Draco + Hermione + oc l Sunflower Sister.

ตอนที่ 1 : Flower I l Hermione Malfoy.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 464
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    18 ธ.ค. 62

TB



Flower I l Hermione Malfoy.
 

            ลมหนาวเป็นอุณหภูมิอากาศที่ไม่น่าอภิรมย์เลยสักนิด ถึงแบบนั้นกลิ่นดอกไม้หน้าหนาวก็ช่วยบรรเทาให้พอจะจรรโลงใจให้สงบได้ในวันที่ถูกเอิง โปรเฟซเซอร์ อย่างมาดามปอมปัวร์น่าเรียกให้มายืนรอพบกับใครบางคนที่ไม่ยอมเอ่ยชื่อในลานเรือนกระจกสวนดอกไม้เปิดตั้งแต่เกือบเช้ามืด

 

            เด็กสาววัยสิบสี่ปี นั่งรอในสวนดอกไม้ภายใต้โต๊ะน้ำชาขาวสบายตา มือพลางขนถ้วยนมรสดอกแดนดิไลอ้อนร้อนช้าๆแม้ว่าใบหน้าเยาว์จะออกอาการไม่พอใจอยู่บ้าง เธอศึกษาอยู่ปีสี่ในมหาวิทยาลัยเวทมนตร์โบซ์บาตง สวมชุดลูกไม้สีเหลืองสลับขาวและกระโปรงบานสลักถักด้วยด้ายงามราคาแพง และสัญลักษณ์ดอกทานตะวันที่ปักอยู่กลางอกอันบ่งบอกถึงกลุ่มดอกไม้ที่ถูกประจำอยู่

 

          เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ เด็กหญิงตัวเล็กน่าทะนุถนอม ผมหยิกฟูสีน้ำตาลคล้ายช็อกโกแลตร้อนละมุน กับนัยน์ตาสีเฮเซลนัทฤดูร้อนช่างเหมาะกับสีเหลืองจนคล้ายว่าเธอเป็นดอกทานตะวันในทุ่งหญ้าแห้งกว้างสีเหลืองอ่อนยามพระอาทิตย์ต่ำดิน ส่วนผสมทุกอย่างที่เธอมีนั้นช่างสมบูรณ์แบบ เหมือนว่าถูกสร้างขึ้นจากธรรมชาติอันน่าพิสมัย

 

            และใช่ ที่นี่คือมหาวิทยาลัยเวทมนตร์หญิงล้วน ที่ตั้งอยู่ในพระราชวังโบซ์บาตง ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองคานส์แถบตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส หญิงสาวแม่มดน้อยใหญ่ทั่วโลกใฝ่ฝันอยากจะได้ร่ำเรียนในสถานที่อันเปรียบดังเทพนิยาย

 

            อัญมณีและเพชรพลอยคือส่วนผสมหลักตามผนังและพื้นโถงทางเดินรอบทั่ววังที่ทำขึ้นจากทองคำบริสุทธิ์แท้ทั้งหมด ม้าเพกาซัสอันเป็นสัตว์เทพนิยายที่หาได้ยากยิ่งนั้นในโลกเวทมนตร์ แต่ในโบซ์บาตง พวกมันเป็นทั้งสัตว์เลี้ยงและพาหนะที่แม่มดใช้กันเป็นปกติเชียว

 

            โบซ์บาตงก็เหมือนกับงานชิ้นเอกอย่างเช่นประติมากรรมของไมเคิลแองเจโลในกรุงโรม หรือภาพหลากสีสันของวินเซนต์ แวนโก๊ะ ความงดงามทุกเศษอณูอย่างหาที่ติไม่ได้ ภูเขาหิมะขาวโพลนที่ขนานข้างรอบบริเวณพระรางวังราวกับเป็นสรวงสวรรค์ม่านหมอก ไม่คิดว่าสมแล้วหรือกับคุณภาพของนักเรียนเด็กสาวทุกคนที่จะถูกยกย่องเปรียบดั่งเจ้าหญิงในแบบที่ไม่ใช่ว่าใครจะเป็นได้ ยิ่งบวกกับระดับแม่มดที่สาวผมหยิกฟูมี

 

          แม่มดชั้นดอกไม้ทานตะวัน ทูร์นซอล คือระดับที่หัวกะทิเท่านั้นจะได้รับเลือกให้อยู่ โดยมีความภูมิใจคือสัญลักษณ์อันปักอยู่กลางอก

 

            ในสถานที่แห่งนี้ จะมีการแขนงคัดแยกแม่มดเด็กสาวอยู่ นั่นก็คือ แม่มดชั้นดอกไม้ กลางอกของเสื้อทรงวิกตอเรียแขนพองจะถูกปักด้วยดอกไม้อันบ่งบอกถึงระดับชั้น ซึ่งดอกไม้แต่ละชนิดจะบอกถึงขั้นระดับความสามารถ ยิ่งสูงเท่าไหร่ พวกเธอก็เข้าใกล้กับความเจ้าหญิงได้มากกว่าคนอื่นเท่านั้น มีเพียงสาวจากตระกูลอันโด่งดัง หรือพวกขุ่นนางเก่าจะได้รับ หรือต้องเป็นพวกสมองอัจฉริยะที่สามารถท่องคัมภีร์เมอร์ลินเป็นภาษาแอนแลนติกได้

 

            แต่เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ เด็กสาวไม่รู้หัวนอนปลายเท้า และนามสกุลไร้ชื่อ แถมยังกำพร้าพ่อแม่และไร้ญาติมิตรสหายกลับได้รับเลือกให้เข้าอยู่ชั้นดอกทานตะวัน เธอได้รับการเลี้ยงดูจากอาจารย์ใหญ่ มาดามมักซีมมาตั้งแต่เด็ก ถึงแม้แบบนั้นทุกคนกลับไม่มีใครอิจฉามาดร้ายกับเธอเลย มีแต่ยินดีและเอ็นดู ด้วยความสามารถที่เก่งกาจเกินวัยเดียวกัน อีกทั้งมันสมองอันน่าทึ่งแบบที่ไม่เคยพบเจอบ่อยนัก

 

            ไม่มีใครที่ไม่หลงรักเด็กสาวแสนหวานละมุนแบบเฮอร์ไมโอนี่ไปได้ ด้วยใบหน้าแสนน่ารักคล้ายตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ในวันคริสต์มาส หรือการโอดอ้อนคล้ายลูกแมวขนปุยนั่นก็ดี ไม่มีใครกล้าปฏิเสธได้ลงหรอก (ยกเว้นพวกเขาจะเกลียดของน่ารัก)

 

          ก็เพราะไม่มีใครรู้ถึงความแสบที่ซ่อนอยู่ในใบหน้าหวานไร้เดียงสาของเธอต่างหาก

 

            “มาดามปอมปัวร์น่าก็เหลือเกิน ทำไมถึงไม่ยอมบอกว่าใครมาขอพบกันนะ เราไม่เคยมีญาติที่ไหนสักหน่อย” สาวตัวเล็กยกถ้วยแก้วนมที่ส่งกลิ่นหวานขึ้นดื่ม ได้แต่คิดสงสัยถึงเรื่องที่เอิง โปรเฟซเซอร์ปอมปัวร์น่ากล่าวเอาไว้เมื่อคืนก่อนเปิดเรียนปีสี่วันแรก

 

 

 

            “หนูเฮอร์มี่จ้ะ มาดมัวแซลล์มักซีม ฝากให้ฉันมาบอกกับหนู ว่ารุ่งเช้าของพรุ่งนี้ จะมีแขกคนสำคัญมาเยี่ยม — แต่งตัวเต็มเครื่องแบบ แล้วไปรออยู่ที่เรือนกระจกเปิด อย่าสายล่ะคนเก่ง”

 

            หญิงกลางคนผมสีขาวสะอาด กล่าวบอกกับศิษย์อันเป็นที่รัก และเปรียบเสมือนหลานในสายเลือด ระหว่างกำลังเตรียมอาหารเย็นให้แก่เด็กสาวผมหยิกฟูที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟากลางห้องนั่งเล่น

 

            “อะไรกันคะ มาดาม แล้วทำไมมาดามมักซีมถึงไม่ยอมมาบอกกับหนูเอง แล้วแขกที่ว่าใครเหรอคะ หวังว่าคงจะไม่ใช่มองซิเออร์ ไอกอร์ คาร์คารอส แบบนั้นหนูคงพิลึกแย่” เธอพลิกตัวไปมาคลายความอ่อนล้าที่นอนอ่านหนังสือนานเกินไป ก่อนจะยันตัวเองลุกนั่งมองบุคคลอันเป็นทั้งป้าและอาจารย์ในคราวเดียวกันด้วยสายตาไม่พอใจ

 

            มาดามมักซีมเป็นคนฝากให้หญิงวัยกลางคนคนนี้ดูแลเฮอร์ไมโอนี่มาตั้งแต่เกิด และอาศัยอยู่ในบ้านหลังใหญ่ของมาดามปอมปัวร์น่ากลางสวนดอกแดนดิไลอ้อน อันเป็นที่มาของนมรสโปรดของเธอ เด็กหญิงผมน้ำตาลนั้นรักและนับถือเทินทูดมาดามปอมปัวร์น่าเหมือนว่าเธอเป็นแม่คนที่สอง รองมาจากมาดามมักซีม ที่เธอถือว่าเป็นเหมือนแม่บังเกิดเกล้า

 

            “โอ้ที่รัก ไม่ใช่หรอก แต่มาดมัวแซลล์บอกด้วยสีหน้าไม่ดีสักเท่าไหร่” ป้าปอมปัวร์น่าเดินยกถาดขนมว่างและนมรสโปรดของเด็กหญิงวางลงบนโต๊ะเตี้ยข้างๆโซฟา ก่อนจะหันหลังไปจัดแจงอาหารมื้อเย็นต่อในห้องครัว กลิ่นหอมของเนื้อแกะชั้นดีแสลงไปด้วยกลิ่นเกสวี่ช่างหอมหวนจนรอจะทานแทบไม่ไหว

 

            “ก็ดีกว่าคุณคาร์คารอส เพราะหนูเบื่อที่จะต้องโดนเขาทาบให้ไปเล่นเปียโนในวันงานเฉลิมฉลองน่าขนลุกในโรงเรียนชายล้วน — มาดามก็เห็น พวกเขาเหมือนพวกรุนแรงจะตาย”

 

            ปีก่อนวันคริสมาสต์ เฮอร์ไมโอนี่ถูกไอกอร์ อาจารย์ใหญ่ของเดิร์มสแตรงก์คอยตามตอแย อยากจะได้เธอที่เหมือนอัญมณีของโบซ์บาตงไปเล่นเปียโนบรรเลงวันคริสมาสต์ แต่เจตนาก็ดูออกอยู่แล้ว ว่าเขาแค่อยากจะพาเด็กน้อยน่ารักแบบเธอไปให้หนุ่มนักเรียนเดิร์มสแตรงก์เห็นก็เท่านั้นเอง

 

            เฮอร์ไมโอนี่หยิบคุกกี้ช็อกชิพ จุ่มกับนมรสแดนดิไลอ้อนเข้าเต็มปาก แก้มตุ้ยนุ้ยน่าหยิกของเธอขมุบขมับแน่นไปด้วยเนื้อคุกกี้ชิ้นใหญ่ หวังว่าคงไม่มีอะไรมารบกวนชีวิตอันสุขสงบดีของเธอหรอกนะ เธอรักและพอใจในทุกๆอย่างตอนนี้ที่เธอมี ยกเว้นแต่อากาศอันเย็นเฉียบ เพราะที่โบซ์บาตงมีฤดูเพียงฤดูเดียวคือ ฤดูหนาว!

 

            “ยาหยี อย่าคิดมากไปหน่อยเลย วิกเตอร์ ครัม เด็กหนุ่มหน้าเข้มคนนั้น ก็หมายตามองหนูอยู่บ่อยๆไม่ใช่หรือ ไม่ดีใจหน่อยเหรอ หากจะได้ไปเยือนโรงเรียนเดิร์มสแตรงก์บ้างสักครั้ง”

 

            เสียงเหมือนชวนเป็นแม่ยกเพราะมาดามปอมปัวร์น่าเป็นแฟนคลับตัวยงของนักกีฬาควิดดิชสัญชาติบัลแกเรียอย่าง วิกเตอร์ ครัม พูดหลอกล่อให้เธอลองเปิดใจกับหนุ่มอันเป็นที่รักของชาวบัลแกเรีย รวมถึงสาวๆในโบซ์บาตง

 

            “อย่าหลอกล่อให้หนูไปคบกับเขา เพียงเพราะมาดามอยากได้ลูกเขยเป็นเขาสิคะ อีกอย่าง หนูพึ่งจะสิบสี่นะ!” เฮอร์ไมโอนี่พูดแก้มป่อง มาดามปอมปัวร์น่าหัวเราะเบาๆที่ถูกรู้ทัน ทั้งสองนั่งทานอาหารค่ำด้วยกันก่อนจะคุยถึงเรื่องตามประสาป้าและหลาน

 

            เฮอร์ไมโอนี่รักในบรรยากาศที่อบอวนไปด้วยกลิ่นอายความอบอุ่นที่คนรอบข้างมอบให้ โดยไม่เคยสนใจหรือนึกถึงชาติกำเนิดว่าเธอเป็นใคร มาจากไหน พ่อกับแม่เธอคือใคร และนามสกุลเกรนเจอร์คืออะไรกันแน่

 

            เธอพอใจกับทุกอย่างที่มีแล้ว แต่โชคชะตากำลังนำพาให้เธอหวนเจอกับความจริง ความจริงอันเป็นปริศนาของตระกูลเกรนเจอร์ และในวันรุ่ง บุคคลอันเป็นตัวแปรสำคัญ จะเข้ามาเปลี่ยนชีวิตของเฮอร์ไมโอนี่ไปตลอดกาล

 

            รุ่งเช้าของวันถัดไป ถึงเวลานัดหมายที่เธอต้องไปก่อนเวลาอันเป็นมารยาทของคนที่อายุน้อยกว่าควรทำ เธอตื่นตั้งแต่ฟ้าไม่ทันสว่างเพื่ออาบน้ำด้วยดอกไม้หน้าร้อนที่เธอชอบ พลางวิ่งแจ้นไปหยิบชุดทรงสวยตัวโปรดมาสวมใส่ด้วยความภูมิใจ ราวกับเป็นเจ้าหญิงตัวน้อยแสนน่ารักในละครเชกสเปียร์ ริบบิ้นและลูกไม้งามช่วยขับความเป็นเด็กสาวสมวัยเหมือนดอกไม้ผลิบาน

 

            เฮอร์ไมโอนี่เช็คความเรียบร้อยสำหรับวันเปิดเรียนวันแรกของโบซ์บาตง คิดถึงพี่ๆในทูร์นซอลจะแย่! ก็เพราะมาดามไม่ยอมให้ออกไปเที่ยวกับพวกพี่ๆข้างนอกบ้างเลย วันหยุดยาวเลยทำได้เพียงเขียนจดหมายไปหาเท่านั้น หวังว่ามาร์เกอริตจะทำขนมอบมาให้เธออีกจัง

 

            เด็กหญิงคิดถึงเพื่อนสนิทอย่างมาร์เกอริต ครีซอง เธออยู่ชั้นดอกไม้ กุหลาบ โรส เป็นรองจากทูรน์ซอลเพียงขั้นเดียว เธอเป็นสาวหัวรั้นและดูเป็นเหมือนผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ถึงแบบนั้นก็ชอบทำขนมและมักเอามาให้เฮอร์ไมโอนี่ทานอยู่เสมอตอนที่เรียน เรียกได้ว่าเด็กผมหยิกหลงรักของหวานทุกชนิดบนโลก และยังสามารถทานมันได้ไม่มีเบื่อ!

 

            เฮอร์ไมโอนี่ไม่รู้เลย ว่าหลังจากวันนี้ เธอจะไม่มีโอกาสได้พบกับมาร์เกอริตอีกแล้ว จะไม่ได้อยู่ทานนมรสโปรดที่มาดามปอมปัวร์น่าทำให้ในทุกๆวัน จะไม่ได้โลดแล่นและเปล่งประกายในโบซ์บาตงอันเป็นที่รักอีกต่อไป เธอจะต้องห่างไกล จากหญิงที่เธอเรียกว่าแม่ มาดามโอแลมป์ มักซีม..

 

            มาดามปอมปัวร์น่าพาเด็กหญิงตัวเล็กเกรนเจอร์มาส่งที่โบซ์บาตงโดยรถม้าเพกาซัส ก่อนจะขอตัวกลับไปที่ห้องทำงานก่อน ด้วยความเช้ามืดจึงยังไม่มีนักเรียนคนไหนมาถึง เฮอร์ไมโอนี่เดินกอดหนังสือ “ศาสตร์ดอกไม้” แนบอกไปตามทางเดินที่ถูกประดับด้วยศิลปะผสมของกรีกและวิกตอเรีย เธอรักการอ่านและหาความรู้มาก แต่สิ่งหนึ่งที่เธอรักมากกว่านั้น คือ”การแกล้ง”

 

            ไม่มีใครรู้เลยว่ายัยเด็กสาวแสนน่ารักที่ภายนอกไร้เดียงสาซะจนเหมือนปุยหมอก ภายในจะห้าวเหมือนผู้ชายไร้ความเกรงกลัวใดๆ แถมยังบุ่มบ่ามอีกต่างหาก เฮอร์ไมโอนี่แสร้งทำเป็นคุณหนูคราวเจ้าหญิงบังตาทุกคน แต่ด้านในเธออยากจะซน อยากจะป่วนเล่นทุกอย่างให้กระเจิง อยากจะวิ่งลุยโคลนในวันฝนตกให้ชุดเปื้อนไปด้วยดิน อยากกระโดดลงจากผาน้ำตกแล้วดิ่งลงไปดำน้ำกับฝูงปลาที่แหวกว่าย อยากจะลองแอบหลับหน้าห้องในคาบวิชาสุดยาก หรือไม่ก็อยากจะลองวางพลุบนเก้าอี้ของเอิง โปรเฟซเซอร์ให้ตกใจเล่น

 

            มีเพียงมาร์เกอริตเท่านั้นที่รู้ถึงนิสัยอันบ้าบิ่นของเฮอร์ไมโอนี่ นั่นแหละคือเหตุผลที่พวกเธอเป็นเพื่อนสนิทกัน!

 

            “อยากลองเอาปากกาลบไม่ออกไปเขียนหนวดให้คุณรูปปั้นจังเลยน้า” เฮอร์ไมโอนี่เดินอมยิ้มพลางคิดเรื่องสนุกในหัวไปตามทางอันไร้ผู้คน สายตามองรูปปั้นประติมากรรมราคาแพงเฉียดหลายล้านเกลเลียนด้วยภาพที่มีหนวดดำปี๊ดแถมลบไม่ออก แบบนั้นคงน่ารักกว่าตั้งเยอะ

 

            เด็กสาวเดินจนมาถึงเรือนกระจกเปิดด้านหลังของโบซ์บาตง สวนดอกไม้หลายชนิดส่งกลิ่นอบอวลไปทั่วทุกอณูอากาศ เฮอร์ไมโอนี่คิดว่าดอกไม้พวกนี้ส่งเสียงได้ เธอเงี่ยหูฟังเสียงลมอ่อนที่พัดมาจากเหล่ากลีบดอกอย่างเคลิ้มใจ แต่พอถูกอากาศหนาวจากภูเขาหิมะด้านหลังพระราชวังก็เกิดบี้หน้าหนี เฮอร์ไมโอนี่แพ้ความหนาว เธอหลงรักหน้าร้อนมากกว่าเป็นไหนๆ!

 

            เฮอร์ไมโอนี่เดินไปนั่งยังโต๊ะน้ำชาด้านใน ส่วนมากเวลาว่างเด็กสาวหลายคนก็มักจะมานั่งพักหายใจกันที่นี่แหละ สมกับเป็นเจ้าหญิงเหลือเกินเลยนะ แต่เธออยากเป็นเจ้าหญิงที่ใส่รองเท้าบูทลุยโคลน มากกว่าคัทชูส้นสูงเต้นรำบนฟลอร์เต้นรำ

 

 

            เวลาเดินผ่านมาจนพระอาทิตย์เริ่มส่องแสงจ้าท่ามกลางหมอกหนาว เธอยังคงนั่งดื่มนมที่มีรสคล้ายดอกไม้บานในปากไปด้วยความเซ็งเหมือนกับความร้อนในแก้วที่เริ่มเย็นเสียแล้ว นานเกินไปหน่อยแล้วมั้ง ที่จะปล่อยให้เด็กอย่างเธอนั่งคอยแบบนี้ หนังสือศาสตร์ดอกไม้ถึงจะช่วยให้คลายความน่าเบื่อลงไปได้ดีทีเดียว แต่อากาศหนาวที่ครอบคลุมเต็มไปทั่วร่างก็ทำให้เธอหงุดหงิดใจอยู่ดี

 

         “เฮอร์ไมโอนี่จ๊ะ”

 

            เสียงคุ้นหูเอ่ยด้านหลัง เด็กหญิงรีบหันพรวดด้วยความดีใจ เพราะเธออยากพบกับเจ้าของเสียงคนนี้เหลือเกินตลอดวันหยุดยาว เธอไม่ได้เจอเลย

 

            “มาดามมักซีม!” เฮอร์ไมโอนี่ยิ้มแย้มจนแก้มยุ้ยแทบปริ หญิงวัยกลางร่างสูงโปร่งสวมชุดคลุมขนสัตว์เทียมสีฟ้าอ่อนเข้ามาทักทายด้วยรอยยิ้มที่ดีใจไม่แพ้กัน แต่แววตาเศร้าหมองประหลาดนั่นหมายความว่ายังไง ถึงแบบนั้นเธอก็ไม่ได้สงสัย เพราะตอนนี้ขอวิ่งไปกอดกับคนที่เธอรักและคิดถึงมากเสียก่อน

 

            “วันนี้กลิ่นน้ำหอมทูรน์ซอลโชยเลยนะ” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงอบอุ่น น้ำหอมกลิ่นทานตะวันคือกลิ่นที่เฮอร์ไมโอนี่ชอบมากที่สุด และเธออยากพรมมันเพื่อต้อนรับมักซีมนั่นแหละ

 

            “เพื่อคุณเลยค่ะ มาดาม” เด็กหญิงตัวเล็กกอดคลอเคลียคนที่เสมือนแม่ด้วยความรัก ดูกี่ทีเธอก็ช่างเหมือนลูกแมวน้อยในตระกร้าสาน มักซีมมองเธอด้วยความเอ็นดู แต่น้ำใสกลับเริ่มคลอเบ้าตาด้วยความรู้สึกบางอย่างขึ้นมาเสีย

 

            “สวัสดีจ๊ะ เฮอร์ไมโอนี่”

 

            เสียงปริศนาของใครบางคนเอ่ยดังขึ้นมา เฮอร์ไมโอนี่ผงะตัวออกจากมักซีม ก่อนจะสังเกตว่าไม่ได้มีแค่มาดมัวแซลล์โอแลมป์ที่มาเยือน แต่ยังมีมาดามอีกท่านที่เธอรู้จักยืนอยู่ด้วย เธอน่าจะมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับมักซีม ผมดำที่ตัดด้วยผมสีบลอนด์แปลกๆ ใบหน้าซูบผอมบวกกับเครื่องแต่งกายด้วยชุดเหมือนชนชั้นสูงเรียบดำ คิดว่าคงเป็นพวกทางอังกฤษอะไรทำนองนั้น

 

            เธอคงจะเป็นแขกที่ว่าอยากจะพบกับเรารึเปล่านะ

 

            “สวัสดีค่ะ มาดมัวแซลล์ มาดามคงเป็นคนที่อยากจะพบกับหนูสินะคะ หนูขอแนะนำตัว เฮอร์ไมโอนี่ จีน เกรนเจอร์ ยินดีที่ได้พบค่ะ” ด้วยมารยาทสมแล้วกับระดับแม่มดโบซ์บาตงทูร์นซอล เด็กหญิงกล่าวแนะนำตัวเองได้อย่างไร้ที่ติสมกับมาตฐานที่วางไว้สูงจนคนวัยกลางแปลกหน้ายิ่งประทับใจเข้าไปใหญ่

 

            “สวัสดีจ้ะ ฉันรู้ว่าหนูเป็นใคร ฉันชื่อนาร์ซิสซา มัลฟอย มาจากอังกฤษจ่ะ” เธอกล่าวยิ้มตื้นตัน เหมือนกับว่าดีใจเหลือเกินที่ได้เจอกับเฮอร์ไมโอนี่ แต่ไม่ใช่นี่เป็นการเจอกันครั้งแรกหรอกหรือ

 

            “นั่งคุยกันดีกว่านะคะ เชิญด้านนี้ค่ะ มาดมัวแซลล์มัลฟอย” มักซีมยกมือเชิญให้เชิงมารยาท เด็กหญิงยิ้มอย่างเก็บความสงสัย ก่อนจะเดินไปยังที่นั่งโต๊ะน้ำชา โดยไม่ลืมที่จะให้ผู้ใหญ่นั่งลงก่อน แล้วค่อยนั่งลงตามเป็นมารยาท  

 

            “ยินดีที่ได้รู้จักอีกครั้งนะคะ มาดามมัลฟอย แต่หนูมั่นใจว่าเราพึ่งเคยเจอกันครั้งแรก ถ้าไม่เป็นการเสียมารยาทเกินไป ก็อยากจะรู้ว่าทำไมถึงได้รู้จักหนูด้วยล่ะคะ — ดูจากชุดที่คุณสวมใส่ คุณไม่ใช่คุณฝรั่งเศสหรือบริเวณใกล้เคียงแน่ๆ แล้วก็สำเนียงฝรั่งเศสแบบคนอังกฤษอีก”

 

          ความฉะฉานในการมองเชิงพิจารณาเฮอร์ไมโอนี่ สร้างความประทับใจให้แก่มาดามมักซีมมาตั้งไม่รู้กี่ครั้ง สายตาเฉียบคมที่ช่างสังเกตยังคงเป็นเลิศให้เห็นอยู่ร่ำไป เพียงแต่... มันจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอจะได้เชยชมความงดงามของศิษย์รักเกรนเจอร์

 

            “น่าประทับใจมาก หนูเฮอร์ไมโอนี่ — ใช่จ่ะ ฉันมาจากอังกฤษตอนใต้ในวิลต์เชียร์ ส่วนเรื่องที่ฉันรู้จักเธอได้ยังไง ฉันอยากให้มาดามมักซีมเป็นคนบอกกับเธอด้วยตัวเองจะดีกว่า...” เธอประทับใจสุดๆ เพราะเด็กหญิงอายุสิบสี่ปีสามารถพูดได้ทั้งภาษาฝรั่งเศสและอังกฤษ แต่จู่ๆมาดามนาร์ซิสซาก็แผ่วเสียงจนคลับคล้ายว่าเศร้าหมองไปเสียดื้อๆ ดวงตากลมโตของเด็กหญิงลุกลี้ไม่เข้าใจ เธอหันหน้าไปมองมักซีมที่มีใบหน้าหม่นหมองประหลาดไม่ต่างกัน

 

            “คือ... เฮอร์ไมโอนี่ หนูต้องตั้งใจฟังและเตรียมใจสักหน่อยนะ” โอแลมป์ มักซีมเม้มปากแน่น ดวงตาของเธอเริ่มแดงก่ำขึ้นทุกครั้งที่พยายามจะเอ่ยพูดมากขึ้น แต่คงเทียบไม่ได้กับใจที่สั่นระรัวของเด็กหญิงผมหยิกตัวน้อยคนนี้ได้เลย เพราะเฮอร์ไมโอนี่สัมผัสได้ว่ามีบางอย่าง เธอกำลังจะต้องสูญเสียอะไรบางอย่าง...

 

            “ค่ะ...” เธอตอบด้วยเสียงที่พยายามข่มความหวาดกลัวลึก บางทีมันอาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่เกินรับมือ เธอเชื่อว่าหากมีมาดามมักซีมหรือมาดามปอมปัวร์น่าอยู่เคียงข้างละก็ ไม่ว่าอะไรเธอก็สามารถยืนหยัดสู้ได้เสมอ  

 

            “ฉันรับหนูมาจากสถานที่เลี้ยงเด็กกำพร้าผู้วิเศษที่พลัดหลง นั้นคือสิ่งที่ฉันบอกกับหนูไป แต่ไม่ มันเป็นเพียงเรื่องโกหก...” มักซีมเว้นช่วงสะอื้นลำคอ มาดามมัลฟอยเองก็มีสีหน้าไม่สู้ดี ทุกอย่างยิ่งทำให้ใจของเฮอร์ไมโอนี่แทบสั่นวูบ

 

         “ความจริงแล้ว... ฉันไม่อยากจะต้องพูดแบบนี้เลยเฮอร์ไมโอนี่ แต่หนูเป็นเด็กที่มาดามนาร์ซิสซาเป็นคนเอามาฝากเอาไว้ เพื่อความปลอดภัยของตัวหนูเอง” โอ้ไม่นะ น้ำใสเม็ดใหญ่ในที่สุดก็ไหลรินออกมาจากดวงตาของมักซีมจนได้ เฮอร์ไมโอนี่ไม่รู้จะปวดใจกับสิ่งที่เห็นหรือสิ่งที่ได้ยินกันดี หมายความว่าอย่างไร ความปลอดภัยของเธอ?

 

         “ฉันเป็นญาติของหนู แม่ของหนูฝากหนูเอาไว้กับครอบครัวเรา แต่ตอนนั้นตระกูลของมัลฟอยยังไม่ปลอดภัยจากคนที่คุณก็รู้ว่าใคร เราแอบพาหนูหนีมาฝากไว้กับมาดามมักซีมที่โบซ์บาตง โดยหวังว่าหนูจะได้รับการเลี้ยงดูที่ดีและเติบโตขึ้นมาเป็นเด็กสาวที่งดงาม” นาร์ซิสซาเอื้อมมือเย็นเฉียบกุมกับมือน้อยของเฮอร์ไมโอนี่ด้วยท่าทีวิตก เธอเองก็คล้ายจะร้องไห้เหมือนกับมักซีมที่ตอนนี้ไม่สามารถกลั้นได้อีกต่อไป

 

         “แม่? แม่ของหนู ไม่ใช่ว่าหนูกำพร้าเหรอคะ คือหนู — แค่ไม่เคยนึกถึงมาก่อน...” แม้เธอจะเกลียดความหนาวเย็น แต่มือเล็กก็กุมมือหยาบของนาร์ซิสซาเอาไว้ด้วยความโหยหาประหลาด ราวกับว่าตอนเด็กเธอเคยผูกพันกับหญิงวัยกลางคนตรงหน้าจริงๆ นางมัลฟอยกัดริมฝีปากข่มอารมณ์ร้าวในใจทันทีที่ถูกความอบอุ่นของเด็กหญิงไร้เดียงสาตอบรับด้วยความเข้าใจ เธอรู้สึกเจ็บปวดเหลือเกินที่จะต้องบอกเรื่องอันแสนโหดร้ายต่อจากนี้

 

        ไม่อยากจะต้องให้เด็กหญิงที่ใสบริสุทธิ์อย่างเธอต้องเจ็บปวดเลย

 

        “ตั้งแต่นับจากวันนี้ไป หนูจะถูกย้ายไปอยู่ที่สก็อตแลนด์ และศึกษาปีสี่ต่อที่โรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ โดยศาสตราจารย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่หนูน่าจะรู้จัก อัลบัส ดัมเบิลดอร์”

 

          โกหกน่า! ฮอกวอตส์งั้นเหรอ ดัมเบิลดอร์งั้นเหรอ!? ใช่ เธอรู้จักเขา ฮอกวอตส์นับเป็นสถานที่ศึกษาเวทมนตร์ที่ดีที่สุดในยุโรปพอๆกับโบซ์บาตงและเดิร์มสแตรงก์ แต่ดีขึ้นกว่านั้นอีกด้วยการศึกษาที่สนุกสนานและมีชื่อเสียงมากที่สุด ส่วนดัมเบิลดอร์ เขาคือพ่อมดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคนี้ ใครล่ะจะไม่อยากศึกษาเวทมนตร์ใต้ผ้าคลุมของเขากัน!

 

           แต่นั่นหมายความว่า เธอจะต้องแยกจากมาดามมักซีม จากมาดามปอมปัวร์น่า จากเพื่อนรักอย่างมาร์เกอริต เธอจะต้องแยกห่างไกลจากทุกคนและความสุขที่เธอพร่ำรักและโหยหา... แบบนั้นไม่เอาด้วยหรอก!

 

           “ไม่จริงใช่มั้ยคะ มาดามมักซีม!? ทำไมกัน มีเหตุผลอะไรให้ต้องย้ายไปด้วยล่ะคะ” ใบหน้าของยัยตัวเล็กบรรยายความปวดร้าวได้เป็นอย่างดีจนทำให้หญิงกลางคนทั้งสองต้องทรมานใจยิ่งขึ้นไปอีก แต่พวกหล่อนไร้ทางเลือก เธอจะปลอดภัยจาก เขา หากไปอยู่ใต้การดูแลของดัมเบิลดอร์

 

            “มีบางอย่างกำลังไล่ล่าหนู แต่หนูไม่รู้จะเป็นการดีกับตัวหนูเองมากกว่า — ขอร้องล่ะ เฮอร์ไมโอนี่ มาอยู่กับเราเถอะ คฤหาสน์มัลฟอยอันเป็นที่ยอมรับและสูงส่ง ฉันมั่นใจว่ามันจะต้องเหมาะสมกับหนูอย่างแน่นอน เราจะต้อนรับและดูแลหนูเป็นอย่างดี ฉันสัญญา”

 

            แล้วเธอจะปฏิเสธอย่างไรได้ ถึงขนาดมาดามมักซีมทำสีหน้าขอร้องแบบนั้น ไหนจะแววตาอ้อนวอนจนคล้ายกรีดร้องเงียบๆของหญิงวัยกลางคนมาดามนาร์ซิสซา มัลฟอย ภาพในหัวของเฮอร์ไมโอนี่เต็มไปด้วยสีขาวโพลนเหมือนหิมะหนาวที่เธอเกลียดนักหนา คงต้องปล่อยให้น้ำตาใสไหลไปโดยไม่สามารถช่วยแก้สถานการณ์อะไรได้

 

            นี่มันอะไร? อยู่ๆปีที่สี่ของเธอก็ต้องเจอเรื่องแบบนี้ ผู้หญิงชั้นสูงที่อยู่ๆก็บอกกับเธอว่าเป็นญาติ แล้วยังถูกใครไม่รู้ตามล่าจนต้องย้ายที่เรียน ย้ายที่นอนไปอยู่กับคนแปลกหน้า (ถึงลึกๆเธอจะรู้สึกผูกพันกับมาดามนาร์ซิสซาก็เถอะ) มันเร็วเกินไป หัวของเธอหมุนตึบเหมือนนั่งเล่นรถไฟเหาะจนคลื่นไส้ไปหมด

 

            “แล้ว... จะต้องไปวันไหนเหรอคะ ขอบอกลาเพื่อนๆกับพี่ๆในโบซ์บาตงก่อนจะได้ไหมคะ มาดามปอมปัวร์น่าก็ด้วย” เธอพูดอย่างไร้ทางเลือก อยากจะกรีดร้องตะโกนงอแงโวยวายเท่าไหร่ก็ทำไม่ได้ มาดามมักซีมเป็นผู้มีพระคุณของเธอ หากผู้เปรียบเสมือนแม่ต้องการให้เธอทำ เฮอร์ไมโอนี่ก็ต้องทำ

 

            “หลังจากนี้ห้านาที รถม้าเพกาซัสจะไปส่งเราสถานที่รถไฟลอนดอน เราจะไปคฤหาสน์มัลฟอยกันทันที ขอโทษด้วย ที่ไม่อาจมีเวลาให้หนูพอจะร่ำลา”

 

            ตลอดชีวิตสิบสี่ปี เฮอร์ไมโอนี่ไม่เคยมีเรื่องให้ต้องเสียใจหรือร้องไห้เลยสักครั้ง เธอคิดเสมอว่าตลอดทางเดินที่เด็กหญิงก้าวไป มีเพียงกลีบกุหลาบและเสียงระฆังประตูของเหล่านางฟ้าที่ชวนดลบันดาลไม่ให้เธอต้องพบเจอกับเรื่องร้ายๆ

 

            จนกระทั่งวันนี้


 

            เด็กหญิงตัวเล็กร้องไห้ทันทีอย่างที่ไม่เคยร้อง น้ำตาที่เคยไหลเพียงตอนแรกเกิด ได้รินหยดอาบแก้มเธอในวัยสิบสี่ปีด้วยเรื่องแสนโหดร้ายของการเปิดเรียนวันแรก ไม่แม้จะได้บอกลาคนอันเป็นที่รัก ไม่แม้แต่จะสามารถขัดขืนได้ สิ่งที่ทำได้คือต้องปล่อยให้น้ำใสไหลทับไปกับพื้นหิมะขาวที่ถูกย้ำด้วยรองเท้าจอมโกหก

 

            มาดามมักซีมหัวใจแทบสลาย เธอเองก็เหมือนต้องสูญเสียลูกสาวในสายเลือดไปไม่ต่างกัน หญิงร่างสูงลุกขึ้นไปโอบกอดและลูบหัวอย่างหวังว่ามันจะช่วยปลอบประโลมความเจ็บปวดที่เด็กน้อยตัวเล็กกำลังทนกลั้นเอาไว้ด้วยความเข้มแข็ง ภูมิใจเหลือและยินดีอย่างยิ่ง ที่ได้เคยช่วยเหลือและดูแลจนกระทั่งเธอโตมาเด็กหญิงที่เพียบพร้อมและสง่างาม แต่ตอนนี้เพื่อความปลอดภัย เธอต้องส่งคืนดวงใจให้กับเพื่อนสนิทอย่างนาร์ซิสซา และหวังว่าเด็กน้อยคนนี้จะเรียนรู้ที่จะเริ่มต้นใหม่

 

            “ตลอดเวลาที่ผ่านมา ขอบคุณหนูจริงๆที่เข้ามาเป็นแสงสว่างให้กับหญิงแก่แม่ม่ายอย่างฉัน เฮอร์ไมโอนี่ หวังว่าหนูจะเติบโตขึ้นมาเป็นดอกทานตะวันที่ผลิบานยามพระอาทิตย์ส่องไสว ขอให้หนูเข้มแข็งและก้าวข้ามผ่านเรื่องเลวร้ายในทุกๆเรื่องให้ได้ — บางครั้งชีวิตเราก็อาจขึ้นรถไฟผิดขบวน แต่เชื่อฉันเถอะที่รัก ว่ามันอาจนำพาหนูไปเจอจุดหมายปลายทางที่ไม่คาดคิดก็ได้”

 

            เฮอร์ไมโอนี่ทิ้งหัวแนบกับอ้อมกอดแสนอบอุ่นที่ต่อจากนี้จะไม่มีอีกแล้ว เธอจะต้องอุปสรรที่ไร้กำแพงของผู้อื่นคอยคุ้มกัน

 

            “ขอบคุณค่ะ มาดามเองก็เหมือนแม่แท้ๆของหนู — ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ หนูจะดูแลตัวเอง และจะเป็นดอกทานตะวันที่คุณภาคภูมิใจได้แน่ๆ หนูรักมาดามนะคะ” มีเพียงน้ำตาจอมโกหกที่ไหลหยดเม็ดโตเท่านั้น คำพูดสวยหรูจะสามารถทำได้ในสถานที่ไม่คุ้นเคยโดยเด็กอายุสิบสี่หรือไง แต่ถึงแบบนั้นในความรักของมักซีม เธอจะต้องทำสิ่งเพ้อฝันให้เป็นความจริงให้ได้ เพราะถ้าทำไม่ได้ เธอก็คงต้องยอมแพ้ต่อโชคชะตาสวยหรูของตัวเองแล้ว

 

            ต่อจากนี้เด็กหญิงตัวเล็กอย่างเธอ จะต้องเลิกคดตัวอยู่แต่ในกรงนกทองและกล้าที่บินไปรับแรงปะทะของลม รับสายฝนที่กระหน่ำ หรือรับแสงแดดร้อนในวันแดดจ้า เธอจะต้องเดินต่อไปโดยไม่มีพวกเขา ไม่มีเพื่อนๆโบซ์บาตง และมาดามทั้งสอง

 

           

            ห้านาทีแสนสั้นให้หลัง มาดามมักซีมแอบพามาดมัวแซลล์มัลฟอยและหนูเฮอร์ไมโอนี่ขึ้นรถม้าเพกาซัสอย่างดีที่เตรียมไว้เดินทาง โดยไม่บอกกับปอมปัวร์น่า เพราะแบบนั้นหล่อนคงรั้งไม่ใช่ดวงใจน้อยๆอย่างเฮอร์ไมโอนี่ไปแน่ ทั้งมักซีมและเฮอร์ไมโอนี่กอดลากันเป็นครั้งสุดท้าย และแนะให้เธอสามารถเขียนจดหมายมาหาได้ทุกเมื่อ ก่อนจะส่งยัยดวงใจน้อยๆขึ้นรถม้าที่จะส่งเธอไปยังที่ไกลแสนไกล...

 

          ไม่มีทางเลือก เธอจะต้องไป ก่อนที่เขาจะมาเจอตัวเธอ เพเนโลพี เกรนเจอร์ ลูกสาวที่เธอฝากเอาไว้จะต้องปลอดภัย

 

 

 

            ภายในรถม้าหรู เด็กสาวหยิกฟูแต่ถูกหวีจัดทรงให้เข้ากับริบบิ้นสีเหลืองอย่างดีช่วยให้เธอดูเป็นขนมุ่ยสีน้ำตาลน่าขย้ำ เฮอร์ไมโอนี่เอียงหัวแนบชิดขอบหน้าต่าง สายตาเหม่อลอยไปด้านนอกที่มีวิวเป็นพระราชวังแสนรักค่อยๆไกลออกไปก่อนจะถูกภูเขาหิมะบดบังจนลับสายตา เหมือนกับหัวใจดวงน้อยที่ถูกเอาผ้าหนาคลุมทึบจนบังความสุขหายลับไป

 

            นาร์ซิสซา มัลฟอย ชวนเด็กหญิงตัวเล็กคุยเพียงเพราะอยากทำความรู้จักกันมากขึ้น น่าแปลกใจที่พวกเธอทั้งสองคุยกันถูกคอจนเกือบจะลืมว่ามีเรื่องน่าเศร้าเกิดขึ้นเชียว เธอเล่าเรื่องหลายๆอย่างให้เด็กสาวตัวน้อยฟังด้วยความสนุกสนานราวกับเล่านิทานก่อนนอนให้ลูกชายตัวแสบของเธอ ซึ่งดวงตากลมโตของเฮอร์ไมโอนี่ก็เริ่มมีประกายลุกวาว เต็มไปด้วยความสนอกสนใจตามแบบนิสัยใคร่รู้ของเกรนเจอร์ โดยเธอเลือกจะสนทนาด้วยภาษาอังกฤษแทนฝรั่งเศส ก็หลังจากนี้เธอจะต้องไปอยู่ต่างประเทศแล้ว ยังไงซะก็ฝึกพูดให้ติดปากไว้ไม่เสียหาย

 

            แต่น่าแปลก คือนางมัลฟอยไม่ยอมเล่าถึงเหตุผลว่าทำไมรู้จักกับเธอ แม่ของเธอ หรือทำไมต้องหนีใครบางคนมา ความสัมพันธ์ระหว่างมาดามมักซีม เธอก็ไม่ยอมบอก ซึ่งเฮอร์ไมโอนี่ไม่ใช่เด็กเสียมารยาท หากผู้ใหญ่ไม่เต็มใจจะเล่า เธอก็ไม่ต้องการรีดไถ่เช่นกัน

 

            หญิงวัยกลางผมดำสลับบลอนด์กล่าวเล่าถึงสก็อตแลนด์และฮอกวอตส์ว่าเป็นอย่างไร เธอถูกใจมันมาก เพราะมันไม่ได้มีสภาพอากาศแค่ฤดูหนาว! แต่มีทั้งฤดูร้อน ฤดูหนาว ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูใบไม้ร่วง อดใจจะรอคอยพบเจอไม่ไหวแล้ว อยากจะชมดอกไม้ตามฤดูโดยเฉพาะดอกทานตะวันของจริงที่ไม่ได้มาจากคาถาที่สร้างขึ้นแบบเรือนกระจกสวนดอกไม้โบซ์บาตง

 

            นาร์ซิสซายังเล่าอีกว่าฮอกวอตส์เองก็มีบ้านต่างๆคล้ายกับแม่มดชั้นดอกไม้ของโบซ์บาตง และจะพาไปพบศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์แบบส่วนตัวอีกด้วย ถ้าไม่รับเรื่องแย่ๆที่ต้องจากทุกคนมา นี่ก็เป็นเหมือนการออกผจญภัยต่างแดนใหม่ๆที่น่าตื่นเต้นสุดๆ!

 

            “กริฟฟินดอร์ ฮัฟเฟิลพัฟ เรเวนคลอ และสลิธีริน แต่ละบ้านจะบ่งบอกตัวตนของหนู และเมื่อถึงพรุ่งนี้ ฉันจะพาไปหาศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ให้เขาพาหนูไปใส่หมวกคัดสรร ลูกชายของฉันอยู่สลิธีริน เขาจะมาเป็นพี่ชายของหนู” หญิงวัยกลางพูดอย่างตื่นเต้น แน่นอนว่าเฮอร์ไมโอนี่ก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน เธอเคยอ่านเรื่องราวของโรงเรียนฮอกวอตส์มาแล้ว เธอคิดว่าบ้านของเธอคงเป็นเรเวนคลอ เพราะพวกเขานั้นฉลาดและสุขุม (ถึงลึกๆข้างในเธอจะระห่ำก็เถอะนะ...)

 

            แต่เดี๋ยวก่อน เมื่อครู่มาดามมัลฟอยพูดว่าลูกชายของเธอจะมาเป็นพี่ชายของเราอย่างนั้นเหรอ?

 

            “ลูกชายของมาดาม? มาดามมีลูกชายด้วยเหรอคะ แล้ว... ที่บอกจะมาเป็นพี่ชายของหนู หมายความว่ายังไงเหรอคะ” เสียงหวานจิ้มลิ้มของเฮอร์ไมโอนี่เอ่ยถามอย่างไม่ได้สนใจมากนัก เธอคิดว่าคงเป็นเพราะต้องอาศัยอยู่ร่วมกันเท่านั้นเลยเรียกว่าพี่ชาย ก่อนจะขะมักเขม้นจดความรู้ใหม่ๆที่นาร์ซิสซาเล่าเอาไว้มากมายลงในสมุดเล่มโปรดของเธอที่มักเขียนทุกอย่างที่เจอลงไปในนั้น

 

            แต่คงผิดคาด เมื่อสิ่งที่น่าตกใจไม่แพ้กัน ก็พลอยทำให้เธอต้องแปลกใจอีกแล้ว ตอนแรกก็รู้สึกเกร็งที่ต้องย้ายไปอยู่กับคนแปลกหน้า สถานที่แปลกใหม่ ไหนจะโรงเรียนและสังคมเพื่อนที่ไม่คุ้นเคย พวกเขาจะเป็นยังไงบ้างนะ เธอจะสามารถเข้ากับพวกเขาได้หรือเปล่า แล้วคนที่คฤหานส์มัลฟอยจะชอบเธอรึเปล่านะ...

 

            “ก็นับตั้งแต่นี้ ลูกชายของฉัน จะเป็นพี่ชายจำเป็นของหนู — และหนูต้องไม่บอกใครเด็ดขาดว่านามสกุลเกรนเจอร์ ทุกคนจะเข้าใจว่าหนูคือญาติของตระกูลมัลฟอยที่ไปเรียนโบซ์บาตงตั้งแต่วัยเยาว์ ก่อนจะย้ายกลับมาเรียนต่อที่ฮอกวอตส์ หนูจะต้องเป็น เฮอร์ไมโอนี่ มัลฟอย คุณหนูญาติห่างๆของตระกูลมัลฟอยที่กลับมาก็เท่านั้น  ไม่ต้องห่วง หนูเฮอร์ไมโอนี่น่ารักขนาดนี้ ทุกคนต้องเอ็นดูหนูทันทีที่แรกพบเลย ตาเดรโกเองก็คงตกใจน่าดูที่อยู่ๆก็มีน้องสาว — อ้อ แล้วเรียกฉันว่าป้านาร์ซิสซาเถอะจ้ะ เราต้องสนิทกันไว้นะ”

 

            นาร์ซิสซากล่าวหัวเราะเมื่อนึกถึงหน้าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนจอมค้านโลกหน้าตายที่กำลังรออยู่ที่คฤหาสน์ แบบนั้นคงได้เห็นภาพอันน่าแปลกใหม่จากเขาแน่ หากอยู่ๆตัวเองต้องมีน้องสาวให้คอยดูแล และเรื่องทั้งหมดจะเป็นความลับระหว่างนายและนางมัลฟอยเท่านั้นที่รู้ว่าเฮอร์ไมโอนี่ไม่ใช่คนของมัลฟอย และนามสกุลเกรนเจอร์ เธอยังคงเล่าเรื่องต่างๆนาๆให้เฮอร์ไมโอนี่ฟัง เด็กหญิงตากลมโตก็ได้แต่ยิ้มฝืดนั่งฟังไปด้วยหัวใจที่กรีดร้องเบาจนสุดเสียง เธอเสียใจเป็นที่สุด มันเร็วเกินไปที่จู่ๆก็ถูกพาตัวมาอย่างกับโดนลักลอบขโมย แต่ชะตาไม่อาจขัดขืน เมื่อเสียงระฆังจากไหนไม่ทราบดังไกลมาพร้อมเปิดทางเส้นใหม่ให้เธอต้องเดิน

 

            ชีวิตของเฮอร์ไมโอนี่หลังจากนี้ จะต้องดำรงด้วยเรื่องที่ว่า เธอเป็นลูกคุณหนูญาติอันห่างไกลของตระกูลใหญ่มัลฟอยที่ย้ายไปเรียนโบซ์บาตงตั้งแต่น้อย และกลับมาเรียนฮอกวอตส์ แถมยังมีพี่ชาย ทั้งๆที่เขาไม่รู้จักเธอซะด้วยซ้ำ นั่นจะเป็นความลับ เธอจะต้องเล่นละครและตีบทให้แตกว่าเธอคือคุณหนูของมัลฟอยตัวจริง อยากจะร้องไห้ต่อเหลือเกินแต่รู้สึกต้องเข้มแข็งให้สมกับที่มาดามมักซีมและมาดามปอมปัวร์น่าอุตส่าห์เลี้ยงดูมา เธอจะทำให้พวกท่านผิดหวังไม่ได้

 

            นับตั้งแต่วินาทีต่อจากนี้ไป ยัยเกรนเจอร์ เธอคือคุณหนูตระกูลมัลฟอย! เฮอร์ไมโอนี่ มัลฟอย เพราะหากเธอทำไม่ได้ แบบนั้นก็คงต้องยอมแพ้แล้วกลายเป็นดอกไมเแห้งเหี่ยวโดยไม่สมกับเป็นเธอแล้วล่ะ!


__________________________________________________________________________________________


Talk 17/12/2019

เปิดเรื่องใหม่ด้วยความตื่นเต้น สรุปก็ห้ามใจไม่ให้แต่งควบสองเรื่องไม่ได้ // แป่ว

สงสารน้องเฮอร์ อยู่ๆก็โดนคนมาพาตัวปุปปับแล้วยังเปลี่ยนนามสกุลอีก อย่าร้องไห้ไปเลยน้อง หนูจะต้องปลื้มเพราะผู้ชายที่ฮอกวอตส์แซ่บมากลูก


คำศัพท์ภาษาฝรั่งเศสเผื่อบางคนไม่เก็ทนะคะ

เอิง โปรเฟซเฟอร์ - ศาสตราจารย์

มองซิเออร์ - นำหน้าผู้ชาย

มาดมัวแซลล์ - นำหน้าผู้หญิง

ทูรน์ซอล - ดอกทานตะวัน

โรส - ดอกกุหลาบ

ไม่มั่นใจนะ ผิดก็ประทานอภัยด้วย แฮ่ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

34 ความคิดเห็น

  1. #28 ชื่อ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 11:46

    อ้าา กดผิดอ่านตอน2ก่อนตอน1แต่อ่านแบบนี้ก็สนุกอีกแบบ

    #28
    0
  2. #25 HARESJ (@haresj14) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 02:54
    เดรโกคงแบบตกใจน่าดู5555555
    #25
    0
  3. #1 zomweeri (@zomweeri) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2562 / 08:38
    นึกหน้าเดรโกออกเลยอะ55555
    #1
    0