(os/sf) Sometime : StrayKids #บางเวลาสตค

ตอนที่ 1 : (os) อย่านอนดึก : Hyunjin & Seungmin

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 296
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    17 ก.ค. 62



อย่านอนดึก

Hyunjin & Seungmin

 


 

 

 

 

 

เวลาเกือบสองทุ่มของทุกวันเป็นเวลาเลิกงานตามปกติของเด็กหนุ่มนักศึกษาร่างสูงโปร่ง ขายาวเดินเอื่อยไปตามท้องถนนอย่างไม่เร่งรีบ ในมือถือถุงพลาสติกบรรจุข้าวกล่องและขนมขบเคี้ยวที่เพิ่งแวะซื้อจากมินิมาร์ทใกล้กับร้านหนังสือที่เขาทำงานพาร์ทไทม์ระหว่างปิดเทอม 'ฮวัง ฮยอนจิน' หยุดยืนอยู่หน้าตึกขนาดกลางซึ่งก็คือแมนชั่นที่เขาพักอาศัยอยู่นั่นเอง เด็กหนุ่มตัดสินใจนั่งลงบนม้านั่งหยิบข้าวกล่องออกมาทานพลางมองรถยนต์สัญจรผ่านไปมา

 

รีบขึ้นห้องไปก็ไม่มีอะไรให้ทำอยู่ดี เขาคิดในใจขณะเปิดกระป๋องน้ำอัดลมและดื่มมันจนหมดรวดเดียว ความหวานซาบซ่าช่วยให้คนที่ต้องนั่งเฝ้าร้านหนังสือทั้งวันตื่นตัวขึ้นมาบ้างเล็กน้อย ฮยอนจินถอนหายใจเมื่อเริ่มคิดถึงชีวิตแสนน่าเบื่อของตนเอง ตื่นเช้าไปทำงาน แวะมินิมาร์ท แล้วก็กลับห้องมานอน ชีวิตของเขาวนเวียนอยู่แค่สามสถานที่ไม่ได้ออกไปเที่ยวเล่นที่ไหนแบบนี้มาเป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือน แม้จะรู้สึกต่อต้านในใจอยากมีเวลาว่างเยอะๆอย่างคนอื่นเขาบ้างแต่พอถึงวันหยุดทีไรเขาก็เอาแต่นอนขลุกอยู่ในห้องทั้งวันไม่ยอมออกไปไหนอยู่ดี

 

ก็มันไม่มีที่ที่อยากไปนี่นา เพื่อนก็น้อยนิด แฟนยิ่งไม่มีมานานเป็นปีแล้วด้วย ฮยอนจินในวัยยี่สิบต้นๆจึงกลายเป็นคนเหงาเต็มรูปแบบอย่างที่เห็นนี่แหละ

 

ร่างสูงลุกขึ้นบิดขี้เกียจ นำขยะไปทิ้งลงถังให้เรียบร้อยก่อนจะเดินตรงขึ้นลิฟต์มุ่งหน้าไปยังห้องพักของตนเอง ทางเดินเงียบสนิทเหมือนทุกวันเป็นเหตุให้จมูกโด่งพรูลมหายใจออกมาอีกรอบ แมนชั่นที่เขาอาศัยอยู่แต่ละชั้นมีเพียงหกห้องและชั้นนี้ก็มีเจ้าของแค่เขากับห้องฝั่งตรงข้ามซึ่งฮยอนจินไม่เคยเห็นว่าใครเป็นเจ้าของ มีหลายครั้งที่เขาแอบมานั่งรอเพราะอยากทำความรู้จักกับเพื่อนบ้านแต่ก็ยังไม่เคยได้เห็นแม้แต่เงาใครเลยสักคน สงสัยจะเช่าห้องไว้เก็บเสื้อผ้าล่ะมั้ง

 

ดวงตาเรียวมองห้องที่อยู่ข้างกันกับห้องของเขา รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่เหมือนจะได้ยินเสียงทีวีดังเล็ดลอดออกมาจากด้านใน ราวกับหูของเขาถูกประตูดึงดูดฮยอนจินพยายามเงี่ยหูฟังสุดชีวิต ริมฝีปากอิ่มยกยิ้มบางเบาเมื่อเขาแน่ใจว่ากำลังจะได้เพื่อนบ้านคนใหม่แล้วจริงๆ

 

ยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อหางตาก็เหลือบไปเห็นถุงพลาสติกใบใหญ่ห้อยอยู่ที่หน้าประตูห้องตัวเองเสียก่อน เด็กหนุ่มเดินไปหยิบมันมาถือไว้ กระดาษโพสอิทสีเหลืองเขียนเพียงข้อความสั้นๆแต่มันก็สามารถทำให้คนอ่านยิ้มออก

 

'คิม ซึงมิน ห้อง513 เพิ่งย้ายมาใหม่ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ'

 

ฮยอนจินหันมองประตูห้องข้างๆอีกครั้งชั่งใจอยู่นานว่าจะแวะไปทักทายดีหรือเปล่าแต่สุดท้ายก็เลือกเปิดประตูเข้าห้องตัวเอง เขาเกรงว่าคุณซึงมินอาจจะกำลังพักผ่อนอยู่จึงไม่อยากรบกวน ร่างสูงเดินถือถุงมานอกระเบียง แสงไฟจากห้องข้างๆสว่างอยู่แสดงว่าเจ้าของห้องยังไม่นอนสินะ ใบหน้าหล่อเหลาพยายามชะโงกหัวส่องข้ามระเบียง เงาของใครอีกคนสะท้อนบนกำแพงทำให้ฮยอนจินเดาได้ว่าเพื่อนบ้านใหม่ของเขากำลังวุ่นวายกับการเก็บของอยู่ ก็เห็นได้จากเงาดำๆถือกล่องเดินวนไปวนมารอบห้องนี่แหละ

 

เป็นอีกครั้งที่เขาลังเลว่าควรจะเสนอตัวไปช่วยหรือค่อยทำความรู้จักวันหลังดี แล้วผลก็เป็นเช่นเดิม สุดท้ายฮยอนจินก็เลือกกลับเข้ามาในห้องของตนเอง ถุงพลาสติกใบใหญ่ถูกวางลงบนโต๊ะกินข้าว ด้านในมีทั้งขนมและนมกล่องรวมถึงน้ำผลไม้วางอยู่เป็นระเบียบ โพสอิทสีเหลืองอีกแผ่นถูกแปะไว้บนกล่องพุดดิ้งฮยอนจินจึงหยิบมันขึ้นมาอ่าน รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่ออีกครั้งเหตุเพราะข้อความสั้นๆจากคุณเพื่อนบ้านคนใหม่

 

'ยังไม่รู้จักกันไม่รู้ว่าคุณชอบทานอะไร ผมก็เลยซื้อของที่ผมชอบมาฝาก ทานให้อร่อยนะครับ ^^'

 

คุณเคยตกหลุมรักใครทั้งที่ไม่เคยเห็นหน้าไหมครับ? ผมว่าผมกำลังเป็นแบบนั้นอยู่แหละ ให้ตายเถอะทำยังไงดีล่ะทีนี้

 

เด็กหนุ่มหยุดจินตนาการถึงเจ้าของลายมือน่ารักไปต่างๆนาๆ เขานำขนมที่คุณซึงมินอุตส่าห์ซื้อมาให้ไปเก็บไว้ในตู้เย็นให้เรียบร้อยก่อนจะอาบน้ำแต่งตัวดังเช่นปกติ

 

เวลาล่วงเลยจนถึงเที่ยงคืนฮยอนจินจึงตัดสินใจปิดเกมโทรศัพท์มือถือเพื่อเตรียมตัวเข้านอน ร่างสูงเดินออกมานอกระเบียงอีกครั้ง ชะโงกหัวส่องห้องข้างๆอีกรอบเพราะอยากดูให้แน่ใจว่าคุณซึงมินเข้านอนหรือยัง

 

"ยังเก็บห้องไม่เสร็จอีกเหรอ"

 

เสียงทุ้มพึมพำแผ่วเบาเมื่อเห็นเงาบนกำแพงยังคงเดินหยิบนู่นหยิบนี่อยู่เหมือนเดิม มือเรียวถูกยกมาเท้าคาง ฮยอนจินรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นพวกโรคจิตชอบถ้ำมองแต่เขาก็ห้ามความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองไม่อยู่

 

นอกจากจะตกหลุมรักผ่านตัวหนังสือแล้วเขายังตกหลุมรักเงาดำๆของคุณซึงมินด้วยเหรอเนี่ย? แต่ก็นะ เห็นแค่เงายังสัมผัสได้ถึงความน่ารักของคนคนนี้เลย

 

คิดได้ดังนั้นริมฝีปากอวบอิ่มจึงยกยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่คนเดียว เขายืนอยู่นอกระเบียงต่อสักพักจนหนังตาเริ่มประท้วงเพราะไม่สามารถต้านทานความง่วงได้อีกต่อไป มือเรียวยกขึ้นป้องปากหาวก่อนที่เขาจะกลับเข้าห้องล็อคประตูระเบียงให้เรียบร้อยและปิดไปเตรียมเข้านอน นาฬิกาบนหัวเตียงแสดงเวลาเกือบตีสองทำให้ฮยอนจินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เขาต้องรีบตื่นไปเฝ้าร้านหนังสือตั้งแต่แปดโมงดังนั้นการนอนดึกจึงไม่ใช่สิ่งที่เขาควรทำนัก เมื่อคิดได้แบบนั้นเด็กหนุ่มจึงรีบข่มตานอนหลับในทันที

 

         

 

ประตูระเบียงถูกเปิดออกอีกครั้งเมื่อพระอาทิตย์ยามเช้าโผล่พ้นขอบฟ้าขึ้นมาทักทาย ร่างสูงบิดขี้เกียจสองสามทีก่อนจะออกกำลงกายเบาๆอย่างที่ชอบทำเป็นประจำ กระถางแคคตัสแปลกตาถูกวางเรียงเป็นระเบียบอยู่ที่ระเบียงห้องข้างๆเรียกความสนใจจากคนตื่นเช้าได้เป็นอย่างดี

 

ฮยอนจินยิ้มกว้างเมื่อนึกขึ้นได้ว่าห้องถัดไปไม่ได้เงียบเหงาเหมือนอย่างที่ผ่านมา เด็กหนุ่มรีบวิ่งเข้าห้อง อาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วจึงเดินมาเปิดตู้เย็นเพื่อหาขนมนมเนยที่เขาพอจะมีติดตู้ไว้อยู่บ้าง นมรสกล้วยสามขวดถูกบรรจุใส่ถุงพลาสติกพร้อมกับพายบลูเบอร์รี่อีกหนึ่งชิ้น ปกติสองอย่างนี้คืออาหารเช้าของเขาเองแต่วันนี้ฮยอนจินจะยอมแวะซื้อระหว่างทางเพราะไม่อยากไปทำความรู้จักกับเพื่อนบ้านคนใหม่ด้วยมือเปล่า

 

เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยเด็กหนุ่มจึงสะพายกระเป๋าเป้คู่ใจออกมาหน้าห้อง จมูกโด่งสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อเรียกความกล้า เขายืนนิ่งพักใหญ่ก่อนจะตัดสินใจเคาะประตูห้อง513ในที่สุด ริมฝีปากอิ่มยิ้มอย่างเป็นมิตรระหว่างรอให้เจ้าของห้องมาเปิดประตู แต่แล้วเขาก็ต้องยืนยิ้มรอเก้อจนเหงือกแห้งเพราะผ่านไปเกือบสามนาทีคุณซึงมินก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะโผล่มา

 

          อ๋อ เมื่อคืนนอนดึกคงยังไม่ตื่นสินะ

 

ร่างสูงคิดเองเออเองเสร็จสรรพ มือเรียวเปิดกระเป๋าเป้หยิบปากกาและโพสอิทสีเขียวออกมาหนึ่งแผ่น ข้อความสั้นๆถูกเขียนลงไปก่อนฮยอนจินจะนำมันไปแปะไว้บนห่อพายบลูเบอร์รี่และแขวนถุงพลาสติกไว้หน้าห้องเพื่อนบ้านคนใหม่ของเขา เอาไว้หลังกลับจากทำงานค่อยแวะมาหาอีกรอบก็แล้วกัน

 

         

 

          ล่วงเลยไปจนเกือบเที่ยง คิม ซึงมินจึงรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาตามเวลาปกติของเขา เด็กหนุ่มงัวเงียเดินไปเปิดผ้าม่านต้อนรับแสงแดดร้อนแรง ขาเรียวเดินข้ามลังกระดาษที่ยังคงวางระเกะระกะมาตั้งแต่เมื่อวาน เพิ่งรู้ว่าตัวเองมีสมบัติเยอะก็ตอนย้ายแมนชั่นนี่แหละเขาเก็บห้องตั้งแต่บ่ายโมงจนถึงตีห้าของอีกวันยังเก็บได้ไม่หมดเลย ถ้ามีใครสักคนมาช่วยมันก็คงจะดีอยู่หรอก แต่นี่เพื่อนก็หนีไปเที่ยวกันหมด แฟนยิ่งไม่ต้องพูดถึงเขาไม่มีมาตั้งแต่ม.ปลายแล้วล่ะ

 

ร่างบางเดินไปยังห้องครัวเพื่อหาอะไรทานรองท้องแต่กลับพบว่าตู้เย็นว่างเปล่ามีเพียงน้ำดื่มหนึ่งขวดเท่านั้น ซึงมินถอนหายใจเบาๆเมื่อนึกขึ้นได้ว่าขนมที่ตนซื้อมาถูกนำไปใช้เป็นของฝากสำหรับผูกมิตรกับเจ้าของห้อง514ไปแล้วตั้งแต่เมื่อวาน เขาหยิบน้ำออกมาดื่มจนหมดขวดก่อนจะตัดสินใจอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อย

 

มือเรียวหยิบกระเป๋าเงินกับคีย์การ์ดเตรียมตัวออกไปหาซื้ออะไรกลับมาทานและเก็บห้องต่อให้เสร็จตามที่ตั้งใจไว้ ถุงพลาสติกเกือบจะหล่นลงบนพื้นเมื่อซึงมินเปิดประตูออกมายังดีที่เขาคว้ามันไว้ได้ทัน คิ้วได้รูปเลิกขึ้นด้วยความแปลกใจหลังจากที่เห็นสิ่งของในถุง กระดาษโพสอิทสีเขียวถูกหยิบขึ้นมา ข้อความที่เขียนอยู่บนนั้นทำให้คนอ่านหัวเราะเบาๆ

 

          ฮวัง ฮยอนจินห้อง514 เอาอาหารเช้ามาส่งให้คนนอนดึกครับ

 

          นอนดึกที่ไหน นอนเช้าเลยต่างหาก

 

ซึงมินส่ายหัวสองสามที เขามองนมรสกล้วยและพายบลูเบอร์รี่ที่อยู่ในถุงแค่นี้ก็คงพอแล้วสำหรับรองท้องเดี๋ยวอีกสักพักเขาต้องเตรียมตัวออกไปทำงานค่อยไปหาอะไรหนักๆทานอีกรอบก็แล้วกัน คิดได้ดังนั้นคนตัวเล็กจึงเดินกลับเข้าห้องตนเอง ซึงมินแปะโพสอิทไว้บนประตูตู้เย็นหยิบนมรสกล้วยออกมาดื่มหนึ่งขวดพร้อมกับกินพายจนหมดห่อ

 

ข้าวของที่ยังวางระเกะระกะถูกจัดเข้าที่เข้าทางจนหมดในเวลาต่อมา เด็กหนุ่มมองนาฬิกาบนผนังห้องขณะนี้เวลาเกือบห้าโมงเย็นแล้วเขาจึงต้องรีบอาบน้ำแต่งตัวใหม่อีกรอบเพื่อเตรียมตัวออกไปทำงาน คิมซึงมินเป็นบาร์เทนเดอร์อยู่ในบาร์เล็กๆแถวนี้แม้ว่าร้านที่เขาทำงานอยู่จะเปิดเกือบสามทุ่มแต่เขาก็ต้องรีบไปเตรียมตัวรวมถึงจัดร้านก่อนอยู่ดี

 

งานของซึงมินลากยาวไปจนถึงเวลาร้านปิดคือเกือบตีสองดังนั้นการเข้านอนตีสี่ตีห้าจึงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไรสำหรับเขา อันที่จริงก็ไม่ได้อยากทำงานถึงดึกดื่นขนาดนี้หรอกแต่ด้วยความที่เขาไม่ชอบตื่นเช้างานพาร์ทไทม์อื่นๆจึงถูกปัดทิ้งทั้งหมด จะหาว่างกก็ได้แต่งานนี้มันได้เงินดีที่สุดแล้วตั้งแต่เขาเคยทำมา แลกกับนอนดึกนิดหน่อยก็ถือว่าคุ้ม

 

กระเป๋าเงินคีย์การ์ดรวมถึงโทรศัพท์มือถือถูกยัดใส่กระเป๋าเป้คู่ใจ ซึงมินมองนาฬิกาข้อมืออีกรอบและพบว่าเขายังมีเวลาเหลืออยู่อีกนิดหน่อย ร่างบางเดินวนรอบห้องเพื่อหาของฝากสำหรับผูกมิตรกับคุณฮยอนจินชิ้นต่อไป ขนมก็หมดแล้ว นมก็หมดแล้วเหลืออะไรที่พอจะใช้ได้บ้างเนี่ย

 

ดวงตากลมมองไปรอบๆห้องก่อนจะหยุดอยู่ที่ระเบียง ถุงกระดาษใบเล็กถูกถือออกมาด้านนอกเพื่อใส่แคคตัสลงไปสองกระถาง เขาเพิ่งซื้อมาไม่นานหวังว่าคุณฮยอนจินจะไม่รังเกียจมันนะ

 

เมื่อเตรียมทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยซึงมินจึงเดินออกมาหน้าห้อง เขาชั่งใจครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจเคาะประตูห้อง514 แล้วก็เป็นอย่างที่คิดไว้คือคุณฮยอนจินยังไม่กลับมา มือเรียวเปิดกระเป๋าเป้หยิบโพสอิทสีเหลืองและปากกาออกมาเขียนข้อความ ถุงกระดาษถูกแขวนไว้หน้าห้อง514ก่อนเจ้าของถุงจะเดินขึ้นลิฟต์เพื่อออกไปทำงาน

 

 

         

         

          วันนี้คงเป็นวันแรกที่ฮยอนจินรีบปิดร้านตามเวลาเป๊ะๆอย่างไม่อิดออด มินิมาร์ทร้านประจำไม่ได้มีเพียงข้าวกล่องกับน้ำอัดลมอย่างที่เขาชอบซื้อเท่านั้นแต่ยังมีพุดดิ้งและขนมอื่นๆเพิ่มมาด้วย คนที่เคยเดินเอื่อยเพราะไม่อยากรีบกลับห้องแต่วันนี้กำลังก้าวขาให้ยาวสุดชีวิตจนแทบจะกลายเป็นวิ่ง ถามว่าเหนื่อยไหมมันก็ต้องเหนื่อยอยู่แล้วแหละแต่ถ้าเขาไม่รีบก็ไม่ได้ทำความรู้จักกับคุณซึงมินกันพอดีน่ะสิ!

 

ฮยอนจินรีบแทรกตัวออกจากลิฟต์ทันทีเมื่อมันหยุดอยู่ที่ชั้นห้า แขนสองข้างถูกยกขึ้นก่อนจมูกโด่งจะดมพิสูจน์กลิ่นตัวตนเองว่ายังหอมอยู่หรือเปล่า โอเค แม้เหงื่อจะออกเยอะเพราะรีบวิ่งมาแต่กลิ่นก็ยังใช้ได้อยู่ล่ะนะ เขาเคาะประตูห้อง513และยิ้มรอเหมือนตอนเช้าหวังว่าครั้งนี้คงไม่ต้องรอจนเหงือกแห้ง แต่ที่ไหนได้..

 

          ไม่อยู่เหรอ?”

 

เสียงทุ้มพึมพำแผ่วเบา ใบหูขยับไปแนบกับบานประตูแต่ก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรดังเล็ดลอดออกมาเลยสักนิดเดียว สงสัยจะไม่อยู่จริงๆ ฮยอนจินถอนหายใจออกมาก่อนจะจำยอมเปิดกระเป๋าหยิบโพสอิทสีเขียวกับปากกาออกมาเขียนข้อความอีกครั้ง ถุงพลาสติกบรรจุขนมถูกห้อยไว้หน้าห้อง513 ร่างสูงยืนมองมันด้วยใจห่อเหี่ยวพักหนึ่งก่อนจะยอมเดินกลับห้องตนเอง

 

ใบหน้าหล่อเหลามีรอยยิ้มผุดขึ้นอีกครั้งเมื่อดวงตาเรียวมองเห็นถุงกระดาษแขวนไว้หน้าห้องตนเอง ฮยอนจินยิ้มกว้างกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าข้างในคือแคคตัสที่เขาจำได้ว่ามันเคยแขวนอยู่ในระเบียงห้องคุณซึงมิน ปากที่ยิ้มอยู่แล้วยิ่งฉีกยิ้มหนักขึ้นไปอีกเมื่อเด็กหนุ่มได้อ่านข้อความน่ารักบนโพสอิทสีเหลือง

 

          คนนอนดึกเอาแคคตัสมาฝากให้คนตื่นเช้าดูแลครับ

 

          จะดูแลอย่างดีเลยและถ้าเป็นไปได้ก็อยากดูแลเจ้าของแคคตัสด้วย

 

คิดเองเออเองเขินเองไปแล้วเรียบร้อย ร่างสูงสะบัดหัวสองสามทีไล่ความคิดบ้าๆออกจากสมองทั้งที่ปากอิ่มยังยิ้มเขินเหมือนคนบ้าอยู่เหมือนเดิม ฮยอนจินเปิดประตูเข้าห้องเขานำแคคตัสออกไปวางบนโต๊ะนอกระเบียง ชะเง้อมองระเบียงห้องข้างๆ แคคตัสอีกสองกระถางถูกแขวนไว้บนตะแกรงสีขาวห้อยติดกับราวระเบียงดูสวยงาม

 

          อยู่แบบนี้ไปก่อนนะ เอาไว้พรุ่งนี้จะไปซื้อตะแกรงมาให้

 

ร่างสูงเอ่ยพูดคุยกับแคคตัสราวกับมันฟังตนเองรู้เรื่อง ดูเหมือนว่าคุณซึงมินจะดูแลมันอย่างดีเขาเองก็ควรจะทำอย่างนั้นด้วยเช่นกันเผื่อวันไหนคุณซึงมินแวะมาส่องระเบียงแล้วเห็นเขาวางทิ้งไว้แบบนี้คงรู้สึกไม่ดีแน่

 

ฮยอนจินเดินกลับเข้ามาในห้อง วันนี้เขาใช้เวลาช่วงพักเที่ยงแอบแวะไปเช่าหนังมาไว้สองสามเรื่องตั้งใจว่าจะดูรอจนกว่าเจ้าของห้อง513จะกลับมา อยากทำความรู้จักก็เป็นส่วนหนึ่งแต่ใจจริงๆอยากรู้ว่าคุณซึงมินกลับห้องกี่โมงนอนกี่โมงกันแน่ต่างหาก ทำไมช่วงเวลาชีวิตของเราสองคนมันถึงไม่ตรงกันสักทีนะ ฮยอนจินได้แต่คิดและหาคำตอบอยู่ในใจ

 

 

          ผ่านไปจนถึงเที่ยงคืนได้เวลานอนของเด็กหนุ่มพนักงานร้านขายหนังสือ เป็นเรื่องปกติที่ฮยอนจินมักจะง่วงเวลานี้เสมอและวันนี้ก็เช่นเดียวกัน เขาลุกขึ้นเดินออกไปนอกระเบียงส่องดูห้องข้างๆและยังคงพบเพียงความมืดมิดเป็นตัวบอกว่าเจ้าของห้องยังไม่กลับมา

 

          กลับดึกขนาดนี้เลยเหรอ?”

 

ชักจะอยากรู้แล้วสิว่าอีกคนทำงานอะไร มีคำถามมากมายที่ฮยอนจินอยากถามคุณซึงมินถ้าหากพวกเขาได้ทำความรู้จักกันจริงๆจังๆเสียที จะหาว่าเขาเหงาก็ได้ยอมรับเลยเพราะว่าเขาเหงามากจริงๆอย่างน้อยก็อยากมีเพื่อนไว้คุยหลังเลิกงาน ชวนไปเที่ยวในวันหยุดบ้าง แต่ดูเหมือนว่าการใช้ชีวิตของเขากับอีกคนจะต่างกันโดยสิ้นเชิง ถึงอย่างนั้นฮยอนจินก็ยังอยากรู้จักคุณซึงมินอยู่ดี

 

อยากรู้ว่าตัวจริงจะน่ารักเหมือนข้อความที่เขียนให้เขาหรือเปล่า..

 

หลังจากยืนรอเท่าไหร่ไฟห้องข้างๆก็ยังไม่เปิดเสียทีเด็กหนุ่มตัวสูงจึงตัดสินใจกลับเข้ามาในห้องเปิดหนังอีกเรื่องเพื่อดูฆ่าเวลา เอาวะ ไหนๆก็จะนอนดึกแล้วก็ให้มันดึกจนถึงที่สุดเลยแล้วกัน! ดูสิว่าคุณซึงมินจะใจร้ายถึงขนาดกลับมาอีกทีตอนเช้าเลยหรือเปล่า

 

แม้จะปฏิญาณกับตนเองไว้แบบนั้นแต่สุดท้ายฮยอนจินก็เผลอหลับไปตั้งแต่หนังยังเล่นได้ไม่ถึงครึ่งเรื่องอยู่ดี และเด็กหนุ่มจะต้องได้เสียใจทีหลังแน่ๆเพราะหลังจากนั้นเพียงไม่กี่นาทีไฟห้อง513ก็สว่างขึ้นเพราะเจ้าของห้องกลับมาแล้ว

 

         

          ซึงมินหอบของพะรุงพะรังมาวางไว้บนโต๊ะหน้าทีวี เขาหยิบถุงพลาสติกบรรจุขนมใบใหญ่ขึ้นมาก่อนจะแกะโพสอิทสีเขียวออกมาอ่าน

 

          วันนี้อย่านอนดึกนะครับ เป็นห่วง

 

ริมฝีปากบางยิ้มกว้าง เขานำขนมรวมถึงวัตถุดิบสำหรับทำอาหารอื่นๆไปใส่ไว้ในตู้เย็นให้เรียบร้อยแล้วจึงเดินออกมานอกระเบียง แสงไฟจากห้องข้างๆสว่างแถมยังมีแสงวิบวับของทีวีสะท้อนให้เห็นอยู่เป็นระยะ เห็นดังนั้นซึงมินจึงหัวเราะเบาๆก่อนที่เขาจะเดินกลับเข้าห้อง

 

          ตัวเองก็นอนดึก

 

ปากเล็กบึนออกมานิดๆเมื่อเริ่มรู้สึกหมั่นไส้คนที่บอกว่าเป็นห่วงเขาอย่างห้ามไม่ได้ ร่างบางเดินไปยังห้องครัวหยิบแอปเปิ้ลออกมาหนึ่งแพ็คนำมันใส่ถุงกระดาษใบใหญ่เพื่อจะเอาไปให้เจ้าของห้อง514 แต่แล้วก็ต้องเปลี่ยนความคิดใหม่เมื่อเห็นสภาพตัวเองในกระจกซึ่งมันดูไม่ได้เอาซะเลย ไหนจะนาฬิกาบนผนังห้องบอกเวลาตีสองครึ่งคงไม่ใช่เวลาที่เขาควรจะไปรบกวนการพักผ่อนของคุณฮยอนจินเขาหรอก

 

          จริงสิ พรุ่งนี้ร้านปิดนี่นา

 

คิดได้ดังนั้นซึงมินจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก พรุ่งนี้พี่เจ้าของร้านต้องไปต่างประเทศทำให้เขาได้วันหยุดฟรีๆมาหนึ่งวัน งั้นเอาเป็นว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยแวะไปทำความรู้จักกับคุณฮยอนจินก็แล้วกัน

 

 

 

          เด็กหนุ่มร่างสูงสะดุ้งตื่นขึ้นมาตอนเกือบเจ็ดโมงเช้า สองมือยกขึ้นทึ้งหัวตัวเองเบาๆเมื่อพบว่าเขาดันเผลอหลับไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้แถมยังลืมตั้งนาฬิกาปลุกจนทำให้ตื่นสายอีกต่างหาก ก่อนจะได้คิดอะไรต่อฮยอนจินรีบอาบน้ำแต่งตัวให้เสร็จก่อนเป็นลำดับแรก

 

เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนชื้นน้ำถูกปล่อยไว้อย่างนั้นเพราะไม่มีเวลาเซ็ทมันให้เข้าที่เข้าทาง แม้จะรีบจนขายาวๆพันกันยุ่งไปหมดแต่เด็กหนุ่มก็ยังไม่ลืมหยิบถุงอาหารเช้าสำหรับคุณซึงมินที่เขาซื้อมาเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อวานติดมือมาด้วย โพสอิทสีเขียวถูกหยิบออกมาใช้งานอีกครั้ง คราวนี้ฮยอนจินไม่ได้เคาะประตูรบกวนอีกฝ่าย เขาทำเพียงแค่แขวนถุงไว้หน้าประตูและรีบวิ่งขึ้นลิฟต์ทันที คืนแรกไม่สำเร็จแต่คืนนี้แหละ เข้าจะไม่เผลอหลับอีกเด็ดขาด!!

 

 

          อาจเป็นเพราะวันนี้ไม่ต้องไปทำงานจึงเป็นเหตุให้บาร์เทนเดอร์หนุ่มน้อยตื่นสายกว่าปกติ ถ้าจะพูดให้ถูกคือตอนนี้เวลาล่วงเลยไปจนถึงบ่ายสองแล้วต่างหากและซึงมินก็ยังคงมุดตัวอยู่ในผ้าห่มไม่ยอมลุกไปอาบน้ำเสียที กว่าจะแงะตัวเองออกจากเตียงได้สำเร็จก็ปาเข้าไปเกือบบ่ายสาม หนึ่งวันมียี่สิบสี่ชั่วโมงคิมซึงมินเพิ่งได้เริ่มใช้ชีวิตจริงๆตอนสี่โมงเย็น เผลอแป๊บเดียวก็จะต้องเข้านอนอีกรอบแล้ว ชีวิตวันหยุดของเขามันก็มีแค่นี้แหละไม่อยากทำอะไรเลยนอกจากกินกับนอน

 

อาหารง่ายๆอย่างไส้กรอกทอดกับไข่ดาวถูกจัดการเรียบโดยเด็กหนุ่มผู้หิวโหย ซึงมินเก็บทุกอย่างล้างให้เรียบร้อยก่อนจะเดินไปที่ประตูเพราะคิดว่าอาจจะมีอะไรห้อยอยู่เหมือนดังเช่นเมื่อวาน แล้วก็มีจริงๆซะด้วย ริมฝีปากได้รูปยิ้มออกมาเองอัตโนมัติ ไม่รู้เพราะเหตุใดหัวใจของเขาถึงได้รู้สึกพองโตอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งที่ไม่เคยเห็นหน้ากันแต่ซึงมินก็ต้องยอมรับว่าคุณฮยอนจินกำลังกลายเป็นคนที่มีอิทธิพลต่อหัวใจของเขาไปเสียแล้ว ยิ่งได้อ่านโพสอิทสีเขียวที่ติดอยู่ข้างห่อแซนวิชทูน่าเขาก็ยิ่งมั่นใจ

 

          คนตื่นเช้าเอาอาหารเช้า(หรือเที่ยง?)มาส่งคนนอนดึกอย่าลืมทานด้วยนะครับ เป็นห่วง

 

          เป็นห่วงเก่ง

 

น่ารักก็เก่ง.. ซึงมินส่ายหัวเบาๆทั้งที่ปากยังคงยิ้มกว้าง โพสอิทสีเขียวใบที่สามถูกแปะไว้บนประตูตู้เย็นแม้จะไม่อยากให้คุณฮยอนจินเสียน้ำใจแต่เขาก็อิ่มจนกินอะไรต่อไม่ไหวแล้ว แซนวิชทูน่ากับนมรสเมล่อนสามกล่องจึงต้องถูกเก็บเอาไว้ก่อน

 

เขาไม่แน่ใจว่าเจ้าของห้อง514เลิกงานกี่โมงแต่คิดว่าคงจะประมาณทุ่มหรือสองทุ่ม ตอนนี้เกือบหกโมงเย็นยังพอมีเวลาให้เขาออกไปหาซื้อของมาตุนไว้ในห้องรวมถึงซื้อมาเผื่อใช้ผูกมิตรกับคุณฮยอนจินด้วย ดังนั้นซุปเปอร์มาเก็ตที่อยู่ใกล้ที่สุดจึงกลายเป็นคำตอบสุดท้ายของคิมซึงมินในวันนี้

 

 

         

          ฮวัง ฮยอนจินกำลังรีบร้อนแม้จะรู้ว่าต่อให้รีบแค่ไหนเขาก็คงไม่ได้พบกับคนที่หวังจะได้เจออยู่ดี ริมฝีปากอิ่มยิ้มรับคำพูดแซวของพนักงานคิดเงินของมินิมาร์ทร้านประจำ เป็นเพราะเขาซื้อของเยอะมากกว่าปกติจึงทำให้พี่พนักงานซึ่งสนิทกันมาสักพักคิดว่าเขามีแฟนและพามาอยู่ที่ห้องด้วยกัน

 

          ถ้าใช่แฟนก็ดีสิ

 

เสียงทุ้มพึมพำออกมาเบาๆขณะยื่นมือรับเงินทอน ขายาวก้าวเดินไปตามฟุตบาทด้วยความเร่งรีบ วันนี้เขาเช่าหนังมาใหม่ตั้งหกเรื่องมีแต่หนังสยองขวัญทั้งนั้นแบบนี้คงเผลอหลับไม่ลงหรอก ถ้าคุณซึงมินจะทำงานโต้รุ่งเขาก็จะดูหนังโต้รุ่งด้วยคอยดูเถอะ!

 

ยืนรอได้ไม่นานลิฟต์ประจำแมนชั่นก็เปิดออก น่าแปลกใจที่วันนี้ไม่มีคนเลยทั้งที่ปกติแทบจะต้องขี่คอกันไป แต่แบบนี้ก็ดีแล้ว มือเรียวเอื้อมไปกดปุ่มชั้นห้าก่อนจะปล่อยแผ่นหลังกว้างพิงไปกับผนัง ยังไม่ทันที่ลิฟต์จะได้ปิดดีก็มีเสียงของใครบางคนตะโกนเข้ามาเสียก่อน

 

          รอด้วยครับ

 

ได้ยินดังนั้นฮยอนจินจึงรีบกดปุ่มเปิดประตูลิฟต์ทันที

 

          ขอบคุณมากครับ

 

เด็กหนุ่มตัวสูงลืมหายใจไปชั่วขณะเหตุเพราะโดนรอยยิ้มหวานของผู้มาใหม่จู่โจมเข้าเต็มๆ นิ้วเรียวยังคงกดปุ่มเปิดประตูค้างไว้เช่นเดียวกันกับดวงตาที่ยังไม่ยอมละออกจากใบหน้าของอีกฝ่าย เหงื่อเม็ดเล็กผุดขึ้นตามกรอบหน้าหวานคงจะเป็นเพราะรีบวิ่งเข้ามาในลิฟต์เมื่อครู่นี้ มือบอบบางหอบหิ้วถุงพลาสติกพะรุงพะรังจนเริ่มขาวซีด ดวงตากลมที่หยีลงเพราะรอยยิ้มกว้างเสริมให้คนคนนี้ดูน่ารักขึ้นอีกเป็นกอง ทั้งที่เป็นเด็กผู้ชายเหมือนกันแต่ฮยอนจินก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคนตรงหน้าเขาน่ารักมากขนาดไหน

 

น่ารักจนอยากปกป้อง..

 

          เอ่อ ชั้นห้าครับ

 

เจ้าของร่างสูงหลุดออกจากภวังค์ เขาพยักหน้ารับก่อนจะกดปุ่มเลขห้าซ้ำอีกครั้ง คงจะเป็นเพราะรู้สึกเขินจนทำอะไรไม่ถูกฮยอนจินจึงไม่ได้เอะใจว่าเจ้าของใบหน้าน่ารักมีจุดหมายอยู่ที่ชั้นเดียวกันกับเขา

 

กว่าจะรู้ตัวก็ตอนที่ลิฟต์หยุดและคนตัวเล็กเดินนำเขาออกไปก่อนนั่นแหละ ฮยอนจินยืนนิ่งอยู่หน้าลิฟต์ด้วยหัวใจที่กระหน่ำเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ สายตาของเขาจับจ้องไปที่เด็กหนุ่มอีกคนแต่ละก้าวเดินของเขาทำให้ฮยอนจินรู้สึกลุ้นระทึกจนมือสั่นไปหมด

 

ร่างบางหยุดยืนอยู่หน้าห้อง514 เด็กหนุ่มตัวสูงรีบขยี้ตาตัวเองเพื่อความแน่ใจแล้วเขาก็แทบจะกรีดร้องออกมาเมื่อเจ้าของรอยยิ้มหวานกำลังเคาะประตูห้องของเขา ใช่แน่ๆ เป็นคุณคิมซึงมินห้อง513คนที่เขาเฝ้ารอจะได้พบเจออยู่ทุกวันไม่ผิดแน่

 

ขายาวรีบวิ่งตรงเข้าไปหาอีกคน ริมฝีปากอิ่มยิ้มกว้างเหมือนกับเมื่อวานแต่ต่างกันตรงที่วันนี้เขาไม่ต้องรอจนเหงือกแห้งอีกต่อไปแล้ว อีกฝ่ายเลิกคิ้วมองเขาด้วยความสงสัยก่อนซึงมินจะเข้าใจว่าคนตัวสูงคนนี้คือคุณฮวังฮยอนจินห้อง514นี่เอง

 

          คุณซึงมิน?”

 

          คุณฮยอนจิน?”

 

ทั้งคู่เอ่ยออกมาพร้อมกัน เป็นเพราะเขินจนไม่รู้จะพูดอะไรต่อมือหนาจึงยกขึ้นมาเกาหัวตัวเองเบาๆ คุณซึงมินตัวจริงน่ารักกว่าที่เขาจินตนาการเอาไว้เยอะมากทำยังไงดีเนี่ยหัวใจเต้นแรงจนแทบจะระเบิดอยู่แล้ว

 

          ผมซื้อผลไม้กับขนมปังมาฝากครับ

 

มือเล็กยื่นถุงกระดาษใบใหญ่ส่งให้ ฮยอนจินรับมันมาถือไว้ก่อนจะยื่นถุงพลาสติกในมือตนเองส่งให้อีกคนเช่นกัน

 

          ผมก็ซื้อพุดดิ้งกับขนมมาฝากเหมือนกันครับ

 

          ขอบคุณนะครับ

 

ซึงมินยิ้มกว้างมือเรียวเอื้อมออกไปรับถุงจากฮยอนจิน โพสอิทสีเขียวถูกแปะไว้บนกล่องพุดดิ้งเช่นเดียวกันกับโพสอิทสีเหลืองที่แปะไว้ข้างๆห่อขนมปัง ทั้งคู่หยิบมันขึ้นมาดู แค่เพียงข้อความสั้นๆก็สามารถทำให้พวกเขาสองคนหัวเราะออกมาเบาๆในยามที่เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะใจตรงกันหรือมีอะไรดลใจ แต่บนโพสอิททั้งสองแผ่นมีข้อความเขียนไว้เหมือนกันทุกอย่างราวกับนัดกันมาอย่างไรอย่างนั้น

 

 

 

 

อย่านอนดึกนะครับ เป็นห่วง









-END-






ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่นนะคะฮยอนจิน

กว่าจะได้เจอกันคือลุ้นจนเกร็งไพหมด 5555555555555


ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ

อยากแต่งฮยอนซึงมินมาสักพักแล้วแต่ไม่ว่างสักที

ในที่สุดดดด TT คอมเม้นติชมกันได้ตามสะดวกฮะ

ฝากแท็ก #บางเวลาสตค ด้วย อิอิอิ รักนะจ๊ะ


 

B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14 ความคิดเห็น

  1. #10 privatechoii (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 03:49
    มันเป็นเขินไปหมดดด ฟีลกึ้ดมากๆเลยค่ะ 💘💕
    #10
    0
  2. #6 J'joylovelove (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 00:48
    จีบกันผ่านตัวหนังสือน่ารักมากๆเลยค่ะ เขินมากกกกงื้อออออ แต่งต่ออีกเยอะๆเลยนะคะเป็นกำลังใจให้ค่ะ!
    #6
    0
  3. #5 Amann_eiei42 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 14:14
    แต่งเป็นเรื่องยาวๆก็จะน่ารักมากขึ้นนะคะ​ แต่แค่นี้ก็น่ารักมากแล้วววว
    #5
    0
  4. #4 H A N N I E (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 11:48
    น่ารักมากเลยค่ะะะ นี่นั่งเขินแรงมากกกกก
    #4
    0
  5. #3 FhaSai_00 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 20:39
    น่ารักมากๆเลยค่ะ
    #3
    0
  6. #2 wtSunDra (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 17:07
    น่ารักมากๆๆๆๆๆๆ อบอุ่น ไม่หวือหวา แต่ชวนเขินได้เหมือนกันนะเนี่ย น่ารักมากๆค่ะ^^
    #2
    0
  7. #1 peach on you (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 11:18
    เขินนนนนแงงงงงงวๆรพรไากรไนไน
    #1
    0