[จบ] เขาเรียกผมว่านางแบบ [Passion Uncensored]

ตอนที่ 35 : Chapter 30 - คืนนั้นของผม คืนนี้ของเรา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,637
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 115 ครั้ง
    8 ก.ค. 61

โครก...

หือ?

"คิก--"

"หัวเราะอะไรละพอร์ท"

"หัวเราะเสียงหมีคำรามนะสิ"

ผมพูดพร้อมมกับอดยิ้มขำไม่ได้เมื่อเห็นพี่ขุนหน้านิ่วอย่างเสียฟอร์มเมื่อเสียงท้องร้องของเขาดังลั่นคับรถที่เพิ่งจอดนิ่งในบ้านของพ่อหลังจากเราใช้เวลาอยู่ข้างนอกด้วยกันทั้งวัน

"หาว่าพี่เป็นหมีเหรอ งั้นต้องจับคนแถวนี้กินแล้วดิ แฮ่!!"

พี่ขุนแกล้งคำรามลั่นและกระโจนเข้าจู่โจมผมอย่างรวดเร็ว กรงเล็บซุกซนคว้าเอวผมไว้ทั้งตัวพร้อมกับจมูกที่เข้ามาซุกไซร้นัวเนียอยู่ตามแก้มและซอกคอผมอย่างหยอกล้อ

"พอเลย! เข้าบ้านได้แล้ว เดี๋ยวผมทำมื้อเย็นให้"

"ก็พี่กำลังจะกินมื้อเย็นอยู่นี่ไงครับ"

"ทะลึ่งละ ปล่อยเลยนะ!"

ผมตบเข้าที่ไหล่คนหิวโซดังป้าบให้เขายอมปล่อยผม แต่ก็ยังไม่วายส่งสายตาวิบวับมาให้ผมรู้สึกหน้าร้อนๆ เมื่ออ้อมแขนคลายออกเล็กน้อย ผมก็ถือโอกาสดันตัวออกและเปิดประตูรถเข้าบ้านไปอย่างรวดเร็ว

"รีบเตรียมมื้อเย็นเข้านะ พี่หิวมากกก ไม่งั้นจะกินคนทำแทนอาหารนะ" เสียงอู้อี้ตะโกนไล่หลังออกมาจากรถในที่ยังคงได้ยินชัดเจน

ไอ้พี่ขุนบ้า ไอ้หมีหื่นเอ๊ย!

ผมล้างมือให้สะอาดและลงมือเตรียมมื้อเย็นง่ายๆ ยังคงเป็นสปาเก็ตตี้แบบเดิมที่เคยทำ เพราะดูจากเวลาแล้ว ผมว่าพี่ขุนคงไม่น่าทนรอหิวไหว

ผมลงมือลวกเส้น และหั่นเครื่องปรุ่งต่างๆ อย่างชินมือ แต่ต้องสะดุ้งน้อยๆ เมื่ออ้อมแขนอุ่นสอดเข้ามาด้านหลังไม่ทันตั้งตัวจนผมเกือบเผลอปล่อยมีดหล่น

"ทำอะไรของพี่ ผมใช้มีดอยู่ มันอันตรายรู้มั้ย"

"พี่ขอโทษ แต่เห็นแล้วมันอดใจไม่ไหวนี่นา"

"หมายถึงอดใจรออาหารไม่ไหวเหรอ?"

ผมแกล้งบ่ายเบี่ยงพูดไปเรื่องอื่นพร้อมกับลงมือพั่นผักต่อแก้งไม่สนใจรับรู้ความหมายที่อีกฝ่ายเพียรส่งมาให้

"ใช่...อดใจรออาหารคนนี้ไม่ไหวแล้ว"

ริมฝีปากหยุ่นนุมกดจูบลงบนไหลเปล่าที่โพล่พ้นเสื้อของผมพร้อมแรงดูเบาๆ จนผมเกือบปล่อยมีดหลุดมืออีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสนั้นช่างอ่อนโยน นุ่มนวล และหนักแน่น ประทับเนินนานเนิบนาบไม่ห่างไปไหนจนผมเผลอไผลเกือบส่งเสียงแปลกๆ ออกมา แต่ก็รีบข่มใจเบี่ยงตัวออก

"พอเลย ถ้าหิวมากนักก็มาช่วยผมทำอาหารดีกว่า"

ผมรีบพูดรัวเร็วทำให้พี่ขุนจ้องหน้าผมอย่างหมายมาด เราทั้งคู่จ้องตาหย่งเชิงกันอยู่อย่างนั้นก่อนจะหัวเราะออกมาและยอมปล่อยผมโดยดีคล้ายกับว่าเขาไม่ได้ตั้งใจลวนลามผมจริงจังตั้งแต่แรก (รึเปล่า)

"โอเคครับ ไม่ทราบว่าท่านเชฟจะให้กระผมทำอะไร สั่งมาได้เลยครับ"

ผมยิ้มขำกับท่าทางของเขา ก่อนจะยื่นมีดให้เป็นการบอกให้เขารับหน้าที่หั่นผักต่อ ส่วนผมก็จะเริ่มจัดการกับเส้นสปาเก็ตตี้ที่เริ่มสุกได้ที่

นี่เป็นครั้งแรกที่ผมใช้ห้องครัวร่วมกับคนอื่นนอกจากแม่และเด็กที่ร้าน และเป็นครั้งแรกที่ทำให้ผมรู้สึกว่าการเข้าครัวมันสามารถมีความสุขและอบอุ่นได้ขนาดนี้

มันทำให้ผมยิ้มได้แม้กระทั่งกับกระทะ ตะหลิว หรือเครื่องปรุงต่างๆ ที่อยู่ตรงหน้า และรับรู้ได้ว่ารสชาติของอาหารที่ออกมาจะต้องหอมหวานที่สุดโดยที่ผมไม่ต้องลิ้มลองชิม แค่เพราะมีคนข้างๆ ที่ทำอาหารร่วมกันตรงนี้

"พี่ไม่เคยคิดว่าอาหารที่ทำง่ายๆในบ้านจะอร่อยขนาดนี้"

พี่ขุนเอ่ยเบาๆ หลังจากวางส้อมลงบนจานที่ว่างเปล่าทำให้ผมยิ้มออกมา เพราะมันเป็นแสดงออกว่าเขาพอใจกับอาหารตรงหน้ามากแค่ไหน

"มันก็แค่เมนูง่ายๆนะครับ"

"แต่มันคงไม่ง่ายที่จะมีคนที่เรารักมาทำอาหารให้กินแบบนี้ทุกวัน"

ผมนิ่งเงียบไปอย่างไม่คาดคิดว่าจะได้ยินคำนั้นออกมาอย่างง่ายดาย เรียบง่าย แต่ทว่าดูจริงใจได้ขนาดนี้

คำว่า...รัก

"พี่รู้ตัวมั้ยว่าพูดอะไร"

"พี่รู้ และพี่ก็จริงใจกับทุกคำพูด และทุกการกระทำของพี่ที่มีให้พอร์ท" สายตาคมที่จ้องตรงมาอย่างจริงจังเป็นการยืนยันความหนักแน่นทำให้ผมต้องเบือนหน้าหนีและเสไปยกแก้วไวน์ขึ้นจิบแทบ

"และที่บ้านพี่ก็รับรู้เรื่องนี้แล้วด้วย"

พรวด!

"แค็กๆๆ "

ผมสำลักน้ำผลไม้หมักจนแทบพ่นมันออกมาเพราะคำพูดที่ได้ยิน ส่วนคนพูดก็รีบกระวีกระวาดลูบหลังผม และรินไวน์เพิ่มใส่แก้วให้ผมจิบตามลงไป

เกือบตายแล้วมั้ยละ พอร์ทเทรต!

"ตกใจอะไรขนาดนั้น พอร์ทก็รู้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ"

ถึงรู้ก็ยังตกใจครับ!

"ครอบครัวพี่เขาเข้าใจจริงๆเหรอ ผมหมายถึง... พวกเขาไม่รังเกียจความสัมพันธ์ของเราจริงๆใช่มั้ย"

"ครอบครัวพี่เข้าใจและยอมรับได้ ไม่เห็นเหรอว่าทุกคนเอ็นดูพอร์ทแค่ไหน" พี่ขุนดึงแก้วไวน์ออกไปแล้วรวมมือผมไปกุมเอาไว้แทน

"แล้วพอร์ทละ..."

"..."

"พอร์ทจะยอมให้พี่เป็นคนที่อยู่เคียงข้าง และคอยดูแลพอร์ทได้มั้ย?" คนตัวโตขยับกายเข้ามาใกล้

"ได้มั้ยครับ..."

ผมไม่ได้ตอบ หรือพูดอีกทีก็คือตอบไม่ได้ เมื่อริมฝีปากของผมถูกครอบครองด้วยคนตรงหน้า รสสัมผัสอ่อนโยนที่มีกลิ่นน้ำผลไม้หมักตลบอลอวลจนผมหลงใหลเคลิบเคลิ้มไปกับมันอย่างเต็มใจ ยิ่งพี่ขุนปฏิบัติกับผมอย่างอ่อนโยน ผมก็ยิ่งโหยหาความอบอุ่นจากเขามากขึ้น และอดใจที่จะรั้งเขาเข้ามาใกล้ขึ้นอีกไม่ได้

ให้ตายเถอะ

ผมเริ่มจะอยาก...

พรึบ!

แสงไฟทั่วบริเวณทั้งนอกและในบ้านดับพรึบลงทำให้เราทั้งคู่รีบผละออกจากกันด้วยเพราะตกใจ แต่ไม่กี่วินาทีผ่านไปแสงไฟก็กลับมาส่องสว่างเหมือนเดิมคล้ายกับว่ากำลังไฟแค่ตกไปชั่วขณะ ผมเลยถือโอกาสยืนขึ้นทันที

"ผมว่าเอาจานไปเก็บดีกว่า"

ผมรีบพูดและคว้าจานสองใบวิ่งตรงเข้าครัวไปอย่างเก้อเขิน และเพิ่งรู้สึกว่าตัวเองแสดงท่าทีที่โง่เง่ามาก เพราะผมดันไม่ได้เก็บแก้วเข้ามาด้วย! ทำให้พี่ขุนเดินถือแก้วไวน์ตามผมเข้ามาด้วยดวงตาเป็นประกาย แค่มองก็รู้ว่าเขากำลังขบขันผมเต็มแก่

"เอ่อ...ผมฝากพี่ล้างจานด้วยนะ ผมง่วง อยากนอนแล้ว"

ผมวิ่งตัดหน้าพี่ขุนขึ้นห้องไปโดยไม่รอฟังคำตอบ แต่แทนที่จะได้อาบน้ำนอนอย่างที่พูด ผมกลับทำได้แค่นั่งใจเต้นรัวอยู่บนเตียงด้วยความเขิน เพราะผมเพิ่งตระหนักจริงๆว่ากำลังจูบกับแฟนตัวเองในบ้านที่เพียงเราสองต่อสอง!

เสี่ยง...

มันเสี่ยงโคตรๆเลย ให้ตาย!

ผมสะบัดหน้าไปมาเรียกสติแล้วตัดสินใจอาบน้ำเพื่อหวังขจัดความร้อนที่เห่อทั่วใบหน้าตัวเอง ทิ้งตัวลงแช่น้ำในอ่างสงบสติอารมณ์สักหน่อยผมน่าจะรู้สึกดีขึ้น

อา...สบายจริงๆ

พรึบ!

เฮ้ย!

ผมรีบลุกพรวดขึ้นนั่งในอ่างเมื่อรอบกายผมมีแต่ความมืดเพราะไฟได้ดับลงอีกครั้ง และดูท่าจะดับจริงๆก็คราวนี้ มันมืดชนิดที่เรียกได้ว่าไม่สามารถมองเห็นอะไรเลย ทุกอย่างรอบตัวเงียบไปหมดจนผมได้ยินแต่เสียงหัวใจตัวเองที่เต้นรัวลุ้นให้ไฟกลับมาเหมือนเดิม

แต่ผ่านไปได้หลายนาทีทุกอย่างก็ยังคงมืดสนิท ผมเลยใจดีสู้เสือค่อยๆลุกขึ้นจากอ่างอย่างระมัดระวังโดยอาศัยความจำเรื่องระยะทางสิ่งของในห้องที่ค่อนข้างเลือนลางหวังจะออกไปจากห้องน้ำ

ลูบมือไปตามขอบอ่างเพื่อกะระยะและค่อยๆก้าวท้าวออกมาหนึ่งข้าง รู้สึกโล่งใจที่มันผ่านไปได้ด้วยดีพร้อมกับที่ได้ยินเสียงเรียกชื่อผมไกลๆ เดาว่าคงเป็นพี่ขุนเพราะผมได้ยินเสียงเปิดประตูพร้อมแสงไฟฉายที่ลอดผ่านมาให้เห็น แต่การที่จะให้พี่ขุนเข้ามาเห็นผมในสภาพนี้คงไม่ดีแน่ ผมต้องไปถึงผ้าเช็ดตัวเพื่อความปลอดภัยซะก่อน

"พอร์ท!"

พรืดดดด!

"เฮ้ย!!"

ผมร้องลั่นพร้อมๆ กับอีกฝ่ายที่เปิดประตูเข้ามา ทำให้ผมตกใจจนกะระยะพลาด สะดุดขอบอ่างอาบน้ำและกระโจนไปข้างหน้าด้วยแรงโน้มถ่วงของโลกโดย พยายามไขว่ขว้าทุกอย่างเบื้องหน้าเป็นหลักยึด ที่คงไม่พนพี่ขุนที่พุ่งเข้ามารับอย่างเหมาะเจาะ ก่อนจะล้มไปที่พื้นห้องน้ำพร้อมกันด้วยท่วงงท่าน่าหวาดเสียว

ชิบ หาย ละ...

จากที่รีบหลบหน้ามาอาบน้ำเพราะหลีกเลี่ยงฉากชวนเคลิบเคลิ้ม

จากที่ต้องการห่อผ้าเช็ดตัวเพื่อไม่ให้อยู่ในสถานการณ์ล่อแหลม

แต่กลายเป็นว่า ....

ตอนนี้ยิ่งล่อแหลมสุดๆ เลยเว้ยไอ้พอร์ท!!

ลมหายใจของผมถี่รัวไม่ต่างจากจังหวะหัวใจ ร่างทั้้งร่างที่เปลือยเปล่าแนบสนิทกับคนตัวโตที่นอนเป็นเบาะรองที่แข็งแกร่งให้ ต่างฝ่ายต่างเงียบไปเนิ่นนานอย่างไม่รู้ว่าจะจัดการกับสถานการณ์ตรงหน้ายังไง แต่ผมคิดว่าผมควรจะรีบลุกออกจากจุดนี้ให้เร็วที่สุด!

"อย่าเพิ่งขยับ"

เสียงทุ้มที่กระซิบติดแหบพร่าทำให้ผมเกร็งตัวนิ่งไม่อาจขยับไปไหน หัวใจเต้นแรงจนแทบจะระเบิดออกมาจากอก ความสบายจากการแช่น้ำกลายเป็นไอร้อนที่ลามไปทั่วตัว แต่แล้วสัมผัสนุ่มของผ้าขนหนูก็ถูกกางคลุมลงมาบนตัวผมด้วยฝีมือคนที่อยู่ใกล้ชิด

ผ้าขนหนูผืนใหญ่ที่ผมตั้งใจคว้าไว้ก่อนหน้านี้ ตอนนี้ถูกพี่ขุนนำมาห่มห่อตัวผมอย่างมิดชิดด้วยความอ่อนโยนก่อนจะค่อยๆ พยุงตัวผมลุกขึ้น และหยิบโทรศัพท์ที่ส่องแสงสว่างที่พื้นห้องน้ำขึ้นมา ก่อนนำทางจูงผมเดินออกจากห้องน้ำโดยไม่พูดอะไร เป็นเพียงผมที่ใจเต้นไม่เป็นส่ำกับความอ่อนโยนที่ได้รับ

"พอร์ทเจ็บตรงไหนรึเปล่า"

เสียงพี่ขุนที่ยังคงแหบพร่าแปลกๆเอ่ยถามอย่างห่วงใยแม้ว่าผมจะไม่สามารถมองเห็นหน้าเขาได้ชัดก็ตาม ผมรีบส่ายหน้าตอบ แต่ก็นึกได้ว่าเขาอาจจะไม่เห็นในความมืดที่มีเพียงแสงไฟฉายจากสมาร์ทโฟน

"พอร์ทไม่เป็นไร แล้วพี่ขุนละ โดนพอร์ทล้มใส่แบบนั้น เจ็บรึเปล่า"

"พี่ไม่เป็นไร เอ่อ....เดี๋ยวพี่ไปหยิบเสื้อผ้า-- โอ๊ย! ขาเตียง!"

แกร๊ก! ตุ้บ!

ผมรีบไขว่คว้ามือไปในความมืดตามสัญชาติญาณทันทีที่ได้ยินเสียงอีกฝ่ายอุทาน เร็วพอที่จะจับชายเสื้อเขาได้ทัน แต่ด้วยน้ำหนักและรูปร่างที่แตกต่าง แทนที่ผมจะเป็นฝ่ายฉุดรั้ง กลับถูกดึงให้ล้มลงตามไปที่พื้นนุ่มนิ่ม มือถือที่เปิดไฟฉายไว้กระเด็นหลุดจากมือเจ้าของไปที่พื้น สาดแสงสลัวจางๆ ไปทั่วห้อง ทำให้เราทั้งคู่เห็นอีกฝ่ายที่อยู่ใกล้เพียงลมหายใจได้ชัดขึ้น

ผมแทบจะหยุดหายใจเมื่อสัมผัสได้ถึงความใกล้ชิดในตอนนี้เมื่อผมมีเพียงแค่ผ้าขนหนูห่มพันกาย ขณะที่เราทาบทับกันอยู่บนเตียงนุ่ม รู้สึกได้ว่าความร้อนรุ่มที่แล่นไปทั่วร่าง แสงสลัวจากไฟมือถือ ทำให้เราสามารถมองเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายเลือนลางในความมืด แต่ทว่าสามารถรู้สึกถึงดวงตาที่สบหากันในระยะประชิดได้ชัดเจน รับรู้แม้กระทั่งความรู้สึกรุนแรงบางอย่างที่ส่งผ่านออกมาจากดวงตาคู่คมนั้น ทำให้ผมเผลอเลียริมฝีปากตัวเองความตื่นเต้น แต่นั่นกลับทำให้พี่ขุนคำรามในลำคอคล้ายกับกำลังอดกลั้นบางอย่างถึงขีดสุด

"พอร์ทครับ..."

”ครับ”

”อย่าทำแบบนี้กับใครอีกนะ”

"ผมทำอะ--"

ยังไม่ทันทีที่ผมจะถามได้จบประโยค ริมฝีปากนุ่มร้อนก็ประกบปิดลงมา กลืนกินคำพูดของผมไปจนหมดสิ้น ริมฝีปากของผมถูกขบเม้มหนักหน่วงคล้ายกับอีกฝ่ายต้องการลงโทษให้กับความผิดที่ผมไม่รู้ว่าคืออะไร

พี่ขุนบดจูบลงมาราวกับต้องการจะผสานเชื่อมต่อเราไว้ด้วยกัน แต่ผมก็ไม่ได้ปฏิเสธซ้ำยังเอื้อมมือไปเหนี่ยวรั้งไหล่เขาไว้แน่น และทันทีที่ผมทิ้งช่วงสูดลมหายใจ ความชุ่มชื่นอุ่นร้อนก็สอดแทรกลุกล้ำเข้ามาเกี่ยวพันจนผมสั่นสะท้านไปทั้งกายและตอบสนองสัมผัสนั้นด้วยความแนบชิดไม่ต่างกัน

"อื้อ..."

เสียงหวานครางขึ้นเบาๆ อย่างพึงพอใจ และผมรู้ว่ามันดังมาจากริมฝีปากของผมเอง ที่บัดนี้เป็นอิสระจากความร้อนแรงนั้น เหลือเพียงสัมผัสแผ่วเบาที่คลอเคลียไม่ห่างและลมหายใจอุ่นร้อนถี่กระชั้นที่ส่งถึงกัน ดวงตาของพี่ขุนที่ผมเห็นในระยะใกล้ชิดส่องประกายกล้าถึงอารมณ์และผมรู้ว่าตัวผมเองก็คงไม่ต่างกันเมื่อรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของเราสองคนที่ดุนดันสัมผัสกันจนเริ่มปวดร้าว

"พอร์ท..."

"ครับ"

"คืนนี้...อยู่ด้วยกันนะ"

ผมไม่เอ่ยตอบ แต่กลับเป็นฝ่ายรั้งคอเขาให้เข้ามาแนบชิดรับสัมผัสจูบอีกครั้ง เป็นสัญญาณว่าผมยินยอม พร้อมใจที่จะปลดเปลื้องตัวตนทุกอย่างให้กับคนตรงหน้า

อ้อมกอดแกร่งรัดร่างผมแน่นทำให้เราทั้งคู่ไม่เหลือช่องว่างใดใด ปราการอาภรณ์ที่ขวางกั้นถูกปลดเปลื้องเหลือเพียงตัวตนที่แท้จริง แสงจากไฟฉายสาดส่องสร้างเงาทาบบนผนัง สองร่างสอดผสานกันเป็นหนึ่งเดียวแนบชิดอย่างอ่อนโยนทว่าร้อนแรง

ท่ามกลางความมืดสลัวคลาเคล้าไปด้วยเสียงครางแห่งความพึงพอใจ ถ้อยคำพร่ำบอกรักที่แสนอ่อนโยนมากมายถูกเอื้อนเอ่ยปะปนกับเสียงหอบหายใจหนักหน่วง ดวงตาสีดำสนิทไล่ดูทุกรายละเอียดราวกับต้องการที่จะจดจำให้หมดทุกการกระทำที่เกิดขึ้น

ทุกสัมผัส...ทุกรอยจูบ...ทุกลมหายใจ...

ทุกสิ่งที่กำลังสอดผสานเป็นหนึ่งเดียวอย่างอ่อนโยน กลมกลืนและแนบแน่น

ทุกวินาทีผ่านไปอย่างเป็นธรรมชาติ ที่สรรสร้างความสุขสมของมนุษย์เป็นดั่งท่วงทำนองอันแสนไพเราะที่ทั้งร้อนแรงและนุ่มนวล

ท่วงทำนองแห่งความรักที่มีเพียงสองร่างที่ร่วมบรรเลงจะรับรู้ถึงกัน

"อ่าห์...พอร์ทครับ...พอร์ทเทรต...”

”อื้อ...”


”...ที่รักของพี่"

ความรู้สึกหวานละมุนไหลบ่าไปทั่วร่างจนผมสั่นไหว ดวงหน้าชื้นเหงื่อของคนที่ขยับเหนือกายผมเต็มไปด้วยความรู้สึกเต็มเปี่ยม

ผมเอื้อมมือไปแตะโครงหน้าชื้นเหงื่อที่อัดแน่นด้วยอารมณ์นั้นด้วยความหลงใหล ตระหนักได้ถึงความจริงของหัวใจว่าผมรักเขาจริงๆ ....รักทั้งหมด... โดยไม่มีเหตุผลใดใด

รักจนยินยอมทั้งใจ ทั้งตัว... ยอมทิ้งความเป็นชายกลายเป็นฝ่ายตอบรับ แต่ถึงอย่างนั้นหัวใจผมก็ยังเอ่อล้นไปด้วยความสุขสมอย่างเต็มใจ เช่นเดียวกับร่างกายที่ได้รับการเติมเต็มแนบแน่นจนอุ่นร้อนไปทั่วร่าง

การแทรกสอดสัมผัสที่ผมยังจำได้ถึงวินาทีแรกที่ถูกแทรกเข้ามา...

‘...ก็แค่พูดความจริง เรื่องมันผ่านไปนานแล้วทำไมไม่ยอมจบ...’

ผมสะบัดหน้าเบาๆ และข่มตาแน่น ก่อนจะลืมตาขึ้นใหม่อีกครั้งเมื่อจู่ๆ ใบหน้าของพี่ขุนที่มองมาอย่างอ่อนโยนเริ่มพร่าเลือน

หูของผมเริ่มอื้ออึงจนได้ยินเสียงหวีดก้องในหูเบาๆจนต้องยกมือขึ้นปิดมันหวังจะกั้นไว้ แต่ไม่อาจเป็นไปได้เมื่อมันดังมาจากในหัวของผมเอง
‘ปากดีนักนะไอ้ตุ๊ด!!’
‘จะทำอะไร ปล่อยนะเว้ย!!’

พรึบ!

ไฟฟ้าที่ถูกตัดไปเกือบชั่วโมงกลับมาติดอีกครั้ง เครื่องปรับอากาศเริ่มทำงาน ดวงไฟในห้องสว่างจ้าจนกลับมาเห็นรอบกายชัดเจนอีกครั้ง ทุกสิ่ง ทุกรายละเอียด โดยเฉพาะร่างกายเปลือยเปล่าของเราสองที่แนบสนิทกันจนสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิร่างกายของอีกฝ่าย ความรู้สึกของส่วนที่เป็นจุดผูกสัมพันธ์รักยังคงแจ่มชัด...

ทั้งๆ ที่เป็นการยินยอมพร้อมใจครั้งแรกของผม แต่ความเย็นที่สัมผัสกายเปลือยเปล่า และความรู้สึกอ่อนไหวกลับทำให้ผมเริ่มไม่แน่ใจ เพราะมันคล้ายกับคุ้นเคย แต่ก็คล้ายจะไม่ใช่...แต่แล้วภาพพี่ขุนก็เลือนลางอีกครั้ง

ร่างกายกำยำผมสีดำสนิท กลับถูกแทนที่ด้วยเด็กหนุ่มผมทองที่มาพร้อมกับความปวดร้าวในหัว...

'...เดี๋ยว จะทำอะไร ฌอร์น!...'

เสียงของผมตะโกนอย่างหวาดกลัวเด็กหนุ่มตรงหน้าดังขึ้นในหัว เจ้าของชื่อฌอร์นที่คร่อมเหนือกายผมไว้อย่างอุกอาจ ใบหน้าที่ไม่เคยนึกออก บัดนี้กลับแจ่มชัด ผมรับรู้ได้แม้กระทั่งดวงตาที่จ้องมาอย่างหื่นกระหาย มือร้อนที่แตะต้องไปทั่วตัวผมอย่างหยาบโลน จำได้แม้กระทั่งความเจ็บที่ข้อมมือและข้อเท้าที่พวกมันขึงพืดผมไว้เยี่ยงสัตว์ ที่รอให้คนตรงหน้าเข้ามาย่ำยีล้อเล่นเหมือนผมเป็นสิ่งมีชีวิตอ่อนแอ

'...ฉันจะทำให้แกเป็นตุ๊ดอย่างที่แกอยากเป็นไง...'

'..อย่า... ได้โปรดเถอะนะ ปล่อยฉัน...'

ผมร้องขออย่างหมดเรี่ยวแรง แต่คนตรงหน้ากลับหัวเราะร่วนราวกับว่ายิ่งผมอ้อนวอน เขายิ่งชอบใจ แต่หัวใจของผมเต็มไปด้วยสิ่งที่เรียกว่าความหาวดกลัว เพราะรู้ว่าตัวเองมีโอกาสน้อยเต็มทีที่จะรอดจากสถานการณ์นี้ เพราะที่นี่มีทั้งเพื่อนของเขาที่ช่วยกันรุมทึ้งเสื้อผ้าของผม และจับผมขึงอย่างโหดร้าย และนั่น...กล้องวิดีโอที่พร้อมจะบันทึกการตกนรกครั้งนี้ของผมเอาไว้

ทุกอย่างต้องถูกเตรียมพร้อมอย่างตั้งใจ!

'...ได้โปรด...อย่าทำฉันเลย...'

ผมปล่อยให้น้ำตาไหลรินอย่างไม่อาย เมื่อทุกอย่างชี้ชัดว่าผมไม่อาจทำอะไรได้นอกจากร้องวอนอย่างไร้ศักดิ์ศรีขอให้เขาปราณีผม แต่มันกลับได้ผลต่างกันอย่างสิ้นเชิงเมื่อดวงตาของฌอร์นลุกโชนไปด้วยความกระหายราวกับน้ำตาของผมกระตุ้นตวามต้องการของเขา

'...แกนี่มัน...น่าเอาสุดๆไปเลย...'

ฌอร์นคำรามและพุ่งเข้ามาสัมผัสผมอย่างหยาบโลนรุนแรง

‘เดี๋ยว! อย่า!!’

ผมกรีดร้องแทบขาดใจเมื่อถูกมือนั้นบีบเฟ้นไปทั่วกายพร้อมกับริมฝีปาก และแนวฟันที่ไล่ขบกัดผมทั้งตัวอย่างหื่นกระหาย ผมพยายามดิ้นรนสุดชีวิตจนเจ็บไปทั้งตัว แต่กลับเปล่าประโยชน์ เพราะยิ่งดิ้น เขาก็ยิ่งรุนแรง กลายเป็นเพียงสัตว์ชั้นต่ำให้พวกเขาหัวเราะเยาะ และเฝ้ามองผมถูกย่ำยี

ยิ่งผมดิ้น จากมือที่บีบเค้นก็กลายเป็นกำปั้นที่มอบความเจ็บปวดไปทั่วร่างกายจนผมไม่เหลือแรงใดใดที่จะต่อต้าน และหัวใจของผมแทบจะไปกองอยู่แทบเท้าเมื่อไร้หนทางรอด

'...ปล่อย!!!...'

'...หึหึ...'

‘...ไปให้พ้นน!!!...!’

ใครก็ได้ ช่วยผมที ได้โปรด!!!!

"พอร์ท!"

!!!

ความรู้สึกของสายน้ำตาอุ่นแจ่มชัดอาบแก้มของผมไม่ต่างจากภาพในหัว ต่างกันที่ผมไม่สามารถเปล่งเสียงใดใดออกมาจากปากได้...

ลำคอของผมแห้งผาก ทำได้เพียงสะอื้นเฮือกหอบหายใจรับอากาศเข้าไปเท่านั้น รู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังจะขาดอากาศหายใจจากภาพความทรงจำที่ไหลบ่าแจ่มชัดราวกลับอยู่ในเหตุการณ์นั้นอีกครั้ง ชัดแม้กระทั่งความเจ็บปวดที่ถูกทุบตี ชัดแม้กระทั่งหัวใจและความรู้สึกที่ถูกฉีกกระชากจากสายตาและคำพูดน่ารังเกียจ

ความเจ็บปวดที่ไหลย้อนกลับมาจนชัดเจนเต็มตา...

แต่ความเจ็บปวดทั้งมวลก็ถูกแทนที่ด้วยสัมผัสอุ่นที่รั้งให้ผมลุกขึ้นนั่งก่อนจะถูกโอบกอดไว้ภายใต้ผ้าห่มหนา มือใหญ่กดใบหน้าผมให้ซุกลงบนบ่ากว้างและรัดอ้อมแขนแน่นราวกับจะปกป้องผมเอาไว้

"นึกถึงมันให้พอ...”

เขารู้จริงๆ...

รู้...ว่าเกิดอะไรขึ้นกับผม

“จากนี้ไป...พี่จะอยู่กับพอร์ทเองนะครับ"

ถึงจะยังไม่แน่ใจว่าพี่ขุนรู้อะไรมากน้อยแค่ไหน แต่แค่นั้นมันก็ทำให้ผมปล่อยโฮดังลั่นอย่างไม่อาย ความเจ็บปวดทุกอย่างราวกับจะถ่ายทอดออกมาเป็นน้ำตาและเสียงโหยหวนของผม แต่มันก็คล้ายจะยังไม่สาแกใจไม่สมกับความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในอก

ผมกรีดร้องลั่นและจิกเล็บลงแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความรู้สึกที่เอ่อล้น ไหล่กว้างยินยอมเป็นที่รองรับน้ำตาและแรงขบของฟันที่ผมกัดแน่นลงไปหวังจะระบายความรู้สึกในใจโดยที่เจ้าของยินยอมอย่างยินดีโดยไม่ปริปากทั้งยังลูบศีรษะและแผ่นหลังผมอย่างอ่อนโยนราวกับต้องการปลอบประโลม

"เอามันออกมาให้หมดอย่าให้เหลืออะไรค้างคา พี่จะเป็นคนรับทั้งหมดไว้เองนะคนดีของพี่"

ผมร้องไห้อย่างไม่คิดว่าตัวเองจะสามารถเป็นได้ถึงเพียงนี้ ความเจ็บปวดจากความทรงจำทรมานผมอย่างทารุณ คำตอบของสิ่งที่อยากรู้มันช่างหนักหนาสาหัส และผมไม่แปลกใจเลยหากก่อนหน้านี้ผมลืมมันไป เพราะมันไม่มีอะไรน่าจดจำแม้แต่น้อย

ตอนนี้ต่อให้ผมอยากจะลืมมันอีกครั้งก็คงเป็นไปไม่ได้ และผมก็ไม่คิดที่จะลืมมันอีก เพราะถ้าผมลืมเท่ากับว่าตัวเองต้องถอยหลังกลับมาอีกครั้ง หากผมอยากจะเดินหน้าต่อไป ผมต้องยอมรับมันให้ได้ ว่ามันเป็นแค่เหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นครั้งหนึ่งในชีวิตเท่านั้น แค่ตอนนั้นผมเด็กมากเกินกว่าจะรับไหว แต่ตอนนี้ผมทั้งโตขึ้นและมีคนที่อยู่เคียงข้างเพื่อแบ่งเบาความโหดร้ายนี้พร้อมกัน คนที่ยังกอดผมแน่นไม่ไปไหน ทั้งๆที่ผมให้เขาเป็นที่ระบายความอัดอั้นจนเลือดซึมก็ตาม

"พี่รู้อะไรมา พี่ถึงได้นอนกับผมใช่มั้ย"

มือใหญ่ที่ลูบปลอบประโลมผมหยุดชงัก พร้อมกับที่พี่ขุนก้มมองผมด้วยสีหน้าของคนรู้สึกผิดทั้งๆที่ไม่จำเป็น

"มันไม่ใช่อย่างนั้นนะ!" คนตัวโตปฏิเสธด้วยใบหน้าถอดสี มือของเขาลูบเช็ดน้ำตาให้ผมอย่างอ่อนโยนราวกับกลัวว่าผมจะแตกสลาย

"พี่ยอมรับว่ารู้เรื่องบางอย่างที่เกิดขึ้นกับพอร์ท แต่ที่พี่กอดพอร์ทไม่มีเหตุผลอะไรนอกจากพี่รักพอร์ท!"

เสียงทุ้มที่เอ่ยอธิบายฟังดูเจ็บปวดพร้อมกับดวงตาที่สั่นคลอนจนผมต้องรีบแตะสัมผัสน้ำใสที่หางตาเพื่อไม่ให้เขาเข้าใจสิ่งที่ผมสื่อผิดความหมายไป

"พอร์ทรู้..."

ผมลูบแก้มสากอย่างเบามือและจ้องสบสายตาเขาอย่างขอบคุณจากก้นบึ้งของหัวใจแม้ว่าตัวเองจะร้องไห้จนแสบตาเกิดกว่าที่จะจดจ้องคนตรงหน้าได้นานก็ตาม

"พอร์ทรู้ว่าพี่หวังดีกับพอร์ท พี่ถึงพาพอร์ทไปหาครอบครัว ไปหาพี่ชาย...”


”...”

”...ไปหาจิตแพทย์"

"พอร์ทรู้?"

พี่ขุนดูตกใจ และยิ่งมีสีหน้าเจ็บปวดและรู้สึกผิดมากขึ้นจนน่าเอ็นดู

"พี่ขอโทษ"

"พอร์ทต่างหากที่ต้องขอโทษที่เป็นต้นเหตุให้พี่ต้องห่วงและรู้สึกผิดกับพอร์ทแบบนี้"

แม้จะพูดเช่นนั้นแต่พี่ขุนกลับปล่อยมืออกจากตัวผมอย่างรู้สึกผิด

"แต่พี่ทำร้ายพอร์ทไม่ต่างจากที่มันทำ!"

"พี่ไม่ได้ทำ!"

ผมตะโกนด้วยเสียงแหบแห้ง และคว้ามือใหญ่เข้ามาใกล้ชิดแนบอกโดยที่พี่ขุนมองผมอย่างตกใจคล้ายตั้งตัวไม่ทันกับคำพูดของผม

"สิ่งเราทำมันคือความรักที่ผมยอมอย่างเต็มใจ มันคือการร่วมรักของเรา"

ผมรั้งใบหน้าของพี่ขุนที่ดูสับสนและรู้สึกผิดเข้ามาใกล้และแนบสัมผัสหน้าผากเราเข้าด้วยกันอย่างต้องการถ่ายถอดความรู้สึกไปถึงเขา

"พอร์ทอยากเดินหน้าต่อ ไม่อยากหวาดกลัวกับอดีตอีกแล้ว"

”...”

"ถ้าพี่ไม่รังเกียจคนไม่ปกติอย่างพอร์ท พี่จะช่วยอยู่เคียงข้างและรักพอร์ทต่อไปได้มั้ยครับ"

ผมสะอื้นและเอ่ยอ้อนวอน ไม่ใช่การอ้อนวอนเพื่อให้เขาปล่อยอย่างที่เคยเกิดขึ้นกับฌอร์น แต่ผมอ้อนวอนเพื่อให้พี่ขุนโอบกอดผมเอาไว้ เพราะผมคงไม่อาจก้าวผ่านความทรงจำนี้ไปได้โดยไม่มีเขา

คำตอบที่ได้รับไม่ใช่คำพูด แต่เป็นรอยประทับจูบที่แสนอ่อนโยนหวานละมุน...

พี่ขุนแตะต้องผมอย่างเบามือ เชื่องช้า และนุ่มนวล เขาพรมจูบไปทั่วใบหน้าของผม ซับรอยน้ำตาชื้นด้วยริมฝีปากของเขา ก่อนจะประทับจูบหนักแน่นที่ริมฝีปากผมอีกครั้ง

"พี่ไม่เคยรังเกียจพอร์ท กลับกัน พี่ยิ่งรักพอร์ทมากขึ้น และจะไม่ยอมให้พอร์ทต้องเจ็บอีก"

ผมโผกอดคนตรงหน้าแน่น น้ำตาไหลรินอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นน้ำตาแห่งความยินดีมิใช่ความเจ็บปวด

รอยแผลที่แสบร้อนในใจของผมราวกับกำลังถูกชโลมด้วยสายน้ำอุ่น ความทรงจำที่ปวดร้าวทุเลาเบาบาง แม้มันจะไม่หายไป แต่รู้ว่าความรักของคนตรงหน้าจะปกป้องผมจากมัน

"พี่ขุน..."

ผมคลายอ้อมกอดและสบดวงตาคมที่มีรอยชื้นน้ำเบาบางที่มองผมด้วยความรู้สึกเต็มเปี่ยมอย่างจริงใจ ผมสูดหายใจลึกและสบดวงตาคู่นั้นกลับด้วยความรู้สึกทั้งหมดที่มี

"กอดผมอีกครั้งได้มั้ย"

"พอร์ท..."

"สัมผัสทุกส่วนของผม รักผมอีกครั้ง อีกหลายๆครั้ง..."

"..."

“รักจนกว่าผมจะจำแค่สัมผัสของพี่คนเดียวตั้งแต่นี้ไป"

อ้อมกอดแกร่งที่อบอุ่น รอยจูบที่ลึกซึ้ง รสสัมผัสที่นุ่มนวล ทั้งหมดถูกถ่ายทอดอย่างเชื่องช้าเพื่อประทับความทรงจำใหม่ให้ชัดเจนท่ามกลางแสงสว่าง ความทรงจำแห่งความรักที่จะเริ่มนับจากนี้ไป แม้ผมจะไม่สามารถลืมอดีตได้แต่ผมก็สามารถสร้างความทรงจำใหม่ขึ้นมาได้

ความทรงจำคืนนี้ของเราที่จะอยู่กับผมตลอดไป...
___________________


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 115 ครั้ง

1,184 ความคิดเห็น

  1. #1082 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 09:28
    ขอบคุณมาก
    #1082
    0
  2. #962 มะมะหม๊าววว (@l3ungkee) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 09:33
    ฮืออออ รีบไปช่วยน้องพอร์ทสิ ไม่ใช่มัวเเต่ตีกัน
    #962
    0