[จบ] เขาเรียกผมว่านางแบบ [Passion Uncensored]

ตอนที่ 11 : Chapter 10 : ดึงนิด สะบัดหน่อย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,441
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 220 ครั้ง
    28 ต.ค. 61

"งั้น...เดี๋ยวพี่ถอดให้เอง"

ผมอ้าปากค้างขณะที่อีกฝ่ายมีสีหน้าจริงจัง แต่ดวงตากลับส่งประกายวิววับแปลกๆ

มันไม่น่าไว้วางใจก็ตรงนี้แหละ!

"เอ่อ...ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมให้พ่อช่วยดีกว่า"

ผมรีบบอกปัด เพราะไม่ไว้ใจไอ้สายตาวิววับนั่น แล้วก็ไม่กล้าที่จะให้คนอื่นมานั่งแงะนมปลอมออกจากตัวเองด้วย

มันโคตรน่าอายและอุบาทมาก เข้าใจป่ะ!

"พี่เชนคุยธุระอยู่ ดูท่าจะอีกนาน"

"รอก็ได้มั้ง"

"แล้วจะอยู่ในสภาพนี้?"


อีกฝ่ายพยักเพยิกไปทางตำแหน่งนมปลอมส่งสายตาเป็นเชิงถามว่าผมจะทนอยู่ในสภาพอุบาทๆแบบนี้ต่อไปงั้นเหรอ พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากประจำตัวที่ส่งความหมายล้อเลียนมาชัดเจน

"เดี๋ยวถอดให้จะได้ไปอาบน้ำพักผ่อน นอนดึกมาก เดี๋ยวผิวหน้าเสียจะกระทบกับงาน ไม่รู้เหรอ?"

ก็มันน่าอายนี่หว่า! จู่ๆผู้ชายสองคนจะมานั่งแงะนมปลอมด้วยกันเนี่ยนะ!

"โอเค งั้นพี่ไป"

"เออๆๆๆ เอามันออกให้หน่อย!"

โธ่เว้ย!! ถ้ามันไม่ติดแน่นขนาดนี้ ผมไม่ง้อไอ้โรคจิตนี้ให้เสียหน้าหรอก

"เอ่อ...ผมเปิดน้ำในห้องน้ำทิ้งไว้...ช่วยทีดิ"

ผมพยักหน้าไปทางห้องน้ำที่ยังคงมีเสียงน้ำไหลที่เปิดค้างอยู่ แน่นอนว่าหมอนั่นรู้ว่าสภาพดักแด้โผล่หัวของผมคงขยับไปไหนไม่ได้ จึงยอมเดินไปปิดน้ำให้

ชิ...ถ้าไม่จำเป็น จ้างให้ นายก็ไม่มีโอกาสได้ยินคำขอร้องของผมหรอก

เสียงน้ำเงียบลงก่อนร่างสูงจะเดินออกมสพร้อมกับอ่างน้ำเล็กๆ กับผ้าขนหนูติดมือมาด้วย

"เอามาทำไม?"

"เออน่า"

ผมเบ้หน้าเล็กน้อยเป็นเชิงหมั่นใส้ ก่อนจะกระดึ๊บๆ และทิ้งตัวปุ๊ลงบนขอบเตียง อีกฝ่ายก็ตามมานั่งลงข้างๆ จนผมเผลอตัวขยับออกห่างโดยอัตโนมัติ

"อยู่นิ่งๆ"

เสียงทุ้มพูดห้วนๆจนผมเกร็งตัวนิ่งไม่กระดุกกระดิก แต่คิ้วก็ยังขมวดมุ่น

"ตกลงเอาน้ำมาทำไม"

"มันน่าจะช่วยได้"

"จริงดิ?"

"ลองดูก็รู้ เอาผ้าห่มออกไปสิ แบบนี้จะทำได้ยังไง"

ทำบ้าอะไร ไอ้นี่ก็พูดล่อแหลม!

แต่ไม่รู้เป็นเพราะผมชักช้าไม่ทันใจรึไง นายช่างภาพจึงคว้าหมับเข้าที่ปลายผ้าห่มที่พันตัวผมและกระชากออกแรงๆ โดยไม่ทันได้ตั้งตัวเตรียมใจรับสายตาคนอื่นมาก่อน

"เฮ้ยๆ เบาๆ!" ผมร้องดังและตะครุบผ้าไว้ก่อนที่จะจะหลุดไปถึงท่อนล่าง

"หึ..."

"หยุดขำเลยนะ!" ผมชกเข้าให้ที่อกกว้างของอีกฝ่ายอย่างอับอาย

หมดกันศักดิ์ศรีความเป็นลูกผู้ชายของผม มันสลายไปหมดไม่เหลือเพราะต้องมานั่งอวดนมปลอมอล่างฉ่างให้ชาวบ้านเห็น แถมยังเป็นไอ้โรคจิตที่เคยตะปบนมผมมาแล้วด้วย เวรจริงๆ!

เมื่อไหร่ไอ้ภารกิจของผมจะจบซักที เพราะถ้าไม่รีบจบ ชีวิตของลูกผู้ชายอย่างผมนี่แหละที่จะจบก่อน!

โฮฮฮฮฮฮฮฮ
***

"โคตรเหมือน มาเป็นเต้าเลย แถมมีหัว--"

"หยุดพูดนะ!"

ผมกลั้นหัวเราะอย่างสุดกำลังเพื่อให้ให้กระต่ายน้อยตรงหน้างอนและอายไปมากกว่านี้ก่อนจะหยิบผ้าชุบน้ำอุ่นบิดหมาดและขยับตัวเข้าไปใกล้อีกหน่อย

"อยู่นิ่งๆ"

จากความขำ ผมพยายามข่มให้ตัวเองจริงจัง โดยพยายามอย่างที่สุดที่จะไม่ให้เสียงสั่น เมื่อรู้ตัวว่าคนตรงหน้าไม่มีอะไรปกปิดร่างกายเลยนอกจากผ้าห่มผืนเดียวที่พันท่อนล่างอยู่อย่างหมิ่นเหม่

จับแขนเล็กให้แยกออกจากลำตัวที่พยายามกอดอกไว้อย่างอายๆ เพื่อจะใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดตรงรอยกาวที่เชื่อมหน้าอกปลอมเข้ากับผิวขาวเรียบเนียน

ทันทีที่มือของผมแตะกับผิวนุ่ม ผมก็เพิ่งจะรู้ตัวว่าคนตรงหน้าไม่ใช่แค่หน้าตาเหมือนฝาแฝดของตัวเองอย่างเดียว

แต่...เหมือนไปทั้งตัว!!

รูปร่างเพรียวบางที่เคยสงสัยถึงสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใน ตอนนี้ยิ่งเปิดเผยชัดเจนเข้าไปอีกว่าภายใต้เสื้อผ้านั่นเขาตัวเล็กแค่ไหน ผิวบอบบางสีน้ำนมละเอียดราวกับได้รับการบำรุงอย่างดี เนื้อที่ผมสัมผัสเบาๆก็รับรู้ได้ถึงความอ่อนนุ่มเรียบเนียน และกลิ่นหอมจางๆที่หาแหล่งที่มาไม่ได้

ไหนจะผมยาวๆที่ถูกมวยขึ้นไปด้วยตะเกียบ อวดลำคอขาวผ่อง ที่ตอนนี้ผมสีน้ำตาลเข้มยุ่งเหยิงทำให้ปอยผมลงมาปกหน้าราวกับจงใจให้มันดูเซ็กซี่ขึ้นไปอีก

พูดได้เลยว่า โคตรรรรร....

ใจเย็นๆ ไว้ไอ้ขุน น้องเขาเป็นผู้ชาย และเป็นลูกชายของรุ่นพี่ที่แกเคารพนะ!

แต่...

เขาน่ารักจริงๆ ให้ตายเถอะ!

ผมค่อยลูบผ้าชุบน้ำไปบนผิวนุ่ม ขณะที่อีกมือหนึ่งก็ไล้ตามขอบรอยต่อเผื่อสัมผัสดูว่ากาวเริ่มอ่อนตัวลงพอที่จะดึงออกรึยัง แม้ว่าความจริงไอ้เจ้าหน้าอกปลอมนี่จะดูน่าขันมาก แต่ผมกับตลกไม่ออกเมื่อต้องมานั่งหายใจแผ่วเบาช้าๆ และควบคุมมือตัวเองไม่ให้สั่น เพราะกลัวอีกฝ่ายรู้สึกว่าอุณหภูมิในร่างกายของผมมันเริ่มไม่คงที่

ตึกตัก

มือผมหยุดชะงักชั่วครู่เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงเต้นในออกของคนตรงหน้า รับรู้ได้ว่ากระต่ายน้อยคงกำลังตื่นเต้น แต่คงเป็นคนละความหมายกับผม ให้เดา อาจจะกำลังด่าผมในใจอยู่แน่ๆ

"ออกรึยัง"

เสียงนุ่มกระซิบแผ่วเบา ผมไม่ตอบแต่ค่อยๆสกิดรอยกาวให้แยกออกมาเรื่อยๆ ขณะที่อีกมือก็ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นซับผิวยาวตามไปด้วยเพื่อให้มันลอกออกง่ายขึ้นโดยไม่ระคายเคืองผิว

ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบอีก ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาของเราที่ต่างคนต่างพยายามผ่อนมันให้ช้าที่สุดเพราะกลัวจะส่งถึงอีกฝ่ายด้วยห่างกันเพียงคืบ

"ทำไมถึงไม่บอกความจริงกับคนอื่นว่าผมเป็นผู้ชาย"

ผมชะงักมืออีกครั้งเมื่อได้ยินคำถามตรงๆ เหลือบมองใบหน้าที่ยังคงมีเครื่องสำอางปกปิดอยู่ ซึ่งดวงตากลมโตที่ประดับด้วยมาสคาร่าที่ใช้โฆษณาจ้องมาที่ผมอย่างรอคำตอบ

ถ้าบอกความจริง...

พี่คงไม่ได้มานั่งอยู่กับนายตรงนี้...

"พี่คิดว่านายคงมีความจำเป็นบางอย่าง"

ผมเลือกที่จะตอบไม่ตรงกับที่ใจคิด แต่ก็ไม่ได้โกหกออกไป

"แล้วตกลงมันเกิดอะไรขึ้น"

อกบางที่มีสิ่งแปลกปลอมติดอยู่ขยับขึ้นเมื่อน้องเขาสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ ใบหน้าหวานฉายแววครุ่นคิดเหมือกำลังตัดสินใจบางอย่าง

"พาตี้อยากเป็นสาว ChaRme มาก ผมไม่เคยเห็นยัยพี่สาวดีใจขนาดนี้มาก่อน" พอร์ทเทรตเล่าออกมาเบาๆ ใบหน้าหวานยิ่งละมุนขึ้นเมื่อเอ่ยถึงพี่สาวฝาแฝด

"นายคงรักพี่สาวมากถึงยอมทำแบบนี้"

สิ้นคำถามของตัวเอง ผมก็แทบหยุดหายใจ เมื่อเห็นประกายอ่อนหวานในดวงตากลมโตตรงหน้าที่ทอดมองไปอย่างไร้จุดหมาย เดาว่าคงกำลังคิดถึงสาวน้อยที่อยู่ในหัวข้อสนทนา และเป็นสาวน้อยที่ให้โอกาสผมได้มาเจอเจ้ากระต่ายน้อยตรงหน้า และมีโอกาสได้มาเห็นภาพนี้อย่างใกล้ชิด

ดวงตาสีน้ำตาลทอดแววอ่อนหวานเต็มเปี่ยมด้วยความรู้สึก ยิ่งขับให้มันทรงเสน่ห์ยิ่งกว่าเดิม เพียงแค่มองก็เห็นได้ถึงความรักที่เต็มเปี่ยมในดวงตาคู่นั้น จนแทบอยากให้เป็นตัวเองที่อยู่ตรงปลายสายตาคู่นั้น

เชร็ด! มึงละเมออะไรวะไอ้ขุน!

สวสัยผมคงกำลังเป็นบ้าเพราะความหลงแน่ๆ

"คุณเคยได้ยินรึเปล่า ว่าฝาแฝดมีดวงวิญญาณเดียวกัน เราเป็นยิ่งกว่าพี่น้อง เราเป็นครึ่งหนึ่งของชีวิตของอีกคน เรื่องแค่นี้ผมทำให้เธอได้สบายมาก"

แล้วพี่จะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตนายด้วยได้รึเปล่า?

ให้ตาย...ผมเริ่มออกอาการเพ้อเจออีกแล้ว แล้วก็เวรเถอะ ผมรู้ด้วยว่าตัวเองเป็นแบบนั้นจริงๆ

ไม่เป็นไร ผมไม่รีบ เพราะผมก็อยากจะเก็บใบหน้าหวานๆที่เป็นธรรมชาตินี้ไว้กับผมนานๆ ไม่อยากให้มันเปลี่ยนเป็นอื่น เพราะผมรู้ว่าเราต่างคนต่างเป็นผู้ชายกันทั้งคู่ คงต้องใช้เวลาทำความรู้จักกันอีกมาก

แม้ว่าผมจะ....กระต่ายน้อยตรงหน้าไปแล้วก็ตาม

ผมคงบ้าไปแล้วจริงๆ...


"ตกลงคุณจะไม่บอกเรื่องนี้กับใครใช่มั้ย"

ผมดึงสติกลับมาอีกครั้งเมื่อน้ำเสียงอ่อนหวานที่พูดถึงพี่สาวเมื่อครู่กลับมาแสดงความหวาดระแวงไม่ไว้ใจอีกครั้ง

"ทำไม"

"พูดสิว่าจะไม่บอกใคร"

ผมยกยิ้มยียวนเมื่ออีกฝ่ายพูดจาขู่ฟ่อๆเหมือนออกคำสั่งมากกว่าขอร้อง

"ก็...ไม่รู้สิ"

ผมยักคิ้วให้กระต่ายน้อยที่ดวงตาเริ่มพองขึ้น ใบหน้าหวานออกอาการฮึดฮัดขัดใจ ก่อนจู่ๆจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนผมเป็นฝ่ายตกใจเสียงเอง

"พูดมาว่าจะไม่บอกใคร...พูด!"

เฮ้ยๆๆ จู่ๆเอาหน้ายื่นเข้ามาแบบนี้มันไม่ดีนะ

"พูดออกมาว่าคุณจะไม่บอกความลับนี้กับใคร"

ถอยออกไปก๊อนนนนน

ตึกตัก!

หัวใจผมกระตุกแรงจนแทบหยุดหายใจเมื่อใบหน้านั้นยื่นเข้ามาออกคำสั่งใกล้จนเห็นเครื่องหน้าชัดเจนและสัมผัสได้ถึงลมหายใจ

ตึกตัก!

ตายๆๆ ถ้าหัวใจแกเต้นแรงกว่านี้แกตายแน่ไอ้ขุน เจ้ากระต่ายน้อยจะรู้ตัวบ้างรึเปล่าว่ากำลังทำร้ายผมขนาดไหน!!

ผมทนไม่ไหวแล้วนะ!!

"พูดสิ โอ้ย!!"

ร่างบางสะดุ้งเฮือกร้องลั่นก่อนจะฟุบหน้าลงกับเตียงเพื่อซ่อนสีแดงจัดที่เห่อขึ้นบนผิวแก้มขาวบาง ส่วนผมรีบหันหน้าหนีไปทางอื่นเมื่อผ้าห่มที่พันช่วงล่างของน้องเลื่อนต่ำลงไปอีกจนเกือบจะเห็นผิวบั้นท้ายรำไรขณะที่เจ้าตัวพ่นคำสบถออกมาเป็นภาษาฝรั่งเศสอย่างลืมตัว ไม่ได้สนใจว่าหัวใจของผมจะเต้นแรงจนเกือบจะวายซะแล้ว

อย่างนี้มันต้องแกล้งซะให้เข็ด

"เจ็บมากป่ะ?"

ผมถามยียวนพลางแกว่งของที่อยู่ในมือไปมาเพื่อล้อเลียนอีกฝ่ายเพราะผมกระชากมันออกมาเต็มแรงซะจนน้องลั่น

"ดึงออกไปได้ยังไง มันเจ็บนะโว้ย!!!"

เสียงนุ่มสั่นน้อยๆ น้ำตาคลอหน่วยเพราะความเจ็บแสบ สงสัยผมจะดึงแรงไปแฮะ แต่ก็ช่วยไม่ได้ ใครอยากให้เป็นคนไม่ระวังตัวละ

"ถ้าอยากให้ช่วย มันก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนกันหน่อย"

ร่างเล็กตวัดตามองผมขวางๆ และยังคงมุดตัวเข้ากับเตียงเพราะความแสบผิว

เอาจริง ที่ผมดึงออกมันออกยังเหลือกาวติดอยู่นิดเดียวเท่านั้นละครับ ขืนดึงออกแรงๆทั้งที่กาวยังติดแน่น ผิวเนียนได้ลอกเป็นทางกันพอดี

"ว่าไง...."

ผมโน้มตัวลงไปคร่อมอีกฝ่ายไว้เพื่อกันกระต่ายดิ้นหนี และเน้นย้ำคำถามอีกครั้ง

แก้มแดงพองขึ้นเล็กน้อยอย่างขัดใจ ดวงตากลมตวัดมองราวกับอยากจะกระโดดถีบผมออกไปไกล แต่ก็ไม่กล้า เพราะรู้ว่ายังไงผมก็เป็นต่อ เลยได้แต่หายใจฮึดฮัด

"ข้อแม้อะไร!" ผมลอบยิ้มสมใจก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปชิด และกระซิบเงื่อนไขเบาๆ

"เรียกว่าพี่ขุนสิ"

นั่น! ตาโตขึ้นอีกแล้ว มันน่าจับมาฟัดแรงๆจริงๆให้ตายเถอะ!

"เรียกว่าพี่ขุน แล้วเรื่องนี้จะเป็นความลับต่อไปจนงานจบ"

"แค่เนี้ย?"

"อื้อ..." ผมตอบรับสั้นๆ และยิ้มให้อีกฝ่ายที่ทำหน้าเหวอ

"แน่นะ"

"อื้อ"

"สัญญา"

"ด้วยเกียรติ"

"สาบาน!"

"ด้วยชีวิตเลย"

สิ้นคำ ตาโตที่มองอย่างขวางๆก็อ่อนแสงลง ก่อนจะพยักหน้ายอมรับข้อตกลงง่ายๆยิ่งกว่ามีคนเอากล้วยมาป้อนถึงปาก

อะไรนะ? คุณว่าผมโง่ที่เรียกร้องแค่นี้เหรอ?

หึหึหึ

"ไหนลองเรียกสิ" ผมเรียกร้องพลางแหล้งเอียงหูเข้าไปฟังใกลๆทำให้ริมฝีปากอิ่มเม้มเบาๆอย่างขัดใจก่อนจะเอ่ยเสียงกระซิบ

"พะ....พี่ขุน"

ผมยิ้มกว้าง เมื่อกระต่ายน้อยกระซิบเรียกชื่อผมแผ่วเบาพร้อมใบหน้าแดงระเรื่อเพราความอับอาย

เห็นมั้ย...แค่นี้ก็คุ้มจะตายแล้ว

"ไหนลองพูดสิว่า..."

ผมกระซิบเงื่อนไขต่อไปเบาๆให้ได้ยินกันสองคนจนสีแดงบนแก้มเนียนเข้มขึ้นอีกพร้อมสายตาที่ขวางขึ้นกว่าเดิม ก่อนริมฝีปากอิ่มจะเอ่ยมันออกมาจนผมยิ้มกว้างจนเจ็บแก้ม

"พอร์ทเป็นน้องพี่ขุน!!"

อื้อหือ...

แค่นี้ก็โคตรฟินแล้วครับ

ตอนนี้ กับสถานะตอนนี้ แค่นี้...ก็คุ้มแล้วละ

หรือไม่จริง?

----------
Facebook :  Jysoc 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 220 ครั้ง

1,184 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 15:04

    ตายอย่างสงบ ศพสีชมพูค่าา พี่ขุน

    #1124
    0
  2. #1009 คยองซู_lovelove (@aimmydek-d) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 16:07
    พี่น้องก่อนค่อยพัฒนาทีหลังไรงี้ช้ะ55555
    #1009
    0
  3. #103 วัวพันปี (@witch-singsong) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2558 / 00:41
    เอาวะ ยั่วแบบไม่รู้ตัวแล้วเว้ย
    #103
    0
  4. #102 ลีลีข้าวสาร- (@ponnapa123-) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2558 / 00:36
    อายแทนมากเลยลูกกก อ๊ายยยยยยๆๆๆ??? ไรเตอร์มาต่อเร็วๆนะคะนิยายสนุกมากๆค่ะ
    #102
    0