[จบ] เขาเรียกผมว่านางแบบ [Passion Uncensored]

ตอนที่ 27 : Chapter 23 - อาฟเตอร์เทสต์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,279
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 99 ครั้ง
    28 ต.ค. 61

'เดี๋ยว! อย่า! หยุดนะ ปล่อยนะเว้ย!’

‘ฌอร์น!!!!!’

‘ออกไป ปล่อยยยยยย!’

ใครก็ได้ช่วยที...

ช่วยด้วย...

เฮือกกก!!

“พอร์ท!!”

เสียงกรีดร้องที่เสียดแทง ความรู้สึกเย็นยะเยือกทั่วร่างและความอึดอัดในอกราวกับกำลังจะขาดอากาศหายใจถูกแทนที่ด้วยอ้อมแขนอบอุ่นที่โอบกอดแน่น ผมไม่ลังเลที่จะคว้ามันไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยวและกอดรั้งมันให้แน่นที่สุดราวกับกลัวว่ามันจะหลุดลอยหายไป

“ชู่ว...ไม่เป็นไรนะครับ พี่อยู่ตรงนี้แล้ว”

“พะ...พี่ขุน”

ราวกับลำขอผมแห้งผากจนไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้ถนัดนัก และคนข้างตัวก็เหมือนจะรู้อยู่แล้ว แก้วน้ำพร้อมหลอดจึงยื่นมาที่ริมฝีปากผมทันที

“พี่ขุน...เกิดอะไรขึ้น? ผมเป็นอะไรไป? แล้วการถ่ายแบบละครับ?”

“ใจเย็นๆนะ ทุกอย่างเรียบร้อยดี พอร์ทแค่เป็นลมไปเท่านั้น”

“เป็นลม?”

ผมเนี่ยนะจะเป็นลม ถึงแม่ว่าผมจะ เอ่อ เอวบางร่างน้อยไปหน่อย แต่ผมสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ทุกอย่างนะ จู่ๆจะเป็นลมไปเลยเหรอ

“หมอบอกว่าแค่พักผ่อนน้อยเท่านั้น”

“พี่ให้หมอมาตรวจผมเหรอ?!!"

ชิบหายละ!! อย่างนี้ความลับก็...

“ไม่ต้องห่วง พี่กับคุณเจสซี่คุยกับหมอเรียบร้อย ทุกอย่างยังเป็นความลับเหมือนเดิม”

แล้วไป...

ผมถอนหายใจอย่างโล่งอก เกือบหัวใจวายตายแล้วมั้ยละ! แล้วอย่างนี้ ตอนที่หมอมาตรวจก็ต้องเห็นนมปลอมของผมดิวะ!!

หมด หมดกัน ศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย!

“พอร์ท”

น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่แฝงกระแสเป็นห่วงทำให้ผมยิ้มออกมา ฝ่ามือข้างหนึ่งของผมชื้นเหงื่อ เดาว่าเป็นเพราะคนข้างตัวที่กอบกุมอยู่ไม่ห่าง จริงสิ เครื่องสำอางกับนมปลอมที่หายไปนี่ก็...

“ขอบคุณนะครับ” ผมเอ่ยเบาๆละมองเขาอย่างจริงใจ

ไม่บอกผมก็รู้ว่าต้องเป็นเขาที่พาผมมาที่นี่ คอยนั่งอยู่ข้างๆ เช็ดเครื่องสำอาง ถอดหน้าอกปลอม และกุมมือผมไว้ตลอดเวลาเพื่อให้ผมหลับสบาย

ความอบอุ่นจากมือและเสียงของเขาที่คอยฉุดรั้งผมไว้ ไม่ให้ผมจมดิ่งลงไปกับความฝัน

จมดิ่งไปกับเสียงกรีดร้องที่เสียดแทง

เสียงกรีดร้องที่ผมเพิ่งจะรู้ตัว ทั้งๆที่มันช่างคุ้นเคยมาตั้งแต่ต้น...

เสียงของผมเอง... 

“พอร์ท....”

“ครับ?”

ผมดึงสติกลับมาที่คนตรงหน้าที่ตอนนี้นั่งอยู่ใกล้จนรู้สึกถึงความอบอุ่นของร่างกาย แต่สมุดบันทึกเล่มใหญ่ที่อยู่ในมือของพี่ขุนทำให้ผมสะดุ้งและพุ่งตัวออกไปคว้าไว้ แต่คนตัวสูงกว่ากลับชูมันขึ้น

“พี่ขุน! คืนพอร์ทมานะ!!”

“ไม่คืน!”

“พี่ขุน!!”

ไอ้พี่ขุนจอมเกรียนยิ้มร้ายล้อเลียนผมและชูสมุดบันทึกไว้เกินกว่าที่ผมจะเอื้อมถึงอย่างจงใจพร้อมทำหน้าตายียวนวอนหาเรื่อง

“เอาของพอร์ทคืนมา!!”

“หวงเหรอ?”

“คืนมาผมมาเหอะ นะๆๆ มันเป็นงานของผมนะ”

“หวงงาน?”

“เออ ใช่!” ผมรีบตอบรัวเร็ว และรีบคว้ามันกลับมาทันทีที่เขายอมลดมือลง

ฟู่....เกือบไป

ถ้าพี่มันรู้ว่าผมเก็บรูปน่าสงสัยสอดไว้กับสมุดงาน มันต้องเกิดคำถามยุ่งยากแน่ว่าทำไมผมต้องพกมันไว้ และผมก็ไม่รู้จะตอบยังไง และไม่รู้ว่าพี่ขุนจะว่ายังไงถ้ารู้ว่าผมต้องใช้โปสการ์ดจากนิตยสารเป็นกำลังใจเวลาทำงาน เพราะมันเป็นนิสัยที่โคตรจะเด็ก พี่มันต้องล้อผมแน่ๆ ดีนะที่มันยังอยู่ดีในสมุด...

ยังอยู่ดี...

เดี๋ยวนะ

เฮ้ย!! มันหายไปไหน!!

“หานี่อยู่เหรอ?”

ชิบ...

ผมได้แต่อ้าปากพะงาบๆไม่ต่างจากปลาทองหิวอากาศ มองโปสการ์ดที่อยู่ในมือคนตรงหน้าที่โบกไปมาพร้อมร้อยยิ้มที่ไม่น่าไว้วางใจ

“ขอผมเหอะ”

“อ้ะ”

เฮ้ย! ง่ายงี้เลย? ทั้งๆที่ตอนแรกดูเหมือนจะแกล้งยึดเอาไว้นี่นะ? แต่เอาวะ ยอมให้ก็ต้องรีบรับละ ก่อนจะอด แต่...

พี่มันไม่ปล่อยครับ!

“ปล่อยดิ”

“เดี๋ยวดิ”

"อย่าแกล้งกันดิ เดี๋ยวมันขาด!"

ผมโวยวาย แต่ไอ้พี่ขุนกลับยิ่งทำหน้าเบิกบาน คือถ้าบานกว่านี้ก็จานดาวเทียมแล้วอ่ะ ตกลงว่าไปคึกอะไรมาวะเนี่ย

"เรียกพอร์ทก่อน"

"อะไร"

"เรียกแทนตัวเองว่าพอร์ทก่อน"

หะ! ให้เรียกตัวเองแบบนั้น จะบ้าเหรอ ใครจะไปทำ น่าอายจะตาย ผมทำแค่กับพ่อและแม่เท่านั้นละ คนอื่นอย่าหวัง...

"ไม่งั้นไม่ให้--"

"คืนให้พอร์ทเถอะนะครับ!!"

ฮรื่อออ!! ก็อยากจะห้าว แต่กลัวไม่ได้ของคืน โว้ยยยยยย

แล้วไอ้พี่บ้านี่ก็ทำหน้าสมใจซะไม่มีละ ฮึ่ย! อย่าให้มีโอกาสเอาคืนนะพี่มึง ตายแน่!

“ตอบคำถามมาก่อน”

อะไรอีกละโว้ย! ถ้าไม่ใช้เพราะรักเพราะหวงไอ้การ์ดนี่ละก็...ฮึ่ม! โดนแน่ไอ้พี่ขุน!

“สมุดบันทึกนั่นเป็นของส่วนตัวของพอร์ท?”

“อะ...อื้อ”

ดูสายตาพี่มันเหอะเหอะ ทำไมจู่ๆต้องจ้องกันขนาดนี้ด้วย พาเอาผมสั่นตามไปเลย กะอีแค่สมุกบันทึกกับโปสการ์ด มันมีอะไรน่าสงสัยกันเล่า ทำไมต้องมองอย่างกับจะแทงทะลุผ่านตัวผมด้วย แล้วไอ้รอยยิ้มมุมปากร้ายกาจนั่นมันอะไร!

“พกติดตัวตลอด?”

“ก็ใช้จดงาน”

“โปสการ์ดนี่ด้วย?”

“เอ่อ...ก็ใช่ แล้วถามทำไมเนี่ย!”

ผมโวยวายและพยายามดึงโปสการ์ดกลับ แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่ยอมปล่อย ไม่กล้าดึงแรงด้วย กลัวว่ามันจะบุบสลาย โอ้ย อะไรวะเนี่ย คืนของผมมานะ!

“ตอบมาก่อนแล้วจะคืนให้ ทำไมต้องพกภาพถ่ายธรรมดาๆไว้ด้วย”

“มันไม่ใช่ธรรมดานะ!!”

“แสดงว่าพิเศษ?”

อุ้ย....ปากหนอปาก

“บอกปุ๊บจะคืนปั๊บเลย”

“จริงดิ?”

“อื้อ”

ผมมองไอ้พี่ขุนจอมเจ้าเล่ห์อย่างไม่ไว้ใจ แต่เขากลับยิ้มให้ผมและยักคิ้วให้อย่างล้อเลียน แต่ก็รู้ว่าเขาพูดจริงๆ ดูได้จากสายตาคมที่มองมาอย่างจริงใจแม้ว่าใบหน้าหล่อจะค่อนไปทางวอนหาเรื่องมากกว่า

“อย่าขำนะ”

“สาบานเลย”

ผมสูดหายใจลึกๆและเรียงลำดับเรื่องในหัวที่ออกจะ...ปัญญาอ่อนไปซักนิด แต่หวังว่าเขาจะคงไม่ขำเรื่องงี่เง่าของผมที่เก็บรูปใบนี้ไว้เพื่อเป็นกำลังใจให้กับตัวเอง จะมีใครบ้างที่จะฝากความคิดและความรู้สึกไว้ที่โปสการ์ดใบเดียว มันโคตรตลกใช่มั้ย?

“คือว่า...”

ทั่วทั้งห้องมีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศ และเสียงของผมที่เล่าเรื่องราวที่มาของโปสการ์ดในมือเราสองคน โดยพี่ขุนเพียงแค่ฟังเงียบๆโดยไม่เอ่ยอะไร ส่วนผมก็ก้มหน้าหลบสายตาตลอดเพราะรู้สึกเขินกับเรื่องราวเด็กๆของตัวเอง แต่รู้ตัวอีกทีก็เล่าออกไปหมดเปลือก

แถมยังเรียกแทนตัวเองอย่างลื่นไหล...

“ทันทีที่เห็นรูปนี้ พอร์ทรู้สึกทันทีว่าพอร์ทอาจจะเจอสิ่งที่ตัวเองต้องการซักวัน ก็เลยพกมันเอาไว้เป็นแรงบันดาลใจเวลาทำงาน”

“แรงบันดาลใจ?”

ผมก้มหน้างุดด้วยความอายเมื่อต้องพูดถึงแรงบันดาลใจที่มีที่มาแสนจะไม่มีเหตุผล

“มันอาจดูตลกนะ แต่พอร์ทประทับใจเขามาก ทั้งรูปที่เขาสื่อ และคำสัมภาษณ์ของเขา มันแปลกซะจนละสายตาไปจากมันไม่ได้ รู้ตัวอีกทีก็...ต้องมีรูปนี้ไว้ติดตัวตลอด แล้วก็...”

“อะไร?” เสียงทุ้มแลติดจะสั่นน้อยๆ แต่ผมก็ไม่สนใจเพราะมัวแต่อมยิ้มเขินกับเรื่องของตัวเอง

“พอร์ทเอาคำสัมภาษณ์ของเขาไปตั้งเป็นนามปากกาตัวเอง”

โอ้ย...อายชะมัดที่จะต้องมาพูดอะไรแบบนี้ ผมดูเป็นเด็กเพ้อฝันไปเลย คำสัมภาษณ์ของเขาไปตั้งเป็นนามปากกาเนี่ยนะ!!

แต่พอพูดแล้วก็รู้สึกโล่งอกไปอีกแบบ แต่ก็ยังไม่กล้าเงยหน้าสู้พี่ขุนอยู่ดี เขาต้องขำเรื่องของผมแน่ๆ เออ จริงสิ!

“ได้ยินว่าเขาเป็นคนไทยด้วยนะ ใช้นามแฝงว่า Warlord  จริงสิ พี่อาจจะรู้จักเขาก็ได้!!”

ผมนึกขึ้นได้เลยรีบเงยหน้ามองคนตรงหน้า พี่ขุนอาจจะรู้จัก Warlord ก็คนในวงการเดียวกัน อายุก็อาจจะไล่เลี่ยกัน แต่พี่ขุนกลับทำหน้าประหลาดๆ พร้อมกับสีแดงระเรื่อบนใบหน้า

“พี่จะหน้าแดงทำไม พอร์ทไม่ได้พูดถึงพี่นะ”

“พอร์ท”

“อะ...อะไร?”

ผมมองพี่ขุนอย่างงุนงงเมื่อเขาเรียกชื่อผมด้วยเสียงที่แหบพร่าอย่างชัดเจน ใบหน้าคมแดงจนมองเห็นได้ชัด และดวงตาคมนั่นก็จ้องมาทางผมด้วยประกายวิววับแปลกๆ

“พี่ทนไม่ไหวแล้ว”

เดี๋ยว ทนอะไรไม่ไหว!!

“พี่เป็นอะ...”

ยังไม่ทันจะถามจบแต่ผมกลับได้คำตอบทันทีเมื่อร่างสูงโน้มใบหน้าเข้าหาอย่างรวดเร็วพร้อมกับริมฝีปากอุ่นที่เข้าทาบทับบดเบียดจนไม่เหลือช่องว่างระหว่างเรา

รสจูบนุ่มนวลแต่แนบแน่นที่เข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัวจนผมงุนงง แต่ก็ไม่อาจผลักไสเมื่อหัวใจผมเต้นหนักเพราะความรู้สึกดี รสสัมผัสนุ่มนวลไล้เล็มอย่างอ่อนหวานและอัดแน่นด้วยแรงอารมณ์บางอย่างก่อนจะสอดความอุ่นร้อนเข้ามาภายในจนผมสั่นสะท้านกับความล้ำลึก

รสจูบทวีความร้อนแรง สัมผัสของพี่ขุนที่สอดแทรกมาเกี่ยวพันทำให้หัวของผมขาวโพลนและตอบรับเขาอย่างไม่อาจห้ามตัวเองได้ แม้ว่าจะสัมผัสได้ถึงแผ่นหลังของตัวเองที่แนบลงกับเตียงพร้อมกับร่างใหญ่ที่ทาบทับแนบชิด

เดี๋ยวๆๆๆ ใจเย็นๆนะครับคุณพี่!

แบบนี้มันอันตรายนะครับ!

ใครไปจุดชนวนคุณพี่กันครับเนี่ย!

ความรู้สึกวาบหวามแล่นลามขึ้นมาที่ท้องน้อยจนผมปั่นป่วนไปหมด เส้นประสาททั่วทั้งร่างกายตื่นตัวพร้อมสำหรับสัมผัสใดใดก็ตามที่มอบมาให้ สมองของผมขาวโพลนปล่อยทุกอย่างไปตามอารมณ์ของธรรมชาติ แม้ว่าเสียงในใจจะร้องเตือนว่ามันยังไม่ถึงเวลา

โอ้ยยยย ตายๆๆๆ ผมจะโดนกินแล้ว!

มือสากสอดสัมผัสผ่านใต้เสื้อเข้ามาจนผมสะดุ้งและรีบถดตัวหนีพร้อมเบนหน้าออกจากรสจูบเร่าร้อน แต่ไม่ทันที่ผมจะร้องประท้วงห้ามมือของคนตรงหน้ากลับหยุดนิ่ง ทำให้ผมตัวแข็งทื่อตามไปด้วยเพราะตอนนี้มือใหญ่ข้างหนึ่งอยู่ในเสื้อของผมและทาบสัมผัสเหนืออกผมพอดี จนผมต้องกลั้นหายใจลุ้นสิ่งที่จะตามมา

แต่ทุกอย่างกลับไม่เป็นไปอย่างที่ระแวง พี่ขุนละริมผีปากออกห่างก่อนจะซุกลงที่ซอกคอผมและถอนหายใจแรงแนบต้นคอจนขนผมลุกซู่

“ให้ตาย....”

“อะ...อะไร”

ผมถามเสียงสั่นเมื่อจู่ๆ เขาก็สบถออกมาก แต่คำตอบของพี่มันกลับแทบทำให้ผมอยากจะทุบหัวเกรียนๆนั่นให้บุบคามือ

“พี่โคตรอยากเลยอ่ะ”

ดูมัน!

ทุบซักทีดีมั้ย!

“ละ...ลุกเดี๋ยวนี้เลยนะ! ไอ้พี่ขุนโรคจิต” สิ้นคำ ดวงตาคมปลาบก็เงยขึ้นมองผมขุ่นๆในระยะประชิด

“ถ้าคนเกิดอารมณ์เรียกโรคจิต ไม่ต้องมีคนโรคจิตทั้งโลกเหรอพอร์ท”

“ยังจะมาพูดอีกนะ ลุกเลย!!”

ให้ตายเหอะ คนคนนี้มัน...!!

“ก็ลุกแล้วไง”

“ลุกตรงไหน นอนอยู่เนี่ย ออกไปเร็วๆ”

ผมเร่งพร้อมพยายามผลักเจ้าตากล้องจอมฉวยโอกาสออกห่างจากตัว ซึ่งไม่เป็นผล แต่คำตอบของเขากลับทำให้ผมหน้าเห่อสี

“ลุกแล้วจริงๆนิ...ตั้งตรงเลยนะ”

“อะ...ไอ้...”

ผมได้แต่อ้าปากพะงาบๆ เมื่อเริ่มเข้าใจว่าอะไรที่ ‘ลุก’

หน้าผมเห่อร้อนจัดเมื่อสัมผัสได้ถึงสิ่งที่ ‘ลุก’ ดุนดันอยู่ตรงหน้าขา ตามที่เจ้าตัวพูด ตัวผมสั่นสะท้านไปหมดเมื่อย้อนกลับไปนึกถึงประโยคของคนที่ส่งสายตาร้อนแรงมาให้เมื่อครู่

'พี่โคตรอยากเลยอ่ะ'

ไอ้พี่ขุน!

“ลุกจริงป่ะ?”

ผั๊วะ!!!

“โอ้ย!! ทำไมวันนี้มีแต่คนตบหัววะ แล้วตบพี่ทำไมเนี่ย”

ร่างสูงลุกหนีเมื่อโดนผมตบป้าบเข้าเต็มหัวทุยนั่น มันน่าจะเอาให้สมองไหลจริงๆ ให้มันหายลามกไปเลย

“จะได้หายหื่นไง คุยเรื่องรูปอยู่ดีๆ จู่ๆก็มาหื่นแบบนี้ ไม่ได้เกี่ยวกันเลยซักนิด”

“ทำไมจะไม่เกี่ยว?”

“แล้วมันเกี่ยวตรงไหน?”

“ก็นั่นมันรูปที่พี่...”

ผมเด้งตัวลุกขึ้นทันทีเมื่อได้ยินสิ่งที่เขาพูด แต่อีกฝ่ายกลับปิดปากฉับคล้ายกับรู้ตัวว่าหลุดปากออกมามากกว่า หลุดปาก? หมายความว่า มันมีอะไรงั้นเหรอ?

หรือว่า...

“รูปที่อะไร พูดออกมา พี่รู้จักเจ้าของรูปใช่มั้ย?”

ผมรีบถามรัวเร็วแต่เขากลับทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้และไม่ยอมสบตาผม แบบนี้มันยิ่งน่าสงสัย เขาต้องรู้จัก Warlord แน่!

“บอกพอร์ทมาเลยนะ!!”

“บอกก็ได้”

“จริงเหรอ!!"

“ทำให้พี่หายอยากก่อนสิครับ”

“....” อึ้งครับ...ใบ้แดกสิครับ

ผั๊วะ!!!

“ตบพี่ทำไมอีกเนี่ย!!”

ก็เขินสิวะ ไอ้พี่ขุนโรคจิต!!

อย่าพูดเรื่องแบบนี้ทั้งๆที่ทำหน้าจริงจังได้มั้ยครับ ผมเชื่อ! เอ้ย!! ผมกลัว!

"ก็พี่อ่ะ! คนกำลังจริงจัง ก็ทำเป็นเล่นไปได้"

"ก็ไม่ได้พูดเล่นซักหน่อย"

แนะ... ยังอีก

ผมกลอกตาให้กับความบ้าบอของพี่มัน ก่อนจะเงียบเขินมือใหญ่ลูบเแก้มผมเบาๆพร้อมกับสายตาที่บอกได้เลยว่าหวานกว่านี้ก็น้ำตาลแล้วละ ซึ่งทำให้ผมทนมองง่ายๆจนต้องก้มหน้าหนี แต่ก็นับว่าพลาดเมื่อต้องทนเห็นความคับแน่นที่ยังคงลุกชัดเจนจนทำให้หน้าผมแดงกว่าเดิม

อืม...

หรือผมควรจะตอบรับอะไรพี่เขาบ้าง

ไหนๆเขาก็ช่วยผมมาเยอะ...ผมก็ควรจะช่วยเขาบ้างใช่มั้ย

"พอร์ท...เอ่อ...ช่วยมั้ย"

สายตาพี่ขุนฉายความแปลกใจยิ่งทำให้ผมเขินหน้าแดง ดวงตาคมมองตามว่าผมกำลังมองไปที่ไหน แต่ก็ยิ่งกลับทำให้ผมอายกว่าเดิมเมื่อสีหน้าและแววตาของพี่เขาแสดงออกถึงความเอ็นดูและดีใจ แต่คำตอบกลับทำให้ผมมุ่ยหน้า

"พี่ไม่อยากให้พอร์ทช่วยหรอก"

อ้าว...ไอ้ชิบหายพี่มึง แล้วเมื่อกี้ใครบอกอยาก หะ!

"แต่อยากให้เราช่วยกัน"

"อื้อ!"

ผมเผลอร้องเมื่อพี่ขุนยกตัวผมวืดเดียวก็ทำให้ร่างของผมไปนั่งครอมอยู่บนตกแกร่งจนต้องเผลอคล้องคอพี่เขาเอาไว้ ทำให้เราเห็นสายตาและสัมผัสลมหายใจกันได้ชัดเจน

หัวใจผมเต้นรัวกับลำดับขั้นความแปลกใหม่ที่กำลังพัฒนาให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น แต่ก็ไม่คิดปฏิเสธในเมื่อหัวใจของผมไว้ใจและตอบรับความรู้สึกของพี่เขาอย่างชัดเจนแล้ว และการสัมผัสกันด้วยความรักก็ไม่่่ใช่เรื่องผิด เพราะสังคมที่ผมโตมาไม่ได้ปิดกั้นสิ่งเหล่านี้

แล้วอีกอย่าง คือเราทั้งคู่ต่างเป็นผู้ชาย

เรารู้ว่าเราต่างต้องการอะไร

ผมจึงจูบเขาอย่างไม่ลังเล...

ริมฝีปากเขาเราบดเบียดหาความอ่อนนุ่มและอุ่นชื้นซึ่งกันและกัน มันช่างหอมหวานและนุ่มนวลจนผมเผลอครางอย่างพอใจในความนุ่มละมุนของรสจูบครั้งนี้ที่มาพร้อมกับการลูบไล้เบาๆที่แผ่นหลัง ทำให้รู้ว่าถึงจะต้องการแค่ไหน แต่พี่ขุนก็ยังปล่อยให้มันค่อยๆเป็น ค่อยๆไป เหมือนอยากให้เราทำความรู้จักกันที่ละน้อยแม้ว่าส่วนนั้นจะอดกลั้นไว้เต็มที่ก็ตาม ทำให้ผมรู้สึกอยากให้รางวัลในความอ่อนโยนของเขา

พี่ขุนส่งเสียคำรามเซ็กซี่อย่างพอใจเมื่อผมขบเม้มริมฝีปากเขาเบาๆ พลางสอดมือเข้าไปในกลุ่มผมนุ่ม เหนี่ยวดึงมันเล็กน้อยเพื่อระบายอารมณ์ ส่วนอีกมือก็ลากผ่านอกแกร่งลงไปที่กล้ามเนื้อหน้าท้องที่เกร็งตามสัมผัสของผมจนเขาคำรามในคอ

"พอร์ทครับ..."

"ครับ..."

ผมกระซิบตอบถ้อยคำที่วนเวียนอยู่ข้างใบหู

"พี่ขอนะครับ"

"..."

เสียงพี่ขุ่นสั่นพร่าอย่างอดกลั้น ยิ่งทำให้มันฟังดูเซ็กซี่มากซะจนใจผมสั่น ความรู้สึกตื่นตัวไปทั่วร่างจนแทบอดกลั้นไม่อยู่...

"ก็ไม่ได้ห้ามครับ"

.
.
.
CUT
.
.
.

สารภาพเลยว่านี่เป็นการปลดปล่อยที่ดีที่สุดในชีวิตลูกผู้ชายของผม

มันช่างแตกต่างจากการสัมผัสตัวเอง เพราะมันทั้งเร่าร้อน อบอุ่น และอิ่มเอมเมื่อมีคนที่เรารักมาสัมผัสเราอย่างอ่อนโยน

พี่ขุนลูบแก้มผมเบาๆก่อนริมฝีปากเราจะจูบกันอีกครั้ง ปล่อยให้ความรู้สึกร้อนเริ่มผ่อนคลายกลายเป็นความอ่อนหวานและอุ่นใจ เหมือนอาฟเตอร์เทสต์หลังจากดื่มไวน์รสเลิศที่หวานหอมกรุ่นอยู่ที่ปลายลิ้น

"พี่รักพอร์ทนะครับ"

เสียงทุ้มเอ่ยคำหวานที่แทบกร่อนใจผมจนละลายไปทั้งตัว ไม่คิดจะลังเลยเลยที่จะเอ่ยตอบไป

ต่อให้ผมจะฝันเลวร้ายยังไง ผมก็เชื่อ...

ว่าผู้ชายคนนี้และคำรักของเขาจะอยู่เคียงข้างกัน

"ครับ..."

"..."

"รักเหมือนกันครับ"

---------------
ขออณุญาตตัดบางส่วนออกไปค่ะ นิดเดียวจริงๆเนื่องจากกลัวปลิว 555 ขอบคุณหลายคนที่ยังอ่านนะคะ
ส่วนที่ตัดไปไม่เป็นปัญหากับเนื้อเรื่องนะคะ แต่ถ้าอยากฟินก็สามารถไปอ่านตัวเต็มได้ที่ Fictionlog ค่ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 99 ครั้ง

1,184 ความคิดเห็น

  1. #1175 sgmj (@maji13) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 23:42
    ทำไมเนื้อเรื่องไม่เหมือนอีกเว็บอะคะ ขาดๆเกินๆเหมือนคนละเรื่องเลย
    #1175
    1
    • #1175-1 Jysoc (@benjy08) (จากตอนที่ 27)
      9 ตุลาคม 2561 / 23:45
      ถ้าเป็นตอนนี้ในเด็กดีจะตัดบางส่วนป้องกันการปลิวจ้า แต่ทุกอย่างนอกเหนือจากตอนพิเศษที่ตัดทิ้งก็เหมือนกันนะจ้ะ แต่ถ้าต้องการอ่านเต็มต้องรบกวนที่ฟิคชั่นล็อคจ้า
      #1175-1
  2. #1071 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 19:06

    ขอบคุณมาก

    #1071
    0
  3. #726 jsbeast (@jsbeast) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 20 มกราคม 2559 / 00:08
    รอรอรอรอรอออ
    #726
    0
  4. #725 BeMoreFriend (@mystory-gig) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 มกราคม 2559 / 23:44
    ใจร้ายยยยยยยยยยยยยยยย
    #725
    0