[จบ] เขาเรียกผมว่านางแบบ [Passion Uncensored]

ตอนที่ 18 : Chapter 14 - แย่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,779
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 157 ครั้ง
    27 ต.ค. 61


“นายไปไหน ฉันไปด้วย”

“ไม่!”

ให้ตายเถอะ! ตั้งแต่ผมรีบไปรับเขาที่สนามบินกลับมาที่คอนโด จนถึงวันนี้พวกเราสองคนก็เถียงประโยคเดิมๆ แบบนี้มาสิบรอบได้แล้วมั้ง ซึ่ง....มันไม่จบซักที!

“ทำไมจะไปด้วยไม่ได้”

“ฉันไปในฐานะพาตี้ ไม่เข้าใจเหรอ” ปกติเขายอมผมตลอด แต่ครั้งนี้ทำไมดื้อจังวะ!

“แล้วไม่เข้าใจเหรอว่าฉันเป็นห่วง!”

“ห่วงอะไร ฉันแค่ไปทำงาน!”

“งานของนายคือการเขียนนิยาย ไม่ใช่มาเล่นปลอมตัวอยู่ที่นี่!”

“อังเดร!”

ไม่อยากเชื่อว่าเขามาที่นี่เพื่อพูดแบบนี้กับผม

“ฉันว่าเราคุยกันไม่รู้เรื่อง นายพักให้หายเหนื่อยก่อนค่อยมาคุยกัน”

ผมเลือกที่จะเดินหนีไปที่ประตูเพราะไม่อยากให้เขาย้ำเตือนถึงสิ่งที่ผม ‘ควร’ จะกลับไปทำมากกว่านี้ ไม่อยากให้เขาย้ำให้ผมยิ่งรู้สึกว่าการบินมาที่นี่เป็นเรื่องไร้สาระ แต่ประโยคต่อมาของเขาทำให้ผมต้องหยุดฝีเท้าลง

“หรือที่ไม่อยากให้ฉันไปเพราะไอ้ขุนพลนั่น?”

“นายเคยคุยกับเขา?”

ผมหันกลับไปหาอีกฝ่ายอีกครั้ง จะว่าไปตั้งแต่เมื่อวานอังเดรก็ดูไม่แปลกใจที่เจอพี่ขุน ซ้ำยังจ้องหน้ากันอย่างกับไม่พอใจกันมาเป็นชาติ

“มันเป็นใคร ถึงได้เป็นคนเก็บโทรศัพท์นายไว้”

“เขาเป็นช่างภาพของ ChaRme เคยบอกไปแล้วนี่”

“ช่างภาพที่ไหนมันมายุ่งวุ่นวายกับนางแบบขนาดนี้ มายุ่งทั้งๆที่รู้ว่าตัวจริงนายเป็นใคร!”

น้ำเสียงของอังเดรฟังดูดุดันอย่างที่มักไม่ค่อยจะได้ใช้กับผมมากนักนอกจากลูกน้องตัวเอง โดยเฉพาะกับเลขาของเขาที่ชื่อลูอิส ผมเลยออกจะเกร็งๆที่เขาดุใส่ผมขนาดนี้เลยเลือกที่จะตอบเป็นกลางไว้ก่อน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้ดูเย็นลงเลยซักนิด

“เห็นกันชัดๆว่ามันคิดอะไรอยู่”

ผมเผลอนิ่งไปในความเซนส์ดีของเพื่อนผมทอง ขนาดแค่เพิ่งเจอกัน เขายังสัมผัสตรงเผงว่าพี่ขุน...เอ่อ ฮึ่ย! อย่าเพิ่งคิดไปเองพอร์ท พี่มันยังไม่ได้พูดอะไรเลย แกจะเขินล่วงหน้าไปเองไม่ได้

“ผู้ชายด้วยกันมันไม่ได้คิดอะไรกันง่ายขนาดนั้นมั้ยละ”

“ทำไมจะไม่ได้!!”

เสียงของอังเดรเข้มขึ้นอีกระดับจนผมสะดุ้ง พร้อมกับดวงตาสีฟ้าที่มองผมราวกับว่าผมได้พูดสิ่งที่ร้ายกาจออกไป จนผมต้องรีบพูดให้เขาสบายใจแล้วเลิกคิดเรื่องนี้ซักที

“ฉันไม่ได้หมายความว่าผู้ชายรักกันไม่ได้ แต่ฉันกับพี่ขุนเพิ่งรู้จักกัน”


ถึงบางทีจะทำอะไรเกินเลยกว่าคนเพิ่งรู้จักกันไปหลายเลเวลแล้วก็เถอะ บ้าบอ! ทำไมถึงจำได้แต่เรื่องแบบนั้นวะพอร์เทรต!

แต่เพราะมัวแต่คิดฟุ้งซ่าน ผมจึงไม่เห็นสายตาของอังเดรที่เปลี่ยนไปจากการที่มองทุกการกระทำของผม ที่ทำให้อารมณ์ของเขาไม่คงที่

“นายไม่รู้จักเสน่ห์ของตัวเองเหรอพอร์ท จำไม่ได้เหรอว่าเคยเกิดเรื่องอะไรขึ้น!”

ร่างใหญ่ของอังเดรเข้ามาประชิดตัวผมที่ไม่ได้ถอยหนี มือใหญ่คว้าของมือของผมก่อนจะใช้ร่างหนาๆดันผมจนติดกับผนัง ขณะนี้ดวงตาสีฟ้าดูดุดันจนผมชักไม่มั่นใจในอารมณ์ของเขา

“อังเดร!”

“จำไม่ได้เหรอว่าครั้งสุดท้ายที่มีผู้ชายเข้ามาใกล้มันเกิดอะไรขึ้น!”

“นายพูดอะไร!”

ผมว่าเรื่องมันชักจะไปกันใหญ่ ทำไมจู่ๆเขาถึงได้โมโหใส่ผม เป็นครั้งแรกที่ผมหวาดกลัวเขาที่ไม่เคยขึ้นเสียงใส่ผมเลยซักครั้งตั้งแต่เราเป็นเพื่อนกันมา แต่ครั้งนี้เขาดูเหมือนจะควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้แล้วเอาแต่พูดเรื่องอะไรที่ผมไม่เข้าใจ และนี่เป็นครั้งแรกที่เราเหมือนจะทะเลาะกัน โดยที่ผมไม่รู้ว่าเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง บ้าเอ๊ย!

"เรื่องตอนนั้นนายไม่เข็ดใช่มั้ยพอร์ท!"

"เรื่องไร นายทำฉันงงนะอังเดร!"

“จำเรื่องฌอร์นไม่ได้รึไง!"

ห้ะ?

นอกจากไม่รู้แล้วว่าทำไมต้องลงทุนบินมาทะเลาะกัน ยังมาพูดถึงใครก็ไม่รู้อีกเนี่ย แถมยังมาตะฏกนใส่หน้ากันปาวๆอีก โว้ยยยยยย!!!

"ถ้ายังจำได้ก็น่าจะรู้ตัวได้แล้ว!"

“ก็จะให้รู้ตัวเรื่องอะไรวะ!"

"ก็เรื่องไอ้ฌอร์นไง!"

"ก็แล้วไอ้ณอร์นมันเป็นใครละวะ! พ่อบ้านแกรึไง ไอ้อังเดรบ้า!"

สิ้นคำถามของผมความกดดันจากตัวอังเดรก็สลายหายไปทันทีราวกับมันไม่เคยเกิดขึ้น ดวงตาสีฟ้าเลิกขึ้นอย่างมึนงง แรงบีบที่ข้อมือค่อยๆเบาลงพร้อมกับระยะห่างที่เพิ่มขึ้นเหมือนเพิ่งรู้ตัว

แกควรจะรู้ตัวตั้งแต่แรกแล้ว ไอ้เพื่อนบ้า! แขนเจ็บไปหมด ไม่รู้ไปคึกตัวไหนมาถึงได้อารมณ์ขึ้นขนาดนี้จนเกือบนึกว่าจะโดนกระทืบตายแล้ว เวรเอ๊ย!

“นาย...จำไม่ได้เหรอ”

“จำอะไร มีแต่นายที่พูดเรื่องใครก็ไม่รู้ แล้วฉํฯจะรู้กับนายมั้ย?”

“ก็เรื่อง...ฌอร์น”

ตอนนี้หน้าของอังเดรเหมือนเพิ่งโดนหมัดน็อคเข้าหน้าอย่างจัง อะไรเล่า คนที่ต้องงงมันคือฉันนะเว้ย

“ก็ถามอยู่นี่ไงว่าฌอร์นไหน ลูกน้องนายเหรอ?”

“เปล่า..." "..." "

"เขาเป็น...อดีตเพื่อนของเรา”

“ไม่เห็นจะจำได้ว่าเคยมีเพื่อนชื่อฌอร์น”

อังเดรดูอึ้งไป เขาทำท่าจะพูดอะไรออกมาแต่ก็ปิดปากลง นี่เขาทำผมงงจริงๆนะ ไม่ยักกะจำได้ว่ามีเพื่อนชื่อฌอร์น ต่อให้นึกย้อนไปสมัยคอลเลจที่ย้ายไปฝรั่งเศสใหม่ๆก็ไม่เห็นจะมี หรืออาจจะมีแต่จำไม่ได้วะ ตกลงเขาหรือผมกันแน่ที่สับสน แต่ท่าทางคิดไม่ตกของเขานี่แหละคือโอกาสดี

“ฉันรู้ว่านายหวังดีกับฉัน แต่ที่ฉันไม่ให้นายไปด้วยก็เพราะว่างานทุกอย่างกำลังจะเสร็จ” ผมพยายามพูดช้าๆด้วยเสียงอ่อนหวังให้อีกฝ่ายใจเย็นลง และดูเหมือนจะได้ผล

“แต่...”

ดวงตาสีฟ้ามองผมเหมือนลังเล แต่ก็รับถือโอกาสดึงชายเสื้อคนตรงหน้าและช้อนสายตาขึ้นไปหาคนตัวสูงกว่าที่ผมรู้ว่าเขาแพ้ทางนี้เต็มๆ

“นะ...”

“เฮ้อ....” นั่นไง!

“โอเค ยังไงฉันก็ต้องยอมนายอยู่แล้ว”

อังเดรยิ้มละลายใจออกมาอย่างย้อมแพ้ ทำให้ผมยิ้มกว้างตอบและกระโดดกอดคนตัวสูงที่รับผมไว้เหมือนรู้กันก่อนเขาจะโยกร่างผมไปมาเหมือนเอ็นดูอย่างที่ชอบทำ

เห็นมั้ยละ อังเดรนะใจดี เขาไม่เคยขัดใจผมอยู่แล้ว เป็นโคตรเพื่อนรักบนโลกใบนี้ที่ฟ้าประทานมาให้ผมเลยนะจะบอกให้

"กอดกันเสร็จเมื่อไหร่ก็ช่วยไปเก็บกระเป๋าด้วย"

เชี่ย!! ทำไมพี่ขุนมาอยู่ที่นี่!

แล้วทำไมผมต้องรีบผลักอังเดรออกเหมือนกลัวว่าพี่มันจะเห็นด้วยวะ! ติดอยู่แต่มืออังเดรที่ไม่ยอมปล่อย ซ้ำยังรั้งเอวผมเอาไว้แน่น พอกันกับคิ้วของพี่ขุนที่ขมวดแน่นตาม แต่มันก็ไม่เท่าสายตาของพี่มันที่ดู...

"หรือถ้าอยากจะอยู่ด้วยกันต่อก็จะได้แคนเซิลงานไป"

"..."

"จะได้ไม่ต้องฝืนทำสิ่งที่ไม่อยากจะทำ"

"เดี๋ยว!"

ผมผลักอังเดรออกไปแล้วรีบตามแผ่นหลังที่หันให้ผม ไม่รู้ทำไม แต่ผมไม่ชอบแบบนี้เลย แต่ยังไม่ทันถึงตัวพี่ขุน ประตูคอนโดก็เปิดออกตามมาด้วยร่างของพี่เจสซี่ผู้จัดการคนงามที่ยิ้มกว้างเห็นฟันแทบครบทุกซี่ ส่วนพี่ขุนที่คิดว่าจะเดินหนีไปก็ยืนรออยู่ที่ประตู ติดอยู่แค่ไม่ได้เหลียวกลับมามองผมเลยแม้แต่นิด

“ได้ยินข่าวดีจากคุณขุนพลแล้วใช่มั้ยค๊าน้องพอร์ท”

“ครับ?”

“ทางChaRmeต้นสังกัดจากปารีสติดต่อมาว่าถูกใจภาพเซ็ตแรกและประทับใจอย่างมากเลยค่ะ”

“แล้ว?”

“ทางคุณภัทรเลยแจ้งมาว่าต้นสังกัดขอเพิ่มภาพเซ็ตเอ้าท์ดอร์เพื่อเพิ่มลุคคมเข้มรับแสงแดดให้เหมาะกับภาพลักษณ์เครื่องสำอางที่ติดทนนานทุกสภาพแวดล้อม”

“หมายความว่า...” ผมชักจะสังหรณ์ใจแปลก

“เราจะได้ไปถ่ายเพิ่มนอกสถานที่กันค๊า!!”

“หะ!”

“แล้วเราจะเดินทางไปสุราษฎร์ฯกันตอนนี้เลยค๊า! นี่คุณขุนพลอาสามารับไปที่บริษัทเองเลยนะคะ ไหนๆก็รู้เรื่องกันหมดเนอะ คนกันเอ๊งงง"

“อะไรนะ!!”

สุราษฎร์ฯ!

ตอนนี้!

จะบ้าเหรออออออออออ

น้ำทะเลกับนมปลอม....

คิดว่ามันจะไปรอดเหรอครับ!!!!!!

แต่รอดไม่รอดผมก็ถูฏจับแปลงโฉมให้กลายเป็นพาตี้ และเสียเวลาทุ่มเถียงกับอังเดรนิดหน่อยจนเขายอมที่จะรออยู่ที่นี่ เพราะไม่อย่างนั้น พี่เจสจะอาสาว่าจะดูแลเขาแบบถึงเนื้อถึงตัวแทน ซึ่งเขาก็ยินยอมเลือกอยู่ที่นี่แต่โดยดี ตัดปัญญหาไปได้อีกหนึ่ง แต่ก็ยังเหลือปัญหาอีกหนึ่งที่เอาแต่เงียบ

Rrrrrr

ผมตั้งใจจะเอ่ยปากกันพี่ขุนที่เอาแต่ทำหน้านิ่งตอนช่วยผมกับพี่เจสซี่ขนของขึ้นรถของเราเพื่อไปหารถของทีมงานที่บริษัท แต่ก็ต้องเลือกรับสายก่อนเมื่อเห็นว่าสายเรียกเข้ามาจากคนที่คิดถึงกันอยู่ที่ฟากหนึ่งของโลก

“ว่าไงครับคุณนายคนสวย”

ผมกรอกเสียงหาปลายสายด้วยภาษาฝรั่งเศสอย่างคิดถึง นึกถึงใบหน้าสวยของคุณนายที่ผมไม่เห็นหน้ามาจะแรมเดือน พลางสลับมองคนกำลังเข้าประจำที่นั่งคนขับที่ไม่ยอมหันกลับมามองผมที่เข้าไปนั่งเบาะหลังซักนิด เลยต้องดึงสติกลับมาคุยกับปลายสาย

ทำไมจู่ๆใจเสียอย่างนี้วะพอร์ท....

((ทุกอย่างเรียบร้อยมั้ยคุณนางแบบ))

“ก็...ไม่มีปัญหาอะไรครับ” แค่มีคนรู้ความลับแล้วเท่านั้นแถมคนที่ว่ายังมีแววจะโกรธเคืองกันด้วย เหอๆๆ

((แล้วจะได้กลับเมื่อไหร่ละ พี่เขารอลุ้นผลงานอยู่จนแทบจะตกรถเข็นแล้ว))

“ก็ไม่น่าจะนานนะฮะ”

((แล้ว...))

จู่ๆคุณนายเชลีนผู้มั่นใจก็เงียบไปจนผมแปลกใจ

“มีไรเหรอฮะ”

((ลูกได้เจอ...เขา...บ้างรึเปล่า))

“นั่นแน่....จะถามถึงผู้ชายคนนั้นใช่มั้ยละสุดสวย อิอิ”

((จะบ้าเหรอ! ใครจะไปสนไอ้หมาบ้านั่นกัน!)) 

ผมหัวเราะขัน พลางจินตนาการถึงใบหน้าสาวลูกครึ่งยุโรปที่กำลังแดงระเรื่อเพราะความอาย

“ก็เจอกันบ้างฮะ ผมไปค้างที่บ้านมาด้วย”

((คงอยู่กับสาวคนใหม่ละสิ))

ผมถอนหายใจเมื่อได้ยินเสียงประชดประชันปนเจ็บแค้นของคุณนาย ที่ผมก็ยังจับได้ถึงความคิดถึงอันเลือนรางที่ซ่อนอยู่ในนั้น

“ทุกอย่างที่บ้านยังเหมือนเดิมครับแม่ ต้นไม้...ม้านั่ง...ห้องนอนของผม...และ”

((....))

"ของทุกอย่างแม่”

((....))

"ห้องครัว...อุปกรณ์....เตาอบ....ผ้ากันเปื้อน”

((....))

“พ่อยังรอแม่อยู่นะฮะ”

ไม่มีเสียงตอบจากปลายสายยาวนานโดยที่สัญญาณยังคงอยู่ดี ใจของผมเต้นแรงอย่างมีความหวัง ว่าครอบครัวของเราอาจจะ...

((ถ้าผู้ชายคนนั้นยัง....มันก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนหรอกลูก))

“....”

คราวนี้เป็นฝ่ายผมที่ต้องเงียบบ้างเมื่อสัมผัสได้ถึงอาการสั่นเทาในน้ำเสียงนั้น ซึ่งผมไม่รู้ว่าอดีตระหว่างพ่อกับแม่เคยเกิดอะไรขึ้น เพราะตอนนั้นผมยังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจปัญหาของผู้ใหญ่ แต่ตอนนี้เมื่อผมโตแล้วก็ไม่เคยได้รู้อะไร เพราะอย่างที่เห็น คุณนายเชลีนเป็นสาวแกร่งเกินกว่าจะคิดย้อนอดีตให้ใครฟัง และพ่อก็ร่าเริงเกินกว่าจะมานั่งพูดเรื่องพวกนี้ ผมจึงได้แค่เงียบ

((พอร์ทไม่มีความสุขที่อยู่กับแม่เหรอ))

เสียงของปลายสายทำให้ผมสัมผัสได้ถึงความบอบบางที่อยู่ภายใต้เปลือกของคุณนายเชลีน ทั้งความกังวล และความเหงาที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าเฉี่ยวแสนมั่นใจ จนผมต้องรีบตอบออกไป

“ผมอยากให้แม่มีความสุข ถ้าแม่สบายใจที่จะทำอะไร ผมก็สบายใจที่จะทำด้วย”

คุณนายเงียบไปอีกครั้ง ผมว่าคงต้องเปลี่ยนเรื่องจะดีกว่า

“เอ่อ...แม่รู้จักฌอร์นรึเปล่า?”

((ลูกว่าอะไรนะ))

ปลายสายถามสวนทันทีด้วยน้ำเสียงเข้มขึ้นตกผมแอบสะดุ้งน้อยๆราวกับคุณนายมายืนเหวี่ยงอยู่ตรงหน้าจริงๆ

ไอ้ชื่อนี่มันยังไง อาถรรพ์รึเปล่าเนี่ยถึงได้มีแต่คนอารมณ์เสียตลอดเวลาได้ยิน

“ผมจะถามว่าแม่พอจะรู้จักมั้ย เขาอาจจะเป็นเพื่อนสมัยประถมที่ผมลืมไปแล้วอะไรทำนองนั้น”

((แล้วลูกนึกยังไงถึงถามขึ้นมา))

“อังเดรเขาพูดขึ้นมานะครับ เขาอยู่กับผมที่นี่นะ"

ปลายสายเงียบไปอีกครั้ง ตกลงว่าไอ้ชื่อนี้มันเป็นชื่อคนสำคัญระดับโลกรึเปล่าเนี่ย ทำไมต้องทำให้คนรอบข้างผมออกอาการแปลกๆด้วยวะ

((ถ้าลูกจำไม่ได้ ก็แสดงว่าลูกไม่รู้จักใช่มั้ยละ))

“แต่ว่า...”

((พอร์ท))

“ครับ...”

((คิดถึงในสิ่งที่เราสบายใจ อยู่แค่กับคนที่เราสบายใจก็พอแล้วไม่ใช่เหรอลูก))

จู่ๆผมก็นึกถึงแต่คนตรงหน้าที่เป็นเจ้าของรถ ที่เขาคงสัมผัสได้ว่าผมมองอยู่ จึงได้เผลอสบสายตาผ่านกระจกมองหลังก่อนจะรีบเมินไปทางอื่นอย่างจงใจ จนผมรู้สึกแย่แบบแปลกๆ เป็นความรู้สึกแย่ในมุมที่ผมไม่เคยเป็นกับใคร

((ถ้าพอร์ทอยู่กับใครแล้วรู้สึกดี พอร์ทก็อย่าสนคนอื่นเลยนะ))

แล้วถ้าคนที่ทำให้ผมรู้สึกดี เขาไม่หันมามองผมแล้วละแม่

ผมจะทำยังไง?



SP : พี่ขุนคนอ่อนไหวใจโคตรบาง

พุทโธ...มีสระโอ แต่...กูไม่โอเว้ย!!

กะหน้าบานขึ้นมาจะบอกข่าวดี พาน้องไปทัวร์ออกทริปที่ทะเล แต่ไหงต้องมาเจอน้องคลุกวงในอยู่กับไอ้อังเดรวะ แม่ง!

ตอนแรกก็โอ แค่ไม่โอตั้งแต่ฟังภาษาฝรั่งเศสที่ฝอยรู้เรื่องกันอยู่สองคน แต่คนแอบฟังอย่างกูนี่ไม่รู้เรื่องห่าอะไรเลยครับพี่ขุน! ขนาดเปิดแอพมือถือที่ว่ากันว่าพูดปุ๊ปแปลปั๊บมันก็ยังแปลไม่ทันเลย เพราะพูดกันไฟแล็บ

ไอ้ชิบหาย คอร์สเรียนฝรั่งเศสราคาเท่าไหร่ มีแบบเรียนเมื่อกี้ ฟังออกตอนนี้มั้ย โว้ยยยย!

แต่แปลไม่ออกก็ช่างแม่งแล้ว เพราะแม่งประชิดตัวกันแล้ว! ไอ้ชิบหาย เพื่อนกันต้องชิดกันเบอร์นั้นเหรอวะ!

แต่ก็ไม่กล้าออกไปขวางตอนนี้เพราะบรรยากาศโคตรมาคุ เหมือนจะเถียงกัน

เอาเลย เถียงกันเลย ทะเลาะกันเลย เลิกคบกันไปเลย!

แต่ก็ได้อค่เชียร์ในซอกประตูอย่างอนาถเพราะนอกจากเลิกทะเลาะกันแล้ว น้องมันยังไปดึงชายเสื้อไอ้ฝรั่งนั้นทำท่าออดอ้อนอีก เวรเอ๊ย! ขนาดเต๊าะไปตั้้งเยอะมึงยังไม่เคยเจอเซอร์วิสนี้เลยนะเว้ย! ดูสายตากับน้ำเสียงน้องมันดิ! ฟินมั้ยมึง ไอ้ฝรั่ง!

แล้ว... เชี่ย!! ไปกระโดดกอดเขาทำมั้ยยยยยย!!

แถมพอขนของลงที่รถมายังรับสายโทรศัพท์จะจ๊า (ที่ฟังไม่ออกอีก)

ไม่ไหวแล้วโว้ย!!

ตึง! บอกได้เลยว่ากูจะตึง! ต้องดึงหน้าให้ถึงที่สุด เข้มให้สุด เมินให้สุด!

บอกเลยว่างานนี้น้องมันต้องง้อ ไม้ง้อ ไอ้ขุนจะไม่พูด!

ที่ไม่พูดไม่ใช่เพราะงอนนะ...

แต่ใจพี่ขุนมันอ่อน พูดไม่ไหว ใจมันไม่มีแรง

น้องไปกอดคนอื่น

ฮรื่อออออออออออออออออออ

--------------------------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 157 ครั้ง

1,184 ความคิดเห็น

  1. #1182 ซาตาน ปีกขาว (@aum1992) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 22:09
    ตลกความอ่อนของพี่ขุนอ่ะ555
    #1182
    0
  2. #1029 Noey_y (@Noey_y) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 22:06
    โถ่!! พี่ขุนของน้องงงงงงงงงง
    #1029
    0
  3. #265 ilove_got7 (@ilove_got7) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2558 / 20:52
    จะใก้ใส่ชุดว่ายน้ำได้ไง พี่ขุน เอ่อ นายขุนพลเค้าหวงของเค้า อิอิ รออยู่นะค่ะจุ๊บๆ
    #265
    0
  4. #264 คนริมคลอง (@chak5413) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2558 / 20:22
    เกือบไปแล้วไม๊หล่ะ พอร์ท หุหุ
    #264
    0