้อมฝึกเสิร์ฟที่เดียวกับที่พึ่งใช้ระบายอารมณ์ไปเมื่อครู่ โออิคาวะหันหน้ามามองรุ่นน้องมี่เขาแอบเดินตามมองมาหลายสัปดาห์แล้วสั่ง "นั่ง"


            "...เอ๊ะ??"


            "นั่งสิ ฉันบอกให้นั่งไงโทบิโอะจัง ตรงนี้น่ะ" เขาชี้ลงที่พื้นย้ำอีกรอบ คาเงยามะมองเขาด้วยความไม่เข้าใจแต่ก็ยอมนั่งลงเพราะกลัวโออิคาวะจะอารมณ์เสีย


            "นั่งอยู่ตรงนี้แหล่ะ แล้วไม่ต้องไปไหนนะ"


            โออิคาวะเดินถอยห่างออกมาก่อนจะมองรอบๆ... เขาพอเริ่มเข้าใจนิดนึงแล้วล่ะ


            มือเอื้อมไปหยิบลูกวอลเล่ย์ที่วางไว้ใกล้ๆ ก้มลงมองแล้วใช้สมาธิอยู่นานกว่าจะโยนขึ้นแล้วกระโดดตบลูกเสิร์ฟด้วยท่วงท่าที่สวยงามและยอดเยี่ยมแบบทุกครั้ง...ที่คาเงยามะมอง


            ดวงตาสีฟ้าน้ำนะเลมองเขาอย่างเป็นประกายแบบทุกทีที่เขาไม่ได้เห็นมันมองมาที่เขามานานหลายวัน


            โออิคาวะยิ้มบางๆ กับตัวเอง


            ที่เขารู้สึก 'โล่งๆ' แปลกๆ ก็เพราะไม่มี 'เจ้าตัวยุ่ง' มามองดูเขาเหมือนทุกครั้งสินะ


            พอมานึกสังเกตุดู หลังจากเหตุการณ์นั้นที่เขาเผลอจะตบหน้าอีกฝ่ายก็ผ่านมาเกือบเดือนแล้ว คาเงยามะก็ไม่มาอยู่ใกล้เขาเลยซักนิด ไม่แม้แต่จะมาขอให้โออิคาวะสอนเสิร์ฟแบบทุกวันหรือมามองเขาตอนกำลังฝึกเสิร์ฟ


            และก็เป็นเวลาเกือบเดือนแล้วเช่นกันที่โออิคาวะแอบมองร่างบาง


            เป็นไปได้ไหมนะ ที่อิวะจังบอกให้เขาสังเกตุตัวเองน่ะ


            ที่เขาคอยมองแอบดูเด็กนั้นส่วนนึงเพราะแค่อยากให้โทบิโอะจังกลับมาสนใจเขาเหมือนก่อนหน้านี้สินะ...





            ถ้าเป็นงั้นจริง... มันคงเรียกว่า 'เรียกร้องความสนใจ' ใช่หรือเปล่า?


            "โทบิโอะจัง...." โออิคาวะสาวเท้าเดินไปใกล้คนที่เขากำลังเอ่ยชื่อแล้วคุกเข่าลงเพื่อพูดกับคาเงยามะที่นั่ง
มองเขาไม่ไปไหน "ถึงอาจจะช้าไปหน่อยก็เถอะ แต่ว่านะ..." 


            "ฉันไม่ได้เกลียดโทบิโอะจังหรอก" เขาโน้มหน้าลงไปกระซิบข้างหูอีกฝ่าย คาเงยามะนั่งนิ่งด้วยความทำอะไรไม่ถูก พอเริ่มรู้สึกตัวได้ก็พูดเสียงอึกอัก "ท...ทำไมถึงมาบอกผมล่ะครับ?!"


            "ก็โทบิโอะจังจะได้ไม่ต้องเอาชื่อฉันไปเป็นหัวข้อสนทนากับคนอื่นน่ะสิ" คาเงยามะมีท่าทีลนลานอย่างเห็นได้ชัดเมื่อรู้ว่าโออิคาวะได้ยินที่เขาคุยกับรุ่นพี่ปีสอง "แล้วก็นะ..."


            โออิคาวะก้มลงกระซิบที่ข้างหูคาเงยามะอีกครั้ง



            ถ้าจะเรียกร้องความสนใจทั้งที...


            ก็ขอให้มันสุดๆ ไปเลยละกัน

            "อยู่ๆ ก็มาตีตัวออกห่างจากฉันน่ะ ฉันไม่ชอบนะโทบิโอะจัง"


            ดังนั้น...


            ช่วยกลับมามองเขาด้วยสายตาแบบนั้นอีกครั้งทีสิโทบิโอะจัง










วันต่อมา


            "อิวะจัง~ อ่ะ! นี้ วันนี้ฉันมีเต้าหู้ชุบแป้งทอดขอโปรดนายล่ะ~!"


            อิวะอิสึมิมองโออิคาวะด้วยสายตาเหมือนว่าเพื่อนสนิทของเขากำลังกลายพันธุ์...


            "ทำไม...จู่ๆ ถึงอารมณ์ดีแปลกๆ วะ"


            "หืม~ ไม่รู้สิน้า ฮะๆ ฉันก็เป็นแบบนี้ทุกวันนี้อิวะจัง~"


            ใช่...ปกติมันก็บ้าๆ เป๋อๆ ทำตัวไร้สาระน่าหมั่นใส้ประมาณนี้นี้แหล่ะ แต่เมื่อวานมันพึ่งนั่งซึมเหมือนหมาหงอยเองนะ ไม่คิดว่ามันจะเปลี่ยนอารมณ์ไวไปเหรอ!!


            เอ๊ะ...หรือว่า


            "หรือว่านายรู้เหตุผลแล้วสินะ"


            "หืม..? แน่นอนสิอิวะจัง คนอย่างโออิคาวะ โทโอรุน่ะ ใช้เวลาไม่ถึงวันก็หาคำตอบได้สบายๆ อยู่แล้ว"


            "แต่บังเอิญว่าโออิคาวะ โทโอรุคนนั้นก็ใช้เวลาไปค่อนเดือนกับการเดินตามรุ่นน้องต้อยๆ โดยไม่รู้เหตุผลเช่นกัน"


            "โธ่! อิวะจัง!! เหตุผลน่ะ ก็เพราะฉันรู้สึกผิดที่เคยจะทำร้ายหมอนั้นไง้ล่า!"


            "หืม....? ใช่เหรอ?" อิวะอิสึมิทำเสียงจับผิดเพื่อนของตัวเอง เรื่องการแถสีข้างถลอกของเพื่อนคนนี้ทำไมเขาจะไม่รู้ว่ามันอยู่ระดับไหน


            "...ก...ก็ได้! เพราะฉันอยากเรียกร้องความสนใจเอง! ก็เพราะโทบิโอะจังนั้นแหล่ะ!! จู่ๆ ก็ไม่สนใจฉันทั้งที่เมื่อก่อนคอยเดินตามแล้วมองฉันตลอดแท้ๆ...!" อิวะอิสึมิยิ้มแห้งๆ ให้กับโออิคาวะ โอเค... เหตุผลที่อีกฝ่ายบอกมาก็ใกล้เคียงกับที่เขาคาดไว้ล่ะนะ แต่บังเอิญว่าโออิคาวะยังรู้แค่หนึ่งส่วนสิบของเหตุผลทั้งหมดนี้สิ



แต่คิดเหรอว่าอิวะอิสึมิจะบอก...


ไม่มีทางซะล่ะ เขาจะปล่อยให้มันโง่ต่อไปนี้แหล่ะ


TBC


Talk : ก็.... กว่าจะจบไปตอนนึง เล่นแต่งมาเป็นเดือนเลยค่ะ (มีแววว่าจะได้ลงเดือนละตอนหรือนานกว่านั้น orz) ยังไงก็ขอฝากฟิคนี้ด้วยนะคะ ถ้าชอบหรืออยากติอะไรก็คอมเมนต์ได้ค่ะ เราพร้อมจะรับฟัง! ตอนหน้าก็...เจอกันอีกนานนะคะ จะพยายามหาเวลามาปั่นค่ะ!

 

    
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

18 ความคิดเห็น

  1. #10 BlAcK_PearL (@pearl1236) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 07:41
    อ่านละรู้สึกได้ถึงความโออิคาวะค่ะ 5555 แต่ชอบอิวาอิสึมิมากค่ะ เป็นเพื่อนและรุ่นพี่ที่แสนดี 555
    #10
    0
  2. #4 pun_7226 (@pun_7226) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:19
    นี่-แหละ-ฟิค-ที่-เรา-คู่-ควร-!!!!
    พระเจ้า มันคือที่สุดของความฟินนน กดติดตามรัวๆเลยค่ะ!!
    ป.ล.นี่คงไม่ใช่แค่เรียกร้องความสนใจแล้วละค่ะ เค้าเรียก "ขาดความอบอุ่น"5555
    #4
    0
  3. #2 FF263_103AS (@FF263_103AS) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:41
    ชอบอ่ะรอตอนต่อปายย
    #2
    0
  4. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:00
    อ้ากกกก ฟินค่ะ อ่านไปเขินแทนเลยยยย=,.=
    #1
    0